คลังเก็บป้ายกำกับ: PRODUCT_UPDATE

Juniper เปิดตัวสวิตช์ แบบ Multigigabit ในรุ่น EX2300

สวิตช์อีเธอร์เน็ต EX2300 Multigigabit ของ Juniper นี้ ถือเป็นโซลูชั่นที่ให้ความหนาแน่นพอร์ทสูงมากภายใต้ขนาดกะทัดรัดแค่ 1 U เหมาะสำหรับเครือข่ายขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดทั้งด้านพื้นที่, พลังงาน, และงบประมาณ สามารถเชื่อมต่อกับแอคเซสพอยต์มาตรฐาน 802.11ac Wave 2 เพื่อประหยัดการใช้สายเคเบิลได้เป็นอย่างดี

สวิตช์รุ่นนี้ให้ความเร็วในระดับหลายกิกะบิต พร้อมตอบสนองความต้องการทรูพุตที่สูงมากได้ เหมาะอย่างยิ่งในการนำมายกระดับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายระดับ Access ที่มีอยู่เดิม หรือใช้กับแคมปัสหรือสำนักงานสาขาใหม่ที่ต้องการพอร์ตระดับหลายกิกะบิตบนสวิตช์ระดับ Access

ในซีรี่ย์ EX2300 นี้มีทั้งรุ่น 24 และ 48 พอร์ตแบบ 0/100 Mbps/1GbE/2.5GbE-Tรองรับ PoEทั้งแบบ 802.3afและ 802.3at PoE+ พร้อมกับตัวทรานซีฟเวอร์แบบ Small Form-Factor Pluggable Plus หรือ SPF+ สำหรับเป็นอัพลิงค์เชื่อมต่อกับสวิตช์ตัวอื่น

ใช้เทคโนโลยี Virtual Chassis ของ Juniper ที่สามารถรวมกันจัดการของสวิตช์มากถึง 4 ตัวรวมกันเป็นสวิตช์ลอจิคอลตัวเดียวกันได้ รวมถึงนำสวิตช์ EX2300 มาใช้เป็นอุปกรณ์ย่อยในระบบ Junos Fusion Enterprise ที่รวมสวิตช์แอคเซสจำนวนมากมาเป็นแพลตฟอร์มจัดการหนึ่งเดียวได้ด้วย

ที่มา : https://www.juniper.net/us/en/products-services/switching/ex-series/ex2300m/

สำหรับท่านใดสนใจ โซลูชัน ของ Juniper ลองติดต่อไปได้ที่
Mr. Pongwut Assaneewuttikorn
Senior Product Manager / Advance Security Solutions Unit
TH-Juniper <TH-Juniper@ingrammicro.com>

from:https://www.enterpriseitpro.net/juniper-ex2300-multigigabit/

Advertisements

เดลล์ เปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ใหม่ ความละเอียดสูงระดับ 4K

เดลล์ (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวแล็ปท็อป XPS 13 ใหม่ ด้วยขนาดเล็กกะทัดรัด พร้อมรูปลักษณ์เพรียว เบา บางเฉียบยิ่งขึ้น ด้วยจอแสดงผลแบบ InfinityEdge ด้วยความละเอียดสูงระดับ 4K มีให้เลือกใช้เท่ๆ ใน 2 สไตล์ ได้แก่ Platinum Silver และ Black มาพร้อม Rose Gold และ Alpine White อันเจิดจรัส

เปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2012 (Consumer Electronics Show) เครื่อง XPS 13 ยกระดับไปสู่ความเหนือชั้นที่สืบสานอยู่ในสายผลิตภัณฑ์ XPS ในฐานะของแล็ปท็อปที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกและผู้ชนะเลิศรางวัลด้านผลิตภัณฑ์มากกว่าสายผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในประวัติศาสตร์เดลล์ อีกทั้งเพิ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติล่าสุดจาก CES 2018 Innovation Award

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-xps-13/

ตามไปดูสตอเรจ Huawei OceanStor Dorado V3 ลดต้นทุน TCO ได้มากถึง 75%

ESG Lab สหรัฐอเมริกายีนยันผลทดสอบชัดเจน Huawei OceanStor Dorado V3 มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง และคุ้มค่าช่วยลดต้นทุน TCO ได้มากถึง 75%

