คลังเก็บป้ายกำกับ: NBTC

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. Galaxy S9, Redmi 5, Moto Z2, Zenfone 4 Pro [31 ม.ค.]

ผ่านมาหลายเดือนหลังจากเราแวะเวียนไปเยี่ยม กสทช. เพื่อตรวจสอบรายชื่อมือถือใหม่ที่ผ่านการทดสอบและเตรียมจะวางจำหน่ายในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ จากเดิมที่เราเคยรายงานว่า Redmi 5 และ Redmi 5 Plus นั้นกำลังจะวางขาย ตอนนี้ก็มีรายชื่อผ่านการทดสอบจาก กสทช. แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือ Galaxy S9 / S9+ นั้นก็ผ่านการตรวจสอบแล้วด้วย นอกจากนั้นยังมี Asus, Moto และ Nokia

รายชื่อมือถือที่ผ่านการตรวจสอบในรอบนี้มีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ตรงที่ Samsung ได้ส่งเครื่อง S9 / S9+ เข้าไปตรวจสอบจนได้ใบอนุญาตมาแล้วเรียบร้อย คาดอาจจะได้วางขายหลังจากเปิดตัวเป็นประเทศแรกๆ ส่วนอีก 2 รุ่นที่น่าแปลกใจว่าทำไมมาช้าขนาดนี้คือ Zenfone 4 Pro และ Moto Z2 นอกจากนั้นยังมี OPPO A83 (ที่วางขายไปแล้ว) Gionee S11 ที่โปรโมทมาครึ่งปี และมี Nokia ที่ว่ากันว่าใช้ KaiOS ติดมาด้วย

 

Galaxy S9 (SM-G960F/DS)| Galaxy S9+ (SM-G965F/DS)

คาดว่าปีนี้ประเทศไทยอาจจะได้เป็น Tier-1 ในการขาย Galaxy S9 ก็เป็นได้ เพราะเหมือนจะมีการเตรียมการเอาไว้พร้อมมาก ส่งมือถือเข้าตรวจสอบก่อนวางขายเป็นเดือนแบบนี้น่าจะพร้อมสุดๆ คงต้องรอลุ้นว่ามือถือที่จะเปลี่ยนแปลงกล้อง Camera Reimagined นั้นจะออกมาเป็นยังไง

>> สเปคและข่าวลือ Galaxy S9 / S9+

 

Redmi 5 (MDG1) | Redmi 5 Plus (MEG7)

เพิ่งจะได้ไปอัพเดทกับ Xiaomi มาเมื่อต้นปี ว่าพร้อมจะลุยตลาดตั้งแต่ช่วงตรุษจีน โดยจะมีทั้ง Redmi 5 และ Redmi 5 Plus เข้ามาวางจำหน่าย ซึ่งเป็น 2 รุ่นแรกของ Redmi ที่มาใช้หน้าจอ 18:9 จากที่ไปลองจับมาก็ถือว่าตัวเครื่องทำออกมาได้ดี และราคาก็น่าจะซัดกับหลาบๆ ค่ายสนุกสนานแน่นอน

>> สเปค Redmi 5 / Redmi 5 Plus

 

Moto Z2 (XT1789-06)

รุ่นนี้หลายๆ คนอาจจะงงว่ามันคือ Moto Z2 หรือว่า Z2 Force กันแน่ อันนี้ขออธิบายสั้นๆ ว่าในปีนี้ Moto รวม 2 รุ่นเดิมเข้าด้วยกัน โดยที่ขายในสหรัฐจะใช้ชื่อ Z2 Force ส่วนที่ขายทั่วโลกจะใช้ชื่อว่า Moto Z2 ครับ มาพร้อม Snapdragon 835 หน้าจอ ShatterShield ตกไม่แตก และในเวอร์ชั่นขายทั่วโลกนั้นจะได้ RAM 6GB ดีกว่าที่ขายในสหรัฐอีก

>> สเปค Moto Z2

 

Asus Zenfone 4 Pro (ASUS_Z01GS)

อึ้งไปเลย จากตอนแรกที่ Zenfone 4 Pro เคยประกาศว่าจะวางขายช่วงไตรมาส 4 ปลายปีที่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงเพิ่งจะผ่านการตรวจสอบกับ กสทช. ไปเมื่อไปไม่นานมานี้ แอบสงสัยเหมือนกันว่าจะเอาเข้ามาขายราคาเท่าไหร่

