คลังเก็บป้ายกำกับ: OPPO_F7

รีวิว OPPO F7 กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซลพร้อม AI Beauty 2.0 จอ Super Full Screen ใหญ่สะใจ ดีไซน์สวยแค่หมื่นนิดๆ

OPPO พร้อมส่งสมาร์ทโฟน F7 เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแล้ว แทนที่รุ่น F5 ที่ออกมาเมื่อปี 2017 และในรุ่นใหม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นหลายอย่าง ทั้งดีไซน์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ โดยมีจุดเด่นที่กล้องเซลฟี่ ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยี AI (Artificial intelligence) บิ้วตี้เวอร์ชั่น 2.0 ใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้ถ่ายภาพใบหน้าได้สวยงามอย่างธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

OPPO F7 มีขอบจอแสดงผลที่บางลงกว่าเดิม เมื่อเทียบกับ F5 ด้วยดีไซน์ Super Full Screen ทำให้มีพื้นที่จอแสดงผลสูง 88% เมื่อเทียบกับขนาดบอดี้ และมีขนาดหน้าจอกว้างกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อย โดยที่ขนาดบอดี้เกือบจะใกล้เคียงกัน

สาเหตุที่ OPPO F7 มีจอแสดงผลใหญ่ขึ้นเนื่องจากมีการขยายขอบจอขึ้นไปจนเกือบชิดขอบด้านบนจึงมีความจำเป็นต้องรวมกล้องเซลฟี่เซ็นเซอร์ลำโพงหูฟังไว้ในรอยบากตรงกึ่งกลาง

ส่วนจอแสดงผลมีความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.23 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 19:9 และติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้วจากโรงงาน

ดีไซน์ด้านหลังมีพื้นผิวสะท้อนเงาของกระจก (มีให้เลือก 2 สี คือ สีเงิน Moonlight Silver กับ สีแดง Solar Red ส่วนสีพิเศษ Diamond Black ที่มีรูปทรงเหลี่ยมเพชรจะเป็นรุ่นความจุ 128GB ติดตั้งกล้องดิจิตอลไว้ที่มุมบนซ้ายพร้อมกับแฟลช ตรงกึ่งกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ติดตั้งอยู่เหนือโลโก้ OPPO

ด้านข้างจะเห็นดีไซน์ที่ถูกแบ่งเป็นชั้นอย่างชัดเจน โดยมีความบาง 7.8 มิลลิเมตร (F5 บาง 7.5 มิลลิเมตร) ด้านซ้ายมือมีปุ่มปรับรับดับเสียง

ฝั่งขวามือมีถาดใส่การ์ด 3 ช่อง นั่นหมายถึง รองรับ 2 ซิมการ์ด และใส่การ์ดความจำ microSD เพิ่มเติมได้ ไม่ต้องไปแย่งใช้กับซิมที่ 2 แถมยังรองรับ 4G ทั้ง 2 ซิมและรองรับการใช้งาน voLTE และ voWiFi หรือ Wi-Fi Calling อีกด้วย ถัดลงมาเป็นปุ่มเพาเวอร์

มุมมองด้านบนไม่มีพอร์ตเชื่อมต่ออะไร แต่จะเห็นรูไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับลดเสียงรบกวน

ช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร อยู่ที่ด้านล่าง ใกล้กันมีไมโครโฟนตัวหลัก ตรงกลางเป็นพอร์ต Micro USB และลำโพงซ่อนอยู่ภายใต้ตะแกรงที่เจาะเป็นรูเล็กๆ

สิ่งที่หลายคนสะดุดตาในเรื่องของดีไซน์คงหนีไม่พ้นรอยบากที่ขอบจอแสดงผลด้านบน ซึ่งเกิดจากการออกแบบจอแสดงผล Super Full Screen หมายถึงใช้แผงหน้าจอให้เต็มพื้นที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยังมีปัญหาการติดตั้งฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นอย่างกล้องเซลฟี่ เซ็นเซอร์ ลำโพงหูฟัง จึงต้องรวมไว้ในรอยบาก แต่สิ่งที่ได้มาก็คือ พื้นที่จอแสดงผลที่กว้างขึ้นกว่าเดิม 16% และไม่ต้องกลัวว่ารอยบากจะบดบังคอนเท้นต์ต่างๆ หรือไม่ เพราะ OPPO พัฒนาซอฟร์แวร์ออกมารองรับ ให้สามารถซ่อนรอยบากได้ ด้วยการเพิ่มแถบสีดำขึ้นมา

ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่แบบ Super Full Screen ขนาด 6.23 นิ้วทำให้ OPPO F7 สามารถใช้งานท่องโลกโซเชียลมีเดียได้อย่างเต็มตาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเห็นตัวหนังสือแบบชัดเจนอ่านง่ายไม่ต้องมาซูมหน้าจอเข้าเพื่อเข้าไปอ่านอีกต่อไป

หรือจะแบ่งใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ 2 แอพได้อย่างสบาย อย่างการใช้งาน Youtube หรือดูซีรีย์โปรดไปพร้อมกับการแชตคุยกับเพื่อน ก็ใช้งานได้แบบเพลินๆไม่ต้องสลับแอพไปมา แถมยังสามารถเลื่อนปรับสัดส่วนขนาดหน้าต่างได้ตามใจอีกด้วย

สำหรับวิธีเปิดใช้งานโหมดแยกใช้งาน 2 หน้า 2 แอพพร้อมกันนี้สามารถทำได้ง่ายๆ 3 วิธีดังนี้ ซึ่งวิธีที่ใช้งานง่ายที่และรวดเร็วสุดคือใช้ 3 นิ้วเลื่อนขึ้นเพื่อแบ่งหน้าจอแล้วเลือกแอพที่รองรับด้านล่างได้เลย ถ้าใครไม่ถนัดก็ให้กดปุ่มสี่เหลี่ยมหรือปุ่มมัลติทาสก์ค้างไว้ก็ได้

หรือขณะที่กดสลับแอพไปมาให้ใช้ดึงตัวแอพที่จะใช้งานลงก็จะมีปุ่มแบ่งหน้าจอให้เลือก นอกจากนี้หากกำลังใช้งานหน้าจอแนวนอนแล้วมีข้อความจาก LINE หรือแอพแชนอื่นๆดึงเข้ามาเมื่อกดตอบก็เข้าสู่โหมดแบ่งหน้าจอทันที

