คลังเก็บป้ายกำกับ: Press_Release

[PR] เก็บตก Cisco Technology Showcase ในงาน Digital Thailand Big Bang 2017

งานดิจิทัลไทยแลนด์บิ๊กแบงค์ 2017 (Digital Thailand Big Bang 2017) โดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และคณะกรรมการกิจการกระจายสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จัดที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือเป็นงานนิทรรศการเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และ ซิสโก้ มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในงานนี้เช่นกัน ณ วันงานซิสโก้มีการนำโซลูชั่นที่น่าสนใจมาจัดแสดงเพื่อให้เห็นศักยภาพและความสามารถของเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด Smart Workspace เพื่อมาปรับใช้กับหน่วยงานธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่วันนี้เทคโนโลยีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดกระบวนการหรือรูปแบบในการทำงาน รูปแบบของการติดต่อสื่อสารในองค์กร การประยุคต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิมประสิทธิภาพการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน ลดค่าใช้จ่าย ฯลฯ  โดยโซลูชั่นที่ซิสโก้ได้นำมาจัดแสดงมีดังนี้

  • Smart Workspace: ซิสโก้มีการนำ Smart Room kit ที่ได้การออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ทำงานร่วมกับ Cisco Spark โดยสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กร เพื่อช่วยให้ผู้ติดตั้งระบบสามารถเพิ่มประสบการณ์การประชุมที่ชาญฉลาด เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ด้วยอุปกรณ์ที่มาพร้อมกล้องความละเอียดสูง 5K สามารถเชื่อมต่อกับจอ HD มาตรฐานทั่วไปได้ และแปลงเป็นระบบประชุมแบบวิดีโอ มีฟีเจอร์จับใบหน้าผู้พูดอัตโนมัติมาโชว์ให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการติดต่อสื่อสารในการทำงาน ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น, ช่วยลดค่าใช้จ่ายของออฟฟิศ เกิดความคล่องตัวในการทำงาน

 

  • Innovation Healthcare: โซลูชั่น เกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงพยาบาล เพิ่มความสะดวกให้คุณหมอ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ผ่านเทคโนโลยี Cisco SPARK, Cisco Cloud, Messaging, Meeting, Calling ฯลฯ โดยโซลูชั่นทางด้านการแพทย์นี้ช่วยให้การเชื่อมต่อแพทย์ ผู้ป่วย และข้อมูลสุขภาพเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการรักษาพยาบาลในลักษณะประสานความร่วมมือกันและกัน โดยเชื่อมต่อบุคลากรที่เหมาะสมเข้ากับข้อมูลผู้ป่วยในแบบไดนามิก เพื่อความรวดเร็วในการรักษาพยาบาล ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ช่วยพัฒนาการให้บริการ ควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่าย เช่น กรณีคุณหมอที่จะต้องรักษาคนไข้ สามารถดูรายละเอียดข้อมูลคนไข้ที่ไหนก็ได้ ผ่านแอพ เมื่อเจอคนไข้ก็สามารถเชื่อมโยงข้อมูลนั้นเข้าระบบ พร้อมให้คำแนะนำ และการรักษาที่รวดเร็วขึ้น

  • Cisco Jasper IoT Solution for Enterprise: แสดงให้เห็นบริการบนแพล็ตฟอร์ม cloud-based IoT สำหรับองค์กรและบรรดา service providers เพื่อจัดการบริหาร IoT services พวกอุปกรณ์ IoT ตัวอย่างการประยุคใช้ เช่น ล่าสุดที่บริษัท ซีซีเอ็ม ซิสเต็มส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ติดตั้งระบบและให้บริการโซลูชั่น Cisco Jasper IoT ในประเทศไทย ได้ออกแบบระบบให้กับ บริษัทซันโย เอส.เอ็ม.ไอ.ไดยการติดตั้งซิมการ์ด Cisco Jasper IoT ในอุปกรณ์เครื่องทำความเย็น ซึ่งจะส่งข้อมูลอัพเดตผ่านแพลตฟอร์ม “ซิสโก้ แจสเปอร์ คอนโทรล เซ็นเตอร์ ไอโอที” (Cisco Jasper Control Center IoT Platform) บนระบบคลาวด์ ผลลัพธ์ที่ได้คือ เครือข่ายการตรวจสอบสถานะของเครื่องทำความเย็นอัจฉริยะที่จัดส่งข้อมูลในแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทีมงานฝ่ายตรวจสอบของซันโย เอส.เอ็ม.ไอ. สามารถติดตามสถานะและอุณหภูมิของเครื่องทำความเย็นที่ติดตั้งไว้ไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 2,000 แห่งด้วยความแม่นยำสูง และส่งช่างเข้าตรวจสอบหรือแก้ไขได้ก่อนเครื่องทำความเย็นเสีย ลดความเสียหายให้กับไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ตที่ต้องคุมคุณภาพสินค้าให้ได้ตามอุณหภูมิที่เหมาะสม