>> สเปคและข้อมูล Zenfone 4 Pro

 

นอกจากรุ่นที่น่าสนใจด้านบนแล้ว ก็ยังมีรุ่นอื่นๆ อย่าง Galaxy J2 Pro, Nokia TA-1047 ที่ยังไม่มีชื่อรุ่น และ OPPO A71 (2018) ที่เหมือนใกล้จะวางขายเร็วๆ นี้ ส่วนรุ่นไหนจะมาเมื่อไหร่ วางขายตอนไหน คอยติดตามกันได้ครับ

 

source :  NBTC

from:https://droidsans.com/nbtc-phone-approval-01-2018/

Advertisements

Galaxy S9 ผ่านการรับรองจาก กสทช. แล้ว!

ยังไม่ทันจะเปิดตัวกันเลยด้วยซ้ำสำหรับ Galaxy S9 เรือธงรุ่นใหม่จากซัมซุง แต่ตอนนี้ Galaxy S9 ก็ได้ผ่านการรับรองโดยสำนักงาน กสทช. ให้สามารถใช้งานในประเทศไทยได้แล้ว เรียกว่างานเร็วดีจริงๆ

ทั้งนี้ ซัมซุงจะจัดงาน Samsung Galaxy Unpacked 2018 เปิดตัวสมาร์ทโฟน Galaxy S9 ณ กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้เวลาเที่ยงคืนของไทย

ที่มา: ระบบตรวจสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน

from:https://thaiappupdate.com/2018/01/11627/

*165 เบอร์เดียว เช็คโปรโมชั่นปัจจุบัน ยอดการใช้งาน เช็คเบอร์โทรตัวเอง ฯลฯ

กสทช. ออกประชาสัมพันธ์เบอร์โทรพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่ใช้บริการเครือข่ายมือถือในประเทศไทย เบอร์เดียวเช็คได้ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นปัจจุบันที่ใช้งาน เช็คยอดการใช้งานปัจจุบัน ฯลฯ ด้วยการกด *165 เบอร์เดียว แล้วตามด้วยรหัสต่างๆ ที่ต้องการ ดังนี้

  • กด *165 : เมนูรวมบริการทุกบริการ
  • กด *165*1# : ตรวจสอบโปรโมชั่นที่ใช้งาน
  • กด *165*2# : เช็คการใช้โปรโมชั่น
  • กด *165*3# : เช็ควงเงิน
  • กด *165*4# : เปลี่ยนโปรโมชั่นแบบโทรตามจริงเป็นวินาที
  • กด *165*9# : แสดงเลขหมาย USSD ของแต่ละค่าย

from:http://www.9tana.com/node/165-nbtc/

dtac ยิ้ม กสทช. ยอมให้แผนการเช่าคลื่น 2300 จาก TOT ผ่านแล้ว ด้าน AIS , Truremove H ได้ยืดเวลาผ่อนค่าคลื่น 900 MHz

ค้างคามาเป็นปี หลังจากที่ทาง TOT ได้พยายามหาผู้ร่วมลงทุนคลื่น 2300 ที่ตนเองถืออยู่ และได้ตัดสินใจเลือก dtac มาทำการจัดสรรบริหารคลื่น ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่กลับโดนทาง กสทช เตะถ่วงมาตลอด ทั้งห้ามเอาไปทำเครือข่ายมือถือ ห้ามใช้โทร ห้ามเอาไปเล่นเน็ต (แล้วจะให้เอาไปทำอะไร) ลากยาวมาจนถึงสิ้นปี แล้วก็เหมือนมีปาฎิหารย์ในวันคริสมาสต์ อยู่ดีๆ กสทช. ก็เปิดไฟเขียว ให้ทั้ง 2 ค่ายลงนามร่วมกันใช้คลื่น 2300 MHz ได้ซะยังงั้น



นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. มีมติให้ TOT สามารถลงนามร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในสัญญาคลื่น 2300 MHz กับ dtac ได้ หากสำนักงานอัยการสูงสุดยอมรับร่างสัญญาที่ TOT ส่งให้ เมื่อลงนามในสัญญาแล้วจึงค่อยส่งให้ กสทช. ดำเนินการตรวจสอบได้  เพราะที่ประชุมได้ลงมติแล้วว่า แล้ว กสทช. ไม่เคยมีอำนาจในการตรวจร่างสัญญาใดๆ มาก่อนไม่ว่าจะเป็นด้านกระจายเสียง หรือด้านโทรคมนาคม ก่อนที่จะมีการลงนาม

