คลังเก็บป้ายกำกับ: ONLINE_STREAMING

สถิติชี้ คนรุ่น Millennial ดูรายการทีวีตอนออนแอร์น้อยลง เน้นดูย้อนหลังมากขึ้น

งานวิจัยจาก CTA หรือ Consumer Technology Association สัมภาษณ์บุคคลผ่านออนไลน์ 2,500 คนระหว่าง 27 เมษายนถึง 10 พฤษภาคม 2017 เผย คนรุ่น Millennial ช่วงอายุ 18 – 34 ปี ดูคอนเทนต์ในขณะที่ออนแอร์อยู่น้อยลงทุกที โดยมี 55% ได้ดูคอนเทนต์นั้นๆ ย้อนหลัง และมี 45% ที่ดูขณะคอนเทนต์นั้นในช่วงเวลาออกอากาศ

ในบรรดาคอนเทนต์ที่ผู้ให้การสำรวจระบุ มี 35% เป็นคอนเทนต์จากบริการสตรีมมิ่งต่างๆ อย่าง Netflix, Pay TV และ 20% ดูผ่าน DVR หรือเครื่องบันทึกวิดีโอดิจิทัล

ตัวเลขวิจัยมีนัยสำคัญต่อเครือข่ายทีวีที่ต้องพยายามทำรายการให้น่าสนใจเพื่อดึงเม็ดเงินโฆษณา ในขณะที่คนก็หันเหความสนใจออกไปยังคอนเทนต์จากแพลตฟอร์มอื่นเรื่อยๆ เม็ดเงินโฆษณาจึงมักไหลไปที่กีฬาซึ่งต้องดูสดเท่านั้น ขณะเดียวกันคนอายุมากกว่า 35 ปี ส่วนใหญ่ราว 65% ยังดูรายการทีวีอยู่

No Description
ภาพประกอบจาก Facebook CTA

ที่มา – Recode

from:https://www.blognone.com/node/95375

Advertisements

MoviePass บริการดูหนังในโรง 10 ดอลลาร์/เดือน เจ้าของเป็นอดีตผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix

อุตสาหกรรมโรงหนังกำลังถูกท้าทายจากบริการสตรีมมิ่งออนไลน์ต่างๆ แต่ MoviePass แตกต่างออกไป MoviePass เป็นบริการสมัครสมาชิกดูหนังในโรงในราคาเพียง 10 ดอลลาร์/เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ผู้บริหาร คือ Mitch Lowe เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix อีกด้วย

ผู้ใช้ต้องลงทะเบียนเพื่อรับการ์ดดูหนัง จากนั้นจึงเข้าแอพ MoviePass เพื่อเลือกดูหนังจากโรงภาพยนตร์ โดยมีโรงภาพยนตร์ประมาณ 4,000 แห่งในสหรัฐฯร่วมรายการ สุดท้ายนำการ์ด MoviePass ไปสแกนที่ตู้ซื้อตั๋วหนัง ทั้งหมดนี้มีค่าบริการรายเดือน 10 ดอลลาร์/เดือน และทาง MoviePass ระบุว่าทางบริษัทจ่ายเงินเต็มจำนวนให้กับโรงหนัง

เว็บไซต์ Bloomberg เคยรายงานข่าวว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ MoviePass เป็นผลมาจากการขายหุ้นจำนวนมากให้บริษัท Helios และ Matheson Analytics ด้าน Mitch Lowe ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix ซึ่งปัจจุบันทำงานที่ MoviePass บอกว่ารูปแบบธุรกิจมีมาหลายปีแล้ว

