คลังเก็บป้ายกำกับ: Press_Release

[PR] รายงานสรุปภัยคุกคามด้านการเงินในปีที่ผ่านมา พบฟิชชิ่งจ้องขโมยเงินจากกระเป๋าแทบทุกวินาที

เกือบกึ่งหนึ่งของภัยคุกคามแบบฟิชชิ่ง (อีเมลหลอก หรือเว็บไซต์ปลอมที่ดูเหมือนของจริงจนแทบแยกไม่ออก) ที่ขึ้นทะเบียนไว้ได้ในปี 2016 มีเป้าหมายที่การขโมยเงิน ทั้งนี้จากการวิเคราะห์รูปการณ์ของภัยคุกคามทางการเงิน โดยแคสเปอร์สกี้ แลป จากการเปรียบเทียบกับปี 2015 พบว่าการจู่โจมของฟิชชิ่งด้านการเงินเพิ่มปริมาณขึ้นมาอีก 13.14 เปอร์เซ็นต์ในปี 2016 คิดเป็น 47.48% ของภัยคุกคามแบบฟิชิช่งที่ลงทะเบียนไว้ได้ทั้งหมด

ในปี 2016 เทคโนโลยีต่อต้านฟิชชิ่งของแคสเปอร์สกี้ แลปได้ตรวจจับยูสเซอร์ถึงเกือบ 155 ล้านคนที่พยายามเข้าไปยังเพจฟิชชิ่งในแบบต่างๆ แน่นอนว่า จากจำนวนดังกล่าว มากกว่า 73.5 ล้าน หรือเกือบครึ่งหนึ่ง เป็นผลมาจากฟิชชิ่งที่มีเป้าหมายที่เงิน เช่น ต้องการขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว เช่น เลขที่บัญชีธนาคาร, หมายเลขบัตรเครดิต, เลขประจำตัวผู้ประกันสังคม และล็อคอินรหัสผ่านที่ใช้ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ อาชญากรไซเบอร์ตั้งใจจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปขโมยเงินจากเหยื่อ ซึ่งปัจจุบันเป็นฟิชชิ่งประเภทที่กำลังระบาดแพร่หลายที่สุดเท่าที่ขึ้นทะเบียนไว้ได้

แผนการทำฟิชชิ่งต่อธนาคารจัดเป็นแถวหน้าของฟิชชิ่งทางการเงินทุกประเภทเลยทีเดียว ทุกหนึ่งในสี่ของการคุกคามของฟิชชิ่ง (25.76%) ใช้ข้อมูลธุรกรรมการเงินออนไลน์ปลอม หรือคอนเท้นท์ที่ดูเกี่ยวข้องกับธนาคาร – เพิ่มขึ้นจากปี 2015 คิดเป็น 8.31 เปอร์เซ็นต์ ประเภทของการทำฟิชชิ่งที่เกี่ยวกับระบบชำระเงินและการช้อปอิ้งออนไลน์คิดเป็น 11.55% และ 10.14% ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 3.75 p.p. และ 1.09 p.p. เมื่อเปรียบกับปี 2015 และประเภทของการทำฟิชชิ่งที่ถูกตรวจจับได้บน MacOS คิดเป็น 31.38%

The distribution of different types of financial phishing in 2016

ผู้ที่ส่งฟิชชิ่งการเงินออกอาละวาด (Financial phishers) จะสนใจเป็นพิเศษที่จะใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารข้ามชาติระดับท้อป, ระบบการชำระเงินที่เป็นที่นิยม และร้านรวงทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการประมูล จากทางฝั่งสหรัฐอเมริกา, จีน และบราซิล เป้าหมายที่อยู่ในแผนการก็จะเหมือนเดิมทุกปี เนื่องจากยังคงเป็นที่นิยมในคนหมู่มากเช่นเดิม ดังนั้น เท่ากับว่าเป็นแหล่งของเหยื่อเป้าหมายขนาดใหญ่นั่นเอง

ฟิชชิ่งทางการเงินมักจะเป็นช่องทางที่ง่ายที่สุดของอาชญากรไซเบอร์มาโดยตลอดในการหากินผิดกฎหมาย คุณไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เชี่ยวชาญ และไม่ต้องมีเงินลงทุนมากมายมารองรับโครงสร้างระบบเพื่อการขโมยเงินด้วยซ้ำไป แน่นอนว่าแผนก่อกวนของฟิชชิ่งส่วนมากจะเป็นที่สังเกตและหลีกเลี่ยงได้ไม่ยากนัก แต่จากสถิติที่เราได้สำรวจมานั้น คนส่วนมากยังขาดความระมัดระวังเมื่อใช้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับด้านการเงินของตนทางออนไลน์ มิฉะนั้นแล้ว เราคงจะไม่ได้เห็นการคุกคามจำนวนมากเช่นในปี 2016 หรอก” นาเดชด้า เดมิโดว่า นักวิเคราะห์เว็บคอนเท้นท์อาวุโส แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้ แลปแนะนำยูสเซอร์ให้ดำเนินมาตรการเหล่านี้เพื่อเป็นการป้องกันตนเองให้พ้นจากการโดนฟิชชิ่ง:

