คลังเก็บป้ายกำกับ: Press_Release

[PR] ปลุกกระแส สร้างโมเมนตัม ด้วยคลื่นลูกใหม่จากผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อร่วมสร้างและเพิ่มขีดความสามารถด้านการคาดการณ์ในการขอใบอนุญาตสำหรับโอเพ่นซอร์ส

ภายใต้ความร่วมมือของ CA Technologies, Cisco, HPE, Microsoft, SAP และ SUSE ที่พร้อมทุ่มเวลาแก้ไขระเบียบข้อบังคับให้สอดคล้องกับสัญญาอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นสอง (GPLv2)  

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 7 มิถุนายน 2561 – Red Hat, Inc. (NYSE: RHT) ประกาศความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีระหว่าง 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ อันได้แก่ CA Technologies, Cisco, HPE, Microsoft, SAP และ SUSE เพื่อสร้างความพร้อมให้แก่การจดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส มุ่งมั่นขยายสิทธิเพื่อแก้ไขสัญญาทางด้านการใช้งานโอเพ่นซอร์สที่ไม่สอดคล้องตามระเบียบข้อบังคับ ซึ่งนำไปสู่การร่วมมือกันของตัวแทนผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ในการเข้ามาแก้ไขจุดบกพร่องและส่งเสริมให้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมากยิ่งขึ้น

GNU General Public License (GPL) และ GNU Lesser General Public License (LGPL) ถือเป็นใบอนุญาตที่ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากครอบคลุมโปรเจคซอฟต์แวร์ที่สำคัญมากมาย รวมไปถึงลินุกซ์ เคอร์เนล โดยสัญญาอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นสาม (GPLv3)  ได้มีการพยายามยุติบริการที่มอบโอกาสให้แก่ผู้เผยแพร่โค้ดในการแก้ไขข้อผิดพลาดในกฎระเบียบข้อบังคับ ความพยายามดังกล่าวทำให้เกิดการบังคับใช้ไลเซนส์ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สอดคล้องกันกับชุมชนที่มีกฎระเบียบเคร่งครัด เพื่อผลประโยชน์ด้านการเงิน เป็นอันตกไป

ในเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2560 Red Hat, Facebook, Google และ IBM ร่วมมือขยายแนวทางการจัดการข้อผิดพลาดในการปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับการเขียนโค้ดบนซอฟต์แวร์ที่อยู่ในขอบเขตของสัญญา GPLv2 และ LGPLv2.1 กับ v2 ซึ่งในวันนี้จะมีอีกสิบบริษัทตกลงเพิ่มความสามารถในการคาดการณ์สำหรับผู้ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส โดยในระบบนิเวศน์ขนาดใหญ่ของโปรเจคต่างๆ ที่ใช้ใบอนุญาต GPLv2 และ LGPLv2.x นั้น จะได้รับประโยชน์จากการนำแนวทางอันสมดุลมาใช้ระงับข้อผิดพลาดที่เกิดจาก GPLv3

ความมุ่งมั่นในการรักษาสิทธิ์ร่วมกัน

คำแสดงความมุ่งมั่นของแต่ละบริษัท

  • ก่อนยื่นคำร้องหรือฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมาย (นอกเหนือจากกรณีที่เกี่ยวเนื่องกับพฤติกรรมการตั้งรับ หรือ ‘Defensive Action’) ที่เกิดขึ้นจากการระงับใบอนุญาตที่ครอบคลุม[บริษัท ] จะต้องขยายผลไปยังบุคคลหรือนิติบุคคล (“คุณ”) ที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดใบอนุญาตภายใต้ข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาและการกู้คืนจาก GPL เวอร์ชั่น 3 ซึ่งในที่นี้คำว่า ‘ใบอนุญาต’ หมายถึง ใบอนุญาตที่ครอบคลุมที่มีผลบังคับใช้
  • อย่างไรก็ตาม หากยอมรับว่าฝ่าฝืนข้อกำหนด ใบอนุญาตของคุณจะถูกเพิกถอนจากเจ้าของสิทธิ์ (ก) โดยชั่วคราว  จนกว่าเจ้าของสิทธิ์จะแสดงเจตจำนงว่าต้องการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว และโดยถาวร  (ข) หากเจ้าของสิทธื์ไม่สามารถชี้แจงถึงเหตุที่ก่อให้เกิดการละเมิดได้ภายใน 60 วันหลังจากวันที่ถูกระงับ
  • นอกจากนี้ ใบอนุญาตของคุณที่อยู่ภายใต้เจ้าของลิขสิทธิ์เจ้าใดเจ้าหนึ่งจะยังสามารถนำกลับมาใช้ได้ หากเจ้าของลิขสิทธิ์ชี้แจงถึงการละเมิดข้อบังคับให้กับคุณอย่างเป็นเหตุเป็นผล และต้องเป็นครั้งแรกที่ได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการละเมิดใบอนุญาต (ไม่ว่าด้วยการกระทำใดก็ตาม) จากเจ้าของสิทธิ์ และสามารถแก้ไขการละเมิดสิทธิ์ดังกล่าวได้ภายใน 30 วัน 

[บริษัท] มีเจตนาไม่ให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงนี้ และจะบังคับใช้กับ [บริษัท] และตัวแทนที่ [บริษัท] มอบหมายลิขสิทธิ์ให้ โดย [บริษัท] สามารถเปลี่ยนแปลงข้อตกลงโดยแถลงฉบับใหม่ ณ สถานที่นั้นๆ หรือสถานที่อื่น ที่ถูกกำหนด

คำอธิบาย
ใบอนุญาตที่ครอบคลุม ประกอบด้วย GNU General Public License เวอร์ชั่น 2 (GPLv2), GNU Lesser General Public License เวอร์ชั่น 2.1 (LGPLv2.1)หรือ GNU Library General Public License เวอร์ชั่น 2 (LGPLv2),

‘Defensive Action’ หมายถึง การพิจารณาทางกฎหมายหรือการอ้างสิทธิ์ที่ทางเร้ดแฮทได้โต้แย้งต่อสิ่งที่ก่อนหน้านี้คุณได้เสนอเพื่อการพิจารณาทางกฎหมายหรือการอ้างสิทธิ์ของคุณหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

[บริษัท] หมายถึง [บริษัท] และ สาขาของบริษัท

อ่านความมุ่งมั่นของแต่ละบริษัทได้ที่

คำกล่าวสนับสนุน

ไมเคิล คันนิงแฮม รองประธานบริหารและที่ปรึกษาทั่วไป, Red Hat

“เรามุ่งมั่นที่จะได้เห็นบริษัทชั้นนำร่วมกันสนับสนุนความเท่าเทียมและการคาดการณ์ในการบังคับใช้ใบอนุญาต เราเห็นว่านี่คือการแถลงการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้การทำตามกฎข้อบังคับการใช้ใบอนุญาตนั้นครอบคลุมไปถึงการร่วมกันพัฒนาและการนำเอาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาใช้งาน”

คริสโตเฟอร์ เฮิร์บสต์ รองประธานและผู้ช่วยที่ปรึกษาทั่วไป, CA Technologies

“ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สคือองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์สมัยใหม่ และในฐานะผู้ที่มีส่วนร่วมกับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส และ open standards และมีความสอดคล้องกับภารกิจของเราในการกำจัดอุปสรรคที่ขัดขวางความคิดและผลลัพธ์ทางธุรกิจ เราจึงมีความยินดีที่จะเข้าร่วมในความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อที่จะนำมาซึ่งโอกาสในการออกใบอนุญาตซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส”

