คลังเก็บป้ายกำกับ: QUALCOMM_SNAPDRAGON

พบช่องโหว่ Full Disk Encryption บน Android กว่าร้อยล้านเครื่องเสี่ยงถูกแคร็กเพื่อขโมยข้อมูล

Gal Beniamini ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยพบช่องโหว่ CVE-2015-6639 และ CVE-2016-2431 บนสมาร์ทโฟน Android ที่ใช้ชิพประมวลผล Qualcomm Snapdragon ส่งผลให้แฮ็คเกอร์สามารถแคร็กอุปกรณ์ที่เข้ารหัสทั้งเครื่อง (Full Disk Encryption) เพื่อขโมยข้อมูลความลับที่เก็บไว้ได้อย่างง่ายดาย

Credit: Pretty Vectors/ShutterStocks
Credit: Pretty Vectors/ShutterStocks

กระทบ Android หลายร้อยล้านเครื่อง และยังไม่มีแพทช์อุดช่องโหว่

การแคร็ก Full Disk Encryption บน Android นี้ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการที่ยุ่งยาก เพียงแค่โจมตีแบบ Brute Force และรอเวลาเท่านั้น ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสอยู่ได้ทันที การโจมตีส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ Android หลายร้อยล้านเครื่องทั่วโลกที่ใช้ชิพ Qualcomm Snapdagon ที่แย่คือ ยังไม่มีแพทช์อัพเดทเพื่ออุดช่องโหว่นี้แต่อย่างใด

Google เริ่มใช้ Full Disk Encryption บน Android โดยเปิดเป็นฟีเจอร์พื้นฐานจากโรงงานตั้งแต่ Android 5.0 Lollipop ฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นกระบวนการเข้ารหัสข้อมูลของผู้ใช้บนอุปกรณ์ Android ก่อนที่จะเขียนลงบนดิสก์ ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสสามารถอ่านได้โดยใช้รหัสผ่านของผู้ใช้ที่เป็นเจ้าของเครื่องเท่านั้น ฟีเจอร์นี้จึงช่วยป้องกันทั้งแฮ็คเกอร์และหน่วยงานรัฐฯ ในการเข้าถึงข้อมูลบนเครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต

พบช่องโหว่ขโมยกุญแจเข้ารหัสจาก Snapdradon TrustZone

โดยพื้นฐานแล้ว Full Disk Encryption จะใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง บนชิพ Qualcomm กลับใช้รหัสผ่านเป็นตัวสร้างกุญแจเข้ารหัส RSA Key ขนาด 2048 บิต หรือที่เรียกว่า KeyMaster แทน

การประมวลผลของ Qualcomm จะรันบน Snapdragon TrustZone ซึ่งปกป้องฟังก์ชันสำคัญๆ เช่น การเข้ารหัสข้อมูล และการตรวจสอบไบโอเมทริกซ์ เป็นต้น แต่ Beniamini กลับค้นพบช่องโหว่ที่ช่วยให้สามารถเจาะเข้าไปใน TrustZone เพื่อขโมยกุญแจสำหรับเข้ารหัสออกมาได้

Screen Shot 2016-07-03 at 3.27.55 PM

Qualcomm จะรัน Kernel ขนาดเล็กบน TrustZone เพื่อให้กลายเป็น Trusted Execution Environment หรือที่รู้จักในชื่อ QSEE (Qualcomm Secure Execution Environment) ซึ่งช่วยให้แอพพลิเคชันสำคัญๆ ขนาดเล็กสามารถรัน QSEE นี้แทนที่จะรันบนระบบปฏิบัติการหลักของ Android ได้ KeyMaster ก็เป็นหนึ่งใน QSEE App

ช่องโหว่ที่ Beniamini ค้นพบเป็นช่องโหว่บน Android Kernel ซึ่งช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถโหลด QSEE App ของตนเองเข้าไปยัง Trusted Execution Environment ได้ ส่งผลให้แฮ็คเกอร์สามารถโจมตีช่องโหว่เพื่อยกระดับสิทธิ์ของตน และเข้ายึดครอง QSEE ทั้งหมดได้ ซึ่งรวมไปถึงกุญแจที่ใช้เข้ารหัส Full Disk Encryption