  • เมื่อชำระเงินออนไลน์ ให้ตรวจสอบความถูกต้องของเว็บไซต์เสมอ การต่อเชื่อมควรต้องได้รับการป้องกันด้วย Https และโดเมนควรที่จะต้องเป็นขององค์กรที่คุณกำกลังจะชำระเงิน
  • ควรต้องตรวจสอบความถูกต้องของอีเมลที่คุณได้รับจากบริษัทดังๆ ที่เข้ามาเสมอ ถึงแม้ว่า เขาจะเร่งรัดให้คุณทำอะไรสักอย่างอย่างเร่งด่วนก็ตาม เช่น เปลี่ยนรหัสผ่าน เป็นต้น ขั้นแรก ต้องแน่ใจว่าเป็ฯอีเมลที่ส่งมาจากหน่วยงานที่ถูกต้องจริงๆ ติดต่อธนาคารหรือตัวแทนระบบการชำระเงินของคุณเสียดีกว่า เพื่อตรวจสอบว่าพวกเขาได้เป็นผู้ส่งอีเมลเช่นนั้นออกมาหาคุณจริงๆ
  • อย่าคลิ้กลิ้งก์ในอีเมล หรือเว็บเพจโดยเด็ดขาด หากสงสัยว่าอาจไม่ใช่ของจริง
  • ใช้โซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยที่เป็นที่ยอมรับในสมรรถนะในเทคโนโลยีต่อต้านฟิชชิ่งแบบตรวจสอบพฤติกรรม (behavior-based anti-phishing technologies) จึงจะสามารถระบุตัวก่อกวนฟิชชิ่งทั้งหลายได้แม่นยำแม้จะใหม่มาก หรือยังไม่ได้เพิ่มลงในฐานข้อมูลก็ตาม

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิชชิ่งดานการเงิน และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้านภัยคุกคามไซเบอร์ทางการเงินปี 2016 ได้ที่บล็อกโพสต์ใน https://securelist.com/analysis/publications/77623/financial-cyberthreats-in-2016

เกี่ยวกับแคสเปอร์สกี้ แลป

แคสเปอร์สกี้ แลปก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 เป็นบริษัทระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซึ่งความชำนาญพิเศษด้านภัยคุกคามที่ใช้เทคนิคเชิงลึก (deep threat intelligence) และระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แลปได้ถ่ายทอดออกมาเป็นโซลูชั่นและบริการเพื่อการรักษาความปลอดภัยที่คอยให้การปกป้ององค์กรธุรกิจ โครงสร้างที่มีความสำคัญ องค์กรภาครัฐและผู้บริโภคมากมายทั่วโลก ทั้งนี้พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความปลอดภัยที่ครบถ้วนของบริษัทประกอบด้วยโซลูชั่นและบริการเพื่อการป้องกันเอนด์พอยนท์ รวมทั้งโซลูชั่นเฉพาะทางมากมายเพื่อรับมือภัยคุกคามทางดิจิตอลที่วิวัฒนาการขยายขีดความซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวัน ปัจจุบันเทคโนโลยีของแคสเปอร์สกี้ แลป สามารถปกป้องยูสเซอร์มากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และเราได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าองค์กรในการป้องกันสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่ง อีกมากกว่า 270,000 แห่งทั่วโลก ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kasperesky.com

from:https://www.techtalkthai.com/kaspersky-lab-reports-financial-cyberthreats-in-2016/

Advertisements

[PR] Messenger Lite เปิดให้บริการในประเทศไทยแล้ววันนี้

  

จากพันธกิจของ Facebook ในการให้ผู้คนทั่วโลกเชื่อมต่อถึงกันได้มากยิ่งขึ้น วันนี้ เราได้เปิดตัว Messenger Lite แอพพลิเคชั่นแบบสแตนด์อโลนที่แยกออกมาจากแอพพลิเคชั่น Messenger หลัก ให้แก่ผู้ใช้แอนดรอยด์ในประเทศไทยแล้ว

Messenger Lite เปิดให้บริการเมื่อเดือนตุลาคม 2559 เป็นแอพพลิเคชั่นแบบย่อที่ยังคงรวบรวมฟีเจอร์หลักๆ ไว้ครบถ้วน สำหรับผู้ใช้ในประเทศที่มีความเร็วอินเตอร์เน็ตต่ำกว่าค่าเฉลี่ย รวมถึงมีการใช้งานสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์รุ่นพื้นฐานอย่างแพร่หลาย ด้วยแอพ Messenger Lite ผู้ใช้สามารถส่งข้อความ รูปภาพ และลิงค์ต่างๆ ให้แก่เพื่อนที่ใช้ Messenger หรือ Messenger Lite ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ผู้คนมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกใช้งาน Messenger เป็นประจำทุกเดือน บนอุปกรณ์มือถือหลากหลายประเภทที่ใช้งานผ่านเครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตในหลายระดับความเร็วและประสิทธิภาพในการให้บริการ แอพ Messenger Lite จะเปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากสามารถติดต่อกันได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดของสัญญาณอินเตอร์เน็ต หรือแม้แต่พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนแอนดรอยด์ Messenger Lite ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน Messenger อย่างเต็มอิ่ม ไม่ว่าพวกเขาจะใช้เทคโนโลยีหรือเข้าถึงบริการในรูปแบบใด

Messenger Lite มีขนาดไฟล์ไม่ถึง 10 MB เท่านั้น ดังนั้น ผู้ใช้จึงติดตั้งและเปิดใช้ได้อย่างรวดเร็ว โดยยังสามารถใช้งานหลักอย่างการพูดคุยส่งข้อความ รับและส่งรูปภาพ ลิงค์ และสติกเกอร์ไว้ทั้งหมด Messenger Lite ใช้โลโก้รูปสายฟ้าเช่นเดียวกันกับแอพ Messenger หลัก เพียงแต่สลับสีกันเป็นสายฟ้าสีฟ้าและพื้นหลังของบับเบิ้ลที่ใช้ในการแชทเป็นสีขาว

###

from:https://www.techtalkthai.com/facebook-messenger-lite-service-starts-in-thailand/

[PR] Chevron Enjoy Science ร่วมส่งเสริมการสอนสะเต็มศึกษาสายอาชีพ จัดอบรมครูอาชีวะพร้อมมอบสื่อการสอนแก่สถาบันอาชีวศึกษา ในสังกัด สอศ.

โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต นำโดยนายอาทิตย์ กริชพิพรรธ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด พร้อมด้วยนางหทัยรัตน์ อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ (ขวา) มอบสื่อการเรียนการสอนแก่ ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ (กลาง) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อใช้ส่งเสริมการเรียนการสอนในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือ สะเต็ม ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยมีนายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ (ที่ 3 จากขวา)ประธานอำนวยการสถาบันคีนันแห่งเอเซีย ดร. อาเธอร์ ไอเซนคราฟท์ (ที่ 2 จากขวา) ศาสตราจารย์คุณวุฒิสาขาฟิสิกส์ แห่งมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ นางเจิดฤดี ชินเวโรจน์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ และ ดร. ศิริพรรณ ชุมนุม (ซ้าย) ที่ปรึกษาด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ โครงการ Enjoy Science ร่วมเป็นสักขีพยาน

กรุงเทพฯ 23 มีนาคม 2560 – สอศ. ผนึก “เชฟรอน-คีนัน” รุกขับเคลื่อนโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ร่วมสร้าง “ดีเอ็นเอ” ครูอาชีวะ พร้อมสนับสนุนสื่อการสอนที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันการศึกษาทั่วโลก ปรับกระบวนการเรียนการสอน ปั้นเด็กอาชีวะสายพันธุ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า “ในโอกาสที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต จัดอบรมเชิงปฏิบัติการครูอาชีวศึกษา และมอบสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยจากต่างประเทศให้กับ สอศ. เพื่อนำไปใช้ในสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญของโครงการพัฒนาทักษะกำลังคนสายวิชาชีพจากความร่วมมือในรูปแบบ ‘รัฐร่วมเอกชน’ กับบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และสถาบันคีนันแห่งเอเซีย

ความร่วมมือดังกล่าวถือว่าสามารถตอบโจทย์ของอาชีวศึกษาในปัจจุบันในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ควบคู่กับการพัฒนาและผลิตบุคลากรครูที่มีคุณภาพ ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนา ‘ต้นน้ำ’ รวมทั้งส่งเสริมให้ครูปรับกระบวนการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษาทั้ง ปวช. และ ปวส. เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้มีความรู้ความเข้าใจ และสนุกกับการเรียนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการผลิตแรงงานทักษะสูง ป้อนเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังอาจดึงดูดให้เด็กๆ สนใจเข้าเรียนในสายอาชีวศึกษามากขึ้นด้วย นอกจากนี้ สอศ. ยังได้พัฒนา ‘ปลายน้ำ’  ในการจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นภาคฤดูร้อน โดยร่วมกับสถานประกอบการเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้เข้าพัฒนาทักษะจากการที่ได้ฝึกปฏิบัติงานจริง”

“สอศ. คาดหวังว่าการร่วมมือกับโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ในการพัฒนาคนต้นน้ำจะสร้างดีเอ็นเอที่ดีให้กับครูอาชีวะ รวมทั้งการเติมเต็มทักษะในส่วนของปลายน้ำจะสามารถนำประเทศไปสู่เป้าหมาย ‘ประเทศไทย 4.0’ ทั้งยังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแจ้งเกิด Start Up ใหม่ๆ ได้” ดร.สุเทพ กล่าวเพิ่มเติม

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า “ความร่วมมือระหว่างโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต กับ สอศ. มีเป้าหมายสำคัญเพื่อร่วมพัฒนาทักษะแรงงานวิชาชีพให้เพียงพอและมีศักยภาพตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ซึ่งแนวทางหลัก คือ การมุ่งพัฒนาในส่วนการเรียนการสอนในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือ สะเต็ม ในระดับอาชีวศึกษา โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญ คือ การอบรมเชิงปฏิบัติการครูเพื่อสร้างดีเอ็นเอใหม่ของครูอาชีวะ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างเด็กอาชีวะสายพันธุ์ใหม่ที่มีทักษะตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ประเทศไทยเป็นฐานผลิตสำคัญ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

พร้อมกันนี้โครงการฯ ยังให้การสนับสนุนอุปกรณ์และสื่อการสอนที่ทันสมัยจากสถาบัน It’s About Time® ที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันการศึกษาทั่วโลกว่าสามารถช่วยให้นักเรียนนักศึกษาเกิดความรู้ความเข้าใจและสนุกกับการเรียนวิชาด้านสะเต็มมากยิ่งขึ้น”   

โดยจุดเด่นของอุปกรณ์จากองค์กร It’s About Time® คือ เป็นหลักสูตรสะเต็มศึกษาสำหรับนักเรียนนักศึกษาอาชีวะในระดับสากล ที่ใช้กระบวนการเรียนการสอนแบบสืบเสาะโดยใช้โครงงานหรือการตั้งปัญหาเป็นฐาน และเชื่อมโยงหลักวิทยาศาสตร์เข้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันโดยใช้วงจรการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering Design Cycle) มาช่วยทำภารกิจในการทดลองให้สำเร็จ หลักสูตรมุ่งเน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียน ทำให้นักเรียนเกิดความสนุก มีส่วนร่วมในการเรียน และสร้างเสริมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 อาทิ ทักษะการทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ทักษะการคิดวิเคราะห์ การนำเสนอ และเรียนรู้จากการลงมือปฎิบัติ

