คลังเก็บป้ายกำกับ: PC_DIY

PC DIY – Thermaltake Pacific C และ CL Plus Copper Radiators ชุดหม้อน้ำระบายความร้อน พร้อมไฟ RGB

เมื่อไม่นานมานี้ทาง Thermaltake ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมสำหรับ PC DIY ได้ทำการเปิดตัวและเริ่มวางจำหน่ายชุดหม้อน้ำซีรีส์ Pacific C และ CL Plus Copper Radiators อย่างเป็นทางการครับ โดยจุดเด่นของมันนั้นนอกจากจะมาพร้อมกับการใช้ครีบระบายความร้อนเป็นทองแดงที่สามารถระบายความร้อนได้รวดเร็วแล้ว มันยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานไฟส่องสว่างแบบ RGB ที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้เองเรียกได้ว่าเป็นการเอาใจผู้ใช้สาย DIY แบบสุดๆ ไปเลยครับ

สำหรับรุ่น Pacific C นั้นจะถูกแบ่งออกมาเป็น 2 โมเดลย่อยกับ Pacific C360 และ C240 โดยเน้นในเรื่องของหม้อน้ำแบบบางเป็นพิเศษโดยจะมีความหนาอยู่ที่เพียง 27 mm เท่านั้น ภายในชุดจะยังมาพร้อมกับถังหม้อน้ำที่มีครีบระบายความร้อนเป็นทองแดงและหลอดนำของเหลวแบบแบนจำนวน 12 หลอดด้วยกัน ส่วนแผงทางด้านข้างของตัวหม้อน้ำก็ใช้วัสดุเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมซึ่งทำให้ตัวชุดหม้อน้ำมีความแข็งแกร่งคงทนสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานแน่นอน ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นน้ำหนักของตัวหม้อน้ำที่มีน้ำหนักลดลงกว่าเดิมเมื่อเทียบกับชุดหม้อน้ำรุ่นอื่นๆ ของทาง Thermaltake เองครับ

หมายเหตุ – โมเดล C360 มาพร้อมกับพัดลมระบายอากาศขนาด 120 mm จำนวน 3 ตัว ส่วนในโมเดล C240 นั้นจะมาพร้อมกับพัดลมระบายอากาศขนาด 120 mm จำนวน 2 ตัว

สำหรับในรุ่น Pacific CL Plus นั้นจะมีเพียงโมเดลเดียวคือ Pacific CL360 Plus RGB Radiator ซึ่งสเปคโดยหลักๆ แล้วนั้นจะไม่ต่างจากรุ่น Pacific C แต่ได้มีการปรับแต่งในส่วนของครีบระบายอากาศแบบทองแดงให้มีความหนาแน่นของตัวครีบมากกว่าในรุ่น Pacific C ซึ่งจะทำให้สามารถระบายความร้อนได้รวดเร็วกว่า แถมยังเพิ่มในส่วนของไฟส่องสว่างแบบ RGB คุณภาพสูงที่สามารถแสดงไฟได้มากถึง 16.8 ล้านสีโดยที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งสีของตัวไฟได้เองผ่านทางซอฟต์แวร์ TT RGB PLUS รวมไปถึงยังมาพร้อมกับความสามารถในการสั่งงานด้วยเสียงอย่าง TT AI Voice Control และ Amazon Alexa Voice Service ได้อีกต่างหากเรียกได้ว่าจัดเต็มเลยทีเดียวครับ

ด้วยดีไซน์ของครีบระบายความร้อนแบบใหม่นั้นทาง Thermaltake ได้บอกเอาไว้ว่าสามารถที่จะระบายความร้อนด้วยการปล่อยผ่านหระแสลมมากถึง 17 FPI คัวระบบและครีบระบายความร้อนทั้งหมดนั้นสามารถที่จะทนความร้อนได้สูงสุดที่ 250 องศาเซลเซียส ซึ่งทาง Thermaltake บอกว่ามากกว่าชุดระบายความร้อนที่เคยมีวางจำหน่ายมาในตลาดเนื่องจากว่าตัวครีบระบายความร้อนของ Pacific C และ CL Plus นั้นสามารถกระจายความร้อนได้ทั่วถึงทั้งแผงในระดับที่เท่าๆ กันไม่เหมือนกับยี่ห้ออื่นๆ ที่ความร้อนนั้นอาจจะรวมอยู่ที่บางจุดของตัวครีบครับ