วิลลี่ เฮอนานเดส รองประธานและที่ปรึกษาทั่วไป, HPE

“HPE เป็นผู้สนับสนุนและผู้นำด้านซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สและระบบปฏิบัติการลีนุกซ์มากว่า 15 ปี เรายังคงยึดมั่นในโอเพ่นซอร์สและโอเพ่นสแตนดาร์ด ในฐานะที่เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เกิดการสนับสนุนทางด้านความร่วมมือในอุตสาหกรรมครั้งนี้ เราหวังว่าการขยายระยะเวลาในการแก้ไขข้อผิดพลาดในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มข้อต่อรองให้กับใบอนุญาต GPL ที่จะมอบความสะดวกในการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเพื่อมุ่งสู่นวัตกรรมไปพร้อมๆ กัน”

ไอลีน อีแวนส์ ที่ปรึกษาทั่วไปของ Micro Focus และสมาชิกคณะกรรมการแห่ง Linux Foundation

“เรารู้สึกมีกำลังใจเมื่อได้เห็นกลุ่มบริษัทที่มีความแตกต่างแต่มีจุดประสงค์เดียวกันในการสนับสนุนความยุติธรรมในการกำหนดเงื่อนไขสำหรับการกำหนดใบอนุญาต การริเริ่มครั้งนี้จะสร้างความมั่นใจให้แก่ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตไปสู่อนาคต”

เอริค แอนเดอร์สัน รองประธานและที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาของ Microsoft

“เราปรารถนาที่จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ใบอนุญาตที่มีชื่อเสียงในคอมมูนิตี้ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องทางแก้ไข หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างครบถ้วน เราเชื่อว่าการประกาศในวันนี้จะช่วยผลักดันมาตรฐานที่สำคัญนี้ แล้วยังช่วยเพิ่มความร่วมมือและนวัตกรรมภายในคอมมูนิตี้ของลีนุกซ์อีกด้วย”

จานาคา โบฮ์ร ผู้กำกับดูแลการออกใบอนุญาต, SAP

ผู้ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่เพิ่มขึ้นมีความกังวลในแง่ของการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยไร้เจตนา อันเนื่องมาจากเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องและการข้องแวะกับความเสี่ยงด้านกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งนี้ เอสเอพี เชื่อว่า การเริ่มแก้ไขโดยการเปลี่ยน GPLv3 ไปเป็น GPLv2 เพื่อป้องกันการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดคือก้าวที่ถูกต้องในการปกป้องหลักการของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส

นีลส์ บรุ๊คแมนน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUSE

“SUSE เชื่อว่าการสนับสนุนแนวปฏิบัติที่ยุติธรรมและมั่นคงที่มีผลในการบังคับใช้ใบอนุญาตสำหรับโอเพ่นซอร์สจะดึงคนเข้ามายังคอมมูนิตี้โอเพ่นซอร์สมากขึ้น พร้อมกับมูลค่าเม็ดเงินที่มาจากซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สซึ่งพัฒนาขึ้นโดยนักพัฒนาและผู้ใช้งาน การที่ผู้ที่ถือลิขสิทธิ์ใบอนุญาต GPLv2 ยอมรับการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับดังกล่าว ผลของการเติบโตด้านการพัฒนาและการนำเอามาใช้จะผลักดันไปสู่นวัตกรรมและโอกาสที่ดียิ่งขึ้น”

ติดต่อกับ Red Hat

###

เกี่ยวกับเร้ดแฮท อิงค์

เร้ดแฮทคือผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โซลูชั่นโอเพนซอร์สชั้นนำของโลก ที่ใช้วิธีการขับเคลื่อนจากชุมชน เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีคลาวด์ ลินุกซ์ มิดเดิลแวร์ สตอเรจ และเวอร์ชวลไลเซชั่นที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพสูง และให้บริการการสนับสนุน การฝึกอบรม และให้คำปรึกษาที่ได้รับการยอมรับ เร้ดแฮทเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของเครือข่ายทั่วโลกให้กับผู้ประกอบการ พันธมิตร และชุมชนโอเพนซอร์ส เร้ดแฮทจึงสามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการ และเป็นระบบเปิดใช้งานได้อย่างอิสระเพื่อสร้างการเติบโตและเป็นการเตรียมลูกค้า

ให้พร้อมตอบรับกับไอทีในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.redhat.com

from:https://www.techtalkthai.com/beyond-opensource-limitation/

Advertisements

[PR] i-Sprint ขอแนะนำโซลูชั่น QR Code ใหม่ป้องกันการปลอมแปลง มาตรฐานความปลอดภัยระดับธนาคาร เพื่อการปกป้องแบรนด์

สิงคโปร์–4 ก.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ – i-Sprint Innovations Pte Ltd (i-Sprint) ได้พัฒนาคิวอาร์โค้ดแบบใหม่ที่ป้องกันการปลอมแปลงและการลอกเลียนแบบ หรือที่รู้จักกันในชื่อ AR Code ซึ่งมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยระดับธนาคาร (bank-grade security) โดย i-Sprint ภูมิใจนำเสนอฟีเจอร์พิเศษนี้บนโซลูชั่นปกป้องแบรนด์ที่มีชื่อว่า AccessReal™

AccessReal™ คือโซลูชั่นปกป้องแบรนด์รุ่นใหม่สำหรับป้องกันการปลอมแปลง ติดตามและตรวจสอบสินค้า รวมไปถึงส่งเสริมการตลาดผู้บริโภค โซลูชั่นนี้ตอบโจทย์เจ้าของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ในการช่วยให้ช่องทางการขายและการตลาด รวมทั้งลูกค้า สามารถตรวจสอบด้วยตนเองว่าสินค้าที่ซื้อไปนั้นเป็นของแท้หรือไม่โดยใช้อุปกรณ์สมาร์ทโมบายดีไวซ์ สินค้าแต่ละรายการจะมีรหัสหรือสัญลักษณ์ประจำตัว (identity) ในรูปของแท็ก (identification tag) อย่างเช่น บาร์โค้ด, คิวอาร์โค้ด, NFC และ RFID ทั้งนี้ ธุรกิจหลักของ i-Sprint คือการให้บริการโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยแก่อุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวสูง อาทิ บริการทางการเงิน บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะจัดหามาตรการรักษาความปลอดภัยที่คล้ายคลึงกันเพื่อต่อสู้กับสินค้าปลอมและลอกเลียนแบบ และด้วยเหตุนี้เอง คิวอาร์โค้ดที่ป้องกันการปลอมแปลง (AR Code) จึงได้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อมอบวิธีการที่ปลอดภัยในการตรวจสอบว่าสินค้านั้น ๆ เป็นของแท้หรือของปลอม

