คลังเก็บป้ายกำกับ: NAS_STORAGE

พบช่องโหว่บน WD My Cloud NAS ใช้ HTTP Cookie ยึดสิทธิ์ Admin ได้

Securify ได้ออกมาเผยแพร่ถึงการค้นพบช่องโหว่บน Western Digital (WD) My Cloud อุปกรณ์ NAS Storage ยอดนิยม ที่ผู้โจมตีสามารถทำการเข้าถึงสิทธิ์ระดับ Admin ได้จากระยะไกล

 

Credit: ShutterStock.com

 

ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นจากการที่ WD My Cloud นั้นจะทำการสร้าง Admin Session ที่ผูกเอาไว้กับ IP Address เป็นหลัก ดังนั้นเมื่อผู้โจมตีทำการส่งคำสั่งใดๆ ไปยัง Web Interface ของระบบด้วยการใช้ HTTP CGI Request ก็จะสามารถทำการตั้งค่า username=admin ส่งเข้าไปทาง HTTP CGI Request เท่านั้น

ถ้าการผู้โจมตีทำการส่งข้อมูลเข้าไปในรูปแบบที่ถูกต้อง ผู้โจมตีก็จะสามารถเข้าถึงสิทธิ์ระดับ Admin ของระบบได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่รหัสผ่าน ซึ่งโค้ดสำหรับทำ Proof-of-Concept ก็มีดังนี้

POST /cgi-bin/network_mgr.cgi HTTP/1.1
Host: wdmycloud.local
Content-Type: application/x-www-form-urlencoded
Cookie: username=admin
Content-Length: 23

cmd=cgi_get_ipv6&flag=1

ทาง Securify ได้ทำการแจ้งช่องโหว่ดังกล่าวไปยัง WD แล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2018 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ มาเป็นเวลากว่า 5 เดือน ทำให้ Securify ตัดสินใจออกมาเผยแพร่ช่องโหว่ในครั้งนี้ และปัจจุบันนี้ทาง WD ก็ยังไม่ได้มีการแถลงใดๆ อย่างเป็นทางการ

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ https://www.securify.nl/advisory/SFY20180102/authentication-bypass-vulnerability-in-western-digital-my-cloud-allows-escalation-to-admin-privileges.html ครับ

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2018/09/18/remote_access_vulnerability_western_digital_my_cloud/

from:https://www.techtalkthai.com/new-remote-attack-vulnerability-was-found-in-wd-my-cloud-nas/

Advertisements

Lenovo จับมือ NetApp พัฒนา All-Flash Storage พร้อมเปิดบริษัทร่วมกัน

Lenovo และ NetApp ได้ออกมาประกาศความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ All-Flash Storage ร่วมกัน และลงทุนเปิดบริษัทในจีนเพื่อพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ สำหรับจีนร่วมกันโดยเฉพาะ

 

Credit: Lenovo

 

ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นไปในรูปแบบของการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ All-Flash Storage ภายใต้แบรนด์ของ Lenovo โดยนำเทคโนโลยี All-Flash Data Management ของ NetApp เข้ามาผสานกับ Lenovo ThinkSystem โดย NetApp จะเป็นผู้พัฒนา Software และ Lenovo จะเป็นผู้ผลิต Hardware พร้อมทั้งจัดจำหน่ายผ่าน Channel ทั่วโลก

โซลูชันดังกล่าวนี้ได้แก่ Lenovo ThinkSystem DE Series และ Lenovo ThinkSystem DM Series ซึ่งเปิดวางจำหน่ายทั่วโลกแล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lenovo.com/th/th/data-center/storage/storage-area-network/c/thinksystem-dm-series และ https://www.lenovo.com/th/th/data-center/storage/storage-area-network/c/thinksystem-de-series

นอกจากนี้ Lenovo และ NetApp ยังได้ประกาศลงทุนเปิดบริษัทร่วมกันในประเทศจีนเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดเมืองจีนโดยเฉพาะ โดยบริษัทนี้ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติจากทางการจีน และคาดว่าจะเปิดตัวได้อย่างเป็นทางการภายในปี 2019

 

ที่มา: https://news.lenovo.com/pressroom/press-releases/lenovo-and-netapp-form-global-strategic-partnership-to-accelerate-customers-digital-transformation.htm

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-and-netapp-develops-all-flash-storage-together-and-have-a-joint-venture-company-in-china/

เปิดตัว Infortrend EonStor GSa 2000 ระบบ All Flash Storage ประสิทธิภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึง

