คลังเก็บป้ายกำกับ: MUSIC

แนะนำวิธีและแอปฟังเพลงบน iPhone, iPad ง่ายๆ ไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์ให้เหนื่อย

Music App For Iphone Cover

ซื้อ iPhone, iPad มาใหม่แต่ที่บ้านไม่มีคอมพิวเตอร์เลยถ้าอยากจะฟังเพลงทำได้ไหม​? คำถามนี้ถือว่าเป็นคำถามยอดฮิตมากๆ ครับ วันนี้ทีมงาน iMod จะมาตอบให้ฟังกันครับ

ฟังเพลงบน iPhone, iPad ง่ายๆ ไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์ให้เหนื่อย

โจทย์ของเราคือมี iPhone, iPad  แต่ไม่มีคอมพิวเตอร์ถ้าอยากฟังเพลงต้องทำไงบ้าง มีทางเลือกไหนบ้าง ไปชมกันครับ

ทางเลือกที่เห็นว่าจะเหมาะสมที่สุดคือใช้งานผ่านแอปพลิเคชันที่ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงมาฟังนั่นเองครับ ข้อดีคือไม่ต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาที่มีอินเทอร์เน็ตและไม่มีเน็ตก็สามารถฟังได้ มาดูกันว่ามีแอปตัวไหนบ้าง

ก่อนไปดูแอปฟังเพลงนั้นสิ่งที่ต้องมีคืออินเทอร์เน็ตทั้ง WiFi, 4G ตามแต่สะดวก

ถ้าจะใช้งานผ่านเครือข่ายมือถือ 3G, 4G แนะนำให้สมัครแพ็กเกจแบบเน็ตไม่อั้นของแต่ละเครือข่ายเพื่อให้แน่ใจว่าอินเทอร์เน็ตของเราจะไม่หมดเพราะด้วยการสตรีมมิ่งแบบนี้ต้องใช้อินเทอร์เน็ตตลอดเวลายกเว้นเพลงที่เราดาวน์โหลดลงมาแล้ว

ถ้าหากใช้งาน WiFi ที่บ้านก็สามารถทำได้เลยแต่ว่าบางบ้านหรือหอพักของเราไม่มี WiFi แนะนำว่าให้ไปใช้ตามห้างเช่น True WiFi, AIS WiFi, dtac WiFi ซึ่งจะมีความเร็วที่สูงสามารถดาวน์โหลดเพลงได้อย่างรวดเร็ว (เช็คแพ็กเกจมือถือที่คุณใช้งานอยู่ว่าสามารถใช้งาน WiFi ได้ฟรีมากน้อยเท่าไหร่ ให้ติดต่อผ่าน Call Center ของผู้ให้บริการมือถือแต่ละเจ้าด้วยตนเอง)

เมื่อเตรียมอินเทอร์เน็ตพร้อมแล้วไปชมแอปฟังเพลงบน iPhone โดยไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์กันครับ

1. Apple Music

Iphone X Apple Music
Apple Music iOS 11 บน iPhone X

แอปนี้มีมาใน iOS ทุกเครื่องทั้ง iPhone, iPad สามารถสมัครและเปิดใช้งานได้เลย สำหรับครั้งแรกทาง Apple   จะให้ใช้งานฟรี 90 วัน หลังจากนั้นเลือกได้ว่าจะสมัครรายเดือนแบบไหนซึ่งจะมีให้เลือก 3 แบบคือ สำหรับคนทั่วไป 129/เดือน, แบบครอบครัวใช้ได้ทั้งหมด 6 คน ราคา 199/เดือน และสำหรับนักศึกษาราคา 69/เดือน

ข้อควรทราบของ Apple Music

  • เสียงดี มีเพลงให้เลือกเยอะทั้งไทยและสากล
  • ฟังได้หลากหลายอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad, Mac, Windows, Apple Watch, CarPlay, AppleTV, Sonos หรือแม้กระทั่ง Android ก็ใช้บริการนี้ได้
  • ดาวน์โหลดไว้ฟังตอนไม่มีอินเทอร์เน็ตได้แถมคุณภาพเสียงนั้นเลือกความละเอียดสูงได้
  • ใช้งานร่วมกับ CarPlay (ฟังในรถยนต์) แสดงผลและควบคุมได้อย่างสมบูรณ์
  • ฟังได้ทั่วโลกไม่จำกัดเฉพาะประเทศไทย

