คลังเก็บป้ายกำกับ: NETFLIX

จบยุคเคเบิลทีวี? Fox News มุ่งสู่บริการสตรีมมิ่ง เตรียมเปิด Fox Nation ให้บริการแฟนประจำ

 

เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาทีเดียวสำหรับค่าย Fox News ที่เตรียมเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งออนไลน์สำหรับแฟนขาประจำโดยเฉพาะ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้น่าจะแสดงให้เห็นถึงสภาพตลาดเคเบิลทีวีในสหรัฐอเมริกาที่เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ธุรกิจเคเบิลทีวีนั้นเคยยิ่งใหญ่มาก แต่มาในวันนี้ สัญญาณหลาย ๆ อย่างกำลังชี้ไปว่า บริการสตรีมมิ่งต่างหากคืออนาคต พร้อม ๆ กับตัวเลขผู้ยกเลิกบริการเคเบิลทีวีที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

โดย Fox News มีแผนจะเปิดตัว Fox Nation บริการสตรีมมิ่งคอนเทนต์แบบ Stand-alone ที่แยกออกมาจากธุรกิจเคเบิลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวได้ภายในสิ้นปีนี้ ภายในอาจบรรจุคอนเทนต์ออริจินัลที่ผลิตขึ้นเป็นการเฉพาะของทางค่าย และจะไม่มีการนำคอนเทนต์มารีรันแบบที่พบเห็นได้จากหลาย ๆ แพลตฟอร์มในขณะนี้ด้วย โดย Fox News บอกว่านโยบายนี้เกิดขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้รับสารในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปสู่บริการสตรีมมิ่งมากขึ้น

สำหรับ Fox Nation นั้นมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือกลุ่มแฟนขาประจำของทางช่อง ที่นั่งดูรายการจาก Fox ทุกคืน และ Fox บอกว่าแฟน ๆ กลุ่มนี้เอง คือกลุ่มที่สนใจอยากชมรายการจาก Fox มากขึ้นถ้า Fox Nation แจ้งเกิด ส่วนสนนราคาค่าบริการนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาว่าจะอยู่ที่เท่าใด

ขณะที่เคเบิลทีวีนั้น มีตัวเลขจาก BusinessInsider พบว่า ยอดผู้ใช้งานในปี 2018 นั้นมีแนวโน้มจะติดลบ 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมนั้นทราบกันดี และน่าจะมีการเตรียมตัวรับแรงกระแทกกันมาแล้วตั้งแต่ปี 2017

อย่างไรก็ดี การมาถึงของบริการสตรีมมิ่งไม่ได้กระทบกับเคเบิลทีวีอย่างเดียว เพราะพบว่ากระทบต่อการเติบโตของธุรกิจเช่าดีวีดีในสหรัฐอเมริกาด้วย เนื่องจากมียอดสมัครใช้บริการลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา จากที่เคยมียอดสมาชิกมากกว่า 10 ล้านราย เมื่อมาถึงปี 2017 กลับพบว่า ตัวเลขดังกล่าวได้ลดลงเหลือประมาณ 4 ล้านรายเท่านั้น

ส่วนบ้านเรา ถ้าตลาดพร้อมมากกว่านี้ ก็เป็นไปได้ว่า เราอาจได้เห็นบริการสตรีมมิ่งคอนเทนต์ออริจินอลในลักษณะเดียวกันนี้เกิดบ้างก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CNBC , BusinessInsider , NYTimes

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/02/fox-nation-streaming-subscription-prepare-launched/

Advertisements

ล้วงเบื้องลึก Netflix ฮุบ The Cloverfield Paradox ด้วยเงิน 50 ล้านดอลล์

สื่ออเมริกันแจงเบื้องลึกกรณี Netflix เปิดตัว The Cloverfield Paradox กลาง Super bowl จนเป็นกระแสทั่วโลก พบต้นสังกัด Paramount Pictures รับค่าตัว Cloverfield ภาคใหม่จาก Netflix ราว 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นข้อมูลใหม่ที่ช็อกวงการภาพยนตร์ฮอลีวูดยุคดิจิทัลแท้จริง

