คลังเก็บป้ายกำกับ: ONLINE_STREAMING

วิเคราะห์การลงทุนในตลาดแอนิเมชั่นของ Netflix มาถูกทาง ลงทุนถูกกว่าสร้างซีรี่ส์มาก

คอแอนิเมชั่นอาจต้องหันมาจับตามอง Netflix ในฐานะสตรีมมิ่งที่เริ่มลงทุนคอนเทนต์แอนิเมชั่นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแอนิเมชั่นที่คาดว่าจะเป็นเรือธงของ Netflix ช่วงนี้คือ Fullmetal Alchemist และ Ghost in the Shell และมีข่าวว่าจะนำเซนต์เซย่ามารีเมค ล่าสุดที่โตเกียว Netflix ประกาศทำแอนิเมชั่นอีก 12 เรื่อง ซึ่งจะได้รับชมกันภายในปี 2018

เว็บไซต์ WIRED วิเคราะห์การลงทุนของ Netflix ในคอนเทนต์แอนิเมชั่นว่า อาจมาถูกทางและเป็นยุทธศาสตร์ที่ดี เพราะลงทุนถูกกว่าทำซีรี่ส์ และเข้าถึงคนดูกว้างขวาง

No Description
ภาพจาก Trailer Kakegurui

Netflix ลงทุนด้านคอนเทนต์ 5 พันล้านดอลลาร์ (ตัวเลขปี 2016) ส่วนปีนี้ก็ลงทุนเพิ่มอีก 6 พันล้านดอลลาร์ ที่ลงทุนมากเพราะต้องการความเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ และแอนิเมชั่นใหม่ 12 เรื่องที่ประกาศทำก็จะไม่ได้ฉายแค่ในประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึง 190 ประเทศทั่วโลกที่ Netflix เข้าไปทำตลาด แม้จะชนะเจ้าใหญ่สตรีมมิ่งแอนิเมชั่นมานานอย่าง Crunchyroll ไม่ได้ แต่ Netflix ก็จะมีคอนเทนต์เอกลักษณ์ที่ Crunchyroll ไม่มี นั่นจึงทำให้ 12 เรื่องใหม่ของ Netflix มีนัยสำคัญต่อบริษัทอย่างยิ่ง

No Description
ภาพจาก Trailer Castlevania

แอนิเมชั่นเข้าถึงฐานคนดูกว้างขึ้นเรื่อยๆ ช่วงอายุกว้างกว่าเดิม เข้าถึงทุกเพศทุกวัย สร้างประเภทเนื้อหาได้ทุกรูปแบบทั้งกีฬา เวทมนตร์ ลึกลับ สยองขวัญ ผจญภัย โรแมนติก เป็นต้น การลงทุนทำแอนิเมชั่นยังถูกกว่าลงทุนซีรี่ส์หลายเท่าตัว แน่นอนว่าต้องจ่ายให้ผู้ผลิตแต่อยู่ในตัวเลขต่ำกว่ามาก เพราะไม่ต้องลงทุนโลเคชั่น นักแสดง

แม้การลงทุนด้านแอนิเมชั่นดูเหมือนจะมีอนาคตสดใสรออยู่ แต่การลงทุนซีรี่ส์และภาพยนตร์ในตัวเลขมหาศาลก็สร้างคำถามต่อบริษัทว่าจะบริหารจัดการอย่างไร และจะได้ผลตอบแทนคุ้มการลงทุนเมื่อไร

ที่มา – WIRED

from:https://www.blognone.com/node/94482

Advertisements

eMarketer เผย 4 อันดับอุปกรณ์สตรีมมิ่งยอดนิยม Roku ครองอันดับ 1

บริษัทวิจัยการตลาด eMarketer เผยตัวเลขมีผู้ใช้ 168 ล้านรายดูคอนเทนต์บนทีวีผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และครึ่งหนึ่งใช้อุปกรณ์สตรีมมิ่ง โดย 4 ผู้เล่นในตลาดนี้ที่ครองอันดับต้นๆ คือ Roku, Amazon, Google และ Apple

