คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-COMPONENT

จัดสเปค 2018 ไลฟ์สตรีมเกม Ryzen7+GTX1070Ti ในงบ 39,900 บาท

ช่วงนี้หากคุณ จัดสเปค ดูอะไรก็เป็นใจไปหมด เพราะแรมราคาลดลงบ้างแล้ว SSD ก็ถูก สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นกับการไลฟ์สตรีม ก็สามารถจัดชุดได้ในราคไม่เวอร์ วันนี้สาย AMD ยังดูคุ้มค่าคอร์/เธรด เรียกว่าใช้งานแบบสบายๆ จัดสเปคในวันนี้ ราคาประมาณ 3 หมื่นปลายๆ บาท แต่ให้คุณใช้งานได้คุ้ม ด้วยซีพียู AMD Ryzen 7 และการ์ดจอ GTX 1070Ti พร้อมแรม 16GB ใส่ SSD ส่วนสเปคเป็นอย่างไรนั้น ต้องชม

จัดสเปค คอม 2018 ราคา 39,000 บาท สำหรับไลฟ์สตรีม

สเปคนี้จัดเต็มกันไป เพื่อให้ใช้กันได้แบบเต็มที่ ด้วยซีพียู AMD Ryzen 2700 ที่เปิดราคามาหมื่นนิดๆ ที่ต้องเรียกว่าเป็นซีพียูแบบ 8 core/ 16 thread ที่คุ้มสุดๆ แล้วในเวลานี้ ช่วยตอบโจทย์ทั้งการสตรีมและเล่นเกมไปได้แบบไม่อึดอัด แกนหลักเหลือๆ นี้ จะช่วยให้คุณเปิดงานอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น โปรแกรมสตรีม และหน้าต่าง FB, Youtube และอื่นๆ ไปพร้อมกัน โดยมีเมนบอร์ด B450 รุ่นใหม่ จากทาง ASRock มาช่วยเสริมการทำงาน ด้วยการสนับสนุนแรมความเร็วสูง ใส่มาให้ถึง 4 สล็อต และมี PCI-Express ให้ใช้งานแบบเหลือๆ เรียกว่าติดตั้งการ์ดจอ ใส่สล็อตสำหรับแคปเจอร์การ์ด รวมถึง SSD ในแบบ PCI-Express และการ์ดที่นำมาใช้เพิ่มพอร์ตต่อพ่วง และซาวด์การ์ดก็สบาย โดยมีแรมติดมาให้ถึง 16GB (8GB x 2) ในแบบ Dual channel เล่นเกมหนักๆ ไปด้วย พร้อมสตรีมสบายๆ ที่เลือกเพราะเป็นแรมความเร็วพื้นฐาน ราคาก็ถูกลงมาพอสมควรแล้ว

 

ส่วนสิ่งสำคัญที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ครบคือ SSD Samsung 860 EVO ที่เป็นแบบ SATA ที่ความเร็วจะไม่ได้แตกต่างจาก SSD ทั่วไปมากนัก แต่ด้วยคุณภาพและการรับประกันใช้กันแบบยาวๆ ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ แต่ก็สามารถเลือกเป็น M.2 NVMe ได้ หากต้องการความเร็วที่มากขึ้น แต่ราคาก็ขยับขึ้นไปอีกประมาณ 800 กว่าบาทขึ้นไป บนความจุเดียวกัน ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้การใช้งานโปรแกรมและโหลดไฟล์เกมได้ดียิ่งขึ้น ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การ์ดจอ ที่เลือกเอาตัวสุดคุ้มของวันนี้มาให้ได้ใช้งาน GeForce GTX 1070 Ti ซึ่งดีกรีความแรงยังคงมั่นใจได้ และในเวลานี้ สนนราคาอยู่ที่หมื่นกว่าบาทเท่านั้น ส่วนถ้าใครต้องการจะลดค่าใช้จ่ายลง ยังมีทางเลือกอย่าง GTX1060 หรือ RADEON RX580 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในงบราวๆ 8,000-10,000 บาท ส่วนเพาเวอร์ซัพพลายมี ANTEC 650W ที่มาพร้อม 80 PLUS อีกด้วย ในงบประมาณ 39,900 บาทเท่านั้น