No Description
ภาพจาก Facebook MoviePass

ที่มา – Game Spot

from:https://www.blognone.com/node/94791

iflix ระดมทุนได้เพิ่ม 133 ล้านดอลลาร์ เดินหน้าทำออริจินัลคอนเทนต์ ชน Netflix

Netflix ประสบความสำเร็จได้ด้วยการทำออริจินัลคอนเทนต์หรือคอนเทนต์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของตัวเองโดยเฉพาะ iflix สตรีมมิ่งจากมาเลเซียที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็พยายามแย่งส่วนแบ่งการตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ iflix ประกาศระดมทุนได้เพิ่ม 133 ล้านดอลลาร์ ผลักดันโปรดักชั่น และตั้งเป้าจะมีผู้ใช้พันล้านราย

iflix ก่อตั้งเมื่อปี 2015 มีตลาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมไทยด้วย ในการประกาศระดมทุน บริษัทระบุว่ามีการเติบโต 230% ต่อปี มียอดผู้ใช้โตขึ้น 2-3 เท่า มีพาร์ทเนอร์เป็นสตูดิโอผลิตคอนเทนต์ 230 แห่ง ใน 30 ประเทศทั่วโลก

alt="upic.me"
ภาพจาก Facebook iflix

การระดมทุนรอบนี้มีผู้เข้าร่วมคือ Hearst สำนักพิมพ์และเจ้าของสถานีโทรทัศน์ของสหรัฐอเมริกา ที่ตั้งเป้าจะเป็นผู้ซื้อบริษัทใหม่ๆ เพื่อจะได้พึ่งพาธุรกิจทีวีแบบดั้งเดิมน้อยลง และมีนักลงทุนรายใหม่อื่นๆ เช่น EDBI หน่วยงานด้านการลงทุนของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์, Evolution Media, Sky, Catcha Group, Liberty Group, Jungle Ventures และ บริษัทโทรคมนาคมของฟิลิปปินส์ (Philippines Long Distance Telephone Company)

Vivek Couto นักวิจัยสื่อจาก Media Partners Asia ในสิงคโปร์ระบุว่า ตลาดสตรีมมิ่งในอาเซียนมีประมาณ 120 ล้านดอลลาร์ ประเมิน iflix ว่ากินส่วนแบ่งประมาณ 35% หรือ 42 ล้านดอลลาร์ และนอกจาก iflix แล้วยังมีเจ้าอื่นที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้นคือ Netflix จากสหรัฐฯ ที่ถือเป็นคู่แข่งโดยตรง Viu จากฮ่องกง และ Hooq จากสิงคโปร์

ที่มา – Tech in Asia

from:https://www.blognone.com/node/94598

วิเคราะห์การลงทุนในตลาดแอนิเมชั่นของ Netflix มาถูกทาง ลงทุนถูกกว่าสร้างซีรี่ส์มาก

คอแอนิเมชั่นอาจต้องหันมาจับตามอง Netflix ในฐานะสตรีมมิ่งที่เริ่มลงทุนคอนเทนต์แอนิเมชั่นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแอนิเมชั่นที่คาดว่าจะเป็นเรือธงของ Netflix ช่วงนี้คือ Fullmetal Alchemist และ Ghost in the Shell และมีข่าวว่าจะนำเซนต์เซย่ามารีเมค ล่าสุดที่โตเกียว Netflix ประกาศทำแอนิเมชั่นอีก 12 เรื่อง ซึ่งจะได้รับชมกันภายในปี 2018

เว็บไซต์ WIRED วิเคราะห์การลงทุนของ Netflix ในคอนเทนต์แอนิเมชั่นว่า อาจมาถูกทางและเป็นยุทธศาสตร์ที่ดี เพราะลงทุนถูกกว่าทำซีรี่ส์ และเข้าถึงคนดูกว้างขวาง

No Description
ภาพจาก Trailer Kakegurui

Netflix ลงทุนด้านคอนเทนต์ 5 พันล้านดอลลาร์ (ตัวเลขปี 2016) ส่วนปีนี้ก็ลงทุนเพิ่มอีก 6 พันล้านดอลลาร์ ที่ลงทุนมากเพราะต้องการความเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ และแอนิเมชั่นใหม่ 12 เรื่องที่ประกาศทำก็จะไม่ได้ฉายแค่ในประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึง 190 ประเทศทั่วโลกที่ Netflix เข้าไปทำตลาด แม้จะชนะเจ้าใหญ่สตรีมมิ่งแอนิเมชั่นมานานอย่าง Crunchyroll ไม่ได้ แต่ Netflix ก็จะมีคอนเทนต์เอกลักษณ์ที่ Crunchyroll ไม่มี นั่นจึงทำให้ 12 เรื่องใหม่ของ Netflix มีนัยสำคัญต่อบริษัทอย่างยิ่ง