  • Customer Journey : Next Gen Digital Branch: เทคโนโลยีที่เปลี่ยนประสบการณ์ลูกค้าด้วยความสามารถทางดิจิตอล ช่วยบริหารจัดการสาขาได้ตรงตามความต้องการแบบ Real-time ตัวอย่างเช่น งานบริการสาขาของธุรกิจธนาคาร ที่ทุกอย่างสามารถควบคุมได้จากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษากับลูกค้าที่ต้องการคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่มีจำกัดผ่านระบบ วิดีโอคอลที่นั่งอยู่ส่วนกลาง การยิงแคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ ผ่านระบบดิจิตอล ทำให้ทุกสาขาได้รับรู้ข้อมูลพร้อมกันแบบ Real-Time ช่วยวิเคราะห์แทรฟฟิคผู้มาใช้บริการที่สาขา และนำเสนอบริการที่ตรงเฉพาะบุคคล ด้วยโซลูชั่น location analytics และ Smart Digital Signage หรืออีกตัวอย่างของการนำไปปรับใช้ สยามพิวรรธน์ (สยามดิสคัฟเวอรี่) การติดตั้งโซลูชั่น Connected Mobile Experiences (CMX) พร้อมด้วย Hyperlocation จากซิสโก้ เพื่อวิเคราะห์ “พฤติกรรมของลูกค้าแบบเรียลไทม์” และติดต่อสื่อสารกับลูกค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟในระดับที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

  • Video Analytics for Smart Cities: เป็นโซลูชั่นที่ช่วย การตรวจสอบตำแหน่ง ดูฟีดข้อมูลสดผ่านกล้อง เพื่อเฝ้าระวัง ประเมินสภาพการณ์ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเภทและตำแหน่งอาชญากรรมและตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหาภัยคุกคามที่เป็นไปได้ แจ้งเตือนเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นสร้างบันทึกเหตุการณ์และรวบรวมข้อมูลทั้งหมด รายงานการกระจายของอาชญากรรมตามความถี่ในสถานที่ต่างๆ และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อช่วยในการวางแผนและการคาดการณ์รูปแบบอาชญากรรม และระบุพื้นที่ที่เกิดปัญหาได้อย่างทันท่วงที หรือ การนำไปประยุกต์ใช้ การค้นหาบุคคล เนื่องจากระบบสามารถตรวจจับและจดจำหน้าตาบุคคลแบบ Real-Time

  • Smart University: โซลูชั่นเพื่อช่วยพัฒนาการเรียนการสอนยุคดิจิทัลผ่านการประยุกต์เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น Digital Learning, Digital Campus ทุกอย่างต้องเชื่อมต่อและต้องออนไลน์ ผ่านแอพลิเคชั่นตั้งแต่การลงทะเบียน การจัดการเรียนการสอน ผ่าน Cisco Spark Board ผู้สอนทำการสอนในรูปแบบ Digital Content ทุกอย่างจะถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิตอล นักศึกษาเข้าไปดูย้อนหลังมื่อไหรก็ได้แบบเวอร์ชวลคลาสรูม ( Virtual Classroom ) คือเสมือนนั่งเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-showcase-digital-thailand-big-bang-2017/

Advertisements

[PR] เดลล์ อีเอ็มซี จับระบบออโตเมชันระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซ พร้อม ดาต้า โมบิลิตี้ และฟีเจอร์ประสิทธิภาพสูง มาใส่ในอาเรย์ระดับเริ่มต้นใหม่แกะกล่องจาก SC Series

ประเด็นข่าวที่น่าสนใจ

  • เดลล์ อีเอ็มซี เพิ่มศักยภาพ/ประสิทธิภาพ ใน SC Series entry model ด้วยการใส่ features enterprise-class แต่ระดับราคาเดิม
  • อาเรย์รุ่นใหม่ SCv3000 Series นี้ ได้นำเอาเทคนิค auto-tiering การทำ data reduction รวมถึงความสามารถในการทำ Replication/Federation ร่วมกันกับอาเรย์ SC Series รุ่นอื่นๆ ไว้อย่างเต็มรูปแบบ
  • สร้างโดย ให้แบนด์วิดธ์ที่สูงขึ้นถึง 3 เท่า หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 2 เท่า และให้ IOPS สูงกว่า SCv2000 รุ่นก่อนหน้านี้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

