คลังเก็บป้ายกำกับ: NEWS_FEED

Facebook ยืนยัน Reach ของวิดีโอจะลดลงด้วย แต่โพสต์จาก Group จะถูกแสดงเยอะขึ้น

from:https://www.blognone.com/node/99071

Advertisements

บทวิเคราะห์ ผู้แพ้-ผู้ชนะ จากศึกล้างไพ่ News Feed บน Facebook

หลังการประกาศของ Mark Zuckerberg อย่างเป็นทางการว่าจะปรับลด News Feed บน Facebook จากบรรดาเพจ แบรนด์ และสื่อต่างๆ เราลองไปวิเคราะห์กันว่า ใครจะเป็นผู้แพ้ และใครจะเป็นผู้ชนะกับกติกาใหม่ครั้งนี้ 

Photo: Shutterstock

เป็นข่าวใหญ่ในวงการสื่อดิจิทัล เมื่อยักษ์ใหญ่ผู้คุมเกมเปลี่ยนกติกา Facebook สั่งลด Reach จากเพจสื่อและแบรนด์ต่างๆ เพื่อให้แสดงโพสต์จากเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น เหตุผลหลักคือ ทำให้ผู้คนเชื่อมต่อกันอย่างมีคุณค่ามากขึ้น ถึงจุดนี้หลายคนอาจตั้งคำถามว่า แล้วเพจสื่อที่เป็นข่าวสารหรือเนื้อหาจากแบรนด์ต่างๆ มาลดทอนคุณค่าตรงนี้ได้อย่างไร คำตอบสั้นๆ คือ ข่าวสารทำให้คนทะเลาะกันได้ง่ายขึ้น Facebook จึงมองว่าทำให้ผู้ใช้งานไม่มีความสุข มากกว่านั้น Facebook ยังต้องการกำจัดข่าวปลอมบนแพลตฟอร์ม และรวมถึงอีกหลายเหตุผล อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

บทความ Brand Inside ชิ้นนี้จะพาไปสำรวจและวิเคราะห์กันว่า ในศึกล้างไพ่ News Feed ครั้งนี้

ใครจะเป็นผู้แพ้ และ ใครจะเป็นผู้ชนะ

Photo: Shutterstock
  • แม้หัวจะขึ้นต้นด้วย ใครเป็นผู้แพ้ และใครเป็นผู้ชนะ ซึ่งถือเป็นการเลือกระหว่าง ‘ข่าวดี’ กับ ‘ข่าวร้าย’ แต่ทางเราจะขอเลือกข่าวดีมานำเสนอก่อน ส่วนถ้าใครอยากอ่านข่าวร้ายก่อน ให้เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างได้เลย

ผู้ชนะรายที่ 1 : สื่อใหญ่ที่มีหลายแพลตฟอร์ม

ก่อนจะพูดถึงไทย ขอพูดถึงสื่อนอกก่อน เพราะเมื่อวิเคราะห์แล้ว ผลกระทบดูจะต่างกัน

สื่อใหญ่ในตะวันตกหลายแห่งเข้าใจดีถึงสภาพอันจำกัดของการพึ่งพาแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง เพราะฉะนั้นต่อให้ Facebook ลด Reach หรือการเข้าถึง ผลกระทบที่ได้รับก็ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นกำหนดความเป็นความตาย

Meredith Artley หัวหน้ากองบรรณาธิการ CNN ให้สัมภาษณ์ว่า “เราไม่เก็บไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เพราะการเผยแพร่ข่าวสารต้องอยู่บนแพลตฟอร์มที่ควบคุมได้ นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เราทำได้ … ตอนนี้วงการสื่อกำลังช็อกกับการที่ Facebook เปลี่ยนกติกา และกระทบธุรกิจเต็มๆ แต่ฉันจะบอกคุณให้ว่า จะไปคาดหวังอะไรกับเขาได้ ก็เขาไม่ได้อยู่ในธุรกิจสื่อ [ตั้งแต่แรกแล้ว]”

  • ชัดเจนว่าสื่อใหญ่อย่าง CNN วางหมาก Facebook ไว้เป็นกลยุทธ์หนึ่งบนสนามการแข่งขัน ไม่ใช่ทั้งกระดาน ผู้ชนะรายแรกจากการลด Reach จึงเป็นสื่อใหญ่ๆ ที่วางหมากเดินเกมไว้อย่างรอบคอบ เช่น การเสิร์ชผ่าน Google หรือลองไปดู Twitter ของ CNN หรือ Rueters และอีกหลายสำนัก

