คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS

16 มิถุนายน 2561 ช่อง 7 อนาล็อกดูไม่ได้ทั่วประเทศ ย้ายไประบบดิจิตอลโดยสมบูรณ์

ช่อง 7 ออกมาประกาศย้ำเตือนอีกครั้ง ว่าในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ จะมีการยุติการแพร่ภาพในระบบเดิม หรือระบบอนาล็อก โดยจะแพร่ภาพผ่านทางระบบดิจิตอลระบบเดียวกันทั่วประเทศ ด้วยความคมชัดระดับบ HD ผ่านทางโทรทัศน์ที่มีดิจิตอลจูนเนอร์ในตัว ผ่านกล่อง set top box หรือกล่องดาวเทียมต่างๆ

แฟนๆ สามารถรับชมข่าวสารและสาระความบันเทิงผ่านรายการต่างๆ ได้อย่างจุใจเช่นเคย โดยรับชมได้ 2 ระบบ คือ 1. ผ่านระบบดิจิทัลทีวี มีความคมชัดระดับ HD โดยสามารถรับชมผ่านทางโทรทัศน์เครื่องเดิม ผ่านการติดตั้ง SET TOP BOX หรือรับชมผ่านโทรทัศน์ที่มีดิจิทัลจูนเนอร์ในตัว (iDTV) 2. ผ่านระบบดาวเทียมหรือเคเบิล ซึ่งเป็นการดึงสัญญาณภาพมาให้บริการ ตามกฎ Must Carry ของ กสทช. โดยคุณภาพความคมชัดในแบบดาวเทียมและเคเบิลจะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย

หากแฟนๆ ต้องการสอบถามข้อมูล และวิธีที่ถูกต้องในการรับชม ช่อง 7HD กด 35 สามารถสอบถามได้ที่คอลเซ็นเตอร์หมายเลข 0-2495-7777 กด 7 ให้บริการ 24 ชั่วโมง หรือทาง http://www.ch7.com/tvdigital”

from:http://www.9tana.com/node/ch7-end-analog/

Advertisements

เซเว่นฯ เปิดให้เล่นเกมยิงประตู บอลโลก 2018 รับ M-Coupon ผ่าน 7-11 App

เซเว่นจัดกิจกรรมการตลาดให้เข้าช่วงมหกรรมฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการเปิดให้เล่นเกมยิงประตูสุดมันส์ เพื่อรับรางวัลเป็น M-Coupon สำหรับรับของฟรี หรือเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า-ของกิน มูลค่ารวมกว่า 27 ล้านบาท โดยสามารถเข้าไปร่วมเล่นเกมดังกล่าวได้ที่แอปพลิเคชั่นของเซเว่นฯ (ต้องอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก่อนนะ)

ก่อนที่จะเล่นนั้น อันดับแรกต้องมีสิทธิ์ในการเล่นก่อนครับ โดยเราสามารถรับสิทธิ์ในการเล่นได้จากในเสร็จที่ซื้อของในเซเว่น ซึ่งจะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับสินค้าที่ร่วมโปรโมชั่น

หลังจากสแกนสิทธิ์ได้แล้ว ก็จะสามารถเล่นเกมได้ทันทีครับ หากได้คะแนนตามที่กำหนดในแต่ละวันก็จะได้รับ M-Coupon เอาไปใช้ได้จริงๆ

โดยตอนนี้มีโปรโมชั่นรับสิทธิ์ในการเล่นเพิ่ม 3 สิทธิ์เมื่อจ่ายเงินด้วย TrueMoney Wallet ผ่าน 7App

 

from:http://www.9tana.com/node/711-footbal-app/

โปร dtac ซื้อ iPhone 1 แถม 1 ในงาน Mobile Expo 2018

ดีแทค เตรียมมอบประสบการณ์ คุ้มที่สุด ดีแทค ใจดี ให้มากกว่า ในงานมหกรรมมือถือสุดยิ่งใหญ่ ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2018 (Thailand Mobile Expo 2018)  กับสุดยอดข้อเสนอสมาร์ทโฟนลดราคาสูงถึง 14,000 บาท  ผ่อนได้ทั้งค่าเครื่องและค่าบริการรายเดือน 0% นานสูงสุด 24 เดือน พร้อมพบกับโปรโมชั่นซื้อ iPhone 1แถม1 และพิเศษยิ่งขึ้นเปิดเบอร์ใหม่ในงานเพียง 599บาท รับเน็ตไม่อั้น 40GB โทรฟรี 100 นาที จัดเต็มเฉพาะงานนี้เท่านั้น กับแพ็กเกจที่ดีที่สุด คุ้มที่สุด Super Non-Stop ให้เน็ตความเร็วสูงสุดจุใจ เน็ตไม่หมด ทบไปใช้งานเดือนหน้าได้ พร้อมโทรทุกเครือข่าย

  iPhone ซื้อ 1 แถม 1 (จำนวนจำกัด) โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงาน

  • ซื้อ iPhoneX 256GB ลด 2,000 บาท (จากปกติ 47,000 บาท)รับ iPad 32GB มูลค่า 17,500 บาทฟรีทันที!เมื่อสมัครแพ็กเกจตามที่กำหนดพร้อมชำระค่าบริการรายเดือนล่วงหน้า
  • ซื้อ IPhone8 หรือ iPhone8 Plus 256GB ลดสูงสุด 3,000 บาท รับ iPhone6 32GB มูลค่า 11,500 บาทฟรีทันที! เมื่อสมัครแพ็กเกจตามที่กำหนดพร้อมชำระค่าบริการรายเดือนล่วงหน้า

โปรโมชั่นสมาร์ทโฟนแบรนด์ยอดฮิต ลดจัดหนัก เฉพาะในงานเท่านั้น อาทิ

  • Samsung Galaxy S9+ 256GB จากปกติ 37,900 บาท เหลือเพียง 23,900 บาท แพ็กเกจเริ่มต้น 1099 บาท| 25,900บาท แพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท| 29,400บาท แพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • Samsung Galaxy S9+ 64GB จากปกติ 31,900 บาท เหลือเพียง 20,900 บาท แพ็กเกจเริ่มต้น 1099 บาท| 22,900บาท แพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท| 25,900บาท แพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • Huawei P20 Pro จากปกติ 27,900 บาท ลดกว่า 20% เหลือเพียง 21,990 บาท แพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 1099 บาท| เหลือเพียง 23,990 บาทแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 699 บาท
  • Samsung Galaxy A8 เหลือเพียง 8,990 บาท (จากปกติ 13,990 บาท)| Galaxy A8+ เหลือเพียง 12,490 บาท (จากปกติ 17,490 บาท) แพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 699 บาท
  • Samsung Galaxy A6 เหลือเพียง 3,900 บาท (จากปกติ 8,900 บาท)| Galaxy A6+ เหลือเพียง 5,900 บาท (จากปกติ 10,900 บาท) แพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 699 บาทOppo F7 เหลือเพียง 6,990 บาท (จากปกติ 10,990 บาท) แพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 699 บาท

iPhone เครื่องเปล่าราคาพิเศษ ไม่ติดสัญญา ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า แค่เปิดเบอร์ใหม่ โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงาน ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน ขนมาทุกรุ่น อาทิเช่น

  • iPhone6S Plus 32GB เพียง16,500 บาท (จากปกติ 22,500 บาท)
  • iPhone7 32GB เพียง 21,500 บาท (จากปกติ 22,500 บาท)
  • iPhone7 128GB เพียง 25,000 บาท (จากปกติ 26,500 บาท)
  • iPhone7 Plus 32GB เพียง 26,000 บาท (จากปกติ 27,500 บาท)
  • iPhone7 Plus 128GB เพียง 30,000 บาท (จากปกติ 31,500 บาท)
  • iPhone8 64GB เพียง 27,000 บาท (จากปกติ 29,000 บาท)
  • iPhone8 256GB เพียง 33,000 บาท (จากปกติ 35,000 บาท)
  • iPhone8 Plus 64GB เพียง 31,000 บาท (จากปกติ 33,000 บาท)
  • iPhone8 Plus 256GB เพียง 37,000 บาท (จากปกติ 39,000 บาท)
  • iPhoneX Plus 64GB เพียง 38,500 บาท (จากปกติ 41,000 บาท) iPhoneX Plus 256GB เพียง 44,500 บาท (จากปกติ 47,000 บาท)

ดีแทคใจดี ให้เน็ตให้โทรเพิ่มถึงเดือนละ 50GB โทรฟรี1000นาที เพียงเปิดเบอร์ใหม่ในงานพร้อมสมัครแพ็กเกจ Super Non-Stop 599 บาท พร้อมรับสิทธิ์ซื้อสมาร์ทโฟนในราคาพิเศษ

ซื้อเบอร์โฟร์ 1111-9999 แบบไม่ต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า และเริ่มต้นเพียงแค่ 899 บาท!