Cloverfield Paradox คือภาพยนตร์ใหม่ล่าสุดที่ Netflix จัดฉายให้สมาชิกทั่วโลกได้ชม ความโดดเด่นคือภาพยนตร์ Cloverfield เป็นภาพยนตร์ชื่อดังที่เคยทำเงินมหาศาลจากโรงภาพยนตร์ แต่วันนี้ Netflix ใช้เงินซื้อ Cloverfield Paradox เพื่อให้บริการเฉพาะบน Netflix เท่านั้น โดยเริ่มฉายแล้วตั้งแต่ 2 วันที่ผ่านมา

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ Netflix อย่าง Cloverfield Paradox จึงถูกมองว่าเป็นอนาคตของวงการฮอลลีวูด ค่ายหนังอาจเริ่มไม่หวังทำเงินจากกระเป๋าผู้ชมที่โรงภาพยนตร์อีกต่อไป แต่ใช้วิธีขายให้บริการวิดีโอออนไลน์อย่าง Netflix แทน จุดนี้รายงานจาก The Hollywood Reporter เผยข้อมูลวงในว่า Paramount Pictures รับทรัพย์จาก Netflix ราว 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

ตัวเลขนี้สะท้อนภาพการซื้อขายภาพยนตร์ที่ Netflix ลงทุนไป ด้วยเงินจำนวนนี้ Paramount ตัดสินใจยอมปล่อยให้ Cloverfield ภาคใหม่ไปซบอก Netflix โดยไม่ต้องไปลุ้นขาดทุนกำไรหน้าโรงภาพยนตร์

ข้อมูลระบุว่าทุนสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่ราว 45 ล้านเหรียญ ข้อเสนอ 50 ล้านจาก Netflix แสดงว่า Paramount ได้กำไรไป 5 ล้าน แต่จุดนี้นักวิเคราะห์ชี้ว่า Paramount รู้สึกคุ้มค่าแล้ว เนื่องจากบริษัทสามารถตัดงบประชาสัมพันธ์ทิ้งไปได้

วงการสื่อโฆษณาต่างหากที่จะขาดน้ำเลี้ยง ซึ่งที่ผ่านมา ภาพยนตร์ที่จะลงโรงฉายจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมากมาย แต่กรณีของ Cloverfield Paradox นั้นไม่มีการปล่อยสื่อใดทั้งที่มีข่าวว่า Paramount จะเริ่มฉายแล้ว คำเฉลยนี้จึงทำให้ทุกคนถึงบางอ้อ ว่า Paramount ตัดสินใจขายภาพยนตร์ให้บริการ streaming ในที่สุด

แน่นอนว่าสิ่งถัดไปที่จะเกิดขึ้น คือโลกจะจับตาวงการฮอลลีวูดอย่างใกล้ชิด ว่าเรื่องใดจะถูก Netflix ซื้อไปฉายคนเดียวแบบกรณีนี้

ที่มา: The Verge

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/02/netflix-deal-paramount-cost/

Netflix พลิกโลก ล่อบล็อกเกอร์โฆษณา ‘Cloverfield Paradox’ ให้ฟรี แต่ตัวหนังถูกวิจารณ์ยับ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Netflix สามารถล่อใจให้นักเขียนบล็อกช่วยโฆษณาภาพยนตร์ใหม่ ‘Cloverfield Paradox’ ฟรีได้สำเร็จ ด้วยการยิงโฆษณาระหว่างการแข่งขัน Super Bowl ที่พลิกประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ กลายเป็นกระแสร้อนที่โลกโซเชียลพูดถึงในชั่วข้ามคืน แต่น่าเสียดายที่ตัวภาพยนตร์ถูกวิจารณ์ยับเยิน ว่าเป็น “Just Another Bad Netflix Movie”