Infortrend ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Infortrend EonStor GSa 2000 ระบบ All Flash Storage รุ่นล่าสุดที่เน้นเจาะตลาดธุรกิจขนาดเล็กและกลาง ด้วยประสิทธิภาพที่สูง ราคาที่คุ้มค่า และความเข้ากันได้กับ Server รุ่นเดิมที่เหล่าองค์กรใช้งานอยู่ โดยมีคุณสมบัติที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

 

Credit: Infortrend

 

  • ติดตั้ง Redundant Controller มาให้ในตัว
  • มาพร้อม 2.5″ Tray จำนวน 24 ช่อง ติดตั้ง SSD ได้จำนวน 24 ชุด และรองรับการเพิ่มได้ผ่าน JBOD
  • มาพร้อมกับ 8x 1GbE iSCSI สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ทันที และสามารถเพิ่ม 8/16Gbps Fibre Channel, 1/10/40GbE iSCSI, 12Gbps SAS และ 56Gbps InfiniBand ได้
  • ติดตั้ง Cache ได้สูงสุด 128GB
  • มี Super Capacitor และ Flash Module สำหรับสำรองข้อมูลบน Cache ได้เมื่อไฟดับ
  • รองรับ RAID 0, 1, 0+1, 3, 5, 6, 10, 30, 50, 60
  • สามารถใช้งาน CIFS/SMB, AFP, NFS, FTP, FXP, WebDAV, FC, FCoE, iSCSI, InfiniBand, SAS, RESTful API ในการเข้าถึงข้อมูลได้
  • สามารถทำงานร่วมกับบริการ Cloud ชั้นนำอย่าง AWS, Microsoft Azure, Alibaba Cloud และ OpenStack ได้
  • รองรับ IPv4, IPv6
  • สามารถทำงานร่วมกับ Windows Server 2008/ 2008 R2/ 2012/ 2012 R2/ 2016 (including Hyper-V), RedHat Enterprise Linux, SUSE Linux Enterprise, Sun Solaris, Mac OS X, HP-UX, IBM AIX, VMware, Citrix XenServer ได้

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.infortrend.com/global/products/families/GSa/2000 และหากกำลังมองหา All Flash Storage รุ่นที่ใหญ่กว่านี้ ก็สามารถศึกษาข้อมูลของ Infortrend EonStor GSa รุ่น https://www.infortrend.com/global/products/families/GSa/3000 และ https://www.infortrend.com/global/products/families/GSa/5000 ได้เช่นกัน

 

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

 

ที่มา: https://www.infortrend.com/global/news/20180724/373

from:https://www.techtalkthai.com/infortrend-eonstor-gsa-2000-all-flash-storage-is-announced/

เปิดตัว Infortred GS 5000 Unified Storage ความจุสูงสุดเกินกว่า 20PB พร้อม Host Interface 128 ช่อง

Infortrend Technology ผู้นำเทคโนโลยีด้านระบบ Enterprise SAN Storage ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Infortrend EonStor GS 5000 ระบบ Unified Storage รุ่นล่าสุดที่เน้นด้านประสิทธิภาพและขนาดของระบบ เพื่อรองรับกับเทรนด์ Big Data และ Cloud สำหรับองค์กรอย่างเต็มตัว ด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

 

 

  • ทำงานแบบ Dual Redundant Controller โดยแต่ละ Controller ใช้ Intel Xeon E5 8-Core จำนวน 1-2 ชุด
  • รองรับ Host Interface รวมกันสูงสุด 128 ช่อง ใช้งานได้ทั้ง 8/16Gbps Fibre Channel, 1/10/40GbE iSCSI, 10Gbps FCoE, 56Gbps Infiniband
  • รองรับ Cache Memory สูงสุดขนาด 1,024GB
  • ติดตั้งได้ทั้ง 2.5″/3.5″ Drive รองรับทั้ง SSD, HDD แบบ SAS สูงสุด 1,680 ชุด ความจุสูงสุเกินกว่า 20PB
  • รองรับ RAID 0, 1, 5, 6, 10, 50, 60 ในตัว
  • รองรับ Protocol CIFS/SMB, AFP, NFS, FTP, FXP, WebDAV, FC, FCoE, iSCSI, InfiniBand, SAS, RESTful API (สำหรับ Object Protocol)
  • มี Cloud Gateway เชื่อมต่อกับ Amazon S3, Microsoft Azure, Google Cloud Platform, Alibaba Cloud และ OpenStack ได้
  • ใช้งาน IPv6 ได้
  • บริหารจัดการได้ผ่าน Web-based Management

 