No Description
ภาพจาก Trailer Castlevania

แอนิเมชั่นเข้าถึงฐานคนดูกว้างขึ้นเรื่อยๆ ช่วงอายุกว้างกว่าเดิม เข้าถึงทุกเพศทุกวัย สร้างประเภทเนื้อหาได้ทุกรูปแบบทั้งกีฬา เวทมนตร์ ลึกลับ สยองขวัญ ผจญภัย โรแมนติก เป็นต้น การลงทุนทำแอนิเมชั่นยังถูกกว่าลงทุนซีรี่ส์หลายเท่าตัว แน่นอนว่าต้องจ่ายให้ผู้ผลิตแต่อยู่ในตัวเลขต่ำกว่ามาก เพราะไม่ต้องลงทุนโลเคชั่น นักแสดง

แม้การลงทุนด้านแอนิเมชั่นดูเหมือนจะมีอนาคตสดใสรออยู่ แต่การลงทุนซีรี่ส์และภาพยนตร์ในตัวเลขมหาศาลก็สร้างคำถามต่อบริษัทว่าจะบริหารจัดการอย่างไร และจะได้ผลตอบแทนคุ้มการลงทุนเมื่อไร

ที่มา – WIRED

from:https://www.blognone.com/node/94482

eMarketer เผย 4 อันดับอุปกรณ์สตรีมมิ่งยอดนิยม Roku ครองอันดับ 1

บริษัทวิจัยการตลาด eMarketer เผยตัวเลขมีผู้ใช้ 168 ล้านรายดูคอนเทนต์บนทีวีผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และครึ่งหนึ่งใช้อุปกรณ์สตรีมมิ่ง โดย 4 ผู้เล่นในตลาดนี้ที่ครองอันดับต้นๆ คือ Roku, Amazon, Google และ Apple

Roku มียอดผู้ใช้งานสูงสุดคือ 38.9 ล้านราย อันดับสองคือ Google Chromecast มีผู้ใช้ 36.9 ล้านราย อันดับสาม Amazon Fire TV มีผู้ใช้ 35.8 ล้านราย และอันดับสี่คือ Apple มีผู้ใช้ 21.3 ล้านราย

Paul Verna นักวิเคราะห์จาก eMarketer วิเคราะห์สาเหตุที่ Apple ยังไม่สามารถครองตลาดอันดับหนึ่งได้คือ ราคาเป็นปัจจัยสำคัญ โดยอุปกรณ์ Apple TV มีราาเริ่มต้น 150 ดอลลาร์ ในขณะที่ Google, Amazon และ Roku ขายอุปกรณ์สตรีมมิ่งเริ่มที่ราคาต่ำกว่า 40 ดอลลาร์ เหตุผลอีกข้อคือ Apple TV ไม่ได้สนับสนุนคอนเทนต์ของ Amazon ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น

ในขณะที่ผู้ครองตลาดอันดับ 1 คือ Roku มีนโยบายที่เป็นกลางจับมือกับพาร์ทเนอร์หลากหลาย ทั้งผู้ผลิตสมาร์ททีวี ผู้สร้างคอนเทนต์ OTT และโซเชียลมีเดียอื่นๆ

No Description
ภาพจาก Facebook Roku

ที่มา – 9to5Mac

from:https://www.blognone.com/node/94289

DOONEE สตรีมมิ่งดูหนังดีซีรี่ส์คุณภาพ ราคาเริ่มต้นแค่วันละ 9 บาท

ปัจจุบันผู้บริโภคคอนเทนต์มีทางเลือกในการรับชมสื่อมากมาย โดยบริการที่ยิ่งนับวันยิ่งเติบโตคือสตรีมมิ่งหนังและซีรี่ส์ เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์หนังและซีรี่ส์ที่ชื่นชอบได้ในทุกเวลาทุกอุปกรณ์ และที่สำคัญคือให้ภาพคมชัด ถูกลิขสิทธิ์

