คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS_FEED

คนใช้น้อย Facebook สั่งปิดฟีเจอร์ Friend List Feeds แสดงเฉพาะโพสต์ของเพื่อนในลิสต์

Facebook เริ่มขึ้นข้อความเตือนว่าจะปิดฟีเจอร์ Friend List Feeds ที่แสดงรายการฟีดเฉพาะของเพื่อนแต่ละกลุ่มแล้ว

หลายคนอาจไม่ทราบว่า Facebook มีฟีเจอร์ Lists สำหรับจัดกลุ่มเพื่อน และสามารถดูเฉพาะโพสต์ของเพื่อนใน List นั้นได้ ภายหลังในปี 2011 ก็พัฒนามาเป็น Smart Lists ที่จัดกลุ่มเพื่อนให้อัตโนมัติ

Facebook ให้เหตุผลของการปิดฟีเจอร์นี้ว่า เป็นเพราะมีคนใช้น้อย และต้องการโฟกัสไปที่การพัฒนา News Feed หลักมากกว่า

การปิดฟีเจอร์นี้จะปิดแค่ส่วนของ Feeds เท่านั้น ส่วน Friend Lists ยังคงอยู่เหมือนเดิม เพื่อให้เราสามารถแชร์โพสต์ให้เห็นเฉพาะเพื่อนในลิสต์ได้

ที่มา – TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/104488

Advertisements

ธุรกิจอาหารสุนัข ลดงบโฆษณาบน Facebook แล้ว

ธุรกิจอาหารหมาหรือ Barkbox เตรียมลดงบในสื่อออนไลน์ลงแล้ว หลังการปรับ News Feed ของ Facebook อย่างต่อเนื่องนั้น ไม่ได้สร้างประโยชน์ที่ดีในแง่ของการรับรู้และโอกาสในการซื้อขายสินค้า เพราะลดโอกาสเข้าถึงลูกค้าไปมากจึงมองว่าการกลับไปใช้สื่อหลักอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะมีการตอบรับที่ดีและมีโอกาสในการซื้อมากกว่าเดิม

สำหรับ Barkbox ถือว่าเป็นบริการแบบ direct-to-consumer (DTC) ที่ต้องสมัครสมาชิกก่อน เพื่อรับบริการในการซื้อขายผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งกำลังลดงบประมาณในการโฆษณาผ่าน Facebook ลง เพื่อไปใช้บริการใช้จ่ายแบบเดิม

จากรายงานของ Digiday บอกว่า แบรนด์ที่ขายสินค้าประเภท Barkbox ทั้งหลาย ที่เคยเข้าร่วมบริการ DTC ไม่ว่าจะเป็น Brooklinen, Thinx, Roman และ Curology เตรียมประเมิณงบโฆษณาผ่าน Facebook อีกครั้ง หลังการปรับอัลกอริธึ่มบน News Feed ที่จัดอันดับความสำคัญของเนื้อหาของผู้ใช้งานมากกว่าบทความของแบรนด์และโพสต์โฆษณา ทำให้การเสียค่าใช้จ่ายในแคมเปญต่างๆ มากขึ้นแต่ผลตอบรับน้อยลง ซึ่งการทำแบบนี้ของ Facebook ทำให้แบรนด์มองว่าพวกเขาพลาดโอกาสจากกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อในการใช้จ่ายไป

การปรับ News Feed ที่มีผลต่ออัลกอริธึ่มตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะทำให้ผู้ใช้งานได้เห็น Feed ของเพื่อนมากขึ้น แต่กระทบการตัดสินใจใช้จ่ายค่าโฆษณาของแบรนด์

แม้ว่าผลกระทบจาก Cambridge Analytica จะสร้างปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล แต่การปรับกลยุทธ์ใหม่ของ Facebook ก็สร้างปัญหาต่อรายได้ของบริษัทเช่นกัน

นับตั้งแต่ธุรกิจประเภท Barkbox เข้ามาใช้บริการของ Facebook ตั้งแต่ปี 2012 จากที่เคยใช้งบโฆษณาผ่าน Facebook กว่า 75% ก็ลดลงมาเหลือเพียง 25% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเน้นการโฆษณาไปที่สื่อเดิมอย่าง TV, E-mail กิจกรรมส่งเสริมการตลาดและค้าปลีก รวมทั้งเพิ่มการโฆษณาบนวิทยุและสื่อ Out of home (OOH) มากขึ้น

