คลังเก็บป้ายกำกับ: NETFLIX

6 ปีผ่านไป Google แบนเว็บไซต์นับล้าน ทำเนียบขาว นาซ่า โดนฟ้องไปด้วย

ตั้งแต่ปี 2011 จนถึงตอนนี้ Google รับคำร้องขอลบการทำ Index เว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์มากกว่า 2,000 ล้าน URLs เพื่อไม่ให้เว็บไซต์เหล่านั้นแสดงผลบนการจัดอันดับของ Google ที่น่าแปลกใจคือ เว็บไซต์ของรัฐบาลและเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงหลายเว็บ เช่น เว็บทำเนียบขาว เว็บนาซ่า ต่างถูกฟ้องร้องด้วย

รายงานความโปร่งใสของ Google ได้อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ต่างๆ ระบุว่า ตั้งแต่ Google เปิดให้ยื่นคำร้องกรณีที่เว็บไซต์ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ จนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้ว 6 ปี พบว่ามีเว็บไซต์ที่ถูกแบนโดย Google รวมแล้วกว่า 2,130 ล้าน URLs ส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์มากกว่า 1,000 ล้านเว็บไซต์

จากกราฟด้านล่าง แสดงให้เห็นว่า ส่วนใหญ่ Google จะยอมรับคำร้องขอลบ URL จะมีเพียงประมาณ 5% เท่านั้นที่ปฏิเสธคำร้องเนื่องจากเป็นคำร้องซ้ำซ้อน URL ไม่มีอยู่จริง หรือต้องสงสัยว่าเป็นการก่อกวน

จากสถิติที่ผ่านมา พบว่าค่าเฉลี่ยของคำร้องในเดือนมกราคม 2015 อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านคำร้องต่อวัน ในขณะที่ปัจจุบันนี้ ปริมาณคำร้องเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า กลายเป็นมากกว่า 20 ล้านคำร้องต่อวันเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม อัตราการเพิ่มของคำร้องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าตกใจแต่อย่างใด แต่ที่น่าแปลกใจคือ เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง ที่ไม่คิดว่าจะมีเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น ทำเนียบขาว นาซ่า กระทรวงยุติธรรม BBC Netflix กลับถูกฟ้องร้องหลายสิบครั้ง แต่ Google ไม่ได้ลบ URL เว็บเหล่านี้ทิ้งแต่อย่างใด

การใช้ Google เพื่อแบนไม่ให้คนสามารถค้นหาเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ นับว่าเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการต่อสู้กับเว็บไซต์ที่น่ารังเกียจเหล่านั้น เนื่องจากเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่มักจะมีหลายโดเมน และใช้หลายเทคนิคเพื่อหลบหลีกการบล็อกของ ISP

ที่มา: http://www.zdnet.com/article/google-asked-to-blacklist-a-million-pirate-websites-but-they-include-white-house-nasa/

from:https://www.techtalkthai.com/google-takedowns-million-pirate-websites/

Advertisements

Netflix วางแผนนำเกม Castlevania มาสร้างเป็นซีรี่ย์ คาดเปิดตัวปลายปีนี้

Castlevania-Netflix

Netflix มีแแผนสร้างซีรี่ย์เรื่องใหม่ โดยใช้พื้นฐานมาจากวีดีโอเกม Castlevania ของ Konami ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างทางการ แต่มีรายงานว่า Adi Shankar (โปรดิวเซอร์ Dredd) จะมีส่วนร่วมในการทำงานของซีซั่นแรก รวมถึง Warren Ellis (Transmetropolitan, Iron Man) จะมาทำหน้าที่เขียนบทให้กับซีซั่นแรก โดยมีกำหนดการเปิดตัวในปลายปีนี้

Michael Hirsh ผู้สร้างอนิเมชั่นเปิดเผยว่า Wow Unlimited Media สตูดิโอใหม่ของเขา จะได้ทำงานร่วมกับ Netflix เพื่อสร้างอนิเมชั่นซีรี่ย์ เจาะกลุ่มผู้ชมอายุน้อย เช่นเดียวกับ Fred Seibert เอ็กซ์คลูซีฟโปรดิวเซอร์ Adventure Time ก็เคยเปรยว่าจะได้ทำงานทีวีซีรี่ย์ที่เกี่ยวข้องกับวีดีโอเกมยอดนิยม

