คลังเก็บป้ายกำกับ: PR_News

LINE TV จับมือ AIS ส่งแพ็กเกจเสริมสุดคุ้มดู LINE TV แบบ HD ได้ไม่อั้น เริ่มต้นวันละ 9 บาท

กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจคอนเทนต์ ​LINE ประเทศไทย จับมือ พงษกรณ์ คอวนิช หัวหน้าแผนกงานการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ส่งแพ็กเกจ“เหมา เหมา LINE TV”ให้ลูกค้า AIS แฟนๆ LINE TV ได้เสพความบันเทิงต่อเนื่อง แบบฟินไม่หยุด เริ่มต้นวันละ 9 บาท โดย “เหมา เหมา LINE TV” เป็นแพ็กเกจเสริมสำหรับคอซีรีส์ดัง วาไรตี้ฮิต ที่ดูย้อนหลังได้ที่แรกบน LINE TV หรือจะเป็นแฟนซีรีส์ดัง รายการเด็ดที่ดูได้บน LINE TV ที่เดียว ก็ฟินกันได้ครบทุกรูปแบบ ซึ่งในช่วงเวลาเพียง 4 ปี LINE TV มียอดดาวน์โหลดจากผู้ใช้งานไปแล้วกว่า 20 ล้านครั้ง โดยผู้ชม LINE TV ยังใช้เวลาเฉลี่ย 176 นาทีต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ส่วนของการรับชมทีวีทั่วไป (ข้อมูลจากNielsen)

 

รายละเอียดแพ็กเกจ “เหมาเหมา LINE TV” ดู LINE TV แบบHD ได้ไม่อั้น ไม่คิดค่าเน็ต 

– เหมา เหมา LINE TV แบบ 1 วัน ราคา 9 บาท สมัครโทร *777*7314# หรือคลิก http://lin.ee/gYKAwLZ

– เหมา เหมา LINE TV แบบ 3 วัน ราคา 25 บาท สมัครโทร *777*7315# หรือคลิก http://lin.ee/aLcYH6q

– เหมา เหมา LINE TV แบบ 7 วัน ราคา 59 บาท สมัครโทร *777*7316# หรือคลิก http://lin.ee/h5dwiVk

from:http://www.flashfly.net/wp/234658

Advertisements

AIS Business: The DIGITAL FUTURE 2019 ประกาศวิสัยทัศน์ยกระดับสู่ “ผู้นำบริการ ICT เพื่อองค์กรครบวงจร ”

เอไอเอส โดย AIS Business แถลงวิสัยทัศน์ และนโยบาย ก้าวสู่การเป็น “ผู้นำบริการ ICT เพื่อองค์กรครบวงจร-Most Trusted ICT Service Provider” สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของลูกค้าองค์กรทุกขนาด รองรับการเติบโต และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับทุกอุตสาหกรรม จากความแข็งแกร่งของบริษัท และบุคลากรในเครือทั้งหมด อาทิ CS Loxinfo,Teleinfo Media, Rabbit Line Pay ฯลฯ และการผนึกศักยภาพจากพันธมิตรด้านไอทีชั้นนำระดับโลก อาทิ Microsoft, G-ABLE, SAP, VMware ฯลฯ พร้อมให้บริการด้าน ICT อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร เพื่อผู้ใช้งานองค์กรทุกกลุ่ม ครอบคลุมตั้งแต่ Network, Digital Infrastructures, Cloud, IOT, ICT, Digital Platforms ในรูปแบบของพาร์ทเนอร์และ อีโคซิสเต็ม ด้วยมาตรฐานระดับเวิล์ดคลาส พร้อมเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างประโยชน์ให้กับทุกธุรกิจในยุค Digital Transformation เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ แก่เศรษฐกิจไทย

พร้อมจัดงานสัมมนาและเทคโนโลยีโชว์เคสแห่งปี AIS Business: The DIGITAL FUTURE 2019” ร่วมฟังวิสัยทัศน์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรแนวหน้าของไทยและสากล พร้อมสัมผัส Digital Solutions ที่ใช้งานได้จริง จากหลากหลายอุตสาหกรรมหลักของประเทศ

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า “ในช่วงเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา โลกเผชิญกับผลกระทบครั้งยิ่งใหญ่จาก Digital Disruption ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในวิถีชีวิตและทุกอุตสาหกรรม ซึ่งในแง่ขององค์กร นี่คือโอกาสใหม่ครั้งสำคัญที่จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงTransform องค์กรสู่ Innovation Organization เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”