Roku มียอดผู้ใช้งานสูงสุดคือ 38.9 ล้านราย อันดับสองคือ Google Chromecast มีผู้ใช้ 36.9 ล้านราย อันดับสาม Amazon Fire TV มีผู้ใช้ 35.8 ล้านราย และอันดับสี่คือ Apple มีผู้ใช้ 21.3 ล้านราย

Paul Verna นักวิเคราะห์จาก eMarketer วิเคราะห์สาเหตุที่ Apple ยังไม่สามารถครองตลาดอันดับหนึ่งได้คือ ราคาเป็นปัจจัยสำคัญ โดยอุปกรณ์ Apple TV มีราาเริ่มต้น 150 ดอลลาร์ ในขณะที่ Google, Amazon และ Roku ขายอุปกรณ์สตรีมมิ่งเริ่มที่ราคาต่ำกว่า 40 ดอลลาร์ เหตุผลอีกข้อคือ Apple TV ไม่ได้สนับสนุนคอนเทนต์ของ Amazon ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น

ในขณะที่ผู้ครองตลาดอันดับ 1 คือ Roku มีนโยบายที่เป็นกลางจับมือกับพาร์ทเนอร์หลากหลาย ทั้งผู้ผลิตสมาร์ททีวี ผู้สร้างคอนเทนต์ OTT และโซเชียลมีเดียอื่นๆ

No Description
ภาพจาก Facebook Roku

ที่มา – 9to5Mac

from:https://www.blognone.com/node/94289

DOONEE สตรีมมิ่งดูหนังดีซีรี่ส์คุณภาพ ราคาเริ่มต้นแค่วันละ 9 บาท

ปัจจุบันผู้บริโภคคอนเทนต์มีทางเลือกในการรับชมสื่อมากมาย โดยบริการที่ยิ่งนับวันยิ่งเติบโตคือสตรีมมิ่งหนังและซีรี่ส์ เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์หนังและซีรี่ส์ที่ชื่นชอบได้ในทุกเวลาทุกอุปกรณ์ และที่สำคัญคือให้ภาพคมชัด ถูกลิขสิทธิ์

แต่ถ้าใครกำลังมองหาสตรีมมิ่งราคาสบายๆ สามารถเลือกระยะเวลารับบริการได้อย่างอิสระ และชื่นชอบซีรี่ส์ฝรั่งเก่าและหนังพล็อตเรื่องแปลกๆ นอกกระแส DOONEE เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

No Description

DOONEE เป็นผู้ให้บริการ Premium Content ผ่านอินเทอร์เน็ตในรูปแบบ Subscription Video on demand (SVOD) หรือให้ผู้ใช้สมัครเป็นสมาชิกโดยเสียค่าบริการ เริ่มต้นแค่วันละ 9 บาท และรายเดือนเพียง 159 บาท

ทีนี้ลองมาสำรวจคอนเทนต์ของ DOONEE กันว่ามีอะไรบ้าง

ซีรี่ส์ฝรั่ง

No Description

เริ่มกันที่ซีรี่ส์ฝรั่ง บนแพลตฟอร์มมีซีรี่ส์ในดวงใจคนไทยหลายเรื่อง ผู้ใช้งานสามารถค้นหาซีรี่ส์ได้ตามหมวดหมู่ เช่น ซีรี่ส์แอคชั่น ผจญภัย สยองขวัญ สืบสวนสอบสวน ตลก แฟนตาซี เป็นต้น

แม้คลังซีรี่ส์จะไม่เยอะหรือหวือหวามาก แต่มีซีรี่ส์คุณภาพดีที่โด่งดังหรือที่คุ้นหูคุ้นตาหลายเรื่อง เช่น Dexter, Bones, CSI, Homeland, American Horror Story แค่นี้ก็เต็มอิ่มแล้ว

No DescriptionDexter มีครบทั้ง 8 ซีซั่น

No DescriptionCSI

No Description

Doctor Who

หนังฮอลลีวูดและหนังจีนคลาสสิก

No Description

DOONEE อาจจะยังมีหนังบนแพลตฟอร์มไม่มาก แต่ไม่นานมานี้มีการเพิ่มหมวดหนังฮอลลีวูดและหนังจีนคลาสสิกเข้ามาโดยราคาสมาชิกยังคงเดิม มีหนังฮอลลีวูดคุณภาพดี เช่น Dallas Buyer Club, Lupin, Asian School Girls เป็นต้น