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานข้อมูลต่างๆ มีมากขึ้นอย่างมหาศาลในยุค Big Data ซึ่งปัจจุบันนี้แนวโน้มการใช้งานอุปกรณ์สำหรับเก็บข้อมูล หรือ “สตอเรจ” นั้น ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน จากเดิมที่เคยใช้เทคโนโลยีแบบดิสก์จานหมุนทั่วไป หรือ Hard Disk Drive (HDD) กำลังพัฒนาไปสู่สตอเรจในลักษณะแบบ Solid State Disk (SSD) มากยิ่งขึ้น

Huawei นับได้ว่าเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยีเอ็นเตอร์ไพรส์ระดับโลกและเป็นอันดับหนึ่งในประเทศจีน ซึ่งได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพและคุณภาพของโซลูชั่นด้านไอทีจากผู้ใช้งานองค์กรต่างๆ มากมาย ปัจจุบัน Huawei มีโซลูชั่นที่ออกแบบมาตอบโจทย์สำหรับองค์กรมากมาย ทั้ง เซิร์ฟเวอร์, เน็ตเวิร์ก, ซอฟต์แวร์, สตอเรจ, ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง, IoT และ Big Data เป็นต้น ที่ช่วยให้องค์กรสามารถประยุกต์ใช้งานโซลูชั่นเหล่านี้ได้

สำหรับครั้งนี้ Huawei เองก็ได้มีการนำเสนอโซลูชั่นด้านสตอเรจที่มากด้วยประสิทธิภาพในรุ่น Huawei OceanStor Dorado V3 เป็นเทคโนโลยีดิสก์แบบ SSD หรือเรียกว่าเป็นเทคโนโลยีสตอเรจในลักษณะแบบ All-Flash เริ่มวางจำหน่ายมาในตลาดให้กับกลุ่มผู้ใช้งานในระดับองค์กร และสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งเรื่องของประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง และคุ้มค่าในด้านการลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO)

Huawei OceanStor Dorado V3 ลดต้นทุน TCO ได้มากถึง 75%
ESG Lab สหรัฐอเมริกายีนยันผลทดสอบชัดเจน ลดต้นทุน TCO ได้ 75%

ล่าสุดเมื่อไม่นานนี้ บริษัทด้านการวิเคราะห์และตรวจสอบประสิทธิภาพระดับโลก Enterprise Strategy Group หรือ ESG Lab จาก สหรัฐอเมริกาโดย คุณโทนี่ พัลเมอร์ ซึ่งเป็นวิศวกรอาวุโส ได้มีการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์ Huawei OceanStor Dorado V3 เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในด้านการลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO)รวมถึงความสามารถในการป้องกันความผิดพลาดของระบบโดยรวม กับแอพพลิเคชั่น ที่มีหน่วยงานองค์กร ใช้งานมากที่สุดในระดับ Top 5 และมีความสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก (Mission-Critical Applications) ถึง 3 ประเด็นการทำงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

– ระบบฐานข้อมูล
– ระบบอีเมล
– ระบบเวอร์ชวลเดสก์ทอป

คุณโทนี่ พัลเมอร์

การทดสอบต่างๆ เหล่านี้ ก็เพื่อที่จะวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพการทำงานและความคุ้มค่าในการลงทุน โดยพิจารณาจากต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) เป็นหลัก โดยมีการจำลองอินฟราสตรัคเจอร์ขึ้นมาโดยใช้เซิร์ฟเวอร์จำนวน 2 ตัว และทำการสร้างระบบเวอร์ชวล เพื่อรันแอพพลิเคชั่นดังกล่าว และมีการทดสอบการถอดดิสก์ออก (จำลองสถานการณ์หากดิสก์เกิดความเสียหาย) ซึ่งเทคโนโลยี RAID-TP ที่มีอยู่ในตัว Huawei OceanStor Dorado V3 ยังคงสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถรองรับในกรณีที่มี Disk สามารถเสียพร้อมกันได้มากสุด 3 ชุด ในขณะที่เทคโนโลยีอื่น เช่น RAID6 รองรับในกรณีที่มี Disk สามารถเสียพร้อมกันได้มากสุด เพียง 2 ชุดจึงส่งผลให้ระบบสตอเรจก็ยังคงดำเนินงานได้ตามปกติ เรียกได้ว่าไม่มีการเกิดดาวน์ไทม์เลย

