คลังเก็บป้ายกำกับ: PR_News

OPPO Find X ดีไซน์สวยล้ำ ไร้รอยบาก-ซ่อนกล้อง 3D ราคา 29,990 บาทเปิดพรีออเดอร์ 28 ก.ค. – 4 ส.ค. พร้อมรับของแถมสุดพิเศษเพียบ

แบรนด์สมาร์ทโฟนขวัญใจวัยรุ่นอย่าง ออปโป้ (OPPO) ประเทศไทย ทำเซอร์ไพรส์กลางงานครบรอบ 10 ปี (10th Year Anniversary) เปิดตัว OPPO Find X สมาร์ทโฟนแห่งอนาคต ดีไซน์หน้าจอไร้รอยบากพร้อมนวัตกรรมซ่อนกล้อง 3D และมาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC Flash Charge ในราคา 29,990 บาท จะเริ่มพรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. – 4 ส.ค. พร้อมรับของแถมสุดพิเศษเพียบ

และอีกรุ่นไฮเอนด์ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition ซึ่งมีความพิเศษที่มาพร้อมนวัตกรรมล่าสุดที่ล้ำกว่าเดิมSuperVOOC ชาร์จเพียง 35 นาที เต็ม 100% ราคา 49,990 บาท โดยจะเริ่มจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้

สำหรับงานครบรอบ 10 ปี ของออปโป้ (OPPO) ประเทศไทย ได้เล่าประวัติว่า บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด ได้เข้ามาทำการตลาดและจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนแบรนด์ ออปโป้ (OPPO) ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นแบรนด์แรก อาทิ หน้าจอแสดงผล 2K เป็นเจ้าแรก หรือนวัตกรรมชาร์จไวอย่าง VOOC Flash Charge เป็นต้น ทำให้มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลอดระยะเวลา 10 ปี ส่งผลให้สมาร์ทโฟนออปโป้ครองตำแหน่งอันดับ 2 ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงสุดในตลาดประเทศไทย และตำแหน่งอันดับ 4 ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงสุดทั่วโลก ท่ามกลางการแข่งขันอย่างสูง (อ้างอิงข้อมูลจาก Canalys และ IDC)

คุณสุทธิพงศ์ อมรประดิษฐ์กุล ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ กล่าวภายในงานเปิดตัวว่า การเปิดตัว OPPO Find X จะเป็นการเริ่มเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของออปโป้ หลังจากการคิดและการถกเถียงร่วมกัน สรุปได้ว่าการมอบสมาร์ทโฟนแห่งโลกอนาคตให้กับทุกท่านถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุด

“OPPO Find X เป็นเสมือนกับการค้นหาซึ่งเป็นดีเอ็นเอของออปโป้ และเป็นสัญลักษณ์แห่งการรวมกันอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยีและความสวยงาม” คุณสุทธิพงศ์กล่าว

OPPO Find X  สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด เป็นการกลับมาอีกครั้งของ Series Find  หลังทิ้งช่วงการเปิดตัว OPPO Find 7 นานถึง 4 ปี โดย OPPO Find X มีความพิเศษที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะการดีไซน์ที่ปฏิวัติวงการ สมาร์ทโฟนอีกครั้งด้วยหน้าจอแสดงผลสุดขอบอย่างสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ ด้วยเทคโนโลยีซ่อนกล้องและเซ็นเซอร์ Stealth 3D Cameras

ดีไซน์ขอบโค้งแบบ Panoramic ที่เป็นหนึ่งเดียว

OPPO Find X สมาร์ทโฟนดีไซน์จอแสดงผลขอบโค้งมน Panoramic รุ่นแรกของโลก ให้มุมมองกว้างสุดขอบ ด้วยหน้าจอแสดงผลOLED กว้างถึง 6.42 นิ้ว อัตราส่วน 19.5 : 9 และสัดส่วนพื้นที่แสดงผล 93.8%

นวัตกรรมซ่อนกล้อง มิติ (Stealth 3D Cameras)

OPPO Find X  ใช้นวัตกรรมซ่อนกล้อง 3D (Stealth 3D Cameras) ซึ่งจะเลื่อนขึ้นและลงโดยอัตโนมัติ เพียงผู้ใช้กดแอพพลิเคชั่นถ่ายรูปด้วยเวลาไม่เกิน 0.6 วินาที โดยมีความแข็งแรงทนทานสูง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 5 ปี จากทดสอบแล้วสามารถเลื่อนขึ้นลงได้ไม่ต่ำกว่ำ 300,000 ครั้ง

ดีไซน์ไล่เฉดสีที่งดงามดั่งอัญมณี

OPPO ได้เพิ่มเฉดด้วยการผ่านกระบวนการต่างๆ บนพื้นผิวฝาหลังแบบสามมิติ ปกป้องพิเศษด้วย Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ตัวเครื่องดูแวววาวล้ำค่าเหมือนอัญมณี โดยมี 2 สี ได้แก่ สี Bordeaux Red และ Glacier Blue