ดังนั้น TOT สามารถปรับปรุงคลื่น 2300 MHz เพื่อใช้บริการ voice / data / multimedia ได้ตามมติที่ประชุม กทค. เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2558 โดยต้องเปิดเป็นเทคโนโลยี LTE ให้สามารถใช้งานได้ทั่วประเทศ ตามประกาศ กทช. โดยทาง TOT นั้นถือครองคลื่นนี้ได้จนถึงนี้ 3 ส.ค. 2568 หรือราวๆ อีก 8 ปีเลยทีเดียว

และข่าวนี้ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีของ dtac หลังจากมีปัญหาเรื่องคลื่นในมือจะหมดอายุอยู่รอมร่อ แถมเจอการกดดันในการประมูลปีหน้าอีก ทำให้หุ้นของ dtac เด้งรับข่าวนี้ในแบบทันทีทันใด เพราะเท่ากับมั่นใจได้ว่าจะยังมีคลื่น 2300 MHz ในมืิอเปิดให้บริการได้ต่อไปอย่างน้อยอีก 8 ปี แม้ว่าจะประมูลคลื่นในปีหน้าได้หรือไม่ได้ก็ตาม

 

 

ส่วนกรณีที่ AIS และ Truemove H ได้ขอยืดระยะเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 MHz โดยยื่นเรื่องผ่านทาง คสช. ออกไปอีก 7 งวดโดยไม่ขอจ่ายเบี้ยประกันนั้น ทาง คสช. พิจารณาแล้วว่าสามารถยืดออกไปได้ 3-5 งวดเท่านั้น และต้องจ่ายดอกเบี้ยตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยยึดหลักการช่วยเหลือเหมือนกรณีช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลโดย กสทช.จะรีบส่งหนังสือความเห็นนี้กลับไปยัง คสช. ภายในวันที่ 29 ธ.ค. นี้

“การขยายระยะเวลาไม่ใช่อำนาจของ กสทช. หากหัวหน้า คสช. จะพิจารณาใช้มาตรา 44 ใช้อำนาจเรื่องมาตรการส่งเสริมเพื่อไม่ให้รัฐเสียหาย คือ กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตชำระตามเงื่อนไขเดิม หรือแบบใหม่ โดยให้มายื่นเรื่องกับสำนักงาน กสทช. 30 วัน การขอให้มีการแบ่งชำระเงินเป็นรายปี เป็น 7 งวดนั้น กสทช. ขอให้แบ่งชำระเป็น 3-5 งวด งวดละเท่า ๆ กัน เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนภายหลัง” นายฐากร กล่าว

 

source : manager

from:https://droidsans.com/tot-dtac-2300-tdd-nbtc-approve/

กสทช. ขยายเวลาแลกกล่องทีวีดิจิตอล 2561 ได้ถึง 31 มีนาคม

กสทช. ขยายเวลาแลกรับกล่องสัญญาณดิจิตอลทีวีอีกครั้ง จากเดิมจะครบกำหนดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพิ่มอีก 3 เดือน เป็นวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยเจ้าบ้านที่ได้รับสิทธิ์สามารถไปรับกล่องฯ ได้ที่เซเว่น ไปรษณีย์ไทย หรือร้านค้าที่ร่วมรายการ เพียงใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดเพียงใบเดียวในการยืนยันการรับสิทธิ์ (ไม่ต้องเตรียมเอกสารให้วุ่นวาย) ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ผมก็เพิ่งไปใช้สิทธิ์มาเหมือนกัน เลยถือโอกาสมาบอกกล่าวๆ เล็กๆ น้อยๆ ครับ

ก่อนจะไปรับกล่องฯ สามารถทำการตรวจสอบด้วยตนเองก่อนได้ครับว่าตัวเราหรือบ้านเรามีสิทธิ์รับกล่อง หรือรับไปแล้วหรือยัง โดยเข้าไปที่เว็บ https://dtv.nbtc.go.th/ จากนั้นกรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือหมายเลขบ้าน 11 หลักลงไป ระบบจะทำการแจ้งข้อมูลให้ทราบเลยทันที

