คลังเก็บป้ายกำกับ: NBTC

local.jpg

กฏใหม่มาแล้ว! ย้ายค่ายเบอร์เดิมต้องเสร็จภายใน 2 วัน

20 มกราคม 2560 เป็นวันที่ กสทช. ได้กำหนดให้ใช้กฏใหม่สำหรับการทำเรื่องย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปลี่ยนผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือใหม่ ต้องทำการย้ายเสร็จภายใน 2 วัน (ในกรณีที่ไม่ติดเงื่อนไขใดๆ) หลังจากก่อนหน้านี้มีปัญหาที่ค่ายมือถือไม่ยอมปล่อยให้ลูกค้าย้ายออกไปค่ายอื่นได้ง่ายๆ โดยถ่วงเวลาในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งกฏใหม่ที่ว่านี้จะช่วยให้เราสามารถตรวจสอบสิทธิ์การย้ายว่าสามารถทำการย้ายได้หรือไม่โดยจะรู้ผลภายใน 10 นาทีเท่านั้น ผ่านการกดรหัสด้วยตนเอง

วิธีการก็คือ หากต้องการย้ายค่าย ให้ทำการกดเช็คสิทธิ์ได้ฟรี โดยการกด *151*หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักที่ลงทะเบียนกับเบอร์นั้น# แล้วกดโทรออก เมื่อทราบผลว่าเราสามารถย้ายออกได้แล้วก็ไปยื่นคำขอการย้ายที่ศูนย์บริการของค่ายใหม่ที่ต้องการย้ายไปได้ทันที (ภายในเวลา 15.30 น. ของวันที่ทำรายการ) จากนั้นจะสามารถเริ่มใช้บริการค่ายใหม่ได้ภายในวันรุ่งขึ้น

สำหรับเงื่อนไขที่จะพิจารณาว่าจะมีสิทธิ์ย้ายค่ายได้หรือไม่นั้น หลักๆ จะต้องไม่มียอดค้างชำระ เอกสารถูกต้อง และหมายเลข 13 หลัก ตรงกับที่ลงทะเบียนซิมไว้

ที่มา – กสทช. และ Pantip

from:http://www.9tana.com/node/mnp-in-2-day/

local.jpg

ดีแทคพร้อมสนับสนุน กสทช.อำนวยความสะดวกลูกค้า ย้ายค่ายเบอร์เดิมระบบใหม่

ดีแทคพร้อมสนับสนุน กสทช.เตรียมมาตรการรองรับ อำนวยความสะดวกลูกค้า ย้ายค่ายเบอร์เดิมระบบใหม่ได้แล้ว ที่ศูนย์บริการดีแทค หรือร้านตัวแทนจำหน่ายดีแทค เซ็นเตอร์ ทุกสาขา ทั่วประเทศ เริ่มบริการได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย รวมทั้งบริษัท ศูนย์ให้บริการคงเลขหมายโทรศัพท์ จำกัด ปรับปรุงระบบให้บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ย้ายค่ายเบอร์เดิม) ระบบใหม่ โดยให้เริ่มบริการได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2560 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ขั้นตอนในการโอนย้ายผู้ใช้บริการเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งการปรับปรุงบริการโอนย้ายผู้ใช้บริการนี้ จะทำให้ระยะเวลาในการดำเนินการลดลงจาก 3 วัน เหลือเพียง 2 วันอีกด้วย

new_mnp

นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ ดีแทค ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องการรักษาสิทธิของผู้ใช้บริการ จึงได้ดำเนินการจัดเตรียมมาตรการรองรับ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการในการดำเนินการโอนย้ายผู้ให้บริการตามคำขอในช่วงที่มีการปรับปรุงระบบในช่วงระยะเวลาดังกล่าว” โดยได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ช่วงคือ

  1. ในช่วงเวลาที่ระบบโอนย้ายโครงข่ายได้ปิดปรับปรุงชั่วคราว ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 –19 มกราคม 2560