Huawei OceanStor Dorado V3 นั้นถูกออกแบบโดยทีมงานวิจัยที่มีความสามารถมากกว่า 3,200 ราย

ในแง่ของการคำนวณเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมหรือ TCO ที่อาจจะเกิดขึ้นภายใน 5 ปีนั้น สามารถประหยัดลงไปได้ถึง 75% โดยสิ่งที่จะลดก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง, ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ, ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา, ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานและระบบความเย็น ฯลฯ

ESG ยังสรุปอีกด้วยว่า จุดเด่นของ Huawei ที่มีในตัว Huawei OceanStor Dorado V3 จะทำให้แผนกไอทีหรือผู้ดูแลรับผิดชอบนั้นมีเวลาในการบริหารจัดการและวางแผนการดำเนินงานมากกว่าเดิม และไม่จำเป็นต้องมาปวดหัวกับเรื่องของการบำรุงรักษาสตอเรจอีกต่อไป นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์สตอเรจแบบ All Flash ที่เหมาะกับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

ด้าน ดร.จุมพต ภูริทัตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้อธิบายว่า Huawei OceanStor Dorado V3 นั้นถูกออกแบบโดยทีมงานวิจัยที่มีความสามารถมากกว่า 3,200 ราย ในสถาบันวิจัย 5 ประเทศทั่วโลกโดย Huawei เป็นผู้ผลิตรายเดียวเท่านั้นที่พัฒนาชิพในการประมาณผลการควบคุม SSD ขึ้นมาเอง รวมทั้งการพัฒนาระบบ Disk และระบบ All-Flash แม้กระทั่งแชสซีส์และโมดูลาร์ต่างๆ ทำให้ทั้งระบบมีการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ, มีเสถียรภาพ, ความคุ้มค่า ยืดอายุการใช้งานของ SSD ให้นานขึ้น และความง่ายในการบริหารจัดการอย่างครบถ้วน, ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์สตอเรจของ Huawei นั้นมีเสถียรภาพ ยิ่งเมื่อได้ผ่านการรับรองการทดสอบจาก ESG Lab ยิ่งทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดร.จุมพต ภูริทัตกุล

ดร.จุมพต เล่าต่อไปว่า Huawei ได้เริ่มรุกตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์มาสักระยะแล้ว โดยมีลูกค้ากว่า 8,000 ราย ในมากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยก็เริ่มมีองค์กรเอ็นเตอร์ไพรส์ในกลุ่มด้านพลังงาน, เฮลธ์แคร์, หน่วยงานการศึกษา, สถาบันการเงินต่างๆ ตลอดจนองค์กรจากภาครัฐ เป็นต้น โดยจัดจำหน่ายผ่านพาร์ทเนอร์เป็นหลัก ซึ่ง Huawei เองก็ให้การสนับสนุนแก่พาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานกับผลิตภัณฑ์ของ Huawei

นอกจากนั้นแล้ว Huawei ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนหน่วยงานองค์การภาครัฐและภาคธุรกิจอย่างเต็มที่เพื่อสานต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในฐานะผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในประเทศเพื่อให้สามารถเดินหน้าสู่การยกระดับประเทศให้ได้ตามเป้าหมาย
Huawei OceanStor Dorado V3 ให้ประสิทธิภาพทำงานที่เหนือชั้น

Huawei ได้รับการจัดอันดับโดย Gartner Magic Quadrant ในปี 2017 ให้อยู่ในตำแหน่ง “Leader” สำหรับตลาดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ General Purpose Array

Huawei OceanStor Dorado V3 เป็น All Flash Array ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบสตอเรจทั่วไปถึง 10 เท่า

นอกจากนั้นสนับสนุนการทำงาน Data Reduction โดยใช้ฟีเจอร์อย่างเช่น ฟีเจอร์ De-Duplication, ฟีเจอร์ Compression ช่วยให้ลดข้อมูลที่จัดเก็บลงได้ถึง 3 เท่า หากพูดถึงความพร้อมใช้งานนั้นผลิตภัณฑ์สตอเรจรุ่นนี้ให้การันตีความพร้อมถึง SLA 99.9999% หมายถึงว่ารองรับแอพพลิเคชันที่มีความสำคัญ และรูปแบบการทำงานแบบ Active/Active ได้



from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-oceanstor-dorado/

เดลล์ อีเอ็มซี ประกาศเปิดตัว All-Flash Midrange สตอเรจใหม่

เดลล์ อีเอ็มซี ประกาศเสริมสายผลิตภัณฑ์ midrange storage ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัว SC All-Flash data storage arrays 2 รุ่นใหม่ข้าสู่ตลาด ไปพร้อมการอัพเดตซอฟต์แวร์สำคัญสำหรับ Dell EMC Unity ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับทั้งมิกซ์ บล็อค (mixed block) และไฟล์ เวิร์กโหลด

