คลังเก็บป้ายกำกับ: NTT

เอ็นทีที คอม โชว์รายงาน SOC ด้านการปกป้องข้อมูลในดาต้า เซ็นเตอร์

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอร์เรชั่น (เอ็นทีที คอม) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นส์และการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของเอ็นทีทีกรุ๊ป (TYO: 9432) ตอกย้ำความมั่นใจให้ลูกค้าไปอีกขั้น โดยได้รับการรับรองรายงานระบบตรวจสอบการควบคุมการทำงานองค์กร หรือ SOC (Service Organization Control) ซึ่งเป็นรายงานการรับรองการให้บริการตามมาตรฐานสากล หรือ International Standard on Assurance Engagement 3402: ด้านการรายงานผลการรับรองเกี่ยวกับการควบคุมการให้บริการในองค์กร (Assurance Reports on Controls at a Service Organization : ISAE3402)

ผลการรับรองรายงาน SOC จะแสดงให้ลูกค้าและผู้ตรวจสอบของลูกค้าเห็นถึงประสิทธิภาพการควบคุมภายใน ที่ส่งผลต่อการตรวจสอบข้อมูลงบการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของนโยบายการควบคุมภายในองค์กร รวมถึงขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพในการส่งมอบความปลอดภัยให้กับลูกค้าที่เข้ามา ใช้บริการใน “ศูนย์ข้อมูล” Bangkok 2 Data Center ซึ่งเอ็นทีที คอม นับเป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลเพียงแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่สามารถผ่านการรับรองดังกล่าว

นายเกรียงศักดิ์ จรูญศรีสวัสดิ์ รองประธานอาวุโส แผนกธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ผ่านการรับรองรายงานระบบตรวจสอบการควบคุมองค์กรบริการ หรือ SOC จากองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบในระดับโลก ทั้งด้านการเงินและความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ รวมถึงข้อมูลที่เป็นความลับขององค์กร ทำให้มั่นใจได้ว่าเราจะให้บริการที่มีคุณภาพสูง และข้อมูลลูกค้าจะได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดี รวมถึงเป็นการสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการในองค์กรของลูกค้าด้วย

“SOC เป็นรายงานการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ โดยเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราได้ผ่านการควบคุมการปฏิบัติตามกฎระเบียบและวัตถุประสงค์ของรายงานดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการยืนยันให้ลูกค้าและผู้ที่จะเข้ามาตรวจสอบลูกค้า ได้มั่นใจถึงการควบคุมการทำงานของเรา โดยวัตถุประสงค์ของการจัดทำรายงาน SOC เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงาน และการควบคุมดูแลข้อมูล ตามข้อกำหนดในระดับสากลของ เอ็นทีที คอม ”

สำหรับรายงาน SOC ได้รับการออกแบบมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงการควบคุมการทำงานภายในองค์กรที่ให้บริการด้านดาต้า เซ็นเตอร์ ในด้านความปลอดภัยทางกายภาพ ระบบการบริหารจัดการความพร้อมด้านการใช้งานไอที รวมทั้งข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้า โดยเฉพาะหน่วยงานหรือองค์กรที่ให้บริการด้านการเงิน เช่น กลุ่มสถาบันการเงิน ธนาคาร และบริษัทประกันภัย ฯลฯ สามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลและการดำเนินงานด้านระบบไอทีของลูกค้า เมื่อเข้ามาใช้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ กับเอ็นทีที

from:https://www.enterpriseitpro.net/ntt-com-soc-data-center/

Advertisements

ครบรอบ 60 ปี NTT ในไทย ระบุอาจะมีเคเบิลเข้าไทยเพิ่มหากหาพันธมิตรได้ เตรียมขยายศูนย์ข้อมูลเป็น 1000 ตู้

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา NTT บริษัทสื่อสารจากญี่ปุ่น ที่หันมาลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยจนเป็นศูนย์ข้อมูลแรกในไทยที่ได้รับรอง PCI-DSS ฉลองครบรอบ 60 ปีของ NTT ในประเทศไทย พร้อมกับระบุว่าไทยอาจจะมีเคเบิลใต้น้ำขึ้นฝั่งเพิ่มเติมหากทาง NTT สามารถเจรจาหาพันธมิตรได้