สำหรับผมเลือกไปรับที่เซเว่นฯ ซึ่งผมสังเกตเห็นได้ว่าสาขาที่ผมเข้าประจำมีของอยู่พอดีเลยบอกกับพนักงานว่าขอแลกกล่องทีวีดิจอตอลของ กสทช. จากนั้นพนักงานก็ขอบัตรประชาชนของเราไปทำการรูดที่เครื่องเพื่อลงทะเบียน พร้อมทำการถ่ายภาพเราคู่กับกล่องทีวีดิจิตอลไว้เป็นหลักฐานว่ามารับจริงแล้ว (ผ่านแอปของ กสทช.)

ไม่กี่อึดใจก็ได้รับกล่องทีวีดิจตอล โดยของผมนั้นได้ยี่ห้อ Family มา (ยี่ห้อจะคละๆ กันไป) ซึ่งในใบเสร็จนั้นจะระบบเหมือนกับว่าเราซื้อกล่องใหม่ ในราคา 690 บาท แต่จะได้ส่วนลด 690 บาท ก็หมายความว่าไม่ต้องเสียเงินเลยนั่นเอง …แต่สำหรับเซเว่นบางสาขาที่พนักงานไม่มีแอปลงทะเบียนกล่องของ กสทช. ทางเซเว่นจะออกใบเสร็จสั่งจองไว้ให้ก่อน แล้วจะได้รับกล่องผ่านทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ทะเบียนบ้านภายใน 1 สัปดาห์

กล่องทีวีดิจตอล Family ที่ผมได้มา

from:http://www.9tana.com/node/tv-digital-2018/

ประเด็นสำคัญที่ กสทช. ต้องทบทวน ก่อนจัดประมูลคลื่นความถี่ 900 / 1800 ในปีหน้า

ทำไมช่วงนี้เรื่องการประมูลคลื่นความถี่ 900 / 1800MHz ถึงถูกพูดถึงมากขึ้น มีประเด็นอะไรที่จำเป็นต้องรู้ มีผลกระทบอะไรที่อาจจะเกิดขึ้น ยิ่งอยู่ในช่วงที่กำลังจะมีการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ชุดใหม่ด้วย จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 ได้เปิดเวทีเสวนาโต๊ะกลม เพื่อหารือในเรื่องนี้ ได้ข้อสรุปดังนี้

ราคาเริ่มต้นประมูลสูงเกินไปหรือไม่

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. บอกว่า ควรมีการศึกษาราคาเริ่มต้นการประมูลใหม่เพื่อหาราคาที่เหมาะสม ดูง่ายๆ ว่าจากราคาสูงระดับ 4 หมื่นล้านบาทในการประมูลครั้งที่แล้วมีคนทิ้งใบอนุญาต วันนี้ผู้ชนะประมูลมาขอผ่อนชำระค่างวด และนี่คือราคาเริ่มประมูลที่สูงที่สุดในโลก แสดงถึงความไม่ปกติ

ในการประมูลคลื่นความถี่ทุกครั้งก่อนหน้านี้ ทั้ง 2100, 900 และ 1800 ใช้ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 100% ของราคาที่ศึกษามา เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน แต่ครั้งนี้ใช้ราคา 100% จากราคาสุดท้ายครั้งที่แล้วโดยไม่มีการศึกษา เท่ากับไม่ส่งเสริมการแข่งขันในการประมูล

สืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า หลักเกณฑ์การประมูลครั้งนี้ จุดประสงค์หลักคือการหาเงินเข้ารัฐ แต่ต้องไม่ลืมว่าประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ ไม่ได้มีแค่เรื่องเงินอย่างเดียว การลดจำนวนเงินลงน่าจะเพิ่มประโยชน์มิติอื่นๆ ได้มากกว่า และต้องไม่ลืมว่า การใช้ราคาสุดท้ายครั้งที่แล้วมาเป็นราคาตั้ง จะส่งผลให้คลื่นความถี่ราคาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

นิตยา สุนทรสิริพงศ์ นักวิชาการด้านโทรคมนาคม บอกว่า การประมูลไม่ควรสะดุด และไม่จำเป็นต้องรอ กสทช. ชุดใหม่ ชุดปัจจุบันสามารถศึกษาทบทวนหลักเกณฑ์ได้เลย เพื่อประโยชน์สำหรับประเทศ บทบาทของ กสทช. คือคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมการแข่งขัน การตั้งราคาเริ่มต้นสูง เป็นการลดทอนการแข่งขัน และจะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การผูกขาด จำกัดผู้เข้าร่วมประมูล

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.