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการสถาบันคีนันแห่งเอเซีย กล่าวเสริมว่า “สิ่งที่ผู้บริหารโครงการ ทั้งบริษัทเชฟรอนฯ  สถาบันคีนันแห่งเอเซีย รวมถึง สอศ. เห็นพ้องต้องกันว่าในการยกระดับการเรียนการสอนสาขาสะเต็มใน

ระดับอาชีวศึกษา สิ่งสำคัญ คือ การพัฒนาให้ครูมีทักษะและวิธีการสอนให้นักเรียนสามารถหาความรู้แบบสืบเสาะ ตลอดจนปรับหลักสูตรให้สอดคล้อง และจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อช่วยให้ครูสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้นักเรียนนักศึกษาเข้าใจกระบวนการ ที่มาความคิด ผ่านการลงมือปฎิบัติจริง ไม่ใช่เรียนโดยการท่องจำ เพื่อให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนในสาขาสะเต็ม จึงเป็นที่มาในการจัดอบรมครูวิทยาศาสตร์ และมอบอุปกรณ์สื่อการเรียน การสอนวิทยาศาสตร์แก่สถาบันอาชีวศึกษาในครั้งนี้”

“เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้คาดว่าจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสถาบันอาชีวศึกษากว่า 60 แห่ง พร้อมอบรมเชิงปฏิบัติการครูกว่า 1,800 คน และพัฒนาทักษะแรงงานและนักศึกษาสายอาชีวะกว่า 138,000 คน” นายอาทิตย์กล่าวทิ้งท้าย

อนึ่ง ปัจจุบันศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ (TVET Hub) ภายใต้โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ได้จัดตั้งไปแล้ว  3 แห่ง โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา และศูนย์พัฒนาอบรมแรงงาน จังหวัดชลบุรี ส่วนอีก 3 แห่งจะดำเนินการภายใน 2 ปีนี้ โดยจะอยู่ในจังหวัดที่เป็นฐานผลิตสำคัญของแต่ละอุตสาหกรรม ภายใต้แผนการดำเนินงานของโครงการในระยะเวลา 5 ปี

###

เกี่ยวกับโครงการ ”Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต”

โครงการระยะยาว 5 ปี ด้วยงบประมาณรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ที่บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ริเริ่มขึ้นในปี 2558 เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศไทย ผ่านการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือสะเต็ม (STEM) รวมถึงการศึกษาสายอาชีพหรืออาชีวศึกษาครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ การศึกษา สังคม และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีสถาบันคีนันแห่งเอเซียเป็นผู้ดูแลโครงการ

from:https://www.techtalkthai.com/ovec-materials-handover-ceremony-chevron-enjoy-science/

[PR] ควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ เชื่อมต่อสัญญาณ 4G สู่ทุกพื้นที่และทุกคน

สนับสนุนบริการ VoLTE และ VoWi-Fi สำหรับเซกเมนต์โทรศัพท์มือถือที่มีการจำหน่ายสูง

กรุงเทพฯ, 23 มีนาคม 2560 —บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด (NASDAQ: QCOM) ได้ประกาศข่าวบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือได้เปิดตัวชุดระบบประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) ที่กรุงนิวเดลี ซึ่งออกแบบมาเพื่อนำการเชื่อมต่อระบบ 4G LTE และบริการ 4G ต่าง ๆ มาสู่โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนระดับเริ่มต้น โดย ประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) นั้นประกอบด้วยระบบควอลคอมม์205 SoC ซึ่งครอบคลุมฟังก์ชันการทำงานแบบเบสแบนด์ พร้อมด้วยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หลายชนิด อาทิชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ RF front end, อุปกรณ์ไวไฟ (Wi-Fi) แยกส่วน อุปกรณ์บริหารพลังงาน Codec แปลงสัญญาณเสียง  อุปกรณ์ขยายเสียง และซอฟต์แวร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโซลูชันสำหรับโทรศัพท์มือถือที่ครอบคลุมครบถ้วน

ประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ผลิตมือถือทั้งในกลุ่มการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ (OEM) และ การผลิตของโรงงานที่มีรูปแบบการพัฒนาดีไซน์ รูปแบบสินค้าได้เอง (ODMs) ที่ให้บริการผู้บริโภคที่อาจไม่มีช่องทางเข้าถึงโทรศัพท์มือถือคุณภาพสูงที่ไว้วางใจได้ในราคาเอื้อมถึง โดยครอบคลุมภูมิภาคที่กำลังเติบโต อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมกับที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั่วโลกต่างปรับเปลี่ยนแพคเกจการให้บริการใหม่ให้สอดรับกับคุณประโยชน์จากการขยายเครือข่าย LTE ที่แข็งแกร่ง โทรศัพท์ที่รองรับประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) จึงออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็ก และผู้บริโภคกลุ่มอื่น ๆ  สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านบริการส่งผ่านข้อมูลในระบบ LTE อันทันสมัย เช่นบริการ Voice over LTE (VoLTE) และ Voice over Wi-Fi (VoWi-Fi)

การนำเทคโนโลยี 4G และเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออันทันสมัยอื่น ๆ มาสู่ภูมิภาคที่กำลังเติบโตนี้จะมีผลอย่างมากต่อผู้ใช้บริการ โดยหากมองในมุมธุรกิจกิจการขนาดเล็กซึ่งครองสัดส่วนเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในภูมิภาคอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับช่องทางจัดการธุรกรรมการเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และไว้วางใจได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงความจุแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานหลายวันยังช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องชาร์จไฟ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับผู้ที่ไม่มีแหล่งจ่ายไฟที่ไว้ใจได้ และความเร็วการดาวน์โหลดที่สูงขึ้นยังช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงคอนเทนต์แบบออนดีมานด์ต่าง ๆ อาทิเพลงและวิดีโอได้อีกด้วย

