คลังเก็บป้ายกำกับ: Oppo

OPPO R17 Pro เปิดราคาในไทยที่ 24,990 บาท กล้องหลัง 3 ตัว รูรับแสงกว้างสุด f/1.5

OPPO R17 Pro เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ ราคา 24,990 บาท ในรุ่นแรม 8GB + รอม 128GB เปิดจอง 17-30 พ.ย.นี้ มาพร้อมจุดเด่นด้วยกล้องหลัง 3 ตัว สามารถปรับรูรับแสงได้เอง คือ f/1.5 และ f/2.4 และระบบการชาร์จ SuperVOOC Flash ชาร์จแบตถึง 40% ในเวลาเพียง 10 นาที

สเปก OPPO R17 Pro มีดังนี้

  • จอขนาด 6.4 นิ้ว พร้อมรอยแหว่างคล้ายหยดน้ำ, ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล, กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 6
  • ชิป Snapdragon 710, จีพียู Adreno 616
  • แรม 8GB, รอม 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 12MP ปรับรูรับแสงได้เอง คือ f/1.5 และ f/2.4 กับ และ กล้องรอง 20MP, รูรับแสง f/2.6, กันสั่น OIS, มี AI ช่วยถ่ายภาพ
  • กล้องหน้า 25MP, รูรับแสง f/2.0 พร้อม AI Beauty
  • มีสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ
  • แบตเตอรี่แบบคู่ขนาด 1850 mAh 2 เซลล์ พร้อมระบบการชาร์จ SuperVOOC Flash ชาร์จแบตถึง 40% ในเวลาเพียง 10 นาที
  • มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สีม่วงแกมน้ำเงิน (Radiant Mist) และสีเขียว (Emerald Green)

ที่มา : OPPO

No Description

No Description

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106418

Advertisements

พรีวิว OPPO R17 Pro มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว f/1.5 ชาร์จเร็วที่สุดในโลกด้วย Super VOOC Flash Charge

OPPO สานต่อสมาร์ทโฟนในครอบครัว R Series พร้อมแนะนำ R17 Pro รุ่นใหม่ล่าสุดมาบุกตลาดในประเทศไทยแล้ว โดยมีจุดเด่นที่ดีไซน์ Super Full Screen Display บอดี้ไล่เฉดสี และอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงของคู่แข่ง

OPPO R17 Pro มีความโดดเด่นที่จอแสดงผล AMOLED (2340 x 1080 พิกเซล) ขนาด 6.4 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 19.5:9 ขอบจอบางเฉียบ ทำให้มีพื้นที่จอแสดงผลกว้างเป็นพิเศษถึง 91.5% ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 6 รุ่นใหม่ล่าสุดแกร่งกว่าเดิมถึง 2 เท่าและยังซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้จอแสดงผลด้วย