เมื่อได้กุญแจเข้ารหัสมาแล้ว แฮ็คเกอร์สามารถโจมตีแบบ Brute Force ต่อเพื่อค้นหารหัสผ่านของผู้ใช้ แล้วแคร็ก Full Disk Encryption ของ Android ได้ทันที

อ่านขั้นตอนการแคร็กของ Beniamini ได้ที่ http://bits-please.blogspot.in/2016/06/extracting-qualcomms-keymaster-keys.html และ https://github.com/laginimaineb/ExtractKeyMaster

ที่มา: http://thehackernews.com/2016/07/hacking-android-encryption.html

from:https://www.techtalkthai.com/android-full-disk-encryption-vulnerability/

Qualcomm Snapdragon 830 ชิปเซ็ตเทพรุ่นล่าสุดรองรับ RAM 8GB

Qualcomm Snapdragon 820 ยังไม่มีรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ตตัวนี้ในตลาดเลยครับ แต่ล่าสุด Qualcomm ก็ได้เผยชิปเซ็ตรุ่นใหม่มาแล้ว (ว่าไปก์มีข่าวมานานพอดูแล้วนะ) Qualcomm Snapdragon 830 รุ่นนี้จะรองรับ RAM 8GB ทีเดียวครับนับวันสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตก็เริ่มเข้าใกล้ Notebook ไปติดๆแล้วนะเนี่ย

สำหรับข้อมูลนี้มาจากนักวิเคราะห์จากประเทศจีนคุณ Pan Jiutang โดยเชื่อว่าทาง Qualcomm จะออกแบบในรหัส MSM8998 โดยข่าวลือก่อนหน้านี้ Qualcomm Snapdragon 830 จะถูกสร้างบนสถาปัตยกรรมระดับ 10 นาโนเมตรเท่านั้น ซึ่จะช่วยให้ประหยัดพลังงานยิ่งกว่าเดิม และยังคงใช้สถาปัตยกรรม Kryo เช่นเดียวกับ Qualcomm Snapdragon 820

แต่ว่าไปก็ยังไกลตัวนะครับ ตอนนี้เรามาลุ้นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆที่มาพร้อม Qualcomm Snapdragon 820 กันก่อนดีกว่า ตื่นเต้นนะเนี่ย ปีหน้าจะมีรุ่นไหนทำให้ผมกระหายได้บ้างหนอ^^

from:https://www.appdisqus.com/2015/12/02/qualcomms_snapdragon_830_soc_could_support_up_to_8gb_of_ram.html

Qualcomm Snapdragon 820 ชิปเซ็ตสุดแรงเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ประสิทธิภาพสูงขึ้น และประหยัดพลังงาน! ทุกรายละเอียดครบ!

0ffa0b6458cc6d96b0376b8d5285dbd4_large

Qualcomm Snapdragon 820 ชิปเซ็ตสุดแรงเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยข่าวลือของชิปเซ็ตรุ่นนี้มีมาตั้งแต่เดือนมีนาคม และล่าสุดในตอนนี้ก็เปิดตัวเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่าอุปกรร์ที่จะใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่นี้จะไม่มีผลิตออกมาจนกว่าจะเป็นปีหน้า 2016 นะครับ

สำหรับ Qualcomm Snapdragon 820 จะผลิตด้วยเทคโนโลยี 14nm FinFET ซึ่งเทคโนโลยีการผลิต FinFET ก็คือการนำ Transistors เพิ่มลงบนแผ่นซิลิคอนในรูปแบบ Stack ซึ่งจะช่วยให้ได้ความเร็วที่มากขึ้นในขณะเดียวกันก็ลดการใช้พลังงานโดย Qualcomm Snapdragon 820 จะมาพร้อมกับ CPU Quad-Core 64-bit Kryo cores ซึ่งจะมาแทนแบบ Krait ที่เคยใช้กันมา สามารถโอเวอร์คล็อกได้ถึง 2.2 GHz ซึ่งจะให้ความเร็วเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับ Snapdragon 810 ซึ่งต้องเรียกว่าให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยละครับ และจะช่วยจัดการพลังงานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งต้องยกเครดิตให้ Hexagon 680 DSP หน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ที่ช่วยแบ่งเบาการทำงานของ CPU นั่นเอง