ฟีเจอร์ของควอลคอมม์  205 SoC ประกอบด้วย:

  • โมเด็ม LTE แบบ Cat 4 ความเร็วการดาวน์โหลดสูงสุด 150 Mbps และอัพโหลดสูงสุด 50 Mbps
  • รองรับเครือข่าย 4G 3G และ 2G
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐาน 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.1, ANT+, วิทยุ FM
  • หน่วยประมวลผล Dual Core CPU ความเร็ว 1.1 GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Qualcomm® Adreno™ GPU
  • กล้องถ่ายภาพด้านหลังความละเอียด 3 megapixel และกล้องเซลฟี่ความละเอียด 3MP
  • รองรับการแสดงผล VGA ในจอขนาด 480p ที่ความเร็ว 60 fps
  • รองรับการสตรีมวิดีโอแบบ HD
  • รองรับระบบปฏิบัติการในกลุ่ม Linux
  • รองรับการใช้งานแบบสองซิม
  • รองรับการสับเปลี่ยนกับ Qualcomm® Snapdragon™ 210/212

“ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ มุ่งมั่นช่วยเหลือการเปลี่ยนผ่านของผู้ใช้งานจากเครือข่าย 2G 2.5G และ 3G มาสู่เครือข่าย 4G”

นายเคดาร์ คอนดาปรอง ประธานฝ่ายบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ กล่าว “โทรศัพท์ประเภทฟีเจอร์โฟนถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตในประเทศที่กำลังเติบโตหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งชุดระบบประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) จะช่วยเปิดทางสู่ผู้คนมากมายด้วยการบริการและการเชื่อมต่อในระดับ 4G ผ่านโทรศัพท์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ในราคาที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน”

“นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท รีไลแอนซ์ จิโอ ก็เป็นบริษัทเครือข่ายบรอดแบนด์ที่เปิดการเชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือไปสู่ผู้คนวงกว้างในหลากหลายพื้นที่ทั่วทั้งอินเดียมาตั้งแต่ต้น” แมทธิว อูมเมน ประธานบริษัท รีไลแอนซ์ จิโอ อินโฟคอมม์ จำกัด กล่าว “จำนวนยอดผู้ใช้บริการที่เติบโตขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้กว่า 100 ล้านรายนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 ถือเป็นภาพสะท้อนของเป้าหมายหลักข้อนี้ของเรา เครือข่าย 4G ที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศของ ผู้ใช้บริการจิโอสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น มั่นใจมากยิ่งขึ้น และสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากมายยิ่งขึ้นทั้งในทางธุรกิจและความเพลิดเพลิน ในการร่วมมือกับบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ ครั้งนี้ รีไลแอนซ์ จิโอ รู้สึกภาคภูมิใจที่จะได้ต่อยอดนวัตกรรมของเราต่อไปในอุปกรณ์มือถือที่จะขยายการเข้าถึงโทรศัพท์ 4G ที่ไว้วางใจได้ในราคาเอื้อมถึงไปสู่ลูกค้าในทุกเซกเมนต์ของอินเดีย”

ชุดระบบประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform)พร้อมแล้ววันนี้ ในอุปกรณ์ที่คาดว่าจะวางตลาดถึงมือผู้บริโภคในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://qualcommtechnologiesinc.box.com/s/ho3euhfyx6mhcy32wr8va4pvjto2tjie

###

เกี่ยวกับควอลคอมม์

เทคโนโลยีของควอลคอมม์  เป็นขุมกำลังให้กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและช่วยเชื่อมต่อผู้คนนับพันล้านเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ควอลคอมม์ เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยี 3G และ 4G และปัจจุบันยังเป็นผู้นำในการมุ่งสู่เทคโนโลยี 5G และการเปิดศักราชใหม่ของอุปกรณ์อัจฉริยะที่จะเชื่อมต่อทุกคนเข้าด้วยกัน ผลิตภัณฑ์ของเราช่วยปฏิวัติหลากหลายวงการอุตสาหกรรม อาทิ ยานยนต์ คอมพิวเตอร์ IoT การดูแลสุขภาพ และศูนย์ข้อมูล และเปิดช่องทางให้อุปกรณ์ต่าง ๆ นับล้านชิ้นสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด ประกอบด้วยกิจการออกใบอนุญาต กิจการ QTL และถือครองสิทธิบัตรส่วนใหญ่ของเรา บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมด้านวิศวกรรม การวิจัย และการพัฒนาของบริษัท ตลอดจนถึงกิจการด้านผลิตภัณฑ์และบริการของเรา อาทิกิจการเซมิคอนดักเตอร์ QCT โดยร่วมกับบริษัทอื่น ๆ ในเครือ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์, บล็อก, ทวิตเตอร์ และหน้าเพจเฟซบุค ของควอลคอมม์

from:https://www.techtalkthai.com/qualcomm-205-mobile-platform-announcement/

[PR] ไซเซลแนะผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กคู่ขวัญใหม่เพื่อขยายสัญญาณไวไฟในบ้าน

กรุงเทพฯ  22 มีนาคม 2560บริษัท ไซเซล (ไทยแลนด์)  จำกัด ผู้นำธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ระบบเครือข่ายในไทย เปิดตัวอุปกรณ์ขยายช่วงสัญญาณไวไฟ รุ่นใหม่ WRE6606 และ WRE6505 v2 มาตรฐาน 802.11ac เป็นอุปกรณ์กระจายสัญญาณขนาดเล็กที่สามารถทวนสัญญาณและส่งสัญญาณไวไฟที่ใช้ในบ้านให้ครอบคลุมถึงจุดอับสัญญาณให้หมดไป