ผู้ใช้บริการที่ยื่นคำขอโอนย้ายในวันที่ 13 มกราคม 2560 ช่วงก่อนเวลา 15.30 น. ระบบจะดำเนินการโอนย้ายโครงข่ายตามเงื่อนไขระยะเวลาเดิม คือ ดำเนินการโอนย้ายแล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ อย่างไรก็ดี หากผู้ใช้บริการยื่นคำขอโอนย้าย ภายหลังเวลา 15.30 น. วันที่ 13 มกราคม 2560 ดีแทค ได้ดำเนินการรับคำขอโอนย้ายของผู้ใช้บริการเอาไว้ และจะดำเนินการโอนย้ายให้เร็วที่สุดเมื่อระบบโอนย้ายกลับมาใช้งานได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมเป็นต้นไป ทั้งนี้ผู้ใช้บริการที่มีความประสงค์จะขอย้ายค่ายเบอร์เดิม จะยังคงได้รับแพ็กเกจ และสิทธิพิเศษต่างๆได้เช่นเดิม

  1. หลังวันที่ 20 มกราคม เป็นต้นไป (เริ่มระบบการโอนย้ายรูปแบบใหม่ 2 วันทำการ)

ดีแทค จะเริ่มกระบวนการโอนย้ายระบบใหม่ โดยผู้ใช้บริการจะต้องนำเครื่องโทรศัพท์มือถือและบัตรประชาชนตัวจริงมาติดต่อโอนย้ายโครงข่ายได้ที่สำนักงานบริการดีแทค หรือ ร้านตัวแทนดีแทค ทุกสาขา โดยมีวิธีการโอนย้ายง่ายๆ โดยใช้รหัสการโอนย้าย (PIN)  เพียงกดหมายเลข *151*หมายเลขบัตรประชาชน# และกดโทรออก จากหมายเลขที่ต้องการโอนย้าย  หรือกรณีที่ผู้ใช้บริการใช้เอกสารอื่นแทนบัตรประชาชนในการลงทะเบียน เช่น หนังสือเดินทาง เพียงพิมพ์หมายเลขบัตรที่ใช้ในการลงทะเบียนไว้ เช่น หมายเลขหนังสือเดินทาง แล้วส่งข้อความ SMS มาที่หมายเลข4444151 หากไม่ติดเงื่อนไขหรือปัญหาใดๆ เช่น ไม่มียอดค้างชำระ ข้อมูลการจดทะเบียนตรงกับเครือข่ายต้นทาง เป็นต้น ผู้ใช้บริการจะได้รับ SMS แจ้งรหัสการโอนย้าย (PIN 8 หลัก)   เพื่อแสดงรหัสการโอนย้ายแก่เจ้าหน้าที่เพื่อกรอกเข้าระบบการโอนย้ายกลางโดยใช้เวลาในการโอนย้าย 2 วันทำการ ซึ่งรหัสการโอนย้าย (PIN 8 หลัก)  ที่ได้รับสามารถใช้ได้ถึง 24.00 น. ของวันที่กดทำรายการเท่านั้น หากไม่ได้ใช้งานจะไม่สามารถเก็บไว้ใช้งานในวันรุ่งขึ้นได้  จะต้องกดทำรายการขอ PIN ใหม่  รวมทั้งลูกค้าสามารถกดขอยกเลิกรหัสการโอนย้ายได้  เพียงกดหมายเลข *151*0*หมายเลขบัตรประชาชน# และกดโทรออก หรือ พิมพ์หมายเลขบัตรที่ใช้ในการลงทะเบียน  แล้วส่งข้อความ SMS มาที่หมายเลข 4444150  ทั้งนี้การกดยกเลิกขอรหัสการโอนย้ายต้องดำเนินการก่อนเวลา 17.30 น. ของวันแรก