การเปิดตัว Infortrend EonStor GS 5000 ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวเพื่อรองรับต่ออนาคตที่ทุกองค์กรจะต้องรับมือกับข้อมูลปริมาณมหาศาล ซึ่ง Infortrend เองก็มีจุดเด่นด้านการนำ SSD และ HDD มาตรฐานสำหรับองค์กรมาใช้งานได้หลากหลายแบรนด์ ทำให้องค์กรมีความคุ้มค่าในการลงทุนด้านระบบจัดเก็บข้อมูลและการเพิ่มขยายในระยะยาว ไม่ถูกผูกขาดด้านราคาของ Disk อีกต่อไป โดย Infortrend ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้ออกมา 2 รุ่น ได้แก่ GS 5100 และ GS 5200

 

Credit: Infortrend

 

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.infortrend.com/UrlCounter/EN/PR/GS5000/20180611002?re=/global/products/families/GS/5000

 

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

 

ที่มา: https://www.infortrend.com/global/news/20180613/369

from:https://www.techtalkthai.com/infortred-eonstor-gs-5000-unified-storage-is-announced/

เปิดตัว Infortrend GS 5000 Unified Storage ความจุสูงสุดเกินกว่า 20PB พร้อม Host Interface 128 ช่อง

Infortrend Technology ผู้นำเทคโนโลยีด้านระบบ Enterprise SAN Storage ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Infortrend EonStor GS 5000 ระบบ Unified Storage รุ่นล่าสุดที่เน้นด้านประสิทธิภาพและขนาดของระบบ เพื่อรองรับกับเทรนด์ Big Data และ Cloud สำหรับองค์กรอย่างเต็มตัว ด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

 

 

  • ทำงานแบบ Dual Redundant Controller โดยแต่ละ Controller ใช้ Intel Xeon E5 8-Core จำนวน 1-2 ชุด
  • รองรับ Host Interface รวมกันสูงสุด 128 ช่อง ใช้งานได้ทั้ง 8/16Gbps Fibre Channel, 1/10/40GbE iSCSI, 10Gbps FCoE, 56Gbps Infiniband
  • รองรับ Cache Memory สูงสุดขนาด 1,024GB
  • ติดตั้งได้ทั้ง 2.5″/3.5″ Drive รองรับทั้ง SSD, HDD แบบ SAS สูงสุด 1,680 ชุด ความจุสูงสุเกินกว่า 20PB
  • รองรับ RAID 0, 1, 5, 6, 10, 50, 60 ในตัว
  • รองรับ Protocol CIFS/SMB, AFP, NFS, FTP, FXP, WebDAV, FC, FCoE, iSCSI, InfiniBand, SAS, RESTful API (สำหรับ Object Protocol)
  • มี Cloud Gateway เชื่อมต่อกับ Amazon S3, Microsoft Azure, Google Cloud Platform, Alibaba Cloud และ OpenStack ได้
  • ใช้งาน IPv6 ได้
  • บริหารจัดการได้ผ่าน Web-based Management

 

การเปิดตัว Infortrend EonStor GS 5000 ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวเพื่อรองรับต่ออนาคตที่ทุกองค์กรจะต้องรับมือกับข้อมูลปริมาณมหาศาล ซึ่ง Infortrend เองก็มีจุดเด่นด้านการนำ SSD และ HDD มาตรฐานสำหรับองค์กรมาใช้งานได้หลากหลายแบรนด์ ทำให้องค์กรมีความคุ้มค่าในการลงทุนด้านระบบจัดเก็บข้อมูลและการเพิ่มขยายในระยะยาว ไม่ถูกผูกขาดด้านราคาของ Disk อีกต่อไป โดย Infortrend ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้ออกมา 2 รุ่น ได้แก่ GS 5100 และ GS 5200

 

Credit: Infortrend

 

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.infortrend.com/UrlCounter/EN/PR/GS5000/20180611002?re=/global/products/families/GS/5000

 

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

 

ที่มา: https://www.infortrend.com/global/news/20180613/369

from:https://www.techtalkthai.com/infortrend-eonstor-gs-5000-unified-storage-is-announced/

รู้จักแนวคิด Synology All-in-One Server: เมื่อ NAS กลายเป็นทุก Application เบื้องต้นที่จำเป็นต่อธุรกิจ