ข้อมูลเพิ่มเติม Apple Music

2. Spotify

Spotify Ipad
Spotify บน iPad iOS 11

ผู้ให้บริการฟังเพลงออนไลน์อีกหนึ่งรายที่ได้รับความนิยม จริงๆ แล้ว Spotify มีผู้ใช้บริการมากกว่า Apple Music ผลงานคุณภาพที่ผู้ชอบการฟังเพลงต้องลอง หลักการก็จะเป็นเหมือนกับ Apple Music ที่เราต้องสมัครสร้างบัญชีแต่ดีคือสามารถผูกกับ Facebook ของเราได้เลย Spotify จะมีค่าบริการเหมือนกันหากเราต้องการใช้ฟีเจอร์แบบเต็มเช่น ฟังเพลงไม่มีโฆษณาขั้น, ดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังได้ หรือการเลือกฟังเพลงที่ต้องการ ฯลฯ แต่ทั้งนี้ที่ดีอีกอย่างของ Spotify คือ ฟังเพลงได้ฟรี โดยไม่เสียเงินนั่นเองครับ

ข้อควรทราบของ Spotify

  • สมัครฟังเพลงฟรีได้แบบมีโฆษณาคั่นและไม่สามารถเลือกเล่นเพลงเฉพาะเจาะจงที่ต้องการได้ สามารถเลือกฟังแบบสุ่มได้เท่านั้น (ถ้าอยากเลือกได้ตามใจต้องสมัครรายเดือน ราคา 129 สำหรับคนทั่วไปและ 199 สำหรับแบบครอบครัว)
  • เสียงคุณภาพดี
  • สะดวก สมัครง่ายสามารถเชื่อมกับบัญชี Facebook ได้
  • ฟังได้หลายอุปกรณ์ทั้ง iPhone, iPad, Mac, Windows และระบบอื่นๆ อย่าง Android ได้
  • ใช้งานร่วมกับ Apple CarPlay ได้
  • บัญชี Spotify ที่สมัครในไทยหากนำไปใช้งานที่ต่างประเทศจะใช้ได้ไม่เกิน 15 วัน
  • Spotify ฟรีเลือกฟังเพลงไม่ได้แต่สามารถกดเลื่อนเพลง (Skip) ได้ในจำนวนที่กำหนดในแต่ละชั่วโมง

ข้อมูลเพิ่มเติม Spotify

ดาวน์โหลด Spotify ได้ที่ฟรีจาก App Store

3. JOOX Music

Joox Music Iphone X

แอปนี้เป็นจะเป็นขวัญใจมวลชนคนไทยที่ชอบฟังเพลงบนสมาร์ทโฟนมากที่สุดด้วย ความที่ JOOX Music นั้นสามารถเลือกฟังเพลงได้แบบฟรี ยังๆ ยังไม่พอสามารถดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังออฟไลน์ได้ด้วยมากสุด 200 เพลงสำหรับบัญชีฟรี หากต้องการสมัครสมาชิกแบบ VIP ราคามีให้เลือกเริ่มต้นสัปดาห์ละ 69 บาท, เดือนละ 129 บาท นอกจากนั้นยงมีโปรโมชันแบบ 3, 6, 12 เดือนที่ราคาจะถูกลงไปอีก