หากผู้ใช้บริการมีข้อสงสัย ต้องการสอบถาม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่  ดีแทค คอลเซ็นเตอร์  1678 หรือ ศูนย์บริการดีแทค ทั่วประเทศ ดีแทคพร้อมและยินดีให้บริการลูกค้าดีแทคและลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม

from:http://mobileocta.com/dtac-ready-to-support-nbtcs-new-mnp-regulations/

กสทช. เปิดตัวระบบย้ายค่าย เบอร์เดิมใหม่ เช็คสิทธิฟรีก่อนย้ายได้เร็วขึ้น

กสทช. ประกาศผ่านทางเพจ Facebook  กสทช. เปิดตัวระบบย้ายค่าย เบอร์เดิม แบบใหม่ ให้คุณสามารถเช็คสิทธิฟรีก่อนย้ายเบอร์เดิมไปอยู่ค่ายใหม่ได้รวดเร็วขึ้น

//player.vimeo.com/video/200202423?title=0&byline=0

สำหรับวิะีการเช็คสิทธิ์ทำได้ง่ายๆ เพียง กด * 151*ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน # แล้วกดโทรออก เพื่อป้องกันข้ออ้างของผู้ให้บริการมือถือที่ไม่ให้ย้ายค่าย และการย้ายค่าย เบอร์เดิม จะสะดวกรวดเร็วมากขึ้นภายใน 2 วันทำการ โดยจะเริ่มใช้งานระบบใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

ที่มา : facebook กสทช.

from:http://mobileocta.com/nbtc-introduces-camp-the-number-of-new-move-within-two-business-days/

ทรู รวมน้ำใจไทย ช่วยภัยน้ำท่วม ส่งมอบน้ำดื่มทรู ยา และอาหารแห้งให้ กสทช. สำหรับช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

กลุ่มทรู โดย นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ส่งมอบน้ำดื่มทรู ยาสามัญประจำบ้าน และอาหารแห้ง แก่ กสทช. โดย นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด ผู้อำนวยการ สำนักการพัสดุและบริหารทรัพย์สิน กสทช. รับมอบ เพื่อนำไปส่งต่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “ทรู รวมน้ำใจไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” ที่กลุ่มทรู จัดขึ้นเพื่อระดมความช่วยเหลือจากคนไทย ไปสู่พี่น้องชาวใต้ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในขณะนี้

from:http://mobileocta.com/true-ruam-thailand-flood-relief-true-deliver-drinking-water-medicines-and-food-to-the-nbtc/

ทรูมูฟ เอช ย้ำ แนวทางการคิดค่าบริการตามกลไกตลาดและการแข่งขันเสรี ทำให้ลูกค้ามีทางเลือก และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค

ตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะจัดประชุมเพื่อพิจารณาคิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีทุกรายการส่งเสริมการขาย ตามมติกทค.เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 นั้น  บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (“ทรูมูฟ เอช”) พร้อมจะปฎิบัติตามมติกทค.ทุกประการ แต่ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาในที่ประชุมดังต่อไปนี้

1. การคิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีทุกรายการส่งเสริมการขาย บนคลื่นความถี่ 2100MHz ย่าน1800MHz และ 900MHz  บริษัทฯ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 70-80 ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะบริษัทฯ อาจมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องยกเลิกแพ็กเกจและโปรโมชั่นเหมาจ่ายที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน บริษัทฯจะนำอัตราค่าบริการตามอัตราที่กสทช. กำหนดมาใช้ในการคำนวณ ได้แก่ คลื่น1800 MHz 900 MHz หรือคลื่น4จี กสทช.กำหนดให้คิดต่ำกว่านาทีละ 69 สตางค์ หรือสูงสุดได้ไม่เกินนาทีละ 68 สตางค์  บริษัทฯหารเฉลี่ยแล้วตกวินาทีละ 1.13 สตางค์  ส่วนคลื่น 2100MHz หรือ 3 จี คิดค่าบริการนาทีละ 82 สตางค์  จะหารออกมาเป็นวินาทีละ 1.37 สตางค์ ซึ่งการคิดอัตราค่าบริการเป็นวินาที เพียงทางเดียวเช่นนี้  บริษัทฯ ประเมินว่าส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่เลือกบริการโทรนานๆ แต่เสียค่าบริการในราคาเหมาจ่ายเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ไม่สอดคล้องกลไกตลาดและการแข่งขันเสรีในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