เมื่อพูดถึงคำว่า Data Center เรามักนึกถึงการมีตู้ Rack เพื่อรองรับการติดตั้ง Server, Storage, Switch และ Router ที่หลากหลายสำหรับใช้ติดตั้งและให้บริการ Application ต่างๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง Synology เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ต้องการเข้ามาแก้โจทย์ปัญหาข้อนี้ให้การลงทุนสร้างระบบ IT ภายในธุรกิจขนาดเล็ก หรือสาขาขององค์กรกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายและคุ้มค่า ด้วยการนำเสนอแนวคิด Synology All-in-One Server ที่รวมเอาทั้ง Server, Storage, Backup และ Collaboration เข้าไว้ในอุปกรณ์เดียวนั่นเอง

 

RackStation RS2418+​/​RS2418RP+ Credit: Synology

 

Synology ไม่ได้เป็นแค่ NAS Storage แต่เป็นทั้ง Application, Server และ Storage ในหนึ่งเดียว

เมื่อพูดถึงชื่อของ Synology เรามักนึกถึงผลิตภัณฑ์นี้ในฐานะของ NAS Storage สำหรับใช้ในการให้บริการ File Sharing ภายในองค์กร แต่ในความเป็นจริงนั้น Synology ในปัจจุบันนี้ได้พัฒนาไปมากแล้ว ด้วยการรองรับความสามารถอย่างการติดตั้ง Application ใหม่ๆ ผ่านทาง Add-on Package ลงไปบน Synology เพื่อนำ CPU, RAM และ Disk บน Synology ไปใช้ให้บริการอื่นๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากการทำ File Sharing ได้ด้วย ทำให้ Synology นั้นสามารถตอบโจทย์ต่างๆ ได้อย่างเอนกประสงค์เลยทีเดียว

จุดหนึ่งที่น่าสนใจมากคือการที่ Add-on Package จำนวนมากนั้นสามารถติดตั้งเพิ่มได้แบบฟรี ดังนั้นในการใช้งานที่เกิดขึ้นนั้นจึงมักเป็นไปในรูปแบบของการเริ่มต้นจากการที่เหล่าองค์กรคาดหวังการใช้งานเพียงไม่กี่ความสามารถของ Synology ก่อน แล้วจึงค่อยๆ ทดลองใช้งาน Add-on ใหม่ๆ และนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจให้ดีขึ้นตามไปด้วย

 

Credit: Synology

 

ทั้งนี้สาเหตุที่ Synology สามารถให้บริการได้หลากหลายภายใน Hardware เพียงหนึ่งเดียวได้อย่างมั่นใจนี้ ก็เป็นเพราะว่า Synology นั้นใช้สถาปัตยกรรมระบบในแบบ Software-Defined Storage (SDS) ที่สามารถทำงานได้บน Hardware ตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับการใช้งานตามบ้าน ไปจนถึง Server Hardware ระดับเดียวกับที่ผู้ผลิตรายใหญ่นำมาขายใน Data Center โดยมี CPU เป็น Intel Xeon นั่นเอง ดังนั้นใน Synology รุ่นสำหรับการใช้งานในระดับธุรกิจ ก็มักจะมี CPU และ RAM ที่เพียงพอสำหรับนำมาให้บริการต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ในขณะที่ Disk นั้นทางภาคธุรกิจก็สามารถเลือกใช้งาน SSD หรือ HDD เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความจุได้ตามต้องการ

ในตลาดต่างประเทศนั้น การนำ Synology ไปใช้งานเป็นระบบ IT สำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง ไปจนถึงสาขาของธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่นั้นถือเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมไม่น้อย เพราะด้วยความสามารถที่ครอบคลุมความต้องการต่างๆ, ความง่ายในการใช้งานที่ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับ Command Line เลย และการที่สามารถทดแทนบริการ Cloud หลายๆ บริการได้ด้วยการลงทุนเพียงครั้งเดียวเบ็ดเสร็จนั้น ก็ทำให้ Synology กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระบบ IT ภายในภาคธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม

 

ให้บริการ Server, Storage, Virtualization และ Container ได้ครบวงจรในหนึ่งเดียว

การตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานทางด้าน Data Center ของ Synology นี้ถือว่าทำได้ค่อนข้างครบครันเลยทีเดียว โดยนอกจากการให้บริการเป็นระบบ File Sharing หรือ iSCSI Storage แล้ว Synology เองก็มี Add-on สำหรับทำหน้าที่เป็นบริการต่างๆ ที่จำเป็นภายใน Data Center ได้หลากหลาย เช่น Active Directory Server, Apache HTTP Server, Backup, Bittorrent, Calendar, CardDAV Server, DNS Server, GitLab, MariaDB, Odoo, OpenERP, RADIUS Server, Redmine, Drupal, WordPress และอื่นๆ อีกมากมาย ไปจนถึงบริการสำคัญอย่าง Log Server ที่ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เหล่าองค์กรไทยจะขาดไปไม่ได้ในปัจจุบัน

