คลังเก็บป้ายกำกับ: Networking

Ericsson ประสบความสำเร็จ ทดสอบ 5G ที่ความเร็ว 23.4Gbps

Ericsson ได้ออกมาประกาศถึงความสำเร็จในการทดสอบความเร็วของเทคโนโลยี 5G ร่วมกับ Telecom Italia (TIM) ได้ความเร็วในการ Download ที่สูงถึง 23.4Gbps

Credit: ShutterStock.com

 

การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นที่ Polytechnic University of Turin โดยใช้คลื่น 28GHz Millimeter Wave อีกทั้งนอกจากการทดสอบ Bandwidth ตามปกติแล้ว ทาง Ericsson ก็ยังได้ทำการทดสอบการทำ Streaming สำหรับ Virtual Reality ผ่าน 5G สำเร็จด้วยในเวลาเดียวกัน

ความร่วมมือในครั้งนี้เริ่มต้นมาเมื่อเดือนมีนาคม 2017 ที่ผา่นมา โดยมีเป้าหมายว่าต้องการทดสอบเทคโนโลยี 5G สำหรับเมือง Turin เพื่อเตรียมใช้ 5G ให้ครอบคลุมทั่วเมืองให้ได้ภายในปี 2020

ส่วนปีหน้า ทาง TIM และ Polytechnic University of Turin ก็มีแผนที่จะร่วมมือกันทำวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/ericsson-successfully-tested-5g-at-23-4-gbps/

Advertisements

Wi-Fi Starbucks ถูกแฮ็ค! นำเครื่องลูกค้าไปใช้ขุด Cryptocurrency

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ผู้ใช้งาน Twitter ได้ออกมารายงานถึงการค้นพบว่าระบบ Wi-Fi ของ Starbucks ที่ Buenos Aires ถูกแฮ็คเพื่อฝังโค้ด สำหรับใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของลูกค้าที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ในร้านในการขุด Cryptocurrency

Credit: cherezoff/ShutterStock

 

Noah Dinkin คือผู้ที่นำเรื่องนี้มาออกมาตีแผ่บน Twitter โดยนอกจากเขาจะพบโค้ดขุด Cryptocurrency แล้ว เขายังพบอีกด้วยว่าโค้ดของหน้าเว็บดังกล่าวบนะรบบ Wi-Fi ของ Starbucks ยังจะทำการหน่วงผู้ใช้งานเอาไว้ เพื่อให้มีเวลาในการขุด Cryptocurrency ให้นานขึ้นด้วย โดยโค้ดที่ใช้นั้นเป็นโค้ดของ Coinhive เพื่อใช้สร้างเหรียญ Monero

อย่างไรก็ดี Starbucks ได้ออกมาแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาแล้วว่าตอนนี้ได้แก้ปัญหาดังกล่าว และจัดการระบบ Wi-Fi ของตนเองให้ปลอดภัยแล้ว

ก็ถือเป็นอีกเคสที่น่าสนใจดีครับ ว่าระบบลักษณะนี้เองก็เริ่มถูกโจมตีฝังโค้ดกันแล้ว

 

ที่มา: https://www.cnbc.com/2017/12/12/starbucks-customer-laptops-hacked-to-mine-cryptocurrency.html

from:https://www.techtalkthai.com/starbucks-wi-fi-was-hacked-to-mine-cryptocurrency/

Ericsson วิเคราะห์ ไทยเตรียมใช้ LTE และ 5G เป็นเครือข่ายหลักในปี 2023

คุณวุฒิชัย วุฒิอุดมเลิศ ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานฝ่าย Networks Solution แห่งบริษัทอีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมาเล่าถึงรายงาน Ericsson Mobility Report November 2017 ที่เป็นแนวโน้มการใช้งานระบบเครือข่ายสำหรับโทรศัพท์มือถือทั่วโลก ซึ่งทางทีมงาน TechTalkThai ก็ขอนำมาสรุปให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกันดังนี้ครับ

