คลังเก็บป้ายกำกับ: Qualcomm

จนกว่าจะพร้อม Swarovski เลื่อนการเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะแบบไม่มีกำหนด

แม้ที่งาน Baselworld 2017 ปีนี้ หลายบริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์นาฬิกาอัจฉริยะ (เช่น Montblanc, Movado, Fossil) แต่มีอยู่บริษัทหนึ่งที่หายไปทั้งที่เคยประกาศล่วงหน้าไว้ถึง 3 เดือนก่อนในงาน CES 2017 นั่นก็คือ Swarovski ผู้ผลิตอุปกรณ์แฟชั่นและคริสตัลหรูจากออสเตรีย

เว็บไซต์ข่าวอุปกรณ์ไอทีแบบสวมใส่ Wearable ได้สอบถามไปยังทางบริษัท และได้รับการตอบกลับจาก Robert Buchbauer หนึ่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัท โดยระบุแต่เพียงสั้นๆ ว่า บริษัทยัง “ไม่พร้อม” ที่จะแสดงนาฬิกาเรือนนั้น และยังไม่สามารถกำหนดกรอบการเปิดตัวได้ เพราะบริษัทต้องการทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด แต่ยังคงทำงานร่วมกับบริษัทอื่นๆ ต่อไป

ที่มา – Wearable ผ่าน Digital Trends

วิดีโอเก่าที่แถลงที่งาน CES 2017

from:https://www.blognone.com/node/91253

Advertisements

[PR] ควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ เชื่อมต่อสัญญาณ 4G สู่ทุกพื้นที่และทุกคน

สนับสนุนบริการ VoLTE และ VoWi-Fi สำหรับเซกเมนต์โทรศัพท์มือถือที่มีการจำหน่ายสูง

กรุงเทพฯ, 23 มีนาคม 2560 —บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด (NASDAQ: QCOM) ได้ประกาศข่าวบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือได้เปิดตัวชุดระบบประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) ที่กรุงนิวเดลี ซึ่งออกแบบมาเพื่อนำการเชื่อมต่อระบบ 4G LTE และบริการ 4G ต่าง ๆ มาสู่โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนระดับเริ่มต้น โดย ประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) นั้นประกอบด้วยระบบควอลคอมม์205 SoC ซึ่งครอบคลุมฟังก์ชันการทำงานแบบเบสแบนด์ พร้อมด้วยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หลายชนิด อาทิชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ RF front end, อุปกรณ์ไวไฟ (Wi-Fi) แยกส่วน อุปกรณ์บริหารพลังงาน Codec แปลงสัญญาณเสียง  อุปกรณ์ขยายเสียง และซอฟต์แวร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโซลูชันสำหรับโทรศัพท์มือถือที่ครอบคลุมครบถ้วน

ประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ผลิตมือถือทั้งในกลุ่มการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ (OEM) และ การผลิตของโรงงานที่มีรูปแบบการพัฒนาดีไซน์ รูปแบบสินค้าได้เอง (ODMs) ที่ให้บริการผู้บริโภคที่อาจไม่มีช่องทางเข้าถึงโทรศัพท์มือถือคุณภาพสูงที่ไว้วางใจได้ในราคาเอื้อมถึง โดยครอบคลุมภูมิภาคที่กำลังเติบโต อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมกับที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั่วโลกต่างปรับเปลี่ยนแพคเกจการให้บริการใหม่ให้สอดรับกับคุณประโยชน์จากการขยายเครือข่าย LTE ที่แข็งแกร่ง โทรศัพท์ที่รองรับประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) จึงออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็ก และผู้บริโภคกลุ่มอื่น ๆ  สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านบริการส่งผ่านข้อมูลในระบบ LTE อันทันสมัย เช่นบริการ Voice over LTE (VoLTE) และ Voice over Wi-Fi (VoWi-Fi)