“เราเชื่อมั่นว่า ยุคนี้องค์กรต้องทำ Business Transformation ใน 2 ด้าน คือ

  1. ยกระดับการบริหารจัดการองค์กร ใน 3 ส่วน คือ ปรับกระบวนการทำงานหลักให้เป็น Digital (Digitizing Core Processes), ปรับรูปแบบช่องทางการส่งมอบบริการลูกค้าให้เป็น Digital(Digitizing Customer Interface) และ คิดค้นและขยายองค์กรสู่รูปแบบบริการหรือธุรกิจใหม่ๆ (Discovering and Scaling by Digital)
  2. ยกระดับและให้ความสำคัญกับกระบวนการเพื่อลูกค้า ใน 3 ส่วน คือ เข้าใจ/รู้จักลูกค้าอย่างลึกซึ้งผ่าน Big Data, สร้างสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่างตลอดเวลา ด้วย Speed

“จึงเป็นที่มาของการ transform สู่ Digital Life Service Provider ของเอไอเอส ที่เป็นการปรับทั้งองคาพยพ ไม่ว่าจะเป็น Digital Infrastructure, Digital Service และ Culture Transformation ทำให้วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ส่งเสริม สนับสนุนองค์กรทุกกลุ่มและทุกอุตสาหกรรมให้ยกระดับไปอีกขั้นจาก Ecosystem ในโลกดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบที่สุดจากแนวคิด “ผู้นำบริการ ICT เพื่อองค์กรครบวงจร-Most Trusted ICT Service Provider” 

            ด้านนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เปิดเผยว่า “วันนี้             เอไอเอสมีความพร้อมอย่างยิ่งทั้งในด้านเครือข่าย และเทคโนโลยีอันทันสมัย ที่พร้อมจะก้าวสู่การเป็น “ผู้นำบริการ ICT เพื่อองค์กรครบวงจร-Most Trusted ICT Service Provider” ที่อยู่เคียงข้างองค์กรธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ AIS Business ตามเจตนารมย์ของบริษัทที่มุ่งมั่นตั้งใจนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงทีมงานบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยี มาสนับสนุนภาคธุรกิจและองค์กรของไทยให้เติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นจากขีดความสามารถด้านโครงข่าย Digital Infrastructures ที่ทรงประสิทธิภาพเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ได้แก่

–          เครือข่าย Mobile : เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศ รวมทั้งมีคลื่นความถี่หลักในการให้บริการ 4G มากที่สุด

–          เครือข่าย Fixed Broadband : เอไอเอส ไฟเบอร์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติกแท้รายแรกในประเทศ ครอบคลุมแล้วกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ

–          เครือข่าย IoT : เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการที่มีทั้งโครงข่าย eMTC และ NB-IoT ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นรายแรกและรายเดียวในไทย

รวมถึงนวัตกรรมเทคโนโลยี และ Digital Services ทั้งที่จากการ Synergy ความแข็งแกร่งของบริษัทและบุคลากรในเครือทั้งหมด อาทิ CS Loxinfo, Teleinfo Media, Rabbit Line Payฯลฯ ร่วมกันให้บริการและทำตลาดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าองค์กร และการผนึกศักยภาพจากพันธมิตรด้านไอทีชั้นนำระดับโลก อาทิ Microsoft, G-ABLE, SAP, VMware ฯลฯ ทำให้สามารถให้บริการ Digital Platforms และ Solutions หลากหลายด้าน ตั้งแต่ Network, Data Center, Cloud, Managed ICT Services, IoT, Payment ได้อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ไม่ใช่เพียงเรื่องเครือข่ายเท่านั้น แต่ครอบคลุมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหาอุปกรณ์ Device, Platform, การออกแบบ Software และ Application, ระบบ Cloud Computing ระดับเวิล์ดคลาส, eSIMที่พร้อมใช้งานกับอุปกรณ์ รวมทั้งที่เกี่ยวข้องในอีโคซิสเต็มทั้งหมด และยังสามารถ Customized โซลูชั่นส์ให้สอดคล้องกับแต่ละองค์กรในแต่ละอุตสาหกรรมได้ด้วย เหล่านี้ AIS Businessพร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำเทคโนโลยีไปใช้ในการทำงาน” นายยงสิทธิ์กล่าว

 บริการด้าน ICT ของ AIS Business ประกอบด้วยบริการหลักๆ ดังนี้

  1. บริการ Cloud & ICT เพื่อธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

ด้วยคุณภาพการให้บริการที่เหนือกว่าในทุกมิติ ภายหลังการซินเนอร์ยี่กับบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ เมื่อเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งบริการ Cloudของเอไอเอสในทุกๆ ด้าน ทำให้มี DATA CENTER ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และตามภูมิภาคต่างจังหวัด รวม 9 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบันเอไอเอสเป็นผู้ให้บริการ Cloud ที่มีDATA CENTER ในไทยจำนวนมากที่สุด ซึ่งได้มาตรฐาน Carrier Grade Data Center เทียบชั้นระดับโลก มากไปกว่านี้ การที่เอไอเอสมีเครือข่ายคุณภาพ 3G, 4G, 4.5G และบริการสื่อสารข้อมูล (Enterprise Data Service) จึงทำให้เชื่อมต่อกับเครือข่ายขององค์กรได้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่า รวมถึงมีบริการ ICT Service ที่หลากหลายจากซีเอส ล็อกซอินโฟทั้งหมด ตลอดจนนำทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทมาร่วมให้บริการ Managed Network และ Managed ICT Services เหล่านี้ จึงสามารถให้บริการ Cloud ได้แบบ End-to-End Single Service Providerอย่างครบวงจร ตั้งแต่ Cloud Infrastructure, Platform, Software, Network, Security ไปจนถึง Managed Services ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม ใช้ได้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่จนถึงผู้ประกอบการ SME และ Startup