ที่สำคัญคือ OPPO F7 ยังคงมีฟีเจอร์แอพโคลนสามารถใช้งาน LINE หรือ Facebook Messenger ได้พร้อมกัน 2 บัญชี 2 หน้าจอในเครื่องเดียวกันอีกด้วย ไม่ต้องพกมือถือหลายๆเครื่องอีกต่อไป

OPPO F7 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.0 บนพื้นฐาน Android 8.1 Oreo ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดในตอนนี้

และยังนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในฟีเจอร์ Face Unlock หรือปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า โดย AI สามารถจดจำใบหน้าได้มากกว่า 296 จุด เพื่อระบุเอกลักษณ์ของใบหน้า จึงสามารถปลดล็อคสมาร์ทโฟนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย แต่ก็ยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย

OPPO F7 ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P60 2GHz Octa Core (4xCortex-A73 2GHz + 4xCortex-A53 2GHz ) มาพร้อมจีพียู Mali-G72 MP3 800MHz ความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB สนับสนุนการ์ด microSD สูงสุด 256GB ตอบสนองการเล่นเกมได้ในระดับที่น่าพอใจ และเล่นเกมที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง ROV หรือ PUBG Mobile ได้ ส่วนแบตเตอรี่ก็ให้มาไม่น้อย 3400 mAh

นอกจากความแรงของเครื่องที่มากกว่าเดิมถึง 5 เท่า บวกกับสเป็คหน้าจอที่มีขนาดใหญ่สะใจเต็มพื้นที่การใช้งาน แสดงผลได้คมชัด และแน่นอนว่ายังมีโหมดเร่งความเร็วเกมมาให้เช่นเคย

ทันทีที่เปิดเกมขึ้นมาตัวระบบก็จะจัดการปิดแอพที่ไม่ได้ใช้งานทิ้ง เพื่อให้ได้สปีดสูงสุดทำให้สามารถเล่นเกมได้แบบไม่สะดุด รวมถึงการเชื่อมต่อ 4G แอพไหนที่เปิดใช้งานอยู่ก็จะถูกปิดทันที ทำให้การเล่นเกมออนไลน์พร้อมกันกับเพื่อนไม่มีหลุดแน่นอน รวมถึงการแจ้งเตือนของแอพต่างๆก็จะถูกปิดไม่ให้แสดงขึ้นมาขณะเล่นเกมอีกด้วย ทำให้อรรถรสในการเล่นเกมนั้นจัดมาเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเกมฮิตอย่าง ROV หรือ PUBG ก็เล่นได้สนุก มันส์ อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ถึงแม้ว่าจะระหว่างที่เล่นเกมจะมีสายเข้า ก็ไม่ต้องห่วงเลย เพราะ OPPO F7 มาพร้อมฟีเจอร์ App-in-app ซึ่งทำให้สามารถรับสาย คุยโทรศัพท์ได้ในระหว่างที่เล่นเกม โดยที่เกมไม่ตัด ใครที่กังวลว่าระหว่างเล่นเกมจะมีโทรศัพท์สำคัญเข้ามาแล้วจะทำให้พลาดการติดต่อบ้าง ทำให้เกมที่กำลังเล่นอยู่มันส์ๆ ตัดหายไปบ้างนั้น บอกได้เลยว่าหมดกังวลกันไปเลย เพราะ OPPO F7 จะทำให้สามารถเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ไม่ขาดอรรถรสกันอย่างแน่นอน

โดยระหว่างที่กำลังดูคลิปหรือเล่นเกมบนหน้าจอแนวนอนอยู่เรายังสามารถใช้งานแอพด่วนได้ 3 แอพได้แก่ SMS, LINE และ FaceBook Messenger ได้ในเวลาเดียวกันด้วยฟีเจอร์ Full Screen Multitasking ซึ่งการเรียกใช้งานง่ายๆด้วยการปัดนิ้วจากขอบจอฝั่งซ้ายเข้ามา ก็จะเห็นไอค่อนแอพด่วนที่รองรับการใช้งานแบบ Pop Up ส่วนด้านล่างเป็นฟั่งชั่นด่วนได้แก่ อัดวิดีโอบนหน้าจอ จับภาพหน้าจอ และปิดการแจ้งเตือน ซึ่งด้วยฟีเจอร์นี้ทำให้สามารถดูซีรีย์เรื่องโปรดได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องมาสะดุดกับการเปิด หรือเปลี่ยนสลับแอพพลิเคชั่นไปมานั่นเอง ใครอยากดูคลิปไปด้วยคุยแชทเม้าท์กับเพื่อนด้วยเรื่องคลิป ก็ทำได้สบายไปเลย

แต่ถ้าใครที่รู้สึกว่าไม่ค่อยชอบส่วนเว้าหรือที่เรียกกันว่ารอยบากด้านบนหน้าจอสักเท่าไหร่เพราะในบางเกมจะมาทับปุ่มกดหรือหน้าจอบางส่วนทำให้เล่นเกมได้ไม่เต็มอรรถรส  ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะสามารถตั้งค่าให้กลายเป็นพื้นที่สีดำได้ ทำให้มีมีรอยเว้า รอยบากมากวนใจเวลาจะดูคลิป หรือเล่นเกมนั่นเอง โดยเข้าไปที่ การตั้งค่า > จอแสดงผลและความสว่าง > แอพแสดงแบบเต็มหน้าจอ > ตัวควบคุมการแสดงผลในบริเวณที่เว้า จากนั้นเลือกปิดแอพหรือเกมโปรดไม่ให้โดนรอยเว้ามาบังหน้าจอได้ตามใจ

เล่น PUBG ได้แบบไม่ต้องมีอะไรมาบังหน้าจอและปุ่มยิงทางซ้ายอีกต่อไป

จบฟีเจอร์เรื่องหน้าจอแบบใหม่กับการเล่นเกมกันไปแล้ว มาถึงไฮไลท์กล้องเซลฟี่ เป็นจุดเด่นที่ OPPO F7 ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง โดยใช้เซ็นเซอร์รุ่น IMX576 จาก Sony ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล f/2.0 มาพร้อมเทคโนโลยี HDR (High Dynamic Range) ที่ฮาร์ดแวร์เลย ผนวกกับระบบ AI จะได้ภาพที่งดงามและสวยจริงเป็นธรรมชาติในแบบที่ตาเรามองเห็นเก็บรายนละเอียดฉากหลังได้หมดแถมหน้าเราก็ไม่ดำอีกด้วยหรือแม้ว่าจะถ่ายในที่แสงน้อยก็ยังคงให้รายละเอียดภาพครบถ้วน