เดลล์ อีเอ็มซี ประกาศขยายศักยภาพระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซอย่างเต็มรูปแบบในสตอเรจ SC Series ระดับเริ่มต้น ช่วยให้เข้าถึงเทคโนโลยีสตอเรจล้ำหน้าได้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับองค์กรธุรกิจในทุกขนาดและทุกงบประมาณ ทั้งนี้ อาเรย์ SCv3000 ใหม่ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย นับเป็นการรีเฟรชสายผลิตภัณฑ์ SC ทั้งหมดแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์อย่างสมบูรณ์ ให้การผสานรวมการทำงานที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นและให้ความสามารถมากขึ้นในการแบ่งปันการทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ SC Series ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ให้ข้อได้เปรียบจากการใช้ซอฟต์แวร์ได้มากยิ่งขึ้น

SCv3000 Series ให้ฟีเจอร์ระบบปฏิบัติการหลักของ SC หลายฟีเจอร์ด้วยกัน ซึ่งทำให้ SC9000, SC7020 และ SC5020 ได้รับความนิยมจากการมอบความหลากหลายให้แก่ลูกค้าสตอเรจในระดับกลาง ทั้งนี้ความสามารถใหม่ที่มาพร้อมในขณะนี้ สำหรับระดับเริ่มต้น มีดังต่อไปนี้

  • Data Progressionให้โซลูชันในการทำ auto-tiering สำหรับไฮบริดแฟลชอย่างแท้จริง ด้วยความยืดหยุ่นในการตั้งค่าแฟลชได้ 0-100%
  • การบีบอัดข้อมูลแบบอัจฉริยะ ให้การลดลงสูงสุดถึง 93 เปอร์เซ็นต์ในสมรรถนะที่ต้องการ
  • การทำ replication/federation ร่วมกับอาเรย์ SC Series อื่นๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ เป็นการปกป้องการลงทุนด้วยโรดแมปในการบิลด์อิน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลง
  • การทำ Live Migrate ในส่วนดาต้า โมบิลิตี้ และโหลดบาลานซ์ได้อย่างราบรื่น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • การทำ Live Volume ทำ auto-fail-over/ auto-repair ในระดับโวลุ่ม ช่วยขจัดการหยุดชะงักของเวิร์กโหลดระหว่างที่เกิดไฟฟ้าดับหรือเกิดภัยพิบัติที่ไม่คาดคิดขึ้น
  • ผสานการทำงานร่วมกับ PS Series (EqualLogic) – เป็นการทำซ้ำข้อมูล หรือ replication ข้ามแพลตฟอร์มได้ พร้อมระบบบริหารจัดการรวมที่ช่วยให้ลูกค้า PS/EqualLogic สามารถเพิ่ม SC ไว้บนสภาพแวดล้อมเดิมได้อย่างง่ายดาย
  • การทำ Enterprise Chargeback, thin clones, remote replication และฯลฯ

ให้สมรรถนะที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการอัพเกรดแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ SCv3000 สำคัญๆ เมื่อเทียบกับ SCv2000 รุ่นก่อนหน้านี้ ด้วยโปรเซสเซอร์ใหม่จากอินเทลรุ่น 6 คอร์, หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 2 เท่า และมีแบนด์วิดธ์เพิ่มขึ้น 3 เท่า ส่งผลให้ประสิทธิภาพหรือสมรรถนะสูงขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ โดยในการทดสอบให้ IOPS สูงสุดถึง 270,000 IOPS

ความสามารถขั้นสูงเหล่านี้ทั้งหมด มาในราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ ทำให้ SCv3000 มอบคุณค่าที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้าที่ใส่ใจเรื่องค่าใช้จ่ายมากที่สุดเจฟฟ์ บูโดร ประธานฝ่ายสตอเรจ เดลล์ อีเอ็มซี กล่าวและเนื่องจากตอนนี้ SCv3000 เป็นสมาชิกในตระกูลเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ SC ทั้งหมดอย่างเต็มตัว ทำให้ลูกค้ารู้ว่าสามารถก้าวไปสู่สมรรถนะการทำงานที่สูงขึ้นไปอีกขั้นได้ทุกเวลา ด้วยการเพิ่มโมเดล SC ในรุ่นที่สูงขึ้นไปอีก เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากดาต้าโมบิลิตี้ ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างโดดเด่น ให้ความราบรื่นในทุกกระบวนการทำงาน จึงทำให้ SCv3000 เป็นทางเลือกที่ตัดสินใจได้ง่าย

ให้ทางเลือกในการปรับใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น

อาเรย์ SCv3000 ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตั้งใช้งานได้เอง ลดต้นทุนสตาร์ทอัพ และยังรองรับด้วยบริการเต็มรูปแบบทั้งในส่วน ProSupport และ ProDeploy รวมถึงเวอร์ชั่น “Plus” และทางเลือกบริการล้ำหน้าแบบใหม่ในการ Optmize