การนำเทคโนโลยี 4G และเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออันทันสมัยอื่น ๆ มาสู่ภูมิภาคที่กำลังเติบโตนี้จะมีผลอย่างมากต่อผู้ใช้บริการ โดยหากมองในมุมธุรกิจกิจการขนาดเล็กซึ่งครองสัดส่วนเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในภูมิภาคอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับช่องทางจัดการธุรกรรมการเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และไว้วางใจได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงความจุแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานหลายวันยังช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องชาร์จไฟ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับผู้ที่ไม่มีแหล่งจ่ายไฟที่ไว้ใจได้ และความเร็วการดาวน์โหลดที่สูงขึ้นยังช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงคอนเทนต์แบบออนดีมานด์ต่าง ๆ อาทิเพลงและวิดีโอได้อีกด้วย

ฟีเจอร์ของควอลคอมม์  205 SoC ประกอบด้วย:

  • โมเด็ม LTE แบบ Cat 4 ความเร็วการดาวน์โหลดสูงสุด 150 Mbps และอัพโหลดสูงสุด 50 Mbps
  • รองรับเครือข่าย 4G 3G และ 2G
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐาน 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.1, ANT+, วิทยุ FM
  • หน่วยประมวลผล Dual Core CPU ความเร็ว 1.1 GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Qualcomm® Adreno™ GPU
  • กล้องถ่ายภาพด้านหลังความละเอียด 3 megapixel และกล้องเซลฟี่ความละเอียด 3MP
  • รองรับการแสดงผล VGA ในจอขนาด 480p ที่ความเร็ว 60 fps
  • รองรับการสตรีมวิดีโอแบบ HD
  • รองรับระบบปฏิบัติการในกลุ่ม Linux
  • รองรับการใช้งานแบบสองซิม
  • รองรับการสับเปลี่ยนกับ Qualcomm® Snapdragon™ 210/212

“ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ มุ่งมั่นช่วยเหลือการเปลี่ยนผ่านของผู้ใช้งานจากเครือข่าย 2G 2.5G และ 3G มาสู่เครือข่าย 4G”

นายเคดาร์ คอนดาปรอง ประธานฝ่ายบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ กล่าว “โทรศัพท์ประเภทฟีเจอร์โฟนถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตในประเทศที่กำลังเติบโตหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งชุดระบบประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform) จะช่วยเปิดทางสู่ผู้คนมากมายด้วยการบริการและการเชื่อมต่อในระดับ 4G ผ่านโทรศัพท์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ในราคาที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน”

“นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท รีไลแอนซ์ จิโอ ก็เป็นบริษัทเครือข่ายบรอดแบนด์ที่เปิดการเชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือไปสู่ผู้คนวงกว้างในหลากหลายพื้นที่ทั่วทั้งอินเดียมาตั้งแต่ต้น” แมทธิว อูมเมน ประธานบริษัท รีไลแอนซ์ จิโอ อินโฟคอมม์ จำกัด กล่าว “จำนวนยอดผู้ใช้บริการที่เติบโตขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้กว่า 100 ล้านรายนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 ถือเป็นภาพสะท้อนของเป้าหมายหลักข้อนี้ของเรา เครือข่าย 4G ที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศของ ผู้ใช้บริการจิโอสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น มั่นใจมากยิ่งขึ้น และสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากมายยิ่งขึ้นทั้งในทางธุรกิจและความเพลิดเพลิน ในการร่วมมือกับบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ ครั้งนี้ รีไลแอนซ์ จิโอ รู้สึกภาคภูมิใจที่จะได้ต่อยอดนวัตกรรมของเราต่อไปในอุปกรณ์มือถือที่จะขยายการเข้าถึงโทรศัพท์ 4G ที่ไว้วางใจได้ในราคาเอื้อมถึงไปสู่ลูกค้าในทุกเซกเมนต์ของอินเดีย”

ชุดระบบประมวลผลควอลคอมม์ 205 แพลทฟอร์มอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Platform)พร้อมแล้ววันนี้ ในอุปกรณ์ที่คาดว่าจะวางตลาดถึงมือผู้บริโภคในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://qualcommtechnologiesinc.box.com/s/ho3euhfyx6mhcy32wr8va4pvjto2tjie