            นอกจากนี้ ยังออกบริการใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลก อาทิ

–          Data Analytics as a Service ร่วมกับ G-Able สำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการนำข้อมูล มาวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลบนระบบ Cloud ด้วยประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Serverขนาดใหญ่ ในราคาที่ต่ำกว่า ยืดหยุ่นกว่า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไอที ช่วยในการวางแผนกลยุทธ์การเพิ่มรายได้จากแผนการตลาดได้อย่างตรงจุด

–          SAP Business One ร่วมกับ SAP เพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ช่วยจัดการระบบงานขาย และระบบบัญชีแบบครบวงจร โดยมีจุดเด่นเพื่อ SME คือ ขึ้นระบบได้เร็ว สามารถขยายตัวเติบไปพร้อมกับธุรกิจได้ ประหยัดเวลาและงบประมาณด้าน Hardware

–          SD-WAN ร่วมกับ CISCO และ VERSA เทคโนโลยีบริหารจัดการเครือข่ายที่ล้ำหน้า โดยใช้ Software เป็นตัวกลางในการจัดการเครือข่ายทั้งหมดในจุดเดียว ทำให้การใช้งานร่วมกันกับเครือข่ายหลากชนิดพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นวงจรส่วนบุคคล, อินเทอร์เน็ต หรือ 3G/4G จากผู้ให้บริการที่แตกต่างกันก็ทำได้อย่างง่ายดาย เป็นรายแรกในเมืองไทย

  1. บริการ IoT เชิงพาณิชย์

โดยเอไอเอสเป็นรายแรกและรายเดียวในไทยที่เปิดให้บริการโซลูชั่นส์ IoT เชิงพาณิชย์แล้ว กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำของประเทศ ด้วยศักยภาพของเครือข่าย IoT ทั้ง NB-IoT และ eMTC ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรความร่วมมือจากโครงการ AIAP (AIS IoT Alliance Program) ที่มีสมาชิกรวมกว่า 800 รายที่ร่วมกันสร้างสรรค์ IoT Ecosystem ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงทำให้เอไอเอสสามารถทำงานและต่อยอดความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของการร่วมกันวิจัยและพัฒนา และการออกโซลูชั่นส์ด้าน IoT เพื่อประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจจริงๆ ตลอดจนการนำ IoT สนับสนุนนวัตกรรมสมาร์ทซิตี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การคมนาคม คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน ยกตัวอย่างโซลูชั่นส์ IoT

–          Smart Transportation สำหรับงานขนส่งคมนาคม โดยความร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ให้บริการติดตั้งอุปกรณ์ NB-IoT Tracking บนรถตำรวจ

–          Smart Recognition ช่วยจดจำ ตรวจสอบ วัตถุ ยานพาหนะหรือบุคคลโดยกล้องวีดิโอ ามารถประยุกต์ใช้งานด้านความปลอดภัย และด้านการตลาด Customer Care

–          Smart Cold Chain ช่วยบริหารจัดการตู้แช่-ห้องเย็น โดยความร่วมมือกับบริษัท The Cool

–          Smart Health ร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพ

–          Smart Industrial Estate ช่วยบริหารจัดการภายในนิคมอุตสาหกรรม ร่วมกับ อมตะนคร

  1. บริการ Digital Transformation Solutions

แอปพลิเคชั่นและแพลตฟอร์มสำหรับบริหารจัดการองค์กรในลักษณะ Project-based ตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละธุรกิจ อาทิ

–          Smart Retail ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่

–          Points & Privilege แพลทฟอร์มระบบสะสมคะแนน และสิทธิพิเศษของธุรกิจตนเอง

–          Robot-as-a-Service การให้บริการหุ่นยนต์พร้อมระบบควบคุม ให้องค์กรสามารถกำหนดพฤติกรรมหุ่นยนต์ การโต้ตอบ การให้ข้อมูล แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

–          Smart Call ระบบสำหรับธุรกิจที่ต้องส่ง Agent ไปติดต่อลูกค้าเพื่อให้บริการที่ Site งาน