พอมองในไทยบ้าง ค่อนข้างจะแตกต่างจากตะวันตก หากดูเพจข่าวเบอร์ต้นๆ ของไทย (สำนักข่าวหัวสีทั้งหลาย) ต่างก็พึ่งพา Facebook เป็นหลัก ช่องทางอื่นๆ เช่น Twitter ก็มีความพยายามในการทำ แต่คำถามสำคัญคือ สัดส่วนตัวเลขการเข้าถึงผู้อ่านเมื่อเทียบกับ Facebook เป็นอย่างไร และเมื่อเทียบกับการเข้าที่หน้าเว็บไซต์โดยตรงคิดเป็นเท่าไหร่ ถ้าสัดส่วนใน Facebook นำมาสูงลิ่ว นั่นก็ถือเป็นสัญญาณอันตราย

แต่หากจะมีข้อดีจากการล้างไพ่ครั้งนี้บ้าง สิ่งนั้นก็คือ “ชื่อเสียง” ชื่อเสียงของสำนักข่าวในความน่าเชื่อถือ เพราะในจังหวะที่ Facebook ล้างไพ่ครั้งใหญ่ ข่าวสารในสังคมยังคงเกิดขึ้นตลอดเวลา การตรวจสอบข่าวสารจะเกิดขึ้นจากการเข้าหน้าเว็บไซต์ของสำนักข่าวโดยตรง อาจจะถึงเวลาที่ต้องทบทวนถึงฐานผู้อ่านของตัวเองอย่างจริงจังเสียที

ผู้ชนะรายที่ 2 : สื่อขนาดกลาง-เล็ก แต่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น

สื่อขนาดกลาง ขนาดเล็ก อาจไม่ได้มีกำลังพอที่จะขยายแพลตฟอร์มไปอย่างหลากหลายเหมือนสื่อขนาดใหญ่ สิ่งที่ทำได้คือการคงตัวตนและเอกลักษณ์เพื่อรักษาฐานลูกค้าขาประจำไว้อย่างเหนียวแน่น พูดง่ายๆ คือ แม้ข่าวสารหรือคอนเทนต์จะไม่ปรากฏในบนหน้า News Feed ให้เห็น แต่ขาประจำเหล่านั้นจะเข้าสู่เว็บไซต์โดยตรง หรือหาช่องทางอื่นๆ เพื่อเข้าถึงข่าวสารหรือคอนเทนต์ของแบรนด์ เช่น อาจตั้งกลุ่มขึ้นมาโดยเฉพาะ เป็นต้น

เพราะฉะนั้น ต่อให้ Facebook ล้างไพ่ News Feed ใหม่ ปรับลดอัลกอริธึ่มอย่างไร ลูกค้าขาประจำเหล่านี้ก็จะตามไปตราบเท่าที่ยังทำคอนเทนต์โดนใจ แต่ข้อน่ากังวลคือ แม้จะชนะ อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง แต่คำถามที่ตามมาคือ การขยายฐานลูกค้าขาประจำไปสู่กลุ่มอื่น เป็นกลยุทธ์ที่ต้องวางแผนต่อไปด้วยเช่นกัน

ผู้ชนะรายที่ 3 : คอนเทนต์สายบันเทิง-ไลฟ์สไตล์ ยังไปต่อ

การล้างไพ่ครั้งนี้ เหมือน Facebook กำลังส่งสารที่ชัดเจนอย่างหนึ่งว่า ไม่ได้สน “ข่าว” หรือ “สำนักข่าว” อีกต่อไป เพราะดูจะให้คุณค่าไปกับความเทิง เรื่องราวไลฟ์สไตล์ ดารา และคนดังทั้งหลาย