N-1 ดึงคลื่นเก่าออกจากตลาด กระทบการให้บริการ

นพ.ประวิทย์ บอกว่า สูตร N-1 คือ นำคลื่นความถี่มาประมูลน้อยกว่าจำนวนผู้เข้าร่วม จะทำให้คลื่นที่ใช้งานในตลาดหายไป ในอดีตประมูล 2100 แบ่งคลื่นเป็น 3x15MHz เท่ากับจำนวนผู้เข้าประมูลแปลว่าไม่ใช่สูตร N-1 แม้จะไม่มีการแข่งขันประมูล แต่เป็นการเพิ่มคลื่นใหม่เข้าไปในตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องการมาก

แต่คลื่น 1800 จำนวน 45MHz แบ่งเป็น 3x15MHz แต่ใช้สูตร N-1 และกำหนดราคาเริ่มไว้สูงจึงเป็นการจำกัดผู้เข้าประมูล และถ้า เอไอเอส, ดีแทค, ทรูมูฟ เข้าร่วมครบ 3 ราย ก็จะมีคลื่น 15MHz ถูกดึงออกจากตลาดอยู่ดี และหาก เอไอเอส,ทรูมูฟ ซึ่งมีคลื่นมากพอแล้วไม่เข้าประมูล แปลว่าจะมีดีแทครายเดียวที่ได้คลื่นไปเพียง 1x15MHz ทำให้คลื่น 1800 จะหายออกจากตลาด 2x15MHz ซึ่งความจริงเวลานี้ไทยเป็นกลุ่มประเทศที่นำคลื่นมาใช้ประโยชน์น้อยที่สุดในโลกอยู่แล้ว

สืบศักดิ์ บอกว่า ขณะที่การใช้สูตร N-1 อาจหาทางแก้โดยการให้มีบริษัทนอร์มินีมาร่วมประมูล แต่สุดท้ายด้วยมูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านบาทจะมีใครที่ต้องการคลื่นพร้อมภาระหนัก ดังนั้น กสทช. ไม่ควรใช้สูตรนี้ ยิ่งตามการศึกษาของ ITU เมื่อปี 2014 แนะว่า ไทยควรนำคลื่นออกมาใช้เพิ่ม ควรมีจัดสรรคลื่น 2300 และ 2600 ในปี 2016 แต่นี่จะปี 2018 แล้วยังไม่มีการจัดสรร และอาจจะดึงคลื่นออกจากตลาดด้วย

สืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

นิตยา บอกว่า การจะพัฒนาต่อไป 5G จำเป็นต้องมีคลื่นปริมาณมากพอ แต่ กสทช. กำลังจะดึงคลื่นออกจากตลาด ยิ่งพิจารณาแล้วว่า เอไอเอส, ทรูมูฟ มาขอผ่อนชำระเงินงวดประมูลครั้งที่แล้ว และยิ่งมีคลื่นเพียงพอ จึงเป็นไปได้ว่าอาจไม่เข้าประมูล เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระอีก 4 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลใช้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ใช้เทคโนโลยีพัฒนาประเทศ ซึ่งคลื่นความถี่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แต่สูตร N-1 กำลังจะดึงคลื่นออกจากตลาด เท่ากับว่าเทคโนโลยีของไทยจะช้ามากและขัดกับนโยบายพัฒนาประเทศ

พิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ไทยมองแต่การแข่งขันในการประมูล แต่ไม่มองการแข่งขันหลังการประมูล การเน้นที่เงินที่รัฐจะได้รับ ใช้สูตร N-1 เพื่อลดปริมาณคลื่น สุดท้ายจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในตลาด และการแข่งขันเพื่อให้บริการในตลาดจะน้อยลง เสี่ยงเกิดการผูกขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ต้องการให้เกิด