ลองโหมด HDR ด้วยกล้องหน้าของ OPPO F7 กันไปแล้วมาทำความรู้จักกันต่อกับเทคโนโลยี AI Beauty 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่มีความชาญฉลาดกว่าเดิมโดยตัว AI จะสามารถเรียนรู้และปรับแต่งใบหน้าของเราด้วยการใบหน้าออกเป็นพื้นที่ 25 โซนและวิเคราะห์บนใบหน้าได้ถึง 296 จุดเพื่อให้ได้ภาพเซลฟี่ในแบบที่เป็นตัวเองสมบูรณ์แบบที่สุดออกมา

ประโยชน์ของ AI Beauty ก็คือช่วยให้กล้องหน้าระบุใบหน้าของบุคคลที่จะถ่ายได้ว่าเป็นเพศอะไรสีผิวประมาณไหนอายุเท่าไรเพื่อจะได้ปรับค่ากล้องให้เหมาะสมนั่นหมายถึงถ้าคุณถ่ายเซลฟี่กับเพื่อนที่ไม่ได้เป็นเพศเดียวกัน

ใบหน้าก็จะออกมาดูดีทั้งคู่ AI ยังเรียนรู้พฤติกรรมการถ่ายภาพเซลฟี่ของผู้ใช้งานด้วย โดยจดจำจากการปรับตั้งค่ากล้อง และเมื่อใช้งานไปนานๆ การถ่ายเซลฟี่ก็จะง่ายสำหรับผู้ใช้งานมากขึ้น

เซลฟี่สวยคมชัดแล้วเท่านี้ยังไม่พอกล้องหน้าของ OPPO F7 ยังมีโหมดใหม่เพิ่มเข้ามาด้วยนั่นก็คือ Vivid Mode โหมดสีจัดและ Bokeh effect  โหมดหน้าชัดหลังละลายมาให้อีกด้วยทำให้ทุกภาพเซลฟี่มีสีสันที่สดใสมีชีวิตชีว่ามากยิ่งขึ้น

และด้วย AI Beauty 2.0 ทำให้ใบหน้าของผู้ใช้งานสวยงามสมจริงอย่างเป็นธรรมชาติบวกกับสีสันของเสื้อผ้าและฉากหลังทำให้ภาพถ่ายที่ได้ไม่แพ้ภาพถ่ายแฟชั่นตามนิตยสารเลยทีเดียว

ยังไม่หมดเท่านี้ OPPO F7 ยังมีลูกเล่นสุดเก๋ที่เชื่อว่าสาวๆหลายคนต้องชื่นชอบเป็นพิเศษนั่นก็คือ AR Stickers ที่จะมาเพิ่มความสนุกในการถ่ายภาพเซลฟี่สามารถใช้งานทั้งการถ่ายกลุ่มเพื่อนหลายคนรวมถึงถ่ายเป็นไฟล์วิดีโอก็ยังได้

โดยในกล้องมีสติกเกอร์ให้เลือกมากมาย อาทิ หูกระต่าย, ปีกนางฟ้า, ซุปเปอร์ฮีโร่  เป็นต้น รับรองว่าถ้าได้โพสต์รูปถ่ายลงไปอวดเพื่อนบนสังคมออนไลน์ยอดนิยมต้องเรียกไลค์ได้เพียบอย่างแน่นอน

กล้องตัวหลักของ OPPO F7 มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ถึงแม้จะมีความละเอียดน้อยกว่ากล้องเซลฟี่ แต่ก็มีรูรับแสงที่กว้างกว่า (f/1.8) โหมดการถ่ายภาพมาครบไม่ว่าจะเป็น Timelaps,VDO,Photo,AR Stickers ,Panorama และ โหมดผู้เชี่ยวชาญหรือโหมดโปรในการปรับแต่งค่าต่างๆในการถ่ายภาพได้แบบกล้องมืออาชีพนั่นเอง แน่นอนว่าโหมด HDR เอ็ฟเฟ็คละลายฉากหลัง และสีสด ก็สามารถใช้ได้กับกล้องด้านหลังเช่นเดียวกับกล้องหน้า ที่เด็ดกว่าคือซูมได้ 2 เท่าแบบภาพไม่แตก

และยังนำ AI มาใช้งานด้วย ช่วยให้กล้องระบุวัตถุหรือฉากได้ 16 แบบ เพื่อปรับค่ากล้องให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นพระอาทิตย์ตก, อาหาร, ท้องฟ้า, เวลากลางคืน, สุนัข, เด็ก, ดอกไม้ไฟ เป็นต้น ส่วนการถ่ายวีดีโอรองรับความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า OPPO F7 ออกแบบมาเพื่อใคร ถ้าคุณชอบถ่ายภาพเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีดีไซน์สวยงามทันสมัย จอแสดงผลใหญ่ยังเหมาะสำหรับการรับชมวีดีโอหรือท่องเน็ต เล่นเกมได้อย่างเต็มตา แถมยังมี AI โหมดที่ช่วยในการปรับภาพถ่ายในสวยงามยิ่งขึ้นด้วยราคาค่าตัวหมื่นนิดๆก็น่าจะทำให้หลายคนตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ปิดท้ายด้วยตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลังของ OPPO F7 ที่ถ่ายภาพออกมาสวยงามไม่แพ้กล้องหน้าเลยทีเดียว

บทความโดย – www.flashfly.net

from:http://www.flashfly.net/wp/221009

Advertisements

เปรียบเทียบภาพถ่ายจาก Galaxy A6+ , OPPO F7 , Moto G6 Plus และ Nova 3e รุ่นไหนสวยสุด [เชิญโหวต]

เปรียบเทียบภาพถ่ายของสมาร์ทโฟน 4 รุ่น ในช่วงราคา 10,000 บาท จัดมาให้แล้วสำหรับ Galaxy A6+ , OPPO F7 , Moto G6 Plus และ Huawei Nova 3e ที่ราคามีความใกล้กันมาก เชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากรู้เรื่องกล้องรองลงมาจากสเปค หรือ อาจจะอยากรู้เรื่องกล้องก่อนสเปคอีกสำหรับบางคน เอาเป็นว่ามาดูรูปที่ถ่ายมาได้เลยจ้าา

