คลังเก็บป้ายกำกับ: NETFLIX

Netflix เพิ่มการสนับสนุนวีดีโอ HDR ให้กับ iPhone 8, iPhone X และ iPad Pro

iphone-x-hand-on

Netflix กำลังขยายวีดีโอ HDR (High Dynamic Range) ไปยังอุปกรณ์พกพามากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ได้เพิ่มการสนับสนุนให้กับสมาร์ทโฟนระบบปฏฺบัติการ Android อย่างเช่น LG G6, Sony Xperia XZ Premium และ Samsung Galaxy Note 8 ล่าสุดได้ขยายมายังอุปกรณ์ iOS แล้ว

Netflix-HDR-iPhone-Support

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าของ iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPad Pro (2nd generation) ทั้งรุ่น 10.5 นิ้ว กับ 12.9 นิ้ว รวมถึง iPhone X ที่กำลังจะวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะสามารถรับชมวีดีโอจาก Netflix ในรูปแบบ HDR

การแสดงผล HDR จะช่วยให้อุปกรณ์แสดงภาพได้คมชัดมากขึ้น ทำให้ส่วนที่สว่างที่ความสดใส ในส่วนที่มืดก็มีมิติมากขึ้น หรือทำให้ภาพมีความสมจริงเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ที่มา – Engadget

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=194190

Advertisements

โปรดิวเซอร์ Stranger Things เตรียมทำผลงานใหม่ให้ Amazon Studios

Stranger Things ซีรีส์ที่เรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้แก่ Netflix และซีซั่นสองที่คนทั่วโลกรอคอยกำลังจะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้ แฟนๆ Stranger Things อาจสนใจเมื่อรู้ว่าคนเขียน และโปรดิวเซอร์คือ Justin Doble เตรียมทำผลงานใหม่แล้ว คราวนี้ไปเซ็นสัญญากับ Amazon แทน

ยังไม่มีรายละเอียดใดเกี่ยวโปรเจกต์เผยออกมา และ Justin Doble ก็เป็นเพียงหนึ่งในโปรดิวเซอร์มือดีที่เซ็นสัญญากับ Amazon ยังมี Shonda Lynn Rhimes โปรดิวเซอร์เรื่อง Off the Map, How to Get Away with Murder และมี Robert Kirkman หนึ่งในผู้สร้าง The Walking Dead

Amazon มีกลยุทธ์ใหม่ [จะทำซีรีส์ให้ดังเทียบได้กับ Game of Thrones (https://www.blognone.com/node/95393) ดูจากรายชื่อผู้สร้างที่เซ็นสัญญาด้วยแล้ว ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามองมากทีเดียว

No Description
ภาพประกอบจาก Facebook Stranger Things

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/95626

Disney ยืนยัน หนัง Marvel และ Star Wars จะถูกถอดจาก Netflix ฉายเฉพาะสตรีมมิ่งตัวเอง

เดือนที่แล้ว หนึ่งในค่ายหนังที่ใหญ่ที่สุดในโลก Disney ประกาศหยุดเผยแพร่เนื้อหาบน Netflix ตั้งแต่ปี 2019 เพื่อทำบริการสตรีมมิ่งของตนเอง ตอนนั้น Disney ระบุว่ามีผลเฉพาะเนื้อหาฝั่ง Disney/Pixar เท่านั้น ส่วนฝั่ง Marvel/Star Wars จะยังฉายบน Netflix ต่อไป

ล่าสุด Bob Iger ซีอีโอของ Disney ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Marvel และ Star Wars ก็จะมีฉายเฉพาะช่องทางสตรีมมิ่งของ Disney เพียงอย่างเดียวเช่นกัน โดยบริการตัวนี้จะเริ่มในช่วงปลายปี 2019

Iger บอกว่าบริการตัวนี้จะมีภาพยนตร์และซีรีส์เฉพาะ (exclusive) ของตัวเอง นอกเหนือไปจากภาพยนตร์และซีรีส์ที่ฉายทางช่องทางอื่นอยู่แล้ว เขาบอกว่าจะเปิดตัวมันอย่างยิ่งใหญ่ด้วย

Disney ยังมีบริการสตรีมมิ่งกีฬาอีกตัวของแบรนด์ ESPN ที่จะเปิดตัวก่อนในปีหน้า

ที่มา – CNBC, ภาพจาก Disney

No Description

from:https://www.blognone.com/node/95348

Netflix เพิ่มสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note 8 ให้รองรับบริการสตรีมมิ่งด้วยเทคโนโลยี HDR

galaxy_note8-display

Netflix ประกาศเพิ่ม Samsung Galaxy Note 8 ให้เป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับบริการวีดีโอสตรีมมิ่งด้วยเทคโนโลยี HDR (High Dynamic Range) ซึ่งหมายถึงเจ้าของ Galaxy Note 8 จะสามารถรับชมวีดีโอจาก Netflix ได้คมชัดยิ่งขึ้น และให้สีสันที่สมจริง