  1. บริการ Digital Payment Gateway

พร้อมให้บริการเชื่อมต่อระบบชำระเงินของธุรกิจให้สามารถรองรับการชำระเงินแบบดิจิตอล โดยผสานศักยภาพของบริษัทในเครือ ทั้ง Rabbit LINE Pay และ mPAY ทำให้สามารถออกแบบโซลูชั่นส์ด้าน Payment ให้กับลูกค้าองค์กรได้ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้ให้บริการ ICT รายอื่น

  1. บริการ Digital Marketing & Outsource Contact Center

ด้วยประสบการณ์ของบริษัทเทเลอินโฟ มีเดีย (บริษัทในเครือ) พร้อมตอบโจทย์การทำการตลาดดิจิทัลให้กับธุรกิจ เช่น YellowPages eCommerce Platform, SEO, Email Marketing, Social Marketing, การทำเว็บไซต์ รวมถึงบริการ Outsource Contact Center สำหรับธุรกิจในการติดต่อลูกค้า ทั้งกรณีรับสายลูกค้าและโทรหาลูกค้า

สำหรับลูกค้าองค์กรและเอสเอ็มอี ที่สนใจใช้บริการ AIS Business สามารถติดต่อได้ที่ ทีมงานของ AIS ที่ดูแลลูกค้าองค์กร, AIS Corporate Call Center 1149 หรือที่ business.ais.co.th

“ด้วยขีดความสามารถของบุคลากรที่ได้พัฒนาความรู้และความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีดิจิทัล ผสมผสานเข้ากับหัวใจบริการ และทัศนคติที่มุ่งช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ตลอดจนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่บริหารงานอย่างมืออาชีพมาโดยตลอด ผมขอยืนยันและให้ความมั่นใจกับท่านลูกค้าองค์กรทุกกลุ่ม ทุกขนาด ว่า ท่านจะได้รับบริการที่มีคุณภาพสูงสุด เป็นเลิศ และแตกต่างอย่างแน่นอน เราพร้อมอยู่เคียงข้าง สร้างโอกาสใหม่ๆ จากเทคโนโลยีดิจิทัล และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” นายสมชัย กล่าวสรุป

from:http://www.flashfly.net/wp/234645

Realme 2 Pro ยอดขายถล่มทลายแซง Apple, Samsung ขึ้นเป็นอันดับ 1 ใน LAZADA 11.11 ตรียมเปิดขายเร็วๆ นี้ที่ทรูช้อปเท่านั้น

กระแสตอบรับดีไม่มีตก กับ Realme 2 Pro 4+64GB ที่หลังจากขายหมดทันทีที่วางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ ล่าสุดในการขายผ่านทาง LAZADA 11.11 ช้อปปิ้ง เฟสติวัล ในวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ยังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยถูกจัดให้เป็นไอเทมสุดฮิตของงาน LAZADA 11.11 ช้อปปิ้ง เฟสติวัล ด้วยการขายหมด 1000 เครื่องภายในเวลาเพียงแค่ 8 นาที

Realme 2 Pro 4+64GB ได้มีการวางจำหน่าย ผ่านทาง LAZADA ซึ่งเป็นการจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน LAZADA 11.11 ช้อปปิ้ง เฟสติวัล วันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้ และในช่วงเวลาของการวางจำหน่ายในต่างประเทศทั่วทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น Realme ทำยอดขึ้นเป็นอันดับ 1 และเช่นกันที่ประเทศไทยตั้งแต่เวลา 00.00 น. จนถึง 02.00น.ของวันที่ 11 พฤศจิกายน เพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก็ได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลาย ทำสถิติ ยอดขายดีอันดับ 1 ในหมวดสมาร์ทโฟนเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังได้รับการจัดลำดับให้เป็น Dual No.1 ยอดขายอันดับ 1 ทั้งใน By unit และ By value ในสมาร์ทโนราคา 5000 -7000 บาทอีกด้วย และไม่เพียงเท่านั้น Realme 2 Pro 4+64GB ยังถูกจัดให้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกระแสตอบรับที่ดีที่สุดในงานLAZADA 11.11 ช้อปปิ้ง เฟสติวัล อีกด้วย

Realme เป็นสมาร์ทโฟนน้องใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่ที่มาครบทั้งในเรื่องของสเปคที่อัดแน่นและดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม และสำหรับใครที่พลาดโอกาสในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ไปแล้ว Realme 2 Pro 4+64GB ยังคงสามารถซื้อได้ในราคาปกติ 6,590 บาททุกๆวันพุธ ในช่วง Flash sale ผ่านช่องทาง LAZADA และสำหรับคนที่รอคอยรุ่น Realme 2 Pro 8+128GB สามารถหาซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 Exclusive เฉพาะที่ทรูช้อป สาขาที่ร่วมรายการ รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่หน้าเพจเฟสบุ้ค RealmeTH และเตรียมพบกับการเปิดตัว Realme อย่างเป็นทางการ พร้อมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ จาก Realme  อย่างเป็นทางการอีกครั้งเร็วๆ นี้