2. บริษัทฯ ยื่นอุทธรณ์ขอให้กทค. และ กสทช. พิจารณาทบทวนมติดังกล่าว ทั้งยังเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในการจัดประชุมหารือกลุ่มย่อย ในเรื่องแนวทางการกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งคลื่น 4 จีและคลื่น 3 จี สำนักงาน กสทช.จัดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 โดยเห็นว่าแนวทางที่เหมาะสม ควรปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกการแข่งขันของตลาด โดยให้มีทั้งการคิดอัตราค่าบริการตามจริงเป็นวินาทีและการคิดเป็นเหมาจ่าย เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ตามความจำเป็น

3. บริษัทฯ ยินดีปฏิบัติตามมติกทค. ทุกประการ แต่หากมติดังกล่าวมีผลกระทบต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยรวม คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมและกลุ่มที่เรียกร้องให้ กทค. ใช้มติวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 จะต้องแสดงความรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้น

from:http://mobileocta.com/truemove-h-stressed-that-the-charge-by-market-forces-and-free-competition/

local.jpg

สรุป TrueVisions โดนแค่เตือน ส่วนคนดูรอพบกับ 7 ช่องใหม่วันที่ 1 ม.ค.

ในที่สุดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ก็จัดประชุมนัดพิเศษในวันนี้ (29 ธ.ค.) เพื่อหารือเรื่องการหยุดให้บริการ 6 ช่องในเครือ HBO ของ TrueVisions และขอเพิ่ม 7 ช่องใหม่ออกมาทดแทน

ซึ่งมติที่ประชุมออกมาว่า เห็นชอบในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่แบบบอกรับสมาชิก จำนวน 7 ช่องรายการ หรือ 7 ช่องใหม่ ประกอบด้วย Paramount Channel HD, Warner TV, Celestial classic movies, Food Network, Fox Action Movies HD, SONY CHANNEL และ True Film HD2 ตรงกับแผนเยียวยาของ TrueVisions ที่แจ้งมาก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมกสท. ได้แจ้งเตือนไปที่ TrueVisions กรณีที่ยกเลิกให้บริการ 6 ช่องเดิมของเครือ HBO แล้วไม่แจ้งล่วงหน้า 30 วัน ตามเงื่อนไขใบอนุญาต พร้อมกำหนดมาตรการบังคับทางปกครอง หากทำซ้ำจะเจอโทษที่หนักขึ้นทันที นอกจากนี้ให้คณะอนุรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฝั่งกสท. เจรจากับ TrueVisions ให้กำหนดแผนเยียวยาอย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/nbtc-warn-truevision-and-new-channel/

local.jpg

รวมปัญหาที่พบบ่อยของผู้บริโภคด้านโทรคมนาคมในปี 2559

บทความโดย ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)


ภาพจาก Pexels

ในรอบปีที่กำลังจะผ่านพ้นไป มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับปัญหาที่ผู้บริโภคบริการโทรคมนาคมประสบ และมีสถิติเกี่ยวกับการร้องเรียนต่อ กสทช. ซึ่งสะท้อนทิศทางของปัญหาบริการโทรคมนาคมที่ผู้บริโภคเผชิญอยู่ อันเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรจะเรียนรู้เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านั้น

จำนวนเรื่องร้องเรียนด้านโทรคมนาคมในปีนี้ แม้จะยังไม่ครบปีก็ทำลายสถิติเดิม ด้วยจำนวนกว่า 4,200 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีเพียง 2,913 เรื่อง เกือบร้อยละ 50 โดยประเด็นเรื่องร้องเรียนที่เพิ่มกว่าพันเรื่องนั้น ส่วนใหญ่เป็นปัญหาบริการคงสิทธิเลขหมาย (ย้ายค่ายใช้เบอร์เดิม) ซึ่งแม้ว่า กสทช. จะกำหนดให้การย้ายค่ายต้องแล้วเสร็จใน 3 วันทำการก็ตาม แต่ผู้บริโภคเกินกว่าครึ่งก็ไม่สามารถย้ายค่ายได้ใน 3 วันหรือถูกปฏิเสธการย้ายค่ายด้วยซ้ำ