NTT และพันธมิตรลงทุนเคเบิลใต้น้ำที่ผ่านอ่าวไทยแต่ไม่ได้ขึ้นฝั่งไทยอยู่สองเส้นสำคัญคือ ASE ที่เปิดใช้งานปี 2012 และ APG ที่เปิดใช้งานปี 2016 โดยทั้งสองเส้นมีจุดขึ้นฝั่งที่มาเลเซียและสิงคโปร์ และจนปัจจุบันแบนวิดท์ก็ยังเหลือ ทาง NTT กำลังเจรจรหาพันธมิตรในไทยว่ามีใครสนใจต่อแขนงขึ้นฝั่งในไทยหรือไม่

ธุรกิจศูนย์ข้อมูลของ NTT เพิ่งบุกตลาดในประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันอยู่นเฟส 2 จาก ประมาณ 600 ตู้แร็ค และจะสร้างเฟส 3 เพิ่มเป็น 1,000 ตู้แร็คในปีหน้า จากแผนทั้งหมดที่วางไว้ 6 เฟสรวม 2,000 ตู้แร็ค

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105017

เอ็นทีที ฉลองครบรอบ 60 ปี ประกาศความร่วมมือสานต่อโครงการสนับสนุนการศึกษาต่อเนื่อง

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอร์เรชั่น (เอ็นทีที คอม) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นและการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของเอ็นทีทีกรุ๊ป (TYO: 9432) ฉลองครบรอบ 60 ปี เอ็นทีที ในประเทศไทย พร้อมประกาศแผนการที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาในประเทศไทยอย่างยั่งยื่น

นายมานาบุ คาฮาระ ประธาน บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในวาระครบรอบ 60 ปี เอ็นทีที มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะฉลองความสำเร็จ และขอบคุณลูกค้า รวมถึงพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนตลอดระยะเวลา 60 ปี เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและสนับสนุนภาคการศึกษา ในยุคเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 เป็นต้นมา จนกระทั่งถึงวันนี้เรายังคงตั้งปณิธานสานต่อการพัฒนานวัตกรรม และการให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง

เอ็นทีทียังคงให้ความสำคัญกับการศึกษามาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย (Princes Chulabhorn Science High School) โดยจะมอบทุนการศึกษาทุกปี เป็นระยะเวลา 10 ปี  นอกจากนี้ยังได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ในการจัดกิจกรรมเพื่อการสนับสนุนการศึกษาและให้ความรู้ในการผลิตวิศวกรที่มีคุณภาพและมีทักษะสูงกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง (King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang : KMITL)

“แผนการดำเนินการทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ถือเป็นเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพทางด้านไอซีที เพื่อเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงในการดำเนินงานและสนับสนุนการพัฒนาประเทศได้ในอนาคต และในโอกาสนี้เอ็นทีทีต้องขอขอบคุณลูกค้าและพันธมิตรสำหรับให้การสนับสนุนเอ็นทีทีเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 60 ปี ที่ผ่านมา” นายมานาบุ กล่าวสรุป

ทั้งนี้ บริษัท Nippon Telegraph and Telephone Public Corporation (NTT) ได้จัดตั้งสำนักงานในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2501 โดยมีหน้าที่หลักคือร่วมมือในการพัฒนา และวางโครงสร้างการศึกษาทางด้านโทรคมนาคม ในประเทศไทย และได้ร่วมก่อตั้งศูนย์ฝึกโทรคมนาคมนนทบุรี (Nondhaburi Telecommunications Training Center) ซึ่งต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาเป็นสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในปัจจุบัน

ในปี  พ.ศ. 2536 เอ็นทีทีได้จดทะเบียนบริษัทในนาม เอ็นทีที อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และในช่วงปี พ.ศ. 2543 ได้เปลี่ยนเป็น เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) โดยให้บริการระบบเครือข่ายทั่วโลก บริการอินเทอร์เน็ต และบริการเครือข่ายภายในประเทศ สำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กรธุรกิจ รวมถึงการให้บริการคลาวด์ และบริการศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center แบบครบวงจรเป็นแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และบริการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นๆ ที่ช่วยให้การทำงานในองค์กรง่ายขึ้น