นิตยา สุนทรสิริพงศ์ นักวิชาการด้านโทรคมนาคม

แผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) สิ่งสำคัญที่ไทยไม่มี

นพ.ประวิทย์ บอกว่า กสทช. จัดทำแผนแม่บทคลื่นความถี่แต่ไม่มีแผนจัดสรรคลื่นความถี่ ส่วนหนึ่งเพราะคลื่นจำนวนมากติดอยู่กับหน่วยงานรัฐ หน่วยงานทหาร และ รัฐวิสาหกิจ

สืบศักดิ์ บอกว่า ถือเป็นจุดอ่อนอีกประการของไทย คือ ไม่มีแผนจัดสรรคลื่นความถี่ ที่ระบุว่า 1 ปี 3 ปี 5 ปีข้างหน้าจะมีคลื่นอะไรจัดสรรออกมาบ้าง เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ ที่จะไป 5G มีแผนล่วงหน้า เอกชนรู้หมดว่าจะมีคลื่นอะไรออกมาบ้าง ขณะที่ประเทศไทย แม้รู้ว่าสัญญาสัมปทาน หรือ ใบอนุญาตจะหมดอายุ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการประมูลหรือไม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ กสทช.

พิสุทธิ์ บอกว่า การไม่มีแผนจัดสรรคลื่นความถี่ที่ชัดเจน เท่ากับความไม่โปร่งใส เพราะไม่รู้ว่าคลื่นใดจะถูกจัดสรรออกมา ทุกอย่างขึ้นกับหน่วยงานกำกับดูแลตัดสินใจ ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายจะมีการจัดสรรคลื่นหรือไม่ เมื่อไร อย่างไร

 

ถามว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยน่าลงทุนหรือไม่ จากรายงานผู้ถือหุ้นในปี 2015 ที่มีการประมูล 900 / 1800 พบว่า สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยจากต่างประเทศของ เอไอเอส ลดลงจาก 30% เหลือ 17% ส่วนดีแทคลดลงจาก 20% เหลือ 7% แปลว่าความไม่แน่นอนจากการประมูลมีผลต่อการลงทุน

ทั้งที่สภาพตลาดไทยดี มีคนใช้งานมือถือจำนวนมาก โดย 9 เดือนที่ผ่านมาในปีนี้ รายได้จากบริการทั้งอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เติบโตขึ้น 6.2%

พิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด

กสทช. ชุดใหม่ กับความเป็นอิสระและตรวจสอบได้

สุดท้าย กสทช. ชุดใหม่ จากเดิมเป็นองค์กรอิสระ จะเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้คณะกรรมการ DE ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ผู้ร่วมอภิปรายมีความเห็นว่า จริงๆ แล้ว กสทช. ควรเป็นองค์กรอิสระ ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง แต่มีหน่วยงานตรวจสอบที่รัดกุมชัดเจน ไม่ควรถูกควบคุมแต่ควรมีการถ่วงดุล

ถ้ามองย้อนกลับไปในอดีตที่มีการจัดประมูลมา 5 ครั้ง จะเห็นว่า การประมูล 2100 ครั้งแรกถูกล้ม, ครั้งที่ 2 แบ่งเค้กได้ครบทุกคน 3x15MHz, การประมูล 900 ล่วงหน้าถูกล้มโดย คสช., การประมูล 900 และ 1800 มีการปั่นราคา ทิ้งใบอนุญาต

สำหรับการประมูลครั้งต่อไป ถ้ามีเสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายขนาดนี้ กสทช. ทั้งชุดปัจจุบันและชุดใหม่ คงต้องทบทวนหลักเกณฑ์ต่างๆ ใหม่อีกครั้ง เพราะหากเกิดผลเสียต่อประเทศจริง กสทช. ก็อาจต้องเป็นคนรับผิดชอบ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/nbtc-have-to-revise-before-auction-frequency-next-year/

บทวิเคราะห์การประมูลคลื่นความถี่ ข้อเสนอแนะ กับคำถามกสทช. กำหนดราคาประมูลสูงเกินไปหรือไม่?

