คลังเก็บป้ายกำกับ: PRODUCTS

[PR] CAT เตรียมส่งบริการใหม่ IRIS STARTUP หนุนกลุ่ม Startup เน้นใช้งานง่าย จ่ายตามที่ใช้จริง

วันนี้ (30 มีนาคม 2560) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT จัดงาน “IRIS CLOUD No.1 Trustable Cloud Provider ตอบโจทย์ผู้นำการให้บริการ Cloud Computing ของ CAT ภายใต้แบรนด์ IRIS CLOUD หนุนภาคธุรกิจ SMEและ Startup ก้าวสู่ Thailand 4.0”  โดยมี นายชัยยุทธ สันทนานุการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นประธาน ณ Hubbato Co Working Space ชั้น 3 ฮาบิโตะ มอลล์ สุขุมวิท (BTS อ่อนนุช)

นายชัยยุทธ สันทนานุการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า CAT ได้จัดงาน IRIS CLOUD No.1 Trustable Cloud Provider ขึ้นเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของบริการIRIS CLOUD ซึ่งเป็นผลมาจากการตอบรับการใช้งาน และความคุ้นเคยที่มีต่อการใช้บริการ Cloud ของหน่วยงานภาครัฐ และ เอกชนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทำให้มีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยประมาณ 40 %  ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตของรายได้สูงถึง 104 %

ในปีนี้ CAT ได้มุ่งพัฒนาให้บริการ Cloud แบบ prepaid ในชื่อ IRIS STARTUP เพื่อสนับสนุนความต้องการของกลุ่ม SME และ Startup สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ ด้วยจุดเด่นคือสามารถใช้บริการ Cloud ได้ง่าย รวดเร็ว สะดวกในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ไม่มีปัญหาเรื่องภาษาสื่อสาร

หมดกังวลเรื่องความแตกต่างทางด้านเวลา Time Zone เพราะเป็นบริการ Cloud ในประเทศไทย รวมถึงยังช่วยลดต้นทุน ค่าใช้จ่ายจากการถ่ายโอนข้อมูล (Data Transfer)

อีกทั้งผู้ใช้บริการยังมั่นใจในมาตรฐานการให้บริการ ISO 27001:2013 และรางวัลสุดยอดผู้ให้บริการด้าน Cloud Computing แห่งปี ของประเทศไทย “2017 Frost & Sullivan Thailand Infrastructure as a Service Provider of the Year Award”จาก Frost & Sullivan องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ยืนยันในมาตรฐานการดำเนินงานและคุณภาพการให้บริการที่ CAT มุ่งพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็น IRIS CLOUD No.1 Trustable Cloud Provider ของประเทศไทย

นายชัยยุทธ ได้กล่าวปิดท้ายว่า CAT มุ่งมั่นที่จะพัฒนา Software บน CLOUD ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีทางเลือกในการใช้งานเพิ่มขึ้น ในปีที่ผ่านมา CAT ได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐให้เข้ามาดูแลในส่วน Infrastructure , Network, ระบบรักษาความปลอดภัย และมีพันธมิตรมืออาชีพดูแลพัฒนาระบบ Software ซึ่งระบบคลัง 4.0 Govconnect  จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำงานภาครัฐสะดวก รวดเร็ว ง่ายขึ้น และสรุปข้อมูลการใช้งบประมาณภาครัฐได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นอีกด้ว และ CAT มีแผนงานที่จะเปิดให้บริการ ERP ON CLOUD ในปลายปี 2560 ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับกลุ่มธุรกิจ SME และ STARTUP ในการพร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ไทยแลนด์ 4.0”

from:https://www.techtalkthai.com/cat-launches-iris-startup-to-support-startup-businesses/