ซื้อสมาร์ทโฟนภายในงานรับของสมนาคุณฟรีมูลค่าสูงสุด 1,990 บาท อาทิ ลำโพง Paul Frank ลำโพงทรงกระบอก กระเป๋าเป้ดีแทค  ขาตั้งกล้องจาก Huawei และ Power bank LINE

พบกับสมาร์ทโฟนแบรนด์ดัง และข้อเสนอ  สุดคุ้มและกิจกรรมพิเศษสุดที่บูธดีแทค ในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2018 (Thailand Mobile Expo 2018) ระหว่างวันที่ 24-27 พฤษภาคม 2561 นี้ เวลา 10.00 น. – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

from:http://www.9tana.com/node/dtac-iphone-1-free-1/

Apple เป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์สวมใส่ไตรมาส 1 ปี 2018 ผลมาจากความนิยม Apple Watch Series 3 Cellular

Apple Watch Spring Collection Available 1

สื่อต่างประเทศรายงานข้อมูลว่าในไตรมาส 1 ปี 2018 ที่ผ่านมา Apple สามารถขายอุปกรณ์สวมใส่อย่าง Apple Watch ได้ดี ทำสถิติสูงสุดในกลุ่ม Smartwatch Cellular

Apple ยังเป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์สวมใส่ ไตรมาสแรกปี 2018

Canalys รายงานข้อมูลสรุปยอดขายสินค้ากลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) ในไตรมาส 1 ปี 2018 ตั้งแต่เดือน ม.ค. – มี.ค. 2018 ชี้ให้เห็นว่า Apple ยังเป็นผู้นำในตลาดนี้อยู่ โดยสินค้ากลุ่ม Smartwatch สร้างรายได้มากถึง 80% ในตลาดอุปกรณ์สวมใส่

Canalys Wearables Q1 2018

ในรายงานเผยว่าตลาดอุปกรณ์สวมใส่เติบโตขึ้น 35% แบบปีต่อปี มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 20.5 ล้านเครื่อง โดย Apple ผู้ครองอันดับหนึ่งขายอุปกรณ์ได้ 3.8 ล้านเครื่อง (ไตรมาส 2 ของ Apple) ตามมาติดๆ ด้วย Xiaomi ที่ขายได้ 3.7 ล้านเครื่องในไตรมาสแรกของปี 2018

Apple Watch Series 3 Cellular

ข้อมูลเพิ่มเติมเผยว่า ยอดขายอุปกรณ์สวมใส่แบบทั่วไป (Basic Band) ส่วนใหญ่มาจาก Mi Band ราคา 27 ดอลลาร์ของ Xiaomi ส่วนยอดขาย Smartwatch แน่นอนว่ามาจาก Apple Watch ของ Apple เป็นหลัก

Apple Watch Series 3 Cellular Review 1756

สำหรับความสำเร็จในตลาด Smartwatch และตลาดอุปกรณ์สวมใส่ของ Apple นักวิเคราะห์เผยว่ามาจาก Apple Watch Series 3 รุ่น Cellular เพราะในเรื่องการขายนั้น Apple Watch รุ่น Cellular สามารถขายได้ทั้งตัวเครื่องและบริการ Cellular ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ Apple Watch Series 3 Cellular มีมูลค่าตลาดสูง

ทั้ง Xiaomi และ Fitbit ต่างเน้นส่ง Band (สายรัดอัจฉริยะ) เข้ามาในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ ส่วน Garmin คู่แข่ง Smartwatch ของ Apple นั้นยังตามหลัง Apple อยู่ สามารถขายอุปกรณ์ได้ 1 ล้านเครื่องในไตรมาสดังกล่าว

ที่มา – 9to5mac

from:https://www.iphonemod.net/apple-watch-lte-defining-wearable-market-q1-2018.html

ซัมซุงเปิดศูนย์บริการสมาร์ทโฟนแห่งใหม่ ใหญ่และล้ำสมัยที่สุดในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เปิดให้บริการครบวงจรแล้ววันนี้ ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าซีคอนฯ บางแค

ซัมซุงเปิดตัวศูนย์บริการสมาร์ทโฟนแห่งใหม่ ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าซีคอน สแควร์ บางแค เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายแก่ลูกค้าแบบครบวงจร ด้วยทีมงานคุณภาพที่ผ่านการอบรมมาตรฐานการบริการ พร้อมที่จะช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

ยกระดับความสะดวกสบายด้วยการบริการทั้งที่ศูนย์ฯ ทั้งผ่านคอลเซ็นเตอร์ และผ่านไลฟ์แชทบนเว็บไซต์ตลอด 24 ชั่วโมง การันตีด้วยรางวัล “ศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค” (Call Center)ระดับดีเด่น ประจำปี 2560

