คลังเก็บป้ายกำกับ: NBTC

เอสโตเนีย ต้นแบบประเทศที่บริหารบ้านเมืองและบริการภาครัฐด้วย Blockchain

เอสโตเนียเป็นประเทศแรกๆ ที่นำ Blockchain กับบริการดิจิทัลมาบริหารประเทศเต็มตัว บริการภาครัฐทุกอย่างอยู่ในออนไลน์ 99% ธุรกรรมธนาคารอยู่ในระบบบล็อกเชน 99.8% การเลือกตั้ง สั่งจ่ายยาให้คนไข้ก็ทำผ่านออนไลน์แล้วด้วย นอกจากนำระบบมาใช้จนประสบความสำเร็จ เอสโตเนียยังพิสูจน์ให้เห็นว่า Blockchain ยังนำมาใช้บริหารประเทศได้ ไม่ใช่แค่ทำให้ธุรกรรมการเงินง่ายและรวดเร็วขึ้นเท่านั้น

ประเทศไทยมีเป้าหมายอยากจะเป็นรัฐบาลดิจิทัลให้ได้ในอนาคต วันนี้ (21 มีนาคม 2017) กสทช.จึงจัดงานสัมมนา Blockchain ศึกษากรณีตัวอย่างจากประเทศเอสโตเนีย โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้าน Blockchain จากเอสโตเนียมาเป็นวิทยากร ประกอบด้วย Anna Piperal ผู้อำนวยการโชว์รูม E-Estonia ที่ Enterprise Estonia, Jaan Priisalu อดีตอธิบดีหน่วยงานด้านข้อมูลในเอสโตเนีย และ Martin Ruubel รองประธาน European Cyber Security Organization หรือ ECSO

No Description

ภาพจาก Facebook e-Estonia

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความเชื่อใจในภาครัฐ

Anna Piperal ผู้อำนวยการโชว์รูม E-Estonia ที่ Enterprise Estonia อธิบายพื้นฐานประเทศเอสโตเนียว่าเป็นประเทศเล็กๆ แต่เริ่มลงทุนด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่ปี 2000 โดยเริ่มจาก E-Tax Board ภาษีออนไลน์ และ E-Parking บริการจอดรถผ่านออนไลน์ จนกระทั่งปี 2001 เริ่มทำ X-Road หรือทางเชื่อมข้อมูลภาครัฐ เชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในเอสโตเนียเข้าด้วยกัน พัฒนาระบบมาเรื่อยๆ จน X-Road เป็นกระดูกสันหลังสำคัญของบริการภาครัฐในเอสโตเนียมาจนถึงทุกวันนี้

No DescriptionAnna Piperal ภาพจาก กสทช.

นอกจากนี้ยังมี e-Identity หรือบัตรประชาชนฝังชิพเก็บข้อมูลประจำตัวผู้ถือ ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้ทุกอย่าง ส่วน Blockchain มีหน้าที่มาเสริมความปลอดภัยเพราะจารกรรมข้อมูลได้ยากเพราะเก็บตัวก็อปปี้ข้อมูลไว้หลายชุด Blockchain ช่วยยืนยันว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นผ่านระบบนี้ เป็นข้อมูลจริง เชื่อถือได้ เพราะมีพยานรู้เห็นเยอะ

ความสำเร็จของเอสโตเนียจึงเกิดจากการทำงานร่วมกัน 3 อย่างคือ X-Road, e-Identity และ Blockchain แต่ลำพังสามระบบไม่เพียงพอ ความสำเร็จต้องมาพร้อมความสามารถของรัฐในการเก็บรักษาความลับของข้อมูล และความโปร่งใสคือประชาชนรู้ว่ารัฐเข้าถึงข้อมูลอะไรบ้าง

No Description

รัฐบาลต้องทำ Blockchain และการบริการดิจิทัลให้เป็นวิถีชีวิตของประชาชนให้ได้

Jaan Priisalu อดีตอธิบดีหน่วยงานด้านข้อมูลในเอสโตเนีย พูดถึงเส้นทางประเทศเอสโตเนียในการนำ Blockchain มาใช้ให้เกิดผล ในอดีตเทคโนโลยีทำนองนี้เป็นของใหม่มาก และความท้าทายที่สำคัญคือ “คน” ต้องเปิดรับเทคโนโลยีใหม่และพร้อมจะทำงานร่วมกัน