ด้านหลังสวยงามด้วยวัสดุกระจก 3D พื้นผิวมีการอไล่เฉดสีแบบใหม่เป็นเคริฟรูปตัว S จากด้านข้างระหว่างโทนสีน้ำเงินม่วงกับสีน้ำเงิน ซึ่งทาง OPPO เรียกว่าสี Radiant Mist โดยเฉดสีจะคาอบคลุมไปถึงด้านข้างและบนล่างของตัวเครื่องทั้งหมด
ส่วนอีกจะเป็นสีเขียวมรกต Emeral Geen แลดูสวยงามไปอีกแบบซึ่งจะวางจำหน่ายในประเทศไทยทั้ง 2 สี
ด้านหลังของ OPPO R17 Pro ยังติดตั้งกล้องมาให้ 3 ตัว โดยตัวหลัก 12 ล้านพิกเซล มีความพิเศษที่สามารถปรับขนาดรูรับแสงได้ระหว่าง f/1.5 และ f/2.4 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS กล้องตัวรอง 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.6 ช่วยในการถ่ายภาพ Portrait Mode โดยรุ่นมาพร้อมโหมดถ่ายภาพกลางคืนที่ชื่อว่า Ultra Night Mode กับการรวมภาพถ่ายหลายภาพเข้าด้วยกันในเวลาไม่กี่วินาที ทำให้ได้ภาพถ่ายที่คมชัดทุกรายละเอียด โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง
ส่วนกล้องตัวที่ 3 เป็นเซ็นเซอร์ TOF (Time of Flight) ทำหน้าที่จับภาพวัตถุในรูปแบบ 3 มิติ โดยการหมุนกล้องไปรอบๆ วัตถุหรือบุคคลที่ต้องการ จึงสามารถสร้างแบบจำลอง 3 มิติได้ แต่ต้องทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่นด้วย ซึ่งในเบื้องต้น OPPO R17 Pro ยังไม่รองรับการใช้งานอย่างเต็มที่ แต่คาดว่าจะปล่อยซอฟต์แวร์ออกมาให้อัพเดทในอนาคต
สำหรับกล้องเซลฟี่ ติดตั้งอยู่ในรอยบากรูปทรงหยดน้ำ มีความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มาพร้อมโหมด AI Beauty ที่ช่วยให้ใบหน้าสวยงามเป็นธรรมชาติ
ด้านประสิทธิภาพ OPPO R17 Pro เลือกใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 ให้ความจำ RAM สูงถึง 8GB พร้อมด้วย ROM 128GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo สวมทับด้วย ColorOS 5.2
ความจุแบตเตอรี่ 3,700mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Super VOOC Flash Charge สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 40% ได้ในเวลาเพียง 10 นาที แต่ถ้าชาร์จต่อไปอีก 10 นาที ระดับแบตเตอรี่จะขึ้นมาถึง 74% และชาร์จเกือบเต็มในเวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดในโลกในตอนนี้ แถมยังมีความปลอดภัยสูงตัวเครื่องไม่ร้อนอีกด้วย
โดยรวมแล้ว OPPO R17 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม และยังคงเอาใจผู้ที่รักการถ่ายภาพ ด้วยกล้องที่ให้ค่า F ถึง 1.5 สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างคมชัด พร้อมกล้องเสริมที่ช่วยละลายฉากหลัง กล้องเซลฟี่ก็ให้สีสันและโทนผิวที่สวยงามเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังชาร์จเร็วทันใจ เหมาะกับชีวิตสมัยใหม่ที่เร่งรีบ
OPPO R17 Pro เปิดราคาทางการในประเทศไทยที่ 24,990 บาท ได้รับของแถมมูลค่า 9,200 บาท เปิดจองตั้งแต่วันที่ 17 – 30 พฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้จะมีโปรโมชั่นเมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็คเกจผู้ให้บริการเครื่อข่ายที่รวมรายการ ราคาเริ่มต้นจะเหลือเพียง 9,990 บาทเท่านั้น

from:http://www.flashfly.net/wp/234671

เปิดตัว OPPO R17 Pro มาพร้อม 3 กล้องหลัง พร้อม SuperVOOC ชาร์จไว เข้าไทยรุ่นท็อป 8GB/128GB

OPPO R17 Pro เปิดตัวที่ประเทศจีนไปเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมือถือรุ่นนี้เป็นตัวท็อปของรุ่น OPPO R17 (แต่ในบ้านเราไม่เอาเข้ามาจำหน่าย) ที่ได้รับการอัพเกรดทั้งสเปคและฟีเจอร์หลายๆ อย่าง ทั้งกล้องหลังที่มี 3 ตัว, เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือใต้กระจก และระบบชาร์จ SuperVOOC Flash Charge ก็มีมาให้ด้วย

สเปค OPPO R17 PRO

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080
  • CPU : Snapdragon 710
  • GPU : Adreno 616
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว : 20MP (f/1.5) + 12MP (f/2.4) + 3D Stereo Camera
  • กล้องหน้า : 25MP
  • ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • USB-C 3.1
  • สแกนนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • แบตเตอรี่ : 3,700 mAh (1,850 mAh + 1,850 mAh) รองรับ SuperVOOC Flash Charge
  • ขนาด / น้ำหนัก : 157.6 x 74.6 x 7.9 มม. / 183 กรัม
  • ระบบ Android Oreo ครอบด้วย ColorOS 5.2