หนึ่งในกรณีที่ Synology ถูกนำไปใช้งานค่อนข้างเยอะในเมืองนอก แต่ในไทยมักไม่ค่อยพูดถึงกันนั้นคือการนำ Synology มาใช้สร้างระบบ Virtualization และ Container ขนาดย่อมๆ ภายในองค์กร โดยตัว Synology เองนั้นสามารถติดตั้ง Add-on ที่เป็น Hypervisor ชื่อว่า Virtual Machine Manager และสามารถบริหารจัดการผ่านระบบ Web Management ของ Synology ได้เลย อีกทั้งหากต้องการใช้งาน Container ภายในองค์กรทั้งเพื่อการทดสอบหรือพัฒนาระบบใดๆ นั้น ก็สามารถติดตั้ง Add-on Docker ได้ทันทีอีกด้วย

 

Credit: Synology

 

ด้วยความสามารถเหล่านี้ Synology ก็สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายทางด้านลิขสิทธิ์ของ Software ที่เคยต้องลงทุนภายใน Data Center ลงไปได้ไม่น้อยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบ Virtualization จาก VMware vSphere หรือ Microsoft Hyper-V และหลายๆ ความสามารถที่สามารถทดแทน Microsoft Windows Server ได้ องค์กรและธุรกิจต่างๆ จึงสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียวหาก Synology สามารถช่วยตอบโจทย์ที่ต้องการได้เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่เหล่าองค์กรเลือกใช้กลยุทธ์ในการวางระบบสำคัญต่างๆ บน Cloud เป็นหลัก และมีระบบ IT ภายในองค์กรเพียงเพื่อให้บุคลากรภายในองค์กรสามารถทำงานต่อเนื่องไปได้เท่านั้น

 

Credit: Synology

 

ตอบโจทย์การทำงานร่วมกันภายในองค์กร ทดแทนบริการ Cloud

อีกกลุ่มของ Add-on ที่ Synology ให้ความสำคัญค่อนข้างมากก็คือบริการในกลุ่ม Collaboration ที่เปิดให้ผู้ใช้งานหลายๆ คนสามารถทำงานร่วมกันได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

 

Credit: Synology

 

  • Calendar สำหรับจัดการปฏิทินตารางงานร่วมกัน
  • File Sharing สำหรับให้บริการ CIFS/NFS เพื่อแบ่งปันไฟล์งานต่างๆ ภายในองค์กร
  • Drive สำหรับสร้าง Sync Folder เหมือนบริการ Cloud Storage ให้สามารถเข้าถึงได้จากทั้ง PC และ Mobile
  • Chat ระบบแชทภายในองค์กรที่สามารถเข้ารหัสได้ ใช้งานได้ผ่านทั้ง Web และ Mobile Application โดยสามารถเชื่อมต่อกับบริการ Chatbot ได้
  • MailPlus ระบบ Email Server ให้เข้าใช้งานจากทาง Web และ Email Client ทั่วไป
  • Note Station ระบบ Note กลางสำหรับจดบันทึกข้อมูลต่างๆ และแบ่งปันข้อมูล Note นั้นๆ ให้กับเพื่อนร่วมงานได้
  • Office (Spreadsheet) สามารถทำการแก้ไขข้อมูล Spreadsheet ได้ผ่าน Web พร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ
  • GitLab สำหรับจัดเก็บ Source Code และพัฒนา Software ต่างๆ ร่วมกันภายในองค์กร
  • Odoo/OpenERP สำหรับให้บริการะบบ ERP ภายในองค์กร
  • Redmine สำหรับจัดการระบบ Ticketing / Bug Report
  • Drupal/WordPress สำหรับสร้างระบบ Website ภายในองค์กร

จะเห็นได้ว่า Add-on เหล่านี้ก็สามารถตอบโจทย์ด้านการสื่อสารและการทำงานภายในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางได้ค่อนข้างครอบคลุมทีเดียว รวมถึงสำหรับสาขาของธุรกิจขนาดใหญ่เองก็จะมีอิสระในการเลือกติดตั้งระบบเหล่านี้ขึ้นมาใช้งานเพิ่มเติมภายในสาขาแตกต่างกันไปได้ตามความต้องการ เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานให้สูงขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนใดๆ เพิ่มเติม

 