Advertisements

แนะนำ IRIS CLOUD บริการ Cloud IaaS จาก CAT

สำหรับองค์กรหรือธุรกิจ Startup ที่กำลังมองหาบริการ Cloud สำหรับใช้งานนั้น ทาง TechTalkThai ขอเสนอบริการ IRIS CLOUD จาก CAT ผู้ให้บริการ Cloud อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ซึ่งเป็น Cloud ที่มีเสถียรภาพสูง การันตีมาตรฐานการให้บริการด้วยรางวัลผู้ให้บริการด้าน Cloud Computing แห่งปี ของประเทศไทย ถึง 2 ปีซ้อน โดย IRIS CLOUD ได้รับรางวัล 2017 Thailand Data Communications Infrastructure as a Service Provider of the Year และ 2015 Thailand Data Communications Infrastructure as a Service Provider of the Year จากงานประกาศรางวัลระดับโลกที่จัดขึ้นโดย Frost & Sullivan องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลกการันตี

 

โดยทาง CAT ซึ่ง เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของชาติ มีบริการ Cloud สำหรับให้บริการองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงธุรกิจ Startup โดยมี Cloud ที่ใช้เทคโนโลยี Virtual Machine ภายใต้แบรนด์ “IRIS CLOUD” ซึ่งตอบโจทย์ได้ในทุกระดับความต้องการใช้งาน และราคา อีกทั้งมีข่าวดีสำหรับ Startup ของไทย โดย TechTalkThai ขอสรุปรายละเอียดบริการ IRIS CLOUD มาให้ผู้ที่กำลังสนใจใช้บริการนี้ ดังนี้

 

IRIS CLOUD บริการ IaaS Cloud จาก CAT ช่วยให้การทำงานของธุรกิจองค์กรและ Startup ง่ายขึ้น

IRIS CLOUD เป็นบริการ Cloud ที่ CAT ออกแบบขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการใช้งานในระดับองค์กรไปจนถึงความต้องการของ Startup ที่กำลังเริ่มต้น ทำให้บริการ IRIS CLOUD นี้สามารถถูกนำไปใช้ได้อย่างยืดหยุ่นและหลากหลาย ตอบโจทย์ได้ทั้ง Traditional IT Infrastructure ที่เน้นเรื่องของการใช้ Virtual Machine (VM) เป็นหลัก ควบคู่ไปกับโจทย์ Cloud-Native IT Infrastructure ที่เน้นการผสมผสานระหว่าง VM ตามความเหมาะสมของงานและแนวทางในการทำ DevOps ในปัจจุบัน

และเพื่อให้ทุกองค์กรธุรกิจและ Startup สามารถใช้งานบริการ IRIS CLOUD ได้อย่างมั่นใจ CAT จึงได้ทำการเพิ่มระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยหลากหลายให้พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Data Center Firewall ที่สามารถตรวจจับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนในปัจจุบันได้, มีระบบป้องกัน Distributed Denial of Service (DDoS) เบื้องต้นให้ใช้งาน และยังมี Anti-virus ช่วยตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติและซอฟต์แวร์อันตรายที่แอบแฝงอยู่ภายในแต่ละ VM ได้ โดย CAT นั้นมีทีมงานคอยบริการกำหนดค่าทางด้านความมั่นคงปลอดภัยต่างๆ เหล่านี้ให้กับลูกค้าทุกราย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบจะมีความมั่นคงปลอดภัยในระดับสูง ในขณะที่ลูกค้าผู้ใช้งานนั้นไม่ต้องกังวลกับการเรียนรู้การตั้งค่าด้านความมั่นคงปลอดภัยเหล่านี้

ในขณะเดียวกัน IRIS CLOUD เองก็ยังมีบริการในส่วนของ IRIS Startup ที่เป็นบริการ VM แบบราคาประหยัดเป็นพิเศษ และมีขนาดหลากหลายให้เลือกใช้งานได้ตามต้องการ เพื่อให้ลูกค้าผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับธุรกิจ Startup ของตนได้อย่างรวดเร็วที่สุดนั่นเอง

 

IRIS Cloud รองรับ Virtual Machine ด้วย Microsoft Azure Pack

บริการของ IRIS CLOUD ในส่วนของ VM นี้จะใช้เทคโนโลยีของ Microsoft Azure Pack เป็นหลัก ทำให้สามารถรองรับ VM ได้ทั้ง Microsoft Windows Server และ Linux ตามความต้องการขององค์กร ตอบโจทย์ได้ทั้งองค์กรที่ต้องการพัฒนาระบบด้วยเทคโนโลยีของฝั่ง Microsoft และ Open Source ได้อย่างครบถ้วน