นอกจากนี้ เดลล์ อีเอ็มซี ยังได้แนะนำ Future-Proof Storage Loyalty Program โปรแกรมใหม่ที่มอบการรับประกันความพึงพอใจในระยะเวลา 3 ปีที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรมที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์จำนวนมากสำหรับลูกค้า อาทิ การคุ้มครองการลงทุนทั้งในฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การรับประกัน ประสิทธิภาพด้านสตอเรจ การถ่ายโอนข้อมูลได้โดยไร้กังวล พร้อม Virtustream Storage Cloud โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

SC All-Flash มอบประสิทธิภาพการทำงานระดับพรีเมียม และฟีเจอร์พร้อมใช้งานสำหรับเอ็นเตอร์ไพร์ซ

ได้รับการออพติไมซ์มาสำหรับ All-Flash ทำให้ SC All-Flash storage arrays ใหม่ของเดลล์ อีเอ็มซี ให้การทำงานที่เปี่ยม พร้อมด้วยประสิทธิภาพระดับพรีเมียมและฟีเจอร์พร้อมใช้งานสำหรับเอ็นเตอร์ไพร์ซ ทั้งนี้ SC All-Flash arrays ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าปรับปรุงดาต้า เซ็นเตอร์ ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มทั้งความเร็ว ประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่ายจากแอปพลิเคชันที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ ตัวระบบยังออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าเปิดไปสู่ความเป็นไปได้ต่างๆ สำหรับธุรกิจในการรองรับเวิร์กโหลดและยูสเคสใหม่ที่ใช้งานของแฟลชใหม่

ทั้ง Dell EMC SC5020F และ Dell EMC SC7020F มาในรูปของ 3U appliances พร้อมระบบควบคุมแบบ dual active/active controllers ด้วยโพรเซสเซอร์ Intel® Xeon® แบบ 8 คอร์ และมีหน่วยความจำมากถึง 256GB รองรับมัลติโปรโตคอล สำหรับทั้งการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ 10GB iSCSI และ 16/32GB FC ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาพร้อมคุณสมบัติดังต่อไปนี้

– ประสิทธิภาพของ All-Flash – ให้ IOPS ถึง 399,000 ต่ออาเรย์ และ 3.9 ล้าน aggregate IOPS ต่อ federated cluster ที่ใช้มัลติ-อาเรย์

– Federated data mobility การเพิ่มขนาด และการคุ้มครอง – พร้อมเชื่อมเข้าสู่ federated multi-array clusters เพื่อช่วยในการย้ายเวิร์กโหลดและทำโหลดบาลานซ์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด รวมถึงให้ฟีเจอร์ในการทำ auto-failover เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการทำธุรกิจได้ในตัวเอง

– เสริมประสิทธิภาพในการดำเนินการได้อย่างเหมาะสมด้วยตัวเอง – การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน (data deduplication) พร้อมการบีบอัดข้อมูล (compression) ที่ชาญฉลาด รวมถึงการทำ RAID tiering และ thin provisioning ได้ครอบคลุม ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้โดยอัตโนมัติ

– รวมซอฟต์แวร์ทั้งหมด – ทุกฟีเจอร์ล้ำหน้าของ SC Series จะรวมการใช้ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั้งหมด โดยไม่ต้องซื้อหรือจ่ายเพิ่มเติมเพื่อรักษาลิขสิทธิ์

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-emc-storage/

เดลล์ อีเอ็มซี ประกาศเปิดตัว All-Flash Midrange สตอเรจใหม่

เดลล์ อีเอ็มซี ประกาศเสริมสายผลิตภัณฑ์ midrange storage ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัว SC All-Flash data storage arrays 2 รุ่นใหม่ข้าสู่ตลาด ไปพร้อมการอัพเดตซอฟต์แวร์สำคัญสำหรับ Dell EMC Unity ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับทั้งมิกซ์ บล็อค (mixed block) และไฟล์ เวิร์กโหลด