ครั้งนี้ภาพเจ้า 4 เครื่องนี้ไปเที่ยวไต้หวันมาด้วย แต่สภาพอากาศช่างไม่เป็นใจสุดๆ เจอวันฟ้าเปิดแค่วันสุดท้ายเท่านั้น นอกนนั้นฝนตกรวด T__T แต่ก็เก็บภาพมาเทียบให้ดูกันนะ ก่อนอื่นเลยมาดูสเปคกล้องของทั้ง 4 ตัวนี้กันค่ะ

  • Galaxy A6+ : กล้องคู่ 16MP AF (F1.7) + 5MP FF (F1.9)
    ราคา 10,900 บาท
  • OPPO F7 : กล้องเดียว 16MP, f/1.8 พร้อม A.I. Scene
    ราคา 10,900 บาท
  • Moto G6 Plus : กล้องคู่ 12 MP (f/1.7) + 5 MP (f/2.2)
    ราคา 9,990 บาท
  • Huawei Nova 3e : กล้องคู่ 16 MP (f/2.2) + 5 MP (f/2.2)
    ราคา 10,900 บาท

ทุกเครื่องจะถูกเปิด Auto HDR ไว้ และถ่ายแบบไม่มีการแตะโฟกัสเพื่อวัดแสง เราจะยกเครื่องขึ้นมาเล็ง แล้วถ่ายในมุมเดียวกันมาเทียบกับกันค่ะ พยายามถ่ายให้เท่ากันที่สุด อาจจะมีคลาดเคลื่อนเล็กน้อย หรือ หากใครอยากห็นรูปภาพตัวเต็มทั้งหมด ของทั้ง 4 รุ่น เราอัพโหลดไว้ให้ดูกันใน Google Photo แล้วนะคะ กดเข้าไปดูกันได้เลยจ้าาา

Google Photos Fullres

ภาพในที่กลางแจ้ง




เริ่มต้นด้วยภาพในที่กลางแจ้ง มีแสงสว่างเพียงพอ จากรูปแรก บรรยากาศจริงคือหลังฝนตก ฟ้าก็จะเทานิดๆ ซึ่งรูปนี้จากโทนสี และ ความสว่าง ดูเหมือนเค้ามากันเป็นคู่ระหว่าง galaxy A6+ กับ Nova 3e และ OPPO F7  กับ Moto G6plus ที่จะออกไปในทางเดียวกัน แต่พอกดดูรูปใหญ่แล้วความคมชัดที่ได้ออกมาไม่เหมือนกันเลย ทั้ง 2 คู่ ตัว Galaxy A6+ กับ OPPO F7 ค่อนข้างจะมีความคมชัดมากกว่า สังเกตุจากต้นไม้ต้นเล็กด้านซ้ายมือได้เลย อีกสองรุ่นถ้ากดดูแบบเต็มไซส์จะเห็นว่าใบมันจะเบลอๆ รวมถึงต้นไม้ข้างหลังด้วย ไม่ได้ชัดเท่าสองรุ่นแรก




สำหรับรูปท้องฟ้า เป็นภาพที่แดดดีที่มาก ฟ้าเปิด จะเห็นเลยว่าเกือบทุกรุ่นทำออกมาได้ดี เก็บดีเทลของเมฆขาวๆบนฟ้าได้คล้ายกันหมด แต่ว่าตัว Nova 3e สีจะมีความแตกต่างจากเพื่อน ท้องฟ้ามีการไล่สีตั้งแต่ม่วง ฟ้า ไปจนถึงฟ้าอ่อน เห็นได้ชัดเลยค่ะ สังเกตุจากรูปทั้งหมดดูจะเห็นว่ารุ่นนี้ค่อนข้างดึงสี ดึงความสว่างขึ้นมากว่ารุ่นอื่น และ Galaxy A6+ จะค่อนข้างสีอ่อนกว่ารุ่นอื่นๆ




รูปนี้ถ่ายตอนฟ้าเปิดเหมือนกัน แดดยังดี แสงมาจากด้านขวา ไม่ได้ถ่ายย้อนแสง สังเกตุได้จากเงาคน ภาพนี้เราชอบ Moto g6 plus เพราะถ่ายออกมาแล้วดูเหมือนบรรยากาศจริงมากที่สุด ทั้งแสง ทั้งสี แต่รุ่นอื่นๆ อย่าง galaxy a6+ น่าจะถูกสีเหลืองของแดดย้อมไปทำให้กล้องปรับฟ้ามาชดเชยให้แบบนี้ , OPPO F7 ให้อารมณ์คล้ายๆกับ moto g6 plus อยู่ แต่ก็ยังไม่จริงเท่าของ moto และ ตัว nova 3e อันนี้ถ่ายออกมากลายเป็นเหมือนภาพ under ซะงั้น คนดูเข้มไปหมดเลย

 

ภาพอาหาร

เรื่องสีและรายละเอียดของรูปอาหารรวมๆแล้วขอยกให้ OPPO F7 ค่ะ เพราะหลายๆจานถ่ายออกมาได้ดูน่ากินคาดว่า AI ที่ให้มาน่าจะช่วยได้ดีเลยทีเดียว ตามมาด้วย Moto G6 plus  และ Galaxy A6+ กับ Nova 3e ที่เราก็ยังมีความเห็นว่าสองตัวนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างคล้ายกันอยู่นิดหน่อย




  • Galaxy A6+ อันนี้ชมปู และ ซีดไปกว่าใครเพื่อนเลย เห็นได้ชัดเจนว่าของเพื่อนแอบน่ากินกว่า
  • OPPO F7 สีปูจะออกมาส้มไปทางแดงๆชมพูๆ ตอนแรกลังเลระหว่างปูนี้ กับ ปู moto แต่ปูนี้ดูน่ากินกว่านิดนึง รายละเอียดตรงก้ามปูก็ออกมาดูชัดกว่าเพื่อน
  • Moto G6 plus ปูตัวนี้จะออกไปทางส้มเหลือง ถ่ายออกมายังคงความน่ากินของเจ้าปูไว้อยู่ ชอบความแบ่งเลเยอร์ของปูตัวแรกกับปูตัวหลังๆ สังเกตุดีดีจะเห็นว่าปูตัวหลังเบลออยู่นิดๆ
  • Huawei Nova 3e อันนี้สีจะอ่อนกว่า moto อยู่นิดนึง จะเห็นว่าสีอ่อนกว่าแต่ดึงแสงให้สว่างกว่าอยู่นะ