 

สรุปแนวโน้มการใช้เครื่องข่ายโทรคมนาคมในปัจจุบัน

Key Highlights ทั่วโลก

  • LTE หรือ 4G กลายมาเป็นสื่อหลักไปแล้วในปลายปี 2017 แทน WCDMA หรือ 3G
  • จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ 5G ภายในปี 2023 จะมีจำนวนถึง 1,000 ล้านเครื่อง
  • Global Mobile Data Traffic จะเติบโตถึง 8 เท่าในปี 2023 เทียบเป็นปริมาณ 110 Exabyte ต่อเดือนเลยทีเดียว

ปัจจุบันนี้ทั่วโลกมีผู้ใช้งาน LTE เพิ่มขึ้นมาจนถึง 2,500 ล้านรายแล้วจากผู้ใช้งาน Mobile ทั้งหมด 7,800 ล้านราย และเอเชียถือเป็นตลาดใหญ่มาก โดยจีนเป็นอันดับ 1, อินเดียเป็นอันดับ 2 และรวมทั้งภูมิภาคเอเชียนอกเหนือจากสองประเทศนั้นก็จะมีมากกว่าจีนทั้งประเทศเสียอีก ทั้งนี้ภายในปี 2023 LTE จะเติบโตกลายเป็น 5,500 ล้าน Subscriber

เทคโนโลยี 5G แบบ Non-standalone ที่ต่อยอดขึ้นมาจากโครงข่ายของ LTE เดิมนั้นจะเริ่มต้นมีการใช้งานภายในปลายปี 2017 นี้แล้ว ส่วนเทคโนโลยี 5G NR ซึ่งเป็นแบบ Standalone นั้นมาตรฐานจะออกมากลางปี 2018 และจะเริ่มถูกนำมาใช้งานภายในปี 2019 โดยคาดว่าจะมีโครงการ 5G ขนาดใหญ่ภายในปี 2020 ซึ่งภูมิภาคอเมริกาเหนือและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี) จะมีสัดส่วนการใช้งานเทคโนโลยี 5G สูงสุด เป็นแนวโน้มเดียวกับ LTE ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ จากที่มีการทำนายว่าปริมาณ Traffic ทั่วโลกจากจะเพิ่มขึ้นเป็น 110 Exabyte ต่อเดือนนั้น สัดส่วน Traffic เหล่านี้จะเกิดจากวิดีโอถึง 75% เนื่องจากวิดีโอนั้นจะมีความละเอียดและมีเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น ทำให้ต้องใช้ Traffic สูงขึ้นนั่นเอง

 

Key Highlights สำหรับ APAC

  • ภายในปี 2023 จำนวนผู้ใช้งาน 5G จะมีจำนวนเกินกว่า 650 ล้านเครื่อง นับเป็นสัดส่วนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้งาน 5G ทั้งหมด
  • ภายในปี 2023 ปริมาณ Traffic ใน SEA และ Oceania จะเติบโตขึ้น 9 เท่าและนับเป็น 12 Exabyte ต่อเดือน แต่หากนับเฉพาะ Smartphone จะเติบโต 6 เท่าเท่านั้น
  • ส่วนประเทศไทย จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ LTE/5G มากกว่า 60% ภายในปี 2023

สำหรับประเทศไทยปัจจุบันปี 2017 มีผู้ใช้งาน Smartphone อยู่ประมาณ 65 ล้านเครื่อง และจะเติบโตเป็นประมาณ 100 ล้านเครื่องภายในปี 2023 และปริมาณผู้ใช้งาน LTE/5G รวมกันจะเติบโตนับเป็น 2 เท่า ส่วนปริมาณการใช้งาน Data Plan ที่ระดับเกินกว่า 5GB ต่อเดือนนั้นมีถึง 66% ของผู้ใช้งานในปัจจุบัน

 

5G จะเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง?