สำหรับประสิทธิภาพในการทำงาน สเปคนี้สามารถให้คุณได้สนุกกับเกมแรว FPS ตั้งค่า High ได้แบบลื่นๆ หรือจะเป็น Very High ในหลายๆ เกม PUBG เล่นแบบปรับสุดได้ แต่ลดค่า Detail กับ MAA ลงมาบางส่วน เช่นเดียวกับ GTAV ส่วนเกม Overwatch และแนว MOBA ปรับได้ตามต้องการเลย สวยเนียน ลื่นแน่นอน และยังมีเรี่ยวแรงเหลือสำหรับการสตรีมและเปิด Social media ต่างๆ สำหรับการ Live Stream ได้ไม่ยากนัก

  • AMD Ryzen 7 2700
  • ASRock B450 Pro4
  • ASUS Cerberus GTX 1070Ti
  • Corsair Vengeance LPX DDR4 2666 16GB (8GBx2)
  • Samsung 860 EVO 500GB
  • ANTEC NEO Eco 650M

สามารถดูคอมสเปคนี้เพิ่มเติมได้ที่ : จัดสเปค 2018 39,000 บาท

ประกอบคอมจัดสเปกพีซีได้ที่: https://goo.gl/QMkKo6

from:https://notebookspec.com/computer-2018-price-39000-baht-gtx1070ti/459533/

Advertisements

Dell – เผย Alienware แบรนด์ Gaming ของตน มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญ (เกือบ 10,000 ล้านบาท)

หากพูดถึงโน๊ตบุ๊ค Gaming ระดับท็อป เทพสุดๆ เชื่อว่าหนึ่งในชื่อที่หลายคนจะต้องนึกถึงคงจะเป็น Alienware แน่นอน ด้วยดีไซน์ที่ดูล้ำสมัย ไฟ RGB ที่จัดมาให้เต็ม เสริมความเป็น Gaming ให้มีความโดดเด่น และหากพูดถึงราคาก็จัดว่าสูงเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่ก็ได้ประสิทธิภาพ และความเป็นแบรนด์ Alienware ซึ่งก็ถือว่าเป็นราคาที่รับได้ ทำให้ปัจุบันมูลค่าของแบรนด์ Gaming จากทาง Dell มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ได้มีข้อความบน Twitter ของคุณ Patrick Moorhead บอกว่าแบรนด์ Dell Alienware มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ ซึ่งข้อมูลนี้ส่วนหนึ่งมาจากคุณ Frank Azor ผู้ดูแลผลิตภัณฑ์ตระกูล Alienware, Gaming, และ XPS แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้มีข้อมูลที่อ้างอิงได้อยู่ดีว่า Alienware มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญจริงตามที่กล่าวอ้าง

อย่างไรก็ตาม Alienware เป็นเพียงหนึ่งในสินค้า Gaming จากทาง Dell ที่ออกมา ดังนั้นข้อมูลที่ว่า มีมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านเหรียญ อาจจะหมายความว่ารวมผลิตภัณฑ์ Gaming ส่วนอื่นๆ ของ Dell เข้าไปด้วยก็ได้ อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า Dell มีสินค้า Gaming อื่นๆ ด้วยที่ไม่ใช่ Alienware ทำให้สินค้ามีหลากหลายระดับราคา ไม่ใช่แค่เพียงตัว High-End อย่าง Alienware เท่านั้น

ที่มา theverge

from:https://notebookspec.com/dell-gaming-worth-3-billion-alienware/459357/

Graphic Card – สายแดงมีลุ้น AMD Radeon RX590 หลุดมาบน ASUS ROG Strix คาดราคาหมื่นบาทต้นๆ

ตามที่เคยได้รายงานกันไปสำหรับ AMD RX590 ที่เป็นข่าวกันมาในช่วงสั้นๆ แล้วก็คิดว่าอีกไม่นานจะมีมาให้สาวกค่ายแดงได้ปลื้มปริ่มกัน โดยจากข้อมูลที่หลุดมานี้ เป็นการ์ด ROG Strix พร้มผลทดสอบกันแบบเบาๆ ยั่วน้ำลายกัน