เทคโนโลยีสแกนใบหน้า มิติ (3D Structured Light Facial Recognition)

นวัตกรรมนี้ OPPO Find X รวบรวมระหว่างเทคโนโลยี Flood Illuminator และ เซ็นเซอร์กล้องอินฟาเรด ซึ่งประมวลจุดต่างๆ บนใบหน้ามากกว่า 15,000 จุด ทำให้สามารถสร้างโมเดลหน้า 3D ของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำเพื่อการปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้าที่ปลอดภัย โดยความผิดพลาดจากการปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้าของ OPPO Find X อยู่ที่ 1 ใน 1,000,000 เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือซึ่งอยู่ที่ 1 ใน 50,000 และแม้จะทำการปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้าในที่มืด ก็ยังแม่นยำเช่นเคยด้วยเซ็นเซอร์กล้องอินฟาเรด

กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล  และ 3D AI Beauty

กล้องหน้าบน OPPO Find X จะมีความละเอียดอยู่ที่ 25 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์อัจฉริยะ Sony IMX 576 รวมถึงที่ขาดไม่ได้เลยคือ AI Beauty ที่ครั้งนี้สามารถวิเคราะห์และสร้างโครงหน้าผู้ใช้งานเป็นโมเดล 3D ได้ จึงสามารถปรับได้แม้กระทั่งโครงหน้าอย่าง รูปหน้า ทรงจมูก ดวงตา คาง และโหนกแก้ม ตามใจชอบ

กล้องหลังคู่ AI  16 + 20 ล้านพิกเซล

ไม่เพียงแค่กล้องหลังคู่ แต่ยังยกระดับการถ่ายภาพด้วยระบบ AI ไปอีกขั้นด้วยฟีเจอร์ AI Portrait Mode ซึ่งให้ผลถ่ายบุคคลที่โดดเด่นด้วยการจัดแสงแบบสตูดิโอ โดยมีโหมดแสงไฟให้เลือกหลากหลายถึง 9 แบบ และ AI Scene Recognition 2.0 ที่สามารถประเมินประเภทของภาพ และปรับแต่งภาพให้อัตโนมัติอย่างเหมาะสม

VOOC Flash Charge ชาร์จไวและปลอดภัย

พร้อมกับระบบชาร์จไฟไว VOOC Flash charge ที่ชาร์จเร็วขึ้นกว่าปกติถึง 4 เท่าเลยทีเดียว ชาร์จเพียงแค่ 5 นาที ก็สามารถคุยโทรศัพท์ต่อได้สบายๆ กว่า 2 ชั่วโมง ทั้งยังมี AI ผู้ช่วยอัจฉริยะบริหารพลังงานแบตเตอรี่ด้วย

Qualcomm Snapdragon 845 AIE , RAM 8GB , ROM 256GB

คุณ Goh Thiah Liang ผู้ดำรงตำแหน่ง Country Manager Malaysia, Thailand and Philippines แห่ง Qualcomm Internationalให้เกียรติขึ้นมาพูดในงานเปิดตัว OPPO Find X ในฐานะตัวแทนพาร์ทเนอร์อันทรงเกียรติ และเนื่องในโอกาสที่ OPPO Find X ได้รับการขับเคลื่อนด้วยชิปเซต Qualcomm Snapdragon 845 AIE

คุณ Goh Thiah Liang กล่าวว่า Qualcomm รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ออปโป้ประสบความสำเร็จล้นหลามอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่าน และขอบคุณที่เป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีซึ่งกันและกันมาโดยตลอด รวมถึงดึงขุมพลังของชิปเซต Qualcomm ออกมาใช้อย่างเต็มเปี่ยมบนสมาร์ทโฟนที่น่าอัศจรรย์

“เมื่อชิปเซต Qualcomm Snapdragon 845 AIE รวมกันกับสมาร์ทโฟน OPPO Find X จะมอบแรงขับเคลื่อนอันทรงพลังให้แก่ผู้ใช้ในประเทศไทย” คุณ Goh Thiah Liang กล่าว

สำหรับ OPPO Find X มาพร้อมกับ CPU ที่แรงที่สุดในโลกขณะนี้ แต่ใช้พลังงานที่น้อยกว่า ซึ่งมาพร้อมกับชิพประมวลผลกราฟิกAdreno 630 ด้วย เพิ่มการประมวลผลกราฟิก 30% และลดการใช้พลังงานลง 30% ในขณะที่ก็มีชิปเซต Snapdragon ที่มาพร้อมปัญหาประดิษฐ์ AIE ด้วย ช่วยสนับสนุนให้ OPPO Find X เป็นดั่งผู้ช่วยคู่ใจได้

OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition

ครั้งแรกที่แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์กับแบรนด์รถยนต์ไฮเอนด์ระดับโลก โลโก้ของ Automobili Lamborghini ถูกแกะสลักไว้บน OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition ด้วยเทคโนโลยีพิเศษทำให้โลโก้ดูนูนขึ้นมาจากตัวโทรศัพท์โดดเด่นมีมิติ ไม่ว่าคุณจะมองจากมุมใดก็ตามโลโก้จะดูโดดเด่นนูนขึ้นเหนือตัวโทรศัพท์เสมอ นอกจากนี้ Automobili Lamborghini Edition ยังรองรับเทคโนโลยี SuperVOOC  ซึ่งจะช่วยให้การชาร์จไฟได้รวดเร็วขึ้นทวีคูณโดยให้กำลังไฟ 10V5A ให้กำลังชาร์จได้สูงสุดถึง 50W เพียง 35 นาที เต็ม 100%

OPPO Find X สนนราคา 29,990 บาท เริ่มเปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. – 4 ส.ค. ที่ออปโป้แบรนด์ช็อปและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยจะได้รับของแถมสุดพิเศษมากมาย ประเดิมด้วยหูฟังเฮดโฟน Marshall Major Bluetooth , VIP Card ประกันหน้าจอแตกนานถึง 1 ปี , ชุดขาตั้งกล้อง และที่ชาร์จแบบไวสำหรับรถยนต์

ขณะที่ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition สนนราคาอยู่ที่ 49,990 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือนกันยายนเป็นต้น

ร่วมสัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยจากสมาร์ทโฟนออปโป้ (OPPO) ได้ที่ออปโป้ แบรนด์ช็อปทุกสาขาทั่วประเทศเร็วๆ นี้

from:http://www.flashfly.net/wp/223852

Advertisements

AIS จับมือ Google เปิดตัวแอปพลิเคชัน YouTube GO ในไทยพร้อมแพคเกจราคาสุดประหยัด

เอไอเอส ประสานพลัง กูเกิล ในฐานะ Strategic Partner นำเทคโนโลยีดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิดDigital for Thais สนับสนุนและสร้างโอกาสให้คนไทย เข้าถึง Digital Content และ Digital Service จากนวัตกรรมระดับโลกอย่างเท่าเทียมกัน ทลายทุกขีดจำกัด เสริมศักยภาพให้การใช้ชีวิตของคนไทยก้าวไปอีกขั้น สอดรับนโนบายThailand 4.0

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้คนไทย รวมถึง ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล อันจะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย ยกระดับ เสริมขีดความสามารถ รวมถึงต่อยอดสร้างการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดภายใต้แนวคิดDigital for Thais ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการผนึกกำลังกับ Strategic Partner ที่มีแนวคิดเช่นเดียวกัน เช่นในกรณีความร่วมมือกับ กูเกิล”

“เราได้ร่วมทำงานกับกูเกิลมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกัน คือ สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยจากเทคโนโลยีดิจิทัล โดยล่าสุดในปีนี้ เอไอเอส และ กูเกิล ได้ร่วมกันเดินหน้าไปอีกขั้นในการนำนวัตกรรมล่าสุดอย่าง Google Assistant ที่สามารถสั่งการได้ด้วยการใช้เสียงภาษาไทย มาพลิกโฉมรูปแบบการเข้าถึงบริการดิจิทัลของคนไทยไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการสั่งการใช้งานผ่านทาง Google Assistant เพื่อสั่งการใช้งานแอปพลิเคชัน my AIS รวมถึงสั่งการเปิดชม Digital Content บน แอปพลิเคชัน AIS PLAY ได้อย่างง่ายดาย นับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถใช้ Local Language หรือ ภาษาไทย บน Google Assistant ได้ โดยจะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ศกนี้”

“นอกจากนี้เรายังภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมกับกูเกิล ทลายข้อจำกัด ลดช่องว่าง และทำให้การเข้าถึง Contentจากทั่วโลกของคนไทยทุกกลุ่มในประเทศไทยเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน โดยร่วมมือกับ Google เปิดตัวแอปพลิเคชันYouTube GO โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่เริ่มใช้งานดาต้าผ่านสมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดที่กำลังขยายตัวอย่างมากในต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกลได้สัมผัสประสบการณ์ เรียนรู้โลกกว้าง และกระตุ้นแรงบันดาลใจจาก Content จำนวนมหาศาลที่ถูกสร้างสรรค์จากกลุ่มคนทั่วโลกในทุกๆวินาที ทั้งนี้เราได้เริ่มเปิดตัวแพ็คเกจราคาประหยัดที่ตอบสนอง feature ของ YouTube GO ให้ลูกค้าเอไอเอสได้เลือกใช้ เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

from:http://www.flashfly.net/wp/223830

ASUS จัดกิจกรรมเอาใจแฟน ๆ กับแคมเปญพิเศษ แจกจริงทิ้ง AirDrop

เอซุสยกทัพแจกแหลกจัดแคมเปญพิเศษเอาใจลูกค้าเอซุสและสาวก ROG สำหรับลูกค้าที่ซื้อการ์ดจอ ASUS ก็มีสิทธิ์ร่วมลุ้นของรางวัลและ Air Drop สุดเจ๋งจากเกม PLAYERUNKNOW’S BATTLEGROUNDS

แค่เพียงซื้อการ์ดจอ หรือโน๊ตบุ๊ค ASUS ชิพเซ็ต Nvidia GeForce GTX 1050, GTX 1050Ti, GTX 1060, GTX 1070, GTX 1070Ti, GTX 1080 หรือ GTX 1080Ti ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2561 และกรอกหลักฐานการซื้อของคุณลงในแบบฟอร์ม คุณก็มีโอกาสได้รับรางวัลทันที!