นอกจากนี้ยังเพิ่มหนังจีนจากค่าย Shaw Brothers กว่า 20 เรื่อง เช่น กระบี่ไร้เทียมทาน, จอมใจจักรพรรดิ์ เป็นต้น ถูกใจคอหนังจีนเก่ามาก เพราะเดี๋ยวนี้หาหนังเก่าดูได้ยากมากจริงๆ แม้แต่แผ่นหนังก็ยังหาซื้อยาก

No Description

ความคมชัด และประสบการณ์การใช้งาน

ซีรี่ส์และหนังของ DOONEE มีทั้งแบบพากย์ไทย และบรรยายไทย (ผู้ใช้เลือกได้) ความคมชัดมีให้เลือก 2 ระดับคือ 480p และ 720p สำหรับหนังจีนคลาสสิกเป็นความคมชัดระดับ SD และมีแต่พากย์ไทยเท่านั้น แต่ถ้าเป็นซีรี่ส์อื่นและหนังฮอลลีวูดรับชมได้ในความละเอียดปกติ 720p และถึงแม้หนังหลายเรื่องจะเป็นหนังเก่าก็ยังดูได้ในความละเอียดสูง
No Descriptionหนังจีนคลาสสิคมีข้อจำกัดเรื่องความคมชัด

No DescriptionMerlin ซีรี่ส์ตั้งแต่ปี 2008 ไม่มีปัญหาเรื่องความคมชัด

No DescriptionAmerican Horror Story ซีซั่น 5 ปี 2015 ไม่มีปัญหาเรื่องความคมชัด

No Descriptionในหน้าจอหลักมีบันทึกการใช้งานไว้ว่าดูเรื่องไหน ไปถึงตอนไหนแล้ว

No Descriptionเมื่อเข้ามาดูหน้าซีรี่ส์ ระบบก็บันทึกไว้เช่นกันทำให้ดูต่อจากที่ดูไว้ได้ง่าย

No Descriptionในแต่ละเรื่องมีรายละเอียดเรื่องย่อ เรทคอนเทนต์ นักแสดงนำ เวลาในแต่ละตอน

นอกเหนือจากหนังและซีรี่ส์แล้ว ยังมีรายการวาไรตี้, สารคดีดัง และคอนเทนต์สำหรับเด็กด้วย
No Description

No Description

ราคาและช่องทางชำระเงิน

มาถึงข้อมูลที่หลายคนอยากรู้คือราคาสมาชิกและช่องทางชำระเงิน แพ็คเกจ DOONEE เริ่มต้นวันละ 9 บาทเท่านั้น (สามารถสมัครผ่านโทรศัพท์มือถือได้เลย) ส่วนบริการรายเดือนราคา 150 บาท และรายปี 1500 บาท ชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง คือ บัตรเครดิตวีซ่า, มาสเตอร์การ์ด หรือจะชำระผ่าน PayPal, LINEPay , บัตรเงินสด PayCash, mPay Wallet ก็ได้

นอกจากนี้ยังสามารถชำระผ่านธนาคารได้ 8 แห่งคือ ธนาคารไทยพาณิชย์, ทหารไทย, ธนชาต, กรุงศรี, กรุงเทพ, กรุงไทย, UOB, กสิกรไทย เลือกชำระช่องทางใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น เคาเตอร์ธนาคาร, เอทีเอ็ม และ iBanking

No Description

No Description

No Description

DOONEE ถือเป็นสตรีมมิ่งราคาเบา และที่สำคัญคือมีบริการรายวันเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากผูกมัดการบริการสตรีมมิ่งของตัวเองมาก เทียบราคากับคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มแล้วก็ถือว่าสมเหตุสมผล คุ้มค่ากว่าการซื้อแผ่นผิดลิขสิทธิ์ คุ้มกว่าเสี่ยงติดไวรัสจากเว็บไซต์เถื่อน และโฆษณารบกวน