หากจำแนกเรื่องร้องเรียนตามประเภทบริการแล้ว เกือบร้อยละ 75 เป็นการร้องเรียนบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ รองลงมาคือร้องเรียนบริการอินเทอร์เน็ตร้อยละ 20 และตามมาด้วยปัญหาการตั้งเสาสถานีโทรศัพท์เคลื่อนที่เกือบร้อยละ 3 ส่วนบริการอื่นๆ ที่มีผู้ใช้บริการน้อยก็มีจำนวนการร้องเรียนน้อยลดหลั่นลงมา

แต่หากจำแนกเรื่องร้องเรียนตามกลุ่มปัญหาแล้ว กลุ่มปัญหาที่พบบ่อย 5 อันดับแรก คือ

  1. กลุ่มปัญหามาตรฐานและคุณภาพบริการ (ได้แก่ ปัญหาบริการคงสิทธิเลขหมาย ปัญหาคุณภาพสัญญาณต่ำ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขบริการหรือถูกระงับบริการ เป็นต้น) มีสูงถึงกว่าร้อยละ 50
  2. กลุ่มปัญหาการยกเลิกบริการ (ซึ่งรวมถึงปัญหาการปฏิเสธการยกเลิกสัญญา การคิดค่าปรับหากจะยกเลิกสัญญา) มีสูงถึงกว่าร้อยละ 15
  3. กลุ่มปัญหาการคิดค่าบริการผิดพลาด ประมาณร้อยละ 8
  4. กลุ่มปัญหาบริการเสริม (ตัวอย่างเช่น ถูกคิดเงินจากการรับข้อความที่เราไม่ได้สมัครใช้บริการ ยกเลิกบริการประเภทข้อมูลข่าวสารไม่ได้) ประมาณร้อยละ 5
  5. กลุ่มปัญหาการตั้งเสาสถานี ประมาณเกือบร้อยละ 3

เมื่อนำจำนวนเรื่องร้องเรียนมาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ใช้บริการแต่ละประเภทแล้ว พบว่า หากมีผู้ใช้บริการประเภทละ 100,000 คน ผู้ใช้บริการโทรศัพท์ประจำที่จะร้องเรียนประมาณ 1 คน ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะร้องเรียนประมาณ 2 คน และผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตจะร้องเรียนประมาณ 15 คน โดยสรุปคือ ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตพบปัญหามากกว่าผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ประจำที่ประมาณ 7 – 15 เท่า

ที่กล่าวมานี้คือปัญหาที่พบจากการร้องเรียนในเชิงสถิติ สำหรับสถานการณ์ของปัญหาสำคัญของผู้บริโภคที่สาธารณชนสนใจ ได้แก่

1. ปัญหาซิมดับจากการหมดสัมปทานของคลื่น 900 MHz ซึ่งแม้ กสทช. จะได้จัดประมูลคลื่นความถี่ แต่ก็จัดประมูลหลังการสิ้นสุดสัมปทาน ทำให้เกิดการสะดุดในการเปลี่ยนผ่านจากการใช้คลื่นในระบบสัมปทานมาเป็นระบบใบอนุญาต และยังเกิดปัญหาจากการเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยี 2G ไปสู่ 3G หรือ 4G ทำให้ผู้บริโภคต้องดิ้นรนเปลี่ยนมือถือให้รองรับเทคโนโลยีใหม่

ในอนาคตประเทศไทยจึงควรมีแผนเตรียมการรองรับการสิ้นสุดสัมปทาน และรองรับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัมปทานเป็นกุญแจสำคัญของคำตอบในปัญหานี้