นายธเนศ พาณิชพัฒน์ ผู้จัดการอาวุโส แผนกบริการลูกค้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ซัมซุงมีเป้าหมายชัดเจนในการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าเพื่อผู้บริโภคยุคใหม่อย่างรอบด้าน นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมระดับโลกแล้ว การบริการยังถือเป็นกุญแจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ เพราะการให้บริการที่ดีจะส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าและช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว และเมื่อจำนวนของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในไทยเพิ่มขึ้น ความต้องการของศูนย์บริการก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซัมซุงจึงได้เปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ ที่ใหญ่และล้ำสมัยที่สุดในเขตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ณ ชั้น ศูนย์การค้าซีคอนฯ บางแค โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์และสร้างความประทับใจต่อแบรนด์ซัมซุงด้วยบริการที่ดี มีการเอาใจใส่ในแต่ละรายละเอียดความต้องการของผู้บริโภคอย่างครบถ้วน เน้นการพัฒนาด้านบริการที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนยุคใหม่ เพื่อสร้างความสะดวกสบายและพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าซัมซุงของเราทุกคน”

โดยศูนย์บริการสมาร์ทโฟนแห่งใหม่ของซัมซุง พร้อมนำเสนอบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน ด้วยจุดเด่นดังต่อไปนี้:

  • นวัตกรรมเพื่อการบริการ ที่ศูนย์บริการสมาร์ทโฟนของซัมซุง นวัตกรรมในการนำเสนอก็ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ซัมซุงได้พัฒนาซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี อาทิเช่น โปรแกรมGalaxy Must ที่จะช่วยตรวจเช็คคุณภาพและจุดขัดข้องของตัวเครื่องได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ โปรแกรมวิเคราะห์อาการเสียก่อนและหลังการซ่อม Galaxy Diagnose ที่จะช่วยตรวจสอบการทำงานของสมาร์ทโฟนก่อนส่งคืนสู่มือของลูกค้าเพื่อเพิ่มความมั่นใจและน่าเชื่อถือของบริการ Remote Service ที่พนักงานซัมซุงสามารถเข้าถึงมือถือของลูกค้าได้แม้ไม่ต้องอยู่ที่ศูนย์บริการ พร้อมทั้งช่วยตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ไม่สารถเดินทางมาที่ศูนย์บริการได้ และอุปกรณ์ในห้องซ่อมของศูนย์บริการที่มีทั้ง เครื่องมือถอดประกอบจออัตโนมัติ และ ห้องซ่อมแบบป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ช่วยป้องกันการเสียหายเพิ่มเติมระหว่างซ่อมแซมได้ และ แอพพลิเคชั่น My Samsung ที่ช่วยดูแลลูกค้าให้สามารถเข้าถึงบริการหลังการขายของซัมซุงได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่ช่วยให้ลูกค้าใช้งานผลิตภัณฑ์ซัมซุงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ความรวดเร็ว แม่นยำ นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบและซ่อมแซมสมาร์ทโฟนของศูนย์บริการซัมซุงแล้ว ความเร็วก็ถือเป็นกุญแจสำคัญในการบริการเช่นกัน ด้วยการันตีความรวดเร็วในการซ่อม ซึ่งลูกค้าสามารถรอรับสินค้าได้เลย
  • บุคลากรคุณภาพ ความพร้อมของพนักงานเป็นเรื่องสำคัญ พนักงานทุกคนของศูนย์บริการซัมซุงจึงต้องผ่านการอบรมมาตรฐานเพื่อรักษาระดับการให้บริการพร้อมกับพัฒนาคุณภาพบุคคลากรไปด้วย อาทิเช่น เจ้าหน้าที่ Galaxy Consultant ประจำทุกแบรนด์ช็อปเพื่อให้บริการด้านแอพลิเคชั่น เจ้าหน้าที่ Galaxy Butler Service ที่จะคอยดูแลลูกค้าแบบพิเศษ และพนักงานที่ต้องมีการอัพเดท ฝึกฝน และทดสอบเพื่อให้สามารถตอบคำถามต่างๆทุกครั้งที่ลูกค้าต้องการความช่วยเหลือได้
  • เครือข่ายศูนย์บริการที่เข้าถึงง่าย ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยศูนย์บริการซัมซุงมากถึง 118 สาขาทั่วประเทศ  ครอบคลุมกว่า 45 จังหวัดและจุดบริการรับฝากซ่อมเครื่องมากถึง 689 จุดทั่วประเทศ ครอบคลุม 69 จังหวัด ลูกค้าสามารถเดินทางมาใช้บริการจากศูนย์บริการซัมซุงที่ใกล้บ้านได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีบริการคอล เซนเตอร์ และ ไลฟ์ แชท ที่พร้อมจะให้บริการลูกค้า 24 ชม.