IRIS CLOUD ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำของไทยมากมาย ที่ได้เปลี่ยนการทำงานด้าน IT มาบนระบบ Cloud ทั้งในส่วนของ Private Cloud, Public Cloud และ Hybrid Cloud อีกทั้งทาง CAT ยังมีทีมวิศวกรคอยออกแบบและแนะนำ Solution ที่ดีและคุ้มค่าให้กับลูกค้าอีกด้วย

สะดวกในการใช้งานด้วยการให้บริการแบบ self service portal ที่ลูกค้าสามารถจัดการ VM และ Virtual Network ได้ด้วยตนเองเช่น สร้าง ,ลบ , ปรับขนาด VM ได้เอง สามารถ start / stop VM ได้เอง

ภายในบริการส่วนของ VM นี้องค์กรจะสามารถเลือกขนาดของเครื่อง Virtual Machine ไม่ว่าจะเป็นจำนวนของ vCPU, RAM, Storage โดยระบบ Storage นั้นจะมีขนาดเริ่มต้นที่ 50GB และใช้เทคโนโลยีการทำ Storage Tiering ร่วมกันระหว่าง Solid State Drive (SSD) และ Nearline SAS (NL SAS) เพื่อให้ได้รับข้อดีทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและความทนทาน รวมถึงยังสามารถเลือกระบบปฏิบัติการที่ต้องการได้ เรียกได้ว่าเหมือนองค์กรได้ทำการเช่า Server บน Cloud มาใช้งาน และติดตั้ง Software ต่างๆ ได้อย่างอิสระนั่นเอง

นอกจากนี้ IRIS CLOUD ยังมีการให้บริการ Firewall สำหรับ VM เหล่านี้เพื่อรักษาความปลอดภัยเบื้องต้น พร้อมมีทีมงานคอยให้บริการตลอด 24×7 ในกรณีที่เกิดปัญหาใดๆ ขึ้นกับระบบ พร้อม Public IP Address

ด้วยเหตุนี้ องค์กรที่ต้องการนำระบบ Application ขององค์กรย้ายขึ้นมาบนระบบ Cloud เพื่อให้ง่ายต่อการเพิ่มขยายในอนาคต และยังต้องการการติดตั้ง Software ต่างๆ ได้อย่างอิสระอยู่ ก็สามารถพิจารณาเลือกใช้บริการ IRIS CLOUD ในส่วนของ VM ได้ทันที เพื่อลดค่าใช้จ่ายในแง่ต้นทุนทั้งการจัดซื้อและการดูแลรักษาลง ทำให้องค์กรมีผลกำไรมากขึ้น ในขณะที่ฝ่าย IT ขององค์กรเองก็สามารถลดภาระในการดูแลรักษาระบบ Server ลงไปได้ด้วยการให้เจ้าหน้าที่มืออาชีพจาก CAT คอยช่วยดูแลระบบแทน และทำให้สามารถนำทรัพยากรบุคคลทางฝ่าย IT เหล่านี้ไปร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในเชิงรุกเพื่อให้ธุรกิจขององค์กรเติบโตต่อไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

IRIS CLOUD สนับสนุนธุรกิจ Startup เต็มกำลัง ทั้งในส่วนของเทคโนโลยีและราคา

IRIS CLOUD จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับ POP NIX ผู้ให้บริการ Cloud เพื่อให้ตอบรับต่อความต้องการของเหล่า Developer ที่เริ่มพัฒนา Application กันมากขึ้นในทุกวันนี้ ที่มีความต้องการให้ต้นทุนในการให้บริการถูกลง เหมาะสำหรับองค์กรที่เพิ่งเริ่มต้น หรือธุรกิจ Startup ที่ต้องการบริการ Cloud เริ่มต้นสำหรับทดลองใช้งานนั่นเอง