สำหรับเกม Castlevania เปิดตัวครั้งแรกในปี 1986 ส่วนเกมล่าสุดในแฟรนไชส์คือ Castlevania: Lords of Shadow 2 เปิดตัวในปี 2014 ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าเวอร์ชั่นซีรี่ย์จะอ้างอิงเกมในเวอร์ชั่นใด แต่คาดว่าจะมีความชัดเจนออกมาในเร็วๆ นี้

ที่มา – Polygon

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=173735

Castlevania กลายเป็นซีรีส์แอนิเมชั่น ฉายบน Netflix ในปี 2017

Castlevania หรือที่คนไทยเรียก “เกมแส้” เป็นเกมแอคชั่น 2D สร้างชื่อของค่าย Konami ที่ออกมาแล้วหลายภาคบนหลายแพลตฟอร์ม ล่าสุด Castlevania กำลังกลายเป็นซีรีส์แอนิเมชันฉายบน Netflix ปีนี้

Netflix ประกาศว่าเราจะได้เห็น Castlevania Season 1, Part 1 ออกฉายในปี 2017 แต่ยังไม่ระบุช่วงเวลา ตอนนี้มีเพียงข้อมูลจาก Adi Shankar โปรดิวเซอร์ของซีรีส์ที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า Castlevania จะแบ่งเป็น 2 ซีซัน ซีซันแรกขายปี 2017 และตามด้วยซีซัน 2 ในปี 2018

Castlevania เป็นเรื่องราวของบุคคลในตระกูล Belmont นักล่าแวมไพร์ ที่มีอาวุธหลักเป็นแส้ และต้องต่อสู้กับแดรคูล่าในหลายยุคหลายสมัย ส่วนเนื้อหาในซีรีส์จะเป็นตัวละครคนใหม่ในตระกูล Belmont

ที่มา – Gizmodo, Polygon, US Gamer

from:https://www.blognone.com/node/89954

Netflix แอนดรอยด์อัพเดต รองรับการโหลดหนังลง microSD

หลังเปิดให้สมาชิกดาวน์โหลดภาพยนตร์ดูแบบออฟไลน์ได้เกือบ 2 เดือน ล่าสุด Netflix บนแอนดรอยด์อัพเดตเวอร์ชัน 4.13 ทำให้สามารถบันทึกภาพยนตร์ลงบนหน่วยจำความเสริมอย่าง microSD card ได้แล้ว

หลังอัพเดตจะพบตัวเลือก “Download Location” เพิ่มเข้ามาในหน้า setting และแน่นอนว่าภาพยนตร์ที่ถูกโหลดลงมานั้นจะมาพร้อมระบบ DRM รวมถึงถูกเอ็นโค้ดเป็นฟอร์แมท .nfv ทำให้ไม่สามารถนำไปชมบนเครื่องอื่นหรือมีเดียเพลเยอร์อื่นได้

ทั้งนี้ Netflix ระบุว่าไม่ใช่แอนดรอยด์ทุกเครื่องจะรองรับฟีเจอร์นี้ แต่ไม่ไดให้รายละเอียดอื่นๆ รวมถึงไม่ระบุด้วยว่าแอนดรอยด์รุ่นใดบ้างที่ ณ ตอนนี้ที่รองรับ

ที่มา – DigitalTrends

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/89533

แค่โหลดลงเครื่องได้ยังไม่พอ NetFlix ใจปล้ำให้โหลดลง SD การ์ดได้เลย!