สำหรับข่าวคราวของ RX 590 ในเวลานี้ อาจเป็นแผนที่ทางค่าย AMD ต้องการจะใช้สร้างไลน์กราฟฟิกขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งคาดกันว่าเป็นรุ่นที่ใช้กระบวนการผลิต 12nm หรือรหัส Polaris ที่ยังเดากันไปมาว่า อาจจะเป็น RX680 และ RX670 แต่น้ำหนักเวลานี้ จะไปอยู่ที่ RX 590 มากกว่า และข้อมูลที่ทางต่างประเทศได้นำเสนอมา ที่มีทั้งชื่อรหัสและชื่อผลิตภัณฑ์อย่าง ASUS ROG Strix หลุดออกบนรายการทดสอบ 3DMark Time Spy ยิ่งทำให้ RX 590 ถูกพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเรื่องของสัญญาณนาฬิกาและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น 10% จาก RX580

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มีความเป็นไปได้ที่จะมีการ์ด ASUS ROG Strix ที่ใช้ RX 590 ซึ่งใช้หน่วยความจำแบบ 8GB 8Gbps มาให้ได้ลุ้นกันในตลาด แม้ว่าผลที่ปรากฏในรายการทดสอบจะไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก เพราะหากเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงนี้จริง ก็มีแนวโน้มว่าเราจะได้เห็นการ์ดรุ่นใหม่จาก AMD เพิ่มเติมในประสิทธิภาพที่ต่างออกไป สเปคพื้นฐานที่ปรากฏบน Reddit บอกได้คร่าวๆ ว่า ความเร็วสัญญาณอยู่ที่ 1545MHz มากกว่ามาตรฐาน RX580 เดิมอยู่ราวๆ 200MHz เท่านั้น

แต่สิ่งที่หลายคนสังเกตก็คือ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้มากมายแบบนี้ จะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการเล่นเกมมากน้อยเพียงใด เพราะหากดูจาก RX480 มาเป็น RX580 ความแตกต่างก็ไม่ได้มากนัก ในครั้งนี้การขยับตัวเลขเป็น RX 590 จะมีผลต่อนัยสำคัญแบบไหน ก็ยังไม่มีใครทราบข้อมูลชัดเจน คงได้แต่รอตัวการ์ดจริงออกมา พร้อมการทดสอบ

ซึ่งหากเป็นไปได้ หลายคนก็อยากภาวนาให้เฟรมเรตไหลลื่นในระดับ Full-HD หรืออาจจะ 4K ได้ในบางเกม เพราะถ้าดูจากราคาของ RX580 8GB ในท้องตลาดเริ่มที่ 9,xxx – 14,000 บาท หากการมาของ RX 590 แตะที่ระดับหมื่นต้นๆ ก็น่าจะพอให้สาวกค่ายแดงได้หายคิดถึงกันบ้าง

ที่มา: AMD RX590

from:https://notebookspec.com/amd-radeon-rx590-asus-rog/459464/

Graphic Card – แรงส์!!! เตรียมพบการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX1060 GDDR5X สเปคใหม่ เบียด GTX1070

ช่วงนี้มีแต่ข่าวของแรง น่าอิจฉาคนที่กำลังอัพเกรด เพราะนอกจาก Intel Core i9 จะออกมาแล้ว ยังมีข่าว AMD RX590 การ์ดตัวแรง แต่ค่าย nVIDIA ก็ไม่ได้มีแค่ RTX2080 เพราะมีข่าวที่น่าสนใจให้กับเกมเมอร์ที่ต้องการการ์ดซีรีส์ GTX1060 มาให้น่ายินดี ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีใหม่หรือไม่ ยังต้องลุ้น

ข้อมูลจากต่างประเทศชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ GIGABYTE จะเติมการ์ดจอรุ่นใหม่ GTX1060 ที่มาพร้อม GDDR5X ลงในไลน์ผลิต ซึ่งอาจทำให้เป็น GTX1060 ในรุ่นที่ 5 แล้ว แม้ว่าบางส่วนจะจำหน่ายแค่ในประเทศจีนก็ตาม