ทั้งนี้ ซัมซุงยินดีที่จะดูแลลูกค้า พร้อมมอบความประทับใจและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนซัมซุง ในฐานะผู้นำนวัตกรรมเพื่อการตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่อย่างต่อเนื่องผ่านศูนย์บริการทั่วประเทศ

สามารถแจ้งซ่อมและสอบถามข้อมูลบริการเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ ซัมซุง คอลเซ็นเตอร์ โทร 1282 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้านที่หมายเลข1800293232 แฟกซ์ 026893298 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่:  www.samsung.com/th/support

* เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กำหนด สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ Samsung Brand Shop หรือ Call Center โทร 0924830303

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsumg ได้ที่นี่ >>> https://goo.gl/uUCG35

 

from:http://mobileocta.com/samsung-launches-new-smartphone-center-biggest-and-most-advanced-in-bangkok-west/

ก้าวข้ามขีดจำกัดในตัวคุณไปกับ moto g6 plus และ moto g6 ในราคาเริ่มต้นที่ 7,990 บาท

โมโตโรล่าเดินหน้านำเสนอสมาร์ทโฟนทีมาพร้อมการผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์ดีไซน์และฟีเจอร์การทำงานที่สมบูรณ์แบบเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้งาน  โดยโมโตโรล่าเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง moto g6 plus และ moto g6 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมนวัตกรรมที่รองรับการใช้งานของไลฟ์สไตล์คนไทยได้อย่างแท้จริง ซึ่งพร้อมวางจำหน่ายตั้งวันที่ 24 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้นที่ 7,990 บาท

moto g6 plus และ moto g6 ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการทำงานเหนือชั้นยิ่งขึ้นทั้ง หน้าจอ ดีไซน์ตัวเครื่อง และประสิทธิภาพการทำงาน ที่รองรับชิปเซ็ตประมวลผลที่รวดเร็วทรงพลังอย่าง Qualcomm® Snapdragon™ และระบบปฏิบัติการ Android™ 8.0 Oreo™ อีกทั้งมาพร้อมระบบซอฟต์แวร์ Moto Experiences ที่ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของเทคโนโลยี AI ได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น

moto g6 plus: กล้องอัจฉริยะ ประสิทธิภาพการทำงานครบครัน

moto g6 plus โดดเด่นด้วยหน้าจอไร้ขอบขนาด 5.9 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 พร้อมเทคโนโลยีความคมชัด Full HD Max Vision ที่ให้คุณภาพความคมชัดและสีสันที่ละเอียดยิ่งขึ้น  เอาใจคนรักการถ่ายภาพสุดสร้างสรรค์ด้วยระบบซอฟต์แวร์กล้องอัจฉริยะและเทคโนโลยีการโฟกัสแบบ Dual Autofocus Pixel ช่วย
ล็อกจุดโฟกัสที่ต้องการได้อย่างแม่นย้ำ อีกทั้งหมดกังวัลปัญหาการถ่ายรูปในที่แสงน้อยด้วยกล้องหลังที่มาพร้อมรูรับแสงกว้างขนาด F/1.7 และขนาดพิกเซลถึง 1.4um

motorola

นอกจากนี้ยังมาพร้อมขุมพลังชิปเซ็ตประมวลผลแบบ 2.2 GHz octa-core ที่ผู้ใช้งานสามารถดูหนัง เล่นเกม หรือใช้งานหลายแอพพลิเคชั่นต่างๆพร้อมกันกันได้แบบไหลลื่นไม่มีสะดุด ให้การทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันด้วยแบตเตอรี่ความจุ 3,200 mAh ต่อยอดความอึดแบบทันใจด้วยระบบชาร์ตแบตแบบ 15W TurboPower สะดวกรวดเร็วไม่ต้องเสียเวลารอนานในชั่วโมงเร่งรีบอีกต่อไป

moto g6: ออกแบบมาเพื่อคุณ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

moto g6  มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบขนาด 5.7 นิ้ว ด้วยเทคโนโลยีความคมชัด Full HD Max Vision แสดงภาพสีและรายละเอียดชัดสมจริง  ดีไซน์ด้านหลังตัวเครื่องออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยวัสดุ 3D glass ให้ความหรูหราโด่ดเด่นต่างจากสมาร์ทโฟนในระดับเดียวกัน กล้องหลังแบบคู่ความละเอียด 5MP และ 12MP
เพิ่มฟังก์ชั่นการถ่ายภาพด้วยซอฟแวร์กล้องอัฉริยะ อาทิ การปรับสีภาพขาว-ดำ และฟิลเตอร์ตกแต่งใบหน้า  นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปลดล็อกเครื่องได้อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย

รองรับขุมพลังชิปเซ็ตประมวลผลแบบ 1.8GHz octa-core ให้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพลื่นไหล อีกทั้ง แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh ช่วยให้ผู้ใช้งานเต็มอิ่มกับการทำงานตลอดทั้งวันหมดกังวลปัญหาแบตหมด และระบบชาร์ตแบตแบบ 15W TurboPower ที่ต่ออายุการใช้แบตเตอรี่สูงสุดถึง 6 ชั่วโมง ด้วยการชาร์จเพียง 15 นาที

พื้นที่การจัดเก็บแบบไร้ขีดจำกัด

หมดกังวลปัญหาพื้นที่หน่วยความจำเต็ม เพราะสมาร์ทโฟนของโมโตโรล่าทุกรุ่นมาพร้อมพื้นที่จัดเก็บรูปภาพผ่าน Google Photos ซึ่งสามารถสำรองรูปภาพและวิดีโอได้แบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานในการค้นหา แก้ไข หรือแบ่งปันรูปภาพจากอุปกรณ์ดีไวซ์อื่นๆได้อย่างง่ายดาย

ราคาและการจำหน่าย  

moto g6 plus และ moto g6 มาพร้อมสี Deep indigo ที่พร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม เป็นต้นไป โดยราคาเริ่มต้นที่ 9,990 บาท และ 7,990 บาท  พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟน moto g6 plus และ moto g6 ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ตั้งแต่วันที่ 24 – 27  พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รับฟรีทันที Micro SD Card ความจุ 32GB

from:http://mobileocta.com/take-the-moto-g6-plus-and-the-moto-g6-at-a-starting-price-of-7990-baht/

Honor ภูมิใจเสนอ “Honor 10” สุดยอดสมาร์ทโฟนเรือธงที่จะปฏิวัติวงการเอไอ ประจำปี 2018 ในราคาเพียง 13,990 บาท

ออเนอร์ (Honor) เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นออเนอร์ 10 (Honor 10) สุดยอดสมาร์ทโฟนระดับเรือธงประจำปี 2018 ครั้งแรก ที่กรุงเทพมหานครในวันนี้ (23พฤษภาคม 2561) พร้อมนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่จะเปิดประสบการณ์ผู้บริโภคให้ได้ใช้งานจริง ตามแนวคิด “Beauty in AI”

โดยนวัตกรรมแรกที่ออเนอร์ภูมิใจนำเสนอ ได้แก่ นวัตกรรม AI 2.0 นวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ทำงานร่วมกับกล้องหลังเลนส์คู่ของ ออเนอร์ 10 และอีกประการหนึ่งคือ การยกระดับกระบวนการพัฒนาสีสัน วัสดุ และผิวสัมผัส (CMF)[1] ด้วยการพัฒนาฝาด้านหลังของสมาร์ทโฟนให้เป็นแบบ 3 มิติ ด้วยการผสานกระจกถึง 15 ชั้นและเคลือบพื้นผิวระดับนาโนให้งดงามเหมือนกระจกและมีสีสันตามที่ต้องการ โดยออเนอร์ 10 วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยและเวียดนาม

Honor 10

คุณอาคิน ลี ประธานออเนอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้อธิบายว่าสมาร์ทโฟนที่วางจำหน่ายก่อนปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) มักจะมีสีให้เลือกแค่ 3 สี ได้แก่ สีดำ ขาว และทอง จนกระทั่งออเนอร์ได้นำเสนอสมาร์ทโฟนสีฟ้า แฟนท่อมบลูในปี พ.ศ. 2559 ตามด้วยสีเทาแฟนท่อมเกรย์ในปีต่อมา (พ.ศ. 2560) และในปีนี้ ออเนอร์ยังคงนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์น่าสนใจด้วยสีสันไล่เฉดสีและสะท้อนแสงคล้ายออโรร่า อันถือเป็นการปฏิวัติงานออกแบบสมาร์ทโฟนไปอีกขั้นหนึ่ง

“ออเนอร์เชื่อว่าหนทางที่จะนำแบรนด์ของเราไปสู่ความสำเร็จได้ดีที่สุด คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เยี่ยมยอดให้กับผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคคือแรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดของออเนอร์ เราจึงใส่ใจในการรับฟังทุกเสียงของผู้บริโภค และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยใช้ความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถทำสิ่งที่อยากทำได้อย่างใจ” คุณลี กล่าวเพิ่มเติม

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากนักแสดงและนายแบบชื่อดัง คุณบอย – ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ผู้ซึ่งเป็น “เพื่อนใหม่” ของออเนอร์ประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัว พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราวด้านการถ่ายภาพอีกด้วย โดยหลังจากเขาได้สัมผัสออเนอร์ 10 เป็นครั้งแรก บอยในฐานะนายแบบ และผู้มีประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ รู้สึกประทับใจกับคุณสมบัติต่างๆ และมีความยินดีที่ได้ใช้สมาร์ทโฟนเปี่ยมคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพอันล้ำหน้านี้เพื่อบันทึกทุกเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในชีวิตของเขา

ด้วยการนำเสนอสมาร์ทโฟนที่ล้ำสมัยและกลยุทธ์ที่ตรงจุด ส่งผลให้ออเนอร์ยังคงครองตำแหน่งผู้นำสมาร์ทโฟนอี-แบรนด์ อันดับหนึ่งในประเทศจีนไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ประสบความสำเร็จกับการขยายตลาดสู่เวทีระดับโลกอย่างรวดเร็วด้วยอัตราการเติบโตที่สูงถึงร้อยละ 100 นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท อาทิ ในตลาดสหราชอาณาจักร ที่สมาร์ทโฟนรุ่นออเนอร์วิว 10 ได้รับคะแนนรีวิวสูงสุดถึง 5 ดาว จากสื่อมวลชนชั้นนำ อย่าง สตัฟฟ์ (Stuff) เดอะการ์เดี้ยน (The Guardian) ที3 (T3) และเรคอมบู (Recombu) นอกจากนี้ จากการคุณภาพผลิตภัณฑ์ระดับรางวัล และการผสานความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ใช้บริการด้านเครือข่าย ยังส่วนช่วยให้ออเนอร์เติบโตสูงถึงร้อยละ 200 ขณะที่ในประเทศรัสเซีย ออเนอร์ยังติดแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับท็อป 3 ได้อย่างต่อเนื่องถึง 11เดือน ส่วนในประเทศอินเดีย ออเนอร์ยังเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีอัตราการเติบโตสูงจนเป็นแบรนด์ระดับท็อป 5 อีกด้วย

คุณสมบัติเด่นของสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10

ระบบกล้องพร้อมคุณสมบัติ AI 2.0

กล้องหลังคู่ 24 ล้านพิกเซล + 16 ล้านพิกเซล

กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียดสูง 24 ล้านพิกเซล และ 16 ล้านพิกเซล ผสานการทำงานกับชิปเซ็ต ปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (AI) และหน่วยประมวลผลพิเศษ Neural Processing Unit (NPU)แบบอิสระ สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 สามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิต สภาพแวดล้อม หรือวัตถุต่างๆ กว่า 500 แบบ 22 ประเภท อย่างรวดเร็ว อาทิ ท้องฟ้า ต้นไม้ คน หรือน้ำตก และยังสามารถระบุตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ภายในเฟรมภาพได้ทันที

คุณสมบัติข้างต้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยี Semantic Image Segmentation ที่ออเนอร์พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยให้ออเนอร์ 10 สามารถตรวจจับวัตถุต่างๆ ภายในภาพเดียวกันได้อย่างแม่นยำ อันถือเป็นจุดเด่นที่สุดที่แตกต่างจาก แบรนด์อื่นๆ ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับคุณสมบัติอันล้ำหน้าของ AI ที่ช่วยปรับตั้งค่าต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพแต่ละภาพได้แบบเรียลไทม์แล้ว ผู้ใช้ก็สามารถเก็บทุกความภาพความทรงจำได้ในระดับมืออาชีพเพียงกดครั้งเดียว

กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล

ไม่เพียงกล้องหลังอัจริยะเท่านั้น กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลของออเนอร์ 10 ก็มีคุณสมบัติอัจฉริยะสำหรับการเซลฟี่ของทุกคน ด้วยฟีเจอร์ตรวจจับใบหน้าแบบ 3 มิติ การยกระดับองค์ประกอบ และตรวจจับจุดสำคัญต่างๆ บนใบหน้ากว่า 100 จุด เพื่อให้ได้ภาพถ่ายเซลฟี่ที่สวยงามทุกรายละเอียดในระดับพิกเซล

ออเนอร์ 10 ยังมีระบบแสงสตูดิโอด้วยสภาพแสงที่แตกต่างกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่งที่ช่วยให้ทุกการถ่ายภาพมีความสมบูรณ์มากที่สุด นอกจากนี้ ยังยกระดับความสามารถด้วยระบบตรวจจับใบหน้าอัจฉริยะที่แม่นยำ ซึ่งการันตีว่าทุกภาพภาพในโหมด “หน้าชัดหลังละลาย (Bokeh)” จะสามารถเก็บรายละเอียดของใบหน้าทุกคนอย่างครบถ้วนและเหมาะสม แม้ถ่ายภาพหมู่ก็ตาม (Groupfie)