2. ปัญหาการช่วงชิงผู้บริโภคที่ซิมจะดับเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยช่องทางบริการคงสิทธิเลขหมาย ซึ่งถือเป็นกลไกการแข่งขันที่สร้างตัวเลือกให้กับผู้บริโภคที่ซิมจะดับ ว่าจะเลือกใช้บริการค่ายไหนดี แต่ปัญหาก็เกิดเพราะมีการเปิดช่องทางย้ายค่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ เพียงรูดหรือเสียบบัตรประชาชนกับเครื่องอ่านบัตร ซึ่งโดยปกติธุรกรรมต่างๆ มักจะต้องมีการเซ็นชื่อพิสูจน์ตัวบุคคลร่วมกับการแสดงบัตรประชาชน จึงเกิดปัญหาความชอบด้วยกฎหมายของช่องทางดังกล่าวตามมา ทำให้เกิดการปฏิเสธการโอนย้ายจำนวนมหาศาล และเกิดกรณีการใช้บัตรประชาชนโอนย้ายโดยเจ้าของไม่ได้ยินยอม อย่างไรก็ตาม กสทช. ได้ออกแนวปฏิบัติในการย้ายค่ายใหม่ให้สะดวกและรัดกุมยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มมีผลในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้

3. ปัญหาโปรลับจากการช่วงชิงผู้บริโภคที่ซิมจะดับ ทำให้ผู้บริโภคย้ายไปค่ายอื่น ค่ายเดิมก็ดึงดูดผู้บริโภคให้ใช้บริการต่อไป โดยเสนอเงื่อนไขที่ดีกว่าเดิมมาก แต่เป็นเงื่อนไขที่ไม่เปิดเผยโดยทั่วไป จึงถูกเรียกว่า “โปรลับ” ซึ่งอาจเข้าข่ายพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันเสรีในตลาดโทรคมนาคม ในหลายประเทศจึงมีการกำกับดูแลพฤติการณ์ที่เรียกว่า Loyalty and Fidelity Discounts and Rebates อย่างไรก็ตาม การเลือกเปิดเผยรายการส่งเสริมการขายแก่ผู้บริโภคเฉพาะที่จะย้ายค่ายเป็นสิ่งที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน เพราะ กสทช. กำหนดให้ทุกค่ายต้องเปิดเผยทุกรายการส่งเสริมการขาย เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการได้ตามความสมัครใจ

4. ปัญหาบริษัท ทีทีแอนด์ทีถูกพิทักษ์ทรัพย์ ทำให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์ประจำที่ไม่ต่ำกว่าสามแสนรายอยู่ในความเสี่ยง บางรายไม่สามารถใช้บริการได้ แต่ยังถูกหักค่าบริการผ่านบัตรเครดิตหรือผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งหากบริษัทจะหยุดบริการ ต้องมีแผนการเยียวยาผู้บริโภค ว่าจะหาบริษัทใดมารับช่วงดูแลผู้บริโภคกลุ่มนี้ ส่วนผู้บริโภคที่ไม่ประสงค์จะให้หักค่าบริการผ่านสถาบันการเงิน ควรต้องติดต่อสถาบันการเงินโดยเร็ว หรืออาจจำเป็นต้องถึงขั้นยกเลิกบัตรเครดิตที่ใช้งาน หากไม่สามารถระงับการหักค่าบริการทั้งที่ไม่สามารถใช้บริการได้