และ GPU Adreno 530 ก็แรงขึ้นถึง 40% จากที่แรงอยู่แล้วก็จะกลายเป็นแรงมากๆ อิอิ เมื่อเทียบกับ GPU Adreno 430 มาพร้อม X12 LTE modem รองรับ Cat.12 และ 13 LTE ดาวน์โหลด 600Mbps และอัพโหลด 150Mbps รองรับทั้งสัญญาณแบบ FDD และ TDD สำหรับ LTE, DB-DC-HSDPA, DC-HSUPA, TD-SCDMA, EV-DO และ CDMA 1x รวมทั้ง GSM / EDGE, LTE/Wi-Fi link สนับสนุน LTE-U, LTE Broadcast, dual-SIM, VoLTE, and Wi-Fi calling

ในส่วนของ Wi-Fi สนับสนุนการเชื่อมต่อ 2×2 MIMO MU-802.11ac ซึ่งเป็นตัวเลือกที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน รองรับความละเอียด 4K และกล้องความละเอียด 28MP ขึ้นไป 14-bit dual-ISP ทำงานร่วมกับ UFS 2.0 หรือ 5.1 eMMC จัดเก็บข้อมูลแฟลช LPDDR4 1866MHz หน่วยความจำแบบ Dual Channel, USB 3.0 (2.0), NFC, Qualcomm Quick Charge 3.0, ชาร์จเร็วกว่าการชาร์จปกติถึง 4 เท่าและเร็วขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับ Quick Charge 2.0

แน่นอนครับว่ามันต้องเป็นชิปเซ็ตเรือธงยอดนิยมแน่นอน ปีหน้าเราจะได้เห็นสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นที่ใช้ชิแดซ็ตตัวนี้ครับ ถึงตอนนั้นเราค่อยมาพิสูจน์กัยว่ามันจะยอดเยี่ยมจริงหรือไม่ ร้อนหรือเปล่า5555 คอยลุ้นไปด้วยกันครับ

ที่มา gsmarena

from:http://www.appdisqus.com/2015/11/11/qualcomms_snapdragon_820_chipset_finally_gets_fully_revealed.html

รีวิว OPPO N1 Mini สุดยอดมือถือ Selfie ราคาเบา มีสไตล์ สเปคจัด โดยทีม AppDisqus

OPPO N1 Mini เป็นมือถือ Smartphone ที่น่าประทับใจมากครับ ส่วนตัวผมชอบมาตั้งแต่ OPPO N1 รุ่นแรกที่วางจำหน่ายไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนนั้นผมว่ามันเป้นมือถือที่สร้างสรรค์มากๆ ผนวกกับชื่อชั้นของ OPPO ที่โดดเด่นเรื่องการ Selfie เป็นอันดับหนึ่งในเรื่องนี้มาโดยตลอดเลยครับ ผมว่าไม่มีใครไม่ถูกใจการถ่ายภาพ Selfie โดยมือถือ OPPO แน่นอนเพราะมันให้ผลงานที่เกิดความคาดหมายมากครับ ถ่ายออกมาซะสวยใส และหล่อเกินจริงสุดๆไปเลย5555 (ซึ่งไม่จำเป็นต้องแต่งภาพอะไรเลยเลยครับด้วยโหมด Beauty จะช่วยปรับแต่งใบหน้าให้ขาวใสเรียวสวยได้ในคลิ้กเดียวเท่านั้นเอง) แถมใน OPPO N1 Mini ยังสามารถถ่ายภาพในโหมด Ultra HD ความละเอียดสูงถึง 24MP ได้อีกด้วย และ OPPO N1 Mini สามารถถ่ายภาพในโหมด Slow Shutter ได้อีกด้วยโดยสามารถเปิดหน้ากล้องนานสูงสุด 32 วินาทีช่วยสร้างสรรค์ภาพถ่าย เช่น ภาพแสงไฟเป็นเส้นๆ ซึ่งทาง OPPO ออกแบบเมนูมาได้ใช้งานได้ง่ายมากๆ