ทั้งนี้ ณ เวลานี้นั้น Pacific C และ CL Plus เริ่มวางจำหน่ายผ่านทาง Thermaltake WebStore แล้วโดย Pacific C240 Radiator จะมีราคาอยู่ที่ $69.99 หรือประมาณ 2,280 บาท, Pacific C360 Radiator จะมีราคาอยู่ที่ $79.99 หรือประมาณ 2,600 บาท และ Pacific CL360 Plus RGB Radiator จะมีราคาอยู่ที่ $139.99 หรือประมาณ 4,555 บาทครับ

ที่มา : theverge

from:https://notebookspec.com/thermaltake-releases-pacific-c-and-cl-plus-copper-radiators-with-rgb-support/458965/

Advertisements

PC DIY – คาดราคาหน่วยความจำ SSD และ RAM จะลดลงใน 2019 ถึง 20% ใครไม่รีบซื้อรอก่อนได้

อย่างที่หลายคนทราบกันดี และกำลังเผชิญกับภาวะ RAM แพง ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนำไปใช้งานการ์ดจอ หรือสมาร์ทโฟน ทำให้ส่งผลกระทบกับผู้ใช้ PC และโน๊ตบุ๊ค อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน SSD มีราคาที่ถูกลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งข้อมูลที่เรานำมาในวันนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับใครที่กำลังรอให้สองอย่างนี้ถูกลง แต่จะถูกลงสักเท่าไหร่กันเชียว

แน่นอนว่าเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปตลอดเวลา เทคโนโลยีเก่าจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ และจะมีราคาถูกลง ในวงการหน่วยความจำก็เช่นกัน ซึ่งในส่วนของ SSD เป็นแบบนั้น เพราะตอนนี้เทคโนโลยีอย่าง 3D TLC NAND กลายเป็นเทคโนโลยีที่หลายเจ้าผลิตได้แล้ว และกลายเป็นมาตรฐานของ SSD ไปแแล้ว ทำให้ราคาจะยังถูกแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ส่วน RAM ในตอนนี้ความต้องการเริ่มลดลง แต่กำลังการผลิตเท่าเดิม ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ราคามันต้องลดลง และถือเป็นช่วงขาลงแล้ว โดยในปี 2019 จะลดลงไปประมาณ 20%  แต่กว่าราคาจะถูกสมใจพวกเราคงต้องใช้เวลาสักพักนึง และก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับใครที่กำลังรอที่จะประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัพเกรดชุดเดิมอยู่ รอหาจังหวะจัดได้เลย

ที่มา notebookcheck

from:https://notebookspec.com/ssds-and-ram-sticks-may-start-getting-cheaper-in-2019/458784/

PC DIY – แรม KLEVV CRAS X RGB ไฟ RGB ที่ซิงก์ได้ทุกค่าย จัดสเปกแต่งคอมสวยเวอร์

สำหรับ แรม KLEVV เชื่อว่าชั่วโมงนี้ใครๆ ก็รู้จัก เพราะมีให้เลือกใช้ในตลาดบ้านเรามาหลายรุ่น โดยเฉพาะคนที่ชอบความแรง บัสสูง เสถียรภาพในการ OC ได้ดี วันนี้ได้ออกแรมตัวใหม่ที่มาพร้อมไฟ RGB สำหรับเกมเมอร์มืออาชีพในรุ่น KLEVV CRAS X RGB ซึ่งทาง KLEVV จัดให้เป็นโมดูลระดับพรีเมียมในการเล่นเกมโดยเฉพาะ และยังมีรุ่น KLEVV BOLT X DDR4 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกอีกด้วย