ข้อควรทราบของ JOOX Music

  • เพลงเยอะดีทั้งไทยและสากล
  • มีคาราโอเกะให้ร้อง
  • สะดวก สมัครง่ายสามารถเชื่อมกับบัญชี Facebook ได้
  • ฟังเพลงฟรีเลือกเพลงที่อยากฟังได้ ดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังออฟไลน์ได้ 200 เพลงสำหรับผู้ใช้งานแบบฟรี และดาวน์โหลดได้ไม่จำกัดสำหรับผู้ใช้งาน VIP ถือว่ายืดหยุ่นกว่าให้ผู้บริการรายอื่นมาก
  • คุณภาพเสียงความละเอียดสูงสุด 320Kbps พอๆ กับ Apple Music และ Spotify แต่จากประสบการณ์แล้วเสียงจาก Apple Music จะดีที่สุด (จากความเห็นส่วนตัวลองเทียบการฟังผ่าน CarPlay ชุดเครื่องเสียง Alpine เพลงที่เปิดจาก Apple Music จะเสียงดีกว่า)
  • สามารถรับสิทธิ์ VIP ได้ง่ายๆ ด้วยการแชร์เพลงรายวันใช้ได้นาน 12 ชม. สำหรับผู้ที่ไม่อยากเสียตัง
  • Playlist ของ JOOX Music ค่อนข้างที่จะโดนใจคนไทย หาง่าย เจอเพลงที่โปรดปรานเยอะ
  • ฟังได้ทั้ง iPhone, Android แต่เสียดายที่เวอร์ชันบน iPad นั้นยังไม่มี หากอยากฟังบน iPad ต้องดาวน์โหลดแอปที่เป็นเวอร์ชันของ iPhone มาใช้แทน
  • สามารถฟังผ่านคอมพิวเตอร์ได้ด้วยการใช้งานผ่านเว็บบราวน์เซอร์
  • ไม่รองรับ CarPlay แบบเต็มรูปแบบแต่ว่าสามารถเปิดเพลงบน JOOX Music ให้เสียงออกที่เครื่องเสียง CarPlay ได้ เพียงหน้า UI ไม่แสดงให้เลือกได้แบบ Apple Music และ Spotify
  • ไม่สามารถใช้งานในต่างประเทศได้

ดาวน์โหลด JOOX Music ได้ฟรีที่ App Store

4. YouTube

Iphone 8 Youtube

แอปนี้แน่นอนว่าทุกคนจะต้องรู้จักและต้องโหลดมาใช้งานกันทุกคนเพราะทุกคลิปเด่นดังนั้นอัปโหลดลง YouTube หมด ไม่ว่าจะเพลงเก่า ใหม่ เพลง Cover หรือเพลงที่ทำขึ้นมาเองโดยศิลปินไร้สังกัดหรือมือสมัครเล่นก็สามารถขึ้นไปอยู่บน YouTube ได้ ดังนั้นทางเลือกจึงมีให้ค่อนข้างกว้างแถมยังฟังได้ฟรีอีกต่างหาก

ข้อจำกัดของ YouTube เวอร์ชันทางการจาก Google คือ ไม่สามารถดาวน์โหลดไว้ฟังออฟไลน์ได้ทุกคลิปและหากต้องการรับชมหรือฟังเนื้อหาจาก YouTube นั้นจะมีการกินปริมาณอินเทอร์เน็ตที่มากกว่าทุกแอปที่บอกมาเนื่องมาจากคลิปที่จะแสดงนั้นมาทั้งภาพและเสียงแน่นอนว่าไฟล์ต้องใหญ่กว่าไฟล์เสียงอย่างเดียวเท่านั้น ฉะนั้นการรับฟังผ่าน YouTube จึงแนะนำสำหรับผู้ที่ใช้งานผ่าน WiFi หรือผู้ที่สมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจำนวนมากหรือใช้งานได้แบบไม่อั้นจะเหมาะสม

ทั้ง 4 แอปที่แนะนำมานั้นคาดว่าจะเพียงพอกับความต้องการเพื่อตอบสนองต่อการฟังเพลงของผู้ใช้งาน iPhone, iPad แล้ว ถ้าหากเลือกสายประหยัดที่สุดก็คงแนะนำให้ใช้ JOOX Music นะครับ ด้วยความที่ราคานั้นเท่ากันกับ Apple Music กับ Spotify แต่ทว่า JOOX Music นั้นเลือกฟังเพลงแบบฟรีได้แถมดาวน์โหลดไว้ฟังออฟไลน์สำหรับผู้ใช้งานฟรีได้อีกด้วย ถ้าจะซื้อก็มีราคารายสัปดาห์, ราย  3, 6  และ 12 เดือนให้เลือก

ดาวน์โหลด YouTube ได้ฟรีที่ App Store

แล้วแอดมินใช้ตัวไหนอยู่?