สำรองข้อมูลได้ภายในตัว ตอบโจทย์ Backup และ DR

สุดท้ายนี้ Synology เองก็มีบริการระบบ Backup และ DR ในตัวที่หลากหลายมาก รองรับได้ทั้งการสำรองข้อมูลในระบบ File Sharing/iSCSI, สำรองข้อมูลจากอุปกรณ์ USB, สำรองข้อมูล PC, สำรองข้อมูล Server, ทำ Snapshot สำหรับ VM/Volume, Replicate ข้อมูล, ทำ Rsync, สำรองข้อมูลขึ้น Cloud และสำรองข้อมูลจากบริการ Cloud อย่าง Microsoft Office 365 และ Google G Suite กลับมาจัดเก็บบน Synology ได้ เรียกได้ว่าตอบโจทย์การสำรองข้อมูลเบื้องต้นได้ดีทีเดียว โดยที่ไม่ต้องทำการซื้อโซลูชันด้านการ Backup ใดๆ เพิ่มเติม

 

Credit: Synology

 

ทั้งนี้ด้วยความสามารถในการให้บริการ Virtualization และ Container ได้ในตัว การใช้ Synology เพื่อเป็น DR Site ด้วยนั้นก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมเช่นกัน ซึ่งถึงแม้ระบบอาจจะไม่ได้ Automate มากเท่ากับโซลูชันในระดับองค์กร แต่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจได้อยู่เหมือนกัน

ส่วนองค์กรที่มีการใช้งาน Backup Software จากผู้ผลิตค่ายต่างๆ อยู่แล้ว และกำลังมองหา Storage ราคาคุ้มค่าที่สามารถให้บริการอื่นๆ เพิ่มเติมได้ด้วย Synology นี้ก็สามารถทำงานร่วมกับ Backup Software ได้จากหลากหลายค่าย อีกทั้งยังช่วยทำการสำรองข้อมูลที่ทำการสำรองเพิ่มเติมเอาไว้อีกชั้นหนึ่งก็ได้เช่นกัน

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Synology

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Synology สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Synology ด้วยตนเองได้ที่ https://www.synology.com ทันที โดยผู้ที่สนใจใบเสนอราคาสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่าย Synology ได้ดังนี้

from:https://www.techtalkthai.com/synology-all-in-one-server-for-sme-and-branch-data-center/

Backup ข้อมูลแบบครบวงจรด้วย Synology NAS รับมือกับ Ransomware ได้ในราคาประหยัด

Ransomware นับเป็นภัยคุกคามที่เคยสร้างปัญหาให้กับเหล่าธุรกิจองค์กรมาแล้วหลากหลาย เกิดเป็นบทเรียนแก่เหล่าธุรกิจว่าการทำ Backup นั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อทุกๆ ธุรกิจองค์กร ในบทความนี้จึงขอนำเสนออีกทางเลือกหนึ่งในการปกป้องข้อมูลของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเบื้องต้นอย่างง่ายดาย ด้วยการใช้ Synology อุปกรณ์ NAS Storage ที่มากไปด้วยความสามารถ และรองรับการ Backup ข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงการทำ Replication ได้ในตัว ดังนี้

 

Synology มี NAS Storage สำหรับธุรกิจองค์กรด้วย?

Synology FS3017 All Flash Storage Credit: Synology

 

บางท่านอาจจะคุ้นเคยกับชื่อของ Synology ในฐานะของ NAS Storage สำหรับการใช้งานตามบ้าน แต่นั่นเป็นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ตระกูลหนึ่งของ Synology เท่านั้น และทาง Synology เองก็มีผลิตภัณฑ์กลุ่มตระกูลสำหรับการใช้งานในระดับธุรกิจองค์กรและระดับมืออาชีพด้วย ดังนี้

  • J Series NAS Storage รุ่นเล็กสุด สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปตามอาคารบ้านเรือน
  • Value Series NAS Storage สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก, ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการ NAS ประสิทธิภาพสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
  • Plus Series NAS Storage รุ่นสำหรับธุรกิจขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง และผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการ NAS ประสิทธิภาพระดับสูง
  • FS/XS Series NAS Storage รุ่นสำหรับองค์กร โดยรุ่น FS จะเป็นรุ่น All-Flash และรุ่น XS จะเป็นรุ่น Hybrid