สำหรับสมาร์ทโฟนที่รองรับบริการสตรีมมิ่งด้วยเทคโนโลยี HDR ของ Netflix อยู่แล้ว ประกอบไปด้วย LG V30, Sony Xperia XZ Premium และ Sony Xperia XZ1 ขณะที่ LG G6 เป็นเพียงรุ่นเดียวที่รองรับเทคโนโลยี Dolby Vision ซึ่งเป็นเทคโนโลยี HDR อีกรูปแบบหนึ่งที่ Netflix ให้การสนับสนุน

Samsung Galaxy Note 8 สนับสนุนทคโนโลยี HDR10 ที่ให้ความสว่างถึง 1,200 nits ขณะที่ Galaxy S8 ให้ความสว่าง 570 nits และ iPhone 7 ให้ความสว่าง 632 nits

netflix

ที่มา – Phonearena

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=192462

Netflix เพิ่ม Samsung Galaxy Note8 ในรายชื่ออุปกรณ์ที่รองรับ HDR

Netflix เผยผ่านเว็บไซต์อย่างเงียบๆ ถึงอุปกรณ์ตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่มชื่อเข้าลิสรายการอุปกรณ์ที่รองรับ HDR ใน Netflix เป็นที่เรียบร้อย โดยอุปกรณ์ Android ที่รองรับไปก่อนหน้านี้นั้นมี Sony Xperia Xz1 และ Xperia XZ Premium และ LG V30 นั่นเอง ทั้งนี้ HDR จะสามารถใช้ได้เฉพาะกับสมาชิกที่สมัครสมาชิกแบบสูงสุดเท่านั้น

note8-netflix-hdr

คอนเทนต์ที่ได้รับการอัพเกรดเป็น HDR และใช้งานบนอุปกรณ์ที่รองรับ HDR นั้นจะให้ภาพที่มีมิติสีที่ดีและแม่นยำขึ้นกว่าเดิมมาก โดย ณ ตอนนี้มีฟอร์แมตไฟล์ HDR ใหญ่ๆ อยู่ด้วยกัน 5 แบบ และหนึ่งในนั้นคือ Dolby Vision และฟอร์แมตที่ Samsung พัฒนาร่วมกับ Amazon เองที่ใช้ชื่อว่า HDR10+ โดย Samsung นั้นเริ่มนำเอาจอแสดงผลที่รองรับ HDR มาใช้งานกับสมาร์ทโฟนของตัวเองตั้งแต่ปีก่อน เริ่มมาจาก Samsung Galaxy Note 7, Galaxy S8 และ Galaxy S8+ และล่าสุดนี้ก็คือ Galaxy Note 8 นั่นเอง

สำหรับรุ่นก่อนหน้า Galaxy Note 8 ที่หน้าจะรองรับ HDR เหมือนกันนั้นจะได้รับการเพิ่มใส่เข้าไปในรายชื่อเครื่องที่รองรับจาก Netflix หรือไม่ ณ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลใดๆ จาก Netflix ที่จะยืนยันได้ คงต้องรอติดตามกันต่อไป APPDISQUS ไม่พลาดที่จะนำมาอัพเดตอย่างแน่นอน

from:https://www.appdisqus.com/2017/09/05/netflix-add-galaxy-note8-to-hdr-support-list.html

ผู้กำกับ La La Land เตรียมทำ The Eddy เป็นซีรีส์ musical จำนวน 8 ตอนลง Netflix

Netflix เข้าซื้อซีรีส์จำนวน 8 ตอน เรื่อง The Eddy ผลงานกำกับโดย Damien Chazelle ที่มีผลงานโดดเด่นและได้รางวัลออสการ์หลายรายการอย่าง La La Land และยังมีนักเขียนบทมือดี Glen Ballard ที่ถนัดเขียนบทละครเพลงมาร่วมงานในเรื่อง The Eddy ด้วย

เรื่องราวของ The Eddy เกิดขึ้นในปารีส แต่ยังไม่มีรายละเอียดนักแสดงเผยออกมา โดย Erik Barmack รองประธานฝ่ายภาพลักษณ์นานาชาติของ Netflix เผยว่า นักแสดงและทีมงานส่วนใหญ่เป็นคนฝรั่งเศส ส่วนเนื้อหาของ The Eddy อาจจะมีโทนอารมณ์หม่นกว่า La La Land