5. ปัญหาการสวมรอยเปิดซิมและถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารออนไลน์ ซึ่งเกิดจากความหละหลวมของทั้งค่ายมือถือที่ออกซิมให้กับมิจฉาชีพ ทั้งที่ไม่ได้แสดงบัตรประชาชนตัวจริง และของธนาคารที่ยอมให้รหัสการเข้าถึงธนาคารออนไลน์แก่มิจฉาชีพที่มีซิมใหม่ ทั้งที่ไม่มีการพิสูจน์ตัวบุคคลอย่างรอบคอบ แม้ว่าสุดท้าย ธนาคารจะรับผิดชอบต่อเงินที่ถูกถอนออกไปทั้งหมด แต่ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของการทำธุรกรรมออนไลน์ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจึงต้องเร่งปรับปรุงมาตรฐานกระบวนการพิสูจน์ตัวบุคคลให้รัดกุมยิ่งขึ้น ส่วนองค์กรใดจะตัดสินใจใช้ระบบ Biometrics เพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลนั้น ควรต้องพิจารณาด้วยว่า หากมีการขโมยข้อมูล Biometrics ได้ จะมีผลเสียต่อเจ้าของข้อมูลเพียงใด และจะมีมาตรการแก้ไขป้องกันปัญหาอย่างไร เพราะข้อมูล Biometrics ไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ ไม่เหมือนกับการเปลี่ยนลายเซ็น

6. ปัญหาการแอบขายข้อมูลส่วนบุคคลที่ค่ายมือถือเป็นผู้เก็บรักษาไว้ ทำให้สามารถติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้ จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาแม้ผู้บริโภคหลายคนจะสงสัยว่ามีปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ไม่มีหลักฐานที่จะพิสูจน์ได้ จนกระทั่งเกิดกรณีที่ผู้เสียหายรายหนึ่งเผยแพร่หลักฐานข้อมูลการใช้งานมือถือที่ได้มาจากจากระบบของค่ายมือถือ จนค่ายมือถือไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ แม้จะมีการไล่พนักงานที่ขายข้อมูลและชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายแล้ว แต่ในเชิงระบบก็ต้องหามาตรการใหม่ในการป้องกันการแอบขายข้อมูลลักษณะนี้อีก และกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางอาญาควรเร่งติดตามว่า กลุ่มอาชญากรใดเป็นผู้ซื้อ และติดตามเส้นทางการเงินของผู้ซื้อและผู้ขายข้อมูล เพื่อทลายขบวนการผิดกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งในเบื้องต้นมีข่าวว่าอาจเกี่ยวพันกับธุรกิจพนันออนไลน์ และมีการซื้อข้อมูลว่า มีเบอร์มือถือใดโทรไปพนันกับบ่อนคู่แข่งหรือไม่ เพื่อที่จะได้แย่งชิงลูกค้ามาใช้บริการบ่อนของตน เบอร์มือถือที่ทำธุรกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ แม้ผู้เล่นพนันจะไม่ได้เปิดเผยให้ใครทราบ แต่ขอให้รู้ว่าอาจไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

7. ปัญหาการคิดค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบปัดเศษ ต่อกรณีปัญหานี้ ทั้ง สปช. และ สปท. ได้เห็นพ้องที่จะคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ต้องเสียค่าบริการในส่วนที่ตนเองไม่ได้ใช้บริการจริง แต่ผู้ให้บริการกลับยังปัดเศษหน่วยบริการ ไม่ว่าจะเป็นค่าโทรปัดเศษเป็นนาที หรือค่าเน็ตปัดเศษเป็นเมกะไบต์หรือมากกว่านั้น จนกระทั่ง กทค. มีมติให้ผู้ชนะการประมูลคลื่นในปีที่ผ่านมา คิดค่าบริการตามการใช้งานจริง แต่ในทางปฏิบัติ ยังไม่เห็นผล และมีความพยายามที่จะให้ทบทวนมติ กทค. เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า เรื่องการคิดเงินให้ตรงไปตรงมาแบบนี้จะเกิดขึ้นได้จริงในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่ผู้บริโภคบริการโทรคมนาคมจะต้องรับมืออีกมาก ยิ่งเกิดเทคโนโลยีใหม่ บริการใหม่ ก็จะมีปัญหาใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เราควรร่วมมือกันจัดการปัญหาเก่าๆ ซึ่งหลายเรื่องเป็นเรื่องที่จัดการได้ เพื่อไม่ให้ทั้งปัญหาใหม่และปัญหาเก่าท่วมทับผู้บริโภคจนต้องอยู่อย่างลำบาก

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/telecom-consumers-problem-2016/