โดยที่ KLEVV CRAS X RGB มีให้เลือกทั้งแบบ 8GB x 2 และ 16GBV x 2 ด้วยความเร็วบัส 3466MHz และ 3200MHz สนับสนุนซีพียู Intel รุ่นล่าสุดอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการทำงานในโหมดความเร็วสูง ส่วนในรุ่น BOLT X นั้น จะเป็นรุ่นรองลงมา มีทั้งแบบ 4GB, 8GB และ 16GB ความเร็วบัสอยู่ที่ 3200MHz และ 2666MHz

ในแง่ของไฟ RGB บนตัว แรม KLEVV CRAS X RGB สามารถปรับแต่งผ่านซอฟต์แวร์ได้ โดยที่ซิงก์ใช้งานบรรดาเอฟเฟกต์ต่างๆ ร่วมกับ SUS Aura Sync, Gigabyte RGB Fusion, MSI Mystic Light, และ ASRock Polychrome RGB เรียกว่าได้เกือบทุกค่าย น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนมองหาอยู่ เพราะหลายคนอาจเคยพบกับว่า รองรับค่ายนี้ แต่ใช้อีกค่ายนี้ไม่ได้ สำหรับ KLEVV CRAS X RGB ช่วยให้การใช้งานสนุกขึ้น แต่ที่สำคัญคือ สนับสนุน Intel® XMP (Extreme Memory Profile) 2.0 อีกด้วย คอโอเวอร์คล็อกสบายใจได้ ยังรีดความแรงได้เหมือนเดิม

สนนราคายังไม่ออกมาชัดเจนจ้า แต่ถ้าเทียบกับ แรม KLEVV CRAS II ก่อนหน้านี้ บัส 3200MHz 16GB อยู่ที่ราวๆ 187.90 ยูโร ก็ราวๆ 7000 กว่าบาท รุ่นใหม่ ก็อาจจะสูงกว่าอยู่บ้าง แต่ไม่น่าจะเลย 8 พันบาทไปมากนัก อันนี้ตีราคาเมืองนอกนะครับ ยังไม่ใช้ราคาเข้าไทย ที่อาจจะ ++ เพิ่มขึ้นไปอีกนิดหน่อย

ที่มา: KLEVV CRAS X RGB

from:https://notebookspec.com/klevv-cras-x-rgb-ram-rgb-boltx/458628/

PC DIY – Cooler Master โชว์ซิงก์ใหม่สายดาร์ก Hyper 212 Black Edition

สำหรับแฟนๆ ของ Cooler Master อาจจะไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหรือไอเท็มใหม่ๆ โดยเฉพาะฮีตซิงก์ที่ไม่ค่อยได้เห็นรูปแบบที่หวือหวา มาวันนี้ Cooler Master เปิดตัวฮีตซิงก์ใหม่ เอาใจคนที่ชอบความต่างๆ ด้วยซิงก์ในแบบ Black Edition จากซีรีส์ Hyper 212 ที่เป็นรุ่นยอดนิยม จับมาทำสีดำตลอดทั้งตัว พร้อมใส่พัดลม RGB ขนาดใหญ่เข้ามาด้วย เห็นแล้วต้องยกนิ้วให้เลย

โดยที่ Hyper212 Black Edition นี้ เป็นเวอร์ชั่นใหม่ ที่ดีไซน์ไม่ได้ต่างไปจากเดิมมากนัก ความโดดเด่นอยู่ที่ตัวโครงสร้างเป็นลายอลูมิเนียมปัดเสี้ยนหรือลายขัด บนบอดี้ที่เป็นอะลูมิเนียม โดยมีครีบระบายขนาดใหญ่จำนวนมาก เชื่อมโยงเข้ากับฮีตไปป์ที่เป็นหน้าสัมผัส ซึ่งทาง Cooler Master ออกแบบให้เป็น Direct-touch หรือสัมผัสกับหน้าของซีพียูโดยตรง และทำให้เป็นเพลทด้วยอะลูมิเนียมที่ขัดเงา ส่วนฮีตไปป์มีจำนวน 4 ชุดด้วยกัน เคลือบนิกเกิลให้เป็นสีดำเงา ดูสวยลงตัวเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมาพร้อมพัดลม SF120 RGB LED ให้ความเร็วรอบอยู่ที่ประมาณ 650-2,000 RPM และมีเสียงในการทำงานระหว่าง 8-30dBA ส่วนถ้าเป็นพัดลมพื้นฐานสีดำที่เป็นแบบ Black Edition Silencio fan จะให้รอบการทำงานที่ 650-2,000 RPM และมีเสียงในการทำงานน้อยกว่า คืออยู่ที่ราวๆ 6.5-26 dBA นั่นเอง ฮีตซิงก์รุ่นนี้ รองรับได้หลายแพลตฟอร์ม อาทิ