สำหรับ GTX1060 รุ่นใหม่นี้ จะเป็นรุ่นที่ถูกทอนลงมาของ Pascal GP104 ที่เป็นพื้นฐานของ GTX1080 ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าบอร์ด GTX1060 ที่กล่าวถึง GPU มีการกล่าวถึงกันมาสักระยะ เพราะมีรายละเอียดอยู่ในซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ แต่ไม่มีโมเดลจริงออกมาจำหน่ายเท่านั้นเอง อย่างไรก็ดีเชื่อว่าตลาดน่าจะอยู่ที่ประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นที่นิยมของบรรดาร้านไซเบอร์คาเฟ่ และมีความเป็นไปได้ว่าจะไม่มีวางขายในแถบตะวันตกหรือยุโรป แต่ก็มีลุ้นว่าไทยอาจจะได้สัมผัสกัน

ซึ่งการมาของ GTX1060 GDDR5X ใหม่นี่ น่าจะเป็นการมองเห็นตลาดใหญ่ของ nVIDIA ที่ไม่ยอมให้คู่แข่งได้กินง่ายๆ จากที่เราได้เห็นข่าวของ AMD RADEON RX590 ตัวใหม่ เพราะการ์ดทั้ง 2 ซีรีส์นี้ เป็นตัวชนตลาดกันทั้งคู่ อย่างน้อยๆ nVIDIA ก็คงไม่อยากเสียส่วนแบ่งไปง่ายๆ ก็คงต้องติดตามกันดูว่า หากจำหน่ายจริงจะมีในไทยหรือไม่ แล้วราคาจะเปิดสักเท่าไรกัน

ที่มา: GTX1060 GDDR5X

from:https://notebookspec.com/nvidia-geforce-gtx1060-gddr5x-gigabyte/459460/

Review – RAZER MAMBA ELITE เมาส์เล่นเกมตัวแกร่งสายเขียว เซ็นเซอร์ใหม่ ไฟสวย ราคา 3,390 บาท

ในอดีตถ้าใครเคยเป็นแฟนหรือติดตามเมาส์จากทาง Razer มาบ้าง ก็น่าจะคุ้นเคยกับเมาส์ในตระกูล MAMBA ที่เป็นเมาส์ระดับไฮเอนด์ของค่ายนี้ ซึ่งเมื่อก่อนก็จะมีทั้งแบบไร้สาย ไล่มาเรื่อยจนมาถึงซีรีส์ Tournament Edition ที่มีการเพิ่ม CHROMA สำหรับเพิ่มแสงสีสวยงาม และล่าสุดเปลี่ยนโฉมให้ดูลงตัวมากขึ้น พร้อมกับเลือกใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ปุ่มคลิกและเซ็นเซอร์ ให้ตอบโจทย์เกมเมอร์ได้ดีขึ้น ด้วยชื่อของ MAMBA ELITE

RAZER MAMBA ELITE เกมมิ่งเมาส์รุ่นล่าสุดสำหรับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ ที่ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์จนลงตัว ด้วยโครงสร้างที่จับกระชับมือ ดูลงตัวมากขึ้น ความโค้งมนดูต่างจาก DeathAdder แต่ให้ความลงตัวกว่า สำหรับคนมือไม่ใหญ่ เพิ่มความสวยงามด้วย Chroma ให้ความแม่นยำมากขึ้น ด้วยเซ็นเซอร์ใหม่ ที่ทาง RAZER นำมาใช้ในเมาส์ระดับไฮเอนด์ ให้ความละเอียดได้ถึง 16,000 DPI

และสวิทช์ที่ใช้คลิกซ้าย-ขวาด้วยกลไกที่มีความทนทาน รองรับการคลิกแบบโหดๆ ได้ตามสไตล์ของค่ายนี้ เช่นเดียวกับ Scroll wheel ที่เป็นเกรดเกมมิ่ง กริ้ปข้างกันลื่นที่ใส่มาแบบเต็มนิ้ว ไม่ต้องไปกั๊ก ฟีดด้านใต้ขนาดใหญ่ใส่มาส 2 ชิ้น ให้เลื่อนกันสนุกขึ้น พร้อมปุ่มสำหรับการตั้งมาโครมาให้ สามารถโปรแกรมได้ถึง 9 ปุ่มด้วยกัน พร้อมฟีเจอร์ Razer Chroma ที่ปรับแต่งดีไซน์แสงสีกันได้อย่างละเอียด ส่วนมิติอื่นๆ เราไม่ลองดูในรีวิวกันอีกครั้งครับ