ในปี 1998 หน่วยงานข้อมูลต้องโน้มน้าวธนาคารให้ร่วมมือแชร์ข้อมูล ปี 2000 ร่างเป็นกฎหมาย Digital Signature Law อันเป็นจุดเริ่มต้นของสมาร์ทการ์ดที่ประชาชนเอสโตเนียใช้ทุกวันนี้ ภาระอย่างหนึ่งที่รัฐต้องรับคือ ปริมาณข้อมูลมหาศาลจากระบบสมาร์ทการ์ด หรือ e-Identity รัฐบาลต้องลงนามรับรองในส่วนนี้ด้วย

No DescriptionJaan Priisalu ภาพจาก กสทช.

ต่อมาในปี 2005 เริ่มทำระบบ E-Voting หรือเลือกตั้งออนไลน์ ปี 2007 เกิดสงครามไซเบอร์ครั้งแรก คือ Bronze Riot นำมาสู่การก่อตั้ง Nato CCDCOE กำหนดนิยามอำนาจหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และแนวทางจัดการหากเกิดสงครามไซเบอร์ขึ้น และให้ความรู้แก่ประชาชน เมื่อประชาชนรู้ว่าระบบจะช่วยให้พวกเขาสะดวกสบาย และปลอดภัย บริการดิจิทัลก็จะกลายเป็นวิถีชีวิตของประชาชนไปเอง

Priisalu ลงรายละเอียดเกี่ยวกับ X-Road เพิ่มเติมจากที่ Anna Piperal พูดไว้ในช่วงแรก ว่า X-Road เป็นตัวกลางเชื่อมข้อมูลข้ามหน่วยงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากสถาบันหนึ่งไปยังสถาบันหนึ่ง แน่นอนว่าระบบทำนองนี้อาจสร้างความหวาดกลัวว่ารัฐจะทำอะไรกับข้อมูลประชาชนหรือไม่ รัฐจึงบริหารความกลัวด้วยการเปิดข้อมูลให้เห็นว่า ข้อมูลที่รัฐเข้าถึงได้มีอะไรบ้าง นอกจากนี้ X-Road ไม่มีศูนย์กลางเก็บข้อมูล จึงปลอดภัยกว่าระบบดั้งเดิมที่เน้นเก็บข้อมูลไว้ที่ศูนย์กลาง

No Description

ความท้าทายต่อ Blockchain คือยังเป็นเรื่องใหม่ ต้องพัฒนาต่อยอดอีกมาก

Martin Ruubel รองประธาน European Cyber Security Organization หรือ ECSO พูดถึงความท้าทายหากจะนำ Blockchain มาใช้คือ กฎหมาย เพราะ Blockchain ยังอายุน้อย เฉลี่ยอายุยังไม่เกินสามปี กฎหมายเทคโนโลยีที่มีก็ยังไม่มีส่วนไหนที่เข้ากับ Blockchain

No DescriptionMartin Ruubel ภาพจาก กสทช.

เรื่องสำคัญอยู่ที่ระบบ Blockchain ต้องปรับให้เข้ากับสเกลข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นให้ได้ Blockchain เดิมมีสามส่วน คือพยานรู้เห็นข้อมูล (Widely Witnessed Integrity) ที่เก็บข้อมูล (Storage) และกระบวนการ (Process) มีการวิจัยว่าระบบลักษณะนี้สามารถทำธุรกรรมได้ 7 ครั้งต่อนาที ซึ่งไม่พอถ้าต้องทำธุรกรรมสเกลใหญ่ ดังนั้น Blockchain ต้องสามารถปรับใช้กับขนาดธุรกรรมที่ใหญ่ขึ้นได้