  • Intel LGA 2066 / 2011-v3 / 2011 / 1151 / 1150 / 1155 / 1156 / 1366
  • AMD AM4 / AM3+ / AM3 / AM2+ / AM2 / FM2+ / FM2 / FM1

สนนราคาการวางจำหน่ายของ Hyper 212 Black Edition อยู่ที่ราวๆ 29.99 ปอนด์ หรือประมาณ 1,300 บาท ส่วนรุ่น Black Edition RGB จะอยู่ที่ราวๆ 42.99 ปอนด์ หรือประมาณ 1,850 บาท

ที่มา: Cooler Master Hyper 212 Black Edition

from:https://notebookspec.com/cooler-master-hyper-212-black-edition/458578/

ASUS – ROG Thor อีกหนึ่ง Power Supply ระดับพรีเมียม พร้อมไฟ RGB จัดสเปกสาย DIY ต้องชอบ

Power Supply นั้นถือว่าเป็นอุปกรณ์หนึ่งสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะหากคุณเลือกใช้สเปคที่แรงๆ แล้วล่ะก็ การจ่ายไฟให้กับฮาร์ดแวร์ต่างๆ ในเครื่องนั้นถือได้ว่ามีความเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุดทาง ASUS ได้เปิดตัว PSU ระดับเทคในซีรีส์ ROG Thor ออกมาด้วยกันถึง 2 โมเดลกับ ROG Thor 1200W Platinum และ ROG Thor 850W Platinum ซึ่งในครั้งนี้นั้นนอกจากอุปกรณ์ต่างๆ ภายในตัวระบบจ่ายไฟนั้นจะเป็นของระดับพรีเมียมแล้ว ROG Thor ยังมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนที่ดีเยี่ยมและไฟ RGB สำหรับแสดงสีสันที่สามารถปรับแต่งได้อีกครับ

ROG Thor 1200W Platinum และ ROG Thor 850W Platinum มาพร้อมกับ ROG heatsinks รุ่นปรับปรุงที่มีพื้นที่ครอบคลุมอุปกรณ์ภาพในเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับดีไซน์ทั่วไปของ PSU ด้วยความที่อุปกรณ์ทั้งหมดมาพร้อมกับความพรีเมียมทำให้อายุการใช้งานของ ROG Thor ทั้ง 2 รุ่นนั้นมีอายุการใช้งานที่มากกว่า PSU ทั่วไปอีกด้วยครับ

ฟีเจอร์หลักๆ ของ ROG Thor 1200W Platinum และ ROG Thor 850W Platinum นั้นจะมีดังต่อไปนี้ครับ

  • มาพร้อมกับ ROG heatsinks และระบบป้องกันฝุ่น โดยพัดลมระบายความร้อนนั้นผ่านมาตรฐาน IP5X
  • อุปกรณ์ภายในระดับพรีเมียมช่วยยืดอายุการใช้งานรวมไปถึงเสียงรบกวนเวลาทำงานที่อยู่ในระดับ 0 dB เท่านั้น
  • ได้รับมาตรฐาน 80 PLUS Platinum
  • เป็น PSU รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมหน้าจอ OLED ที่สามารถแสดงกำลังไฟฟ้าที่กำลังใช้งานในขณะนั้นได้
  • มาพร้อมไฟ RGB LED ที่สามารถทำการปรับแต่งได้โดยผ่านทางซอฟต์แวร์ Aura Sync