N1_Mini_001

N1_Mini_002

N1_Mini_003

สเปคของ OPPO N1 Mini

รองรับ 3G HSDPA 850 / 900 /1900 /2100 MHz

ขนาดตัวเครื่อง 148.4 x 72.2 x 9.2 มม. น้ำหนัก 151 กรัม

หน้าจอ IPS LCD ขนาด 5 นิ้วความละเอียด HD 720P (1280 x 720 pixels), 294 PPI

Android 4.3 Jelly Bean ครอบทับด้วย Color OS

Qualcomm Snapdragon 400 Quad Core CPU 1.6 GHz

RAM 2GB

หน่วยความจำภายใน 16GB (เหลือให้ใช้ 11.9GB)

Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi Direct, DLNA, Wi-Fi hotspot, Bluetooth 4.0, microUSB v2.0, USB On-the-go, GPS

กล้องความละเอียด 13 MP, 4128 x 3096 pixels, autofocus, LED flash, Rotating lens 195°, geo-tagging, touch focus, face detection, panorama, HDR

บันทึกวีดีโอความละเอียด Full HD 1080P 30fps

มีอุปกรณ์เสริม O-Click Bluetooth Remote Control มาในชุดจำหน่าย

แบตเตอรี่ความจุ 2140 mAh

ราคาเปิดตัว 12,990 บาท

N1_Mini_004

N1_Mini_005

N1_Mini_006

ในกล่องจะมีตัวเครื่อง OPPO N1 Mini, เข็มจิ้มซิม, คู่มือ, หูฟัง, สาย Micro USB, หัวปลั๊ก และอุปกรณ์เสริม O-Click Bluetooth Remote Control

สำหรับ OPPO N1 Mini จะมาพร้อมหน้าจอ IPS LCD ขนาด 5 นิ้วความละเอียด HD 720P (1280 x 720 pixels), 294 PPI ดูสวยและคมดีครับ สำหรับ Color OS โทนสีจะดูอ่อนๆ แต่จริงๆหน้าจอ OPPO N1 Mini สีสดใสใช้ได้เลยนะครับ^__^

OPPO N1 Mini ยังคงมาพร้อมงานออกแบบที่เรียกว่า Lined Body Design โดยลดความแข็งกระด้างลงจากรูปทรงปกติ แต่ด้านข้างของตัวเครื่องจะเปลี่ยนจากโลหะอลูมิเนี่ยม มาใช้พลาสติคสีขาวมุกทำสีทองตัดขอบดูหรูหราดีทีเดียวครับ วัสดุทั้งตัวจะเป็นพลาสติคผิวนุ่มสีขาวที่เรียกว่า Baby Skin ในไทยจะนำเข้ามาจำหน่าย 2 สีได้แก่สีขาวและสีฟ้าอ่อน

N1_Mini_007

ด้านหลังของตัวเครื่องถัดจากชุดกล้อง กล้องความละเอียด 13 MP จะมีช่องไมค์ตัดเสียงรบกวน และโลโก้ของ OPPO ด้านหลังของ OPPO N1 Mini จะไม่มีฟังก์ชั่น O-Touch เหมือน OPPO N1 นะครับ (O-Touch คือการสัมผัสที่ด้านหลังเครื่อง เพื่อควบคุมการทำงานต่างๆบนหน้าจอ)

N1_Mini_009

N1_Mini_024

Mini_SC_001

OPPO N1 Mini มาพร้อมอุปกรณ์เสริม O-Click Bluetooth Remote Control มาในชุดจำหน่าย ซึ่งก็คือ Bluetooth Remote Control นั่นเองจะเชื่อมต่อกับ OPPO N1 Mini ผ่านทาง Bluetooth ใช้งานเป็นรีโมทสำหรับการถ่ายภาพ และจะส่งเสียงเตือนเมื่อมันออกห่างจาก OPPO N1 Mini ประมาณ 10-15 เมตร รวมทั้งการแจ้งเตือนต่างๆทั้งสายเรียกเข้า และแจ้งเตือนข้อความ เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากครับ แถมหน้าตาสวยด้วย ที่สำคัญคือแถมฟรีนี่ละ อิอิ