อันที่จริงไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไร เพราะ Mark Zuckerberg เข้าใจดีว่า พื้นฐานของแพลตฟอร์มอย่าง Facebook อยู่บนฐานของการทำให้ผู้ใช้งานมีความสุข ไม่ใช่มาชวนทะเลาะกัน และ Facebook ยังมองว่า เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับตัวตน (personality) เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจึงต้องเน้นให้คนใช้งานบนแพลตฟอร์มอย่างมีความสุขมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในมุมหนึ่งก็ตีความได้ว่า Facebook พยายามทำให้การถกเถียงลดน้อยถอยลงบนแพลตฟอร์ม เพื่อหลีกหนีประเด็นชวนทะเลาะ ทำให้ชุมชน Facebook สงบสุขขึ้น หรือพูดอีกอย่างว่า การล้างไพ่ครั้งนี้จะทำให้ Facebook เป็นการเมืองน้อยลง แต่คำถามคือ การไม่เป็นการเมือง (a-political) ของ Facebook ก็เป็นการเมืองอีกรูปแบบหนึ่งหรือเปล่า?

หรือว่า…นี่คือ “สุขนิยม” ในแบบฉบับของ Facebook?

ผู้ชนะรายที่ 4 : Twitter

ในเมื่อ Facebook ไม่เป็นมิตรกับสำนักข่าว สื่อ เพจ หรือแบรนด์อีกต่อไป แพลตฟอร์มใกล้เคียงที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ หนีไม่พ้น Twitter แปลว่า หลังจากนี้เราจะเห็นสำนักข่าว สื่อ เพจ หรือแบรนด์ลงไปเล่นในสนาม Twitter มากขึ้นอย่างแน่นอน ใครที่ทำมาก่อนหน้า ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะอย่างน้อยๆ ก็ได้เริ่มก้าวไปแล้วบ้าง

รู้หรือไม่ว่าสื่อใหญ่อย่าง Bloomberg ลงเล่นใน Twitter มานานแล้วเหมือนกัน และที่น่าสนใจคือ เมื่อ Bloomberg คิดจะ Live Video สำนักนี้ไม่ได้ทำบน Facebook แต่เลือกที่จะทำบน Twitter

Jason Stein ซีอีโอของ Cycle Media ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “Twitter จะกลายเป็นแพลตฟอร์มข่าวและสื่อ” พร้อมกับบอกว่า “ยังไม่ค่อยมีคนลงมาเล่นในพื้นที่นี้เท่าไหร่เลย” 

ตอนนี้อาจจะใช่ แต่ต่อไปคงแข่งขันกันสูงขึ้นอีกใน Twitter

  • ได้เห็นโฉมหน้าผู้ชนะกันไปแล้ว ลองมาดูผู้แพ้กันบ้าง

ผู้แพ้รายที่ 1 : คนทำเพจตัวเล็กตัวน้อย

ข้อนี้แทบไม่ต้องเดา เรียกได้ว่าหลังการประกาศลด Reach อย่างเป็นทางการ เพจเล็กเพจน้อยก็เตรียมดับสูญไปได้เลย

หากไม่มีฐานลูกค้าขาประจำที่เหนียวแน่นจริงๆ ยากมากที่จะเกิดบนแพลตฟอร์ม Facebook และที่หนักไปกว่านั้นคือ หากใครทำเพจชนิดที่หวังให้เกิดและเติบโตจาก Organic Reach คือไม่ซื้อ หรือไม่จ่ายเงินให้กับ Facebook ต้องบอกว่า หากหวังเติบโตในลักษณะนี้จะมีค่าเท่ากับศูนย์

ดังนั้น ทางออกคือ หาฐานที่มั่นใหม่ หรือไม่ก็จ่ายเงินให้กับ Facebook เสียดีๆ

ผู้แพ้อันดับ 2 : เพจ แบรนด์ และสื่อที่ผูกกับ Facebook เกือบ 100%

ข้อนี้น่ากังวล เพราะไม่ใช่แค่เพจตัวเล็กตัวน้อยที่จะได้รับผลกระทบ แต่รวมถึงเพจ แบรนด์ และสื่อตัวใหญ่ๆ ด้วยเช่นกัน

จุดสังเกตว่ากำลังตกอยู่ในสัญญาณอันตรายหรือไม่ ดูได้จากเมื่อโพสต์คอนเทนต์ลงบนเว็บไซต์ของตนเอง (เราจะไม่พูดถึงคนที่ฝากทั้งชีวิตไว้บน Facebook เช่น ให้คอนเทนต์ original อยู่บน Facebook เพราะถ้าเป็นแบบนี้ โดนเต็มๆ อยู่แล้ว) ไม่สามารถสร้าง traffic ใดๆ ได้เลย จนกระทั่งเมื่อนำมาโพสต์บน Facebook ฐานลูกค้าขาประจำและขาจรก็เริ่มหลังไหลมาสร้าง traffic ให้ ถ้าเป็นแบบที่ว่ามานี้ ให้เตรียมตัวรับผลกระทบไว้ได้เลย