สำหรับสเปคของ ROG Thor 1200P จะมีดังต่อไปนี้ครับ

  • Intel specification: ATX12V
  • Dimensions: 190 x 150 x 86mm
  • Efficiency: 80 Plus Platinum
  • Protection features: OPP/OVP/SCP/OCP/OTP
  • Hazardous materials: ROHS compliance
  • AC input range: 100-240V
  • RGB lighting: Asus Aura Sync compatible
  • DC output voltage: +3.3V, +5V, +12V, -12V, +5Vsb
  • Maximum load: 25A, 25A, 100A, 0.3A, 3A
  • Total output: 1200W
  • Connectors (including sleeved cables):
  • 1 x 24/20-pin ATX (MB)
  • 2 x 8/4-pin EPS (CPU)
  • 8 x 8/6-pin PCIe
  • 12 x SATA
  • 5 x 4-pin Molex (peripheral)
  • 1 x floppy
  • Sleeved cables:
  • 1 x 24-pin ATX (MB)
  • 4 x 6+2-pin PCIe
  • 2 x 4+4-pin EPS (CPU)

และในส่วนของรุ่น ROG Thor 850P จะมีสเปคดังต่อไปนี้ครับ

  • Intel specification: ATX12V
  • Dimensions: 160 x 150 x 86mm
  • Efficiency: 80 Plus Platinum
  • Protection features: OPP/OVP/SCP/OCP/OTP
  • Hazardous materials: ROHS compliance
  • AC input range: 100-240V
  • RGB lighting: Asus Aura Sync compatible
  • DC output voltage: +3.3V, +5V, +12V, -12V, +5Vsb
  • Maximum load: 20A, 20A, 71A, 3.6A, 15A
  • Total output: 852W
  • Connectors (including sleeved cables):
  • 1 x 24/20-pin ATX (MB)
  • 2 x 8/4-pin EPS (CPU)
  • 4 x 8/6-pin PCIe
  • 12 x SATA
  • 5 x 4-pin Molex (peripheral)
  • Floppy x1
  • Sleeved cables:
  • 1 x 24-pin ATX (MB)
  • 2 x 6+2-pin PCIe
  • 2 x 4+4-pin EPS (CPU)

ทั้งนี้ ROG Thor 1200W Platinum จะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ สำหรับราคานั้น ROG Thor 1200W Platinum จะอยู่ที่ $250 หรือประมาณ 8,110 บาท สำหรับรุ่น ROG Thor 850W Platinum นั้นยังคงไม่มีการเผยราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการออกมาครับ

ที่มา : techpowerup

from:https://notebookspec.com/asus-announces-the-premium-rog-thor-psu-lineup/456451/

PC DIY – Inno3D อวดตัวชุดน้ำ iChill สำหรับการ์ดจอ GeForce GTX1180, 1170 รุ่นใหม่ เย็น เงียบ

สำหรับผู้ผลิตการ์ดจอที่เป็นพาร์ทเนอร์ของทาง nVIDIA อย่างเช่น Inno3D ยืนยันพร้อมสำหรับการผลิตการ์ดรุ่นใหม่ GeForce GTX 11 series ในซีรีส์ iChill ที่เป็นการ์ดตัวเก่ง ซึ่งมาพร้อมชุดน้ำ AIO รุ่นล่าสุด สำหรับระบายความร้อนการ์ดจอให้อยู่หมัด

Inno3D ถือว่าเป็นพาร์ทเนอร์หลักอีกรายหนึ่งของ nVIDIA ซึ่งเป็นเจ้าของการ์ดในรุ่น iChill และ HerculeZ series โดยมีทั้งโมเดลที่เป็นชุดระบายความร้อนด้วยของเหลวและใช้ลม อย่างที่เห็นใน GeForce GTX 10 series ที่จำหน่ายอยู่ในเวลานี้ ซึ่งทาง Inno3D ยังคงยืนยันว่าจะจะได้เห็นตัวการ์ดรุ่นใหม่ในช่วงสิงหาคมหรือกันยายนที่จะถึงนี้ ก็ดูจะสอดคล้องกับข่าวที่หลุดออกมาก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น GTX 1180, 1170 หรือ 1160 ก็ตาม