โฆษณาที่พลิกวงการภาพยนตร์อเมริกันของ Netflix นั้นประกาศเนื้อหาตื่นตะลึง 3 ประเด็น ประเด็นแรกคือการแจ้งข่าวว่ามีภาพยนตร์ Cloverfield ใหม่แล้ว (นะ) ประเด็นที่ 2 คือ Cloverfield เวอร์ชันใหม่จะมีให้บริการเฉพาะบน Netflix เท่านั้น และประเด็นที่ 3 คือเริ่มฉายเลยหลังจบเกม

ผลคือแฟนฟุตบอลหลายล้านคนที่เฝ้าดูเกม Super Bowl ตื่นตะลึงทั้งประเทศ สื่ออเมริกันเชื่อว่าทุกคนที่ติดตาม Super Bowl จะต้องสังเกตเห็น และในที่สุดก็จะคลิกดูหนังสยองขวัญไซ-ไฟเรื่องนี้ กระแสร้อนทำให้ Netflix ถูกยกย่องว่าสามารถใช้สปอตโฆษณา Super Bowl ที่มีมูลค่า 5 ล้านเหรียญได้อย่างคุ้มค่า ทำประโยชน์ทั้งสร้างแบรนด์และดึงลูกค้าเข้าสู่บริการได้ทันทีแบบที่ไม่มีใครทำได้มาก่อน เนื่องจากตัวอย่างภาพยนตร์ที่ฉายใน Super Bowl นั้นมักต้องรอเวลาเข้าโรงฉาย แต่กรณีของ Netflix นั้นชมได้เลย

กระแสนี้ทำให้นักเขียนบล็อกประกาศข่าวด้วยความตื่นเต้น ทำให้ภาพยนตร์ทุนสร้าง 40 ล้านเหรียญถูกโฆษณาฟรีแบบไฟลามทุ่ง โดยยกให้ Cloverfield Paradox เป็น Game Changer หรือตัวเปลี่ยนเกมที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้ภาพยนตร์เรื่องอื่น เมินโรงฉายแล้วทำเงินบน Netflix แทน

ไม่ว่ากระแสนี้จะร้อนแรงเพียงไร สื่ออเมริกันต่างวิจารณ์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีมิติสอดแทรกนอกจากความเป็นไซ-ไฟตามหน้าหนัง โดยสื่อที่พากหัวร้อนแรงที่สุดต้องยกให้ Forbes ที่จวกยับว่า ’Cloverfield Paradox’ Is No Game Changer; It’s Just Another Bad Netflix Movie

แต่เรื่องรสนิยมนั้นนานาจิตตัง เพราะ Netflix มั่นใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกใจผู้ชมไม่มากก็น้อย แถมการลงทุนครั้งนี้คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม ต้องปรบมือให้ทีมการตลาดของ Netflix ดังๆ

ที่มา: Forbes

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/02/netflix-cloverfield-paradox/

Netflix กับช่องทีวีภาษาสเปนผู้ฉาย El Chapo ร่วมกันทำซีรีส์อีก 5 เรื่อง

ซีรีส์ภาษาต่างประเทศที่ฉายบน Netflix มีหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงชื่นชม หนึ่งในนั้นคือ El Chapo สร้างจากเรื่องจริงของพ่อค้ายาเสพติดที่เรืองอำนาจสูงสุด โดยมี Univision สถานีโทรทัศน์ภาษาสเปนในอเมริกาเป็นพาร์ทเนอร์กับ Netflix ในการฉายซีรีส์ El Chapo ล่าสุดทั้งสองบริษัทร่วมมือกันจะทำซีรีส์ออกมาอีกอย่างน้อย 5 เรื่อง

แผนระยะแรกเริ่มจากทำ Tijuana ซีรีส์แนวดราม่าการเมือง คอร์รัปชั่นที่นักข่าวสืบสวนเจอเครือข่ายคอร์รัปชั่นใหญ่ Tijuana จะเริ่มถ่ายทำในเดือนเมษายนนี้ ได้ Daniel Posada โปรดิวเซอร์ของ El Chapo มาทำเรื่องนี้ด้วย และใช้โมเดลเดียวกันกับ El Chapo คือ ฉายในช่อง Univision ก่อนแล้วค่อยนำมาลงฉายใน Netflix