Damien Chazelle เป็นอีกหนึ่งผู้กำกับแถวหน้าที่ร่วมงานกับ Netflix เขาเป็นผู้กำกับอายุน้อยที่สุดที่ได้รางวัลออสการ์ Netflix เองก็ตั้งใจทำคอนเทนต์ดึงดูดคนดูต่างประเทศมากขึ้นด้วย ตั้งแต่ประสบความสำเร็จพอสมควรเรื่อง Okja อย่างไรก็ตาม การลงทุนเรื่องคอนเทนต์ musical ของ Netflix อาจมีความเสี่ยง เพราะก่อนหน้านี้ทางบริษัทยกเลิก The Get Down ซีรีส์ละครเพลงเกี่ยงกับดิสโก้ในยุค 70 ไปเพราะไม่ได้รับความนิยม

No Description
Damien Chazelle
ภาพจาก Wikipedia

ที่มา – The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/95201

Codegirl: สารคดีดีๆ ที่แนะนำให้คน IT ในไทยทุกคนได้ดูบน Netflix

หลายๆ คนในวงการ IT คงจะตระหนักถึงปัญหาเรื่องการขาดแคลนบุคลากรทางด้าน IT ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างหนักในประเทศไทยอยู่แล้ว และในอนาคตปัญหานี้ก็มีแนวโน้มที่จะแย่ลงไปอีก ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้ดูสารคดีเรื่อง Codegirl ใน Netflix และเห็นว่าเป็นสารคดีหนึ่งที่น่าจะเข้ามาตอบโจทย์นี้ให้เราได้บ้างไม่มากก็น้อย จึงขอหยิบยกมาแนะนำให้ทุกท่านได้ไปดูกันดังนี้ครับ

Credit: Netflix

 

สารคดีเรื่อง Codegirl นี้มีความยาว 1 ชั่วโมง 47 นาที มี Subtitle ภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ดู (ภาษาอังกฤษต้องเลือกแบบ [CC] นะครับ) โดยเป็นเรื่องราวของเหล่าเด็กสาวทั่วโลกที่เข้าร่วมแข่งขันในงาน Technovation ซึ่งเป็นการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยมีข้อบังคับว่าสมาชิกในทีมต้องเป็นผู้หญิงอายุ 10-18 ปีเท่านั้น เพราะจุดมุ่งหมายของโครงการนี้ คือการเสริมสร้างผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีหญิงให้มีจำนวนมากขึ้น สร้างโอกาสในการทำงานด้านเทคโนโลยีให้กับผู้หญิงมากขึ้น และลดปัญหาเรื่องการกีดกันทางเพศในวงการ IT ให้ลดน้อยลง

ภายในสารคดีนี้จะเป็นการถ่ายทำทีมต่างๆ ที่ได้เข้าร่วมในโครงการ Technovation ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นโครงการไปจนถึงวันประกาศผลทีมชนะ ซึ่งเราจะได้เห็นภาพในมุมที่หลากหลาย ทั้งการเริ่มต้นเข้าร่วมโครงการจากเหล่าเด็กๆ ที่มีความพร้อมทั้งความรู้และความสามารถ ไปจนถึงเหล่าเด็กๆ ที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้เขียนโปรแกรมหรือธุรกิจเลย แต่ต้องมาเรียนรู้เรื่องพวกนี้ภายในเวลา 3 เดือนเพื่อเข้าแข่งขัน

ประเด็นที่น่าสนใจคือเราจะได้เห็นว่ามีปัจจัยใดบ้างที่จะส่งเสริมให้เหล่าเด็กๆ ได้สามารถแสดงศักยภาพและสร้างสรรค์เทคโนโลยีต่างๆ ขึ้นมาได้ด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งถ้าหากใครมีแนวทางอยู่แล้วว่าอยากจะทำโครงการ CSR เพื่อผลักดันสังคมไทยให้มีบุคลากรทางด้าน IT และธุรกิจสมัยใหม่ที่มีคุณภาพมากขึ้น สารคดีเรื่องนี้น่าจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจและให้แง่คิดได้ดีทีเดียวครับ โดยถึงแม้ในสารคดีจะมุ่งเน้นไปที่เด็กผู้หญิงเป็นหลัก แต่ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงประเด็นเรื่องความแตกต่างทางเพศครับ

สำหรับผู้ที่ใช้ Netflix อยู่แล้ว รับชมเรื่อง Codegirl ได้ทาง https://www.netflix.com/title/80085424 เลยครับ

 

Spoiler Alert: สรุปสั้นๆ ว่าเราจะผลักดันเยาวชนให้ก้าวสู่วงการ IT ได้อย่างไร

สิ่งที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนจากสารคดีเรื่องนี้มีดังนี้

 

1. การให้คำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่มีความรู้ และพร้อมจะช่วยสนับสนุนเด็กๆ ด้วยความคิดเห็นที่เหมาะสม