ผู้แพ้อันดับ 3 : (ความน่าเชื่อถือของ) Facebook

ข้อนี้น่าสนใจ เพราะแม้การล้างไพ่ News Feed ในครั้งนี้ Mark Zuckerberg จะได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การตัดสินใจนี้จะส่งผลกระทบระยะสั้น แต่จะเป็นผลดีในระยะยาว 

คำถามคือ จริงหรือ? และคำพูดนี้เชื่อถือได้แค่ไหนกัน

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Facebook ใช้บรรดาคนทำเพจ ทำแบรนด์ และทำสื่อเป็นหนูทดลอง ย้อนไปก่อนหน้านี้ Facebook บอกว่าต้องการคอนเทนต์ที่มีคนแชร์มากๆ

  • จากนั้นทุกเพจ ทุกแบรนด์ ทุกสื่อก็สร้างคอนเทนต์ชนิดที่ทำให้เกิดการแชร์ในวงกว้าง เนื้อหาฉาบฉวย พาดหัวเรียกแขก หรือที่เรียกกันว่า Click-Bait
  • หลังจากนั้นเมื่อ Facebook บอกว่า อยากได้ Live Video ทุกเพจ ทุกแบรนด์ ทุกสื่อก็วิ่งไปถ่ายทำ Live Video กันหมด
  • ล่าสุด บอกว่าอยากให้ทำ Video ขึ้นบน News Feed ก็อย่างที่เห็น ทุกเพจ ทุกแบรนด์ ทุกสื่อก็ปั้นคอนเทนต์ Video ขึ้นกันหมด
  • แต่มาวันนี้ Facebook กลับบอกว่าจะปรับลดความสำคัญของเพจ แบรนด์ และสื่อ เพื่อให้เห็นโพสต์ของเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น

ผู้บริหารของสื่อสำนักหนึ่ง ถึงกับบอกว่า “ฉันไม่คิดว่า Facebook ปฏิบัติต่อผู้คนอย่างดี พวกเขาก็แค่พยายามอธิบายอะไรที่มันดูกำกวม เขาใช้คำว่า ‘อยากให้มีส่วนร่วม’ ในขณะที่พยายามกีดกันสื่อออกไปจากหน้า Feed … พวกเขาก็แค่สร้างภาพ และไม่ต้องการให้คุณได้ดีนั่นแหละ”

ความจริงก็คือ ในระยะยาว ความน่าเชื่อถือของ Facebook ต่อคนทำคอนเทนต์ทั้งหลายก็จะเสื่อมถอยลงไป

อ้างอิงข้อมูล – Digiday 1, Digiday 2,  The New York Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/winners-and-losers-on-news-feed-change/

ลูก 2 คนของ Mark Zuckerberg คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจปรับ News Feed

สืบเนื่องจากข่าวที่ Mark Zuckerberg ซีอีโอ Facebook ออกมาประกาศการปรับรื้อ News Feed ครั้งใหญ่ โดยเน้นเนื้อหาจากเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น ด้วยเหตุผลว่าเขาต้องการชุมชนที่ดี มีคุณค่าและความหมายเวลาใช้งาน โดย The New York Times ได้สัมภาษณ์เขา และมีประเด็นที่น่าสนใจ

เขาบอกว่าจากการวิจัยนั้นพบว่าผู้ใช้ Facebook รู้สึกว่าการใช้ Facebook ทำให้ห่างจากเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น แต่มีเนื้อหาสาธารณะ, แบรนด์ และสื่อ เพิ่มขึ้นมาก จึงต้องกลับมาทบทวนว่าตกลงเรากำลังทำอะไรกันแน่ จึงเป็นที่มาของแนวทางดังกล่าว

Zuckerberg ยังบอกว่าแนวคิดการสร้าง Facebook ของเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่มีลูกสาว 2 คนคือ Maxima และ August เขานั่งทบทวนดูว่าควรจะสร้าง Facebook ให้คนจดจำอย่างไร เขาอยากให้ลูกสาวทั้งสองรู้สึกอย่างไรในสิ่งที่พ่อสร้างขึ้น และมันต้องเป็นสิ่งที่ดีต่อโลก ซึ่งการตัดสินใจนี้แม้ส่งผลกระทบระยะสั้น แต่ก็ดีในระยะยาว