นอกจากนี้ เดลล์ อีเอ็มซี ยังได้แนะนำ Future-Proof Storage Loyalty Program โปรแกรมใหม่ที่มอบการรับประกันความพึงพอใจในระยะเวลา 3 ปีที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรมที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์จำนวนมากสำหรับลูกค้า อาทิ การคุ้มครองการลงทุนทั้งในฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การรับประกัน ประสิทธิภาพด้านสตอเรจ การถ่ายโอนข้อมูลได้โดยไร้กังวล พร้อม Virtustream Storage Cloud โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

SC All-Flash มอบประสิทธิภาพการทำงานระดับพรีเมียม และฟีเจอร์พร้อมใช้งานสำหรับเอ็นเตอร์ไพร์ซ

ได้รับการออพติไมซ์มาสำหรับ All-Flash ทำให้ SC All-Flash storage arrays ใหม่ของเดลล์ อีเอ็มซี ให้การทำงานที่เปี่ยม พร้อมด้วยประสิทธิภาพระดับพรีเมียมและฟีเจอร์พร้อมใช้งานสำหรับเอ็นเตอร์ไพร์ซ ทั้งนี้ SC All-Flash arrays ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าปรับปรุงดาต้า เซ็นเตอร์ ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มทั้งความเร็ว ประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่ายจากแอปพลิเคชันที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ ตัวระบบยังออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าเปิดไปสู่ความเป็นไปได้ต่างๆ สำหรับธุรกิจในการรองรับเวิร์กโหลดและยูสเคสใหม่ที่ใช้งานของแฟลชใหม่

ทั้ง Dell EMC SC5020F และ Dell EMC SC7020F มาในรูปของ 3U appliances พร้อมระบบควบคุมแบบ dual active/active controllers ด้วยโพรเซสเซอร์ Intel® Xeon® แบบ 8 คอร์ และมีหน่วยความจำมากถึง 256GB รองรับมัลติโปรโตคอล สำหรับทั้งการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ 10GB iSCSI และ 16/32GB FC ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาพร้อมคุณสมบัติดังต่อไปนี้

– ประสิทธิภาพของ All-Flash – ให้ IOPS ถึง 399,000 ต่ออาเรย์ และ 3.9 ล้าน aggregate IOPS ต่อ federated cluster ที่ใช้มัลติ-อาเรย์

– Federated data mobility การเพิ่มขนาด และการคุ้มครอง – พร้อมเชื่อมเข้าสู่ federated multi-array clusters เพื่อช่วยในการย้ายเวิร์กโหลดและทำโหลดบาลานซ์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด รวมถึงให้ฟีเจอร์ในการทำ auto-failover เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการทำธุรกิจได้ในตัวเอง

– เสริมประสิทธิภาพในการดำเนินการได้อย่างเหมาะสมด้วยตัวเอง – การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน (data deduplication) พร้อมการบีบอัดข้อมูล (compression) ที่ชาญฉลาด รวมถึงการทำ RAID tiering และ thin provisioning ได้ครอบคลุม ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้โดยอัตโนมัติ

– รวมซอฟต์แวร์ทั้งหมด – ทุกฟีเจอร์ล้ำหน้าของ SC Series จะรวมการใช้ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั้งหมด โดยไม่ต้องซื้อหรือจ่ายเพิ่มเติมเพื่อรักษาลิขสิทธิ์

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=9256

(รีวิว) เพิ่มความสามาถด้าน Wi-Fi ด้วย D-Link EXO AC2600 MU-MIMO

ผลิตภัณฑ์ Wi-Fi Access Point Router ได้มีการพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ มากมายที่ช่วยทำให้การรับส่งผ่านข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

D-Link ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Wi-Fi Router ในุร่น EXO AC2600 MU-MIMO (DIR-882) แบบกิกะบิต (ความเร็วผสมระหว่าง 800 Mbps + 1,733 Mbps) มาพร้อมกับความสามารถพิเศษ และเทคโนโลยีต่างๆ มากมายที่ช่วยให้สามารถเร่งความเร็วได้สูงสุด