ในเรื่องนี้เราจะได้เห็นภาพของ Mentor หรือที่ปรึกษาของเด็กๆ ในแต่ละทีมที่มีความจริงจังค่อนข้างมาก คอยช่วยสนับสนุนเด็กๆ ทั้งในแง่ของการให้คำปรึกษา, การให้คำแนะนำ, การช่วยติดต่อประสานงานให้เด็กๆ มีโอกาสได้ไปพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่เด็กๆ อยากทำ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงปัญหาที่แท้จริง และนำปัญหาเหล่านั้นกลับมาขบคิดเพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาใหม่ๆ ด้วยการนำเทคโนโลยีไปใช้ และสร้าง Business Model ขึ้นมารองรับไปพร้อมๆ กัน

การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ที่มีความรู้และพร้อมที่จะใช้เวลากับเด็กๆ เหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว ในขณะที่เหล่าผู้ปกครองเองก็ต้องทำความเข้าใจและให้การสนับสนุนเด็กๆ ด้วยเช่นกัน

 

2. การเปิดให้เด็กๆ มีเวลาและโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากการเรียนภายในห้องเรียน

การเรียนรู้เรื่องธุรกิจ, การพัฒนา Mobile Application และปัญหาสังคมเพื่อนำทั้งหมดนี้มาผสานเป็นโซลูชันสำหรับนำเสนอในการประกวดครั้งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นศาสตร์ใหม่ๆ ที่เด็กๆ ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ด้วยตัวเองเพิ่มเติมทั้งสิ้น ในสารคดีฉบับนี้เราจะได้เห็นเด็กๆ ใช้เวลานอกห้องเรียนไปกับการเรียนรู้ในสิ่งเหล่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งโรงเรียนและบ้านต่างก็ต้องช่วยสนับสนุนเด็กๆ ให้มีพื้นที่ในการเรียนรู้ทั้งในเวลาและนอกเวลากันได้ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ดี ในสารคดีนี้เราก็จะได้เห็นภาพของเด็กแต่ละกลุ่มที่สภาพแวดล้อมมีความพร้อมให้ในระดับที่ต่างกันออกไป ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวครับ

 

3. การเปิดให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเรียนรู้และใช้งานได้ โดยไม่ติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์

ในการนำเสนอโครงการกับทาง Technovation นั้นนอกจากจะต้องส่ง Mobile Application และ Project Proposal แล้ว ในรอบแรกนั้นก็ยังจะต้องส่ง Video สำหรับการ Pitch โครงการเบื้องต้นด้วย และเราก็จะได้เห็นเด็กๆ ได้ใช้งานเทคโนโลยีที่หลากหลายในการจัดการสร้างสิ่งต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมาส่ง ไม่ว่าจะเป็น IDE สำหรับการพัฒนา Application, Word Processing, Cloud Document ไปจนถึงซอฟต์แวร์ตัดต่อ Video ซึ่งเด็กๆ เหล่านี้ก็สามารถเข้าถึงและเรียนรู้การใช้งาน Software เหล่านี้ได้ด้วยตนเองเพื่อสร้างผลลัพธ์ตามที่ต้องการออกมา เรียกได้ว่าเด็กๆ จะได้หัดใช้เครื่องมือเหล่านี้จริงๆ ตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมกันเลย

การเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก และหากมองย้อนกลับมาเมืองไทยเราเอง ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าบางกรณีเด็กๆ บ้านเราก็ยังคงต้องใช้ Software เถื่อนเพื่อการเรียนรู้กันอยู่เลย ประเด็นนี้จึงน่าสนใจไม่น้อยทีเดียวว่าเราจะร่วมกันแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร

 

4. การให้ความสำคัญกับการที่เด็กๆ จะเข้าสู่โลกของเทคโนโลยีให้ได้เร็วที่สุด

ในสารคดีเราจะได้เห็นบางทีมที่ได้เรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีหรือมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา Software ตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมกันแล้ว เพราะถือว่าเครื่องมือและแนวคิดเหล่านี้เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคต ทำให้บางทีมนั้นมีพื้นฐานที่ดีกว่าทีมอื่นๆ, มีทรัพยากรที่พร้อมกว่าทีมอื่นๆ และสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้โดยมุ่งเน้นไปที่โจทย์ทางด้านธุรกิจอย่างเต็มที่นั่นเอง ในขณะที่บางทีมนั้นถึงแม้จะต้องเริ่มต้นเรียนรู้การเขียนโปรแกรมจากศูนย์ หรือหัดใช้ภาษาใหม่ๆ ในการพัฒนา Mobile Application ด้วยตัวเองในระยะเวลาที่สั้น แต่อย่างน้อยเด็กๆ เหล่านี้ก็ยังสามารถเข้าถึงสิ่งที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ของ Hardware, Software และคำแนะนำจากผู้ที่มีความรู้

from:https://www.techtalkthai.com/codegirl-a-recommended-it-documentary-on-netflix/