No DescriptionBlockchain แบบดั้งเดิม

Ruubel บอกว่าโมเดลระบบ Blockchain ที่จะรองรับธุรกรรมสเกลใหญ่ได้ ควรประกอบด้วยก้อนพยานรู้เห็น ก้อนเก็บข้อมูลหลายๆ ก้อน และกระบวนการธุรกรรมที่แยกการทำงาน วิธีนี้จะสามารถทำธุรกรรมได้ 12 ครั้งต่อนาที

No DescriptionBlockchain ที่เหมาะกับธุรกรรมขนาดใหญ่

Ruubel ระบุคุณสมบัติ Blockchain นอกจากรองรับสเกลใหญ่ได้แล้ว ยังต้องมีความยืดหยุ่นใช้งานได้หลากหลาย ผู้ใช้ควรมีอิสระในการเลือกใช้ระบบ Blockchain เดิม หรือจะสร้างบริการใหม่ขึ้นมาตามเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภท เช่น Hyperledger, KSI Ledger, Ethereum เป็นต้น

Blockchain ควรมีเวลาการลงทะเบียนคงที่ และมีการตรวจสอบข้อมูลน้อยกว่า 100 มิลลิวินาที ด้านความปลอดภัยต้องยืนยันข้อมูลได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามระบบบัญชีแยกประเภทได้โดยข้อมูลไม่เปลี่ยนแปลง ที่สำคัญต้องวางแผนให้ใช้งานในอนาคตได้ ไม่ล้าสมัย

No Description

from:https://www.blognone.com/node/91122

Advertisements

สำนักงาน กสทช. คาดประมูลเบอร์สวยวันที่ 18-19 มี.ค. 60 นี้คึกคัก

สำนักงาน กสทช. คาดประมูลเบอร์สวยวันที่ 18-19 มี.ค. 60 นี้คึกคัก จนถึงวันนี้ (17 ม.ค. 60 เวลา 12.40 น.) มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลแล้ว 53 ราย วางเงินหลักประกันแล้ว 9.9 ล้านบาท และประสงค์จะประมูลเบอร์สวยกว่า 160 เลขหมาย จาก 200 เลขหมายที่นำมาประมูล

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า การประมูลเบอร์สวย 200 เลขหมายที่สำนักงาน กสทช. จะจัดขึ้นในวันที่ 18-19 มี.ค. 2560 นี้ จนถึงขณะนี้ (17 ม.ค. 2560 เวลา 12.40 น.) มีผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมประมูลเบอร์สวยกับสำนักงาน กสทช. แล้ว 53 ราย มีการวางหลักประกันแล้ว 9.9 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนเลขหมายที่มีผู้สนใจประมูลแล้วกว่า 160 เลขหมาย จากจำนวนเลขหมายที่นำออกประมูลทั้งหมด 200 เลขหมาย ขณะนี้ยังมีเวลา สำนักงาน กสทช. จึงขอเชิญชวนผู้สนใจที่จะเข้าร่วมประมูลมาลงทะเบียนล่วงหน้า หรือจะเดินทางมาลงทะเบียนในวันประมูลเลยก็ได้

สำหรับการจัดประมูลเบอร์สวยในวันที่ 18-19 มี.ค. 2560 นี้ จัดขึ้นที่สำนักงาน กสทช. ซ.พหลโยธิน 8 (ซ.สายลม) กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 9.09 น. โดยจะเป็นการประมูลเบอร์สวย 7 ตัวเหมือน และ 6 ตัวเหมือน จำนวน 200 เลขหมาย แบ่งเป็นเบอร์ 7 ตัวเหมือน 50 เลขหมาย และ 6 ตัวเหมือน 150 เลขหมาย โดยราคาเริ่มต้นการประมูลสำหรับ 7 ตัวเหมือน เริ่มต้นที่ 3 ล้านบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 1 หมื่นบาท หลักประกันต่อเลขหมาย 3 แสนบาท และ 6 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้น 5 แสนบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 5,000 บาท หลักประกันต่อเลขหมาย 5 หมื่นบาท

เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า การประมูลครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสได้เป็นเจ้าของเบอร์มือถือสวย โดยไม่จำเป็นต้องไปซื้อผ่านเว็บไซต์ขายเบอร์สวยในราคาแพง เป็นการประมูลจากหน่วยงานเจ้าของเบอร์โดยตรง รายได้จากการประมูลจะนำส่งรัฐ เพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดิน สำหรับการประมูลครั้งนี้จะเป็นครั้งที่มีการประมูลในห้องประมูลผ่านแอปพลิเคชัน (application) ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวก และเป็นระบบที่รักษาความเป็นส่วนตัวให้แก่ ผู้ประมูลที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนหากเป็นผู้ชนะการประมูล นอกจากนี้ยังป้องกันการสมยอมราคา โดยผู้ประมูลแต่ละรายจะไม่สามารถทราบราคาของผู้ประมูลรายอื่น

from:http://mobileocta.com/the-nbtc-is-expected-to-auction-the-beautiful-numbers-on-18-19-march-60-bustling/

กสทช. เตรียมออกกฏหมายควบคุมวิดีโอออนไลน์

ในที่สุดก็มาถึงวันที่วิดีโอบนอินเตอร์เน็ตกำลังจะมีกฏหมายเข้ามาควบคุมแล้ว เมื่อ กสทช. มีท่าทีชัดเจนในการเข้ามาควบคุมช่องทางวิดีโอออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต

จากเดิมที่วิดีโอออนไลน์ไม่มีการควบคุมเรื่องเนื้อหาใด ๆ เรียกว่าพื้นที่เสรีของคนทำวิดีโอก็ว่าได้ทั้งบน YouTube และช่วงหลังที่ Facebook เริ่มจริงจังการแพลตฟอร์มวิดีโอมากขึ้นทำให้มีคนทำรายการทีวีเริ่มหันมาอยู่ในพื้นที่ออนไลน์มากขึ้น อาทิ รายการของวู้ดดี้ที่เลิกทำรายการสัมภาษณ์ในช่วงกลางคืนที่ทำกับช่อง 9 มานาน หันมาทำรายการผ่านออนไลน์ Facebook เต็มสูบ และรายการทีวีอื่น ๆ ก็ใช้ช่องทางออนไลน์ในเผยแพร่วิดีโอ ทำให้ทาง กสทช. เร่งออกกฏหมายเพื่อควบคุมวิดีโอออนไลน์เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันทาง กสทช. ยังไม่มีอำนาจดูแลในส่วนนี้ ก็เลยเร่งออกกฏหมายขึ้นมาควบคุม คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 ปีในการออกกฏหมายควบคุมวิดีโอออนไลน์

ต้องยอมรับว่าการทำวิดีโอบนอินเตอร์เน็ตต้นทุนต่ำกว่าการทำผ่านสถานีทีวีปกติหลายเท่า เพราะไม่ต้องเช่าเวลาจากสถานีทีวี ทำให้ประหยัดเงินส่วนนี้ไปได้เยอะมาก ๆ เข้าใจว่า กสทช. กลัวว่าจะเกิดความไม่เท่าเทียม สมมุติว่าช่องทีวีดิจิตอลที่ประมูลกันไปหลายพันล้านบาท รายการทีวีไม่เช่าพื้นที่อีกต่อไป แต่หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการเผยแพร่ ซึ่งฟรีไม่เสียเงิน แม้กระทั่งการรายการสด ๆ ถ้าเป็นรูปแบบสถานทีวีก็มีค่าใช้จ่ายสูง แต่เมื่อเป็นอินเตอร์เน็ตต้นทุนเวลาตรงนี้คือฟรี อยากทำรายการสดเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องพะวงว่าจะต้องจ่ายเงินค่าเช่าสัญญาณให้สถานีทีวี ไม่ต้องมาปรับผังรายการ แถมจะทำรายการถ่ายทอดสดนานเท่าไหร่ก็ได้

ต้องรอดูกฏหมายฉบับนี้ว่าจะออกมาครอบจักรวาลมากน้อยแค่ไหน เพราะคนทำวิดีโอออนไลน์ปัจจุบันไม่ได้มีแค่คนทำทีวีมาอยู่ในออนไลน์ แต่อีกส่วนจะเป็นคนที่ทำวิดีโอคอนเท้นท์อยู่บนอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว ต้องดูว่าอนาคตเราจะถูกกฏหมายมาควบคุมเนื้อหาและอื่น ๆ แบบไหนกันบ้าง