N1_Mini_012

N1_Mini_011

N1_Mini_013

ปัญหาเรื่องการต้องจำใจถ่าย Selfie ด้วยกล้องหน้าความละเอียดต่ำ หรือไม่มี AF รวมทั้งไม่มีไฟแฟลชจะหมดไปด้วยกล้องความละเอียด 13 MP ที่สามารถหมุนได้ถึง 195 องศาช่วยให้เราสามารถถ่าย Selfie ด้วยกล้องความละเอียด 13MP อย่างเต็มอิ่ม พร้อมโหมด Beauty ที่ขึ้นชื่อลือชาของ OPPO ทำให้คุณถ่าย Selfie ได้ไม่รู้เบื่อแน่นอน (ผมว่าสาวๆต้องปลื้มแหงมๆ รวมทั้งหนุ่มๆก็ด้วยนะ)

N1_Mini_014

ด้านล่างประกอบด้วยช่องไมโครโฟน, ช่องหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ท Micro USB, ลำโพงตัวเครื่องเสียงดังใช้ได้และไม่แตก สำหรับรุ่นนี้จะรองรับระบบเสียง Dirac โดยรวมตัวเครื่องจะเป็นสีขาวเรียบๆตัดกับขอบสีทอง ซึ่งจะให้อารมณ์ที่แตกต่างจากรุ่นแรกพอสมควร

N1_Mini_015

N1_Mini_016

ด้านขวาจะมีช่องใส่ซิม และปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนด้านซ้ายจะมีปุ่ม Power

N1_Mini_008

แบตเตอรี่ความจุ 2140 mAh ความอึดของแบตเตอรี่รุ่นนี้จะอยุ่ในระดับปานกลางนะครับ พอใช้ได้ครบวันเท่านั้นไม่อึดมาก แต่ก็ไม่ได้หมดเร็วจนน่าวิตกครับ^^

Mini_SC_002

OPPO N1 Mini มาพร้อมการตั้งค่าประหยัดแบตเตอรี่ และสามารถกำหนดให้แจ้งเตือนการชาร์จแบตเตอรี่อีกด้วย ส่วนตัวผมไม่ตั้งค่าประหยัดแบตนะครับ เพราะอยากจะใช้ให้เต็มที่ดีกว่า

Mini_SC_003

Mini_SC_004

Mini_SC_011

ทดสอบด้วย Quadrant Standard ได้คะแนน 10477 คะแนน

ทดสอบด้วย AnTuTu Benchmark ได้คะแนน 19584 คะแนน

ทดสอบด้วย NenaMark2 ทำไปได้ 58.0fps

รองรับ Multi Touch 10 จุดสมบูรณ์

GPS จับสัญญาณได้แม่นยำและรวดเร็วดี

Mini_SC_005

Mini_SC_006

OPPO N1 Mini มาพร้อม Android 4.3 Jelly Bean ครอบทับด้วย Color OS หน้าตาการใช้งานต่างๆเหมือนรุ่นใหญ่อย่าง OPPO Find 7a และ OPPO Find 7 เลยครับ เพิ่มหน้า Home ได้สูงสุด 9 หน้าและเพิ่มหน้าพิเศษ (Exclusive Space) สำหรับการถ่ายภาพและฟังเพลงได้ (เห็นว่าในอัพเดต Color OS 2.0 จะมีเพิ่มหน้าพิเศษเข้ามาอีก อาจจะเป็นในส่วนของ Social นะครับน่าสนใจๆ เผลอๆอาจจะทำแบบ Flipboard นะเนี่ย^__^) และมี Live Weather จะช่วยแสดงสภาพอากาศในเวลานั้นๆบนหน้าจอของเรา หรือจะปรับแต่งตามใจชอบก็ได้สวยงามดีมากครับ

Mini_SC_007

Mini_SC_010

ก็ยังคงเน้นในเรื่องการโหลดธีมเพิ่มโหลดภาพ Wallpaper เพิ่มอย่างจุใจตามแนว OPPO ครับแถมเรื่อง Transition ก็ยังมีมาให้เปลี่ยนได้หลายแบบเช่นเคย Lock Screen ก็เปลี่ยนได้หลายแบบ รวมทั้งสามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้มากมาย รวมทั้งธีมพิเศษตามเทศกาลสำคัญๆ OPPO ก็ยังใส่ใจมีมาให้เหมือนเคย