เพียงติดตั้งไว้ก็จะขยายสัญญาณไวไฟ ให้ชัดเจนขึ้น

อุปกรณ์  WRE6606 และ WRE6505 v2 คู่ขวัญรุ่นใหม่นี้ จะให้ช่วยขยายช่วงสัญญาณไวไฟให้กว้างไกลมากขึ้น จึงครอบคลุมการใช้งานไวไฟในสำนักงานขนาดเล็กและในบ้านที่ ได้อย่างทั่วถึง   ได้รับการออกแบบมาให้เริ่มต้นใช้งานง่ายขึ้น เชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น

ด้วยไฟสัญญาณแอลอีดีแจ้งสถานะการใช้งานของอุปกรณ์ปลายทางที่อยู่บนอุปกรณ์ WRE6505 v2  นั้น ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ถึงความแรงของสัญญาณในความถี่ 2.4GHz และ 5GHz ที่ใช้อยู่ในบ้านได้  และในกรณีที่ในบริเวณนั้นไม่มีปลั๊กไฟ อาทิ บริเวณสนามหญ้า โรงรถและบรืเวณที่นั่งเล่น ท่านสามารถใช้รุ่น WRE6606 ที่มีไมโครยูเอสบีพอร์ตในตัว และเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์เพาเวอร์แบ็งค์ เพียงเท่านี้ ท่านจะมีสัญญาณไวไฟใช้ทั่วทั้งบ้านอย่างง่ายๆ

เพียงเสียบ WRE6606 เข้าที่เพาเวอร์แบงค์ ท่านจะมีสัญญาณไวไฟใช้ทั่วบริเวณบ้านทันที 

เริ่มต้นใช้งานง่าย เพียงไม่กี่คลิก

WRE6606 มีคุณสมบัติขั้นสูงโดดเด่นไม่เหมือนใคร คือ ท่านสามารถเปลี่ยนโหมดการใช้งานไปที่แอคเซสพ้อยท์ (Access Point) หรือที่อุปกรณ์ขยายช่วงสัญญาณ (Extender) หรือเชื่อมต่อไปที่อุปกรณ์ปลายทาง (Client mode) ได้เพียงกดที่ปุ่มเดียว ซึ่งคุณสมบัตินี้เหมาะกับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เราเตอร์และอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อแบบมีสายและไร้สาย  ไฟสัญญาณแอลอีดีอาจจะสร้างความรำคาญในการใช้งานยามค่ำคืน แต่หากท่านกดที่ปุ่ม WPS เพียง 3 ครั้งจะปิดไฟสัญญาณแอลอีดีได้ทันที ทำให้ท่านหลับสบาย

WRE6505 v2 มีขนาดเล็กกว่าบัตรเครดิต จึงไม่เกะกะสายตา

3 โหมดการทำงานไร้สายสำหรับการใช้งานในบ้านในทุกกรณี

ทั้ง WRE6606 และ WRE6505 v2 ประกอบขึ้นด้วยใหมดการใช้งานไวไฟไร้สายภายในบ้านที่แตกต่างกันถึง 3 โหมด จึงช่วยให้ผู้ใช้งานใช้ประโยชน์จากการใช้คลื่นความถี่แบบดูอัลแบนด์และสัญญาณไวไฟที่ดีที่สุด  นั่นคือ การใช้โหมดปกติ Normal Mode ในการใช้เชื่อมต่อไวไฟทุกวัน ใช้โหมดประเภท Range Mode เพื่อขยายช่วงสัญญาณไวไฟไปในทุกมุมอับสัญญาณในบ้าน  และ Speed Mode ในกรณีการดาวน์โหลดข้อมูลสตรีมมิ่งที่ต้องการความหน่วงสัญญาณที่ต่ำ รวมถึงการอัปโหลดและใช้งานมัลติมีเดียต่างๆ ให้รวดเร็วและประหยัดเวลา

เจนนี่ ไล ผู้ช่วยรองประธาน สายงานสมาร์ทลิฟวิ่งบิซิเนสของไซเซลได้กล่าวว่า “ในฐานะที่ไซเซลเป็นพันธมิตรด้านเครือข่ายของผู้ใช้งานในบ้าน  เราจึงมุ่งมั่นสรรค์สร้างการใช้งานไวไฟที่ครอบคลุมได้ทุกมุมในบ้าน ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าของเรามีประสิทธิผลมากขึ้นและมีความสุขมากขึ้น  ผลิตภัณฑ์ประเภทขยายช่วงสัญญาณนี้จึงเป็นทางแก้ไขปัญหาจุดอับสัญญาณในบ้านที่ดี  ติดตั้งได้ในทุกมุมบ้านอย่างง่ายๆ”

อุปกรณ์ WRE6606 เป็นอุปกรณ์กระจายสัญญาณประเภท AC1300 MU-MIMO Dual-Band Wireless Range Extender และอุปกรณ์ WRE6505 v2  เป็นอุปกรณ์กระจายสัญญาณประเภท Wireless AC750  Range Extender  สำหรับลูกค้าของไซเซลที่ได้ใช้อุปกรณ์เราเตอร์สามารถใช้การตั้งค่าเพื่อต่อกับอุปกรณ์เชื่อมโยงอื่นๆ ด้วยโมบายแอป ONE Connect 

ทั้งนี้ ท่านสามารถดูข้อมูลของกลุ่มผลิตภัณฑ์ขยายสัญญาณไวไฟเพิ่มเติมได้ที่ http://www.zyxel.co.th