ผู้สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิก DOONEE ได้ที่เว็บไซต์ DOONEE หรือแอพพลิเคชั่น DOONEE ทั้งระบบ iOS และ Android

from:https://www.blognone.com/node/93421

ซีอีโอ Netflix บอกคู่แข่งสำคัญไม่ใช่ HBO หรือ Amazon แต่คือเวลานอนของผู้ชม

ต่อเนื่องจากการรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Netflix โดยในช่วงแถลงผลประกอบการกับนักลงทุน ซีอีโอ Reed Hastings ได้ตอบคำถามจากนักวิเคราะห์ถึงมุมมองการแข่งขันจาก Amazon และบริษัทอื่นๆ

โดย Hastings บอกว่า Amazon พัฒนารายการได้ดี แต่เขาไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบกับ Netflix มากนัก เพราะตลาดความบันเทิงในบ้านนั้นกว้างใหญ่มาก จะเห็นว่าผ่านมาเป็นสิบปี ทั้ง Netflix และ HBO ก็เติบโตด้วยกันทั้งคู่ ไม่มีใครสูญเสียลูกค้าให้แก่กัน เพราะตลาดนี้ไม่ใช่เกมแบบ Zero-Sum

เขายังบอกว่าคู่แข่งสำคัญที่สุดของ Netflix จริงๆ คือเวลาที่คนเข้านอน เพราะเมื่อรายการของ Netflix สนุก คนก็จะนั่งชมไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องจนดึก ศัตรูของบริษัทที่แท้จริงจึงเป็นเวลานอนนั่นเอง (บัญชี Twitter ของ Netflix US ถึงกับทวีตย้ำประเด็นนี้เลย)

ที่มา: Recode

alt="Netflix"

from:https://www.blognone.com/node/91683

LINE TV เผยยอดรับชมโต 136% รายการอันดับหนึ่งรวมทุกตอนเกิน 200 ล้านวิว

LINE TV เผยปีนี้มียอดรับชมและยอดดาวน์โหลดเติบโตขึ้นมาก จนถึงตอนนี้มียอดดาวน์โหลดรวม 14 ล้านครั้ง ยอดรับชมโตขึ้นจากปีที่แล้ว 136% ผู้คนใช้เวลาดู LINE TV เพิ่มขึ้น 81% กลยุทธ์ทำธุรกิจที่สำคัญในปีนี้คือ สร้างพันธมิตรด้านคอนเทนต์ เพื่อให้เข้าถึงคนดูกว้างขวาง

alt="upic.me"

LINE TV ระบุว่าทำวิจัยร่วมกับ Nielsen พบว่าฐานผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังเป็นคนกรุงเทพฯ มีมากถึง 63% และ 81% รับชมผ่านมือถือ

alt="upic.me"

ด้านกลยุทธ์ในปีนี้ของ LINE TV คือพาร์ทเนอร์คอนเทนต์รูปแบบต่างๆ มาลงแพลตฟอร์ม ปีนี้เปิดตัว 5 พันธมิตรใหม่คือ ช่อง 8, GMM Bravo ผู้ผลิตซีรี่ส์ในเครือ GMM, ค่ายเพลง Muzik Move, ค่ายเพลง 123 Records และ สหมงคลฟิล์ม ซึ่งต่างบอกเป้าหมายคล้ายๆ กันว่าฐานคนดูกว้างขวางของ LINE TV จะเป็นประโยชน์ต่อตัวบริษัทด้วยเช่นกัน

LINE TV จัดประกาศรางวัล LINE TV Award โดยรางวัล Top Most Viewed คือ ซีรี่ส์เรื่อง O-Negative ยอดวิวรวม 210 ล้านวิว (นับจากซีรี่ส์ทั้ง 16 ตอน ซึ่งแบ่งเป็นคลิปย่อยอีก 80 คลิป) รางวัล Top Environment คือรายการเรียลลิตี้ Oh Baby ยอดวิวรวม 65 ล้านวิวและรางวัล Content of the Year คือ ซีรี่ส์เรื่อง I HATE YOU I LOVE YOU ยอดวิวรวมสูงสุด 128 ล้านวิว (ยอดวิวทั้งหมดเป็นการนับทุกคลิปทุกตอนในเรื่องรวมกัน)