แต่ถ้าใครกำลังมองหาสตรีมมิ่งราคาสบายๆ สามารถเลือกระยะเวลารับบริการได้อย่างอิสระ และชื่นชอบซีรี่ส์ฝรั่งเก่าและหนังพล็อตเรื่องแปลกๆ นอกกระแส DOONEE เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

No Description

DOONEE เป็นผู้ให้บริการ Premium Content ผ่านอินเทอร์เน็ตในรูปแบบ Subscription Video on demand (SVOD) หรือให้ผู้ใช้สมัครเป็นสมาชิกโดยเสียค่าบริการ เริ่มต้นแค่วันละ 9 บาท และรายเดือนเพียง 159 บาท

ทีนี้ลองมาสำรวจคอนเทนต์ของ DOONEE กันว่ามีอะไรบ้าง

ซีรี่ส์ฝรั่ง

No Description

เริ่มกันที่ซีรี่ส์ฝรั่ง บนแพลตฟอร์มมีซีรี่ส์ในดวงใจคนไทยหลายเรื่อง ผู้ใช้งานสามารถค้นหาซีรี่ส์ได้ตามหมวดหมู่ เช่น ซีรี่ส์แอคชั่น ผจญภัย สยองขวัญ สืบสวนสอบสวน ตลก แฟนตาซี เป็นต้น

แม้คลังซีรี่ส์จะไม่เยอะหรือหวือหวามาก แต่มีซีรี่ส์คุณภาพดีที่โด่งดังหรือที่คุ้นหูคุ้นตาหลายเรื่อง เช่น Dexter, Bones, CSI, Homeland, American Horror Story แค่นี้ก็เต็มอิ่มแล้ว

No DescriptionDexter มีครบทั้ง 8 ซีซั่น

No DescriptionCSI

No Description

Doctor Who

หนังฮอลลีวูดและหนังจีนคลาสสิก

No Description

DOONEE อาจจะยังมีหนังบนแพลตฟอร์มไม่มาก แต่ไม่นานมานี้มีการเพิ่มหมวดหนังฮอลลีวูดและหนังจีนคลาสสิกเข้ามาโดยราคาสมาชิกยังคงเดิม มีหนังฮอลลีวูดคุณภาพดี เช่น Dallas Buyer Club, Lupin, Asian School Girls เป็นต้น

นอกจากนี้ยังเพิ่มหนังจีนจากค่าย Shaw Brothers กว่า 20 เรื่อง เช่น กระบี่ไร้เทียมทาน, จอมใจจักรพรรดิ์ เป็นต้น ถูกใจคอหนังจีนเก่ามาก เพราะเดี๋ยวนี้หาหนังเก่าดูได้ยากมากจริงๆ แม้แต่แผ่นหนังก็ยังหาซื้อยาก

No Description

ความคมชัด และประสบการณ์การใช้งาน

ซีรี่ส์และหนังของ DOONEE มีทั้งแบบพากย์ไทย และบรรยายไทย (ผู้ใช้เลือกได้) ความคมชัดมีให้เลือก 2 ระดับคือ 480p และ 720p สำหรับหนังจีนคลาสสิกเป็นความคมชัดระดับ SD และมีแต่พากย์ไทยเท่านั้น แต่ถ้าเป็นซีรี่ส์อื่นและหนังฮอลลีวูดรับชมได้ในความละเอียดปกติ 720p และถึงแม้หนังหลายเรื่องจะเป็นหนังเก่าก็ยังดูได้ในความละเอียดสูง
No Descriptionหนังจีนคลาสสิคมีข้อจำกัดเรื่องความคมชัด