นอกจากนี้ได้ขยายสาขาเพื่อความสะดวกในการให้บริการลูกค้าในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสาขาอมตะนครที่จังหวัดชลบุรี และอยุธยา รวมทั้งสาขาในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ได้แก่ กัมพูชา ลาว และพม่า พร้อมกันนี้ยังมีบริษัทในเครือเอ็นทีที ไม่ว่าจะเป็น NTT Data, Dimension Data, NTT Security และ Mobile Innovation เพื่อร่วมสนับสนุนการให้บริการกับลูกค้าอย่างครบวงจร

from:http://mobileocta.com/ntt-communications-celebrates-60th-anniversary-of-continuing-educational-support-program/

รายงานเผย NTT มีแผนควบรวม 3 กิจการใหญ่ในเครือ สู่การเป็นบริษัท IT ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

Nikkei Asian Review ได้ออกมารายงานถึงการได้รับข้อมูลมาว่า Nippon Telegraph & Telephone หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ NTT นั้น มีแผนควบรวมกิจการให้กับธุรกิจภายในเครือของตัวเองอย่าง NTT Data, NTT Communications และ Dimension Data เข้าด้วยกัน เพื่อให้กลายเป็นบริษัทเดียวที่มีบริการครอบคลุมทุกความต้องการขององค์กร และก้าวเข้าสู่การเป็นธุรกิจ IT ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

 

Credit: NTT

 

ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของ NTT Data ที่ช่วยให้เหล่าธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ข้อมูลของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเปิดรับต่อเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ได้ดีขึ้น และสามารถนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ภายในธุรกิจได้มากขึ้น การรวม NTT Data เข้ากับ NTT Communications นี้ก็ทำให้บริการนั้นมีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งระดับโลกอย่าง IBM หรือ Google ได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ NTT ยังได้มีการพิจารณาถึงแผนที่จะนำแผนกบริการ Fiber Optic Internet สำหรับธุรกิจ Retail ที่เดิมทีอยู่ภายใต้ NTT Docomo เข้ามารวมในบริษัทนี้ด้วย

การควบรวมกิจการในครั้งนี้จะทำให้บริษัทใหม่ที่จะเกิดขึ้นมียอดขายทั่วโลกในปี 2017 รวมกันถึง 37,800 ล้านเหรียญหรือราวๆ 1.2 ล้านล้านบาท เอาชนะคู่แข่งรายใหญ่ในญี่ปุ่นเองอย่าง Fujitsu ไปได้ ต่อยอดขายเหล่านี้ก็มาจากประเทศอื่นๆ นอกจากญี่ปุ่นเพียงแค่ไม่ถึง 20% เท่านั้น และ NTT ก็มีแผนที่จะเร่งสร้างการเติบโตในตลาดระดับโลกต่อไปในอนาคต

ก็ต้องติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการจากทาง NTT อีกหนึ่งนะครับว่าข่าวนี้จะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน

 

ที่มา: https://asia.nikkei.com/Business/Companies/NTT-to-combine-3-units-to-create-Japan-s-largest-IT-company

from:https://www.techtalkthai.com/ntt-may-merge-its-3-companies-into-one-largest-japanese-it-business/

NTT เปิดตัว AI Guardman กล้องวงจรปิดสำหรับร้านค้า ช่วยตรวจตราระวังคนขโมยของ

NTT ร่วมมือกับ Earth Eyes บริษัทด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของญี่ปุ่น เปิดตัว AI Guardman กล้องวงจรปิดที่มาพร้อมปัญญาประดิษฐ์ประมวลผลกับฐานข้อมูลบนคลาวด์สำหรับใช้งานในร้านค้าต่างๆ เพื่อช่วยตรวจตราระวังคนขโมยสินค้าภายในร้าน