งานออกแบบที่ล้ำสมัยกว่าใคร

ฝาหลังสะท้อนแสงราวกับออโรร่า พร้อมเปลี่ยนสีสันได้ตามมุมมอง

กระบวนการผลิตฝาด้านหลังของออเนอร์ 10 ที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความงดงาม เกิดจากกระบวนการที่ซับซ้อนด้วยขั้นตอนการผลิตระดับเวิลด์คลาสและงานวิศวกรรมที่ล้ำสมัย ที่ต้องอาศัยความแม่นยำและความละเอียดอ่อนอย่างสูง โดยผลิตจากกระจกแบบ 3 มิติ ที่ซ้อนทับกันอย่างประณีตถึง 15 ชั้น เกิดเป็นกระจกดีไซน์พิเศษที่สะท้อนแสงและสีสันไล่เฉดคล้ายแสงออโรร่าในทุกมุมมอง

สีสันที่รังสรรค์โดย The Paris Aesthetics Center

สีสันต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 อาทิ สีฟ้าแฟนท่อมบลูและสีเขียวแฟนท่อมกรีน[2] ล้วนเกิดจากการผสานแนวคิดทางประวัติศาสตร์ศิลปะกับโลกดิจิตอลเข้าด้วยกัน โดยสีสันที่โดดเด่นเหล่านี้พัฒนาขึ้นโดย The Paris Aesthetics Center ที่มีผู้เชี่ยวชาญมากมายคอยช่วยผลักดันให้ทุกความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจต่างๆ กลายเป็นความจริง

รวมคุณสมบัติสุดล้ำในหนึ่งเดียว ทั้งหน้าจอออเนอร์ฟูลวิลและเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้ผิวกระจก

สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิก โดยฝังไว้ใต้ผิวกระจกด้านหน้าอีกทั้งยังใช้หน้าจอไร้ขอบขนาด 5.84 นิ้วแบบฟูลวิว ความละเอียดสูงระดับ FHD+ ในอัตราส่วนหน้าจอ 19:9 ซึ่งคิดอัตราส่วนระหว่างหน้าจอกับโครงสร้างสมาร์ทโฟนอยู่ที่ร้อยละ 86

ยกระดับประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งาน

สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 มีหน่วยประมวลผลพิเศษ NPU ที่ทำงานแบบอิสระติดตั้งภายในตัวเครื่อง พร้อมด้วยแรม (RAM) 4 กิกะไบต์และหน่วยความจำภายในเครื่อง (ROM) 128 กิกะไบต์ ซึ่งมอบพื้นที่จัดเก็บทุกประสบการณ์สุดตื่นเต้น ทั้งภาพถ่าย ไฟล์งาน หรือติดตั้งแอพลิเคชั่นต่างๆ อย่างล้นเหลือ นอกจากนี้ยังมีระบบออเนอร์ซูเปอร์ชาร์จ (Honor Super Charge3) 5V/4.5A เทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยกับแบตเตอรี่ความจุ 3,400 มิลลิแอมแปร์ต่อชั่วโมง (แบบ typical value) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึงร้อยละ 50 ของความจุภายในเวลา 25 นาที[3]

ออเนอร์ 10 ครอบทับด้วยส่วนต่อประสานผู้ใช้อีเอ็มยูไอ 8.1 (EMUI 8.1) ที่ยกระดับทั้งคุณสมบัติและขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ไปอีกขั้น ด้วยหลากหลายคุณสมบัติใหม่ๆ อาทิ คุณสมบัติอีซี่ทอล์ก (Easy Talk) ที่ช่วยลดเสียงรบกวนเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือสถานที่ที่มีเสียงดัง หรือเพิ่มความดังของเสียงผู้พูดอัตโนมัติตามความเหมาะสม แม้เสียงเบาบางอย่างกระซิบ

สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 วางจำหน่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่ลาซาด้า (Lazada) ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายนนี้นราคา 13,990 บาท อีกทั้งยังจัดจำหน่ายที่ร้านซีเอสซี ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และร้านทีจีโฟน ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน เป็นต้นไป

ผู้สนใจสามารถสั่งจองสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 ล่วงหน้า ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ลาซาด้า (https://www.lazada.co.th/products/honor-10-ai-i224258667-s342760758.html?)

หรือที่ร้านซีเอสซี ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และร้านทีจีโฟน ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคมนี้ โดยทุกท่านที่สั่งจองสมาร์ทโฟนล่วงหน้าจะได้รับของขวัญพิเศษ นอกจากนี้ลูกค้าที่สั่งจอง 500 ท่านแรก จะได้รับลำโพงไร้สายอีกด้วย

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Honor ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2GqjaZ8

 

from:http://mobileocta.com/launch-honor-10-in-thailand/