No DescriptionMerlin ซีรี่ส์ตั้งแต่ปี 2008 ไม่มีปัญหาเรื่องความคมชัด

No DescriptionAmerican Horror Story ซีซั่น 5 ปี 2015 ไม่มีปัญหาเรื่องความคมชัด

No Descriptionในหน้าจอหลักมีบันทึกการใช้งานไว้ว่าดูเรื่องไหน ไปถึงตอนไหนแล้ว

No Descriptionเมื่อเข้ามาดูหน้าซีรี่ส์ ระบบก็บันทึกไว้เช่นกันทำให้ดูต่อจากที่ดูไว้ได้ง่าย

No Descriptionในแต่ละเรื่องมีรายละเอียดเรื่องย่อ เรทคอนเทนต์ นักแสดงนำ เวลาในแต่ละตอน

นอกเหนือจากหนังและซีรี่ส์แล้ว ยังมีรายการวาไรตี้, สารคดีดัง และคอนเทนต์สำหรับเด็กด้วย
No Description

No Description

ราคาและช่องทางชำระเงิน

มาถึงข้อมูลที่หลายคนอยากรู้คือราคาสมาชิกและช่องทางชำระเงิน แพ็คเกจ DOONEE เริ่มต้นวันละ 9 บาทเท่านั้น (สามารถสมัครผ่านโทรศัพท์มือถือได้เลย) ส่วนบริการรายเดือนราคา 150 บาท และรายปี 1500 บาท ชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง คือ บัตรเครดิตวีซ่า, มาสเตอร์การ์ด หรือจะชำระผ่าน PayPal, LINEPay , บัตรเงินสด PayCash, mPay Wallet ก็ได้

นอกจากนี้ยังสามารถชำระผ่านธนาคารได้ 8 แห่งคือ ธนาคารไทยพาณิชย์, ทหารไทย, ธนชาต, กรุงศรี, กรุงเทพ, กรุงไทย, UOB, กสิกรไทย เลือกชำระช่องทางใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น เคาเตอร์ธนาคาร, เอทีเอ็ม และ iBanking

No Description

No Description

No Description

DOONEE ถือเป็นสตรีมมิ่งราคาเบา และที่สำคัญคือมีบริการรายวันเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากผูกมัดการบริการสตรีมมิ่งของตัวเองมาก เทียบราคากับคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มแล้วก็ถือว่าสมเหตุสมผล คุ้มค่ากว่าการซื้อแผ่นผิดลิขสิทธิ์ คุ้มกว่าเสี่ยงติดไวรัสจากเว็บไซต์เถื่อน และโฆษณารบกวน

ผู้สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิก DOONEE ได้ที่เว็บไซต์ DOONEE หรือแอพพลิเคชั่น DOONEE ทั้งระบบ iOS และ Android

from:https://www.blognone.com/node/93421

ซีอีโอ Netflix บอกคู่แข่งสำคัญไม่ใช่ HBO หรือ Amazon แต่คือเวลานอนของผู้ชม

ต่อเนื่องจากการรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Netflix โดยในช่วงแถลงผลประกอบการกับนักลงทุน ซีอีโอ Reed Hastings ได้ตอบคำถามจากนักวิเคราะห์ถึงมุมมองการแข่งขันจาก Amazon และบริษัทอื่นๆ

โดย Hastings บอกว่า Amazon พัฒนารายการได้ดี แต่เขาไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบกับ Netflix มากนัก เพราะตลาดความบันเทิงในบ้านนั้นกว้างใหญ่มาก จะเห็นว่าผ่านมาเป็นสิบปี ทั้ง Netflix และ HBO ก็เติบโตด้วยกันทั้งคู่ ไม่มีใครสูญเสียลูกค้าให้แก่กัน เพราะตลาดนี้ไม่ใช่เกมแบบ Zero-Sum

เขายังบอกว่าคู่แข่งสำคัญที่สุดของ Netflix จริงๆ คือเวลาที่คนเข้านอน เพราะเมื่อรายการของ Netflix สนุก คนก็จะนั่งชมไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องจนดึก ศัตรูของบริษัทที่แท้จริงจึงเป็นเวลานอนนั่นเอง (บัญชี Twitter ของ Netflix US ถึงกับทวีตย้ำประเด็นนี้เลย)

ที่มา: Recode

alt="Netflix"

from:https://www.blognone.com/node/91683