นอกจากนี้ยังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ iChill รุ่นใหม่ในแบบ AIO ที่ระบายความร้อนด้วยของเหลว สำหรับโลโก้ iChill มาพร้อมไฟ LED พร้อมโซลูชั่นระบายความร้อนขนาดใหญ่ ตัวการ์ดเป็นแบบ 2 สล็อต และช่องเสียบไฟเลี้ยงแบบ 8-pin พร้อมท่อคู่ที่อยู่ด้านบน ซึ่งข้อมูลมีเพียงเท่านี้ ไม่ได้มีรายละเอียดของตัวการ์ดรุ่นใหม่มากมายนัก เท่าที่เห็นจากภาพร่างอาจจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ก็เชื่อว่าจะออกทรงการ์ดมาแบบแน่นๆ ตามสไตล์ของ iChill อย่างแน่นอน เป็นการย้ำชัดว่าจะได้เห็นโซลูชั่นใหม่ทั้งหมดหลักจากที่เปิดตัวในช่วงเดือนหน้านี้ ก็หวังว่าเราจะได้ยินข่าวดีและรายละเอียดเพิ่มเติมจาก Imnno3D หลังจาก nVIDIA เผยข้อมูลการ์ดรุ่นใหม่ประมาณ 20 สิงหาคมนี้

ที่มา: Inno3D iChill GeForce 11 series

from:https://notebookspec.com/inno3d-next-gen-chill-aio-liquid-cooled-custom-nvidia-geforce-11-graphics-card/449003/

PC DIY – จัดสเปคคอมใช้ชิปประมวลผล AMD Threadripper 2990X 32 core/ 64 thread เปิดราคาครึ่งแสน

สำหรับ AMD ที่เพิ่งจัดโปรโมต Threadripper 2 ไปในช่วงก่อนหน้านี้ ก็ดูเหมือนจะได้เวลาเริ่มต้นวางจำหน่ายซีพียู Ryzen ใหม่นี้อีกครั้งในรุ่น Threadripper 2990X ซึ่งเป็นซีพียูความแรงขั้นเทพบนแพลตฟอร์ม TR2 กับการทำงานแบบ 32 core/ 64 thread สำหรับกลุ่มผู้ใช้ระดับมืออาชีพ ที่ค้องการอัตราตอบสนองทั้งในด้านงานกราฟฟิกและวีดีโอ โดยเปิดราคาอยู่ที่ประมาณ 1,835USD หรือราวๆ เกือบ 60,000 บาท

สำหรับสเปคของ AMD Ryzen Threadripper 2990X รุ่นใหม่นี้ มาพร้อมค่า TDP 250W และมี L3-cache 80MB ถือว่าเยอะมากๆ สำหรับซีพียูในระดับเดียวกัน สนับสนุนแรมแบบ 4-channel ซึ่งต่างจาก 1950X ที่เน้นกลุ่มเกมเมอร์และสตรีมเมอร์ เพราะ 2990X นี้จะเจาะกลุ่มมืออาชีพทางด้านกราฟฟิกและตัดต่อวีดีโอ รวมถึงผู้ใช้ที่เน้นพลังการประมวลผลขั้นสูงแบบหลายแกนหลัก เช่น เจ้าของดาด้าเซ็นเตอร์หรือกลุ่ม SME ที่ต้องการเซิร์ฟเวอร์ราคาไม่สูงเกินไปนัก

ความเร็วในการทำงานอยู่ที่ 3.4GHz และเพิ่มไปสูงลสุดหลังบูสท์อยู่ที่ 4.0GHz รวมถึงเพิ่มเป็น 4.2GHz เมื่อทำงานแบบ Single core ซึ่งแน่นอนว่าด้วยแกนหลักและเธรดที่มากกว่า 1950X ซึ่งเป็นอดีตเรือธงสำหรับ Threadripper รุ่นก่อน ก็น่าจะตอบโจทย์การใช้งานหลายๆ รูปแบบได้ดีทีเดียว ซึ่งหากเทียบกัน เวลานี้ 1950X จำหน่ายที่ราวๆ 999USD (32,000 บาท)

ที่มา: AMD Threadripper 2990X

from:https://notebookspec.com/amds-ryzen-threadripper-2990x-listed-for-1835-usd-at-canadian-retailer/448934/