การร่วมมือของทั้งสองบริษัทตอบโจทย์กลยุทธ์ที่มีมาอย่างยาวนานของ Netflix คือ เข้าถึงคนดูให้มากที่สุด และเป็นโอกาสของคอนเทนต์ซีรีส์ภาษาสเปนให้ออกสู่สายตาคนทั่วโลกนอกเหนือจากสหรัฐฯ

No Description
ภาพจาก Netflix YouTube

ที่มา – Engadget

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/99562

Netflix มีมูลค่าตลาดเกิน 1 แสนล้านเหรียญ เทียบเท่า 3 บริษัทไทย PTT, AOT, CPALL รวมกัน

เป็นการเซอร์ไพรส์ตลาดได้อย่างน่าตื่นเต้น เพราะว่า Netflix ได้รายงานงบของไตรมาสที่ 4 ออกมา ให้สหรัฐอเมริกามีผู้สมัครสมาชิกแบบเสียเงินกว่า 2 ล้านราย มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และจากงบที่ดีรวมไปถึงสมาชิกที่มากกว่าเดิมทำให้บริษัทมีมูลค่าตลาดเกิน 1 แสนล้านเหรียญไปแล้ว

สำหรับปีนี้ทาง Netflix ได้มี Series ชื่อดังอย่างเช่น The Crown และ Stranger Things หรือแม้แต่หนังฟอร์มยักษ์ที่สร้างมาแบบ Exclusive โดยเฉพาะอย่างเรื่อง Bright ทำให้ปีนี้ของ Netflix มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยตอนนี้ Netflix มีสมาชิกครึ่งหนึ่งของผู้ที่ติดอินเmอร์เน็ตความเร็วสูงในสหรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วัดใจกันตรง Content

Netflix ยังอัดเงินเข้าไปสำหรับการซื้อ Content และรวมไปถึงการสร้าง Content ด้วย โดยทาง Goldman Sachs ได้ประมาณการณ์ว่าสำหรับปี 2018 เงินลงทุนสำหรับค่า Content จะไปแตะอยู่ประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าทางบริษัทประมาณไว้ที่ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทางด้าน Richard Greenfield นักวิเคราะห์ของ BTIG กล่าวว่าทาง Netflix ได้ลงทุนสำหรับ Content ที่ดีเพื่อจะได้มีสมาชิกมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสใหญ่มากๆ และ Netflix ทำได้รวดเร็วในเรื่องการลงทุนนี้ เพราะว่าเจ้าอื่นลงทุนช้ากว่ามาก

ด้าน CEO ของ Netflix กล่าวกับผู้ลงทุนและรวมไปถึงนักวิเคราะห์ว่า “เราเชื่อว่าลูกค้าอดทนรอได้ ถ้าหากอะไรๆ มันดีขึ้น เราเชื่อว่าการลงทุนครั้งใหญ่ของเราในเรื่องของ Content กำลังทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น”

งบสวยงาม บริษัทผ่าน 1 แสนล้านเหรียญ

กำไรของบริษัทมากกว่าประมาณการไว้ ทำให้บริษัทหลักทรัพย์และรวมไปถึงวาณิชธนกิจเตรียมเพิ่มราคาเป้าหมายให้กับ Netflix และแน่นอนว่ารวมไปถึงมูลค่าตลาดของ Netflix นั้นได้ผ่าน 1 แสนล้านเหรียญ หรือราวๆ 3.2 ล้านล้านบาท ไปได้แล้ว ลองนึกถึงเอา 3 บริษัทใหญ่ของไทย เช่น AOT, PTT, CPALL มารวมกันถึงจะเกือบเท่า Netflix บริษัทเดียว

ที่มาReuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/netflix-100-billion-mkt-cap/