บริการในส่วนที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ POP NIX นี้จะใช้เทคโนโลยี Open Source ที่ทำงานบน Server ประสิทธิภาพสูงซึ่งใช้ Solid State Drive (SSD) ในการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด ทำให้ราคาของบริการนั้นถูกมาก อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Self Service Portal เพื่อให้ลูกค้าแต่ละรายสามารถเข้าไปบริหารจัดการ VM ของตนเองทั้งหมดได้ตามต้องการอย่างง่ายดาย และปรับแต่งทุกความต้องการได้เองทันที

 

ใช้บริการ IRIS CLOUD อย่างมั่นใจ ด้วยมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013

ในส่วนขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับประเด็นทางด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการต่างๆ ภายใน Data Center ที่ต้องมีกระบวนการในการทำงานต่างๆ ที่โปร่งใส ชัดเจน และปลอดภัย บริการ IRIS CLOUD นี้พร้อมจะเป็นทางเลือกสำหรับองค์กรของคุณด้วยการผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 สำหรับ Data Center ที่ให้บริการ IRIS CLOUD เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมไปถึง CAT มี Internet Gateway ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มั่นใจได้ในเรื่องของความเร็วการรับส่งข้อมูลได้

 

ติดต่อทีมงาน IRIS CLOUD ได้ทันที

ผู้ที่สนใจบริการ IRIS CLOUD และต้องการติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาในการใช้ Cloud, การย้ายระบบหรือบริการต่างๆ ขึ้น Cloud หรือต้องการขอใบเสนอราคา รวมถึงผู้พัฒนา Software หรือผู้ดำเนินธุรกิจ Systems Integrator ที่ต้องการเป็น Partner กับ IRIS CLOUD สามารถติดต่อทีมงาน IRIS CLOUD ได้ทันทีที่ e-mail : iris_marketing@hotmail.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริการ IRIS CLOUD ได้ทันทีที่ iris.cloud

from:https://www.techtalkthai.com/introduction-to-iris-cloud-the-cloud-iaas-service-powered-by-cat/

7 เหตุผลที่ควรเลือกใช้บริการ Cloud Backup จากผู้ให้บริการ Cloud ในประเทศไทย

การมาของ Ransomware นั้นได้ทำให้องค์กรทั่วโลกต้องตื่นตัวกับเรื่องการทำ Backup หรือการสำรองข้อมูลกันมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะ Ransomware หรือซอฟต์แวร์เรียกค่าไถ่เหล่านี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับเหล่าธุรกิจทั่วโลกได้ในพริบตา หลายๆ องค์กรจึงเลือกที่จะใช้บริการ Cloud Backup ของผู้ให้บริการในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจาก Ransomware ได้ ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการดังนี้

 

1. เริ่มติดตั้งใช้งานได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ไม่ต้องเตรียม IT Infrastructure เพิ่มเติมแต่อย่างใด

เดิมทีนั้นหากผู้ใช้ต้องการใช้งาน ระบบ Backup จะต้องมีการออกแบบ และติดตั้งอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายภายในองค์กรเพิ่มเติม อาทิ ระบบ Backup Server และระบบ Backup Storage เพื่อให้มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการสำรองข้อมูลของผู้ใช้งานจำนวนมากภายในองค์กรได้พร้อมๆ กัน แต่ด้วยคุณสมบัติของบริการ Cloud Backup นี้ จะ ทำให้องค์กรสามารถเริ่มต้นสำรองข้อมูลได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลากับการออกแบบ ติดตั้ง IT Infrastructure และเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากเพิ่มเติมแต่อย่างใด

 