###

เกี่ยวกับควอลคอมม์

เทคโนโลยีของควอลคอมม์  เป็นขุมกำลังให้กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและช่วยเชื่อมต่อผู้คนนับพันล้านเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ควอลคอมม์ เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยี 3G และ 4G และปัจจุบันยังเป็นผู้นำในการมุ่งสู่เทคโนโลยี 5G และการเปิดศักราชใหม่ของอุปกรณ์อัจฉริยะที่จะเชื่อมต่อทุกคนเข้าด้วยกัน ผลิตภัณฑ์ของเราช่วยปฏิวัติหลากหลายวงการอุตสาหกรรม อาทิ ยานยนต์ คอมพิวเตอร์ IoT การดูแลสุขภาพ และศูนย์ข้อมูล และเปิดช่องทางให้อุปกรณ์ต่าง ๆ นับล้านชิ้นสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด ประกอบด้วยกิจการออกใบอนุญาต กิจการ QTL และถือครองสิทธิบัตรส่วนใหญ่ของเรา บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมด้านวิศวกรรม การวิจัย และการพัฒนาของบริษัท ตลอดจนถึงกิจการด้านผลิตภัณฑ์และบริการของเรา อาทิกิจการเซมิคอนดักเตอร์ QCT โดยร่วมกับบริษัทอื่น ๆ ในเครือ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์, บล็อก, ทวิตเตอร์ และหน้าเพจเฟซบุค ของควอลคอมม์

from:https://www.techtalkthai.com/qualcomm-205-mobile-platform-announcement/

เปิดตัว Qualcomm 205 Mobile Platform ชิปเซ็ตสำหรับฟีเจอร์โฟน

หลังจากที่ Qualcomm ประกาศเปลี่ยนชื่อเรียก Snapdragon ว่าเป็น Mobile Platform ไม่ใช่หน่วยประมวลผล (ผมยังขอเรียกเป็นชิปเซ็ตเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน) พร้อมแยกเซกเมนท์ของชิปเซ็ตซีรีส์ 200 ว่าจะไม่ใช้ชื่อ Snapdragon แล้วนั้น

ล่าสุด Qualcomm เปิดตัว 205 Mobile Platform (ดูเหมือนจะยังไม่ได้ชื่อเรียก) ชิปเซ็ตสำหรับฟีเจอร์โฟน ใช้ซีพียูดูอัลคอร์ความถี่ 1.1GHz จีพียู Adreno 304 พร้อมโมเด็ม Snapdragon X5 LTE รองรับ LTE Cat.4 ดาวน์ลิงก์สูงสุด 150Mbps อัพลิงก์สูงสุด 50Mbps รองรับ VoLTE และ VoWi-Fi รองรับสองซิม, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 4.1 รองรับหน้าจอ VGA ความละเอียดสูงสุด 480p

Qualcomm จะวางจำหน่าย 205 Mobile Platform ผ่าน OEMs และ ODMs ในประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินเดีย กลุ่มประเทศละตินอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มา – Qualcomm

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/91060

Qualcomm เปลี่ยนชื่อเรียก Snapdragon ไม่ใช่เพียงหน่วยประมวลผล แต่เป็นแพลตฟอร์ม

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Snapdragon ก็ย่อมนึกถึงหน่วยประมวลผลหรือชิปเซ็ตของ Qualcomm ที่ถูกใช้งานอยู่บนอุปกรณ์พกพาแทบจะทั้งโลกในขณะนี้

อย่างไรก็ตามด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีของ Qualcomm ที่ทำให้ Snapdragon เป็นมากกว่าเพียงชิปประมวลผล ทำให้ Qualcomm ระบุว่าหลังจากนี้แบรนด์ Snapdragon จะไม่ใช่เป็นเพียงหน่วยประมวลผลอีกต่อไป แต่เป็นแพลตฟอร์มภายใต้ชื่อ Qualcomm Snapdragon Mobile Platform

alt="Snapdragon"