กล้องหลังที่สามารถเก็บรายละเอียดในที่แสงน้อยได้ดีกว่าเดิม

OPPO R17 Pro มาพร้อมกล้องหลังที่มีรูรับแสงอยู่ที่ f/1.5 และ f/2.4 แถมด้วยระบบกันสั่น OIS และระบบ AI Ultra-Clear Engine ที่จะเข้ามาช่วยให้การถ่ายภาพกลางคืนหรือที่แสงน้อย ออกมาสว่างไสวและคมชัดกว่าที่เคย

 

กล้อง 3 มิติ TOF 3D Camera ที่จะช่วยให้การถ่ายภาพมีลูกเล่นมากขึ้น

ถึงแม้ว่ากล้องตัวที่ 3 ของ OPPO R17 Pro จะไม่เซ็นเซอร์กล้องสำหรับการถ่ายรูป แต่มันเป็นกล้อง 3 มิติ ที่ใช้ในการตรวจจับความลึก ซึ่งจะนำมาใช้ในการถ่ายภาพหรือขึ้นโมเดล 3 มิติได้ และใช้ร่วมกับระบบ AR หรือ VR ของ Google ได้อีกด้วย

กล้องเซลฟี่ 25MP พร้อมระบบ AI Beauty

แน่นอนว่าฉายา Selfie Expert ของ OPPO ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย ด้วยกล้องความละเอียดสูง 25MP บวกกับระบบ AI Beauty จะทำให้ภาพเซลฟี่ของเราออกมาใสปิ๊ง ไร้ริ้วรอย อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม

เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือใต้จอที่ปลอดภัยและรวดเร็ว

OPPO R17 Pro มาพร้อมกับระบบสแกนนิ้วมือใต้จอสุดล้ำ ด้วยระบบ Ultra-photosensitive ที่สามารถตรวจจับลายนิ้วมือเจ้าของเครื่องได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ

ระบบชาร์จสุดไว SuperVOOC Flash Charge

แบตเตอรี่ขนาด 3700 mAh นั้นถูกจับแยกเป็น 1850mAh 2 ก้อน ทำให้สามารถรับไฟเพื่อชาร์จแบตได้ถึงเกือบๆ 50W และสามารถชาร์จไฟได้จาก 0% – 40% ในเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบเดียวกับแบตเตอรี่ Super VOOC ที่ใช้ใน Lambhorghini Edition ของ Find X

OPPO R17 Pro รุ่นที่วางขายในไทยนั้นจะเป็นตัวท็อปสุด RAM 8GB ROM 128GB โดยมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 24,990 บาท จองกับผู้ให้บริการเครือข่ายต่างๆ มีราคาพิเศษ พร้อมแพ็คเกจ เริ่มต้นที่ 9,900 บาทครับ อันนี้แล้วแต่โปร และ เครือข่ายนะ

เริ่มเปิดให้จองตั้งแต่วันที่ จองวันที่ 17 -30 พฤศจิกายน 2561 เริ่มรับเครื่อง 1 ธันวาคม 2561

from:https://droidsans.com/oppo-r17-pro-officially-announced-thailand/

OPPO R17 Pro เปิดตัวในไทยแล้ว ราคา 24,990 บาท มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว สแกนนิ้วบนจอ ชาร์จเร็ว SuperVOOC

OPPO เปิดตัวพรีเมี่ยมสมาร์ทโฟน OPPO R17 Pro ในประเทศไทยแล้ว ดีไซน์สวยงามด้วยเฉดสี Radiant Mist ไล่ระดับจากสีน้ำเงินเข้มไปหาสีม่วง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงสว่างและผืนน้ำ และด้วยกระจก 3D ยังทำให้สีสันของแผงหลังเปลี่ยนแปลงไปตามแสงที่ตกกระทบ

OPPO R17 Pro มากับจอแสดงผล AMOLED (1080 x 2340 พิกเซล) ขนาด 6.4 นิ้ว ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 6 โดยใช้รอยบากรูปหยดน้ำ ทำให้พื้นที่จอแสดงผลกว้างถึง 91.5% และยังติดตั้งระบบการสแกนลายนิ้วมือ หรือ Hidden Fingerprint Unlock ที่อยู่บนหน้าจอ สามารถปลดล็อดสมาร์ทโฟนได้อย่างรวดเร็ว เพียงแตะปลายนิ้วลงบนเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่ซ่อนอยู่