2. ความเร็วในการสำรองข้อมูลแบบ Full Backup ในไทยนั้นมีความเร็วสูงกว่ามาก

เมื่อมีการใช้งานบริการ Cloud Backup ปัจจัยสำคัญที่ควรจะต้องพิจารณาถึงนั้นก็คือเรื่องของ Bandwidth นั่นเอง ซึ่งหากบริการ Cloud Backup ที่ใช้งานนั้นมี Cloud Storage อยู่ในต่างประเทศ Bandwidth ที่ต้องใช้ทั้งหมดก็ต้องเป็น Bandwidth แบบ International ซึ่งมักจะมีขนาดที่น้อยกว่า Domestic มาก ทำให้การสำรองข้อมูลไปยัง Cloud Storage ที่อยู่ในต่างประเทศนั้น ช้ากว่าการสำรองข้อมูลไปยัง Cloud Storage ในประเทศไทยอย่างชัดเจน และปัญหานี้จะยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อองค์กรต้องทำการสำรองข้อมูลของเครื่องลูกข่ายจำนวนมากพร้อมๆ กัน

 

3. ความเร็วในการกู้คืนข้อมูลนั้นก็เร็วตามไปด้วย

ความเร็วในการกู้คืนข้อมูลนั้นก็สำคัญ เพราะหาก Ransomware นั้นสร้างความเสียหายให้กับผู้ใช้งานคนหนึ่ง และผู้ใช้งานคนนั้นต้องทำการกู้คืนข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้สามารถทำงานต่อไปได้ แล้วต้องเสียเวลารอการโหลดข้อมูลจาก Cloud Storage ในต่างประเทศซึ่งมี Bandwidth ต่ำกว่านั้น ก็อาจทำให้ธุรกิจเสียหายได้เช่นกัน และโดยทั่วไปการกู้คืนข้อมูลทั้งระบบอย่างในกรณีของ Ransomware นี้ก็มักมีจำนวนไฟล์มหาศาล ทำให้ต้องโหลดข้อมูลขนาดใหญ่ การใช้บริการ Cloud Storage ในประเทศไทยจึงเหมาะสมกว่าเป็นอย่างมาก

 

4. มีเจ้าหน้าที่ Support เป็นคนไทย จึงสามารถสื่อสารเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนสูงได้ง่ายกว่า

หลายๆ ครั้งการกู้คืนข้อมูลนั้นมักประสบปัญหาทางเทคนิค เช่น กู้คืนข้อมูลไม่สำเร็จ, กู้คืนข้อมูลเองไม่เป็น, ค้นหาไฟล์ที่ต้องการไม่เจอ และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นการสนับสนุนในการกู้คืนข้อมูลนั้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งหากใช้บริการ Cloud Backup ของผู้ให้บริการต่างประเทศนั้น การสื่อสารทั้งหมดก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษ และอาจเกิดความสับสนในการสื่อสารได้โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้งานที่ไม่มีความรู้ด้าน IT ต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวเอง ดังนั้นการเลือกใช้บริการ Cloud Backup ในประเทศไทยก็จะสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

 

5. รองรับความต้องการของหน่วยงานราชการไทย ที่ต้องมีการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศไทยเท่านั้น

สำหรับหน่วยงานราชการไทยที่มักตกเป็นเป้าของ Ransomware นั้น ก็ติดประเด็นการใช้บริการ Cloud จากต่างประเทศในแง่ของการจัดเก็บข้อมูลที่ต้องเก็บอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ทำให้บริการ Cloud Backup สำหรับหน่วยงานราชการไทยนี้ต้องเป็นบริการจากผู้ให้บริการที่มี Data Center ภายในประเทศไทย

 

6. รองรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลได้จากทั้งภายในและภายนอกองค์กร มีความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น

เทคโนโลยี Cloud Backup ในทุกๆ วันนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่ระบบสำรองข้อมูลเท่านั้ แต่ยังสามารถสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลร่วมกับระบบ Cloud Storage และยังสามารถใช้ในรูปแบบของ File Sharing ที่ติดตามผู้ใช้งานไปบนทุกๆ อุปกรณ์ได้ด้วย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลบน PC ของตนได้จากข้อมูลที่สำรองเอาไว้บน Cloud ผ่าน Notebook, Smartphone หรือ Tablet เครื่องอื่นๆ ที่ใช้งานได้ด้วยเช่นกัน

 

7. เป็นการสำรองข้อมูลระยะไกลต่างสาขาไปในตัว ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจองค์กรได้เป็นอย่างดี