ตลาดธุรกิจ VDO Streaming ในบ้านเราเห็นจะหนีไม่พ้นการแข่งขันของเจ้าใหญ่ๆ เพียงไม่กี่เจ้า และในไม่กี่เจ้านั้นก็มี iFlix และ Netflix นี่ล่ะที่เรียกได้ว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกันจริงๆ โดยก่อนหน้านี้ Netflix เคยโดนผู้ใช้บริการบ่นกันไปตามๆ กันจากการที่ไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลดหนังไว้เก็บเพื่อดูแบบออฟไลน์ได้เช่น iFlix จนส่งผลให้ Netflix ต้องปรับกฏตัวเองโดยการอนุญาตให้ดาวน์โหลดได้แต่ต้องเก็บในหน่วยความจำภายในตัวเครื่องเท่านั้น (เช่นเดียวกับ iFlix) แต่ถึงแม้จะใจดีขนาดนั้นก็ยังไม่วายโดนบ่น ท้ายที่สุดวานนี้ Netflix จึงออกมาตรการใหม่มาให้ผู้ใช้งาน Android เลยว่า หากไม่อยากเก็บไว้ในหน่วยความจำภายในตัวเครื่องก็ย้ายไปไว้ใน SD การ์ดแทนเสียสิ เป็นอันจบปิ๊ง

โดยเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของแอพพลิเคชั่น Neflix บน Android นั้นจะเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้บริการสามารถดาวน์โหดลภาพยนตร์หรือซีรีส์ต่างๆ มาเก็บไว้ชมแบบออฟไลน์ได้ ซึ่งแต่เดิมเคยเก็บได้เฉพาะใน Internal Memory มาตอนนี้มีตัวเลือก External Memory เพิ่มเข้ามาให้อีกตัว ส่วนผู้ใช้งาน iOS นั้นเนื่องจากเราไม่สามารถเพิ่มความจำภายนอกแบบ SD การ์ดได้ ก็ต้องยังคงอยู่กับการดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในหน่วยความจำภายในตัวเครื่องต่อไป

อย่างไรก็ตามข้อควรจำคือคอนเทนต์ที่ดาวน์โหลดไว้ออฟไลน์ทั้งหมดของ Netflix มีวันหมดอายุนะ ดังนั้นคุณไม่สามารถดาวน์โหลดมาสะสมไว้แล้วรอเปิดดูทีเดียวได้ แต่แนะนำให้เลือกดาวน์โหลดเรื่องที่อยากดูจริงๆ มาเก็บไว้ดีกว่า (ให้นึกถึงระบบเดียวกับ Youtube Offline Mode นั่นล่ะครับ) และที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างคือฟังก์ชั่นการเก็บหนังหรือซีรีส์ไว้ภายในหน่วยความจำภายนอกนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้กับ Android ทุกรุ่นทุกตัว ดังนั้นเครื่องใครยังใช้ไม่ได้ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะทาง Netflix มีประกาศออกมาแล้วว่าไม่ผิดปกติ แค่มันยังไม่รองรับเท่านั้นเอง

from:https://www.appdisqus.com/2017/01/25/netflix-now-allows-offline-download-to-sdcard.html

Netflix ไตรมาสล่าสุด สมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 7 ล้านคน รายได้โต 36% เน้นผลิตรายการท้องถิ่นมากขึ้น

Netflix รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ปี 2016 รายได้รวม 2,477.5 ล้านดอลลาร์ เติบโตถึง 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 66.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 55%

ตัวเลขที่น่าสนใจมากกว่าคือจำนวนสมาชิก โดยมีสมาชิกรวม 93.80 ล้านคน เพิ่มขึ้นไตรมาสที่ผ่านมาถึง 7.05 ล้านคน แบ่งเป็นอเมริกา 1.93 ล้านคน และนอกอเมริกา 5.12 ล้านคน

Reed Hastings ซีอีโอ Netflix กล่าวว่าถึงแม้กำไรจะเพิ่มขึ้น แต่ในอนาคต Netflix จะยังไม่เน้นการเพิ่มอัตรากำไรแบบเร่งรีบ โดยจะเพิ่มการลงทุนต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่า Netflix จะยังเป็นผู้นำโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ต