ลูกค้าสามารถเลือกหนึ่งในสองของโมเดลอาเรย์ใหม่ (SCv3000 และ SCv3020) และ enclosure ในการต่อขยายการใช้งานที่มาใน 3 ทางเลือกใหม่ (SCv300 SCv320 และ SCv360)  โดยสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ตัวโครงสร้างเหล่านี้ได้ เพื่อปรับใช้งานโดยให้สมรรถนะที่สูงถึง 1PB ต่ออาเรย์ โดยผสมผสาน SSDs และฮาร์ดไดร์ฟแบบดั้งเดิมในขนาด 3.5” และ 2.5”  ทั้งนี้อาเรย์หลายตัวสามารถนำมารวมกลุ่มทำเป็น federated clusters โดยใช้แนวทางเรื่องการทำโหลดบาลานซ์เชิงรุก รวมถึงเครื่องมือในการทำ migration โดยอิงตาม wizard ได้อย่างรวดเร็วช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ SC ตัวอื่นๆ SCv3000 Series มอบแนวทางในการขยายศักยภาพการทำงานร่วมกันทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ของเดลล์ อีเอ็มซี อีกทั้งรองรับการปลั๊กอิน VMware vSphere และ VMware Virtual Volumes  ทั้งนี้การสนับสนุนด้านการปกป้องข้อมูลจาก เดลล์ อีเอ็มซี, การบริหารจัดการสตอเรจ และผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่าย ยังครอบคลุม Data Domain, PowerPath, RecoverPoint, VPLEX, ViPR  รวมถึงการทำให้ลูกค้ามั่นใจยิ่งขึ้นว่า อาเรย์ SCv3000 จะยังคงขับเคลื่อนความสำเร็จในการทำเวิร์กโหลดแบบผสมผสาน (Mixed-workload) อย่างต่อเนื่องต่อไปในระบบนิเวศที่มีการเปลี่ยนแปลงหลากหลาย ทั้งปัจจุบันและในเวลาที่ธุรกิจพัฒนาต่อไป

การวางจำหน่าย

สตอเรจ Dell EMC SCv3000 Series จะพร้อมสำหรับการสั่งซื้อและวางจำหน่ายทั่วไปในเดือนตุลาคม

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

###

เกี่ยวกับเดลล์ อีเอ็มซี

เดลล์ อีเอ็มซี เป็นส่วนหนึ่งของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ที่มุ่งช่วยองค์กรธุรกิจเปลี่ยนโฉมดาต้าเซ็นเตอร์ไปสู่ความทันสมัย ในระบบอัตโนมัติ โดยใช้เทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบควบรวม เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และระบบปกป้องข้อมูล ให้พื้นฐานที่เชื่อถือได้สำหรับธุรกิจที่ต้องการพลิกโฉมไอที ด้วยการสร้างไฮบริดคลาวด์ พร้อมปรับโฉมธุรกิจด้วยการสร้างแอพพลิเคชันเพื่อการใช้งานบนคลาวด์และโซลูชันบิ๊กดาต้า ทั้งนี้ เดลล์ อีเอ็มซี ให้บริการลูกค้าครอบคลุม 180 ประเทศ รวมถึง 98 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรในทำเนียบ Fortune 500 ด้วยสายผลิตภัณฑ์แห่งนวัตกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมทั้งระบบงานหลักจนถึงระบบคลาวด์

from:https://www.techtalkthai.com/dell-emc-enterprise-automation/

[PR] กรุงศรี คอนซูมเมอร์ คว้า 2 รางวัลใหญ่ จากงาน ‘The Asian Banker : Thailand Country Awards 2017’

กรุงเทพฯ, 11 ตุลาคม  2560  “ผู้นำด้านนวัตกรรม” :  นางอัญชีรา ชุมชัยเวทย์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส, ผู้บริหารฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าและบริหารกลยุทธ์ราคา กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เป็นตัวแทนรับมอบ 2 รางวัลใหญ่ ได้แก่ รางวัล Best Data Analytics และรางวัล Best CRM Project in Thailand จากงาน The Asian Banker : Thailand Country Awards 2017 ที่จัดโดย The Asian Banker นิตยสารการเงินการธนาคารชั้นนำในเอเชีย ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส จากความสำเร็จของโครงการ “Big Data Initiative” ซึ่งนำเทคโนโลยี Big Data และระบบ Real-time Decision  Marketing (RTDM) มาใช้วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำเสนอโปรโมชั่นให้แก่ลูกค้าได้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงในเวลาที่เหมาะสม ช่วยลดเวลาในการทำแคมเปญการตลาดใหม่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพงานบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ตอกย้ำจุดยืนของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม

###

from:https://www.techtalkthai.com/ksc-recieves-2-awards-from-the-asian-banker/

[PR] “O-Bank” ธนาคารพาณิชย์ดิจิทัลแห่งแรกของไต้หวัน วางใจใช้โซลูชั่นของ Avaya

ดูไบ,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–11 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์- O-Bank ก้าวขึ้นเป็นธนาคารพาณิชย์ดิจิทัลเต็มรูปแบบแห่งแรกของไต้หวัน

เทคโนโลยีด้านการสื่อสารของ Avaya ช่วยให้ O-Bank (Wangdao) ก้าวขึ้นเป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบแห่งแรกของไต้หวันที่ให้บริการผ่านทางออนไลน์เท่านั้น O-Bank เป็นธนาคารที่สามารถให้บริการลูกค้าจากทุกที่ผ่านทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ วิดีโอคอลล์ ข้อความเสียง และช่องทางการทำธุรกรรมออนไลน์อื่นๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีหลากหลายจาก Avaya ทั้ง Omni-Channel Customer Engagement และ Avaya Breeze

O-Bank (Wangdao) becomes Taiwan’s first, all-digital, online-only bank, supported by Avaya multi-channel Customer Engagement technologies – including Avaya Breeze. (PRNewsfoto/Avaya)

ในฐานะธนาคารดิจิทัล O-Bank สามารถขยายเวลาการให้บริการลูกค้าได้นานขึ้น พร้อมเข้าถึงลูกค้าในหลายพื้นที่ได้มากขึ้น โดยลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือเว็บไซต์

อย่างไรก็ดี การให้บริการลูกค้าแบบ Personalization เป็นหัวใจสำคัญของ O-Bank ดังนั้น ลูกค้าทุกคนจึงสามารถสื่อสารกับพนักงานเพื่อทำธุรกรรมได้ผ่านบริการเสียงและวิดีโอคอลล์ (Video Call) แบบเรียลไทม์ โดย O-Bank ได้เปิดศูนย์บริการวิดีโอ (Video Service Center) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ทั้งยังเป็นธนาคารแห่งแรกของไต้หวันที่ให้บริการวิดีโอคอลล์อย่างเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ แพลตฟอร์มของอวาย่ายังเอื้อให้ O-Bank สามารถจัดสรรทรัพยากรภายในได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพื่อส่งมอบบริการอันเหมาะสมและเปี่ยมประสิทธิภาพให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพและเสถียรภาพด้านประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าในทุกช่องทางและทุกกลุ่มธุรกิจ

การผสานเทคโนโลยี Avaya Breeze เข้ากับ Client SDK ช่วยให้ O-Bank สามารถบูรณาการช่องทางการสื่อสารหลายช่องทางเข้ากับแอปมือถือและเว็บเพจได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังมีความยืดหยุ่นในการรองรับสภาพแวดล้อมอันหลากหลายของกระบวนการธุรกิจประเภทต่างๆ รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ ทั้งนี้ โซลูชั่นที่เปิดกว้างและได้มาตรฐานของอวาย่าช่วยในการบูรณาการระบบต่างๆของ O-Bank ทั้งยังลดความยุ่งยากในการใช้งาน และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานด้วย

Lin Tom รองประธาน O-Bank เปิดเผยว่า “O-Bank เป็นธนาคารพาณิชย์ดิจิทัลแห่งแรกของไต้หวัน ความสำเร็จของเราต้องอาศัยความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและพันธมิตรผู้ให้บริการที่มีคุณภาพและไว้วางใจได้ โซลูชั่นของอวาย่ามีเอกลักษณ์และข้อดีมากมายที่ตอบสนองความต้องการของเรา ทำให้เราสามารถตั้งศูนย์บริการลูกค้าที่เรียบง่ายและตอบสนองรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้เราประสบความสำเร็จในตลาดการธนาคารดิจิทัลในไต้หวันด้วย”

Chen Wei ประธานบริษัท อวาย่า เกรทเทอร์ ไชน่า กล่าวเสริมว่า “ยุคดิจิทัลได้มาถึงแล้วทั่วโลก และจีนก็เป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมการเงินไปสู่ยุคดิจิทัล การปฏิวัติ O-Bank ก็ไม่ต่างกับสิ่งที่อวาย่ากำลังทำอยู่ นั่นคือ การยกระดับประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการสื่อสาร ควบคู่ไปกับการพัฒนาโซลูชั่นและบริการที่ทันสมัยสำหรับยุคดิจิทัล ความสำเร็จในการร่วมมือกับ O-Bank ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของเราอีกด้วย”

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอวาย่าได้ที่  http://www.avaya.com

###

from:https://www.techtalkthai.com/obank-taiwan-implements-avaya-solution/

[PR] กิกะแบนด์ซิตี้ สร้างสังคมดิจิทัล

กรุงเทพฯ/ 10 ตุลาคม 2560 – เมื่อเร็วๆ นี้  สหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ (ITU) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ World Smart Sustainable Cities Organization (WeGO) ได้จัดงานเสวนาระดับเอเชียแปซิฟิคครั้งที่ 3 ขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องสมาร์ทซิตี้และรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