แม้ว่านักการตลาดจะมองว่าการโฆษณาผ่าน TV จะช่วยเรื่องการรับรู้แบรนด์ได้ดีกว่า แต่การสมัครรับข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียและการรับรู้ผ่าน Feed บน Facebook ก็ไม่เหมือนเดิม กลายเป็นแนวโน้มที่สวนทางกับการเติบโตของโฆษณาดิจิทัล

ผลสำรวจของ CMO Council ล่าสุดพบว่า 21% ของนักการตลาดกำลังตัดค่าใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลลง เนื่องจากลองวัดผลจากแคมเปญต่างๆ แล้วไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดิม และนั่นกลายเป็นโอกาสของสื่อ TV ซึ่งหลังจาก Barkbox ได้ทดลองทำการโฆษณาผ่านสื่อหลักแล้ว พบว่า มีการติดตามดีกว่า ซึ่งหลังจากนี้ทาง Digiday เชื่อว่า แบรนด์ต่างๆ จะหันไปใช้สื่อสาธารณะมากขึ้น จากที่มีการใช้งบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2017 อาจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในปี 2018 ก็เป็นได้

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/06/barkbox-facebook-advertising/

ธุรกิจอาหารสุนัข ลดงบโฆษณาบน Facebook แล้ว

ธุรกิจอาหารหมาหรือ Barkbox เตรียมลดงบในสื่อออนไลน์ลงแล้ว หลังการปรับ News Feed ของ Facebook อย่างต่อเนื่องนั้น ไม่ได้สร้างประโยชน์ที่ดีในแง่ของการรับรู้และโอกาสในการซื้อขายสินค้า เพราะลดโอกาสเข้าถึงลูกค้าไปมากจึงมองว่าการกลับไปใช้สื่อหลักอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะมีการตอบรับที่ดีและมีโอกาสในการซื้อมากกว่าเดิม

สำหรับ Barkbox ถือว่าเป็นบริการแบบ direct-to-consumer (DTC) ที่ต้องสมัครสมาชิกก่อน เพื่อรับบริการในการซื้อขายผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งกำลังลดงบประมาณในการโฆษณาผ่าน Facebook ลง เพื่อไปใช้บริการใช้จ่ายแบบเดิม

จากรายงานของ Digiday บอกว่า แบรนด์ที่ขายสินค้าประเภท Barkbox ทั้งหลาย ที่เคยเข้าร่วมบริการ DTC ไม่ว่าจะเป็น Brooklinen, Thinx, Roman และ Curology เตรียมประเมิณงบโฆษณาผ่าน Facebook อีกครั้ง หลังการปรับอัลกอริธึ่มบน News Feed ที่จัดอันดับความสำคัญของเนื้อหาของผู้ใช้งานมากกว่าบทความของแบรนด์และโพสต์โฆษณา ทำให้การเสียค่าใช้จ่ายในแคมเปญต่างๆ มากขึ้นแต่ผลตอบรับน้อยลง ซึ่งการทำแบบนี้ของ Facebook ทำให้แบรนด์มองว่าพวกเขาพลาดโอกาสจากกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อในการใช้จ่ายไป

การปรับ News Feed ที่มีผลต่ออัลกอริธึ่มตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะทำให้ผู้ใช้งานได้เห็น Feed ของเพื่อนมากขึ้น แต่กระทบการตัดสินใจใช้จ่ายค่าโฆษณาของแบรนด์

แม้ว่าผลกระทบจาก Cambridge Analytica จะสร้างปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล แต่การปรับกลยุทธ์ใหม่ของ Facebook ก็สร้างปัญหาต่อรายได้ของบริษัทเช่นกัน

นับตั้งแต่ธุรกิจประเภท Barkbox เข้ามาใช้บริการของ Facebook ตั้งแต่ปี 2012 จากที่เคยใช้งบโฆษณาผ่าน Facebook กว่า 75% ก็ลดลงมาเหลือเพียง 25% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเน้นการโฆษณาไปที่สื่อเดิมอย่าง TV, E-mail กิจกรรมส่งเสริมการตลาดและค้าปลีก รวมทั้งเพิ่มการโฆษณาบนวิทยุและสื่อ Out of home (OOH) มากขึ้น

แม้ว่านักการตลาดจะมองว่าการโฆษณาผ่าน TV จะช่วยเรื่องการรับรู้แบรนด์ได้ดีกว่า แต่การสมัครรับข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียและการรับรู้ผ่าน Feed บน Facebook ก็ไม่เหมือนเดิม กลายเป็นแนวโน้มที่สวนทางกับการเติบโตของโฆษณาดิจิทัล