OPPO R17 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของค่ายที่มากับระบบกล้องด้านหลัง Triple Lens โดยกล้องหลักมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55 นิ้ว พร้อมกลไกปรับรูรับแสงอัตโนมัติระหว่าง f/1.5 กับ f/2.4 กล้องที่สองมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และกล้องที่สามใช้เซ็นเซอร์ Time of Flight (TOF) 3D สำหรับจับข้อมูลความลึก พร้อมด้วยกล้องเซลฟี่ 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

OPPO R17 Pro ทำงานบนพื้นฐาน Android 8.1 Oreo ซ้อนทับด้วย ColorOS 5.2 ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 ความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128GB ความจุแบตเตอรี่ 3,700mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Super VOOC Flash Charge ชาร์จเพียง 10 นาที ได้แบตเตอรี่ 40%

OPPO R17 Pro จะเปิดรับจองในประเทศไทยระหว่างวันที่ 17 – 30 พฤศจิกายนนี้ ก่อนจะเริ่มจัดส่งและวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป สนนราคา 24,990 บาท (ซื้อพร้อมแ็กเกจรายเดือน เริ่มต้นเพียง 9,990 บาท) โดยผู้ที่สั่งจองในช่วงเวลาดังกล่าว จะได้รับของแถมมูลค่ารวม 9,200 บาท

from:http://www.flashfly.net/wp/234665

พรีวิว OPPO R17 Pro รุ่นสเปคใหญ่ ชาร์จไวมากที่สุดในโลก และมีอะไรน่าสนใจอีกมากมาย มารู้จักกัน

OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนที่มีข่าวหลุดและลือออกมาเยอะพอตัวเลยครับ ในที่สุดชาวไทยก็ได้จับได้ลองตัวจริงกันสักที กับสมาร์ทกล้องสามตัวรุ่นแรก ของ OPPO

ต้องเกริ่นก่อนเลยว่า กล้องสามตัวของ OPPO R17 Pro ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนครับ กล้องหน้าความละเอียดสูงมาก 25 ล้านพิกเซล, f/2.0.

แต่กล้องหลังจะเป็น 12 ล้านพิกเซล ที่ใช้รูปรับแสงคู่สองขนาด ปรับเองโดยอัตโนมัติ f/1.5 และ f/2.4 ทำงานคู่กับกล้อง 20 ล้านพิกเซล f/2.6 และตัวสุดท้ายชื่อจะแปลกหูกันแน่นอน กับกล้อง “เซ็นเซอร์ 3D TOF”

ด้วยเพราะกล้องที่สามของ OPPO R17 Pro มันไม่ใช่กล้องสำหรับการถ่ายมุมกว้างหรือมุมแคบแบบที่เราเจอๆ กันครับ แต่มันคือกล้องที่มาพร้อมเซนเซอร์ภาพแบบ TOF ล้ำยุคล้ำหน้าไปไกลจนต้องขออธิบายกันในบทความแยกนี้  >>>(รู้จักระบบ TOF ของกล้อง OPPO R17 Pro <<<<)

ก็ย่อๆ ความสามารถของระบบกล้อง TOF ก็คือ การยิงแสงออกไปตรวจจับวัตถุคล้ายๆ กับระบบสแกนใบหน้า แต่ทว่าระบบสแกนใบหน้าแต่เดิมนั้นยังมีจุดอ่อนครับ เพราะว่ามันยิงแสงออกไปเป็นจุด (dot) 15,000 จุด

แม้จะยิงออกไปเยอะ แต่เมื่อวัตถุอยู่ในระยะไกล ทำให้ความหนาแน่นของเจ้า 15,000 จึดนั้น ต่ำลงมากครับ การวัดทรวดทรง ความลึกความตื้นของวัตถุ ก็จะเพี้ยนได้โดยง่าย

แต่ระบบ TOF คือการยิงแสงออกไปเป็น “แผ่น” ออกไปคลุมวัตถุและตรวจจับความตื้นลึกหนาบ้างได้หมด นำมาทำการวิเคราะห์ขึ้นรูปแบบ 3D เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการถ่ายภาพนั้นเองครับ