กลยุทธ์ที่ Netflix จะเน้นมากขึ้น นอกเหนือจากการสร้างรายการของตนเองที่ยังคงเดินหน้าต่อ ก็คือการสร้างรายการท้องถิ่นสำหรับประเทศนั้นๆ เช่น อนิเมะจากญี่ปุ่น, ละครจากตุรกี โดยยกตัวอย่างความสำเร็จจากละครชุดของประเทศบราซิล ที่มีผู้เลือกชมแบบคำบรรยายภาษาอังกฤษเป็นจำนวนนับล้านคน

ที่มา: Netflix และ Business Insider

Netflix

from:https://www.blognone.com/node/89378

ดาราคืออีกปัจจัยในการดูหนัง Netflix เลยกวาดซุปตาร์ทั่วโลกไว้ในมือ และบุกอินเดียด้วยกลุยุทธ์นี้

บริการรับชมภาพยนต์ออนไลน์ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านผู้เล่นรายเดิมที่ขยับตัวตลอดเวลา และหน้าใหม่ที่พร้อมทุ่มตลาดเต็มที่ ซึ่ง Netflix หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ ก็ขยับตัวอีกครั้ง ผ่านการขยายไปยังตลาดอินเดีย โดยใช้ดาราเป็นตัวช่วย

เมื่อเป็นยักษ์ใหญ่ ดาราที่ใช้ก็ต้องระดับโลก

ซึ่งการทำตลาดในอินเดียนั้น Netflix เลือกจะร่วมมือกับ Shah Rukh Khan สุดยอดดาราดังในประเทศอินเดีย และหนึ่งในดาราที่มีรายได้สูงที่สุดในโลก เพื่อที่จะได้ภาพยนต์ที่เขาแสดง รวมถึงภาพยนตร์จาก Red Chillies Entertainment ที่เขาเป็นเจ้าของ มาเผยแพร่ภายในระบบ ทั้งเรื่องที่ฉายแล้ว และกำลังจะฉาย

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการใช้ดารานักแสดงมาทำตลาด เพราะก่อนหน้านี้ได้ร่วมกับ Superstar จากฝั่ง Hollywood ตั้งแต่ Brad Pitt, Will Smith, Kevin Spacey และ Emma Stone รวมถึงดาราตลกชื่อดังอย่าง Adam Sandler, Chris Rock และ Dave Chapelle ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ช่วยสร้างการรับรู้ของ Netflix ได้พอสมควร

ดูหนังออนไลน์แดนภารตะเดือดต่อเนื่อง

ทั้งนี้ในอินเดียไม่ได้มีแค่ Netflix รายเดียวที่เข้าไปทำตลาด เพราะ Amazon ได้เข้ามาให้บริการ Prime Video แถมยังให้ราคาที่ถูกว่า ผ่านราคาเริ่มต้น 499 รูปี/ปี (ราว 260 บาท) ในช่วงโปรโมชั่น ขณะที่ Netflix จะเริ่มที่ 500 – 800 รูปี (ราว 260 – 420 บาท) แต่เป็นราคา/เดือน

ขณะเดียวกันทั้งคู่ยังหาพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตภาพยนตร์ในประเทศอินเดีย เพื่อตอบโจทย์ผู้รับชมที่นั่นที่มีประชากรกว่า 1,000 ล้านคน เพราะส่วนใหญ่แล้วชาวอินเดีย ก็ชอบดูภาพยนตร์ท้องถิ่น และการผลิตภาพยนต์ออกมาเองของผู้ให้บริการ ก็ช่วยสร้างความแตกต่าง และลดต้นทุกการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์มาเผยแพร่ได้เช่นกัน

สรุป

เมื่อฐานผู้ชมเยอะ การลุยตลาดของ Netflix และ Amazon ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องจับตามอง ว่าทั้งคู่จะส่งแผนอะไรออกมา แต่หนึ่งในเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ คือการพาร์ทเนอร์กับผู้ผลิตภาพยนตร์ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจนี้ด้วย ซึ่งในประเทศไทยมีแล้ว เช่นการที่ Line ร่วมกับ GDH555 ในการสร้างซีรีส์ I love you, I Hate You.

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/netflix-and-india-market-with-superstar/