สำหรับทั่วโลกนั้น 5G นั้นจะเป็นรายรับของธุรกิจโทรคมนาคมถึง 36% ภายในปี 2026 นับเป็นรายได้ประมาณ 619,000 ล้านเหรียญ โดย Internet of Things (IoT) จะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก ส่วนสำหรับไทย 5G จะมีส่วนแบ่ง 22% เกิดเป็นรายรับ 2,600 ล้านเหรียญ และตลาดสำคัญก็ยังคงเป็นภาคธุรกิจเช่นกัน

ทั้งนี้ Ericsson เองก็ได้ทำกรพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองให้กลายเป็น Software-defined รองรับการสร้าง Cloud สำหรับเหล่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมให้สามารถทำ NFV และ SDN ได้แล้วอย่างเต็มตัว ทำให้การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำเสนอบริการใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

Ericsson ทดสอบ 5G แล้วในประเทศไทย ได้ความเร็ว 5.7Gbps

Ericsson นั้นเป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำเทคโนโลยี 5G เข้ามาทดสอบในไทยที่ความเร็วระดับ 5.7Gbps ซึ่งการทดสอบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการฉลองครบรอบ 111 ปีของ Ericsson ในประเทศไทย

NB-IoT เหมาะกับอุปกรณ์ IoT ที่ส่งข้อมูลไม่มากในแต่ละวัน และวันหนึ่งๆ ส่งเพียงไม่กี่ครั้ง ใช้กับอุปกรณ์ที่ไม่ค่อยจะเคลื่อนที่นัก ในขณะที่ CAT-M1 จะรองรับปริมาณข้อมูลที่สูงกว่า และรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เคลื่อนที่ได้ อีกทั้งยังสามารถทำ VoLTE over IoT ได้อีกด้วย ซึ่งทั้งสองเทคโนโลยีนี้ก็มีแผนที่จะถูกนำมาทดสอบและใช้งานจริงในไทยด้วยเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีหนึ่งที่น่าสนใจคือ Spectrum Sharing Solution ที่จะนำย่านความถี่ของ GSM สลับมาใช้ให้บริการ 5G เพิ่มเติม ทำให้ในภาพรวมแล้ว 5G จะครอบคลุมมากยิ่งขึ้น สำหรับภายในอาคารนั้น Ericsson มีโซลูชันชื่อ Dot สำหรับใช้ส่งสัญญาณภายในอาคาร โดยออกแบบมาให้สามารถรองรับ 5G เพิ่มเติมได้ในอนาคตด้วย

เทคโนโลยีปัจจุบันของ Ericsson นั้นรองรับการอัปเกรดไปเป็น 5G ได้อยู่แล้ว และยังมีระบบ Cloud RAN ซึ่งนำ Cloud มาใช้สำหรับการบริหารจัดการโครงข่ายเหล่านี้

from:https://www.techtalkthai.com/ericsson-predicts-lte-and-5g-will-be-major-connectivity-in-thailand-by-2023/

เปิดตัว Juniper Bots เทคโนโลยีสร้าง Self-Driving Network จาก Juniper Networks

Juniper Networks ได้ออกมาประกาศถึงทิศทางที่จะมุ่งไปสู่การสร้าง The Self-Driving Network ด้วยการเปิดตัว Juniper Bots ชุด Application ที่จะมาช่วยให้การทำ Network Automation กลายเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งกว่าแต่ก่อน

Credit: Juniper Networks

 

ถึงแม้ว่าจะเป็นกระแสมาตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วว่าเหล่า Network Engineer นั้นควรจะต้องเริ่มต้นหัดเขียนโปรแกรม แต่ในการทำ Network Automation จริงๆ นั้นก็ยังมีความซับซ้อนอยู่ไม่น้อย ทำให้เกิดความผิดพลาดได้มาก และเสียเวลานานในการพัฒนา Script แต่ละชุดขึ้นมาใช้งาน ด้วยเหตุนี้ทาง Juniper Networks จึงต้องทำการพัฒนาเครื่องมือขึ้นมาช่วยเหล่าผู้ดูแลระบบเครือข่ายให้ทำงานได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