ตอนนี้กระแสเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ 900 และ 1800MHz กำลังเป็นที่พูดถึงกันพอสมควร มีหลายคนที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และหลายคนที่อาจจะยังไม่เข้าใจ

อธิบายแบบสั้นที่สุดคือ สัมปทานของ dtac กำลังจะหมดอายุ 15 ก.ย. 2561 (ปีหน้า) ดังนั้น กสทช. หน่วยงานกำกับดูแลด้านนี้ ต้องทำหลักเกณฑ์เพื่อเตรียมการประมูลให้เสร็จก่อนสัมปทานจะหมดอายุ และส่งมอบคลื่นความถี่ 900 และ 1800 ให้กับผู้ชนะการประมูลคนใหม่

หลักเกณฑ์เบื้องต้น สำหรับคลื่น 900 มีประมูล 1 ชุดขนาด 5MHz ราคาเริ่มต้น 37,988 ล้านบาท อายุใบอนุญาต 15 ปี ขณะที่คลื่น 1800 มีประมูล 3 ชุด ขนาด 15MHz รวมเป็น 3×15 ราคาเริ่มต้น 37,457 ล้านบาท อายุใบอนุญาต 15 ปี โดยคาดว่าจะจัดการประมูลได้ช่วงกลางปี 61 เพื่อให้ทันสัมปทานเดิมหมดอายุ โดยใช้สูตร N-1

คำถามคือ จากรายละเอียดเบื้องต้นดังกล่าว ใครได้ประโยชน์ใครเสียประโยชน์บ้าง

dtac ยอมรับมีผลกระทบโดยตรง แต่ศึกษารอบด้าน

นฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ ของ dtac บอกว่า การประมูลครั้งนี้ dtac เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างชัดเจนที่สุด เพราะสัมปทานที่จะหมดลง ทำให้ dtac สูญเสียคลื่นความถี่ในมือ (900 และ 1800 เหลือเพียง 2100 ขนาด 15MHz) แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ และมีความเป็นกลางมากที่สุด dtac ได้ว่าจ้าง NERA บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกที่เชี่ยวชาญและวิเคราะห์ พร้อมทั้งออกแบบการประมูลคลื่นความถี่ทั่วโลกทั้ง เอเชียแปซิฟิก ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา

เป้าหมายของ dtac ต้องการให้มีการศึกษาในเชิงเศรษฐศาสตร์ที่เป็นอิสระ โดย dtac ไม่มีส่วนร่วมใดๆ กับผลการศึกษาในครั้งนี้ ซึ่งจากการศึกษาได้ข้อสรุปเป็น White Paper ในหัวข้อว่า “ความเสี่ยงจากการประมูลคลื่นความถี่ทำให้ประเทศไทยประสบกับการใช้งานดาต้าที่ช้า” และจะนำเสนอต่อ กสทช. เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดการประมูล

ฮานส์ อีลเล ที่ปรึกษาอาวุโสประจำสำนักงาน NERA

NERA เสนอแนะ 4 ประเด็นกับการประมูลคลื่นของไทย

ฮานส์ อีลเล (Hans-Martin Ihle) ที่ปรึกษาอาวุโสประจำสำนักงาน NERA ได้สรุปผลการวิจัยเป็น 4 ข้อเสนอแนะต่อ กสทช. ดังนี้

1. ยกเลิกสูตร N-1 จุดประสงค์ของสูตร N-1 คือเพื่อให้เกิดการแข่งขันในการประมูล (มีคลื่นน้อยกว่าผู้ประมูล) แต่กรณีนี้เท่ากับว่า คลื่น 1800 ที่มี 3 ชุด แต่ถ้ามีผู้เข้าร่วม 3 ราย (AIS, dtac, True) กสทช. จะนำคลื่นมาประมูลเพียง 2 ชุด เก็บอีกชุดนึงไว้

ขณะที่ปัจจุบัน ไทยมีการนำคลื่นออกมาใช้งานในโทรคมนาคม 320MHz น้อยกว่ามาเลเซีย, เมียนมาร์ และกลุ่มประเทศยุโรป โดยที่ปริมาณคลื่นที่ใช้มีความจำเป็นในการพัฒนาประเทศยุคดิจิทัล การใช้ 4G และ 5G แบบเต็มรูปแบบ ถ้ามีคลื่นถูกเก็บไว้ ไม่นำออกมาใช้ เท่ากับว่า ไทยจะลดปริมาณคลื่นที่ใช้งานลงอีก ดังนั้นจึงควรยกเลิกสูตรนี้