จะเห็นได้ว่า Synology นั้นมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นขนาดเล็กสำหรับติดตั้งใช้งานในบ้านพักอาศัยหรือบนโต๊ะทำงาน ไปจนถึงรุ่นใหญ่สำหรับติดตั้งบนตู้ Rack ภายใน Data Center เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีรุ่น All Flash Storage สำหรับตอบรับต่อความต้องการระบบ Storage ประสิทธิภาพสูงในงานเฉพาะทางที่ต้องอาศัยระบบ Storage เป็นหลัก อย่างเช่น การตัดต่อ Video หรือ Virtualization เป็นต้น

 

Synology DS2415+ High Performance Business NAS Storage Credit: Synology

 

จุดเด่นหนึ่งที่น่าสนใจของ Synology นี้ก็คือความสามารถในการเพิ่มฟังก์ชันต่างๆ ให้กับตัวอุปกรณ์ได้ ด้วยการติดตั้งระบบย่อยเสริมเข้าไปบนตัว Storage โดยตรง ทำให้ Synology สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างหลากหลายของธุรกิจองค์กรและผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี รวมถึงอีกหนึ่งกรณีการใช้งานที่ทำให้ Synology ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั้นก็คือการทำหน้าที่เป็น All-in-One Appliance ที่รวมทั้งความสามารถของ Server, Storage และ Collaboration ทั้งหมดเอาไว้ภายในอุปกรณ์เดียว รองรับทุกความต้องการของธุรกิจขนาดเล็กและสาขาขององค์กรได้จบในตัว

 

สำรองข้อมูลจาก PC, Desktop, Server และ Cloud Application ได้ด้วยอุปกรณ์เดียว

 

Credit: Synology

 

แน่นอนว่า Backup เองนั้นก็เป็นหนึ่งในความสามารถที่โดดเด่นของ Synology และได้รับความนิยมอย่างสูงจากบรรดาเหล่าผู้ใช้งานทั่วโลก เนื่องจาก Synology นั้นมีโมดูลเสริมด้านการสำรองข้อมูลที่หลากหลายมาก ดังนี้

  • Synology Drive: บริการ Cloud Drive ที่จะทำให้ Folder บนเครื่อง PC นั้นทำการสำรองข้อมูลไปยัง Synology ตลอดเวลาเสมือนเป็น Cloud Storage และเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ผ่าน Mobile Application
  • Snapshot Replication: บริการสำหรับการสำรองข้อมูลที่จัดเก็บภายในระบบ File Sharing และ Virtualization อย่าง VMware vSphere หรือ Microsoft Hyper-V ที่เชื่อมต่อผ่านทาง iSCSI โดยสามารถสำรองข้อมูลได้ถี่ระดับทุกๆ 5 นาทีในแบบ Application-aware ทำให้ถึงแม้ข้อมูลเสียหายจาก Ransomware ก็ยังกู้คืนกลับมาได้
  • Active Backup for Server: บริการ Backup แบบ Agentless สำหรับสำรองข้อมูลได้ทั้ง Windows Server และ Linux Server
  • Active Backup for G Suite / Active Backup for Office 365: บริการ Backup ไฟล์งานต่างๆ บนบริการ Cloud ชั้นนำอย่าง Google G Suite และ Microsoft Office 365 ให้เก็บสำรองเอาไว้บน Synology เพื่อป้องกันกรณีข้อมูลสูญหายโดยคาดไม่ถึง
  • Apple Time Machine: รองรับการสำรองข้อมูลด้วย Apple Time Machine ในตัว ตอบโจทย์ธุรกิจที่มีการใช้ macOS เป็นหลักได้ทันที

ความสามารถเหล่านี้ทำให้องค์กรสามารถใช้ Synology ในการให้บริการ File Sharing, Cloud Drive และสำรองข้อมูลเบื้องต้นไปพร้อมๆ กันได้ทั้งสำหรับอุปกรณ์ PC และ Notebook ของผู้ใช้งาน รวมถึงยังสามารถใช้ในการสำรองข้อมูลให้กับ Windows Server และ Linux Server ไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย

 

Credit: Synology

 

สำรองข้อมูลใน Synology NAS อีกชั้น เสริมความทนทานให้กับข้อมูลอีกขั้นหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงหนึ่งที่เหล่าธุรกิจองค์กรอาจต้องพิจารณาถึงก็คือ การที่อุปกรณ์ NAS Storage นั้นเสียหาย หรือ Ransomware สามารถสร้างความเสียหายให้กับไฟล์ที่เราสำรองเอาไว้บน NAS Storage ได้โดยตรง ดังนั้นการสำรองข้อมูลบน NAS Storage อีกชั้นนั้นก็ถือเป็นประเด็นสำคัญที่เหล่าธุรกิจองค์กรต้องให้ความสำคัญ