ผมใช้ Apple Music เป็นหลัก สมัครแพ็กเกจครอบครัวครับเดือนละ 199 บาทและแชร์กันถือว่าคุ้มมาก อีกทั้งผมใช้งานกับ Apple CarPlay บ่อยมากซึ่งเหมาะสมที่สุดแล้วที่เลือกตัวนี้ รองลงมาก็เป็น Spotify แบบฟังฟรีครับ อันนี้ไม่ได้สมัครแบบพรีเมี่ยม หลักๆ เอาไว้หา Playlist เพลงให้เข้ากับบบรรยากาศเช่นการวิ่งเป็นต้น

ส่วน JOOX Music ก็ใช้บ้างในยามที่อยากจะร้องคาราโอเกะและเลือกเพลงที่จะร้องเกะกับเพื่อน รายชื่อเพลงมมันจะหาง่าย 😀 ท้ายสุดก็คงเป็น YouTube แหละ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยชอบดู MV เท่านั้น ถ้าจะดูจริงๆ ก็มันจะเปิดผ่านคอมหรือจอทีวีใหญ่ๆ เอา ดังนั้น YouTube บนมือถือจึงไม่ค่อยได้ใช้งาน

นอกจาก 4 แอปที่บอกมานั้นมีแอปอื่นๆ อีกไหม?

Trueid Iphone X

มีครับ ก็อย่างเช่น

  • TrueID จาก TrueMove H ขอบอกก่อนว่าไม่ใช่แค่ลูกค้าทรูที่ใช้งานได้นะ เครือข่ายอื่นก็สมัครใช้งานได้ เปิดบัญชี TrueID ขึ้นมาแล้วเลือกใช้งานผ่านแอป TrueID ในแอปนั้นจะมีเพลงให้เลือกฟังได้เลย (มีหนัง, บอล, รายการทีวีออนไลน์ให้เลือกด้วย) ลองไปเล่นกัน
  • Tidal  อีกหนึ่งแอปฟังเพลงออนไลน์ที่ต้องเสียเงินรายได้ ฟังฟรี 30 วันแรกหลังจากนั้นราคารายเดือนอยู่ที่ 169 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟังเพลงสากล
  • แอปสำหรับฟังวิทยุออนไลน์ เช่น TuneIn Radio, Thailand Radio ฯลฯ เหล่านั้นก็เลือกฟังได้เช่นกัน ขอแค่มีเน็ตก็ฟังได้แล้วสบายๆ

เหล่านี้คาดว่าจะเพียงพอแล้วกับความต้องการ หากใครมีแอปไหนหรือว่าช่องทางไหนเพิ่มเติมสามารถคอมเมนต์แนะนำกันเข้ามาได้นะครับ ตัวไหนที่เป็นประโยชน์ทางทีมงานจะเพิ่มเข้าไปในบทความให้ครับผม

บทความโดย iPhoneMod.net

from:https://www.iphonemod.net/listen-music-on-iphone-ipad-without-pc.html

Advertisements

Facebook เซ็นสัญญากับอีก 3 ค่ายเพลง – GMR, HFA และ Kobalt ให้ผู้ใช้อัพโหลดเพลงในวิดีโอได้เพิ่มเติม

Facebook ยังคงเดินหน้าเซ็นสัญญากับค่ายเพลงต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอัพโหลดเพลงประกอบวิดีโอได้โดยไม่ติดปัญหาลิขสิทธิ์ ทั้งบน Facebook, Instagram, Messenger และ Oculus โดยล่าสุด Facebook ประกาศความร่วมมือเพิ่มอีก 3 ค่ายเพลง ดังนี้

  • Global Music Rights ซึ่งมีผลงานในลิขสิทธิ์ อาทิ Pharrell Williams, Bruno Mars, Drake และ Bruce Springsteen
  • HFA/Rumblefish แพลตฟอร์มรวมผลงานของศิลปินอิสระ
  • Kobalt Music Publishing มีลิขสิทธิ์ผลงานนักแต่งเพลงและศิลปินดัง อาทิ Paul McCartney, Elvis Presley, Max Martin และ Dave Grohl

ก่อนหน้านี้ Facebook ประกาศเซ็นสัญญากับ Universal Music และ Sony/ATV Music

ที่มา: Facebook

alt="Facebook"

from:https://www.blognone.com/node/99030

ถัดจาก Universal Music, Facebook เซ็นสัญญากับบริษัทเพลง Sony และ ATV Music

เพื่อแก้ปัญหาผู้ใช้ Facebook อัพโหลดเพลงประกอบวิดีโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์ค่ายเพลง Facebook จึงทยอยเซ็นสัญญากับบรรดาค่ายเพลง ปลายปี 2017 ทาง Facebook ก็เซ็นสัญญากับ Universal Music ไปแล้ว และล่าสุดก็คือ Sony และ ATV Music นอกจากนี้ เว็บไซต์ Variety ยังอ้างแหล่งข่าวว่าคิวต่อไปอาจจะเป็น Warner Music