รูปรวมปลาดิบ เป็นโต๊ะที่มีโคมไปส่องเป็นวงตรงกลาง มันเลยสว่างสุดตรงนั้น ซึ้งอันนี้ OPPO F7 เราทำดีทั้งสี ดีทั้งรายละเอียดเลย ปลาแซลม่อนด้านขวามือดูมีลาย และ จานอื่นๆก็มีรายละเอียดที่ดูน่ากินกว่าของตัวอื่นค่ะ จากเซ็ทนี้ก็ยังคงเห็นว่าสีของ Galaxy A6+ และ Nova 3e ออกมาซีดนิดๆคล้ายกัน




ข้าวสเต็กเนื้อจานนี้ คาดว่าคงมีการไปจับเอาสีแดงของมะเขือเทศ เลยจัดการชดเชยสีฟ้าเข้ามาแทนสีแดง กลายเป็นภาพขาวๆ ไม่ค่อยน่ากิน อย่าง Moto G6 plus และ Nova 3e แต่ส่วนของ Galaxy A6+ อันนี้ถ่ายออกมาได้มาตรฐาน โทนสีอาหาร เส้นยังมีความเหลืองให้ได้เห็น แต่ของ OPPO F7 จะเหลืองทั้งภาพเลย ทำให้ภาพอาหารที่ถ่ายออกมาดูน่ากิน คาดว่า AI จะทำงานได้ดีทีเดียวเลย




ภาพบุคคล + โหมดหน้าชัดหลังเบลอ

โดยรวมของโหมดภาพบุคคล หรือ เบลอหลัง แต่ละรุ่นจะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไปซึ่งในที่ที่แสงสว่างเพียงพออย่างรูปพี่กิมเนี่ย ก็ทำออกมากันได้ค่อนข้างดีกันเลยทีเดียว

  • Galaxy A6+ ความเบลอของโหมด Live Focus การตัดขอบใช้ได้เลย ไม่ได้มีรอยขอบตามตัวให้หงุดหงิดใจ แอบถูกใจสีผิวของคนมากกว่ารุ่นอื่นๆ เราว่าเค้าทำออกมาดูดีเลย ไม่ได้ปลอม หรือ หลอก มีความชมพูเบาๆ เกลี่ยเนียนให้ด้วยนิดหน่อย
  • OPPO F7  รูปพี่ภัทรดูสว่างเว่อร์เกินไปทั้งฉาก ทั้งคน น่าจะเพราะว่าแสงตอนที่ถ่ายคือช่วยเย็น หลังฝนตก ด้วยสภาพอากาศที่อึมครึมเลยทำให้มันชดเชยแสงออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ การตัดขอบก็ยังแปลกๆ แต่ว่าในรูปพี่กิมทำได้ดีเลยนะ เพิ่มความสว่างให้ผิว และ เกลี่ยให้ด้วยนิดหน่อยค่ะ
  • Moto G6 plus ทั้งสองรูปที่ออกมาดูจะมืดกว่าความเป็นจริง (ซึ่งตอนถ่ายมันเลือกปรับความสว่างได้นะแต่เราไม่ได้ปรับ) การตัดขอบตัวบุคคลกับฉากก็เนียนใช้ได้ ติดตรงที่ภาพมืดถ้าไม่ปรับนี่แหละ
  • Huawei Nova 3e ความเบลอของตัวนี้มีควมต่างจากเพื่อนเลย ด้วยความพยายามโบเก้เบาๆจางๆที่มีให้เห็นทั้งสองภาพ ทำให้ดูต่างไปจากเพื่อนอยู่เหมือนกัน และการตัดขอบกับฉากยังมีรอยให้เห็นกันอยู่ ตรงช่วงตัวพี่ภัทร และ ช่องแขนพี่กิมก็เห็นได้ชัดว่าเก็บยังไม่หมดน้าา




















รูปสีส้มอันสุดท้าย อันนี้ชอบการปรับสีของ Galaxy A6+ มากกว่าใครเลย เห็นความแตกต่างของรูปอย่างชัดเจน จะเอาไปแต่งภาพต่อก็ดูจะง่ายกว่ารูปอื่นๆ ที่ส้มไปทั้งรูปจะแต่งทีคงแก้เยอะเลย

 

ภาพในที่แสงน้อย

ส่วนใหญ่รูปที่ถ่ายจะเป็นตอนฟ้าเกือบมืดสนิทแล้ว คือช่วงหกโมง – ทุ่ม หลังฝนตก มีเมฆฝนประปราย อีมครึมโดยประมาณ โดยรวมหลายๆภาพแล้ว Galaxy A6+ ทำให้ภาพดูสว่างขึ้นเห็นรายละเอียดของภาพเยอะ แต่ว่าไม่ได้คมชัดมากนัก  ในขณะที่อีกตัวที่ทำดีไม่แพ้กันคือ OPPO F7 รายละเอียดภาพค่อนข้างจะคมชัดกว่า ไฟเป็นดวงๆ ไม่ฟุ้งมากจนมองไม่รู้เรื่อง ส่วน Moto G6 plus จะมีความมืดนิดๆ แต่ว่ารายละเอียดก็ยังมาให้เห็น แตกต่างจาก Huawei Nova 3e ที่ภาพออกมาจะมีความมืดในจุดทึบๆ ไม่ได้ดึงให้สว่าง ให้เห็นรายละเอียด ความคมชัด และ โทนสีจะมีความแตกต่างกับรุ่นอื่นๆค่ะ




















ภาพตัวอย่างที่ลองเอามาเทียบให้ดูกันก็จะประมาณนี้นะคะ แต่ว่านอกจากความเห็นของเราที่เล่าผ่านบล็อคนี้แล้ว ความเห็นของคนอื่นๆคิดว่ายังไงกันบ้าง ตัวไหนมีจุดเด่นตรงไหนที่เห็นต่าง หรือ ชอบรุ่นไหน ภาพไหนมากกว่ากัน ลองมาโหวต และ แชร์ความเห็นกันได้นะคะ



from:https://droidsans.com/compare-galaxya6plus-oppof7-motog6plus-nova3e/

7 ฟีเจอร์น่าสนใจของ OPPO F7 มากกว่า AI เซลฟี่ ยังมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่เพียบ