ที่ผ่านมาองค์กรมักจะรับมือกับกรณีของภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัย, อุทกภัย หรืออื่นๆ ด้วยการลงทุนในระบบ Disaster Recovery (DR) หรือ Remote Backup ซึ่งการใช้บริการ Cloud Backup นี้ก็ถือได้ว่าเป็นการทำ Remote Backup สำหรับทุกๆ สาขาขององค์กรได้ในตัว ทำให้องค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนระบบที่จะมาลดความเสี่ยงในประเด็นเหล่านี้ไปได้สำหรับส่วนของเครื่องลูกข่ายภายในองค์กรนั่นเอง อีกทั้งสำหรับกรณีของ Notebook การใช้ Cloud Backup นี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่เครื่องสูญหายหรือถูกขโมยไปได้ด้วยในตัว

 

รู้จัก IRIS BACKUP บริการสำรองข้อมูลบนระบบ Cloud ในประเทศไทยจาก IRIS CLOUD

IRIS BACKUP เป็นหนึ่งในบริการ Cloud Service จาก IRIS CLOUD ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ด้านการสำรองข้อมูลูธุรกิจให้แก่เหล่าองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยได้อย่างยืดหยุ่นและคล่องตัว โดยรองรับการสำรองข้อมูลสำหรับระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows, Apple macOS และ Linux เพื่อมุ่งเน้นการสำรองข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ลูกข่ายภายในองค์กรเป็นหลักโดยอัตโนมัติ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นดังต่อไปนี้

  • สามารถสำรองข้อมูลของไฟล์ต่างๆ ได้ไม่จำกัดจำนวนไฟล์ และไม่จำกัดขนาดสูงสุดของไฟล์
  • มีการเก็บ Version ย้อนหลังสำหรับแต่ละไฟล์ ทำให้สามารถเลือก Version ของไฟล์ที่ต้องการกู้คืนได้
  • สามารถกู้คืนไฟล์ได้จากทุกที่ ทั้งจาก PC, iOS และ Android โดยไม่ต้องมีการเชื่อมต่อ VPN
  • ทำการสำรองข้อมูลแบบ Incremental ทำให้ไม่ต้องอัปโหลดไฟล์จำนวนมากในการสำรองข้อมูลแต่ละรอบ
  • ทำการสำรองข้อมูลโดยใช้ประสิทธิภาพของเครื่องน้อย ไม่ทำให้การทำงานของผู้ใช้งานติดขัด
  • มีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลที่ทำการสำรองเอาไว้
  • มีการบริการจากทีมงาน IRIS CLOUD ตลอด 24×7 คอยช่วยสนับสนุนทางด้านเทคนิค ทั้งการสำรองและกู้คืนข้อมูล
  • Data Center ตั้งอยู่ภายในประเทศไทย สามารถสำรองข้อมูลและกู้คืนได้อย่างรวดเร็ว
  • สามารถเพิ่มขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำรองได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้ Cloud Storage จาก IRIS CLOUD

สำหรับค่าใช้จ่ายของ IRIS CLOUD นั้นจะคิดเป็นรายเครื่องที่ต้องการสำรองข้อมูล และคิดค่าใช้จ่ายสำหรับพื้นที่ของ Cloud Storage ตามการใช้งานจริง โดยผู้ที่สนใจรายละเอียดสามารถศึกษาอัตราราคาได้ที่ http://iris.cloud/index2.php ทันที

 

ติดต่อทีมงาน IRIS CLOUD ได้ทันที

ผู้ที่สนใจบริการ IRIS CLOUD และต้องการติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาในการใช้ Cloud, การย้ายระบบหรือบริการต่างๆ ขึ้น Cloud หรือต้องการขอใบเสนอราคา รวมถึงผู้พัฒนา Software หรือผู้ดำเนินธุรกิจ Systems Integrator ที่ต้องการเป็น Partner กับ IRIS CLOUD สามารถติดต่อทีมงาน IRIS CLOUD ได้ทันทีที่ e-mail : iris_marketing@hotmail.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริการ IRIS CLOUD ได้ทันทีที่ iris.cloud

from:https://www.techtalkthai.com/7-reasons-to-use-cloud-backup-services-from-local-cloud-providers-by-iris-cloud-iris-backup/