No Description

AI Guardman เป็นกล้องวงจรปิดที่มีปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ภาพภายในร้านค้า ตัวกล้องสามารถกวาดเก็บภาพได้เป็นมุม 144 องศา และวิเคราะห์ภาพคนรวมทั้งวัตถุต่างๆ ในระยะ 13 เมตรที่มันมองเห็นรอบตัวมัน ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถวิเคราะห์ท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกายของคนได้ ทำให้มันสามารถจำแนกได้ว่าบุคคลใดในร้านค้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะขโมยสินค้า ซึ่งมักจะมีท่าทางที่สอดส่ายสายตามองหาว่ามีคนจับตาดูตนเองหรือไม่ หรือมักจะวนเวียนและใช้เวลาอยู่ในบริเวณจุดอับสายตาของพนักงานประจำร้านอยู่เป็นเวลานาน

AI Guardman สามารถตรวจจับตำแหน่งของสินค้าในร้านที่ถูกเคลื่อนย้ายตำแหน่งที่วางได้ด้วย มันสามารถแจ้งเตือนพนักงานประจำร้านให้ทราบได้ว่ามีสินค้าถูกย้ายตำแหน่งโดยแจ้งเตือนสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ของพนักงาน และด้วยการประมวลร่วมกับการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวร่างกายของคนที่อยู่ภายในร้าน ทำให้ AI Guardman สามารถตรวจจับการขโมยสินค้าได้ด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยระบบสื่อสารและการประมวลผลกับฐานข้อมูลบนคลาวด์ของ NTT ทำให้ AI Guardman สามารถจดจำลักษณะเฉพาะของบุคคลต้องสงสัยได้แม้ว่าคนผู้นั้นจะกลับเข้ามาในร้านใหม่ด้วยรูปลักษณ์การแต่งกายที่แตกต่างออกไปจากเดิม โดยมันจะทำการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ของพนักงานประจำร้านเพื่อให้ระมัดระวังและใส่ใจบุคคลดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น

No Description

NTT และ Earth Eyes ได้นำกล้อง AI Guardman ไปให้บริษัทผู้ประกอบการร้านค้าปลีกหลายราย อาทิ ร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ BIC Camera, บริษัทร้านขายยา Kirindo และบริษัทขายอุปกรณ์กีฬา Xebio ได้ติดตั้งลองใช้งาน ก็พบว่าหนึ่งในนั้นรายงานผลการทดลองใช้ AI Guardman อย่างน่าประทับใจว่าช่วยลดมูลค่าของในร้านที่โดนขโมยไปจากตัวเลข 3.5 ล้านเยนต่อปี เหลือ 2 ล้านเยนต่อปี

และจากที่ NTT ได้ศึกษาข้อมูลพบว่าในแต่ละปีผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ของญี่ปุ่น ต้องสูญเสียให้กับการหยิบฉวยถูกขโมยของในร้านคิดเป็นเงินมูลค่าราว 400 พันล้านเยนต่อปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทผู้ทดลองใช้งาน AI Guardman จึงทำให้เชื่อได้ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างเช่นในกล้อง AI Guardman นี้จะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการค้าปลีกได้หลายพันล้านเยนต่อปี

ราคาของ AI Guardman นั้นอยู่ที่ตัวละ 238,000 เยน และมีค่าบริการรายเดือนสำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์อีกเดือนละ 4,500 เยนสำหรับกล้องแต่ละตัว ซึ่งราคานี้ก็คงไม่เหมาะสำหรับใครที่นึกอยากจะซื้อหามาไว้ใช้งานในบ้านพักอาศัยของตนเอง แต่สำหรับร้านค้าโดยเฉพาะร้านค้าที่เต็มไปด้วยสินค้ามูลค่าสูงที่มีขนาดเล็กเสี่ยงต่อการโดนลักขโมยแล้ว นี่อาจเป็นการลงทุนที่ช่วยลดการสูญเสียอย่างคุ้มค่า

ที่มา – SoraNews24

from:https://www.blognone.com/node/102706

NTT ทดสอบระบบเครือข่ายไร้สายความเร็ว 100Gbps ได้เป็นผลสำเร็จ ปลายทางคือ 1Tbps

NTT ได้ออกมาเผยถึงความสำเร็จในการทดสอบระบบเครือข่ายไร้สายที่ความเร็วระดับ 100Gbps ด้วยการใช้เทคนิคการทำ Multiplexing แบบใหม่ที่มีชื่อว่า Orbital Angular Momentum (OAM) ร่วมกับ MIMO