Qualcomm ให้เหตุผลว่าถึงแม้ Form Factor ของ Snapdragon จะมีหน้าตาเหมือนชิปเซ็ต (SoC) แต่ภายในชิป ไม่ได้มีเพียง CPU, GPU และ DSP แต่มีทั้งโซลูชัน RF Front End ที่ช่วยในเรื่องของสัญญาณโทรศัพท์, Quick Charge, DAC, Wi-FI, Touch Controller, โซลูชันระบบอ่านลายนิ้วมือ และอื่นๆ ซึ่งโซลูชันเหล่านี้ไม่ได้มีแต่เฉพาะในสมาร์ทโฟน แต่ยังรวมไปถึง IoT, รถยนต์ ฯลฯ ทำให้คำว่า Platform จะสะท้อนภาพรวมของเทคโนโลยีของ Qualcomm ได้ดีกว่า

ไม่เพียงเท่านั้น การเปลี่ยนชื่อนี้ยังจะสะท้อน position ของแบรนด์ด้วย โดย Qualcomm ระบุว่าแบรนด์ Snapdragon Mobile Platform จะถูกใช้งานเฉพาะสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ระดับบน (พรีเมียม) เท่านั้น ขณะที่ แพลตฟอร์มซีรีส์ 200 (Snapdragon 2xx) จะถูกเรียกในแบรนด์ใหม่ ซึ่งจะประกาศต่อไป เพื่อแยกระหว่างโซลูชันระดับเริ่มต้น (entry) และไฮเอนด์

ที่มา – Qualcomm

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/91011

[PR] เอไอเอส จับมือ ควอลคอมม์ นำเสนอสุดยอดเทคโนโลยี LTE Advanced สำหรับประเทศไทย

ยกระดับเครือข่ายล้ำหน้าไปอีกขั้นเพื่อประสบการณ์การใช้งานอย่างเหนือชั้นสำหรับลูกค้าและคนไทย
พร้อมสนับสนุนการใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

กรุงเทพฯ – 13 มีนาคม 2560 – เอไอเอส ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายดิจิทัลที่เร็ว แรง และครอบคลุมมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของไทย ทั้งเครือข่าย 4.5G, 4G, 3G ประกาศความร่วมมือกับบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด เพื่อมอบเทคโนโลยี LTE Advanced (LTE-A) สู่ผู้ใช้งานชาวไทย นอกเหนือจากการตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีในประเทศไทยของเอไอเอสแล้ว การร่วมมือครั้งนี้ยังทำให้เอไอเอสก้าวสู่แถวหน้าความเป็นผู้นำเทคโนโลยี LTE-A ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของความเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่มีประสิทธิภาพสูง ก้าวทันและพร้อมรองรับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนให้เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงประสบการณ์การใช้งานโมบายดาต้าบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รวดเร็วกว่า และดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค

เมื่อปลายปี 2559 ควอลคอมม์ เอ็นจิเนียริ่ง เซอร์วิส กรุ๊ป (อีเอสจี) ได้ทำงานร่วมกับเอไอเอสเพื่อทดสอบระบบ 256-QAM สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ downlink และ 64-QAM สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ uplink บนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอส ผลการทดสอบแสดงอัตราการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แบบ downlink เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 50 สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบ uplink โดยเป็นการทดสอบขณะกำลังเคลื่อนที่และอยู่กับที่ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเพิ่มขึ้นทาง throughput อย่างเป็นนัยยะสำคัญในส่วนของ uplink 2x carrier aggregation (UL 2xCA) ขณะส่งข้อมูลจากมือถือไปเก็บไว้ที่ Cloud

ความร่วมมือล่าสุดระหว่าง ควอลคอมม์ และ เอไอเอส มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรม LTE-A ที่ล้ำหน้าที่สุดในขณะนี้ ที่มีอยู่ในเครือข่าย LTE-A ของเอไอเอสที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ downlink ทั้งหมดนี้รวมถึงเทคโนโลยีเครือข่าย downlink 3x carrier aggregation (DL 3xCA) ซึ่งสามารถส่งข้อมูลในอัตราความเร็วสูงขึ้น และมีปริมาณรองรับการใช้งานได้มากขึ้น และระบบ 4×4 MIMO (Multiple-Input Multiple-Output) ที่สามารถรองรับการดาวน์โหลดข้อมูลผ่านทางเสาสัญญาณได้พร้อมกันถึง 4จุด ซึ่งมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมาก อัตราการตอบสนองของเครือข่ายก็เร็วขึ้น และสามารถประเมินผลการทำงานของแอปพลิเคชั่นระดับสูงได้อย่างรวดเร็วขึ้น ผลการทดสอบภาคสนามครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า DL 3xCA ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนแบนด์วิดธ์ของคลื่นความถี่ที่เพิ่มขึ้น และมือถือที่รองรับเทคโนโลยี 4×4 MIMO จะได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้นอีกร้อยละ 50