Specification

  • Razer 5G Advanced Optical Sensor
  • Extended Razer Chroma™ lighting zones
  • Durable up to 50 million clicks
  • Advanced ergonomics with improved side grips
  • 9 programmable buttons
  • Razer 5G Advanced Optical Sensor with true 16,000 DPI
  • Up to 450 inches per second (IPS) / 50 G acceleration
  • 1000 Hz Ultrapolling
  • Nine independently programmable Hyperesponse buttons
  • Razer™ Mechanical Mouse Switches with 50 million-click life cycle
  • Gaming-grade tactile scroll wheel
  • Ergonomic right-handed design
  • Razer Chroma™ lighting with 16.8 million customizable color options
  • Hybrid on-board memory and cloud storage
  • Razer Synapse 3 enabled
  • Approximate size: 125.0 mm / 4.92 in (Length) X 69.9 mm / 2.75 in (Width) X 43.3 mm / 1.70 in (Height)
  • Approximate weight (excluding cable): 96 g / 0.211 lbs
  • Cable length: 2.1 m

 

รูปลักษณ์และฟังก์ชั่นในการใช้งาน

สำหรับแพ็คเกจของ RAZER MAMBA ELITE นี้ ยังคงสไตล์แบบดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่นเลยทีเดียว ด้านหน้ามีโลโก้ CHROMA และ 5G พร้อมภาพของเมาส์เอาไว้ชัดเจน

ด้านหลังบอกฟีเจอร์คร่าวๆ และเทคโนโลยีใหม่ ที่ทาง RAZER ใส่เข้ามาใน MAMBA ELITE นี้

กล่องเป็นแบบ 2 ชั้นเหมือนเดิม ภายในนอกจากตัวเมาส์และคู่มือการใช้งาน

โครงสร้างเมาส์ด้านหน้า ดีไซน์ดูคล้ายคลึงกับใน MAMBA ในรุ่นก่อน แต่จะต่างจากในรุ่น Wireless อยู่บ้างทั้งในส่วนด้านข้าง และมิติ ที่รุ่น ELITE นี้จะดูใหญ่กว่าเล็กน้อย

ด้านหน้าจะเห็นความโค้งมน แต่ยังน้อยกว่าใน DeathAdder มีคล้ายกระจังหน้าแบบรถสปอร์ต ซึ่งเราจะเห็นรูปแบบดังกล่าวนี้อยู่ในหลายๆ รุ่น

ด้านข้างมาพร้อมกริ๊ปยางด้านข้างที่มีลวดลายนิ่มจับติดมือ พร้อมปุ่มมาโคร 2 ปุ่ม สำหรับปรับแต่งได้ โค้งเข้ากับรูปนิ้ว ซึ่งดูไปกันได้กับกริ้ปยางที่ทำให้จับจังหวะได้ง่ายขึ้น ไม่หลงปุ่มบ่อยๆ เวลาที่ตั้งค่าในเกม ส่วนด้านบนเป็นแถบไฟ

ความโค้งมนอยู่ในระดับที่ดี ใครที่ชื่นชอบเมาส์ทรงลักษณะนี้ แต่ไม่ชอบความโค้งด้านหลังสูงไป MAMBA ELITE น่าจะตอบโจทย์ได้ดี เพราะวางมือได้ง่าย คนที่เล่น RTS ก็น่าจะขยับตัวได้ง่ายกว่า เวลาต้องปีนหรือเลื่อนวัตถุ ส่วนเส้นที่เป็นแสงไฟ CHROMA พาดผ่านเกือบทุกส่วนของเมาส์

ด้านข้างขวา แม้จะไม่มีปุ่มอื่นๆ เสริมเข้ามา แต่ก็ใส่กริ้ปมาเช่นเดียวกัน จับแน่นติดมือ และเส้นไฟ RGB ด้านข้าง

มุมสวยๆ ก็มา ปุ่มคลิกซ้าย-ขวาที่ดูสั้นลง แต่ก็วางนิ้วได้พอเหมาะ เพราะส่วนโค้งด้านบนน้อย ซึ่งกลายมาเป็นดีไซน์ที่ใช้กับเมาส์ของ RAZER หลายๆ รุ่นที่ออกมาใหม่ ปุ่มคลิกเป็นแบบ Mechanical ให้การคลิ้กได้ถึง 50 ล้านครั้ง เปรียบเทียบกันระหว่างภาพบน MAMBA ELITE และภาพล่างเป็น MAMBA Tournament Edition