Google Home แยกแยะโปรไฟล์ Netflix ให้ตามโปรไฟล์ของผู้ใช้งานแล้ว

หลังจาก Google เพิ่มความสามารถให้ Google แยกแยะเสียงผู้ใช้งานได้สูงสุด 6 คน โดยโปรไฟล์ต่างๆ อาทิ อีเมล, ปฏิทินและกำหนดการณ์ต่างๆ ก็จะถูกแยกไปตามผู้ใช้ ล่าสุดความสามารถแยกแยะโปรไฟล์สามารถใช้กับแอคเคาท์ Netflix ได้แล้ว

ลักษณะการทำงานก็ไม่แตกต่างกัน เมื่อผู้ใช้สั่งเปิด Netflix ผ่าน Chromecast ตัว Google Assistant ก็จะวิเคราะห์เสียงและเปิดบัญชี Netflix ของผู้ใช้คนนั้นๆ ขึ้นมาให้ ส่วนการตั้งค่าต้องเข้าไปที่แอป Google Home > More Setting > Videos and Photos > Manage Profile และเชื่อมบัญชี Netflix

ที่มา – Android Police

from:https://www.blognone.com/node/99370

Netflix เตรียมอัดงบการตลาดเพิ่มขึ้นอีก 50% ในปีนี้ หวังขยายตลาดให้โต

ในช่วงไตรมาส 4 ของ ปี 2017 Netflix ได้ประกาศถึงแผนที่จะเพิ่มงบการตลาดอีก 50% ในปีนี้ หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 2,000 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีการใช้ 1,300 ล้านเหรียญ เพื่อขยายการเติบโตของตลาด แต่ไม่ได้เจาะจงสื่อไหนที่จะลงทุนเพิ่มเป็นพิเศษ

Netflix ได้ประกาศต่อผู้ถือหุ้นโดยมีใจความว่า เราต้องมีการทำการตลาดให้มากขึ้นในปีนี้  เราต้องการเนื้อหาที่ดี และต้องการงบลงทุนเพื่อจะมาสร้างคอนเทนต์เหล่านี้ เพื่อสร้างการเติบโตของจำนวนสมาชิกที่มากขึ้นในอนาคต

สื่อโทรทัศน์ยังถือว่าเป็นสื่อเล็กๆ ที่ Netflix ลงทุนด้านการตลาด ในปี 2017 iSpot.tv ได้ระบุว่า Netflix มีการใช้จ่ายในงบราว 46.3 ล้านเหรียญสำหรับการโฆษณาทางทีวีทั่วประเทศ ผ่านสถานีรายใหญ่ ได้แก่ CBS อยู่ที่ 10.8 ล้านเหรียญ Fox อยู่ที่ 9.0 ล้านเหรียญ NBC อยู่ที่ 8.6 ล้านเหรียญ ABC อยู่ที่ 7.2 ล้านเหรียญ และ ESPN อยู่ที่ 4.7 ล้านเหรียญ

Netflix มักเลือกช่วงเวลาในการลงโฆษณาในช่วงอีเวนท์ใหญ่ๆ หรือการแข่งขันกีฬา เช่น NFL, Super Bowl, SportsCenter ทางช่อง ESPN, 2017 World Series ทางช่อง Fox มีการฉายโฆษณารวม 1,216 ครั้ง ในช่องทีวีในปี 2017

ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2017 Netflix ได้บอกว่ามีรายได้จากคอนเทนต์เพิ่มขึ้นจาก 7,500 ล้านเหรียญ เป็น 8,000 ล้านเหรียญ และมีสมาชิกเพิ่มขึ้น 8.3 ล้านราย เท่ากับว่ามีสมาชิกรวมทั่วโลก 117.36 ล้านราย แต่สำหรับในสหรัฐอเมริกามีสมาชิกเพิ่มขึ้น 2 ล้านราย เป็น 54.75 ล้านราย

Source

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/netflix-boosts-marketing-by-50/