ด้วยเทคโนโลยี LTE-A ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบ 4G LTE ให้ก้าวหน้าถึงระดับการส่งข้อมูลด้วยอัตราความเร็วอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน รวมถึงยกระดับประสบการณ์ในการใช้โมบายดาต้าให้น่าทึ่งกว่าเดิมด้วยการใช้โซลูชั่น Qualcomm® Snapdragon™ LTE modem ด้วยประสิทธิภาพของเครื่อข่ายที่ก้าวล้ำ ทำให้ผู้ใช้บริการของเอไอเอส ทั้งลูกค้าองค์กรและลูกค้ารายบุคคล ได้รับความพึงพอใจมากยิ่งขึ้นจากเทคโนโลยี LTE Advanced ที่มาเสริมประสิทธิภาพให้กับบริการโมบายดาต้าบนเครือข่าย 4G

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานอีกครั้งกับผู้ให้บริการเครือข่ายดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อย่าง เอไอเอส ซึ่งเป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน เพื่อยกระดับคุณภาพเครือข่ายให้สูงขึ้นไปอีกขั้น” คุณสุวิทย์ พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ กล่าว “ในขณะที่ผู้ใช้บริการมีการใช้งานเครือข่าย 4G อย่างแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย เราต้องการสร้างความมั่นใจว่า ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดบนเครือข่ายของเอไอเอส โดยควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ พร้อมก้าวต่อไปในฐานะผู้นำด้านวิวัฒนาการเทคโนโลยี LTE-A ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำยุค ที่จะมอบประสบการณ์โมบายดาต้าที่ดีและเร็วมากยิ่งขึ้น ตลอดจนโซลูชั่นต่างๆ ที่พร้อมรองรับความต้องการใช้งานดาต้าในการรับส่งข้อมูลมือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณทั่วประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” 

นายเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเครือข่ายให้ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เครือข่าย 4G ของเอไอเอสครอบคลุมพื้นที่ประชากรกว่า 98% แล้ว ในปีนี้ เราก็ยังมุ่งแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาต่อยอดและพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลให้แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องความเร็ว และปริมาณการรองรับการใช้งาน  ซึ่งเราตระหนักดีว่า คุณภาพโทรศัพท์มือถือที่ดีนั้น มีความสำคัญเท่ากับการมีเครือข่ายที่วางใจได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพของโทรศัพท์มือถือก่อนทำการเปิดตัวเสมอ และวันนี้ เอไอเอส จึงยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับเจ้าตลาดผู้ผลิตเทคโนโลยีชิปเซ็ตบนโทรศัพท์มือถืออย่างควอลคอมม์ เพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย 4.5G และ 4G บนเทคโนโลยี LTE Advanced ซึ่งเราทั้งสองบริษัทรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก กับผลทดสอบที่พบว่า เอไอเอสเป็น        ผู้ให้บริการเครือข่ายที่เร็วที่สุด แรงที่สุด และเสถียรที่สุด สำหรับลูกค้าและคนไทย และเพื่อรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ปีนี้ เราวางแผนที่จะลงทุน 40,000 – 45,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคุณภาพเครือข่ายให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่ยุค 5G ในอนาคตอันใกล้นี้”

from:https://www.techtalkthai.com/ais-collabs-with-qualcomm-on-presenting-lte-advanced/