มองในมุมแปลกๆ ดูบ้าง จะเห็นความโค้งเว้าที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งดูลงตัวกว่าในรุ่นที่แล้ว หากลองจับดูดีๆ หลายคนน่าชื่นชอบมากกว่า

เซ็นเซอร์ 5G ในแบบออพติคอลจากทาง RAZER ให้ความละเอียดได้สูงถึง 16,000DPI พร้อมให้ปุ่มเปลี่ยนโพรไฟล์มาด้วยด้านใต้ สำหรับคนที่ไม่อยากจะเปิดโปรแกรมขึ้นมาเปลี่ยน สามารถเลือกที่ปุ่มนี้ได้ เมื่อเปลี่ยนเกมที่เล่น

สายถักมาตรฐานสีดำ ยาวประมาณ 210cm ก็มากพอสำหรับคนที่เล่นกับจอใหญ่ๆ หรือต้องห่างจากตัวเครื่อง ทำให้รู้สึกสะดวกขึ้นไม่น้อย เรื่องความทนทานก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ให้ดีก็อย่ากระชากเวลาใช้ มีบันจี้สักอันไว้แขวนสาย ก็น่าจะดี

หัวต่อ USB สามารถใช้ได้ทั้งพอร์ต USB 2.0 และ 3.0 ใส่สีเขียวเข้ามาแบบสวยๆ

จุดที่แสงไฟสว่างขึ้นมีด้วยกัน 3 จุด คือเส้นด้านข้าง โลโก้บริเวณด้านบน และตรง Scroll wheel สามารถปรับแต่งผ่านทาง RAZER SYNAPSE ได้

 

การปรับแต่งแสงสี CHROMA ผ่านทาง RAZER Synapse

Conclusion

หากมองในแง่ของความสวยงามแล้ว ส่วนตัวยกให้การดีไซน์ของ MAMBA ELITE ลงตัวกว่าในรุ่นที่ผ่านมา เพราะด้วยสัดส่วนที่ทำให้กระชับลงตัวมากขึ้น เช่นเดียวกับปุ่มต่างๆ และ Scroll wheel ที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย และร่นขึ้นมาจากด้านหน้า เลื่อนนิ้วสะดวก สำหรับเล่นในเกมแอ็คชั่น

อีกสิ่งหนึ่งที่ MAMBA ELITE ทำออกมาได้ดีก็คือ ความแม่นยำ ที่ทำใด้คงเส้นคงวา การเลื่อนหรือสะบัดเมาส์ในกรณีที่เล่นแนว RTS ก็ยังไปได้ลื่นๆ ปรับค่า DPI ได้สะดวก รูปทรงที่ค่อนข้างรับกระชับกับมือได้ดีทีเดียว

โดยเฉพาะคนที่นิ้วไม่เรียวยาวมาก จะลงพอดีกับการจับทั้งแบบ Palm Grip และ Claw Grip ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน การวางนิ้วไม่ต้องไปเล็งมาก กริ๊ปด้านข้างช่วยให้การยึดเกาะได้ดี ส่วนปุ่มคลิก ทำได้นุ่มนวลตามสสไตล์ของ RAZER ที่เป็นเสน่ห์น่าประทับใจ ส่วนเรื่องของการปรับแต่งแสงสีหรือ CHROMA ก็ยังใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ Synapse 3 เช่นเคย

ซึ่งเมาส์รุ่นนี้ปรับได้สนุกขึ้น นอกจากเอฟเฟกต์แล้ว ยังปรับกันละเอียดชนิดเป็นโซนๆ ไป อยากได้สีหรืออารมณ์แบบไหนก็จัดได้สะดวก ต้องถือว่าเป็นเมาส์อีกรุ่นหนึ่งจากค่ายนี้ ที่สร้างความประทับใจให้กับคอเกมได้แน่นอน

 

จุดเด่น

  • น้ำหนักกำลังพอเหมาะ จับถนัดมือ
  • การปรับแต่งบนซอฟต์แวร์ ทำได้ละเอียด
  • การคลิกตอบสนองไว
  • คงคาแรคเตอร์ของ MAMBA ไว้อย่างชัดเจน

ข้อสังเกต

  • น้ำหนักเบาไปบ้าง

ราคา: ประมาณ 3,390 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: RAZER MAMBA ELITE