 

  • เมื่อซื้อกราฟิกการ์ด หรือโน้ตบุคที่เป็น GeForce GTX 1050/1050Ti มีโอกาสลุ้นรางวัล 1 สิทธิ์
  • เมื่อซื้อกราฟิกการ์ด หรือโน้ตบุคที่เป็น GeForce GTX 1060 มีโอกาสลุ้นรางวัล 2 สิทธิ์
  • เมื่อซื้อกราฟิกการ์ด หรือโน้ตบุคที่เป็น GeForce GTX 1070/1070Ti มีโอกาสลุ้นรางวัล 3 สิทธิ์
  • เมื่อซื้อกราฟิกการ์ด หรือโน้ตบุคที่เป็น GeForce GTX 1080/1080Ti มีโอกาสลุ้นรางวัล 4 สิทธิ์

เงื่อนไขและวิธีการร่วมสนุก

  1. ซื้อสินค้า ASUS ในรุ่นที่กำหนดภายในระยะเวลากิจกรรม
  2. เตรียมใบเสร็จและหมายเลข Serial No. นำไปลงทะเบียนที่ http://th.rog.gg/ASUSPUBG
  3. จับรางวัลโดยการสุ่มเลือกผู้โชคดี โดยจะประกาศให้ทราบอีกครั้งทางเพจ https://www.facebook.com/ASUSROG.TH/

ของรางวัล

2 ผู้โชคดีในประเทศไทยจะได้รับ กล่อง Airdrop PUBG Aluminum crates, กระเป๋าแบ็คแพ็ค Premium PUBG NorthFace, กราฟิกการ์ด ASUS Cerberus GTX1070Ti Advance Edition, จอ ASUS ROG Swift PG258Q และหูฟัง ASUS ROG Strix Fusion 300 มูลค่ารวมกว่า 165,000 บาท.

 

 

from:http://www.it-reborn.com/asus-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%99-%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b8%b1/

OPPO ฉลองครบรอบ 10 ปี เปิดตัว OPPO Find X และ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด เจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์

“ออปโป้” ฉลองครบรอบ 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จในการรุกตลาดประเทศไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10ปี อัดโปรโมชั่นฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัว OPPO Find X และ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับนวัตกรรมสุดล้ำ พร้อมวางกลยุทธ์เจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์ ขยายฐานลูกค้าอัพเปอร์คลาส
 

            ชานนท์ จิรายุกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายขาย บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด กล่าวในงานแถลงข่าว ครบรอบ 10 ปี ของออปโป้ (OPPO) ประเทศไทย ว่า บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด ได้เข้ามาทำการตลาดและจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนแบรนด์ ออปโป้ (OPPO) ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นแบรนด์แรก อาทิ หน้าจอแสดงผล 2K เป็นเจ้าแรก หรือนวัตกรรมชาร์จไวอย่าง VOOC Flash Charge เป็นต้น ทำให้อัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลอดระยะเวลา 10 ปี ส่งผลให้สมาร์ทโฟนออปโป้ครองตำแหน่งอันดับ 2 ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงสุดในตลาดประเทศไทย และตำแหน่งอันดับ 4 ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงสุดทั่วโลก ท่ามกลางการแข่งขันอย่างสูง (อ้างอิงข้อมูลจาก Canalys และ IDC)

นอกจากความสำเร็จในด้านการเติบโตทางธุรกิจแล้ว ออปโป้ยังเป็นผู้นำในฐานะแบรนด์รุ่นใหม่ที่ทันสมัยและโดดเด่นเรื่องแฟชั่น ด้วยการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อผลิตสมาร์ทโฟนที่สามารถตอบสนอง         ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างมีศักยภาพ และใส่ใจในการออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม จนสร้างปรากฏการณ์ให้ตลาดสมาร์ทโฟนคึกคักในทุกๆ ซีซั่นของการเปิดตัวออปโป้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น OPPO F7 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2561เป็นรุ่นที่เน้นความโดดเด่นเรื่องเซลฟี่ ด้วยระบบ AI Beauty 2.0 ช่วยประมวลผลและปรับแต่งภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำให้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดจำหน่าย OPPO F7 มียอดขายสูงกว่ารุ่นเดิม OPPO F5 ถึง 3 เท่า และยังกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ขายดีอันดับ 1 ในทุกช่องทางหลังจากเพิ่งเปิดตัวไปได้เพียงแค่ 7 วันเท่านั้น นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ขายดีที่สุดของออปโป้ ส่งผลให้ภาพรวมของ            ปี 60 ที่ผ่านมานั้น ออปโป้เติบโตด้วยยอดขายสมาร์ทโฟนเพิ่มจากปี 59 ถึง 95.1%