ด้วยสเปคของกล้อง รูรับแสง f1.5 และระบบ TOF ทำให้คาดหวังกันไปได้เลยว่า กล้องกลางรืนมันเทพแน่ๆ ครับ ^^

และที่สำคัญ มันมาพร้อมกับโหมด Ultra night mode หรือการถ่ายภาพกลางคืนที่สุดยอดมากๆ ครับ ถือถ่ายมือเปล่าแต่ได้ภาพระดับเหมือนใช้ขาตั้งกล้องเลยครับ ซึ่งอยากให้ทุกคนรอดูความพิเศษของมันในรีวิวกันครับ ยอดเยี่ยมจริงๆ

ในส่วนอื่นๆ OPPO R17 Pro ก็สุดยอดครับ ด้วยแรมขนาดใหญ่ถึง 8GB และหน่วยความจำภายใน 128GB เรียกว่าสเปคเรือธงแบบเต็มตัว

รองรับสองซิมการ์ดแบบ Dual 4G , NFC, Bluetooth 5.0 อุปกรณ์ภายในกล่องมาให้ทั้งเคสใส ชุดหูฟัง พร้อมกระจกกันรอยติดมาให้ตั้งแต่แรก และที่ชาร์จแบบ SuperVOOC Flash Charge ผ่านพอร์ต USB Type-C 3.1 ครับ




หน้าจอยังรองรับการสแกนนิ้วบนหน้าจอเป็นเครื่องแรกของ OPPO (และระบบสแกนใบห้นา) แถมเป็นเครื่องแรกๆ ของโลกที่ใช้กระจกลิง (Gorilla Glass ) เวอร์ชั่น 6 แข็งกว่า Gorilla Glass 5 รุ่นเดิมถึงสองเท่า


ขนาดจอใหญ่ 6.4 นิ้ว มีติ่งเหลือนิดเดียว คิดเป็นเปอร์เซ็นแล้วด้านหน้าตัวเครื่อง นับเป็นพื้นที่จอมากถึง 91.5% ครับ

หน่วยประมวลผลใหม่สดกิ๊ง Snapdragon 710 ตัวระดับกลางแต่มาตรฐาน Hi-End ผลทดสอบการใช้งานและมาตรฐานความเข้ากันกับแอปพลิเคชั่นใช้งานในระบบ Android ไม่ต้องห่วงเลยเมื่อมาในชื่อของ Qualcomm แบบนี้ครับ

และผมยินดีเสนอให้ทุกคนรู้จัก มือถือที่มีระบบการชาร์จพลังงานที่มีความไวสูงที่สุดในโลกครับ OPPO R17 Pro เป็นสมาร์ทโฟนซีรีย์ R ตัวแรก ที่มาพร้อมระบบชาร์จ SuperVOOC Flash Charge ชาร์จ 10 นาที แบตเตอรี่กลับมากว่า 40%!!!


แบตเตอรี่ OPPO R17 Pro มีขนาด 3,700 mAh ด้วยระบบการชาร์จแบบ SuperVOOC ที่ใช้เทคโนโลยีที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “แบตเตอรี่คู่”  (1850 mAh + 1850 mAh = 3,500 mAh) กับที่ชาร์จระดับ 50w ของ SuperVOOC Flash Charge ทำให้ OPPO R17 Pro ชาร์จแบตเต็ม 100% ได้ในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงนั้นเองครับ


ซึ่งไม่ใช่ราคาคุย เสียบชาร์จโชว์กันให้เห็นเลยครับ เผลอแพร่บเดียวมาดู แบตเต็มไปแล้วครับ แถมแทบไม่มีความร้อนเลยแม้แต่น้อย สุดยอดครับระบบ SuperVOOC Charge


ที่ให้มานี่มันเกินกว่าเครื่องระดับเรือธงในหลายรุ่นไปแล้วครับ ตัวเครื่องก็สวยงามด้วยเหลือบสีม่วง, น้ำเงิน ในชื่อสี Radiant mist และสีที่ขรึมเข้มขึ้นสักหน่อย แบบ Emerald green