ผลสำรวจของ CMO Council ล่าสุดพบว่า 21% ของนักการตลาดกำลังตัดค่าใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลลง เนื่องจากลองวัดผลจากแคมเปญต่างๆ แล้วไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดิม และนั่นกลายเป็นโอกาสของสื่อ TV ซึ่งหลังจาก Barkbox ได้ทดลองทำการโฆษณาผ่านสื่อหลักแล้ว พบว่า มีการติดตามดีกว่า ซึ่งหลังจากนี้ทาง Digiday เชื่อว่า แบรนด์ต่างๆ จะหันไปใช้สื่อสาธารณะมากขึ้น จากที่มีการใช้งบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2017 อาจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในปี 2018 ก็เป็นได้

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/06/barkbox-facebook-advertising/

Instagram อธิบายกระบวนการเรียงฟีดเพิ่มเติม ยืนยันจะไม่กลับไปเรียงตามเวลา

เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่ Instagram เปลี่ยนมาใช้อัลกอรึทึมเพื่อจัดลำดับฟีดโดยไม่เรียงตามลำดับเวลา ทำให้ผู้ใช้บางรายเกิดความสับสนต่อเนื้อหาที่ปรากฏบนฟีด

ล่าสุด Instagram ออกมาอธิบายว่ามีกระบวนเรียงลำดับฟีด โดยอาศัยปัจจยหลักสามอย่าง ได้แก่

  • ความสนใจ (interest) พิจารณาจากโพสต์ที่คุณให้ความสนใจ โดยคาดเดาจากพฤติกรรมที่ผ่านมา
  • ความใหม่ (recency) ให้ความสำคัญกับโพสต์ที่ค่อนข้างใหม่ เหนือกว่าโพสต์ที่มีอายุนานแล้ว
  • ความสัมพันธ์ (relationship) พิจารณาจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้แชร์โพสต์ เช่น การคอมเมนต์ หรือการแท็กภาพ

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเรียงฟีด ได้แก่ ความถี่ของการเปิดแอพ Instagram เพื่อดึงโพสต์ที่เรายังไม่เคยเห็นมาให้ดู, จำนวนคนที่เราติดตาม ยิ่งติดตามมากก็ยิ่งมีโอกาสเห็นโพสต์จากคนหลากหลาย และระยะเวลาที่ใช้งาน ถ้าใช้งานสั้นๆ จะคัดโพสต์ที่ดีที่สุดมาแสดง แต่ถ้ายิ่งใช้งานนานๆ Instagram จะขุดโพสต์อื่นๆ มานำเสนอด้วย

Instagram ยังเปิดเผยอีกว่าฟีเจอร์ “แสดงฟีดตามเวลา” จะยังไม่ถูกนำกลับมาใช้ในเวลานี้ เพราะไม่ต้องการเพิ่มความซับซ้อนให้มากขึ้น แต่ก็เปิดรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้ที่ไม่ชอบการเรียงฟีดด้วยอัลกอริทึม

ที่มา : TechCrunch และ 9to5Mac

No Description
ภาพจาก Pexel

from:https://www.blognone.com/node/102800

Google ปรับโฉม Google News ใหม่ ใช้ AI ช่วยจัดข่าวหรือเรื่องราวที่เราสนใจให้อัตโนมัติ

ในงาน Google I/O 2018 ที่ผ่านมา ก็มีทั้งฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา รวมถึงมีการอัพเกรดระบบเดิมๆ ให้ดีขึ้นอีกด้วย รวมถึง Google News ที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานง่ายขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้หลายๆ คนที่ชอบอ่านข่าวหรือเรื่องราวต่างๆ จากหน้า Feed น่าจะเคยเจอปัญหาน่าหงุดหงิดอย่างการที่มีเรื่องราวที่เราไม่ได้สนใจเลยซักนิด โผล่ขึ้นมาเต็มไปหมด แต่เรื่องที่เราสนใจกลับร่วงลงไปอยู่ท้ายๆ Google ก็เลยขอปรับโฉม Google News ใหม่ ด้วยการใช้ AI ช่วยในการจัดหาข่าวและเรื่องราวที่เราสนใจจริงๆ เอาไว้ให้ได้หาอ่านกันง่ายๆ 

Google News โฉมใหม่นี้ จะมีการเพิ่มหมวดหมู่ For You เอาไว้ให้ โดยหมวดนี้ AI จะทำการรวบรวมเรื่องรสวที่เราสนใจเอาไว้เป็น Top 5 ให้เราได้เลือกอ่านกัน ซึ่งมีทั้งข่าวพาดหัว, ข่าวในภูมิภาค หรือจะเป็นข่าวเพิ่มเติมอื่นๆ ในหมวดที่เราสนใจ หรือจะเลือกอ่านในหมวดหมู่ข่าวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ทั่วโลกในตอนนี้ ทั้งข่าวกีฬา ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวเทคโนโลยี ฯลฯ