เอไอเอส จับมือ ควอลคอมม์ นำเสนอสุดยอดเทคโนโลยี LTE Advanced สำหรับประเทศไทย

เอไอเอส ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายดิจิทัลที่เร็ว แรง และครอบคลุมมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของไทย ทั้งเครือข่าย 4.5G, 4G, 3G ประกาศความร่วมมือกับบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด เพื่อมอบเทคโนโลยี LTE Advanced (LTE-A) สู่ผู้ใช้งานชาวไทย นอกเหนือจากการตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีในประเทศไทยของเอไอเอสแล้ว การร่วมมือครั้งนี้ยังทำให้เอไอเอสก้าวสู่แถวหน้าความเป็นผู้นำเทคโนโลยี LTE-A ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของความเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่มีประสิทธิภาพสูง ก้าวทันและพร้อมรองรับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนให้เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงประสบการณ์การใช้งานโมบายดาต้าบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รวดเร็วกว่า และดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค

เมื่อปลายปี 2559 ควอลคอมม์ เอ็นจิเนียริ่ง เซอร์วิส กรุ๊ป (อีเอสจี) ได้ทำงานร่วมกับเอไอเอสเพื่อทดสอบระบบ 256-QAM สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ downlink และ 64-QAM สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ uplink บนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอส ผลการทดสอบแสดงอัตราการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แบบ downlink เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 50 สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบ uplink โดยเป็นการทดสอบขณะกำลังเคลื่อนที่และอยู่กับที่ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเพิ่มขึ้นทาง throughput อย่างเป็นนัยยะสำคัญในส่วนของ uplink 2x carrier aggregation (UL 2xCA) ขณะส่งข้อมูลจากมือถือไปเก็บไว้ที่ Cloud

ความร่วมมือล่าสุดระหว่าง ควอลคอมม์ และ เอไอเอส มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรม LTE-A ที่ล้ำหน้าที่สุดในขณะนี้ ที่มีอยู่ในเครือข่าย LTE-A ของเอไอเอสที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ downlink ทั้งหมดนี้รวมถึงเทคโนโลยีเครือข่าย downlink 3x carrier aggregation (DL 3xCA) ซึ่งสามารถส่งข้อมูลในอัตราความเร็วสูงขึ้น และมีปริมาณรองรับการใช้งานได้มากขึ้น และระบบ 4×4 MIMO (Multiple-Input Multiple-Output) ที่สามารถรองรับการดาวน์โหลดข้อมูลผ่านทางเสาสัญญาณได้พร้อมกันถึง 4จุด ซึ่งมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมาก อัตราการตอบสนองของเครือข่ายก็เร็วขึ้น และสามารถประเมินผลการทำงานของแอปพลิเคชั่นระดับสูงได้อย่างรวดเร็วขึ้น ผลการทดสอบภาคสนามครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า DL 3xCA ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนแบนด์วิดธ์ของคลื่นความถี่ที่เพิ่มขึ้น และมือถือที่รองรับเทคโนโลยี 4×4 MIMOจะได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้นอีกร้อยละ 50

ด้วยเทคโนโลยี LTE-A ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบ 4G LTE ให้ก้าวหน้าถึงระดับการส่งข้อมูลด้วยอัตราความเร็วอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน รวมถึงยกระดับประสบการณ์ในการใช้โมบายดาต้าให้น่าทึ่งกว่าเดิมด้วยการใช้โซลูชั่น Qualcomm® Snapdragon™ LTE modem ด้วยประสิทธิภาพของเครื่อข่ายที่ก้าวล้ำ ทำให้ผู้ใช้บริการของเอไอเอส ทั้งลูกค้าองค์กรและลูกค้ารายบุคคล ได้รับความพึงพอใจมากยิ่งขึ้นจากเทคโนโลยี LTE Advanced ที่มาเสริมประสิทธิภาพให้กับบริการโมบายดาต้าบนเครือข่าย 4G

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานอีกครั้งกับผู้ให้บริการเครือข่ายดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อย่าง เอไอเอส ซึ่งเป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน เพื่อยกระดับคุณภาพเครือข่ายให้สูงขึ้นไปอีกขั้น” คุณสุวิทย์ พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ กล่าว “ในขณะที่ผู้ใช้บริการมีการใช้งานเครือข่าย 4G อย่างแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย เราต้องการสร้างความมั่นใจว่า ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดบนเครือข่ายของเอไอเอส โดยควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ พร้อมก้าวต่อไปในฐานะผู้นำด้านวิวัฒนาการเทคโนโลยี LTE-A ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำยุค ที่จะมอบประสบการณ์โมบายดาต้าที่ดีและเร็วมากยิ่งขึ้น ตลอดจนโซลูชั่นต่างๆ ที่พร้อมรองรับความต้องการใช้งานดาต้าในการรับส่งข้อมูลมือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณทั่วประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

นายเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเครือข่ายให้ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เครือข่าย 4G ของเอไอเอสครอบคลุมพื้นที่ประชากรกว่า 98% แล้ว ในปีนี้ เราก็ยังมุ่งแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาต่อยอดและพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลให้แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องความเร็ว และปริมาณการรองรับการใช้งาน ซึ่งเราตระหนักดีว่า คุณภาพโทรศัพท์มือถือที่ดีนั้น มีความสำคัญเท่ากับการมีเครือข่ายที่วางใจได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพของโทรศัพท์มือถือก่อนทำการเปิดตัวเสมอ และวันนี้ เอไอเอส จึงยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับเจ้าตลาดผู้ผลิตเทคโนโลยีชิปเซ็ตบนโทรศัพท์มือถืออย่างควอลคอมม์ เพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย 4.5G และ 4G บนเทคโนโลยี LTE Advanced ซึ่งเราทั้งสองบริษัทรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก กับผลทดสอบที่พบว่า เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายที่เร็วที่สุด แรงที่สุด และเสถียรที่สุด สำหรับลูกค้าและคนไทย และเพื่อรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ปีนี้ เราวางแผนที่จะลงทุน 40,000 – 45,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคุณภาพเครือข่ายให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่ยุค 5G ในอนาคตอันใกล้นี้”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชมได้ที่ https://www.qualcomm.com/lte-advanced และ https://www.qualcomm.com/documents/delivering-on-the-lte-advanced-promise

from:http://mobileocta.com/ais-and-qualcomm-offer-lte-advanced-technology-for-thailand/

AIS จับมือ Qualcomm นำเสนอสุดยอดเทคโนโลยี LTE Advanced สำหรับประเทศไทย เตรียมพร้อมยุค 5G

เอไอเอส ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายดิจิทัลที่เร็ว แรง และครอบคลุมมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของไทย ทั้งเครือข่าย 4.5G, 4G, 3G ประกาศความร่วมมือกับบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด เพื่อมอบเทคโนโลยี LTE Advanced (LTE-A) สู่ผู้ใช้งานชาวไทย นอกเหนือจากการตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีในประเทศไทยของเอไอเอสแล้ว การร่วมมือครั้งนี้ยังทำให้เอไอเอสก้าวสู่แถวหน้าความเป็นผู้นำเทคโนโลยี LTE-A ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของความเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่มีประสิทธิภาพสูง ก้าวทันและพร้อมรองรับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนให้เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงประสบการณ์การใช้งานโมบายดาต้าบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รวดเร็วกว่า และดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค

unnamed-5

เมื่อปลายปี 2559 ควอลคอมม์ เอ็นจิเนียริ่ง เซอร์วิส กรุ๊ป (อีเอสจี) ได้ทำงานร่วมกับเอไอเอสเพื่อทดสอบระบบ 256-QAM สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ downlink และ 64-QAM สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ uplink บนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอส ผลการทดสอบแสดงอัตราการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แบบ downlink เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 50 สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบ uplink โดยเป็นการทดสอบขณะกำลังเคลื่อนที่และอยู่กับที่ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเพิ่มขึ้นทาง throughput อย่างเป็นนัยยะสำคัญในส่วนของ uplink 2x carrier aggregation (UL 2xCA) ขณะส่งข้อมูลจากมือถือไปเก็บไว้ที่ Cloud