Juniper Bots นี้เป็นชุดของเครื่องมือที่พัฒนาต่อยอดขึ้นมาจาก Contrail และ AppFormix โดยผสานเทคโนโลยี Real-time Analytics เข้าไปเพื่อใช้ในการแปลงจากการออกแบบระบบเครือข่ายในระดับ High-level ให้กลายมาเป็น Configuration สำหรับอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมดให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีการเปิดตัว Juniper Bots ออกมาด้วยกัน 3 ระบบ ได้แก่

  • Contrail PeerBot สำหรับบริหารจัดการการทำ Network Peering ด้วย Bordder Gateway Protocol (BGP) และจัดการ Policy ได้
  • Contrail TestBot ใช้ในการเสริมให้ระบบเครือข่ายกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำ DevOps
  • AppFormix HealthBot เป็นระบบ Machine Learning สำหรับใช้ติดตามการทำงานของระบบเครือข่ายด้วยการนำข้อมูลที่รวบรวมโดย AppFormix มาใช้ ทำให้แก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ในเวลาเดียวกัน Juniper Networks เองก็ยังออกอัปเดตให้กับ Juniper Extension Toolkit (JET) เครื่องมือสำหรับการบริหารจัดการและควบคุม API Framework ให้สามารถจัดการ Data Plane ได้ด้วย ทำให้เหล่านักพัฒนาสามารถสร้าง Application เพื่อจัดการกับ Juniper vMX และ MX Series 3D Universal Edge Router ได้ รวมถึงยังจัดการกับ Junos OS ได้ด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Juniper Bots ได้ที่ https://www.juniper.net/us/en/solutions/automation/ ครับ

 

ที่มา: http://newsroom.juniper.net/press-releases/juniper-networks-brings-the-self-driving-network-closer-to-reality-with-new–nyse-jnpr-11g148526-001

from:https://www.techtalkthai.com/juniper-bots-for-self-driving-networks-is-announced/

ฟรี ! Data Sheet โซลูชั่น Aruba 2930F Switch Series (ฉบับภาษาไทย)

ผลิตภัณฑ์ Switch จากอรูบ้า นับเป็นโซลูชั่นด้านเน็ตเวิร์กที่แข็งแกร่งและมีความสามารถสูงระดับเอ็นเทอร์ไพรส์ หลายๆ องค์กรหันมาพิจารณาใช้กันมากขึ้น วันนี้ VSTECS ได้จัดทำ Data Sheet ผลิตภัณฑ์ Aruba 2930F Switch Series ฉบับภาษาไทย ให้ได้ดาวน์โหลดไปอ่านกัน

ข้อมูลเบื้องต้น
Aruba 2930F Switch Series ออกแบบมาเพื่อให้องค์กรต่างๆ ทำงานได้ในยุคดิจิตอล มีเครื่องมือในการบริหารเครือข่ายเช่น Aruba ClearPass, Policy Manager และ Aruba AirWave และ รวมถึงยังมี Aruba Central ช่วยบริหารเครือข่ายสาขาได้ง่ายขึ้น สำหรับจุดเด่นๆ ของเจ้าตัวนี้ประกอบด้วย

– เป็นสวิตช์แบบ Layer 3 รองรับการทำ VSF Stacking, Static Routing, RIP, ACL
– Uplink 1GbE และ 10GbE รองรับ PoE+
– รองรับ SDN Application
– การติดตั้งแบบ Zero Touch Provisioning, Aruba Central

ประสิทธิภาพสูงเหมาะสำหรับใช้งาน
Aruba 2930F Switch Series ให้ประสิทธภาพที่ดีในการทำงาน สามารถเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้พลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย 80PLUS Silver Certified Power Supply นอกจากนั้นให้ Latency ที่ต่ำ ด้วยสถาปัตยกรรม HPE/Aruba ASIC ตัวล่าสุด อีกทั้งยังกำหนดค่าการทำงานของแต่ละ Queue โดยการกำหนดปริมาณของหน่วยความจำสำหรับใช้งานแต่ละแอพพลิเคชั่นบนเครือข่ายได้