และเมื่อเราเจอข่าวที่เราสนใจแล้ว พอกดเข้าไปอ่านข่าวนั้น ก็จะมีเนื้อข่าวแบบเต็มๆ ให้ได้อ่านกันต่อ รวมถึงยังมีวิดีโอ, ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์  และเนื้อหาข่าวเดียวกันจากแหล่งข่าวอื่นๆ เอาไว้ให้เราได้อ่านประกอบกันไป ซึ่งระบบนี้จะมีประโยชน์มากสำหรับการกรองข่าวปลอม หรือข่าวมั่ว ที่มักจะเจอได้ทั่วไป

นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกติดตามสำนักข่าวดังๆ ที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ AI ได้เลือกข่าวหรือเรื่องราวที่เราสนใจมารวบรวมเอาไว้ให้เราอ่านได้ง่ายๆ ซึ่งระบบนี้ยังรองรับการสมัครสมาชิกแบบเสียค่าธรรมเนียมของบางสำนักข่าวได้อีกด้วย

Google News โฉมใหม่จะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทั้ง Android และ iOS โดยเริ่มจากฝั่งอเมริกาก่อน และจากนั้นจะทยอยอัพเดทให้อีก 127 ประเทศ ภายในอาทิตย์หน้านี้

 

ที่มา : Theverge, Androidcentral

from:https://droidsans.com/google-introducing-new-google-news/

Facebook กำลังทดลองระบบให้เล่นเกมก่อนโหลด ตามรอย Google Play

ก่อนหน้านี้ Google เปิดตัว Google Play Instant ทดลองเล่นเกมก่อนดาวน์โหลด ล่าสุด Facebook เอาด้วย โดย Facebook กำลังทดลองระบบเล่นเกมก่อนโหลด โดยทดลองกับโฆษณาเกมผ่านหน้า News Feed

ในช่วงแรก ทดลองระบบในกลุ่มผู้พัฒนาเกม จากนั้นก็จะขยายไปยัง Audience Network หรือเครือข่ายโฆษณาแบบแอพพลิเคชั่นของ Facebook จากนั้นก็จะขยายไปยังผู้ลงโฆษณาทุกรายภายในปีนี้

No Description

ที่มา – Engadget

from:https://www.blognone.com/node/101608

ฟีเจอร์สู้ข่าวปลอม กดปุ่มตรวจสอบแหล่งข่าวบน Facebook เปิดใช้งานโดยทั่วกันในสหรัฐฯแล้ว

ปีที่แล้ว Facebook ทดสอบฟีเจอร์ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข่าวได้จากหน้า News Feed โดยไม่ต้องออกจากหน้า Facebook เป็นฟีเจอร์ที่คาดกันว่าจะเป็นไม้ตายสู้ข่าวปลอมที่เป็นปัญหาคาราคาซังอยู่ในขณะนี้ ล่าสุด Facebook เปิดให้ใช้ฟีเจอร์นี้ในสหรัฐฯแล้ว

ฟีเจอร์ใหม่นี้ผู้ใช้จะเห็นปุ่มตัว i about this article ปรากฏใต้ลิงก์ข่าว เมื่อกดเข้าไปผู้ใช้จะพบรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ผู้เผยแพร่เนื้อหา ทั้งจากเว็บไซต์เองและวิกิพีเดียด้วยว่าเป็นสำนักข่าวใด ก่อตั้งเมื่อไร รวมทั้งเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับข่าวนั้นจากเว็บไซต์อื่นว่าเขารายงานข่าวไปในทิศทางใดบ้าง เลื่อนลงมาด้านล้างจะเห็นอีกว่าข่าวนี้ได้รับการแชร์ในพื้นที่ใดบนโลก มีเพื่อนคนไหนแชร์บ้าง

Facebook ระบุอีกด้วยว่ากำลังทดสอบอีกฟีเจอร์หนึ่งคือ กดดูรายละเอียดของผู้เขียนข่าวบน Instant Articles ได้ กดเข้าไปจะเจอเนื้อหาของผู้เขียนจากวิกิพีเดีย ถ้าไม่มีก็จะเชื่อมต่อไปยังโปรไฟล์โซเชียลของผู้เขียนคนนั้น รวมทั้งบทความอื่นๆ ของผู้เขียน

No Description

ที่มา – Facebook Newsroom

from:https://www.blognone.com/node/101235