AR Code ได้รับการออกแบบ ผลิตและแจกจ่ายให้กับสินค้าแต่ละรายการ โดยใช้ระบบรักษาความปลอดภัยระดับธนาคาร กล่าวคือจะมีการใส่ลายน้ำดิจิทัล และ DNA ของสินค้าเข้าไปในคิวอาร์โค้ดปกติ โดยทำให้เป็นอนุกรมและเข้ารหัส เพื่อสร้าง AR Code ทั้งนี้ AR Code มาพร้อมฟีเจอร์พิสูจน์การปลอมแปลงเพื่อกำจัดสินค้าลอกเลียนแบบ โดยสามารถพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์ ฉลากสินค้า และเอกสารต่าง ๆได้โดยตรง ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือเครื่องมือพิเศษเพื่อพิสูจน์ว่าสินค้าเป็นของแท้หรื่อไม่ การตรวจสอบสินค้าทำได้ง่าย ๆ เพียงใช้สมาร์ทโฟนที่มีกล้องเพื่อทำการสแกน AR Code ผ่านทางโมบายแอพหรือเว็บแอพ จากนั้นโค้ดที่ถูกสแกนจะถูกส่งไปยังระบบส่วนหลังของ AccessReal™ เพื่อตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องต่อไป

Mr. Dutch Ng ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ i-Sprint กล่าวว่า “AR Code ไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ว่าสินค้าเป็นของแท้หรือของปลอม แต่ยังช่วยให้เห็นข้อมูลทั้งหมดของสินค้าเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ บริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ยังสามารถใช้แท็กในการเก็บรวบรวมพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนธุรกิจได้ดีขึ้น”

บริษัทเครื่องดื่มสุขภาพรายหนึ่งของสิงคโปร์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีชื่อเสียงในเอเชียแปซิฟิก เตรียมนำ AccessReal™ พร้อมแท็ก AR Code ไปใช้งานในไตรมาสสามของปีนี้ โดยบริษัทเครื่องดื่มสุขภาพใช้ AccessReal™ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ในขณะที่บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ใช้ AR Code เพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้า ตรวจจับปัญหาเกี่ยวกับเกรย์มาร์เก็ต และจัดการเรื่องการรับประกันสินค้า

“ลูกค้าของผมต้องการโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ซึ่งผมรู้สึกยินดีมากที่ได้ i-Sprint มาเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี และทำงานร่วมกันเพื่อมอบโซลูชั่นปกป้องแบรนด์ที่มีนวัตกรรมก้าวล้ำที่สุดให้แก่ลูกค้าของผม โดยเร็ว ๆ นี้ ผมมีลูกค้ารายหนึ่งในอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ที่จะเริ่มเปิดตัวสินค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยปริมาณปีละกว่า 100 ล้านหน่วย โดยใช้ AR Code” Mr. Ng Guankai ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Nabcore บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการธุรกิจในสิงคโปร์ กล่าว

นอกจากนี้ i-Sprint ยังได้ร่วมมือกับ Singapore Manufacturing Federation (SMF) เพื่อให้การสนับสนุน Singaporean Food Manufacturers ในการปกป้องแบรนด์ของผู้ผลิตอาหารสิงคโปร์ในตลาดต่างประเทศ โดย SMF ได้เปิดตัว SMF SMART Product Authentication Platform powered by AccessReal™ ในเดือนเมษายน 2561 และ AR Code เป็นหนึ่งในตัวเลือกแท็กสำหรับผู้ผลิต

ปัจจุบัน โซลูชั่น AccessReal™ ยังได้ถูกนำไปใช้งานในอีกหลายอุตสาหกรรม เช่น ไวน์ สิ่งพิมพ์ ความงาม อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารและเครื่องดื่ม และเครื่องใช้ภายในบ้าน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AccessReal™ สามารถดูได้ที่ www.accessreal.com

###

เกี่ยวกับ i-Sprint Innovations

i-Spring Innovations (i-Sprint) ก่อตั้งในปี พ.ศ.2543 บริษัทเป็นผู้นำด้านการรักษาความปลอดภัยอัตลักษณ์และการทำธุรกรรมในโลกไซเบอร์ ที่ช่วยให้บุคคล องค์กร และสังคมสามารถสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในอัตลักษณ์ เพื่อขับเคลื่อนการเพิ่มผลิตภาพผ่านทางอัตลักษณ์ดิจิทัลและ identity of things (IDoT) ผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่มอัตลักษณ์ดิจิทัลของ i-Sprint ประกอบด้วย adaptive authentication (ไบโอเมตริกซ์ การยืนยันตัวตนหลายชั้น และอีกมากมาย), บริการ single sign-on, การเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง (end-to-end encryption) รวมไปถึงการปกป้องข้อมูลสำหรับข้อมูลการทำธุรกรรม และเพื่อการเข้าถึงเว็บ มือถือ และแอพพลิเคชันบนคลาวด์ได้อย่างปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ IDoT ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ลดการปลอมแปลง ตลอดจนช่วยในการตรวจสอบและติดตามสินค้า ใช้ประโยชน์จากธุรกิจอัจฉริยะเพื่อการวางแผนธุรกิจที่ดีขึ้น รวมทั้งออกแบบการมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้าและตรงใจลูกค้า

i-Sprint ให้บริการลูกค้าชั้นนำในอุตสาหกรรมบริการการเงิน (FSI) รัฐบาล ภาคโทรคมนาคม สาธารณูปโภค การผลิต บริการสุขภาพ การศึกษา บริษัทข้ามชาติ (MNC) และอื่น ๆ ปัจจุบัน i-Sprint มีการดำเนินงานโดยตรงและผ่านทางพันธมิตรที่ได้รับอนุญาตในจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และสหรัฐอเมริกา

www.i-sprint.com

from:https://www.techtalkthai.com/i-sprint-safer-qr-code/

[PR] Silver Peak ประกาศเม็ดเงินลงทุน 90 ล้านดอลลาร์จาก TCV เร่งการเติบโตของ SD-WAN

แผนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ช่วยให้โซลูชัน WAN edge ที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดในอุตสาหกรรม รองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลกและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ซิลเวอร์ พีค® ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันบรอดแบนด์และเครือข่าย WAN แบบไฮบริด ได้ประกาศวันนี้ถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 90 ล้านดอลลาร์จาก TCV เม็ดเงินลงทุนนี้ช่วยให้ซิลเวอร์ พีคสามารถเร่งดำเนินการตามแผนการขยายตลาดและครองตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านโซลูชัน SD-WAN และ WAN edge ที่ให้ความสำคัญกับคลาวด์ TCV เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเงินทุนรายใหญ่ที่สุดแก่บริษัทเอกชนและบริษัทมหาชนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่อยู่ในช่วงกำลังเติบโต และได้ให้การสนับสนุนบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น Airbnb, ExactTarget, Genesys, Netflix, Rapid 7, Redback Networks, Splunk, Spotify และ Zillow และการลงทุนนี้จะทำให้ Tim McAdam ซึ่งเป็นหุ้นส่วนสามัญของ TCV เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริษัทซิลเวอร์ พีคด้วย

ในขณะที่แอปพลิเคชันต่างๆ เริ่มโยกย้ายไปอยู่บนระบบคลาวด์ เครือข่ายขององค์กรก็จำเป็นต้องพัฒนาเพื่อให้บริษัทที่กระจายกันอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ได้รับประโยชน์จากความคล่องตัว ความยืดหยุ่น และความเรียบง่ายของระบบคลาวด์มากขึ้น ซึ่งผู้ใช้ในปัจจุบันถูกจำกัดการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันผ่านทาง Wide Area Network (WAN) ที่ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานเมื่อแอปพลิเคชันติดตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) เท่านั้น

เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากคลาวด์ได้อย่างเต็มที่ องค์กรจะต้องก้าวไปไกลกว่าแนวทางแบบเดิมที่ต้องใช้เราเตอร์ซึ่งเป็นระบบแมนนวลที่เกิดข้อผิดพลาดง่าย และไม่มีประสิทธิภาพมากพอในสภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับระบบคลาวด์ ซิลเวอร์ พีคเป็นเพียงบริษัทเดียวที่นำเสนอฟังก์ชันที่จำเป็นทั้งหมดของ WAN edge รูปแบบใหม่ในอุปกรณ์เครื่องเดียว ซึ่งได้แก่ ความสามารถ SD-WAN ขั้นสูง การกำหนดเส้นทาง (Routing), การรักษาความปลอดภัย (Security) และการเพิ่มประสิทธิภาพ WAN ที่ผนวกรวมเข้าด้วยกัน (Integrated WAN Optimization) ซึ่งจะช่วยลดความซับซ้อนของ WAN edge พร้อมยกระดับความคล่องตัว การทำงานแบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

Tim McAdam หุ้นส่วนทั่วไปของ TCV กล่าวว่า “เป็นเรื่องยากมากที่เราจะมองเห็นโอกาสในการสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญแก่กลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่มูลค่ามหาศาลกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ที่รองรับแอปพลิเคชันและการสื่อสารที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ”

“หลังจากค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับบริษัททั้งหมดในตลาด SD-WAN ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์และการพูดคุยกับซีไอโอของ
แต่ละบริษัทแล้ว เราพบว่าซิลเวอร์ พีคมีโซลูชันที่สมบูรณ์แบบที่สุด มีกลยุทธ์ที่จะสร้างความแตกต่างในตลาดและฐานลูกค้าอย่างชัดเจน รวมถึงมีวิสัยทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับอนาคตของ WAN edge รูปแบบใหม่ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือกับทีมซิลเวอร์ พีคเพื่อขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว”

David Hughes ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของซิลเวอร์ พีค กล่าวว่า “ทุกปีองค์กรต่างๆ ใช้จ่ายเงินกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ไปกับ WAN ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเทคโนโลยีที่เกิดก่อนยุคของระบบคลาวด์ ซิลเวอร์ พีคจึงมองเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในขณะนำเสนอโซลูชัน WAN edge รูปแบบใหม่สำหรับองค์กร”

“TCV มีประวัติที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถระบุตลาดที่มีการเติบโตสูงและเข้าลงทุนในบริษัทที่มีนวัตกรรมโดดเด่นเหล่านั้นด้วยโซลูชันที่เหมาะสมและทีมที่แข็งแกร่งเพื่อกลายเป็นผู้นำในตลาด การร่วมเป็นหุ้นส่วนกับ TCV ในครั้งนี้จะช่วยเร่งแนวทางการเติบโต เพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขัน และเสริมสร้างบทบาทความเป็นผู้นำในตลาดของเรา เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ร่วมงาน
กับทีม TCV”

การลงทุนระหว่าง TCV และซิลเวอร์ พีคในครั้งนี้ได้รับคำแนะนำการออกแบบและการจัดการโครงสร้างทางธุรกิจจากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง J.P. Morgan

David Hughes ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Silver Peak

เกี่ยวกับบริษัทซิลเวอร์ พีค

บริษัท ซิลเวอร์ พีคเป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันบรอดแบรนด์และเครือข่าย WAN แบบไฮบริด บริษัท ซิลเวอร์ พีค นำเสนอโซลูชัน SD-WAN ประสิทธิภาพสูงที่พร้อมรองรับเครือข่ายการซ้อนทับแบบเสมือน (Virtual overlays) ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ เพื่อเชื่อมต่อผู้ใช้กับแอปพลิเคชันโดยมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานร่วมกับเครือข่ายแบบใดก็ได้โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันลดลง ส่งผลให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้นและค่าใช้จ่ายลดลง ทั้งนี้มีองค์กรกว่า 3,000 แห่งทั่วโลกได้นำโซลูชันบรอดแบนด์และเครือข่าย WAN แบบไฮบริดของซิลเวอร์ พีคไปใช้งานแล้วในกว่า 80 ประเทศ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ silver-peak.com

เกี่ยวกับ TCV

TCV ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 เพื่อให้บริการเงินทุนแก่บริษัทเอกชนและบริษัทมหาชนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่อยู่ในช่วงกำลังเติบโต นับตั้งแต่ก่อตั้ง TCV ได้ลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญในบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำและช่วยให้คำแนะนำแก่ซีอีโอกว่า 110 รายผ่านการซื้อหุ้น IPO และการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ การลงทุนของ TCV ได้แก่ Airbnb, Altiris, AxiomSL, Dollar Shave Club, EmbanetCompass, EtQ, ExactTarget, Expedia, Facebook, Fandango, GoDaddy, HomeAway, LinkedIn, Netflix, OSIsoft, Rent the Runway, Sitecore, Splunk, Spotify, Varsity Tutors และ Zillow TCV มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมนโลพาร์กในแคลิฟอร์เนีย และมีสำนักงานอยู่ในนิวยอร์กและลอนดอน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TCV รวมถึงรายชื่อการลงทุนทั้งหมดของ TCV โปรดไปที่ https://www.tcv.com/

from:https://www.techtalkthai.com/silver-peak-invests-90-million-from-tcv/

[PR] depa จับมือ Google เปิดอบรมหลักสูตร “การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล” (Digital Citizenship) ปลุกสังคมไทยสร้างพลเมืองดิจิทัล รับไทยแลนด์ 4.0

ชลบุรี : 22 มิถุนายน 2561 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) หรือ ดีป้า จับมือ Google ประเทศไทย ร่วมเปิดอบรมหลักสูตร “การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล” หรือ Digital Citizenship นับเป็นโครงการนำร่องหลังจากที่ทั้งสองพันธมิตรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการช่วยพัฒนาประเทศไทย จึงได้ประกาศความร่วมมือกันในงาน Digital Thailand Big Bang 2017 เมื่อปีที่ผ่านมา

ดร. พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “โครงการ เน็ตประชารัฐเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่จะพาประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีให้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก  เมื่อรัฐบาลได้ลงทุนสร้างโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ก็ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ นำมายกระดับคุณภาพชีวิต โดยต่อยอดจากโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ดังนั้นกระทรวงฯจึงเห็นความสำคัญในการเสริมสร้างทักษะดิจิทัลให้แก่ประชาชน ให้สามารถเข้าถึง เรียนรู้ และได้ประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัย จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ บริษัท กูเกิล ประเทศไทย จัดทำหลักสูตร “การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship)” เพื่อสร้างพลเมืองดิจิทัลที่รู้จักใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างสร้างสรรค์  รู้เท่าทัน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งยังเป็นการพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และยังช่วยสร้างโอกาสเสริมศักยภาพในการสร้างเศรษฐกิจสร้างรายได้ การศึกษา การสาธารณสุข การเกษตร การค้าขายออนไลน์ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั่วถึงเท่าเทียมกัน”