รูปลักษณ์สวยงาม
รูปร่างหน้าตาของเจ้า DIR-882 ดูสวยงาม ลำตัวเป็นสีดำเงา มาพร้อมกับเสาส่งสัญญาณ 4 เสา ด้านบนเครื่องออกแบบมาให้มีมุมมองลักษณะเป็นตัว X และมีรูระบายอากาศด้านบน พร้อมไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน พร้อมโลโก้ D-Link ส่วนด้านหลังประกอบด้วยปุ่มและพอร์ตต่างๆ ซึ่งมีทั้ง
– พอร์ต USB
– Gigabit LAN จำนวน 4 พอร์ต
– พอร์ต Gigabit ขารับสัญญาณอินเทอร์เน็ต
– ปุ่มสำหรับเปิดปิด Wi-Fi
– ปุ่มสำหรับฟังก์ชัน WPS
– พอร์ต USB แบบ 3.0 (อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่อง)

การติดตั้งที่ง่าย
D-Link DIR-882 นี้ พร้อมกันการติดตั้งที่แสนง่ายดาย โดยคุณแค่เอาสาย LAN เชื่อมกับระบบเราท์เตอร์หรือโมเด็มตัวเดิมของคุณก่อน (ควรจะปิดเครื่องทั้งคู่ก่อน) หลังจากนั้นก็ต่อปลั๊กไฟให้กับ DIR-882 แล้วเปิดการทำงาน ใช้เวลาไม่นานนัก เราก็จะเริ่มเห็นสัญญาณ Wi-Fi ซึ่งเป็นค่าดีฟอลต์ (SSID : dlink-0F88 และ Password : 7df787f8f3) ซึ่งเมื่อต่อครบถ้วนถูกต้องก็จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที อย่างไรก็ตามเราสามารถเปลี่ยนค่าคอนฟิกูเรชั่นของอุปกรณ์ได้ผ่านทางหน้าเว็บบราวเซอร์โดยพิมพ์ไปที่ http://192.168.0.1 แล้วทำการตั้งค่าตามต้องการ – เรายังสามารถติดตั้งและคอนฟิกค่าผ่านทางแอพฯ ที่ชื่อว่า D-Link QRS Mobile ผ่านระบบ Android และ iOS ได้เช่นกัน

คอนฟิกูเรชั่นต่างๆ
เมื่อเราเข้ามายังหน้าเว็บคอนฟิก (ผ่านทาง http://192.168.0.1) เราก็จะพบ UI ที่เข้าใจได้ง่ายพร้อมทั้งเป็นกราฟิกแสดงผลให้เห็นค่าต่างๆ โดยประกอบด้วยหน้า Home, Settings, Features และ Management

โดย DIR-882 ให้เราสามารถคอนฟิกค่าต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเซต VLAN, และระบบ IPV6 อีกทั้งในหน้า Features มีฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ที่หลากหลาย เช่นการกำหนดค่า QoS ที่ทำเป็นกราฟิก ให้เรา Drag & Drop อุปกรณ์ที่ต้องการตรง QoS Service ได้เลย, การกำหนดค่าของ Firewall ต่างๆ, สามารถทำ Website Filter และสร้าง Rule ได้อย่างง่ายดาย และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมายที่น่าสนใจ

ส่วนในหน้า Management ก็จะมีฟีเจอร์ให้เรากำหนดค่าตามที่เราอยากจะให้เป็นได้เพิ่มเติม เช่น พาสส์เวิร์ด Admin, การกำหนดเวลา, การเซตค่า Log เป็นต้น

ประสิทธิภาพและฟีเจอร์ต่างๆ
EXO AC2600 MU-MIMO (DIR-882) ให้ประสิทธิภาพที่เหลือร้าย มาพร้อมกับระบบ Dual Core โพรเซสเซอร์ที่ช่วยเร่งความเร็วในการรับส่งสัญญาณได้ดีกว่า ปัจจุบันอุปกรณ์ตัวนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี MU-MIMO (Multi-User Multiple-Input Multiple-Output) รองรับย่านความถี่ 5 GHz ที่ความกว้างของช่องสัญญาณระหว่าง 80-160MHz ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามาถรรองรับกับการใช้งานแอพฯ และโปรแกรมต่างๆ ได้กว้างมากขึ้นกว่าเท่าตัว และด้วยเสาสัญญาณถึง 4 เสาในการกระจายสัญญาณเป็นวงกลม ทำให้สามารถส่งผ่านสัญญาณได้ดีกว่าระบบแบบดั้งเดิม

ทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน
เราได้ลองติดตั้งอุปกรณ์บนอาคารชั้นสอง และทำการกระจายสัญญาณลงมายังอุปกรณ์ภายในบ้านข้างล่างที่ประกอบด้วย Smart TV, Smart Phone, Notebook และอุปกรณ์ที่ใช้ระบบเน็ตอื่นๆ พบว่า อยู่ในเกณฑ์ที่ดี สามารถส่งผ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในทุกๆ อุปกรณ์ และได้ทำการทดสอบผ่านแอพฯ Speed test – ความเร็วที่บ้านใช้ที่ 30Mbps / 10Mbps (DW/UP) ก็ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก (ดูจากผลลัพธ์สปีดที่ได้) ส่วนการดู TV แบบสตรีมมิ่งก็ให้ผลดี แตกต่างจากเราท์เตอร์เดิมอย่างเห็นได้ชัด ให้ภาพที่ไหลลื่นและไม่กระตุกเลย (จริงๆ แล้ว รองรับระบบภาพแบบ 4K ได้อย่างสบายๆ)

บทสรุป
EXO AC2600 MU-MIMO (DIR-882) ออกมาตอบโจทย์ความต้องการใช้งานระบบ Wi-Fi ที่เน้นความเร็ว และรองรับกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย (Multi-User) ด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย และฟีเจอร์ฟังก์ชันการทำงานที่ครบถ้วน ทำให้มันกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมิใช่น้อย

สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่เพจ https://www.facebook.com/DLinkThailandFans/

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/dlink-exo-ac2600/

ซอฟต์แวร์ Unity 2017 ผงาดบน ADAM หนังสั้นระดับโลกจาก OATS Studio

Unity Technologies ผู้สร้างซอฟต์แวร์การสร้างสรรค์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลกโดยมีการติดตั้งลงในอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 3 พันล้านอุปกรณ์แล้วจนถึงวันนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศว่าภาพยนตร์ ADAM : The Prophet (ภาคที่ 3) ซึ่งได้ใช้ซอฟต์แวร์ Unity 2017 จะมีการฉายรอบปฐมทัศน์ ณ งาน SIGGRAPH Asia ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ และจะมีการเผยแพร่ให้ชมกันทั่วโลกทาง Youtube หลังจากนั้น

สำหรับ ADAM : The Prophet เป็นภาพยนตร์สั้นที่เป็นซีรี่ย์กล่าวถึงโลกที่น่าตื่นตลึง (visually stunning series) สร้างสรรค์และผลิตโดยผู้กำกับ Neill Blomkamp แห่ง OATS Studio โดยใช้ซอฟต์แวร์ Unity 2017 เขาเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Academy ในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมมาแล้ว เรื่องราว 2 ตอนแรกของ ADAM รวมทั้ง trailer ของตอนล่าสุดนี้สามารถชมได้ผ่าน Youtube

ในภาพจากซ้ายสุด – อิสสาเลล่า ลีว่า ( Isabella Riva ) : หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนและสร้างสรรค์ กับบริษัทยูนิตี้, เมทเทียส มูเลอร์ (Mathieu Muller) : หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมภาคสนาม, คริส ฮาวี่ ( Chris Harvey) : VFX supervisor Of OatStudios

“Unity 2017 เป็นเครื่องมือสำหรับผลิตภาพยนตร์เสมือนจริงที่ทรงพลังทำงานได้แบบเรียบไทม์ เราจึงเลือกมาใช้ในการผลิตภาพยนตร์ ADAM สำหรับทุก ๆ ตอน” กล่าวโดย Chris Harvey , VFX supervisor แห่ง OATS Studio เขายังเสริมว่า “SIGGRAPH เป็นงานที่ศิลปินนักสร้างสรรค์จากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดและก้าวหน้าที่สุดของโลกในการสร้างสรรค์ศิลปะและการออกแบบต่าง ๆ เราตื่นเต้นมากที่จะได้มาแบ่งปันเทคนิคที่ปฏิวัติวงการภาพยนตร์ที่เรานำมาใช้ในการสร้างสรรค์ ADAM : The Prophet”

สำหรับ ADAM ภาคแรก

ADAM ภาคที่สองตอน The Mirror

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8912