ราคาหุ้น Facebook ปรับลด 4.5% เมื่อคืนนี้ หลัง Facebook ประกาศปรับปรุง News Feed เนื่องจาก Facebook ยอมรับว่าผลกระทบที่จะเกิดคือ ระยะเวลาใช้งานต่อคนจะลดลง และ Engagement เฉลี่ยจะลดลง

ที่มา: The New York Times ผ่าน Business Insider

alt="Mark Zuckerberg"

from:https://www.blognone.com/node/99029

Mark Zuckerberg ประกาศเอง Facebook จะลด Reach เพจต่างๆ ลง เพิ่มเนื้อหาเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น

Facebook ประกาศเตรียมปรับปรุง News Feed ครั้งใหญ่ ซึ่งตรงกับข่าวที่รายงานก่อนหน้า โดยซีอีโอ Mark Zuckerberg ชี้แจงหลักการและที่มาที่ไปว่า เป้าหมายของ Facebook ในปี 2018 คือการทำให้เป็นพื้นที่ซึ่งเราใช้เวลากับมันได้อย่างมีคุณค่า

แนวคิดของ Facebook คือการเชื่อมต่อผู้คน ทำให้คนใกล้กันมากขึ้น โพสต์ที่ถูกแสดงบน News Feed จึงควรให้ความสำคัญกับเพื่อนและครอบครัวมากขึ้นกว่าเดิม ที่ผ่านมา Facebook มีโพสต์และเนื้อหาวิดีโอจากเพจสาธารณะ, แบรนด์ และสื่อต่างๆ เพิ่มมาก ทำให้เรื่องราวส่วนบุคคลถูกลดความสำคัญลงไป สิ่งที่ Facebook ต้องการสร้างคือทำให้เป็นสังคมที่ไม่ใช่แค่สนุก แต่ต้องทำให้ความรู้สึกของผู้ใช้ดีขึ้น การได้ติดต่อพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวจึงควรให้น้ำหนักมากขึ้น

Mark Zuckerberg บอกว่าเขาได้ให้เป้าหมายกับฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ปีนี้ โดยเปลี่ยนจากการเลือกเนื้อหาที่คนน่าจะสนใจบน News Feed มาเป็นเนื้อหาที่มีคุณค่าในแง่ความสัมพันธ์ทางสังคมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นคือ News Feed จะแสดงโพสต์จากเพื่อน, ครอบครัว และกลุ่มที่เราเข้าร่วมมากขึ้น และลดการแสดงเนื้อหาสาธารณะจากเพจธุรกิจ, แบรนด์ และสื่อต่างๆ ลง โดยเนื้อหาสื่อสาธารณะที่ถูกเลือกแสดงจะอยู่บนหลักการเดียวกับโพสต์ของเพื่อนๆ คือมีคุณค่าในแง่ความสัมพันธ์ทางสังคม

ทั้งนี้ Facebook ประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบกับตัวเลขเวลาที่คนใช้งาน Facebook และจำนวน Engagement ที่ลดลง แต่จะเป็นเวลาที่มีคุณค่ากับผู้ใช้มากขึ้นซึ่งดีกับ Facebook ในระยะยาว