from:http://www.flashfly.net/wp/234639

SteelSeries RIVAL 710 ขีดสุดของเกมมิ่งเมาส์

นวัตกรรมเม้าส์ทีไม่สิ้นสุดเพื่อฮาร์ดคอเกมเมอร์ตัวจริงเช่นคุณ

จากความสำเร็จของเมาส์แห่งนวัตกรรม RIVAL 700 ที่ได้รับการยอมรับจากเกมเมอร์ทั่วโลกว่าเป็นสุดยอดแห่งนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์อย่างแท้จริง
และในปี 2018 นี้ SteelSeries ผู้นำและผู้ริเริ่มในอุปกรณ์การเล่นเกมเปิดตัว สินค้าใหม่ SteelSeries RIVAL 710 ขีดสุดของเกมมิ่งเมาส์
นวัตกรรมเม้าส์ที่ไม่สิ้นสุดออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ตัวจริง ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีมากมายไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ OLED ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการแสดงผลร่วมกับเกม
หรือปรับแต่ชื่อและ LOGO ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ ระบบสั่น เพื่อเติมเต็มอรรถรสในการเล่นเกม และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการอัพเกรดเซ็นเซอร์ให้เป็น TRUEMOVE3
ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเซ็นเซอร์ที่นิ่ง และ แม่นยำที่สุดในตลาดปัจจุบัน

STEELSERIES RIVAL 710
คุณสมบัติพิเศษ
Optical Sensor TrueMove3 , True 1:1 Tracking eSports sensor
SteelSeries Switch รองรับการกดคลิ๊กได้มากกว่า 60 ล้านครั้ง
จอแสดงผล OLED onboard
สามารถตั้งค่า CPI ได้สูงสุด 16,000 CPI
ปุ่มของเมาส์ 7 ปุ่ม รองรับการตั้งค่า Macro
รองรับการใช้งานเฉพาะ มือขวา
รองรับการตั้งค่าต่างๆผ่าน SteelSeries Engine 3
ปรับแต่งแสงไฟระดับ RGB 16.8 ล้านสีได้ 2 ตำแหน่ง
รองรับการใช้งาน Prism Sync
On-board memory รองรับการเซพการตั้งค่าบนเมาส์
ระบบสั่นในตัว แจ้งเตือนสัมผัสให้คุณเข้าถึงเกม Tactile Alert
สามารถถอดเปลี่ยนสายได้
สามารถถอดเปลี่ยน Sensor ได้
น้ำหนัก 135 กรัม
ราคา 3,290 บาท

DOWNLOAD ARTWORK : https://drive.google.com/drive/folders/1nxeudfk5rzHPo_TQxQUsyqR6ule0IWho?usp=sharing
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://steelseries.com/gaming-mice/rival-710

from:http://www.it-reborn.com/steelseries-rival-710-%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2/

PlayStation 4 HITS Bundle และ PlayStation 4 Party Bundle พร้อมวางจำหน่ายวันที่ 15 พฤศจิกายน ศกนี้

โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง สาขาสิงคโปร์ ประกาศวางจำหน่ายชุดเครื่องเกมคอนโซลใหม่สองชุด “PlayStation®4 HITS Bundle” และ “PlayStation®4 Party Bundle” ในวันที่ 15 พฤศจิกายน ศกนี้

“PlayStation®4 HITS Bundle” ประกอบด้วย เครื่องเกมคอนโซล PS4™ สี Jet Black ความจุ 500GB ในราคา 11,990 บาท มาพร้อมกับเกม PS4™ จาก Sony Interactive Entertainment Worldwide Studios จำนวน 3 เกม คือ God of War™ (English/Chinese version, Disc), Detroit: Become Human™ Standard Edition (English/Chinese version, Disc) และ The Last of Us™ Remastered (English version, Digital)

สำหรับ “PlayStation®4 Party Bundle” ประกอบด้วย เครื่องเกมคอนโซล PS4™ สี Jet Black ความจุ 500GB ในราคา 12,990 บาท มาพร้อมกับเกม PS4™ ที่เหมาะสำหรับการเล่นกับเพื่อนๆหรือครอบครัวอันได้แก่เกม FIFA 19 (English/Chinese Version, Disc) และOvercooked! 2 (English/Korean/Japanese/Simplified Chinese Version, Digital)

ชุดเครื่องเกมคอนโซล “PlayStation®4 HITS Bundle” และ “PlayStation®4 Party Bundle” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกคนที่กำลังพิจารณาจะซื้อเครื่องเกมคอนโซล PS4™