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า “ในยุคดิจิทัลผู้ที่มีความสามารถทางด้านการใช้ดิจิทัลได้มากกว่าย่อมเป็นผู้ที่ได้เปรียบ เนื่องจากว่าสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มศักยภาพ ในการใช้ชีวิต และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดีป้าจึงพยายามส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการใช้ดิจิทัลให้กับประชาชน เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างคนในชุมชนเมืองและชุมชนห่างไกล ดีป้าจับมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง Google   จัดการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship)” ซึ่งในปีแรกเรามุ่งเน้นไปที่ผู้นำชุมชนดิจิทัล (Digital Community Leader) เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจและสังคมระดับฐานราก ให้กับชุมชนที่มีความพร้อม จำนวน 4 ครั้ง ทั่วประเทศในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ประกอบไปด้วย พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) พื้นที่สมาร์ทซิตี้ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต ซึ่งหลังจากที่เหล่าผู้นำชุมชนมีทักษะพลเมืองดิจิทัลจากการอบรมแล้ว สามารถถ่ายทอดให้กับคนในชุมชนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ www.thaidigizen.com เพื่อทำหน้าที่ขยายผลต่อไปยังประชาชนทุกคนในชุมชน  และที่สำคัญยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น โดยขอรับการช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากดีป้าในเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) เพื่อนำไปพัฒนาชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อโครงการ โดยปัจจุบันดีป้าได้นำร่องจำนวน 22 ชุมชน  ผ่านกิจกรรม “depa Digitized Community Boot Camp 2018” เดินสายทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ให้ชุมชนนำปัญหา และจุดอ่อนมาแชร์ให้กับสตาร์ทอัพแล้วร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่แก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์ร่วมกัน ทั้งหมดนี้คือแนวทางเพื่อสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้าไปขับเคลื่อนพัฒนาสังคมเศรษฐกิจในชุมชน พร้อมกลไกสนับสนุนจะช่วยสร้างและยกระดับธุรกิจนวัตกรรมในเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม”

ดร. เอเดรียน แวนเซิล  Country Head for GMS  Thailand, Google Asia Pacific, Singapore  กล่าวว่า “Google รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อริเริ่มโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล” ให้กับผู้นำชุมชน จำนวน 3,000 แห่งในโครงการเน็ตประชารัฐ Google เชื่อว่าเทคโนโลยีจะสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างมหาศาล ดังนั้น เราจึงไม่เพียงแต่จะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างความสำเร็จจากแพลตฟอร์มดิจิทัลเท่านั้น   แต่เรายังจะมุ่งมั่นในการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งาน โดยในโครงการนี้ Google ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาหลักสูตรที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัลให้กับผู้นำชุมชน ด้วยการจัดวิทยากรฝึกอบรม จัดโปรแกรมฝึกอบรมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิธีใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีประโยชน์ต่อชุมชน สร้างความรู้และความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของพลเมืองดิจิทัลที่ดี สร้างเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาและการใช้วีดิโอส่งเสริมการขายเพื่อใช้สร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยความรู้เหล่านี้นับเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการเป็นผู้นำชุมชนที่มีคุณภาพ  ที่พวกเขาสามารถนำไปใช้ในการเปลี่ยนแปลงสร้างรายได้ให้กับชุมชนของพวกเขาเอง”

หลักสูตร “การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล” (Digital Citizenship) ถูกบรรจุอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.thaidigizen.com เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้และเพิ่มช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารจากทั่วทุกที่ให้กับชุมชนและประชาชนทั่วประเทศไทย โดยมุ่งหวังว่า โครงการฯ นี้จะช่วยเพิ่มทักษะดิจิทัลให้แก่ประชาชนในวงกว้างเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล อีกทั้งพัฒนาเครือข่ายของชุมชนให้ช่วยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยอย่างสร้างสรรค์ และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องพลเมืองดิจิทัลให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

###

from:https://www.techtalkthai.com/depa-google-digital-citizen/

[PR] กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์อากาศด้วยโซลูชั่นประมวลผลสมรรถนะสูงจาก HPE

GettyImages-468931716

กรุงเทพ, ประเทศไทย, 27 มิถุนายน 2561 — บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (Hewlett Packard Enterprise: HPE) แถลงถึงความร่วมมือกับกรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการนำโซลูชั่นประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) เพื่อให้สามารถพยากรณ์อากาศและคาดการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น  

เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้าน การดูแลรักษา การปรับขนาดตามรูปแบบงาน และเพิ่มความสามารถในการทำงานของแบบจำลองสภาพอากาศ Weather Research and Forecast (WRF) ที่จะช่วยในการวิจัยสภาพบรรยากาศและการดำเนินการพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยาได้เลือกเซิร์ฟเวอร์ HPE Apollo 2000 ที่มีความสามารถโดดเด่นในการจัดเก็บข้อมูลโดยใช้ HPE 3PAR Storage ความจุรวมขนาด 3PB ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลระดับโลก ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นกับ HPE Apollo Server.

ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักของประเทศไทย ที่รับผิดชอบการพยากรณ์อากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้วางแผนการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยาที่จะมาช่วยคำนวณข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสร้างแบบจำลองสภาพอากาศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถพยากรณ์สภาพอากาศและแนวโน้มการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่ที่มีการระบุความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ การพยากรณ์อากาศและภัยธรรมชาติจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ใช้คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงในการปรับระดับความถูกต้องแม่นยำในการคาดการณ์สภาพอากาศทั้งในปัจจุบัน การคาดการณ์ระยะสั้น และการคาดการณ์ในระยะยาว

นายบุญเลิศ อาชีวระงับโรค ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยและพัฒนาอุตุนิยมวิทยากรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า “ประเทศไทย จำเป็นต้องใช้ข้อมูลของหน่วยงานของเราในการช่วยคาดการณ์สภาพอากาศอย่างแม่นยำเพื่อนำข้อมูลไปบริหารจัดการประเทศในมิติต่างๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การคาดการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังรวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติขนาดใหญ่ เช่น พายุไซโคลนเขตร้อน หรือพายุชายฝั่งที่อาจจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ต่อทรัพยากร รวมถึงประชาชนทั้งทรัพย์สินและการดำเนินชีวิตของพวกเขา ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้พิจารณาแล้วว่า บริษัท HPE มีโซลูชั่นที่มีความโดดเด่นในด้านไฮบริดไอทีโซลูชั่นอันล้ำสมัยในระดับโลกที่ตอบโจทย์ความต้องการของเรา โดยช่วยสนับสนุนระบบบริหารจัดการ Mission Critical ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ และตอบสนองความต้องการของประเทศได้”

ระบบการจำลองสภาพอากาศ ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบประมวลผลสมรรถนะสูง พร้อมช่วยให้กรมอุตุนิยมวิทยาสามารถคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนในระยะพื้นที่สี่ตารางกิโลเมตร และสามารถพยากรณ์สภาพอากาศล่วงหน้าได้มากกว่า 7 วัน ไม่ว่าจะเป็นรายเดือนหรือรายฤดูกาล ที่สำคัญยังช่วยให้กรมอุตุนิยมวิทยาสามารถสนับสนุนการพัฒนานโยบายของรัฐบาลในด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และปรับปรุงระบบการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยรวม

“กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มองหาโซลูชั่นในการบริหารจัดการปริมาณงานที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพื่อให้สามารถพยากรณ์อากาศได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โซลูชั่นของเราจะช่วยให้กรมอุตุนิยมวิทยา สามารถบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านอุตุนิยมวิทยาที่มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่น ให้สามารถ ปรับขนาดได้ และสามารถบริหารต้นทุนให้คุ้มกับงบประมาณ โซลูชั่นของ HPE สามารถช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานของMission Critical Application ที่สำคัญและปรับปรุงการคาดการณ์ได้” นายพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย กล่าวปิดท้าย

###

เกี่ยวกับ ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์

ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นผู้นำด้านเทคโลยีระดับโลก มุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชั่นอัจฉริยะที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถจับภาพ วิเคราะห์ และใช้งานข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องจากการใช้งานที่ Edge ไปสู่คลาวด์ (Cloud) HPE จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเร่งประสิทธิผลทางธุรกิจโดยการผลักดันรูปแบบธุรกิจใหม่ สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งในปัจจุบัน และมุ่งหน้าสู่อนาคต

from:https://www.techtalkthai.com/tmd-increase-forecase-precision-hpe/

เอปสันจัดแสดงโซลูชั่นเพื่อธุรกิจค้าปลีก ในงาน ASEAN Retail 2018

Epson TM m30

เอปสันตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการพิมพ์เพื่อธุรกิจ ขนโซลูชั่นเพื่อผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกจัดแสดงในงาน ASEAN Retail 2018 งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจค้าปลีกระดับนานาชาติแบบครบวงจรของอาเซียน  ซึ่งจากผลสำรวจของบริษัท IDC เอปสันยังคงสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ (Point of Sale Printer) เป็นปีที่ 8 ต่อเนื่อง (ปี 2009-2016) โดยเอปสันนำทัพเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ Epson TM-88VI ที่มีความเร็วสูงสุด 350 มิลลิเมตรต่อวินาที และรองรับการใช้งานผ่าน Computer POS applications ได้หลายรูปแบบ รวมถึงเครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่รองรับการสั่งพิมพ์แบบไร้สาย (Mobile Point of Sale) อย่าง Epson TM-m30 ที่มีขนาดกะทัดรัด ดีไซน์ทันสมัย และ Epson TM-P20 เครื่องพิมพ์ใบเสร็จขนาดพกพา ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ สามารถสั่งพิมพ์แบบไร้สายผ่านสมาร์ทดีไวซ์  รองรับได้ทั้ง iOS, Android และ Windows ผ่านการต่อเชื่อมแบบ Wifi หรือ Bluetooth นอกจากนี้เอปสันยังได้จัดโซลูชั่นเครื่องพิมพ์ฉลากความละเอียดสูง Epson ColorWork รุ่น C3510 และ C7510G อีกด้วย เพื่อนำเสนอโซลูชั่นสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ธุรกิจโรงแรม และไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างครบวงจร พบกับโซลูชั่นการพิมพ์จากเอปสันได้ในงาน ASEAN Retail 2018 ระหว่างวันที่ 12 – 15 กรกฎาคมนี้ ณ  ฮอลล์ 103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/9VBZd6YBd-c/

เอชพี เผยโฉม OMEN รุ่นใหม่ นวัตกรรมเพื่อคว้าชัยในเกมแห่งศักดิ์ศรี

HP OMEN

แล็ปท็อปใหม่และอุปกรณ์เสริมที่ขาดไม่ได้สำหรับคอเกม รวมชุดหูฟัง earcup ที่ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนรายแรกของโลก เสริมความแกร่ง OMEN อีโคซิสเต็ม

กรุงเทพ, กรกฎาคม 2561 – เอชพี อิงค์ ประเทศไทย เผยโฉมนวัตกรรมสำหรับเกมมิ่งล่าสุด OMEN 15 แล็ปท็อป ขนาดเล็กลง แต่ทรงพลังมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ OMEN Command Center ด้วย OMEN Game Stream และอัพเกรดอุปกรณ์เสริมระดับมืออาชีพที่มาพร้อมชุดหูฟังเกม earcup แรกของโลกด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อนขณะเล่น

เกมมิ่งพีซีนับเป็นหนึ่งในพีซีประเภทที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เกมมิ่งพีซีได้กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่านับพันล้านดอลลาร์ของเอชพี นับตั้งแต่การเปิดตัวในปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา OMEN ได้กลายเป็นแบรนด์เกมที่ทรงประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับในพลังอันดุดัน ซอฟต์แวร์ที่เก่งฉกาจ และจอภาพที่น่าทึ่ง รวมทั้งได้ขยายอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นต้องมีสำหรับเล่นใน esports ระดับสูงสุด

ปวิณ วรพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การออกแบบและความสามารถทางด้านวิศวกรรมที่ไร้เทียมทานของเอชพี ทำให้เราสามารถส่งมอบทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ รวมทั้งอุปกรณ์เสริมที่แตกต่างอย่างแท้จริง สำหรับเกมเมอร์ที่เล่นเกมแบบสุดฝีมือ” OMEN ไม่เคยหยุดยั้งที่จะสร้างมาตรฐานและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับเกมเมอร์ ดังที่จะได้เห็นใน OMEN 15 แล็ปท็อปที่ทรงพลังสูง พร้อม Sequencer Keyboardใหม่กับ Reactor Mouse หรือชุดหูฟัง Mindframe ที่พัฒนามาพร้อมกับเทคโนโลยีการระบายความร้อนใน earcup ที่มีครั้งแรกของโลก

OMEN 15 แล็ปท็อป: เร็วขึ้น ในขนาดที่เล็กลง แต่ทรงพลังอย่างไม่เคยมีมาก่อน

OMEN 15 แล็ปท็อปล่าสุดนี้ ตอกย้ำความเป็นขุมพลังที่เพรียวบางขึ้น ช่วยให้เกมเมอร์พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้น และยังปรับปรุงตัวฮาร์ดแวร์และคุณลักษณะอื่นๆ ที่เกมเมอร์กระหายอยากมี ออกแบบวิศวกรรมสำหรับสร้างผลงานเกมยอดเยี่ยม การดีไซน์ที่ตรึงใจ การรังสรรค์เพื่อการต่อยอด แล็ปท็อปรุ่นนี้สามารถเก็บคะแนนทุกๆ จุดที่เกมเมอร์มองหาในอุปกรณ์ของตน มอบประสบการณ์เกมมิ่งได้สุดยอดไม่ว่านอกสถานที่หรืออยู่บ้าน

คุณสมบัติเด่น ได้แก่:

  • พลังที่ไปได้ไกลกว่า: พบกับประสบการณ์จากขุมพลัง กราฟฟิกอันแสนอัศจรรย์ของ VR NVIDIA® GeForce® GTX™ 1070 ในแบบ MAX-Q Design โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i5+ และ i7+ รุ่นที่ 8  ที่มีหน่วยความจำสูงสุด 6 คอร์ และหน่วยความจำ 32GB DDR4-2666 แรม จะช่วยเพิ่มพลังให้กับเกมรุ่นล่าสุดและจัดการโปรแกรมแบบมัลติทาสกิ้งและหน่วยความจำได้อย่างสะดวก แล็ปท็อปมีตัวเลือกการจัดเก็บที่หลากหลาย เช่น SSD, HDD, SSD + HDD หรือแม้แต่ HDD + Intel® Optane™ memory เพื่อเพิ่มความเร็วในการเก็บข้อมูล
  • เทคโนโลยีระบายความร้อน: ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อระบายความร้อนที่เกมสร้างขึ้นด้วยพัดลมที่ใหญ่ขึ้นแบบมอเตอร์ 3 เฟส และแบริ่งแบบไดนามิคของเหลวเพื่อสร้างแรงเสียดทานน้อยลง และการควบคุมความเร็วพัดลมที่สม่ำเสมอในทุกรูปแบบ ช่องระบายอากาศที่ด้านหลังและด้านล่างของแล็ปท็อปจะดึงอากาศเย็นในขณะที่พัดลมขนาดใหญ่สองตัวจะดันความร้อนออกที่มุมด้านหลัง สามารถกำหนดค่า รวมถึงพื้นที่ระบายอากาศที่ขยายด้านล่างเพื่อเพิ่มการไหลของอากาศ
  • ตื่นเต้นทุกนาที: การแสดงภาพอย่างรวดเร็วสร้างความดื่มด่ำบนหน้าจอ 15.6 นิ้ว บนตัวเลือก 144Hz 1080p 60Hz 4k หรือ 60Hz 1080p และเทคโนโลยี NVIDIA G-SYNC™ ในการกำหนดค่าที่เลือก พร้อมระบบเสียงดังกระหึ่มจากลำโพงสเตอริโอ จากพลังเสียงของ Bang & Olufsen พร้อมกับเครื่องขยายเสียงแบบแยก สำหรับผู้ที่เลือกสวมชุดหูฟังก็จะเพลิดเพลินกับ DTS Headset: X® สำหรับเสียงเซอร์ราวด์จากทุกจุดหรือเสียงรอบข้างอย่างเต็มอิ่ม
  • ปรับแต่งตามสไตล์: การต่อเติมอุปกรณ์ด้วยตัวเองทำได้ง่ายผ่านจุดต่อเชื่อมแบบ Phillips-head screws ที่ฐานของแล็ปท็อป การจัดเก็บ และหน่วยความจำอยู่บนแผงเดียวกัน แล็ปท็อปมาพร้อมกับพอร์ตต่างๆ หลากหลายที่อยู่ด้านหลังเพื่อให้มีอิสระในการเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้เมาส์ที่มีสาย

OMEN กับการสตรีมเกม: OMEN Power Now Streaming

เอชพียังคงเพิ่มฟังก์ชันการทำงานใหม่ลงในซอฟต์แวร์ OMEN Command Center สำหรับในรุ่นล่าสุดนี้สิ่งที่ติดตั้งมาพร้อมกับ OMEN 15 แล็ปท็อปรุ่นใหม่ คือความสามารถในการควบคุมพลังของ OMEN PC ในการสตรีมเนื้อหาเกมไปยังอุปกรณ์อื่นๆ บน Windows 10

OMEN by HP ชุดหูฟังของ HP Mindframe Headsetที่มาของความรู้สึกไม่สบายของเกมเมอร์ที่เกิดจากชุดหูฟัง ที่เริ่มจะร้อนขึ้นในระหว่างการเล่นเกมที่ยืดเยื้อออกไป เกือบครึ่งหนึ่งของเกมเมอร์พีซี (46%) ระบุว่าความสบายเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดในการซื้อชุดหูฟัง ดังนั้น OMEN Mindframe รุ่นใหม่นี้จึงได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ อีกทั้งยังเป็นชุดหูฟังแรกของโลกที่มีเทคโนโลยีระบายความร้อนใน earcup ชุดหูฟังที่ปฏิวัติใหม่นี้จะมาพร้อมกับระบบเสียงที่ทันสมัย และยังได้รับการออกแบบการใช้งานมาโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายสูงสุด

คุณสมบัติเด่น ได้แก่:

  • โซลูชั่นระบายความร้อน: ด้วยระบบควบคุมของซอฟต์แวร์ OMEN Command Center โซลูชั่นระบายความร้อนที่ได้รับการจดสิทธิบัตรนี้ มีอุปกรณ์เทอร์โมไฟฟ้าภายใน earcup ซึ่งระบายความร้อนจากห้อง อะคูสติกไปยังด้านนอก เกมเมอร์จะเย็นสบายหูและจดจ่อกับเกมภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดได้อย่างดี·     น้ำหนักเบา: แถบคาดศีรษะที่น้ำหนักเบาและปรับได้เองจนคุณรู้สึกเหมือนน้ำหนักอันตรธานหายไป นวมหุ้มหนังเทียมนุ่มสบาย มอบการพักผ่อนเหมือนกำลังหนุนหมอนนุ่มๆ อยู่
  • สัมผัสประสบการณ์เหมือนจริงทุกมิติ: จับสัญญาณเสียงในตำแหน่งที่สมจริงและการรับรู้เชิงพื้นที่ 3D ด้วยหูฟัง DTS Headphone: X® และ 7.1 มอบเสียงเซอร์ราวด์เสมือนจริงตลอดเวลาที่ติดตามการเคลื่อนไหวของศัตรูทุกย่างก้าว
  • สั่งการและคว้าชัยชนะง่ายๆแค่ปลายนิ้ว: ให้การติดต่อสื่อสารที่ชัดเจนด้วยไมโครโฟนแบบทิศทางเดียวที่ตัดเสียงรบกวนซึ่งจะปิดเสียงทันทีเมื่อพลิกขึ้น เปิดขึ้นใหม่เมื่อพับเก็บลงและปรับระดับเสียงได้อย่างรวดเร็วด้วยปุ่มปรับระดับเสียงบน earcup อีกทั้ง Rock ทุกสีด้วยแสง RBG และเอฟเฟกต์ที่สามารถปรับเปลี่ยนและควบคุมผ่านทางซอฟต์แวร์ OMEN Command Center
  • สนับสนุนข้ามแพลตฟอร์ม: เมื่อไม่ใช้พีซีเล่นเกม สามารถใช้ประโยชน์จากช่องเสียบ USB 2.0 Type-A เพื่อเข้าร่วมกับอุปกรณ์มือถือที่รองรับ USB อื่นๆ

OMEN by HP Sequencer Keyboard: ความเร็วที่คุณสามารถรู้สึกได้

ควบคุมได้ในพริบตา รวดเร็วดุจความเร็วของแสง เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยสวิตช์ออพติคัล สร้างด้วยโครงอลูมิเนียมอะโนไดซ์ที่มีน้ำหนักเบาและพอร์ต USB ที่มุมด้านหลังซ้ายเพิ่มความสะดวกสบาย OMEN Sequencer มอบการตอบสนอง การปรับแต่งและความทนทานในเหนือระดับ

คุณสมบัติเด่น ได้แก่:

  • รวดเร็วและแม่นยำ: ด้วยเทคโนโลยีสวิตช์ออพติคัลแสงสีฟ้าซึ่งใช้เวลาในการตอบสนองประมาณ 0.2 มิลลิวินาที ซึ่งเร็วกว่าสวิตช์เครื่องกลทั่วไปถึง 10 เท่า ช่วยให้เกมเมอร์สามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสัมผัสของสวิตช์และความเร็วในการรับรู้ข้อมูลของคีย์ออพติคัล
  • ปรับความเร็วเสียง: แถบ roller bar สีแดงที่โดดเด่นสะดุดตาและปุ่มคีย์บอร์ดสั่งการเฉพาะช่วยให้สามารถทำการปรับเปลี่ยนเสียงได้ทันที
  • กำหนดค่าสี: ปุ่ม LED RBG แบบเรืองแสงแต่ละตัวสามารถเลือกสีได้ 16.8 ล้านสีโดยมีคุณสมบัติพิเศษและปรับแต่งได้ภายใน OMEN Command Center

OMEN by HP Reactor Mouse: แม่นยำ ออกแบบมาสำหรับการแข่งขัน

Reactor Mouse ของ OMEN ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ผู้เล่นสามารถแข่งขันได้โดยการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ รวมถึงสาย USB โลหะอลูมิเนียมอันทรงพลังที่ช่วยลดการกระตุกและไวต่อคำสั่ง

คุณสมบัติเด่น ได้แก่:

  • World-class Input Recognition ความล่าช้าในการคลิกเป็นเรื่องของอดีตไปแล้วด้วยเทคโนโลยี optical-mechanical switch ที่สามารถตรวจจับลำแสงไฟและตอบสนองเร็ว 0.2 ms ต่อการคลิกบนปุ่มด้านซ้ายและขวา ให้ความเร็วยิ่งขึ้นเป็น 3 เท่าของเม้าส์แบบเดิมๆ
  • รวดเร็วและแม่นยำ: ติดตั้งเซนเซอร์ออพติคัลที่ดีที่สุดในสำหรับ esports-grade ระดับ 16,000 DPI เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้เกมเมอร์ โดยคำนึงถึงความเร็วที่มีความยืดหยุ่นและความแม่นยำเป็นสำคัญสูงสุด
  • ความสบายที่ปรับแต่งได้: รูปร่างที่เหมาะกับการสวมใส่ที่ออกแบบมาอย่างดีสำหรับ esports ประกอบด้วย ด้ามจับยางทั้งสองด้านรวมกับส่วนที่วางพักฝ่ามือปรับความสูงให้สมดุลกับขดลวดโลหะ  เพื่อสร้างตำแหน่งที่วางฝ่ามือหลากหลายเพื่อความสบายในการเล่นเกม
  • เพิ่มสีสัน: สร้างสัมผัสส่วนตัวด้วยแสงที่กำหนดเองและเอฟเฟกต์สำหรับไฟ LED RGB ที่ตั้งโปรแกรมได้ 2 แบบผ่านทางซอฟต์แวร์ OMEN Command Center

เป้สะพายหลัง OMEN X Transceptor Backpack ของ HP: The Supreme Carry-on สำหรับเกมเมอร์

กระเป๋าเป้อเนกประสงค์นี้ออกแบบมาเพื่อให้การเล่นเกมนอกสถานที่เป็นเรื่องง่าย สะดวกสบายและทันสมัยในขณะที่ทุกอย่างกระชับและปลอดภัย OMEN X by HP Transceptor Backpack สร้างขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด และต้องการนำการเล่นเกมติดตัวไปทุกที่ทุกเวลา

คุณสมบัติเด่น ได้แก่:

  • เสริมเกราะเพิ่มความมั่นใจ: ให้เกมเมอร์รู้สึกมั่นใจในการสะพายกระเป๋าเป้ติดตัว ด้วยวัสดุที่ทนต่อสภาพอากาศ บุด้านล่างด้วยวัสดุเปลือกแข็ง ช่องกระเป๋า RFID และช่องใส่สัมภาระขนาด 17 นิ้ว  พกพาง่ายและสามารถวางบนกระเป๋าสัมภาระเมื่อต้องเดินทางทุกรูปแบบหรือผ่านสนามบิน
  • พร้อมในพริบตา: หลีกเลี่ยงการจดจำตำแหน่งด้วยกระเป๋าที่ทำเครื่องหมายว่าอุปกรณ์เสริมที่สำคัญเก็บไว้ช่องไหน แสนสะดวกด้วยหัวเข็มขัด Fidlock  ด้านบนปรับขนาดตามขนาดอุปกรณ์ที่บรรจุไว้
  • นำติดตัวได้ทุกที่: เมื่อบรรจุเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกอย่างสามารถพกพาได้อย่างสบายๆ ด้วยสายสะพายไหล่ด้านในบุนวม และสายรัดหน้าอกปรับได้

เม้าส์ OMEN by HP Mouse 400: ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมแต่ไม่เกินงบประมาณสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องได้ทุกอย่างครบถ้วนแบบไม่เกินงบประมาณ เม้าส์ OMEN by HP Mouse 400 พร้อมด้วยสวิตช์ OMRON สมบูรณ์แบบเพียงพอต่อการเริ่มเกมได้อย่างง่ายดายรวมถึง “โหมด sniper” ที่จะช่วยให้การตรวจจับความละเอียดในการเคลื่อนไหวลดลงมาอยู่ที่ 400 DPI ขณะถือปืนไว้เพื่อเพิ่มความแม่นยำขณะเล็งไปที่เป้าหมาย

แผ่นรองเม้าส์ OMEN by HP Mouse Pad 200 และแผ่นรองเมาส์แบบแข็ง Hard Mouse Pad 200: สองทางเลือกเพื่อครองชัย

อุปกรณ์เกมจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์หากไม่มีแผ่นรองเม้าส์ที่ให้แรงเสียดทานที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอขณะใช้งาน แผ่นรองเม้าส์ OMEN by HP Mouse Pad 200s คือตัวเลือกที่หนักแน่นแต่นุ่มนวลสำหรับเกมเมอร์ที่กำลังมองหาการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลและผู้ที่ต้องการความความฝืดเล็กน้อยเพื่อช่วยให้ขยับเม้าส์ได้แม่นยำ

 ราคาและการวางจำหน่าย

  • OMEN 15 Laptop พร้อมวางจำหน่าย 15 กรกฎาคมนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 35,990 บาท
  • HP Mindframe Headset ชุดหูฟัง เริ่มจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 โดยจะแจ้งราคาให้ทราบก่อนวันจำหน่าย
  • OMEN by HP Sequencer Keyboard เริ่มจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 โดยจะแจ้งราคาให้ทราบก่อนวันจำหน่าย
  • OMEN by HP Reactor Mouse เริ่มจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 โดยจะแจ้งราคาให้ทราบก่อนวันจำหน่าย
  • OMEN X by HP Transceptor Backpack เริ่มจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 โดยจะแจ้งราคาให้ทราบก่อนวันจำหน่าย
  • OMEN by HP Mouse 400 เริ่มจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 โดยจะแจ้งราคาให้ทราบก่อนวันจำหน่าย
  • OMEN by HP Mouse Pad 200 เริ่มจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 โดยจะแจ้งราคาให้ทราบก่อนวันจำหน่าย
  • OMEN by Hard Mouse Pad 200 เริ่มจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 โดยจะแจ้งราคาให้ทราบก่อนวันจำหน่าย

 ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.

HP Inc. สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค ธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างแท้จริง ด้วยพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องพิมพ์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ โซลูชั่นและบริการต่างๆ ทำให้ HP สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HP (NYSE: HPQ) สามารถเข้าชมได้ที่ http://www.hp.com


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/O2v7WY-uwA4/