เข้าไทยสองสีนี้ครับ ในระดับแรม 8GB รอม 128GB เท่านั้น ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 24,990 บาทครับ

โดยมีของแถมมูลค่า 9,200 บาท ซึ่วก็มีประกันจอแตกหนึ่งปี และขาตั้ง Tripod จองตั้งแต่ 17-30 พฤศจิกานี้

แต่มีราคาพิเศษที่ทำกับเครือข่าย AIS, Dtac และ True อยู่ที่ 9,990 บาทเท่านั้นครับ


ส่วนรีวิวแบบเต็มๆ ของ OPPO R17 Pro ก็ติดตามกันได้ที่ AppDisqus เช่นเดิมนะครับ รอกันไม่นานแน่นอน ^^

ข่าว: พรีวิว OPPO R17 Pro รุ่นสเปคใหญ่ ชาร์จไวมากที่สุดในโลก และมีอะไรน่าสนใจอีกมากมาย มารู้จักกัน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/11/13/preview-oppo-r17-pro.html

Realme เริ่มปล่อยอัพเดต ColorOS 5.2 ให้อุปกรณ์ในค่ายแล้ว

Realme นั้นรุกทำตลาดโลกอย่างหนักทีเดียวในช่วงเวลานี้ โดยกับในไทยเองก็มีการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง ณ ตอนนี้ Realme เองได้ส่งมือถือออกมายังตลาดโลกด้วยกันทั้งสิ้น 4 รุ่นจนถึงปัจจุบัน และรุ่นที่ 5 นั้นคาดว่าจะมาในช่วงสิ้นปีนี้ และในเมื่อยอดขายเครื่องเพิ่มสูงขึ้นแบบนี้ ผู้ใช้งานที่ต้องการการอัพเดตระบบอย่างสม่ำเสมอนั้นก็เริ่มเรียกร้องให้ทางแบรนด์ลูกของ Oppo ปล่อยอัพเดตออกมามาขึ้น จนในที่สุด Realme เองก็เริ่มทยอยปล่อย ColorOS 5.2 ออกมาให้ผู้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว

โดย Realme ได้ประกาศผ่านฟอรั่มของตนว่า ColorOS 5.2 Beta นั้นจะมีการปล่อยออกมาในสัปดาห์นี้ โดยจะปล่อบเวอร์ชั่นเต็มหรือเวอร์ชั่นสเถียรตามมาอีกครั้งในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 นอกจากนี้ยังมีอัพเดตเรื่องความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายนด้วยที่จะปล่อยมาในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ และเพื่อเป็นการสร้างช่องทางติดตามข่าวสารการอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้กับผู้ใช้งานนั้น Realme สัญญาว่าจะมีการตั้งกระทู้อัพเดตสถาณการณ์เกี่ยวกับเฟิร์มแวร์ที่บริษัทกำลังพัฒนาอยู่ต่อจากนี้ให้กับผู้ใช้งานได้เข้าไปติดตามข่าวสารกันแบบรายเดือนด้วย

realme-coloros-52-update

Realme 1 นั้นได้รับอัพเดตที่จะเตรียมความพร้อมเครื่องเพื่อส่งต่อไปยัง ColorOS 5.2 ที่จะมาถึงแล้ว โดยเวอร์ชั่นเบต้านั้นจะปล่อยให้ดาวน์โหลดในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 นี้ ซึ่งจะมาพร้อมกับการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั่นเอง

สำหรับ Realme 2 และ Realme C1 นั้นจะได้รับการอัพเดต UI ใหม่ “ในภายหลัง” นั่นหมายความว่าทั้งสองเครื่องจะได้รับเพียงอัพเดตความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น ในขณะที่ Realme 2 Pro นั้นจะได้รับ OTA อัพเดตที่จะแก้ปัญหา ColorOS 5.2 ที่มาพร้อมกับเครื่องตั้งแต่แกะกล่องแล้วนั่นเอง

APPDISQUS เองได้เคยพรีวิวแกะกล่องเจ้า Realme 2 Pro เอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ เพื่อนๆ ที่สนใจสามารถติดตามได้จากคลิปวิดีโอด้านล่างนี้เลย