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ แต่รองรับความต้องการได้ครบทั้งถ่ายภาพ เล่นเกม ใช้งานได้ลื่นไหล ในราคากลางๆ ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายหนัก OPPO F7 ก็อาจจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ครบ และเราก็ได้รวม 7 ฟีเจอร์เด่นของ OPPO F7 มาฝากเผื่อเป็นตัวช่วยให้เพื่อนๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

1. ระบบ AI แยกประเภท พร้อมปรับสีภาพให้อัตโนมัติ

OPPO F7 มีระบบ AI ที่ช่วยแยกรูปภาพเป็น 16 ประเภท อย่าง ภาพวิว สัตว์เลี้ยง ดอกไม้ อาหาร เป็นต้น แต่ไม่ใช่การแยกประเภทเฉยๆ เท่านั้น แต่เจ้า OPPO F7 ยังช่วยปรับแต่งรูปภาพตามซีนนั้นๆ ให้ดูสวยงามขึ้น เช่น หากถ่ายอาหารก็จะช่วยดึงสีให้อาหารจานนั้นดูมีสีสันน่ากินยิ่งขึ้น

ตัวอย่างไอคอนทั้ง 16 แบบที่จะขึ้นมาที่มุมซ้ายบนตอนถ่ายรูปค่ะ 

 

2. การจัดเรียงอัลบั้มอัจฉริยะ

นอกจากเจ้า OPPO F7 จะมีฟีเจอร์ช่วยปรับแต่งรูปภาพตามซีนแล้ว ยังช่วยจัดหมวดหมู่ของรูปภาพเป็นอัลบั้มและเรียงตามลำดับเวลา และการแก้ไข คล้ายๆ กับฟีเจอร์ของ Google Photo รวมถึงยังช่วยเคลียร์ภาพที่ถ่ายแล้วเบลอ หรือพวก Burst Shot ที่เผลอรัวมาแบบไม่รู้ตัว แยกออกมา ทำให้สะดวก และง่ายต่อการค้นหาไฟล์ภาพ

 

3. การใช้งานแบบ Multitasking แบบเต็มจอ

OPPO F7 มีโหมดการใช้งาน ‘Multitasking แบบเต็มจอ‘ ซึ่งเราสามารถลากทางลัดจาก Notch เพื่อเปิดแถบแอปด่วน และ ฟังก์ชั่นด่วน ขึ้นมาเพื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่เราตั้งค่าไว้

ฟีเจอร์ Multitasking แบบเต็มจอนี้ เหมาะกับพวกแอปแชท อย่าง Messenger, Line, WeChat หรือ Whatsapp เมื่อมีการแจ้งเตือนด้านข้าง เราก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ตอบกลับ หรือสามารถใช้งานฟังก์ชันด่วน อัดหรือแคปหน้าจอ ได้ทันที ขณะที่กำลังเล่นเกม หรือดูคลิปอยู่

 

4. ‘Split Screen App’ แบ่งหน้าจอสะดวกด้วย 3 นิ้ว

หลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับงานใช้งาน Gesture ต่างๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นของ OPPO มาถึงเจ้า OPPO F7 รุ่นนี้ ก็มีการใช้ Gesture ใหม่ๆ อย่างลากจอ 3 นิ้วลง เพื่อแคปหน้าจอ หรือลาก 3 นิ้วขึ้น เพื่อใช้ฟีเจอร์ “Split Screen App” หรือ การใช้งานแบบจอ เป็น 2 หน้าต่าง โดยจะสามารถใช้ได้เมื่อเรากำลังเปิดแอปแอปหนึ่งใช้งานอยู่ค่ะ

นอกจากนี้ยังสามารถปรับการใช้งาน Gesture อื่นๆ ได้อีกหลายแบบเลย อย่างการปรับเปลี่ยน Navigation Bar ให้กลายเป็นแถบ Gesture ยังไงสามารถลองไปปรับเล่นกันได้ใน Setting => Smart & Convenient (ภาษาไทย = ความสะดวกสบายแบบชาญฉลาด ._. ^) เลยค่ะ

 

5. ดับหัวร้อนเพราะเกมสะดุดด้วย ‘Game Mode’

หากเพื่อนๆ กำลังประสบปัญหาแจ้งเตือนหรือสายเข้าแล้วเกมสะดุด สำหรับ OPPO F7 นั้นได้จัดการปัญหานี้ให้แล้ว เพียงแค่เข้าไปทำการตั้งค่าที่ ‘Game Acceleration (โหมดการเร่งความเร็วเกม)’ ที่สามารถปรับแต่งกราฟิก และจัดสรรทรัพยากรต่างๆ ในเครื่อง ทำให้ไม่ต้องหงุดหงิดกับการหน่วงหนืดระหว่างเล่นเกม รวมถึงสามารถเปิดโหมด ‘Do not Disturb’ ปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ได้ โดยเฉพาะเวลามีสายเข้า ก็ไม่ต้องรำคาญกับแถบแบนเนอร์มาบดบังทัศนียภาพขณะเล่นเกม แต่ก็ยังสามารถหาจังหวะเหมาะๆ หลบมุมไปดูว่าใครโทรเข้ามาได้ค่ะ

 

6. ปัดซ้ายมองหาตัวช่วยกับ ‘Smart Assistant’

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่อำนวยความความสะดวกในการใช้งานให้ง่ายขึ้น ใน OPPO F7 อย่าง“Smart Assistant” ช่วยให้สามารถเข้าใช้งานแอพที่ใช้บ่อยๆ ดูรายชื่อเพื่อนที่เราโทรบ่อยๆ แจ้งเตือนนัดในปฏิทิน สภาพอากาศ หรือสถิติการนับก้าวเดิน ได้ เพียงแค่ปัดจอเลื่อนไปด้านซ้าย  

 

7. สบายใจอีกนิดด้วยฟีเจอร์ ‘แจ้งเตือนความปลอดภัย’