ที่มา : voicetv.co.th

from:http://www.siampod.com/2017/03/15/nbtc-prepair-control-internet-video/

กสทช. ประกาศประมูลคลื่น 850MHz และ 1800MHz วันที่ 4 มีนาคม 2561

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ออกมาเปิดเผยวันจัดประมูลคลื่นความถี่ 850MHz ของทรูและ 1800MHz ของดีแทคในวันที่ 4 มีนาคมปี 2561 ก่อนที่ใบอนุญาตทั้งสองจะหมดอายุลงในเดือนกันยายน 2561

คลื่น 850MHz ที่จะถูกนำมาประมูลมีความกว้างคลื่น 10MHz จำนวน 1 ใบอนุญาต คลื่น 1800MHz ทั้งหมด 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 15MHz และคลื่น 2600 MHz ของอสมท. จำนวน 4 ใบอนุญาติ ใบอนุญาตละ 20MHz

ด้านดีแทคที่คลื่น 1800MHz ที่ความกว้าง 35MHz กำลังจะหมดอายุใบอนุญาตในปี 2561 ระบุต้องการจะประมูลคลื่นกลับมาให้ได้ราว 20-25 MHz พร้อมมีแผนรองรับความเสี่ยง ด้วยการไปจับมือกับ TOT นำคลื่น 2300MHz มาให้บริการ

ที่มา – PostToday, @NBTCrights

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/90671

คูปองดิจิตอลทีวี แลกกล่องทรูดิจิตอล เอชดี 2 เหลือ 1,000 บาท + ดูบอลฟรีถึงสิ้นปี

ช่วงนี้ กสทช. กำลังทำการแจกคูปองดิจิตอลทีวี รอบสองให้กับบ้านต่างๆ ที่ยังไม่ได้รับหรือตกหล่น โดยจะมีการเปิดให้นำคูปองไปแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจตอลหรือส่วนลดในการซื้อทีวีใหม่ มูลค่า 690 บาท ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.- 2 ก.ย. 2560 ทำให้ล่าสุดทางทรูได้ออกแคมเปญมาขานรับคูปองดังกล่าว ด้วยการเปิดให้นำมาแลกกล่อง True Digital HD 2 ด้วยการจ่ายเงินเพิ่ม 1,000 บาท (จากราคาปกติ 1,690 บาท) พร้อมรับสิทธิ์พิเศษดูบอลพรีเมียร์ลีก และฟุตบอลไทยลีกในแพ็คเกจ Super Soccer ฟรีจนถึงสิ้นปี 2560 ด้วย

สำหรับกล่อง True Digital HD 2 คือกล่องที่รองรับทั้งระบบเสาอากาศเพื่อรับช่องทีวีดิจิตอลตามปกติ และรองรับกับการต่อในระบบจานดาวเทียม ทั้งจานตะแกรงและจานทึบเพื่อรับชมช่อพรีเมียมจากทาง True Visions ได้ ดังนั้นถ้าจะแลกกล่องนี้มาเพื่อดูบอล หรือช่องพรีเมี่ยมอื่นๆ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าต้องต่อกล่องกับระบบจานดาวเทียมเท่านั้นนะครับ

สำหรับใครสนใจนำคูปองดิจิตอลทีวีไปแลกกล่องทรูดิจิตอล เอชดี 2 จากแคมเปญนี้ สามารถนำบัตรประชาชนพร้อมคูปองที่ได้รับ ไปแลกได้ที่เซเว่นอีเลฟเว่น หรือทรูช็อปทุกสาขา แต่ถ้าจองสิทธิแลกซื้อกล่องที่เวปไซต์ http://www.truedigitalhd.com และรับกล่องที่ทรูช็อป จะได้รับสิทธิ์ดูบอลเพิ่มฟรี อีก 2 เดือน