Facebook สรุปผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังนี้

  • เพจต่างๆ จะพบว่า Reach ลดลง แต่จะลดลงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยว่าเนื้อหานั้นคืออะไร ผู้คนมีปฏิสัมพัทธ์อย่างไร โพสต์จากเพจที่ไม่มีคนคอมเมนต์หรือปฏิสัมพัทธ์ใดๆ ย่อมถูกลด Reach รุนแรง ส่วนเพจที่มีเพื่อนๆ ไปคอมเมนต์ ก็จะกระทบน้อยกว่า
  • เพจที่ผู้ใช้กด See First ก็จะยังได้เห็นได้รับเนื้อหาจากเพจนั้นๆ บน News Feed ต่อไป เนื่องจากตั้งค่าเป็นเพจที่ชื่นชอบไว้ (ทีนี้รู้นะว่าต้องทำอย่างไร!)
  • ลักษณะของโพสต์จากเพจที่จะถูกแสดงมากขึ้นบน News Feed นั้น Facebook ยกตัวอย่างเช่นการ Live ที่ทำให้คนพูดคุยกันเยอะ, โพสต์จากบุคคลมีชื่อเสียง, โพสต์ในกลุ่มที่เป็นเนื้อหาสาธารณะ และทำให้คนพูดคุยกัน, ข่าวที่ทำให้คนถกเถียงกันในประเด็นสำคัญ อย่างไรก็ตามโพสต์แนว Engagement Bait จะยังถูกลดความสำคัญอยู่ดี
  • Facebook จะไม่แยกมีการ Feed สำหรับเพจแบบที่เคยทำการทดลอง และยืนยันว่าโพสต์จากเพจจะถูกแสดงน้อยลงแน่นอน

การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และจะปรับเพิ่มเรื่อยๆ ตลอดปีนี้

ที่มา: Facebook และ Mark Zuckerberg

alt="Mark Zuckerberg"

from:https://www.blognone.com/node/99008

ลือ Facebook เตรียมลด Reach ให้ต่ำลงอีก เพื่อแก้ปัญหาข่าวปลอม

เว็บไซต์ด้านโฆษณาออนไลน์ Digiday อ้างแหล่งข่าวจากกลุ่มบริษัทสื่อ ที่ได้รับแจ้งข้อมูลล่วงหน้าจาก Facebook ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง News Feed ในเร็วๆ นี้ เพื่อแก้ปัญหาข่าวปลอมและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม (ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่บริษัทกำลังเผชิญ) การเปลี่ยนแปลงอาจจะเกิดในสัปดาห์หน้า

Facebook ระบุว่าจะให้คะแนนกับเนื้อหาที่แชร์โดยผู้ใช้ หรือมีอัตรา engagement ดีๆ มากขึ้น ทำให้บริษัทสื่อกังวล เพราะเนื้อหาข่าวจำนวนมาก มักไม่มีการแชร์หรือคอมเมนต์เยอะเท่าไรนัก และคาดว่าจะทำให้ค่า reach ลดต่ำลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม Facebook ยังบอกว่าจะแสดงเนื้อหาจากสื่อที่มีชื่อเสียง (reputable publisher) ให้มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ให้คำนิยามว่าสื่อที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างไร

สื่อรายหนึ่งที่ได้รับข้อมูลจาก Facebook บอกว่า “เรากำลังสิ้นหวัง” (we’re losing hope) ในขณะที่ตัวแทนของ Facebook ไม่ให้ความเห็นต่อข่าวนี้

ที่มา – Digiday, ภาพจาก Facebook

No Description

from:https://www.blognone.com/node/99005

Facebook ทดลองฟีเจอร์ใหม่ Today In ช่องทางเฉพาะสำหรับข่าวสารท้องถิ่น

Facebook ทดลองสร้าง section ใหม่สำหรับข่าวสารและประกาศอีเวนท์ท้องถิ่นโดยเฉพาะ ชื่อว่า Today In ทดลองใช้ใน 6 เมืองสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในความพยายามลบล้างคำครหาว่า Facebook มีแต่ข่าวปลอมและข้อมูลผิดๆ

โฆษก Facebook ระบุว่า Today In ใช้ machine learning ในการแสดงเนื้อหา ส่วนข่าวท้องถิ่นจากสำนักข่าวจะได้รับการอนุมัติและตรวจสอบเนื้อหาจากบริษัทข่าวที่เป็นพาร์ทเนอร์ในโปรแกรม News Partnerships ซึ่งกำกับดูแลโดย Campbell Brown อดีตผู้ประกาศข่าวของ NBC โดย Today In เป็นหนึ่งในโครงการ Facebook Journalism Project ที่เปิดตัวหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

มีการตั้งคำถามว่า Today In จะช่วยสร้างยอดการเข้าถึงไปยังสำนักข่าวรายย่อยและเพจเล็กๆ หรือไม่ และก่อนหน้านี้ Facebook ก็ทดลองแยกโพสต์เพื่อนและโพสต์ข่าวออกจากกัน เพจที่ได้รับผลกระทบเจอยอด engagement เป็นศูนย์จนเป็นที่วิจารณ์มากมาย