พร้อมรับโปรโมชั่นจาก SIES สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรสมาชิก PlayStation®Plus (PS Plus) จำนวน 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายนเป็นต้นไปจะได้รับผ้าอเนกประสงค์ PlayStation™Network Multi-Purpose Wrapping Cloth ที่เป็นของสะสมที่เหมาะจะเป็นของขวัญสำหรับเทศกาลวันหยุดนี้ บัตรสมาชิก PS Plus จำนวน 12 เดือน และของพรีเมียมจะมีวางหน่ายตามร้านตัวแทนจำหน่ายของ PlayStation® และSony Store ทุกสาขา ในราคา 1,210 บาท สินค้ามีจำนวนจำกัด มาร่วมเป็นสมาชิก PS Plus เพื่อเพลิดเพลินไปกับการเล่นออนไลน์กับเพื่อนๆ  และพบกับสิทธิพิเศษอื่นๆ ประกอบไปด้วย เกมฟรีประจำเดือน, ส่วนลดพิเศษ และสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษต่างๆ

Product Outline

Product Name “HITS”
Release Date 15th November 2018
SRP THB 11,990
Content ·         PlayStation®4 (Jet Black) with 500GB HDD x 1

·         DUALSHOCK®4 wireless controller (Jet Black) x 1

·         PS4™ title God of War™ (English/Chinese version) Disc version x 1

·         PS4™ title Detroit: Become Human™ (English/Chinese version) Disc version x 1

·         PS4™ title The Last of Us™ Remastered (English version) Digital version x 1*

·         PlayStation®Plus 3-month subscription x 1*

*Provided with voucher

Copyright ·         God of War™ © 2018 Sony Interactive Entertainment LLC.

·         Detroit: Become Human™ © 2018 Sony Interactive Entertainment Europe. Developed by Quantic Dream.

·         The Last of Us™ Remastered ©2014 Sony Interactive Entertainment America LLC. Published by Sony Interactive Entertainment Inc. Created and developed by Naughty Dog, Inc.

Product Name “PlayStation®4 Party Bundle”
Release Date 15th November 2018
SRP THB 12,990
Content ·         PlayStation®4 (Jet Black) with 500GB HDD x 1

·         DUALSHOCK®4 wireless controller (Jet Black) x 1

·         PS4™ title FIFA 19 (English/Chinese Version) Disc version x1

·         PS4™ title Overcooked! 2 (English/Korean/Japanese/Simplified Chinese Version) Digital version x1*

·         PlayStation®Plus 1-month subscription x 1*

·         PlayStation®4 One-Year extended warranty service

*Provided with voucher

Copyright ·         EA SPORTS™ FIFA 19 © 2018 Electronic Arts Inc.

 

·         Overcooked! 2 Developed by Team17 Digital Ltd and Ghost Town Games Ltd © 2018. Published by Team17 Digital Ltd. Team17 is a trademark or registered trademarks of Team17 Digital Limited.

from:http://www.flashfly.net/wp/234540

เจาะลึกนวัตกรรมสุดล้ำจาก Samsung QLED TV ที่สุดแห่งการสร้างประสบการณ์การรับชมด้านภาพและเสียงแบบเต็มพลัง

ซัมซุง จัดกิจกรรม ‘QLED TV Experience Day 2018’ ร่วมเจาะลึกและสัมผัสกับนวัตกรรมทีวีอัฉริยะ “ซัมซุง คิว แอลอีดี ทีวี” (Samsung QLED TV) ที่โดดเด่นด้วยฟีเจอร์สุดล้ำ พร้อมมอบนิยามใหม่ของไลฟ์สไตล์ทีวีที่สมบูรณ์แบบ ด้วยคุณสมบัติการแสดงภาพที่เต็มตาครบทุกเฉดสี สมจริงเหมือนตาเห็น ตอบโจทย์คนรักงานดีไซน์ด้วยการออกแบบที่ลงตัวไร้ที่ติ   รวมทั้งมอบอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น ฉีกทุกกฏเกณฑ์และทำลายข้อจำกัดของเทคโนโลยีทีวีในปัจจุบันและเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการเป็นผู้นำในตลาดทีวีระดับพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง

ภายในงาน จัดเตรียมสเตชั่นต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงฟังก์ชันการใช้งานอันโดดเด่นและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์จากสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีทีวีและเครื่องเสียง ดังนี้

  • สัมผัสการรับชมภาพที่ดีที่สุดจาก “คิว พิคเจอร์” (Q Picture)

ซัมซุง คิว แอลอีดี ทีวี โดดเด่นด้วยคุณสมบัติการให้เม็ดสีนับล้าน สมบูรณ์แบบทุกเฉดสี (Color Volume 100%) ให้ทุกภาพที่ปรากฏบนหน้าจอมีสีสันสมจริงเหมือนตาเห็น พร้อมเทคโนโลยี ‘ควอนตัมดอท (Quantum Dot)’ ให้ภาพสวย สว่าง มีชีวิตชีวา เห็นชัดทุกรายละเอียดในทุกสภาพแสง ด้วยระบบป้องกันแสงสะท้อน ‘อัลตร้าแบล็ค (Ultra Black)’ แสดงภาพได้เหมือนต้นฉบับ เก็บทุกรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน ด้วยเทคโนโลยีการแสดงผลแบบ ‘Q HDR Elite’

  • มอบอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ไร้อาการจอไหม้ (Burn-in Free)

ซัมซุง คิว แอลอีดี ทีวี ผ่านการทดสอบความทนทานต่อการใช้งานเป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง โดย คอนเน็กต์ เทสต์แล็บ (Connect Testlab) ห้องปฏิบัติการทดสอบชื่อดังระดับโลก และได้รับการรับรองว่าปราศจากอาการจอไหม้ หรือ ภาพค้างหน้าจอ (Burn-In) มอบอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ไร้ปัญหาอาการจอไหม้หรือการเสื่อมของจอภาพอย่างถาวร แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติที่ทำให้ คิว แอลอีดี ทีวี เป็นสุดยอดนวัตกรรมจอภาพในตลาดปัจจุบัน

  • ให้ห้องสวย จัดวางลงตัวในทุกพื้นที่ด้วย “คิว สไตล์” (Q Style)

มอบนิยามใหม่ของทีวีด้วยดีไซน์โดดเด่น สวยสง่าทุกมุมมอง สามารถจัดวางได้อย่างลงตัวในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการวางบนขาตั้งหรือติดบนผนัง หมดปัญหาเรื่องสายเชื่อมต่อที่รุงรัง ด้วยโซลูชั่น ‘วันอินวิซิเบิลคอนเนคชั่น (One Invisible Connection)’  จัดการสายเคเบิลแบบ ‘ออลอินวัน (All in one)’ รวมสายไฟต่าง ๆ เป็นเส้นเดียว มาพร้อมอุปกรณ์ยึดผนังแบบ No-Gap Wall Mount ออกแบบมาเพื่อการติดตั้งทีวีให้แนบชิดไปกับผนังจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในการตกแต่งบ้าน รวมไปถึงฟีเจอร์ ‘เมจิค สกรีน (Magic Screen)’ เปลี่ยนจอดำสนิทขณะปิดทีวีให้เป็นภาพที่กลมกลืนกับลวดลายบนกำแพงด้านหลัง หรือภาพไลฟ์สไตล์เพื่อสร้างบรรยากาศภายในบ้าน เช่น วันที่ เวลา พยากรณ์อากาศ หรือภาพหน้าจออื่นๆ เป็นต้น

  • เผยภาพคมชัดทุกรายละเอียดด้วย Intelligent 4K Upscaling

ซัมซุง คิว แอลอีดี ทีวี ยังมาพร้อมนวัตกรรม Intelligent 4K Upscaling ช่วยปรับความชัดของภาพได้โดยอัตโนมัติ สามารถปรับภาพคุณภาพต่ำให้กลายเป็นภาพความละเอียดสูงระดับ 4K ด้วยเทคโนโลยี  ซัมซุง คิว แอลอีดี ใช้ชิปประมวลผล ‘Q Engine’ สามารถจับคู่สีให้มีความสมจริง แสดงภาพได้อย่างสวยงามเหมือนต้นฉบับ เติมเต็มรายละเอียดของภาพ ยกระดับภาพพิกเซลต่ำในอดีตให้กลับมาคมชัด มีชีวิตชีวาขึ้น

  • ยกระดับคุณภาพเสียงระดับพรีเมี่ยมด้วย “ซัมซุง ซาวด์บาร์” (Soundbar)

เติมเต็มที่สุดของสุนทรียภาพแห่งเสียงด้วย “ซัมซุง ซาวด์บาร์” ที่ซัมซุงร่วมมือพัฒนากับ ฮาร์แมน กอร์ดอน (Harman Kardon) แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก เพิ่มประสบการณ์ความบันเทิงสุดพรีเมียม ดื่มด่ำกับคุณภาพเสียงแบบสามมิติจาก ดีทีเอส ผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยี ดอลบี้ แอทโมส และ ดีทีเอส-เอ๊กซ์ พร้อมการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านระบบ Bluetooth ช่วยให้ดีไซน์ของทีวีเข้ากันได้ดีกับซาวด์บาร์ โดยไม่มีรอยต่อหรือสายระโยงระยางให้รบกวนสายตา

“ซัมซุง คิวแอลอีดี ทีวี วางจำหน่ายพร้อมตัวเลือกทั้งรูปแบบหน้าจอโค้ง และหน้าจอแบน โดยมาใน 4 รุ่น ได้แก่ Q9F (75”, 65”) Q8C (65”, 55”) Q7F (55”, 65”, 75”) และ Q6F (55”, 65”) ราคาเริ่มต้นที่49,990 บาท สามารถตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดสินค้า ณ จุดขายซัมซุง ทั่วประเทศ หรือhttp://www.samsung.com/th/qled

from:http://www.flashfly.net/wp/234524

HUAWEI วางจำหน่ายสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่น Mate 20 ,Mate 20 Pro และ Mate 20 X ในไทยทางการแล้ว