 

Credit: NTT

 

เครือข่ายไร้สายความเร็วระดับ 100Gbps นี้ถือว่าเร็วกว่าเทคโนโลยี LTE หรือ Wi-Fi ประมาณ 50-100 เท่า ในขณะที่เร็วกว่า 5G ที่กำลังจะเปิดตัวถึงประมาณ 5 เท่าเลยทีเดียว

งานวิจัยด้านเทคนิค OAM บนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นในระดับมิลลิเมตรนี้ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ โดยในการทดสอบนี้สามารถส่งข้อมูลได้มากถึง 7.2Gbps – 10.8Gbps ในแต่ละช่องสัญญาณ โดยสามารถทำการส่งข้อมูลได้พร้อมกันมากถึง 11 ช่องในเวลาเดียวกัน ทำให้ความเร็วโดยรวมนี้อยู่ที่ประมาณ 100Gbps

 

 

เป้าหมายปลายทางของ NTT คือการวิจัยเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายไร้สายให้ได้ความเร็วระดับ Tbps ภายในปี 2030 โดยงานวิจัยเรื่อง OAM นี้จะถูกนำเสนอในงาน Wireless Technology Park 2018 ที่จะจัดขึ้นในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สัปดาห์หน้า และมีแผนจะไปนำเสนอในงานประชุมของ IEEE ในเดือนหน้าด้วย

 

Credit: NTT

 

สำหรับรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถศึกษาได้ที่ http://www.ntt.co.jp/news2018/1805e/180515a.html ครับ

 

ที่มา: https://www.telecomasia.net/content/ntt-achieves-100gbps-wireless-speeds-lab-trial

from:https://www.techtalkthai.com/ntt-successfully-test-100gbps-wireless-networking-using-oam-multiplexing/

NTT Security รุกคืบเข้าตลาดไทยด้วยโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง

NTT Security บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศของ NTT Group ได้ประกาศขยายการบริการเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้างการเติบโตเชิงกลยุทธ์ของบริษัทเพื่อขยายกิจการเข้าสู่ประเทศไทย

โดยบริษัทใหม่นี้จะให้บริการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศแบบจัดการรวมศูนย์ (Managed Security Services – MSS) และบริการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศระดับมืออาชีพ แบบพิเศษเฉพาะโดยอาศัยความแข็งแกร่งด้านข้อมูลข่าวกรองด้านภัยคุกคามภัยระดับโลก  และการวิเคราะห์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ขั้นสูง ที่บริษัทได้สั่งสมมา ผ่านการดำเนินงานในระดับโลก สิ่งเหล่านี้จะช่วยมอบโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพและซับซ้อนให้กับบริษัทและหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ในประเทศไทย รวมถึงบริษัทระดับโลกที่มีธุรกิจอยู่ในภูมิภาคนี้

บริการต่าง ๆ นี้จะนำออกสู่ตลาดผ่านบริษัทในเครือ NTT Group ได้แก่ Dimension Data, NTT Communications และ NTT DATA ซึ่งประกอบเป็นส่วนหนึ่งของชุดบริการแบบผสมผสานทีจะรับรองความสำเร็จของการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง ไปสู่ระบบดิจิทัลของลูกค้า

“บริการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศแบบจัดการรวมศูนย์รวมทั้งนักวิเคราะห์ด้านการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศที่มีความเชี่ยวชาญและแพลตฟอร์มการวิเคราะห์เอกสิทธิของบริษัทที่สนับสนุนโดยข้อมูลข่าวกรองด้านภัยคุกคามภัยระดับโลก ทั้งหมดนี้มอบความสามารถในการตรวจจับและไล่ล่าภัยคุกคามให้กับลูกค้าของ NTT มาแล้วทั่วโลก เรายินดีที่ได้ขยายการให้บริการการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศขั้นสูงของเรามายังประเทศไทย ทั้งนี้ NTT Security และบริษัทต่างๆ ในเครือ NTT Group จะมอบความมั่นคงทางไซเบอร์ เพื่อรับรองว่าองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย” Jun Sawada CEO ของ NTT Security กล่าว

from:https://www.enterpriseitpro.net/ntt-security-thailand/