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี ของ ออปโป้ (OPPO) ประเทศไทย จึงขอแนะนำ OPPO Find X          (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดใน Series Find (ซีรี่ส์ ไฟน์) โดย OPPO Find X (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์) โดดเด่นด้วยการออกแบบ Panoramic หน้าจอแสดงผลขอบโค้งมน และขอบริมจอบางเป็นพิเศษ พื้นที่หน้าจอ 93.8% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในตลาดขณะนี้ และมีนวัตกรรม Stealth 3D Cameras ที่ช่วยซ่อนกล้องทำให้บอดี้ของสมาร์ทโฟนสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ ส่วนกล้องหน้า AI มีความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ HDR 2.0ถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือแสงจ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเทคโนโลยีการตรวจจับใบหน้าแบบ 3D อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถใช้เทคโนโลยี 3D Structured Light Facial Recognition เพื่อปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้าของผู้ใช้งานอย่างปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงการใช้งาน 3D AI Beauty ที่ช่วยให้การปรับแต่งใบหน้าให้ดูดีเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น และยังสามารถใช้งาน 3D Omoji ที่สามารถแสดงอารมณ์ผ่านตัวการ์ตูนโดยจับใบหน้าของผู้ใช้งานแบบ real time เพื่อให้การแชทที่สนุกสนาน แถมยังสามารถสร้างโมเดลตัวผู้ใช้เองเป็นตัวการ์ตูนได้อีกด้วย ตัวเครื่องโดดเด่นด้วยการดีไซน์ พร้อมการไล่เฉดสีบนฝาหลัง 3D ทำให้ตัวเครื่องดูแวววาวล้ำค่าเหมือนอัญมณี โดยมี 2 สี ได้แก่ สี Bordeaux Redและ Glacier Blue และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับการเปิดตัว OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์ ออโต้โมบิล ลัมโบร์กีนี อิดิชั่น) ที่เป็นรุ่นพิเศษ ซึ่งออปโป้ร่วมมือกับแบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลี ลัมโบร์กีนี โดดเด่นด้วยงานดีไซน์สวยงามโดยได้รับแรงบันดาลใจจากแรงขับเคลื่อนอันรวดเร็ว ความหรูหรา และรูปลักษณ์ที่นำสมัยของรถยนต์ ลัมโบร์กีนี พร้อมนวัตกรรม SuperVOOC สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 35 นาทีเท่านั้น

สำหรับกลยุทธ์โดยรวมในปีนี้ ชานนท์ จิรายุกุล กล่าวว่า ออปโป้ตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 1 ในประเทศไทย โดยยังคงเน้นกลยุทธ์การรักษาภาพลักษณ์ในฐานะแบรนด์รุ่นใหม่และโดดเด่นเรื่องแฟชั่น รวมทั้งการมีผลิตภัณฑ์ที่ดีจากการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง แต่จะเพิ่มการขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคไฮเอนด์มากขึ้น จากการศึกษาข้อมูลตลาดสมาร์ทโฟนไทยในปี 2560 พบว่า ตลาดในภาพรวมยอดจำหน่ายลดลงไปประมาณ 7% แต่สัดส่วนมูลค่าของตลาดกลับเพิ่มขึ้นประมาณ 4% สะท้อนว่าพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มหันมาซื้อสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ซึ่งออปโป้จะเริ่มรุกตลาดไฮเอนด์โดยประเดิมด้วย OPPO Find X (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์) และ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์ ออโต้โมบิล ลัมโบร์กีนี อิดิชั่น)
ที่คาดว่าจะได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี

  • สมาร์ทโฟน OPPO รุ่น A83 2018 (16GB) ราคา 0 บาท เมื่อซื้อแพ็คเกจ โทรไม่อั้น                 เน็ตไม่อั้น กับ TrueMove H
  • สมาร์ทโฟน OPPO รุ่น  A83 2018 (32GB) เหลือ 5,990 บาท จากราคาปกติ 6,490 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO รุ่น A83 2018 (64GB) เหลือ 6,990 บาท จากราคาปกติ 7,490 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO F7 เหลือ 9,990 บาท จากราคาปกติ 10,990 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO F7 (128GB) เหลือ 13,990 บาท จากราคาปกติ 14,990 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO R15 Pro เหลือ 17,990 บาท จากราคาปกติ 19,990 บาท และลดเพิ่มอีก 7,000บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจ TrueMove H

ร่วมสัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยจากสมาร์ทโฟนออปโป้ (OPPO) ได้ที่ออปโป้         แบรนด์ช็อปทุกสาขาทั่วประเทศเร็วๆ นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ Facebook : https://www.facebook.com/oppothaiและ Website: www.oppo.com/th หรือ โทร. 02-126-3700

from:http://www.flashfly.net/wp/223777

ETDA Big Change to Big Chance ปรับตัวสู่โลกอนาคต..โลกแห่งยุคดิจิทัล

 

ปัจจุบันโลกเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ทำให้ความเป็น “ดิจิทัล” หลอมรวมในชีวิตประจำวันจนเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ ด้าน เราจึงอยากชวนคุณมางาน “Future Economy and Internet Governance : Big Change to Big Chance” ที่จะมาพัฒนาสังคมไทยให้สู่โลกอนาคตไปด้วยกัน

ด้วยความที่ ETDA (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์) เป็นองค์กรส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัย และวางกรอบนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ซึ่งในรอบ 7 ปีที่ผ่านมาที่สามารถยกระดับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เติบโตอย่างมั่นคง เช่น การผลักดันผู้ประกอบการ SMEs Go Online ประมาณ 20,000 รายในปี  หรือการผลักดันโครงการ e-Tax Invoice by Email ที่มีผู้ประกอบการใช้ระบบนี้แล้ว 18,000 ฉบับ นำไปสู่การจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

งาน Future Economy and Internet Governance : Big Change to Big Chance

ETDA เนรมิตรงาน 8 ปี“Future Economy and Internet Governance : Big Change to Big Chance”ชวนทุกคนมาเรียนรู้ เปิดใจ และปรับตัว…วาร์ปไปสู่อนาคต WARP…TO THE FUTURE เพื่อเผยแพร่ภารกิจของ ETDA ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาและเตรียมที่จะก้าวเข้าสู่ที่ปีที่ 8 และเตรียมตัวสังคมไทยให้รองรับการเปลี่ยนแปลงและก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลและสังคมยุคใหม่อย่างแท้จริง

กิจกรรมภายในงาน

แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1.Big Influencer Talk  ฟัง Vision จาก Big Name ในแวดวงดิจิทัลทั่วโลกกับ Future Economy & Internet Governance ทั้งบนเวที Main Stage และ Mini Stage

2. Big Exhibition & Showcase ตื่นตากับเทรนด์ใหม่ ๆ จากหน่วยงานและองค์กรชั้นนำทั่วโลก

3.Big Press Conferences การประกาศความร่วมมือระหว่างภาคส่วนสำคัญเพื่อร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 โดยไฮไลท์สำคัญได้มีการจัดโซน ETDA Pavilionเพื่อแสดงผลงานและโครงการที่สำคัญของ ETDA ในระดับประเทศ

ได้แก่  Cybersecurity Park,e-Commerce Park, Digital Tourism, Durian Platform, Digital Content และ National Digital ID ขณะที่โซนของผู้สนับสนุน และพาร์ทเนอร์ทั้งจากไทยและต่างประเทศ ได้เตรียมนำเสนอเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อน ทั้งด้าน Cybersecurity, e-Commerce, และ Digital Technology ด้วย

พร้อมกันนี้ภายในงานยังจัดให้มีเวทีสัมมนาระดับนานาชาติที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมแบ่งปันและแชร์ประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมากมาย ซึ่งเป็นกูรูระดับแถวหน้าของไทยและต่างประเทศพร้อมหัวข้อการสัมมนากว่า 30 หัวข้อ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับโลกแห่งอนาคต

ปาฐกถาพิเศษ

ภายในงานยังจัดปาฐกถาพิเศษจากผู้กำหนดนโยบายระดับประเทศกับหัวข้อต่างๆ

  • Future Economy & Internet Governance : เศรษฐกิจอนาคตและธรรมาภิบาลอินเทอร์เน็ต โดย พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี
  • The Key Success Factors of Future Economy โดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • หัวข้อ Cybersecurity Next: Managing Digital Risk in the New Era จากตัวแทนภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ โรหิต ไก (Rohit Ghai) ประธานบริษัท RSA ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเดลล์เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies) ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

ขณะเดียวกันยังได้เปิดเวที PUBLIC HEARING ร่างกฎหมายสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล รวมทั้งการทำปฏิญญาความร่วมมือสู่ความพร้อมของธุรกิจไทยในเรื่อง GDPR

Job Matching

ทางETDA จัด Job Matching ไว้เป็นส่วนหนึ่งภายในงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าร่วมงานสามารถสมัครงานในธุรกิจ Digital Technology, Big DATA, e-Commerce, Cybersecurity, Digital Financial, Internet และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรที่มีทักษะอีคอมเมิร์ซและดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีกิจกรรม Workshop สำหรับให้ความรู้เพื่อพัฒนาธุรกิจและบุคลากรเฉพาะด้านด้วย

จะเห็นได้ว่า งาน 8 ปี“Future Economy and Internet Governance : Big Change to Big Chance” เป็นงานสำคัญที่จะชวนทุกคนมาเรียนรู้ เปิดใจ และปรับตัวสู่โลกอนาคต โลกแห่งดิจิทัล เพื่อยกคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทยให้ดีขึ้น