###

เกี่ยวกับไซเซล คอมมิวนิเคชั่นส์

ไซเซลให้ความสำคัญในเรื่องนวัตกรรมและลูกค้าเป็นหลัก ไซเซลได้เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับโลกของอินเทอร์เน็ตมาเกือบ 30 ปี  ทั้งนี้ ศักยภาพในการประยุกต์และสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายได้ส่งให้ไซเซลเป็นองค์กรชั้นแนวหน้าของผู้ที่สร้างการเชื่อมต่อให้กับผู้ให้บริการและ โทรคมนาคม ธุรกิจและผู้ใช้งานในบ้านทั่วไป

ไซเซลมีความแข็งแกร่งในธุรกิจการสื่อสารทั่วโลก และมีความสำเร็จที่โดดเด่น ยากที่ใครจะตามทัน อันได้แก่   

  • มีพันธมิตรมากกว่า 1,500 รายทั่วโลก
  • สร้างการเชื่อมโยงทั่วโลกด้วยอุปกรณ์มากกว่า 100 ล้านชิ้น
  • ธุรกิจกว่า 700,000 แห่งทำงานอย่างชาญฉลาดขึ้นด้วยโซลูชั่นจากไซเซล
  • ให้บริการในตลาด 150 ประเภทของตลาดทั่วโลก

ในวันนี้ ไซเซลช่วยสร้างเครือข่ายแห่งอนาคต เสริมศักยภาพ ตอบสนองความต้องการของสถานทำงานชั้นนำ ซึ่งเป็นการเพิ่มพลังให้แก่ผู้คนในด้านการทำงาน การดำเนินชีวิต และยามสันทนาการ ทั้งนี้ ไซเซลคือพันธมิตรด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายของท่าน

from:https://www.techtalkthai.com/zyxel-new-releases-2017-for-wifi-range-extender-in-household/

[PR] ไอเอสเอสพี ขอแนะนำ StaffHub ฟีเจอร์ใหม่จาก Office 365 ช่วยบริหารจัดการทีมงานยุค 4.0

รายงานข่าวจากบริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ไอเอสเอสพี ว่ามีความเข้าใจถึงความต้องการในการทำงานขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการความคล่องตัว ที่พนักงานไม่ได้นั่งโต๊ะทำงานในออฟฟิศตลอดเวลา ทำให้หลายครั้งเกิดความสับสนในการนัดหมายสำคัญทั้งจากภายในเองค์เองเอง หรือจากลูกค้า ไอเอสเอสพีจึงขอแนะนำฟีเจอร์ใหม่อย่าง StaffHub เพื่อสร้าง Schedule Management มาช่วยจัดการตารางเวลาการทำงานของทีม พร้อมอัพเดต เผยแพร่ตารางเวลาไปให้พนักงานได้ ทำให้สามารถเข้าถึงตารางงานได้ง่ายขึ้น ผ่านสมาร์ทโฟน iOS หรือ Android สามารถขอลา หรือเปลี่ยนกะ กับเพื่อนร่วมงานได้ง่ายๆ รวมทั้งยังสามารถทำ Content Sharing ที่จะมาช่วยให้กระจายเอกสารข้อมูลที่สำคัญ เช่น เอกสารการอบรม ใบเสนอราคา แบบฟอร์มต่างๆ ที่จำเป็นต่องาน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่รองรับการทำงานในยุคดิจิทัลอีกมากมายให้ได้ใช้กันฟรี ๆ เพียงใช้บริการ Office 365 Enterprise K1 / E1 / E3 / E5 ผ่านบริการคลาวด์ของไอเอสเอสพพี สำหรับผู้ที่สนใจฟีเจอร์ดีๆแบบนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 -033 – 0999 หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.isspstore.com

###

from:https://www.techtalkthai.com/issp-recommends-staff-hub-new-feature-from-office-365/

[PR] Ticketmelon จาก Start up IT กับการโตแบบก้าวกระโดดด้วยแอพพลิเคชั่น มือถือเพื่อความสมบูรณ์แบบของการจัดอีเว้นท์

 

กรุงเทพฯ – http://www.ticketmelon.com แพลตฟอร์มการจัดอีเว้นท์สุดทันสมัย จาก Start up หน้าใหม่ สู่เม็ดเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นกว่า 500,000 ดอลล่าร์ภายในปีเดียว ด้วยผลงานการเพิ่มสมาชิกมากกว่า 1,000 คนต่อวัน โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการให้บริการอำนวยความสะดวกการจัดการอีเวนท์อย่างครบวงจร

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการเปิดตัว http://www.ticketmelon.com แพลตฟอร์มที่รวบรวมกิจกรรมต่างๆ ไว้บนเครือข่ายออนไลน์ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการ โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของการจัดอีเว้นท์ครบวงจร รองรับทั้งเจ้าของงาน และกลุ่มลูกค้า โดยการจัดอีเว้นท์จากนี้จะไม่เป็นเรื่องวุ่นวายอีกต่อไป http://www.ticketmelon.com เกิดขึ้นโดย นายภานุพงศ์ เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการบริหาร Ticketmelon  มองว่าในประเทศไทยนั้น มีการจัดอีเว้นท์ ที่หลากหลายมาก หลายหน่วยงาน หลายบริษัทนิยมจัดงานกัน อีกทั้งยังมีเทศกาลอยู่ตลอดทั้งปี อาทิ คอนเสิร์ต, โชว์, ละครเวที, ประชุม, สัมมนา หรือเอ็กซิบิชั่นต่างๆ จึงควรมีแพลตฟอร์มที่รองรับธุรกิจนี้ ซึ่ง Ticketmelon ถือเป็นอีกหนึ่ง start up ด้านเทคโนโลยีที่มาแรงสำหรับปีนี้ นำเทคโนโลยีมาช่วยเรื่องระบบการจอง และขายตั๋ว สามารถเข้าถึงได้ผ่านแอพพลิเคชั่น พร้อมมอบระบบสนับสนุนการปฎิบัติการให้แก่ผู้จัดงานอีเว้นท์ด้วยเทคโนโลยี RFID ซึ่งก็คือบัตรชนิดหนึ่งที่มีคลื่นวิทยุเฉพาะตัว สามารถนำไปใช้เป็นบัตรจ่ายเงินในรูปแบบของ wristband ที่เติมเงินได้ ทำให้การร่วมกิจกรรมในงานเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่ซื้อบัตรผ่านแอปพลิเคชั่น เมื่อมาถึงงานรับ wristband RFID เชื่อมต่อ รวมไปถึงระบบ และอุปกรณ์ เทคโนโลยี ที่รองรับการจัดงานต่างๆ 