ในช่วงแรกที่ทดลองฟีเจอร์ใหม่ Facebook จะแจ้งเตือนก่อนว่ามี section Today In เพิ่มขึ้นมา จากนั้นจะย้ายไปอยู่ตรงปุ่มขวาบนของหน้าจอที่เป็นขีดสามขีด สำหรับ 6 เมืองที่ทำการทดลองได้แก่ New Orleans, Little Rock, Billings, Olympia, Binghamton, Peoria

No Description
ภาพจาก Pexels

ที่มา – Recode

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/98984

ทำไม Facebook ต้องล้างไพ่ News Feed นำข่าวออกทั้งหมด ให้เห็นแต่โพสต์ของเพื่อนเท่านั้น?

ปี 2018 นี้ เราอาจได้เห็น News Feed รูปแบบใหม่ที่มีแต่โพสต์ของเพื่อนเท่านั้น ไม่มีข่าว ไม่มีเพจขึ้นมาอีกต่อไป เพราะต้องย้ายไปอยู่อีกที่หนึ่ง คำถามคือ แล้วทำไม Facebook จะต้องทำเช่นนี้ด้วย?

Photo: Shutterstock

2018 อาจเป็นปีที่ Facebook ปรับให้ News Feed เหลือแต่โพสต์ของเพื่อน

ในช่วงปี 1- 2 ที่ผ่านมานี้ คนทำเพจและคนทำสื่อที่ใช้ Facebook เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารต่างประสบปัญหา engagement ต่ำ และยอด Reach ตก จากการที่ Facebook ปรับอัลกอริธึ่มบนหน้า News Feed ใหม่เพื่อให้เห็นโพสต์จากเพจน้อยลงและเข้าถึงโพสต์ของเพื่อนมากขึ้น

แน่นอนว่านี่คือข่าวร้ายของคนทำเพจบน Facebook แต่ความน่ากลัวยังไม่จบลงแค่นี้ เพราะปี 2018 เป็นปีที่นักวิเคราะห์มองว่า อาจเป็นปีที่ Facebook ตัดสินใจล้างไพ่นำเอาโพสต์จากเพจและสื่อทั้งหมดออกจาก News Feed และให้เหลือการแสดงผลแค่โพสต์ของเพื่อนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นี่ใช่จินตนาการและการคาดเดาล้วนๆ เพราะ Facebook ได้ลองทำ Explore Feed ที่เป็นหน้า Feed สำหรับเพจและข่าวโดยเฉพาะ ขึ้นมาทดลองใช้สักพักแล้ว ผลลัพธ์เป็นอย่างไรยังไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ๆ คนทำเพจและคนทำสื่อออกอาการหนาวๆ ร้อนๆ เพราะถ้า Facebook มองว่าโมเดลนี้เวิร์คจริงๆ อีกไม่นานเราคงได้เห็นการล้างไพ่ News Feed ครั้งใหญ่กันแน่

  • แต่ทีนี้ คำถามสำคัญคือ แล้วทำไม Facebook จะต้องทำเช่นนี้ด้วย?

คำตอบที่ 1 : เพราะ Facebook คือแพลตฟอร์มที่อยู่บนฐานของความแฮปปี้

ความสุขของผู้ใช้งานคือสิ่งสำคัญที่สุดของแพลตฟอร์มอย่าง Facebook หรือ Twitter เพราะถ้าผู้ใช้งานไม่แฮปปี้ ใครจะอยากอยู่บนแพลตฟอร์มนั้นนานๆ สิ่งนี้เป็นพื้นฐาน การปล่อยให้ News Feed ยังมีข่าวหรือเนื้อหาจากเพจต่างๆ หมายความว่า ผู้ใช้งานมีโอกาสที่จะได้เห็นข้อความถกเถียงและการโต้แย้งบ่อยครั้งบนแพลตฟอร์ม หรือต่อให้ผู้ใช้งานคนนั้นอาจชอบการถกเถียงและโต้แย้ง แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเห็น “โฆษณา” (แหล่งรายได้สำคัญของ Facebook) ที่มากับเพจด้วยแน่ๆ