ความร่วมมือล่าสุดระหว่าง ควอลคอมม์ และ เอไอเอส มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรม LTE-A ที่ล้ำหน้าที่สุดในขณะนี้ ที่มีอยู่ในเครือข่าย LTE-A ของเอไอเอสที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ downlink ทั้งหมดนี้รวมถึงเทคโนโลยีเครือข่าย downlink 3x carrier aggregation (DL 3xCA) ซึ่งสามารถส่งข้อมูลในอัตราความเร็วสูงขึ้น และมีปริมาณรองรับการใช้งานได้มากขึ้น และระบบ 4×4 MIMO (Multiple-Input Multiple-Output) ที่สามารถรองรับการดาวน์โหลดข้อมูลผ่านทางเสาสัญญาณได้พร้อมกันถึง 4จุด ซึ่งมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมาก อัตราการตอบสนองของเครือข่ายก็เร็วขึ้น และสามารถประเมินผลการทำงานของแอปพลิเคชั่นระดับสูงได้อย่างรวดเร็วขึ้น ผลการทดสอบภาคสนามครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า DL 3xCA ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนแบนด์วิดธ์ของคลื่นความถี่ที่เพิ่มขึ้น และมือถือที่รองรับเทคโนโลยี 4×4 MIMO จะได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้นอีกร้อยละ 50

ด้วยเทคโนโลยี LTE-A ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบ 4G LTE ให้ก้าวหน้าถึงระดับการส่งข้อมูลด้วยอัตราความเร็วอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน รวมถึงยกระดับประสบการณ์ในการใช้โมบายดาต้าให้น่าทึ่งกว่าเดิมด้วยการใช้โซลูชั่น Qualcomm® Snapdragon™ LTE modem ด้วยประสิทธิภาพของเครื่อข่ายที่ก้าวล้ำ ทำให้ผู้ใช้บริการของเอไอเอส ทั้งลูกค้าองค์กรและลูกค้ารายบุคคล ได้รับความพึงพอใจมากยิ่งขึ้นจากเทคโนโลยี LTE Advanced ที่มาเสริมประสิทธิภาพให้กับบริการโมบายดาต้าบนเครือข่าย 4G

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานอีกครั้งกับผู้ให้บริการเครือข่ายดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อย่าง เอไอเอส ซึ่งเป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน เพื่อยกระดับคุณภาพเครือข่ายให้สูงขึ้นไปอีกขั้น” คุณสุวิทย์ พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ กล่าว “ในขณะที่ผู้ใช้บริการมีการใช้งานเครือข่าย 4G อย่างแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย เราต้องการสร้างความมั่นใจว่า ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดบนเครือข่ายของเอไอเอส โดยควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ พร้อมก้าวต่อไปในฐานะผู้นำด้านวิวัฒนาการเทคโนโลยี LTE-A ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำยุค ที่จะมอบประสบการณ์โมบายดาต้าที่ดีและเร็วมากยิ่งขึ้น ตลอดจนโซลูชั่นต่างๆ ที่พร้อมรองรับความต้องการใช้งานดาต้าในการรับส่งข้อมูลมือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณทั่วประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

นายเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเครือข่ายให้ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เครือข่าย 4G ของเอไอเอสครอบคลุมพื้นที่ประชากรกว่า 98% แล้ว ในปีนี้ เราก็ยังมุ่งแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาต่อยอดและพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลให้แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องความเร็ว และปริมาณการรองรับการใช้งาน ซึ่งเราตระหนักดีว่า คุณภาพโทรศัพท์มือถือที่ดีนั้น มีความสำคัญเท่ากับการมีเครือข่ายที่วางใจได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพของโทรศัพท์มือถือก่อนทำการเปิดตัวเสมอ และวันนี้ เอไอเอส จึงยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับเจ้าตลาดผู้ผลิตเทคโนโลยีชิปเซ็ตบนโทรศัพท์มือถืออย่างควอลคอมม์ เพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย4.5G และ 4G บนเทคโนโลยี LTE Advanced ซึ่งเราทั้งสองบริษัทรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก กับผลทดสอบที่พบว่า เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายที่เร็วที่สุด แรงที่สุด และเสถียรที่สุด สำหรับลูกค้าและคนไทย และเพื่อรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ปีนี้ เราวางแผนที่จะลงทุน 40,000 – 45,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคุณภาพเครือข่ายให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่ยุค 5G ในอนาคตอันใกล้นี้”

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=177096