Smart City หรือเมืองอัจฉริยะเป็นแนวโน้มการพัฒนาเมืองในอนาคตที่ได้กลายมาเป็นกลยุทธ์หลักของเมืองชั้นนำหลายแห่ง และเป็นวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองที่ผนวกเอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเมืองในด้านต่างๆ อาทิ ระบบข้อมูลของหน่วยงานท้องถิ่น โรงเรียน ห้องสมุด ระบบขนส่ง โรงพยาบาล โรงไฟฟ้า การจ่ายน้ำ การบริหารจัดการน้ำเสีย การบังคับใช้กฏหมาย และบริการชุมชนอื่นๆ  โดยเทคโนโลยีไอซีทีจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับชุมชนและระบบสาธารณูปโภคของเมือง หรือติดตามสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเมือง รวมไปถึงว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร และแน่นอนว่า ระดับความเป็นเมืองอัจฉริยะจะกลายเป็นตัวชี้วัดขีดความสามารถในการแข่งขันหลักของเมืองต่างๆ ในอนาคต

อัลตร้าบรอดแบนด์ โครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะ

ในงานได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้นำด้านอุตสาหกรรมในเรื่องต่างๆ อาทิ บริการของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และบริการดิจิทัลสาธารณะ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล เมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน สังคมดิจิทัล นวัตกรรมดิจิทัล และสิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันในการก้าวสู่เมืองอัจฉริยะคือ เครือข่ายอัลตร้าบรอดแบนด์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการสร้างเมืองอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีไอซีที  ในขณะที่หลายประเทศชั้นนำ อาทิ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และจีน ได้ยกอัลตร้าบรอดแบนด์ให้เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ  ดังนั้น เมืองที่ตั้งเป้าที่จะก้าวสู่ยุคดิจิทัล การวางยุทธศาสตร์อัลตร้าบรอดแบนด์ระดับเมืองควรจะต้องเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งในระหว่างการแชร์ข้อมูล หัวเว่ยได้ยกตัวอย่างกลยุทธ์กิกะแบนด์ ซิตี้ในการสร้างเมืองอัจฉริยะ 

กิกะแบนด์ ซิตี้ ก้าวไกลสู่ยุคดิจิทัล

ในเซิ่นเจิ้น สิงคโปร์ ฮ่องกง และเมืองชั้นนำอื่นๆ อีกหลายแห่ง กิกะแบนด์ ซิตี้ ได้ช่วยปรับโฉมโครงสร้างทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัลของเมือง ด้วยการขับเคลื่อนการลงทุน สร้างแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารเพื่ออนาคต และปูทางสู่นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ อาทิ ระบบแสงไฟถนนอัจฉริยะ กล้องซีซีทีวีความละเอียดสูง ระบบการบริหารการจราจร และโอกาสการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ในโรงเรียนต่างๆ   เมืองซูโจวซึ่งมีระบบไฟเบอร์บรอดแบนด์เข้าถึงทุกบ้าน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP เติบโตขึ้นร้อยละ 60 ในระหว่างปี 2554-2559  ประชากรมีการใช้จ่ายเงินผ่านระบบอีเพย์เมนท์ถึงร้อยละ 30 ของการใช้จ่ายทั้งหมด และสามารถลดเวลาที่ต้องใช้ติดต่อกับภาครัฐลงได้ถึงร้อยละ 90   

การสร้างกิกะแบนด์ ซิตี้ ผู้ว่าการประจำเมืองจะต้องตั้งเป้าหมายการพัฒนาบรอดแบนด์ และให้ความสำคัญในระดับสูงสุด สองคือต้องมีนโยบายรองรับ เพื่อรับมือกับความท้าทายและอุปสรรคในระหว่างการติดตั้งเครือข่ายไฟเบอร์ ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ของภาครัฐสามารถที่จะปรับปรุงการผสมผสานระบบสาธารณูปโภคให้ดีขึ้นและหาแนวทางที่จะทำให้กระบวนการได้รับสิทธิ์ต่างๆ นั้นง่ายขึ้น โดยต้องให้โครงการก่อสร้างอาคารใหม่ๆ หรือปรับปรุงอาคารให้มีการเชื่อมต่อระบบไฟเบอร์ กำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนในการชดเชยสำหรับเรื่องต่างๆ และริเริ่มให้มีกองทุนบริการ รวมถึงต้องสามารถออกกฏหมายกรอบโครงงานด้านไอซีทีที่ครบวงจร   สาม จากกรณีตัวอย่างความสำเร็จของเมืองชั้นนำต่างๆ ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและโอเปอเรเตอร์ด้านโทรคมนาคมถือเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ เพราะโอเปอเรเตอร์จะมีบทบาทมากที่สุดในการส่งมอบบรอดแบนด์สำหรับกิกะแบนด์ซิตี้    ในเซิ่นเจิ้น ไชน่าเทเลคอมเป็นพันธมิตรและผู้ก่อสร้างโครงการกิกะแบนด์ซิตี้  ในเกาหลี KT, SKT และ LGU+ ล้วนให้การสนับสนุนโครงการกิกะบิตบรอดแบนด์อย่างเต็มกำลัง