Andrew Montalenti ซีทีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Parsely บริษัทวิเคราะห์เว็บไซต์ บอกว่า บางครั้งผู้คนก็รู้สึกหงุดหงิดและรำคาญ โดยเฉพาะเวลาที่พวกเขากำลังเพลิดเพลินกับการอ่านโพสต์การเฉลิมฉลองลูกๆ หลานๆ แล้วหลังจากนั้น พอเลื่อนลงมาก็เจอกับข่าวเครียดๆ หนักๆ สิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จะทำให้ผู้ใช้งานมีความรู้สึกว่า อยากจะเลิกใช้งานไปเสียเลย

คำตอบที่ 2 : ข่าวปลอม (Fake News)

อย่างที่รู้กันว่า ในช่วงปีให้หลังมานี้ปัญหาข่าวปลอมระบาดใน Facebook เป็นปัญหาใหญ่ที่ยังหาทางแก้ไขอย่างรอบด้านไม่ได้ อย่างมากที่สุดคือการตั้งทีม (ทั้งคนและ AI) มามอนิเตอร์ข่าวปลอม แต่หากแยกข่าวออกจากหน้า News Feed ได้ ปัญหานี้ก็จะได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์

คำตอบที่ 3 : เพื่อหารายได้เพิ่ม

ข้อนี้สิ่งที่นักวิจารณ์หลายคนให้น้ำหนัก เพราะถ้าแยกข่าวและเนื้อหาบนเพจต่างๆ ออกมาจาก News Feed ได้ จะทำให้ Facebook มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการซื้อโฆษณา (ที่มากอยู่แล้ว) ของเพจและสื่อต่างๆ เช่น ต้องซื้อโฆษณาเพิ่มในกรณีที่อยากให้ข่าวหรือเพจไปแสดงผลใน News Feed แต่การทำแบบนี้จะทำให้ Facebook สะดุดขาตัวเอง เพราะถ้ายังซื้อโฆษณากลับไปแสดงผลที่เดิมได้ แล้วจะแยกตั้งแต่แรกเพื่ออะไร?

แต่ถ้า Facebook ยังจะคงโฆษณาไว้ทั้ง 2 แห่ง คือทั้ง News Feed และ Explore Feed นั่นก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรไม่น่าจะเป็นผลดีกับตัวของ Facebook เอง

คำตอบที่ 4 : เพื่อทดลอง Product ใหม่ๆ

เห็นได้ชัดว่า Facebook กำลังทดลอง Product ตัวนี้ เพียงแต่ว่าในระหว่างการทดลองอาจทำให้คนทำเพจหลายคนรู้สึกหวั่นไปบ้าง แต่ในท้ายที่สุด อาจได้ Product ใหม่แยกออกมา คล้ายๆ กับ Messenger ที่ตอนนี้ก็แยกออกมาจากตัว Facebook มาสักพักแล้ว

  • ข้อสังเกตคือ หากแยกข่าว แยกเพจ ออกจาก News Feed จริงแบบ 100% ก็น่าติดตามว่าจะเป็นอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่ามีคนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ติดนิสัยเช็คข่าวประจำวันผ่าน News Feed ของ Facebook ไปแล้ว

สรุป

Facebook อาจนำเพจและข่าวทั้งหมดออกจากหน้า News Feed ด้วยเหตุผล 4 ประการคือ เชื่อว่าทำให้ผู้ใช้งานงานมีความสุขมากขึ้นจากการที่ไม่ต้องเจอข่าวแบบฮาร์ดนิวส์และโฆษณาทุกวันโดยไม่ตั้งใจ นอกจากนั้นยังช่วยแก้ปัญหาข่าวปลอมที่เผชิญอยู่ได้ รวมถึงอาจเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ หรือไม่แน่ว่า Facebook อาจจะกำลังทดลอง Product ตัวใหม่อยู่ ทุกคำตอบมีความเป็นไปได้ และจนถึงขณะนี้ Facebook ยังไม่คำตอบที่ชัดเจน แต่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งคาดว่า อาจจะมีการแยกขาดกันเลยในปี 2018 นี้

แต่สำหรับเรื่องราวทั้งหมดนี้ ถึงที่สุดแล้ว ได้สอนคนทำเพจ คนทำสื่อ และคนทำธุรกิจให้รู้อย่างหนึ่งว่า จะพึ่งจมูกของใครหายใจตลอดไปคงไม่ได้ การประเมินความเสี่ยงและหาที่ทางของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ

อ้างอิงข้อมูล – Digiday

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/facebook-will-remove-news-on-feed/