ภายใต้ข้อตกลงนี้ ผู้ใช้งานสามารถอัพโหลดวิดีโอกับเพลงประกอบที่เป็นลิขสิทธิ์ของ Sony และ ATV Music บน Facebook, Instagram, Oculus ได้ นักแต่งเพลงของค่ายมีโอกาสได้รับค่าลิขสิทธิ์จากการเผยแพร่เพลงผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้วย

No Description
ภาพจาก Pexels

ที่มา – Variety

from:https://www.blognone.com/node/98902

Nielsen ชี้ สตรีมมิ่งกลายเป็นช่องทางหลักในการฟังเพลง แซงหน้าการดาวน์โหลดและซีดี

Nielsen ออกรายงานจัดอันดับยอดขายเพลงประจำปี 2017 ยอดขายอัลบั้มและเพลง (ทั้งอัลบั้มแบบเป็นซีดี และอัลบั้มดิจิทัล) โดยรวมลดลง 17.7% ส่วนการบริโภคเพลงผ่านสตรีมมิ่งหรือบริการ On-Demand Audio Streaming ยังเติบโตต่อเนื่องจนกลายเป็นช่องทางหลักในการเสพคอนเทนต์เพลงไปแล้ว

เมื่อเทียบยอดการสตรีมในแต่ละปีพบว่าในปี 2016 มีการสตรีมเพลง 2 แสน 5 หมื่นล้านครั้ง และในปี 2017 เพิ่มขึ้นเป็น 4 แสนล้านครั้ง ส่งผลให้ปี 2017 เป็นปีแรกที่การฟังเพลงผ่านการสตรีมกลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค โดยคิดเป็น 54% ของการฟังเพลงทุกรูปแบบ และยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สตรีมมิ่งเพลงทำตัวเลขแซงยอดขายเพลงแบบดิจิทัลและรูปแบบแผ่นซีดี

การเติบโตของสตรีมมิ่งเพลงยังช่วยให้เพลงแบบซิงเกิลมีความโดดเด่นมากขึ้น อย่างในปี 2017 มี 19 เพลงที่มียอดฟัง 500 ล้านครั้ง ในจำนวนนี้มีเพลงฮิปฮอปถึง 17 เพลง ภาพรวมตลาดเพลงทั้งบริการสตรีีมมิ่ง อัลบั้มดิจิทัล เพลงซิงเกิล อัลบั้ม Divide ของ Ed Sheran มาเป็นอันดับ 1 ตามด้วย DAMN ของ Kendrick Lamar และ Reputation ของ Taylor Swift

No Description
ภาพจาก Pexels

ที่มา – TechCrunch, Nielsen

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/98850

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ดนตรี Hip-Hop แซงดนตรี Rock ขึ้นเป็นแนวเพลงยอดนิยมในสหรัฐฯ

เรียกได้ว่าเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่เลยทีเดียว เพราะปี 2560 เพลง Hip-Hop/R&B กลายเป็นแนวเพลงยอดนิยมในสหรัฐอเมริกาครั้งแรก เพราะอุตสาหกรรมเพลงที่นี่ถูกครองด้วยแนวเพลง Rock มาโดยตลอด

ตลาดพลิก เพราะบริการ Audio Streaming

การเติบโตของแนวเพลง Hip-Hop/R&B ในปี 2560 นั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้ากระแสความนิยมในบริการ On-Demand Audio Streaming ไม่ได้เติบโตในสหรัฐอเมริกามากขนาดนี้ โดยถ้านับเฉพาะแนวเพลงดังกล่าว ก็มีการเติบโตของการรับฟังผ่านช่องทาง Online ถึง 72% เมื่อเทียบกับปี 2559

ถ้าเจาะไปที่ 10 อันดับอัลบั้มที่มีการรับฟังสูงสุดในปี 2560 ก็มีอัลบั้มที่เป็นแนวเพลง Hip-Hop/R&B ถึง 7 อัลบั้ม โดยมีอัลบั้ม DAME ของ Kendrick Lamar ติดอยู่ในอันดับที่ 2 รองจาก Divide ของ Ed Sheeran เท่านั้น นอกจากนี้ตัวศิลปินที่ได้รับความนิยมสูงสุด 10 อันดับแรก ก็เป็น Hip-Hop/R&B ติดถึง 8 อันดับเช่นกัน