ที่มา – TrueVisions

from:http://www.9tana.com/node/true-digital-hd-2-nbtc/

เบรคตัวโก่ง.. สุภิญญาชี้ AIS จะฉายช่อง HBO และ FOX ผ่าน AIS Playbox ต้องขออนุญาต กสทช. ก่อน

หลังจากงาน AIS Vision 2017 ที่มีการแถลงวิสันทัศน์รวมถึงเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ ของ AIS ในปีนี้นั้น กระแสนึงที่เป็นที่ฮือฮากันมากก็คือการที่ AIS ไปร่วมจับมือกับ HBO, NBA และ FOX และได้ลิขสิทธิ์ในการออกอากาศรายการผ่านระบบ AIS Play และกล่อง AIS Playbox ทำให้ผู้รักในการชมภาพยนตร์และกีฬาต่างร้องเฮกันดังๆ เพราะนึกว่าจะไม่ได้ดู HBO แล้ว หลังจาก Truevisions ได้ยกเลิกการฉายช่องไปก่อนหน้านี้จนเกิดเป็นดราม่า

แต่ดูเหมือนว่าการที่ AIS จะเปิดให้บริการ AIS Play พร้อมกับช่องที่ได้ลิขสิทธ์มาใหม่นั้นคงจะยังไม่ได้เริ่มต้นสวยๆ และเปิดให้บริการแบบรวดเร็วทันใจแฟนๆ ซะแล้ว เพราะ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการ กสทช. ได้ออกมาระบุว่า เนื้อหาบางช่องรายการที่ AIS จะนำมาออกอากาศนั้น ต้องผ่านการขออนุญาตจาก กสทช. ก่อน

 

และถ้าหาก AIS มีการบอกรับสมาชิกหรือ Pay TV ผ่านระบบ IPTV หรือ AIS Playbox ก็จะต้องขอใบอนุญาตจาก กสทช. ในการเปิดให้บริการ PayTV (ช่องโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก) เหมือนกับ Truevisions

หลายๆ คนอาจสงสัยว่าแล้วทำไมก่อนหน้านี้ กสทช ถึงไม่มีการดำเนินการเรื่้องนี้กับ AIS Playbox ที่เปิดให้ใช้งานมาแล้วเป็นปี นั่นก็เพราะว่าในช่วงนั้น AIS ยังเปิดให้ดูได้ฟรี และรายการต่างๆ ก็ยังเป็นการเอารายการทีวีปกติมาฉาย แต่ถ้าหาก AIS ไปเอาช่องลิขสิทธิ์เหล่านี้เข้ามา น่าจะต้องมีการเก็บค่าบริการรายเดือน ซึ่งน่าจะเข้าข่ายของระบบ Pay TV นั่นเองครับ

 

source : pptv

from:http://droidsans.com/ais-play-must-comply-with-nbtc-for-hbo-fox-broadcast-as-pay-tv

ภาคประชาชนชี้ ปฏิรูปสื่อไม่ก้าวหน้า ถ้าทหารไม่วางมือคืนคลื่นวิทยุให้ประชาชน

ปลายปี 2559 คสช.ใช้อำนาจตามมาตร 44 ยืดเวลาจ่ายค่าธรรมเนียมทีวีดิจิทัลและยืดเวลาคืนคลื่นของหน่วยงานรัฐอีก 5 ปี ด้วยเหตุนี้ ภาคประชาชน ผู้เช่าคลื่นวิทยุชุมชน และเครือข่ายนักวิชาการจึงมีฉันทามติร่วมกันว่า คำสั่งดังกล่าว ทำให้การปฏิรูปสื่อ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

เมื่อวานนี้ (24 มกราคม 2560) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมหรือ กสทช. จัดงานเสวนาโต๊ะกลม “มองอดีต แลอนาคต การจัดสรรคลื่นความถี่” โดยเชิญนักวิชาการ และผู้ประกอบการวิทยุชุมชนเข้ามาร่วมพูดคุยปัญหา เนื่องจากปัจจุบันคลื่นวิทยุส่วนใหญ่ถือครองโดยกองทัพ ตามแผนเดิมจะคืนให้ กสทช.ไปจัดสรรคลื่นความถี่ในเดือนเมษายนนี้ แต่เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา คสช.ใช้มาตรา 44 ยืดขยายการคืนคลื่นวิทยุออกไปอีก 5 ปี เป้าหมายเสวนาครั้งนี้จึงมาพูดคุยว่าคลื่นวิทยุซึ่งเป็นสื่อชุมชนท้องถิ่นสำคัญจะไปทางไหนต่อ