คลิปย้อนหลัง IBM Thailand Live: Reimagining Business Networks with Blockchain และ Hyperledger Fabric 1.0

สำหรับผู้ที่พลาดการเข้าชมการ Live ของ IBM Thailand ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ Reimagining Business Networks with Blockchain และ Hyperledger Fabric 1.0 สามารถเข้าชมคลิปย้อนหลังได้ดังนี้เลยนะครับ

ส่วนสัปดาห์หน้า จะเป็นเรื่องของ IBM Watson Workspace ที่นำ Cognitive Computing / AI มาใช้ในการสื่อสารภายในองค์กรครับ ใครสนใจก็ไป Like Page IBM Thailand รอกันไว้ได้เลยครับที่ https://www.facebook.com/IBMThailand/

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-thailand-live-reimagining-business-networks-blockchain-and-hyperledger-fabric-1-0-replay/

Extreme Networks เข้าซื้อกิจการ Brocade ในส่วน Data Center ที่ 1,925 ล้านบาท

Extreme Networks ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Brocade ในส่วนของ Data Center Networking ที่มูลค่า 55 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 1,925 ล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Broadcom เข้าซื้อกิจการส่วนที่เหลือของ Brocade ไปแล้ว

Credit: ShutterStock.com

 

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ Extreme Networks มีเทคโนโลยีที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ที่เข้าซื้อกิจการของ Enterasys มาเมื่อนานมาแล้ว ตามมาด้วยการเข้าซื้อเทคโนโลยี Wireless LAN จาก Zebra Technology (อดีต Motorola) และเข้าซื้อกิจการธุรกิจด้านระบบเครือข่ายจาก Avaya ที่กำลังประกาศล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการอยู่

Extreme Networks คาดว่าการเข้าซื้อกิจการของ Brocade มาในครั้งนี้จะทำให้มีรายรับต่อปีเพิ่มขึ้น 230 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 8,050 ล้านบาท จากผลิตภัณฑ์กลุ่ม Switch, Router, Analytics Software, Data Center Software และ Software-Defined Network

 

ที่มา: http://www.datacenterknowledge.com/archives/2017/03/29/extreme-to-buy-brocade-data-center-network-business/

from:https://www.techtalkthai.com/extreme-networks-acquires-brocade-data-center-networking/

Supermicro เปิดตัว Rack Scale Design Solutions รองรับการ Scale Data Center ได้อย่างรวดเร็ว

Supermicro ได้ทำการเปิดตัว Rack Scale Design (RSD) Solutions ผสานระบบ Open Management เข้ากับ Server ช่วยให้สามารถบริหารจัดการและขยายขนาด Data Center ได้อย่างรวดเร็ว

Supermicro Rack Scale Design (RSD) Solutions ได้นำเอา Open Source RSD Framework ของ Intel และ Redfish API ที่พัฒนาโดย Distributed Management Task Force (DMTF) เข้ามาสร้างเป็น Solutions เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องใช้งาน Server ภายใน Data Center จำนวนมาก เช่น Service Providers และ Telecoms ให้สามารถบริหารจัดการและทำการ Scale Data Center ได้อย่างรวดเร็วแบบ On-demand

โดย Supermicro RSD Rack Level Management Software จะใช้งาน Intel RSD framework ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบบริหารจัดการ Cloud ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการ Pooling และ Provisioning ระบบขึ้นได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ส่วน Supermicro RSD Management Framework จะใช้งานผ่าน Redfish API ที่ Supermicro นั้นรองรับอยู่แล้ว เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลทั้งหมดของ Server ภายใน Datacenter นั้นๆเพื่อนำมาแสดงผลการทำงานแบบภาพรวมของ Data Center ได้จากศูนย์กลาง