นอกจากนี้ LINE TV ยังเพิ่มประเภทคอนเทนต์ด้านกีฬาจากช่อง 8, GOAL และ Nine Lives และเพิ่มคอนเทนต์บิวตี้ ร่วมมือบิวตี้บล็อกเกอร์ และเว็บไซต์ความงามอย่าง Jeban และ Wongnai Beauty ทำคอนเทนต์เรื่องความสวยงามลงแพลตฟอร์ม

from:https://www.blognone.com/node/91266

เยอรมันออกกฎ ช่องสตรีม 24 ชั่วโมง ต้องขอใบอนุญาตกระจายเสียง เริ่มจาก PietSmietTV บน Twitch

เมื่อพูดถึงกฎการกระจายเสียง หลายคนอาจนึกถึงแพลตฟอร์มวิทยุและโทรทัศน์ที่เข้าข่าย แต่ที่เยอรมัน กฎหมายได้ตีความรวมถึงเว็บไซต์สตรีมด้วย ล่าสุดหน่วยงาน ZAK ของเยอรมัน (The Commission for Authorization and Supervision) ระบุให้ ช่อง PietSmietTV บนแพลตฟอร์มสตรีมเกมชื่อดัง Twitch ที่ฉายคอนเทนต์เกมตลอด 24 ชั่วโมง ต้องมาขอใบอนุญาตกระจายเสียงภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้หากต้องการทำรายการต่อ

แม้คอนเทนต์ของ PietSmietTV จะไม่ได้ฉายผ่านวิทยุและโทรทัศน์ แต่โดยเทคนิคแล้วคอนเทนต์ดังกล่าวนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมายของการแพร่ภาพกระจายเสียง คือเป็นบริการข้อมูลโดยตรงต่อสาธารณะ ด้านผู้ก่อตั้ง Twitch คือ Peter Smits ยอมรับกฎดังกล่าวและไม่ได้ตอบโต้อะไร

การออกกฎของ ZAK ครั้งนี้ไม่ใช่การออกกฎครั้งเดียวแล้วจบ แต่ทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าสามารถนำกฎนี้ไปใช้กับช่องสตรีมอื่นๆ ได้ อย่างไรก็ตามมีข้อสงสัยว่า ช่องอื่นที่ไม่ได้ทำคอนเทนต์ 24 ชั่วโมงจะเข้าข่ายหรือไม่ และจะสร้างความลำบากให้สตรีมเมอร์รายเล็กๆ หรือไม่

No Description

ที่มา – Engadget

from:https://www.blognone.com/node/91234

ปี 2016 ผู้ใช้ไอโฟนสหรัฐฯ ซื้อแอพมากขึ้น แอพสตรีมมิ่งโตสูงจากปีที่แล้ว 130%

Sensor Tower เผยสถิติพฤติกรรมผู้บริโภคแอพพลิเคชั่นในสหรัฐฯ (เฉพาะผู้ใช้ไอโฟน) เรียกได้ว่าปี 2016 เป็นปีแห่งแอพบันเทิงและเกมส์จริงๆ เพราะคนสหรัฐฯ ใช้เงินไปกับแอพจำพวกนี้มากขึ้น

ค่าเฉลี่ยเงินที่จ่ายไปกับแอพปี 2016 อยู่ที่ 40 ดอลลาร์/1 อุปกรณ์ แอพที่กวาดรายได้มากสุดคือแอพจำพวกเกม กว่า 80% บน App Store คือสถิติคนซื้อเกม คิดเป็นตัวเลขเงินต่ออุปกรณ์คือ 27 ดอลลาร์ สูงกว่าปี 2015 ที่ 25 ดอลลาร์ รองลงมาเป็นเพลง 3.6 ดอลลาร์

ส่วนแอพบันเทิงอย่างสตรีมมิ่งคอนเทนต์อย่าง HBO, Netflix, Hulu แม้อัตราซื้อไม่สูงเท่าเกม แต่เห็นการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด คิดเป็น 2.30 ดอลลาร์ต่ออุปกรณ์ ในขณะที่ปี 2015 ตัวเลขยังอยู่ที่ 1 ดอลลาร์เท่านั้น คิดเป็นอัตราเติบโต 130%

No Description
ภาพจาก Sensor Tower

ที่มา – Techcrunch

from:https://www.blognone.com/node/90305