มร. สู่ เผิง ผู้อำนวยการธุรกิจบรอดแบนด์ ของหัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การแบ่งปันคือ หนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ความเป็นผู้นำของรัฐบาลและการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือก็มีความจำเป็น เพื่อเร่งการส่งมอบบรอดแบนด์ให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและสังคมแห่งการเชื่อมโยงสื่อสารที่ดีกว่ามร. สู่ เผิง ผู้อำนวยการธุรกิจบรอดแบนด์ของหัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

###

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำทางด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการสื่อสารที่ดีทั่วโลก ด้วยการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบ สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมแห่งข้อมูล และทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรม  หัวเว่ยนำเสนอโซลูชั่นด้านไอซีทีแบบครบวงจร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าในกลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคมและเอ็นเตอร์ไพรส์ อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ด้วยกลยุทธ์การสร้างสรรค์นวัตกรรมตามความต้องการของลูกค้าและสัมพันธภาพที่ดีกับพันธมิตร ปัจจุบัน พนักงานกว่า 180,000 คนทั่วโลกของหัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ กลุ่มลูกค้าองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไอซีทีของหัวเว่ยได้รับการติดตั้งในกว่า 170 ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก และให้บริการประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลก  หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี  2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com

ติดตามเราได้ที่

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

from:https://www.techtalkthai.com/gigaband-smart-city/

[PR] “ซัมซุง กาแลคซี่ สตูดิโอ” โชว์เคสนวัตกรรมสุดล้ำใจกลางกรุงเทพฯ เปิดประสบการณ์รอบด้านแบบอินเตอร์แอคทีฟ 360 องศา

นำเสนอนวัตกรรมระดับโลกของซัมซุง กาแลคซี่ ผ่านกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟในโซนต่างๆ
ตอบทุกโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิตอลอย่างครบครัน

P

กรุงเทพฯ (9 ตุลาคม 2560)ซัมซุง กาแลคซี่ โชว์เคสสุดยอดนวัตกรรมคืนสู่ใจกลางกรุงเทพมหานครอีกครั้งกับ ซัมซุง กาแลคซี่ สตูดิโอเปิดโอกาสให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ในตระกูลซัมซุง กาแลคซี่ผ่านโซนต่างๆ ที่อัดแน่นด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำระดับโลกในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ 360 องศา ตอบทุกโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิตอลอย่างรอบด้าน นำโดย ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8” สมาร์ทโฟนกล้องคู่นวัตกรรมที่ดีที่สุดแห่งปี ด้วย S Pen ที่ฉลาดล้ำและจอภาพไร้กรอบแบบอินฟินิตี้ ดิสเพลย์ (Infinity Display) รวมถึงสมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์ที่โดดเด่นอีกมากมายหลายรุ่นจากซัมซุง พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทดีไวซ์แบรนด์ซัมซุงภายในงาน เปิดแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 10 พฤศจิกายน ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ระหว่างเวลา 10.00 – 21.00 .

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่าซัมซุงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์บนความต้องการอันแท้จริงของผู้บริโภค และให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจากสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทดีไวซ์ในแต่ละวัน โดยการโชว์เคสสุดยอดเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของเราที่ กาแลคซี่ สตูดิโอ ในครั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในระดับโลกของซัมซุง ไฮไลท์ในงานได้แก่การจัดโซนต่างๆ ภายในกาแลคซี่สตูดิโอ เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ ในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ 360 องศา ซึ่งเป็นการแสดงถึงความล้ำหน้าด้านนวัตกรรมอย่างสูงสุดที่ทำให้ซัมซุงสามารถตอบทุกโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิตอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ

โดยโซนต่างๆ ที่นำเสนอในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟภายใน ซัมซุง กาแลคซี่ สตูดิโอ ประกอบด้วย:

  • Interactive Table โต๊ะแสดงฟีเจอร์การทำงานหลักของสมาร์ทโฟนสุดล้ำซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8” แบบอินเตอร์แอคทีฟ ด้วยการแสดงผลบนหน้าจอที่ฝังลงบนโต๊ะ
  • S Pen Gallery ทดสอบกล้องหน้าประสิทธิภาพสูงของซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8” ที่สามารถเพิ่มลูกเล่นความเป็นตัวเองด้วยการตกแต่งภาพสไตล์ป๊อปอาร์ตโดย S Pen ก่อนส่งภาพขึ้นแสดงบนจอขนาดใหญ่ภายในห้องให้ชมกันแบบสดๆ
  • Portrait Pool เปลี่ยนรูปถ่ายของคุณให้กลายเป็นงานศิลป์ ผ่านการตกแต่งรูปด้วย S Pen จากใต้น้ำ! พิสูจน์มาตรฐานการกันน้ำ IP68 ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมในสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8”
  • Galaxy Fitness ท้าพิสูจน์ความฟิตของร่างกายคุณด้วยกิจกรรมปั่นจักรยานขณะสวม เกียร์ ฟิต 2 โปร เพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจรวมถึงยังแสดงจำนวนแคลเลอรี่ที่สามารถเผาผลาญได้แบบเรียลไทม์
  • 360 by Galaxy ตู้ลมขนาดใหญ่ให้คุณและเพื่อนๆ เข้าไปเก็บวิดีโอพายุหิมะรอบตัวความยาว 1 นาที ในรูปแบบ 360 องศาสุดตื่นเต้น ด้วยซัมซุง เกียร์ 360 ไม่ว่าหิมะจะมามุมไหนก็ไม่มีพลาด แชร์ให้เพื่อนๆ ในโซเชียลได้ดูกันครบทุกองศา
  • VR Sway Chair สัมผัสสุดยอดประสบการณ์การตะลุยอวกาศในเกมเสมือนจริง “Galactic Attack” ผ่านเกียร์    วีอาร์ ที่ควบคุมโดยคอนโทรลเลอร์ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเพิ่มความตื่นเต้นสมจริงด้วย Sway Chair เก้าอี้ที่ปรับเคลื่อนไหวตามเนื้อหาภายในเกมให้สนุกเร้าใจยิ่งขึ้น 
  • โซนนิทรรศการพระบรมฉายาลักษณ์และพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อถวายความอาลัยและแสดงความจงรักภักดี เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสถ่ายรูปเป็นที่ระลึก น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

และทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เตรียมพบกับบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่จะมาเวิร์คช็อปสอนการใช้งานซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8” ให้ครอบคลุมทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นเบื้องต้น การใช้งานกล้อง หรือการใช้กาแลคซี่ โน้ต 8 สำหรับการทำงาน โดยสามารถดูรายละเอียดกำหนดการและลงทะเบียนเข้าร่วมเวิร์คช็อปได้ที่ http://www.galaxysmarttraining.com

พร้อมพบโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทดีไวซ์ซัมซุงภายในงาน นำโดย กาแลคซี่ โน้ต 8, กาแลคซี่ เอส 8 และเอส 8 พลัส, กาแลคซี่ เจ 7 พลัส, กาแลคซี่ แท็บ เอส 3 และกาแลคซี่ เกียร์ ฟิต 2 โปร โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นได้ จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในกาแลคซี่ สตูดิโอ

พิเศษสำหรับผู้ใช้ซัมซุง เพย์! โชว์แอปพลิเคชั่นซัมซุง เพย์ ภายในงานรับฟรีทันที Galaxy Gift Card มูลค่า 100 บาท และสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ด สามารถรับสิทธิ์ซื้อบัตรชมภาพยนต์ในเครือเอสเอฟผ่านซัมซุง เพย์ ในราคาเพียง 8 บาท (1 ที่นั่ง) นอกจากนี้ หากลูกค้าใช้จ่ายผ่านซัมซุง เพย์ ครั้งแรก รับฟรีทันที อีคูปองจากสตาร์บัค มูลค่า 100 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2560

เชิญร่วมสัมผัสกับโชว์เคสสุดยอดนวัตกรรมในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ 360 องศากับ ซัมซุง กาแลคซี่ สตูดิโอที่จัดขึ้น
ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยาม พารากอน ในเวลา 10.00 – 21.00 . ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 พฤศจิกายนนี้

###

เกี่ยวกับ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จุดประกายแรงบันดาลใจและสร้างวิถีแห่งอนาคตด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โดยบริษัทได้สร้างนิยามใหม่ให้กับโลกของโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้     แท็บเล็ต กล้องถ่ายภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อุปกรณ์การแพทย์ ระบบเครือข่าย สารกึ่งตัวนำและ LED โซลูชั่น สำหรับข่าวสารล่าสุด ท่านสามารถเยี่ยมชม Samsung Newsroom ได้ที่ news.samsung.com

from:https://www.techtalkthai.com/samsung-galaxy-studio/