รายละเอียดงาน

  • วันที่: 23-25 กรกฎาคม 2561
  • ตั้งแต่เวลา: 10:00-20:00 น.
  • สถานที่: รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

ติดตามความเคลื่อนไหว: https://www.etda.or.th/bigchange2018/ ,
FB: ETDA Thailand
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน https://www.zipeventapp.com/e/Big-Change-2018-

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/07/etda-big-change-to-big-chance/

Thailand e-Commerce Festival 2018

 

นายธานี โอฬารรัตนมณี ผู้อำนวยการกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ที่ 5 จากซ้าย) เป็นประธานพิธีเปิดงาน Thailand e-Commerce Festival 2018 ยกทัพร้านค้าออนไลน์กว่า 100 ร้าน และลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการ ณ เวสต์เกต ฮอลล์ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เพื่อสร้างจุดแข็งให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยมีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ และพร้อมก้าวสู่ตลาดอีขคอมเมิร์ซ ในระดับสากล

*************************************************************************************

ที่มา : กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

from:https://notebookspec.com/thailand-e-commerce-festival-2018/447839/

โซนี่ไทย ปรับโฉมโชว์รูม โซนี่ สโตร์ สยามพารากอนครั้งใหญ่ มุ่งยกระดับประสบการณ์บันเทิง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ อัดแน่นผลิตภัณฑ์ล่าสุดครบครัน พ่วงบริการสุดเอ็กคลูซีฟ

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ในการบริการที่เหนือระดับไปอีกขั้น ปรับโฉมโชว์รูมโซนี่ สโตร์ สาขาสยามพารากอนใหม่ให้เป็นแหล่งนัดพบใหม่ใจกลางเมืองเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบตกแต่งสุดทันสมัยผสานดีไซน์ความล้ำหน้า ซึ่งทำให้เกิดบรรยากาศความแปลกใหม่ชวนให้ลูกค้าเข้ามาสัมผัสและใช้บริการใหม่ๆ ของโซนี่ตลอดเวลา พร้อมจัดเต็มด้วยนวัตกรรมล่าสุดที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการทั้งกลุ่มคนรักกล้อง ทีวี เกม และมิวสิคเลิฟเวอร์ รวมทั้งบริการสุดพิเศษระดับพรีเมี่ยมทั้งการให้คำปรึกษา และเวิร์กช็อปจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพของโซนี่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ด้วยมาตรฐานการให้บริการที่เหนือความคาดหมายยิ่งขึ้น โดยโซนี่ สโตร์รูปโฉมใหม่ ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และโซนี่มั่นใจว่าการปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้จะสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน ทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพและการเติบโตให้แก่ธุรกิจของโซนี่ในระยะยาว

น.ส. นพวรรณ โชติภาวัต ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า “วิสัยทัศน์ตลอดการดำเนินธุรกิจของโซนี่ที่ผ่านมา นอกจากการมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีด้านภาพและเสียงที่ดีที่สุดมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา โซนี่ยังมุ่งให้ความสำคัญต่อการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือความคาดหมายของผู้บริโภคด้วยการพัฒนาช่องการจัดจำหน่ายและบริการมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่โซนี่จะสามารถสื่อสารโดยตรงกับลูกค้า พร้อมรับฟังความคิดเห็น และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำกลับมาปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น ในปีนี้ โซนี่จึงได้ปรับเปลี่ยนโฉมโชว์รูมโซนี่ สโตร์ สาขาสยามพารากอนใหม่ให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ปัจจุบันของผู้บริโภคให้มากที่สุด ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการระดับพรีเมี่ยมด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือความคาดหมายของผู้บริโภค อันจะนำมาซึ่งความประทับใจและเสริมแกร่งแบรนด์ของโซนี่ในใจลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าการปรับโฉมโซนี่ สโตร์แห่งนี้ ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาไม่ได้จากที่อื่นอย่างแน่นอนพร้อมกันนี้ ยังจะเป็นต้นแบบในการพัฒนาโซนี่ สโตร์สาขาอื่นๆ ต่อไป”

สำหรับการปรับโฉมโซนี่ สโตร์ สาขาสยามพารากอนใหม่ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนารูปแบบ โชว์รูม และการให้บริการที่โซนี่มีความภูมิใจในการนำเสนออย่างยิ่ง โดยได้พัฒนาต่อยอดรูปแบบโซนี่ สโตร์ในปัจจุบัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้แก่ลูกค้า ด้วยการออกแบบตกแต่งใหม่ให้มีบรรยากาศที่เปิดโล่ง ดีไซน์ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นความตื่นเต้นให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการใหม่ๆ จากโซนี่ตลอดเวลา และยังได้จัดสรรโซนสินค้าต่างๆ เป็นหมวดหมู่ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกต่อการหาสินค้ามากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย

1.โซน Digital Imaging เป็นโซนที่ได้รับการออกแบบตกแต่งเป็นพิเศษให้เป็นแหล่งนัดพบของคนรุ่นใหมที่ชื่นชอบการถ่ายภาพอย่างแท้จริง และยังเป็นโชว์รูมจำหน่ายกล้อง Sony Digital Camera ที่ดีที่สุดในเอชียตะวันออกเฉียงใต้ และครบครันที่สุดในประเทศไทย โดยจะมีการจัดวางผลิตภัณฑ์กล้องทุกรุ่น รวมถึงเลนส์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่างครบครัน เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกชมและทดลองใช้งานจริง สัมผัสประสบการณ์ทดลองถ่ายภาพที่เคยมีมาก่อนได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังมีบริการให้คำแนะนำและความรู้เกี่ยวกับเลนส์ประเภทต่างๆ จากเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญและประสบการณ์ในการถ่ายภาพทั้งก่อนและหลังการขาย รวมถึงบริการสุดพิเศษต่างๆ เช่น การตรวจเช็คกล้องและเลนส์เบื้องต้น บริการทำความสะอาดเซ็นเซอร์กล้องและบอดี้เลนส์ และกิจกรรม Workshop เกี่ยวกับการถ่ายภาพมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสตูดิโอถ่ายภาพ ซึ่งเป็นโซนที่จัดไว้ให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การทดสอบการถ่ายภาพ และการจัดแสงแบบสตูดิโอ สำหรับการถ่ายภาพแบบ Portrait หรือการทดลองโซลูชั่นสำหรับมืออาชีพได้ฟรี โดยจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งไฟสตูดิโอระดับมืออาชีพ ฉากสตูดิโอถ่ายภาพ โต๊ะวางอุปกรณ์และโทรทัศน์สำหรับนำเสนอภาพหรือวีดีโอได้ ซึ่งลูกค้าที่เป็นสมาชิกของโซนี่สโตร์ สามารถสำรองเวลาสำหรับการทำ Facebook Live ด้วยอุปกรณ์แบบมืออาชีพ รวมถึงการสร้าง Content ในแบบฉบับที่เป็นคุณได้แล้ววันนี้

2.โซน Sound เป็นโซนที่โซนี่ตั้งใจออกแบบสำหรับมิวสิคเลฟเวอร์ตัวจริงเพื่อให้เป็นแหล่งนัดพบแห่งใหม่ของกลุ่มเพื่อนคอเพลงใจกลางเมือง โดยที่นี่จะเป็นเสมือนห้องทดลองเพื่อมิวสิตเลิฟเวอร์ตัวจริง ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งหูฟัง ลำโพง เครื่องเล่นเพลงแบบพกพา พร้อมอุปกรณ์เสริมครบครัน พร้อมให้คอเพลงได้ทดลองฟังหรือลองเปลี่ยนจับคู่สายอัพเกรดในแบบที่ต้องการ ไม่ว่าคุณจะเป็น Audiophile หรือ Active Music Lifestyle ทั้งยังคัดสรรเพื่อนคู่หูใหม่ที่มีประสบการณ์มาคอยให้คำปรีกษาอย่างเต็มที่อีกด้วย

3.โซน TV เป็นโซนที่โซนี่จัดวางทีวีบราเวียรุ่นใหม่ล่าสุด และครบครัน อาทิ ทีวีบราเวีย OLED 4K HDR รุ่น KD-77A1E ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมด้านคุณภาพและดีไซน์ระดับนานาชาติมากมาย และทีวีบราเวีย OLED 4K HDR รุ่นล่าสุด A8F ที่มาพร้อมคุณสมบัติที่น่าสนใจมากมาย รวมทั้งทีวีบราเวีย 4K HDR ขนาด 85 นิ้ว ซึ่งเป็นทีวีบราวียขนาดใหญ่ที่สุด ในรุ่น KD-85X9000F ที่สามารถสร้างสรรค์ภาพที่สวยงามอย่างน่าทึ่งด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจากโซนี่ รวมทั้งทีวีบราเวีย 4K HDR และ Full HD รุ่นอื่นๆ ก็ได้มีการจัดวางให้ลูกค้าทุกท่านได้ทดลองสัมผัส และใช้งานจริงอย่างครบถ้วน

4.โซน PlayStation ที่ได้รับการตกแต่งเป็นพิเศษให้มีความทันสมัย พร้อมด้วยการจัดวางเครื่องเล่นเกมและอุปกรณ์เสริมเครือ PlayStation ในรุ่นใหม่ล่าสุดให้ผู้สนใจได้เลือกสรรตามความต้องการ อีกทั้งยังนำเสนอการสาธิตการจัดแสดงเครื่องเล่นเกม PlayStation 4 พร้อมอุปกรณ์เสริมอาทิ PlayStation VR, PlayStation Move หรือ PlayStation Aim Controller ให้ลูกค้าและผู้สนใจได้ทดลองเล่นและสัมผัสกับประสบการณ์ด้านความบันเทิงอย่างครบครัน

สำหรับโซนี่ สโตร์ โฉมใหม่ ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 21.00 น. โทร. 0-2610-9665

from:http://www.flashfly.net/wp/223722