 

from:https://notebookspec.com/review-razer-mamba-elite-2018/457664/

STEELSERIES – เปิดตัวหูฟัง ARCTIS 2019 EDITION ยกเครื่องใหม่ เสียงชัดใส่ เบสแน่นยิ่งกว่าเดิม

STEELSERIES เปิดตัวหูฟัง ARCTIS 2019 EDITION

ยกเครื่องใหม่ เสียงชัดใส่ เบสแน่นยิ่งกว่าเดิม

จากความสำเร็จทั่วโลก ของหูฟังในตระกูล ARCTIS SERIES ซึ่งได้รับรางวัลจากสื่อทั่วโลก ว่าเป็นหูฟังที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นเกม และการยอมรับจากเกมเมอร์ทั่วโลกอย่างมากมายถือเป็นการปฏิวัติครั้งยิ่งใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงวงการครั้งสำคัญของหูฟังสำหรับการเล่นเกมที่ไม่ใช่มีเพียงแค่เสียง แต่มาพร้อมกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ สวมใส่สบายและบ่งบอกความเป็นตัวตนของเกมเมอร์ได้อย่างแท้จริง

และในปีนี้ SteelSeries ผู้นำและผู้ริเริ่มในอุปกรณ์การเล่นเกม ได้ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการ เปิดตัวหูฟัง ARCTIS 2019 EDITION ซึ่งเป็นหูฟังที่ขายดีที่สุดในตลาดเกมเมอร์ในปีที่ผ่านมา โดยได้ทำการอัพเกรดคุณภาพเสียง ยกเครื่องใหม่ เสียงชัดใส่ เบสหนักและแน่นยิ่งกว่าเดิม ตอบโจทย์ความเป็นหูฟัง Multi – Platform ที่ดีที่สุด ในการเล่นเกม และรองรับในไลฟสไตล์ที่แตกต่างกันไปของเหล่าเกมเมอร์์อย่างแท้จริง

from:https://notebookspec.com/steelseries-arctis-2019-edition/459200/

AMD – เผย AMD Zen2 จะมีความเร็วมากว่า AMD Zen+ ถึง 13% พร้อมชิพระดับ 7 นาโนเมตร

เรียกว่าในช่วงที่ Intel มีข่าวที่ไม่ค่อยดีออกมาเป็นระยะๆ ทาง AMD ก็หาช่อง ส่งข่าวของตัวเองออกมาชิงพื้นที่ไป ให้แฟนๆ ชาว AMD Zen2 ใจชื้นขึ้นมาบ้าง อย่างข่าวล่าสุดนี้ที่เผยว่าชิพประมวลผลรุ่นใหม่จากทาง AMD จะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม จนแทบจะเรียกว่าแซง Intel ไปได้เลย ส่วนจะเป็นรุ่นไหนไปดูกันดีกว่า

AMD เผยว่า AMD Zen2 จะมีความเร็วมากว่า Zen+ ถึง 13% โดยผลคะแนนนี้มาจากการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ทางเกมส์ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ระดับ 7 นาโนเมตร อาจจะทำให้แรงกว่า สถาปัตยกรรม Skylake/Kaby Lake/Coffee Lake ของ Intel ในปัจจุบันได้อย่างไม่ยากนัก เรียกได้ว่างานนี้ถ้า Intel ยังเลื่อนไม่เปิดตัวชิพประมวลผลระดับ 7 นาโนเมตรออกมา ทาง AMD จะขอเปิดตัวก่อนไม่รอแล้วนะ

และ AMD ยังบอกอีกว่าชิพประมวลผล 7 นาโนเมตรรุ่นใหม่ จะมีจำนวน Core ประมวผลมากถึง 64 Core 128 Threads เยอะกว่ารุ่นเดิม 14 นาโนเมตรที่ 28 Core 56 Threads คือจะเยอะไปไหน นึกว่าเซิร์ฟเวอร์ ส่วนวันเปิดตัว และวางจำหน่ายคาดว่าจะเป็นช่วงปี 2019 ใครที่กำลังรอดูความแรงอยู่อดใจรออีกนิดนะครับ

ที่มา tweaktown

from:https://notebookspec.com/amds-next-gen-zen-2-13-ipc-improvement-better-perf-soo/459132/