นี่เป็นแค่เรื่องราวบางส่วน แต่สำหรับท่านใดที่ต้องการดาต้าชีตฉบับภาษาไทย ของ Aruba 2930F Switch Series คลิกดาวน์โหลดกันได้เลย (ฟรี)

from:https://www.enterpriseitpro.net/data-sheet-aruba-2930f/

[PR] หัวเว่ย มารีน และทรอปิคอล ไซแอนส์ เริ่มงานโครงการเคเบิ้ลใต้ทะเล PEACE เชื่อมเอเชียใต้และแอฟริกาตะวันออก

เทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน, 6 ธันวาคม 2560 หัวเว่ย มารีน เริ่มงานศึกษาและสำรวจทางทะเล ร่วมกับบริษัท ทรอปิคอล ไซแอนส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ลงทุนหลักในการสร้างโครงการเคเบิ้ลใต้ทะเล Pakistan East Africa Cable Express (PEACE) เชื่อมเอเชียใต้และแอฟริกาตะวันออก โดยตั้งเป้าแล้วเสร็จในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562

 

 

โครงการดังกล่าวมีระยะทางรวม 13,000 กิโลเมตร เชื่อมเอเชียใต้ (ปากีสถาน) แอฟริกาตะวันออก (จิบูตี) และเคนยา โดยทางตอนเหนือจะขยายเชื่อมขึ้นไปถึงอียิปต์ และทางตอนใต้จะขยายจากเคนยาลงไปถึงแอฟริกาใต้ โครงการนี้จะทำให้การเชื่อมโยงจากจีนไปยังปากีสถานผ่านเครือข่ายเคเบิ้ลภาคพื้นดินที่มีอยู่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และสร้างเส้นทางลัดจากจีนไปยังยุโรปผ่านทางแอฟริกา  การเชื่อมต่อเครือข่ายนี้จะย่นระยะทางของเครือข่ายที่มีอยู่แล้วลงได้มากถึง 50% และเมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ จะช่วยลดค่าใช้จ่าย เบี่ยงเส้นทางเมื่อมีความต้องการใช้งานสูงระหว่างเอเชีย แอฟริกา และยุโรป

ทรอปิคอล ไซแอนส์ เชื่อว่าตลาดแอฟริกามีศักยภาพสูงและน่าสนใจกว่าภูมิภาคอื่นๆ เนื่องจากเครือข่ายในภูมิภาคนี้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และตัวเลขผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในแอฟริกาก็กำลังเติบโตเพิ่มขึ้นในอัตราที่เกินคาด การวางโครงข่ายรับส่งข้อมูลข้ามชาตินี้จะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญของวงการโทรคมนาคมในแอฟริกาตะวันออก รวมไปถึงช่วยพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ในอนาคตด้วย

มร. เหมา เซิ่งเจียง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของหัวเว่ย มารีน กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้เริ่มลงมือทำโครงการที่สำคัญนี้เพื่อให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาการส่งมอบ ความมุ่งมั่นของเราในการตอบโจทย์ของลูกค้าและการยึดมั่นในคุณภาพ รวมถึงการส่งมอบงานตามกำหนดเวลา ถือเป็นชื่อเสียงของบริษัทเรา ผมขอขอบคุณทรอปิคอล ไซแอนส์ และพันธมิตรทั้งหลายของเราที่ได้ให้ความไว้วางใจในหัวเว่ย มารีน”

ในงานประชุม Asia Pacific Submarine Networks Forum ครั้งที่ 3 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทรอปิคอล ไซแอนส์, ไชน่า-อาเซียน อินฟอร์เมชั่น ฮาร์เบอร์, ไชน่า คอนสตรัคชั่น แบงก์ และหัวเว่ย มารีน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อก่อสร้างโครงการเคเบิ้ลใต้ทะเล PEACE นี้