ก่อนเริ่มงานเสวนา ภาคประชาชนและเครือข่ายนักวิชาการใช้เวลาไม่มากในการแถลงว่า คำสั่งดังกล่าวทำให้การปฏิรูปสื่อล้มเหลว คลื่นวิทยุตามแผนแม่บทเดิม ควรคืนให้เป็นของภาคประชาชนในเดือนเมษายนปีนี้ จนมามีคำสั่งเลื่อนไปอีก 5 ปี เท่ากับภาคประชาชนรอมา 10 ปีแล้ว และในรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ก็ระบุไว้ชัดเจนว่าคลื่นความถี่เป็นสมบัติชาติ ฉะนั้น หมดเวลาแล้วที่รัฐจะถือครองคลื่นต่อไป

สาระสำคัญงานเสวนาโต๊ะกลม “มองอดีต แลอนาคต การจัดสรรคลื่นความถี่”

รศ.ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ชี้ว่า สื่อคือโรงเรียนของสังคม แต่เจ้าของสื่อวิทยุส่วนใหญ่เป็นกองทัพ กรมประชาสัมพันธ์ เหลือมาถึงภาคประชาชนน้อยมาก คำถามคือ กองทัพจะถือครองสื่อไปทำไม เพราะการบริหารจัดหารสื่อภาคเอกชนประชาชนทำได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม การให้เช่าคลื่นความถี่มีราคาแพง ภาคประชาชนมาเช่าส่วนใหญ่ก็ไม่กล้าทำแนวการเมือง ทำแนวบันเทิงเพื่อหาโฆษณา แล้วจะเป็นสื่อคุณภาพได้อย่างไร

ผศ.ดร. เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พูดถึงงานวิจัย การสำรวจคลื่่นความถี่วิทยุ 500 กว่าคลื่นในไทย รวมถึงความจำเป็นในการถือครองว่า เป็นความลับมาก หาข้อมูลยาก

แต่จากที่ลงมือสำรวจเอง พบว่า ข้อมูลไม่เพียงพอ บางหน่วยงานก็ไม่ให้ข้อมูลตามความเป็นจริง แต่ก็สามารถสรุปผลการวิจัยได้ว่า 79% ของคลื่นวิทยุ ใช้ประโยชน์ไม่สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน ในส่วนคลื่นที่กองทัพถือครองมีเพียง 11% เท่านั้น ที่ใช้งานสอดคล้องตามหลักการ

ผศ.ดร. เอื้อจิต จึงเรียกร้องให้เผยแพร่ผลการสำรวจออกสู่สาธารณะออกสู่สาธารณะ นอกจากนี้ยังตั้งคำถามต่อ คสช.ว่า ที่เป็นอยู่นี้โปร่งใสเพียงใด และภาคประชาชนจะหารือกับใครที่จะดูเรื่องความโปร่งใสได้บ้าง ผศ.ดร. เอื้อจิต ยังบอกด้วยว่า ปฏิรูปสื่อไทยไม่ไปไหน ถ้าทหารไม่วางมือ

สุวรรณา สมบัติรักษาสุข ผู้จัดการสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า คลื่นวิทยุของสถาบันการศึกษามีแค่ 11 แห่ง ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปรับตัว ไม่รับเงินรัฐ หาเงินดำเนินการเองมาตั้งแต่ปี 2541 เห็นว่าควรคืนคลื่นให้ภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนบริหารจัดการคลื่นวิทยุเอง เพื่อจะได้มีเนื้อหาหลากหลายมากขึ้น