สำหรับ Supermicro RSD Software มีส่วนประกอบหลักๆที่สำคัญ ดังนี้

  • Pod Manager (PodM) – เป็นหัวใจสำคัญของระบบ RSD คอยทำการเก็บข้อมูล Physical Rack ทั้งหมดผ่าน Redfish API และสามารถทำการรวม Resource ต่างๆเข้าด้วยกันผ่าน Rack Management Module (RMM) และ Pooled System Management Engine (PSME)
  • Rack Management Module (RMM) – ใช้เก็บข้อมูลการใช้พลังงานและความร้อนทั้งหมดจากทุกๆ Rack และรายงานไปยัง Pod Manager
  • Pooled System Management Engine (PSME) – คอยทำการเชื่อมต่อเข้ากับ Server ทุกๆตัวและทำหน้าที่เป็น Chassis Manager
  • Web UI – สามารถบริหารจัดการระบบ RSD ทั้งหมดได้จาก Web Browser

สำหรับ Hardware ขั้นต่ำของ Supermicro RSD จะต้องมี Management Appliance ที่ติดตั้ง RSD Software มาแล้ว หรือสามารถเลือกใช้งานเป็น Software Management แทนได้ โดยแต่ละ Rack จำเป็นต้องมี Management Appliance อย่างน้อย 1 ตัว นอกจากนี้ผู้ใช้งานสามารถทำการเลือกใช้ Hardware ที่จะใช้เป็น Compute Node, Software Defined Networking, Warm Storage และ Cold Storage ได้เอง ซึ่งในปัจจุบัน Supermicro นั้นมีให้เลือกใช้งานหลายรุ่นด้วยกัน ส่วน Software ที่ใช้งานในระบบ Cloud นั้นมีให้เลือกหลากหลาย เช่น OpenStack, VMware, Puppet, SaltStack, Ansible และ CHEF

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.supermicro.com.tw/solutions/SRSD.cfm

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

throughwave_logo

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

ที่มา : https://www.supermicro.com.tw/newsroom/pressreleases/2017/press170327_Supermicro_RSD.cfm

from:https://www.techtalkthai.com/supermicro-announces-rack-scale-design-solutions-for-cloud-scale-data-center/

Apple ออกอัปเดตล่าสุด อุดช่องโหว่กว่า 223 รายการบน macOS, iOS, Safari, watchOS และ tvOS

เวลา Apple ออกอัปเดตอะไรเรามักจะสนใจ Feature ใหม่ๆ กันเป็นหลัก แต่อัปเดตล่าสุดของ Apple นี้ก็ได้อุดช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยไปกว่า 223 รายการ บนทั้ง macOS, iOS, Safari, watchOS และ tvOS ไปเรียบร้อย

Credit:alexmillos/ShutterStock

 

ในบรรดาช่องโหว่เหล่านี้ กว่า 70 รายการนั้นเป็นช่องโหว่ที่เปิดให้โจมตีด้วยการทำ Code Execution ซึ่งอาจนำไปสู่การยกระดับสิทธิ์ของผู้โจมตีให้กลายเป็น Root ได้ และใในช่องโหว่ที่อุดในครั้งนี้ก็มีหลายช่องโหว่ที่ถูกรายงานเข้ามาจากเหล่านักวิจัยทางด้านความปลอดภัยหลากหลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น Google Project Zeor, Cisco Talos และอื่นๆ โดยช่องโหว่ความรุนแรงระดับสูงสุดที่ Tencent Security และ Qihoo 360 ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนนั้นก็ยังไม่ได้รับการ Patch แต่อย่างใด และในงานแข่ง Pwn2Own นั้น Apple ก็มักจะตกเป็นเป้าของการโจมตีบ่อยๆ ด้วยเช่นกัน

สำหรับเหล่าผู้ใช้ Apple การให้ความสำคัญกับการอัปเดตเพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้กับการใช้งานของตน ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างจริงจังกันด้วยแล้วในเวลานี้

 

ที่มา: https://threatpost.com/apple-fixes-223-vulnerabilities-across-macos-ios-safari/124599/

from:https://www.techtalkthai.com/apple-releases-new-update-for-223-vulnerabilities/