“หลังจากเปิดตัวมาประมาณปีกว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีอัตราเติบโตที่ดีมากเมื่อเทียบกับ Tech Start up ทั่วไปในไทย มีจำนวนงานอีเว้นท์ที่เข้าไปซัพพอร์ทมากมาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่พูดได้ว่าเป็นความสำเร็จขั้นแรกของเราคือ การได้รับการลงทุนเพิ่มจากนักลงทุนมากกว่า 500,000 เหรียญ

สหรัฐ จุดนี้แสดงให้เห็นว่าเราเป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าสนใจ และมีการขยายตัวที่ดี จึงได้รับการสนใจจากนักลงทุน และเราก็ตั้งเป้าสำหรับปีนี้ ในการพัฒนาตัวแพลตฟอร์มนี้ให้ดียิ่งขึ้นให้รองรับการขยายตัวของธุรกิจโดยมีการพัฒนาตัวแอพพลิเคชั่นมือถือ และ ปรับปรุงระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ตลอดเวลาเพื่อรองรับอัตราการเติบโตที่ปัจจุบันมีจำนวน Account ผู้ใช้งาน Ticketmelon เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 คนต่อวัน ตอกย้ำจุดยืนในฐานะ Event Intelligence and Insights ในประเทศไทยที่ผู้จัดงานอีเวนท์ต้องนึกถึง นอกจากนั้นจะมีการเพิ่มกิจกรรมทางการตลาด พร้อมขยายช่องทางกิจกรรมร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ โดยปัจจุบันเราก็ได้เป็นพาร์ทเนอร์ กับ Thaibev แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำของประเทศไทยที่ให้ความสนใจ และ ร่วมมือในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจสำหรับจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต และกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อความบันเทิงระยะยาว”

นายภานุพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เราถือเป็น Start up หน้าใหม่ในวงการ แต่เรามีทีมงานที่มีคุณภาพ และตั้งใจเต็มที่ จากที่เมื่อก่อนเราเป็นนักธุรกิจตัวเล็กๆ ในปี 2015 ตอนนี้มีผู้สนใจร่วมลงทุนเพิ่ม เป็นก้าวกระโดดที่ค่อนข้างเร็ว แต่เราก็พร้อมรับมือ และพัฒนา ขณะที่แผนงานทุกอย่างยังเป็นไปตาม Road map ที่วางไว้ มีอัตราการเข้าใช้บริการที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมียอดการเติบโตของผู้ใช้งานใหม่ไม่ต่ำกว่า 1000 คนต่อวัน ซึ่งปีนี้มีการลงทุนเพิ่มจากนักลงทุน และตั้งเป้าการเติบโตของผลประกอบการที่ 300% ในปี 2560 โดยอาศัยการรุกตลาด โปรโมทตราสินค้า Ticketmelon ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับผ่านทางการตลาดรูปแบบดิจิตอล และ การสื่อสารเชิงรุกผ่านไวรัลมาร์เก็ตติ้งเพื่อให้เป็นที่พูดถึง และเกิดการทดลองใช้ในที่สุด

ทั้งนี้พันธกิจหลักของ Ticketmelon คือการก้าวผ่านขีดจำกัดของ เทคโนโลยีเพื่อการจัดอีเว้นท์ โดย Ticketmelon ได้นำเทคโนโลยี RFID มาปรับใช้กับกลุ่มลูกค้าของ Ticketmelon ทั้งในเมืองไทย และ ในต่างประเทศ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้งาน Ticketmelon ที่มีจำนวนมากขึ้น Ticketmelon ได้ทำการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นมือถือเพื่อครองใจกลุ่มผู้บริโภค ให้ซื้อตั๋วคอนเสิรต์ได้ไว ทุกที ทุกเวลา โดยแอพพลิเคชั่น Ticketmelon ชูจุดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ให้ง่าย ต่อการซื้อตั๋วคอนเสิรต์ อีเว้นท์ต่างๆ รวมไปถึง อีเว้นท์ Transmission Thailand – The Lost Oracle ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีแทรนซ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และนี้คืออีกบทบาทในการบรรลุจุดมุ่งหมายหลัก ในฐานะ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกเพื่อการจัดอีเว้นครบวงจร พร้อมสนับสนุนข้อมูลทางด้านการตลาดทุกมิติที่นำไปสู่การใช้งานเชิงธุรกิจ ผู้ที่สนใจสามารถดาวโหลดแอพพลิเคชั่นผ่านทาง Apple Store หรือ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อีเว้นท์ หรือ คอนเสิรต์จาก Ticketmelon ผ่านทางเว็บไซด์ https://www.ticketmelon.com และเครือข่ายสังคมออนไลน์ https://www.facebook.com/ticketmelon

from:https://www.techtalkthai.com/ticketmelon-it-startup-for-eventor-rapidly-growing/