นอกจากนี้ สุวรรณา ยังระบุว่า ถ้าตนมีภาคีร่วมมือมากพอ จะฟ้อง กสท. ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เปิดเผยข้อมูลผลการสำรวจคลื่นวิทยุในประเทศไทย และจากงานสำรวจของคุณเอื้อจิตเห็นได้ชัดว่า สถานีวิทยุของจุฬาฯทำตามกฎระเบียบ และดำเนินการสอดคล้องกับเป้าหมาย ตนอยากให้สาธารณะชนรับรู้ จึงเห็นว่าควรเปิดเผยข้อมูล

สุวรรณา ยังบอกอีกว่า หากกองทัพยังตั้งใจจะถือครองคลื่นวิทยุต่อไป ก็จะไม่ดีกับตัวกองทัพเอง เพราะอนาคตอันใกล้ เพราะเทคโนโลยีเลี่ยนไป วิทยุแอนะล็อกจะไม่มีค่า

ปัณณพร ไพบูลย์วัฒนกิจ คณบดีสารสนเทศและการสื่อสารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่าตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ประชาชนมองว่าตัวเองคือส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศ ไม่ใช่ผู้ดู ผู้ฟัง ผู้ซื้อ ประชาชนมีสิทธิ์ใช้ทรัพยากรสื่อ คนไทยมีความรู้และเข้มแข็งมากพอที่จะแยกแยะได้ว่า สื่อไม่ใช่แค่รับใช้รัฐและธุรกิจเท่านั้น แต่สื่อยังรับใช้สาธารณะได้ด้วย

ภาคประชาชนรอคอยที่จะใช้คลื่นนี้มานาน ไม่อยากให้การใช้อำนาจมาอยู่เหนือกฎหมาย

เจริญ ถิ่นเกาะแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบอาชีพวิทยุท้องถิ่นไทย บอกว่าคนไทยอาจคิดว่าวิทยุชุมชนเป็นอีแอบ เช่าใช้ของรัฐแบบนี้ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าสัมปทาน แต่วิทยุชุมชนต้องเผชิญกฎเกณฑ์หยุมหยิมมากมาย ถ้าพลาดก็หมดอนาคตในวงการวิทยุไปเลย วิทยุชุมชนจึงไม่ใช่อีแอบ แต่อยู่ในวิบากกรรมมานานแล้ว

อนาคตถ้ายังไม่มีการประมูลคลื่น เจ้าของคลื่นก็ยังคงเป็นเจ้าของคลื่นต่อไป วิทยุชุมชนจะค่อยๆ ตายไป

วิชาญ อุ่นอก (คนตรงกลาง)

วิชาญ อุ่นอก เลขาธิการสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งประเทศไทย มองว่า หัวข้องานเสวนางานนี้คือแลอนาคต แต่บอกตรงๆ ว่ายังมองไม่เห็น เกือบ 20 ปีที่ภาคประชาชนเคลื่อนไหวเรื่องนี้ เพื่อนๆ หลายคนเสียชีวิตไปแล้วก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย มองว่าคุณค่าวิทยุชุมชนอยู่ตรงไหน ทำไปโดยไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ การกลับมาเกิดใหม่ของวิทยุชุมชนก็ยาก ต้องใช้เงินหลายหมื่น ไหนยังจะต้องทำ MOU กับทหารในพื้นที่ หลายคนจึงเลือกยุติการออกอากาศไป

ปิดท้ายงานเสวนาที่ วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง คณะทำงานติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม ระบุว่า คลื่น FM ในกรุงเทพฯ 3 ใน 4 บริหารจัดการโดยเอกชน ถ้าเช่นนั้น ยังจำเป็นหรือไม่ที่รัฐยังคงถือครองอยู่

คุณวิชาญระบุว่า ยังทันเวลาที่ กสทช.จะเริ่มต้นกำหนดทิศทางห้าปีต่อจากนี้ กสทช.มีอำนาจกำหนดระยะเวลาได้ จึงขอท้าทาย กสทช. ให้นำคลื่นมาพิจารณาใหม่ ก่อน 3 เมษายนนี้ และถ้าเบื้องบนว่าอย่างไร ก็ค่อยคิดต่อ

from:https://www.blognone.com/node/89539