 

Credit: Synology

 

ทั้งนี้ Synology ก็มีโมดูลเสริมเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้ให้พร้อมใช้งานได้ในหลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสมและความต้องการขององค์กร ดังนี้

  • Synology High Availability: บริการสำหรับนำ Synology NAS Storage จำนวน 2 ชุดมาทำงานร่วมกันแบบ HA Cluster เพื่อเพิ่มความทนทานของระบบให้ยังคงทำงานต่อเนื่องไปได้แม้ว่าอุปกรณ์หลักจะเสียหายไป
  • Snapshot Replication: นอกจากการสำรองข้อมูลย้อนหลังด้วย Snapshot บนตัว Synology เองแล้ว ความสามารถนี้ก็ยังเปิดให้ Synology สามารถ Replicate ข้อมูล Snapshot ไปยัง Synology อีกชุดหนึ่งได้เพื่อความมั่นคงที่สูงยิ่งขึ้น
  • Hyper Backup: ความสามารถในการสำรองข้อมูลแบบ Incremental, Block-based ของ Synology เพื่อสำรองข้อมูลทั้งภายในอุปกรณ์เดียวกัน, สำรองข้อมูลไปยัง Synology ชุดอื่น, สำรองข้อมูลไปยัง Rsync Server หรือสำรองข้อมูลไปยัง Cloud Storage อย่าง Google Drive, Amazon Drive, Dropbox, Microsoft Azure หรือ S-3 Compatible Storage ก็ตาม
  • Synology C2 Backup: บริการ Cloud สำหรับการสำรองข้อมูลของ Synology เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการสำรองข้อมูลที่เพิ่มขยายได้ง่ายดายและรองรับการเชื่อมต่อได้จากทั่วโลก
  • USB Copy 2.0: สำรองข้อมูลจาก Synology ออกไปยัง USB/SD Device โดยตรง ทำให้สำรองข้อมูลขนาดใหญ่อย่างไฟล์วิดีโอได้โดยไม่ต้องติดคอขวดของระบบเครือข่าย

จะเห็นได้ว่า Synology เองนั้นสามารถสำรองข้อมูลของตัวเองได้หลากหลายช่องทางมาก ทั้งการสำรองข้อมูลไปยังอุปกรณ์ของ Synology ด้วยกันเเอง, การสำรองข้อมูลไปยัง Cloud ของ Synology หรือการสำรองข้อมูลไปยังบริการของ 3rd Party ทำให้เหล่าองค์กรมีทางเลือกยืดหยุ่นหลากหลาย ไม่ต้องยึดติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งเท่านั้น

 

Credit: Synology

 

อีกจุดเด่นหนึ่งที่ต่อยอดขึ้นไปอีกสำหรับ Synology ก็คือความสามารถในการรองรับการทำ Disaster Recovery ที่หลากหลาย เช่น การทำงานร่วมกับ VMware Site Recovery Manager และ VMware vCenter ได้, การทำ Test Failover ได้ และรายงานเพื่อตรวจสอบการส่งข้อมูลผ่าน WAN เพื่อให้สามารถตรวจสอบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับระบบเครือข่ายในการทำ Replication ได้ ทำให้องค์กรสามารถมั่นใจได้มากขึ้นในการสำรองข้อมูลหรือระบบข้ามสาขา

 

ทดลองใช้งาน Synology ได้ฟรีผ่านช่องทางออนไลน์

สำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีของ Synology สามารถทำการทดสอบเทคโนโลยีของ Synology ได้ด้วยตนเองแบบออนไลน์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านทาง DSM Live Demo ที่ https://www.synology.com/en-global/dsm/live_demo ซึ่งทาง Synology ได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการและ Software ต่างๆ ของ Synology ที่มีชื่อว่า DSM เอาไว้ในรูปของ Docker Image พร้อม Deploy เพื่อให้เราได้ทดสอบ สร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจลงทุนนั่นเอง

หรือหากอยากศึกษาความสามารถต่างๆ ของ Synology อย่างคร่าวๆ และรวดเร็ว ก็สามารถเข้าไปศึกษาได้ที่วิดีโอ Tutorial ของ Synology ที่ https://www.synology.com/en-global/knowledgebase/DSM/video ได้โดยตรง

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Synology

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Synology สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Synology ด้วยตนเองได้ที่ https://www.synology.com ทันที โดยผู้ที่สนใจใบเสนอราคาสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่าย Synology ได้ดังนี้

from:https://www.techtalkthai.com/backup-solution-with-synology-nas/