นอกจากระบบการยืนตัวตนต่างๆ อย่างการสแกนหน้า ลายนิ้วมือ หรือการตั้งรหัสปลอดล๊อค ใน OPPO F7 ยังมีฟีเจอร์แป้นพิมพ์นิรภัยเฉพาะของ OPPO ที่จะขึ้นมาอัตโนมัติ เมื่อเรากรอกข้อมูลสำคัญๆ อย่างพวก Password ต่างๆ และยังสามารถตั้งรหัสยืนยันตัวจนเฉพาะแอปพลิเคชั่นได้ด้วย และสามารถเปิดแจ้งเตือนความปลอดภัยได้ ทั้งข้อมูลส่วนตัว และธุรกรรมการเงิน

OPPO F7 มาพร้อม ColorOS 5.0 ที่ฉลาดขึ้นกว่าเดิม และปรับเปลี่ยนหน้าตาให้กลับมาใช้งานง่ายขึ้น  ซึ่งตอนนี้วางจำหน่ายแล้วทั้ง 3 สี ได้แก่ สีแดง (Solar Red) สีเงิน (Moonlight Silver) และ สีดำ (Diamond Black) รุ่นความจุ 64GB ราคา 10,990 บาท ส่วนความจุ 128GB ราคา 14,990 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปี ซึ่งหากเพื่อนๆ ยังตัดสินใจไม่ได้สามารถย้อนกลับไปอ่าน รีวิวการใช้งานจริง OPPO F7 อีกรอบ เผื่อจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ 😀

from:https://droidsans.com/7-interested-feature-oppo-f7/

OPPO เปิดตัว Realme 1 มากับจอแสดงผล FHD+ ขนาด 6 นิ้ว แรม 6GB รอม 128GB เริ่มต้นราว 4,250 บาท

OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกภายใต้แบรนด์ย่อย Realme จึงใช้ชื่อรุ่นว่า Realme 1 โดยมีดีไซน์และสเปกคล้ายกับ OPPO F7 Diamond Black และจะวางจำหน่ายเฉพาะร้านค้าออนไลน์ Amazon ของประเทศอินเดียเท่านั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2018 เป็นต้นไป

Realme 1 ใช้จอแสดงผล 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 18:9 ทำงานบนพื้นฐาน Android 8.1 Oreo ซ้อนทับด้วย ColorOS 5.0 ชิปประมวลผล Helio P60 กล้องดิจิตอล 13 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 8 ล้านพิกเซล ความจุแบตเตอรี่ 3410mAh

Realme 1 มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น เริ่มต้นที่ RAM 3GB + ROM 32GB ราคา 8,990 รูปี หรือราว 4,250 บาท และ RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 13,990 รูปี หรือราว 6,610 บาท

ที่มา – Amazon

from:http://www.flashfly.net/wp/218064

โผล่ OPPO F7 Youth ในคลิปทีเซอร์โปรโมท OPPO F7 ที่เมียนมา คาดเตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากเปิดตัว OPPO F7 และ F7 128GB ไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา OPPO ก็เตรียมส่ง OPPO F7 Youth สมาร์ทโฟนน้องเล็กสุดท้องราคาประหยัดในตระกูล  F7 Series ตามออกมา โดยล่าสุดมีภาพของสมาร์ทโฟนที่ว่านี้ปรากฎในคลิปทีเซอร์โปรโมท OPPO F7 ที่เมียนมาหรือประเทศพม่า

สำหรับ  OPPO F7 Youth ที่ปรากฎในคลิปทีเซอร์โปรโมท OPPO F7 ที่เมียนมานั้น เผยให้เห็นด้านหลังเครื่องในสี Diamond Black ที่มีกล้องและไฟแฟลช LED อยู่มุมซ้ายด้านบน แต่ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งดูแล้วคล้าย  OPPO A3 ที่เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้

ในส่วนสเปกกล้องของ OPPO F7 Youth คาดว่าจะคล้าย  OPPO F7 และ F7 128GB ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI Selfie ซึ่งจะช่วยให้การจดจำฉาก และเรียนรู้ใบหน้าเพื่อให้ถ่ายได้สวยและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ส่วนสเปกอื่นๆ ยังไม่มีการเผยออกมาในตอนนี้ และคาดว่าจะเปิดตัวที่เมียนมาปลายเดือนนี้

ที่มา  : .yugatech

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OPPO ที่นี่ >>> http://bit.ly/2G8kMXi

 

from:http://mobileocta.com/oppo-f7-youth-to-launch-in-myanmar-read-more-at-httpwww-yugatech-commobileoppo-f7-youth-to-launch-in-myanmar/

OPPO F7 128GB รุ่นใหญ่ ความจุเยอะ อัดแรมมาเพียบ พร้อมดีไซน์สวยงามสีดำเลื่อมเพชร

OPPO F7 128GB รุ่นใหญ่พิเศษ งานนี้ให้มาเต็มที่ทั้งในเรื่องการใช้งาน และ ความสวยงานของตัวเครื่อง เพราะนอกจากสเปคจะให้มาเต็มควมจุ 128GB และ RAM 6GB สำหรับการเปิดใช้งานแอปได้เหลือเฟือ ยังมาพร้อมดีไซน์ฝาหลังหลังเป็นกระจกแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร ทั้งความเงากลอสซี่ของสีแดง Solar Red และ ความหรูหราฉบับ Diamond Black สีดำ ที่จะทำให้คุฯลืมฝาหลังแบบเรียบๆ เดิมๆ ไปได้เลย

ดีไซน์แตกต่าง

นอกจากเรื่องสเปคที่หลายๆ คนน่าจะได้ผ่านตากันไปแล้วในรีวิว และการทดสอบเล่น ROV อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ดีไซน์ตัวเครื่องด้านหลังแบบใหม่นี่แหละค่ะ โดยเฉพาะ Diamond Black ที่เพิ่มลูกเล่นการสะท้อนจากกระจก และ รูปทรงเข้ามาทำให้ฝาหลังตัวเครื่องไม่ใช่แค่เรียบๆแบบเดิมๆอีกต่อไป เพราะเมื่อสะท้อนแสงจะให้ความรู้สึกของเหลี่ยม และ มุมที่สะท้อนความเงา เกิดเป็นมุมต่างๆ แบบเพชรได้อย่างสวยงามสมชื่อ