 

 

เกี่ยวกับหัวเว่ย มารีน เน็ตเวิร์คส

บริษัท หัวเว่ย มารีน เน็ตเวิร์คส จำกัด (หัวเว่ย มารีน) เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท
โกลบอล มารีน ซิสเต็มส์ จำกัด จากความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัท หัวเว่ย มารีน ได้ผสมผสานเทคโนโลยีรับ-ส่งสัญญาณผ่านเคเบิลใยแก้วอันทันสมัย ด้วยประสบการณ์ด้านวิศวกรรมทางทะเลและการติดตั้งที่มีมายาวนานถึง 160 ปี และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารผ่านเคเบิลใต้ทะเลทั่วโลก หัวเว่ย มารีน จัดหาโซลูชั่นระบบเคเบิลใต้น้ำคุณภาพสูง คุ้มค่า และครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่บริการออกแบบระบบ ผสมผสาน และติดตั้ง เพื่อสนับสนุนการให้บริการของลูกค้าแก่ผู้ให้บริการเครือข่าย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ public@huaweimarine.com หรือ www.huaweimarine.com

 

เกี่ยวกับทรอปิคอล ไซแอนส์

บริษัท ทรอปิคอล ไซแอนส์ จำกัด เป็นบริษัทจดทะเบียนในฮ่องกง ด้วยความมั่นใจในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของแอฟริกา ทรอปิคอล ไซแอนส์ จึงเน้นลงทุนในโครงการก่อสร้างเคเบิ้ลใต้ทะเลและระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ในทวีปแอฟริกาและเอเชีย เพื่อให้บริการบรอดแบนด์เคเบิ้ลใยแก้วคุณภาพสูงแก่โอเปอเรเตอร์ในแอฟริกาและเอเชีย และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทวีปแอฟริกาและเอเชีย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ news@trscience.com

from:https://www.techtalkthai.com/pr-huawei-marine-and-trscience-on-pakistan-east-africa-cable-express/

เรียน Network ฟรีๆ ภาษาไทย ทาง YouTube Channel ของ MrJodoi

หลายๆ คนที่ทำงานสาย Network ในไทยก็คงจะรู้จักชื่อของ Jodoi ซึ่งเป็นผู้เปิดคอร์สอบรม CCNA ที่โด่งดังกันเป็นอย่างดี และทาง Jodoi เองก็มี YouTube Channel ให้เราทุกคนได้เข้าไปเรียนพื้นฐานและอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้าน Network กันฟรีๆ ด้วยเช่นกันครับ

Credit: Jodoi

 

ใน YouTube Channel ที่ https://www.youtube.com/user/MrJodoi/playlists จะรวบรวม Playlist ของเนื้อหาเทคนิคทางด้าน Network ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น CCNA R&S, CCNAX, Network Security, GNS3, Routing, Switching, WAN, MPLS, IPv6, ACL, NAT, STP, Linux, Virtualization และอื่นๆ อีกมากมายให้เราได้เลือกชมกัน โดยคลิปต่างๆ นั้นถูกอัปเดตมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และยังมีผู้ติดตามแล้วมากกว่า 6,000 คนในเวลานี้ ทางทีมงาน TechTalkThai ก็แนะนำให้เข้าไปกดติดตามเอาไว้ด้วยเช่นกันนะครับ เวลามีคลิปอะไรใหม่ๆ จะได้รับ Notification กัน

ส่วนด้านล่างนี้จะเป็นตัวคลิปใหม่ๆ จากทาง YouTube Channel ของ MrJodoi ให้ลองดูกันก่อนได้นะครับ

ธันวาคมวันหยุดเยอะ อัปเกรดความรู้กันได้ครับ

from:https://www.techtalkthai.com/free-online-network-courses-on-mrjodoi-youtube-channel/