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมเพลงในสหรัฐอเมริกาของปี 2560 นั้นเติบโต 12.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการเติบโตนั้นมีผลมาจากการเติบโตของบริการ On-Demand Audio Streaming ที่เพิ่มขึ้นถึง 59% ในขณะที่ยอดขายอัลบั้มนั้นยังลดลงอย่างต่อเนื่อง

จากการเติบโตของแนวเพลง Hip-Hop/R&B ในสหรัฐอเมริกา น่าจะมีผลกับตลาดเพลงในระดับโลกแน่นอน เพราะศิลปินในประเทศอื่นๆ บางส่วนอ้างอิงแนวเพลงที่นิยมที่นั่น และนำมาประยุกต์ให้เป็นเพลงของตนเอง จึงไม่แปลกที่ปี 2561 จะเห็นแนวดนตรี Hip-Hop/R&B ตามชาร์ตในประเทศต่างๆ มากขึ้น

อ้างอิง // Business Insider, Nielsen

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hiphop-passed-rock-genre/

Facebook เซ็นสัญญากับ Universal Music ให้ผู้ใช้อัพโหลดเพลงในวิดีโอที่โพสต์ได้

Facebook เซ็นสัญญากับ Universal Music เพื่อให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดเพลงในวิดีโอที่อัพโหลดขึ้นแพลตฟอร์มได้ ซึ่งมีผลกับทั้ง Facebook, Instagram และ Oculus ด้วย ซึ่งภายใต้สัญญานี้ ผู้ใช้ Facebook จะสามารถอัพโหลดและแชร์วิดีโอที่มีเพลงของศิลปินในเครือ Universal Music ได้โดยไม่ต้องถูกลบเนื่องจากปัญหาการละเมิดลิขสิทธิอย่างที่เคยเป็นในอดีต

ดีล Facebook กับ Universal Music นี้จะช่วยจัดการปัญหาด้านการละเมิดลิขสิทธิเกี่ยวกับเพลงบนแพลตฟอร์ม โดย Facebook กล่าวว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก และรายงานเพิ่มเติมว่า Universal Music จะร่วมกับ Facebook เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเพลงบนแพลตฟอร์มด้วย

Universal Music ถือเป็นค่ายเพลงค่ายแรกที่เซ็นสัญญาดังกล่าวกับ Facebook ซึ่ง The Verge รายงานว่าตอนนี้ Facebook ก็เริ่มพูดคุยกับ Warner Music และ Sony Music เพื่อการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวแล้วเช่นกัน

ที่มา – The Verge

No Description

ภาพจาก Pixabay CC0 Creative Commons

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/98583

Sony ดึงตัวนักร้องระดับท็อป Khalid ถ่ายทอดสดไลฟ์ผ่าน VR ในแคมเปญ Lost in Music

Google และ Samsung ต่างใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือให้ผลิตภัณฑ์ VR ได้เข้าถึงผู้บริโภคกว้างขวางขึ้น รายใหญ่อีกรายอย่าง Sony ก็คงไม่น้อยหน้า โดย Sony ประกาศโปรเจกต์ VR “Lost in Music” ประสบการณ์ดนตรีผ่าน VR โดยร่วมมือกับศิลปินดัง Khalid

Sony ระบุว่าแคมเปญ Lost in Music จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับแฟนๆ ที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดของ Sony โดยแคมเปญของแบรนด์ประกอบด้วย ดนตรีสดและวิดีโอเพลงที่นำเสนอมาในรูปแบบ VR และจะเริ่มถ่ายทอดสดอีเวนท์การแสดงของ Khalid ในลอสแองเจลิสและแคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 19 มกราคมปี 2018

Lost in Music ของ Sony เคยมีมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยครั้งแรกร่วมมือกับศิลปิน The Chainsmokers ด้านค่ายอื่นอย่าง Google ก็เปิดตัว Austin City Limits: Backstage ถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังการแสดงดนตรีผ่าน VR ให้ความรู้สึกเหมือนไปอยู่หลังเวที อยู่เวทีเดียวกันกับศิลปิน Samsung เองก็ถ่ายทอดสดการแสดง Coldplay

No Description
ภาพจาก Sony

ที่มา – Engadget

from:https://www.blognone.com/node/98573