สำหรับมุมสะท้อนของด้านหลังตัวเครื่องก็จะเกิดรูปทรงต่างกันในแสงที่ต่างกัน พยายามถ่ายมุมที่สะท้อนรูปทรงครบๆมา ก็จะประมาณนี้ ด้วยความที่เค้าตั้งใจตัดเส้นมาคนละองศาทำให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยมตามมุมสะท้อนต่างๆ สังเกตุได้ชัดๆ เวลาที่เล่นกับแสงนี่แหละ ไม่เหมือนใครดี

ด้านหลังนี้นอกจากดีไซน์จะให้มาแบบจัดเต็มแล้ว คุณภาพ และ ความแข็งแรงก็ให้มาไม่น้อยไปกว่ากันด้วยการลงสีถึง 3 ขั้นเพื่อให้ได้สีที่ชัดเจนที่สุด ตามด้วยเครือบสี Optical หรือการเคลือบสีด้วยโลหะ และ เพิ่มความแข็งแรง ยืดอายุการใช้งานด้วย Glass Fiber Panel จัดเต็มสมกับเป็น Diamond

 

สเปคจัดเต็ม & ฟีเจอร์เด่น

OPPO F7 128GB ให้สเปคมาเต็มๆ ทั้ง RAM 6GB และ ROM 128GB หายห่วงเรื่องการใช้งาน ด้วย RAM 6GB ทำให้เปิดแอปต่างๆ ได้มากมาย เล่นเกมได้ลื่นๆ ROV หรือ PUBG หรือ ทั้ง 6 เกมฮอตๆ ที่ลองโหลดมาเล่น นี่ก็สลับเกมไปๆมาๆ ก็ยังได้สบายๆ

ลองเปิด 6 เกมรวดพร้อมกัน เดี๋ยวแวะไปตีป้อม เดี๋ยวแวะไปโดดร่ม ยังเหลือ RAM ให้ใช้งานอีก 3.18 GB เลยนะ

ต่อด้วย ROM 128 GB ที่ให้มา หลังจากลงไป 6 เกมข้างต้น + แอพโซเชียลในชีวิตประจำวัน ยังเหลืออีกตั้งเกือบ 100 GB ให้ใช้ คือยังเหลือที่ให้ลงเกม ถ่ายรูปถ่ายคลิปกันอีกยาวๆ หรือถ้าใครเล่นแบบหนักๆ จนเต็มก็เพิ่ม SD Card ได้อีก เพราะเค้ามีช่องสำหรับใส่ SD Card มาให้ด้วย เป็นแบบ 3 Slot ซิม 2 ช่อง + SD Card อีก 1 ช่อง รองรับ 4G ทั้ง 2 ซิมด้วย

กล้องหน้าให้มา 25 ล้านพิกเซล ถูกใจชาวเซลฟี่แน่นอน บวกกับ AI Beauty ที่ฉลาดขึ้น ทั้งแยกเพศให้ได้ , ถ่ายรูปเดี่ยว รูปกลุ่ม Group shot , เรียนรู้รสนิยมการแต่งภาพของเจ้าของ หรือ สติกเกอร์ AR  ก็มีมาให้หมด เรื่องกล้องหน้าต้องยกให้เค้าจริงๆ

ฟีเจอร์เด่นๆ ก็มีมาตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น เช่น เล่นสองแอพในหน้าจอเดียวด้วยการตั้งค่าให้ใช้ 3 นิ้วลาก Split-Screen แบ่ง 2 หน้าจอง่ายไม่ต้องกดโน่นแตะนี่

หรือจะเป็น Game Mode ปิดการแจ้งเตือนระหว่างเกม รวมถึง ฟีเจอร์ App-in- app ที่ให้รับสาย หรือว่า แชท ได้ระหว่างเล่นเกมโดยไม่ต้องออกไปเปิดหน้าต่างข้างนอก อันนี้น่าจะถูกใจผู้ใข้งานหลายๆคนนะคะ

OPPO F7 รุ่น RAM 6GB / ROM 128GB วางจำหน่ายแล้วทั้งสีแดง Solar Red และ สีดำ Diamond Black ในราคา 14,990 บาท พร้อมประกันตัวเครื่องยาวๆถึง 24 เดือนค่ะ

from:https://droidsans.com/oppo-f7-128gb-new-design/

dtac Hot Deal ร่วมกับ OPPO F7 รับข้อเสนอสุดพิเศษ รับส่วนลดค่าเครื่องในราคาเพียง 7,990 บาท

นายโรจน์ เดโชดมพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจโพสต์เพด กลุ่มงานพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค

ถ่ายรูปคู่กับ คุณชานนท์ จิรายุกุล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด ณ DTAC Hall จามจุรีสแควร์

OPPO ส่ง OPPO F7 ลงตลาดประเทศไทย ชูฟีเจอร์ล้ำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพตัวเองหรือเซลฟี่ ด้วยเทคโนโลยี AI Beauty 2.0 ซึ่งสามารถปรับแต่งภาพถ่ายเซลฟี่ได้อย่างอัจฉริยะ เสริมความคมชัดด้วยกล้องหน้าความละเอียด 25 MP

หน้าจอ Notch Screen ขนาดใหญ่ 6.23 นิ้วแสดงภาพความละเอียดสูงระดับ Super Full HD+ ให้ถ่ายภาพและเล่นเกมได้อย่างจุใจ

พร้อมระบบ Color OS 5.0 เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ  ทั้งหมดนี้ในราคา 10,990 บาทพร้อมรับประกันตัวเครื่อง 24 เดือน

oppo f7

และข้อเสนอสุดพิเศษจากดีแทค รับส่วนลดค่าเครื่อง OPPO F7 ในราคาเพียง 7,990 บาท (จากปกติ 10,990 บาท) ชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมกับแพ็กเกจที่ดีที่สุดจากดีแทค เล่นเน็ตได้ไม่หยุด

ใช้ไม่หมดทบไปเดือนหน้า Super non-stop จ่ายเพียง 599 บาทต่อเดือน รับเน็ตเดือนละ 16GB   สำหรับลูกค้าปัจจุบัน เปิดเบอร์ใหม่ เปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน

พิเศษ ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดเพิ่มอีก 1,500 บาท และรับสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือนตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย 61 เป็นต้นไป ที่ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ dtac online store ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dtac.co.th  หรือโทร 1678

from:http://mobileocta.com/dtac-hot-deal-oppo-f7/