 HUAWEI  Mate 20 Series คือ การสานต่อความสำเร็จของหัวเว่ยอย่างต่อเนื่องพร้อมกับการก้าวขึ้นเป็นแบรนด์หนึ่งในใจของผู้บริโภคไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นนี้มียอดพรีออเดอร์สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในตลาดยุโรปตะวันตกหลังจากการเปิดตัวเพียง 10 วัน เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้รับการตอบรับที่ดีทำให้มียอดพรีออเดอร์สูงกว่า Mate รุ่นที่ผ่านมาเกือบ 4 เท่า โดย HUAWEI Mate 20 Series เป็นการรวมสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้ชนะรางวัลต่างๆ มากมายจากการรีวิวทั่วยุโรป ซึ่งหัวเว่ยเชื่อมั่นว่าผู้ที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากนวัตกรรมนี้อย่างแน่นอน

สำหรับความโดดเด่นของ HUAWEI Mate 20 Series ที่ใครๆ ต่างยกนิ้วให้กับสุดยอดนวัตกรรมอันครบเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทรงพลังและล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น Kirin 980 ชิปเซ็ต AI แบบคู่ครั้งแรกของโลก แบตเตอรี่ความจุสูงที่มาพร้อมนวัตกรรม HUAWEI SuperCharge ให้กำลังไฟฟ้าได้ถึง 40 วัตต์ ชาร์จได้รวดเร็วซึ่งได้รับรองความปลอดภัยจากสถาบันระดับสากล และครั้งแรกของโลกกับ Wireless Reverse Charging ระบบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย รวมไปถึงกล้อง3 กล้อง Leica Triple Camera สุดล้ำ ด้วยเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ที่ร่วมพัฒนาโดย Leica เพื่อการถ่ายภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตร และฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย

ไม่เพียงแค่ผู้บริโภคเท่านั้นที่ให้เสียงตอบรับล้นหลาม ด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยของ HUAWEI Mate 20 Pro สื่อทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจและให้การยอมรับกับนวัตกรรมที่หัวเว่ยได้ตั้งใจพัฒนาขึ้นมาไม่แพ้กัน

สำนักข่าว The Guardian กล่าวว่า “HUAWEI Mate 20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่สวยงาม และน่าประทับใจอย่างแท้จริง โดยคาดว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดของปีนี้ หัวเว่ยได้นำเสนอฟีเจอร์สุดพิเศษด้วยการสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอแสดงผลและการสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ รวมถึงกล้องถ่ายภาพสามตัวและแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ในราคาที่ไม่แพงแต่ผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ”

Android Authority กล่าวว่า “HUAWEI Mate 20 Pro ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งานตัวจริง โดยผู้ใช้งานจะได้รับพรีเมียมฟีเจอร์และการออกแบบที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการออกแบบกล้องสามตัวในดีไซน์เมทริกซ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าหัวเว่ยเป็นผู้นำด้านการออกแบบ ไม่ใช่ผู้ตาม”

TechRadar กล่าวว่า “HUAWEI Mate 20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสิทธิภาพเต็มรูปแบบและราคาคุ้มค่า ด้วยสมรรถนะการทำงานของกล้องอันชาญฉลาด ถือเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่เข้ามาแข่งขันในตลาดได้อย่างสมศักดิ์ศรี”

GSMArena กล่าวว่า “การได้สัมผัส HUAWEI Mate 20 Pro เป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดสำหรับสมาร์ทโฟนที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะด้านการออกแบบที่น่าทึ่งของชิปเซ็ตตระกูล “Kirin 980” ความจุแบตเตอรี่ที่ไม่มีใครเทียบได้ และระบบกล้องที่ดีที่สุดบนสมาร์ทโฟนของปีนี้”

เชื่อว่าทุกคนที่ได้สัมผัสกับ HUAWEI Mate 20 Series ต่างมีความรู้สึกที่ดีที่สุดกับสมาร์ทโฟนที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดย HUAWEI Mate 20 Pro จะวางจำหน่ายในราคา

31,990 บาท มี 2 สี ได้แก่ Emerald Green, Black นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสสุดยอดนวัตกรรมจาก HUAWEI Mate 20 Series อีก 2 รุ่น ได้แก่ HUAWEI Mate 20 จะวางจำหน่ายในราคา 24,990 บาท มี 2 สี ได้แก่ Twilight, Midnight Blue และHUAWEI Mate 20 X จะวางจำหน่ายในราคา 28,990 บาท มี 2 สี ได้แก่ Phantom Silver, Midnight Blue โดยทั้ง 3 รุ่นของHUAWEI Mate 20 Series จะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้

from:http://www.flashfly.net/wp/234505