ข่าว: Realme เริ่มปล่อยอัพเดต ColorOS 5.2 ให้อุปกรณ์ในค่ายแล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/11/13/realme-starts-rolling-coloros-52-to-devices.html

OPPO A7 ตัวสมาร์ทโฟนน้องใหม่ แบตเยอะ เจอใหญ่ ดีไซน์สวย ราคา 7,990 บาท

OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนผู้นำเรื่องแบตเตอรี่ที่อึด และราคาที่เข้าถึงได้ง่ายของ OPPO ซี่รีย์ A  ซึงเป็นสมาร์ทโฟนที่ยอดขายดีที่สุดตั้งแต่เปิดตัว A3s มา ที่ขึ้นชื่อของเรื่องแบตเตอรี่ที่เยอะ และกล้องคู่ที่สวยแบบธรรมชาติ และในครั้งนี้ OPPO ได้ปล่อยตัวสมาร์ทโฟนรุ่นน้องใหม่ล่าสุดอย่าง OPPO A7 ออกมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมกับการอัพเกรดความละเอียดกล้องหน้าชัดมากยิ่งขึ้นถึง 16 ล้านพิกเซล กับรูรับแสง 2.0  ส่วนกล้องหลังคู่ความละเอียดชัด 13+2 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty 2.1  พร้อมกับความจุแบตเตอรี่ถึง 4230 mAh ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้งานในการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ที่จะทำให้คุณหมดห่วงเรื่องแบตหมดระหว่างวันไปได้เลย

ด้วยระบบ AI battery ที่จะช่วยจัดการกับแอพที่ค้างการใช้งาน และไฟล์ขยะต่างๆ ซึ่งจะทำให้ประหยัดการใช้งานแบตเตอรี่ได้ ­­สำหรับการดีไซต์รอยบากบนหน้าจอรูปทรงหยดน้ำ หรือ Waterdrop ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซต์รอยบากจากหยดน้ำที่กำลังหยดตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นรอยบากหน้าจอที่สวยงาม และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายของตลาดของสมาร์ทโฟนในตอนนี้

สัดส่วนหน้าจอมากกว่าตัวอื่นๆ ในรุ่นซีรี่ย์ A ด้วยความกว้าง 6.2 นิ้ว HD+ Incell Screen เพื่อประสบการณ์แบบไร้ขอบเขตของทุกการเล่นเกมส์ และการดูวีดีโอได้อย่างเต็มที่ หน้าจอของ A7 ใช้วัสดุหน้าจอ Gorilla Glass จาก Corning ซึ่งป้องกันการขีดข่วนได้เป็นอย่างดี หมดกังวลเรื่องที่จะทำให้หน้าจอเป็นรอยไปได้เลย อีกทั้งการออกแบบลวดลายฝาหลังที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น กับ 2 สีใหม่ที่มีมาให้เลือก สีทองสว่าง Glaring Gold ดูเรียบหรู อย่างมีระดับ และ สีน้ำเงินเข้ม Glaze Blue ที่ดูสุขุม อย่างมีไสตล์ใน OPPO A7 สมาร์ทโฟนนิยามใหม่แห่งการดีไซต์

และฟีเจอร์ AR สติ๊กเกอร์ ใน A7 ที่สามารถเลือกในแบบของคุณที่เป็นของคุณ ทำให้คุณสนุกกับการถ่ายรูปมากยิ่งขึ้น และทำให้ภาพถ่ายมีชีวิตชีวา

ด้วยระบบปฏิบัติการรันแพลตฟอร์ม Android 8.1, OPPO ครอบทับด้วย ColorOS 5.2 ระบบการจัดการที่ใหม่ขึ้น และฉลาดขึ้น เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

ว่าด้วยเรื่องของ “Smart Bar” ใน A7 ก็มีการอัพเกรดฟังก์ชั่น Multitasking แบบเต็มจอ ที่รองรับการใช้งานได้ทั้งแนวนอนและก็แนวตั้งได้แล้ว

OPPO A7 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากรุ่น A Series ของ OPPO ด้วยความจุแบตที่เยอะ และหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น พร้อมกับดีไซน์ที่สวย เพียงราคา 7,990 บาท วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

from:http://www.flashfly.net/wp/234462