2. ราคาเริ่มต้นประมูลสูงเกินไป ปัจจุบันราคาเริ่มต้นที่ กสทช. กำหนด อยู่ที่ประมาณ 37,000 ล้านบาท ทั้งคลื่น 900 และ 1800 ในแต่ละสล็อต ส่งผลให้ คลื่น 900 ที่ขนาด 5MHz ไทยคือประเทศที่กำหนดราคาเริ่มต้นไว้สูงที่สุดในโลก ส่วนคลื่น 1800 ที่ขนาด 15MHz ไทยคือประเทศที่กำหนดราคาเริ่มต้นสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

ผลที่ตามมาของราคาที่สูงเกินไป อาจทำให้ไม่ได้รับความสนใจ ไม่มีคนเข้าร่วมประมูล คลื่นก็ไม่ถูกนำไปใช้ ดังนั้นทางออกคือ ศึกษาราคาเริ่มต้นที่เหมาะสม และให้ตลาดกับการแข่งขันเป็นตัวตัดสินว่าราคาจะเป็นเท่าไร

คลื่นความถี่ ที่นำมาใช้งาน ถือว่าน้อยเกินไป

3. ลดขนาดคลื่นความถี่ในการประมูล การส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในการประมูลคลื่นความถี่ NERA เสนอว่าควรกำหนดขนาดคลื่นความถี่ในการประมูลให้เล็กลง เช่น คลื่น 1800 กำหนดไว้ 3×15 ชุด ให้ลดลงเหลือ 9×5 ชุด (5MHz 9 ชุด) กระตุ้นให้เกิดการแข่งขันได้มากกว่า

ราคาเริ่มต้นประมูลคลื่น 900 ของไทย สูงที่สุดในโลก

4. ไทยควรมีแผนจัดสรรคลื่นความถี่ ถึงปัจจุบันไทยยังไม่มีแผนจัดสรรคลื่นความถี่ ไม่เคยมีการกำหนดแผนล่วงหน้าว่าคลื่นความถี่ใดจะถูกนำออกมาจัดสรรบ้าง ทำให้เอกชนไม่สามารถวางแผนการลงทุน ประเทศชาติก็ไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ อย่างน้อยในระยะเวลา 5 ปี ต้องสามารถบอกได้ว่าจะมีคลื่นอะไรออกมาบ้าง เช่น 700, 2300 และ 2600 และควรจัดประมูลล่วงหน้าด้วยก่อนอายุใบอนุญาตหรือสัมปทานเดิมจะหมด

ราคาเริ่มต้นประมูลคลื่น 1800 ของไทย สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

ราคาประมูลคลื่นแพง ผลเสียที่คาดไม่ถึง

นอกจากข้อเสนอแนะทั้ง 4 แล้ว NERA ยังระบุด้วยว่า การประมูลคลื่นความถี่ที่มีราคาสูงเกินไป อาจมีผลดีในระยะสั้น คือประเทศมีเงินรายได้เข้าคลัง แต่ในระยะกลางและระยะยาวอาจเกิดผลเสีย

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ มีการขยายเสาสัญญาณให้บริการโทรคมนาคมครอบคลุมมาก แต่ความเร็วไม่ได้ แปลว่ามี Quantity แต่ไม่มี Quality เพราะคลื่นมีไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงควรสนับสนุนให้มีการใช้คลื่นเพิ่มมากขึ้น

การตั้งราคาสูง จะเกิดผลกระทบกับการแข่งขันประมูล กระทบการลงทุน เมื่อใช้เงินประมูลมาก เงินลงทุนก็จะลดลง และกระทบกับผู้บริโภค คือ คุณภาพบริการก็ไม่ดี และค่าบริการที่ควรถูกลงก็ไม่ถูก หรือลดปริมาณอินเทอร์เน็ตลง

สรุป

ข้อเสนอจาก NERA เป็นการศึกษาเชิงเศรษฐศาสตร์ที่ กสทช. ควรรับฟัง และศึกษาทบทวน คลื่น 900 ขนาด 5MHz แต่ราคาสูงที่สุดในโลก ใช่คำตอบสำหรับไทยหรือไม่ คลื่น 1800 ที่หาก AIS หรือ True ไม่เข้าร่วม อาจทำให้คลื่นไม่ถูกนำออกมาใช้งาน และด้วยราคาเริ่มต้นที่สูงเกินไป ควรศึกษาเพื่อกำหนดใหม่ให้เหมาะสม และปล่อยให้เกิดการแข่งขันในการประมูลแทน ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของ กสทช.

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/auction-frequency-in-thailand-900-1800mhz/