Mini_SC_009

Gesture & Motion มีลูกเล่นมากมายเช่นเคยครับ มาพร้อม Gloves Mode สามารถใส่ถุงมือหรือใช้ของแข็งแตะบังคับหน้าจอได้, Prevent Misoperation ป้องกันการสัมผัสหน้าจอโดยไม่ตั้งใจเวลาปิดหน้าใว้, Rotate to Launch The Camera หมุนชุดหล้องเพื่อเปิดการทำงานของกล้องถ่ายรูปโดยอัตโนมัติ

ทีเด็ดคือเมื่อหน้าจอปิดอยู่เราสามารถใช้ Gesture สำหรับสั่งงานคำสั่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องปลดล็อคหน้าจอก่อน เช่นการแตะสองครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ หรือการวาดวงกลมเพื่อเข้าเมนูกล้องเป็นต้น รวมทั้งสามารถกำหนดคำสั่ง Gesture ต่างๆเพิ่มเติมได้เองอีกด้วย ความเร็วทำได้ดีกว่า OPPO N1 ตัวเดิมมากครับไม่แพ้พวก OPPO Find 7a หรือ Find 7 เลยและสามารถเปิดใช้งาน Gesture Board โดยการลากนิ้วลงมาจากด้านซ้ายของหน้าจอ ซึ่งเราสามารถเพิ่มรูปแบบของคำสั่งลัดด้วย Gesture ได้อย่างมากมายด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งการเปิดหน้าจอผ่าน Gesture ได้แก่การใช้หลายๆนิ้วจีบเข้าหากันเพื่อเปิดการใช้งานกล้อง, แตะตรงปุ่ม Home สองครั้งเพื่อล็อคหน้าจอ (ทำให้ไม่ว่าอยู่หน้าไหนก็สามารถล็อคหน้าจอได้ง่ายๆด้วย Gesture), สามารถใช้ 3 นิ้วปาดที่หน้าจอเพื่อที่จะจับภาพหน้าจอได้, ใช้ 2 นิ้วปาดขึ้นหรือลง เพื่อปรับระดับเสียง (แม่นยำมากครับค่อยปาดจะเห็นระดับค่อยๆเพิ่มและลดอย่างเนียนๆเลย) นอกจากนี้ยังมีลูกเล่น Motion สั่งงานตัวเครื่องเกี่ยวกับการโทรได้หลากหลายอย่าง

Mini_SC_012

OPPO N1 Mini มาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นในเครื่องมากมายทั้งในเรื่องการจัดการและสร้างเอกสาร และ Security Service ที่จัดเต็มมากครับ ไม่จำเป็นต้องไปหาโหลดเพิ่มเลย รวมทั้งการจัดการเครื่องต่างๆที่ทาง OPPO เตรียมมาให้อย่างดี ก็เป็นส่วนช่วยให้มือถือ OPPO ดูสมบูรณ์และน่าใช้ยิ่งขึ้นมากๆ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่

Mini_SC_015

เรื่องท่องเน็ตฉลุยฮะลื่นไหลดีมาก สามารถเปิดอ่านพร้อมกันหลายๆหน้าก็ไม่หน่วง

Mini_SC_013

Mini_SC_014

OPPO N1 Mini เครื่องเล่นวีดีโอมีลูกเล่น Popup Play มาให้สามารถเล่นวีดีโอ Full HD 1080P ได้ไหลลื่นดีและมีล็อคหน้าจอขณะเล่นมาให้ด้วยเผื่อว่ามือเราจะไปโดน

Mini_SC_016

เครื่องเล่นเพลงหน้าตาสวย มีเอกลักษณ์เป็นรูปแผ่นเสียง รองรับระบบเสียง Dirac และสามารุเขย่าเครื่องเพื่อเปลี่ยนเพลงได้

Mini_SC_017

ทดสอบด้วยเกมแรงๆ Asphalt 8 และ GT Racing 2 ก็เล่นได้ไหลลื่นดีทั้งคู่ครับไม่มีกระตุกเลย และเปิด Effect จัดเต็ม

N1_Mini_018

N1_Mini_020

N1_Mini_022

กล้องความละเอียด 13 MP, 4128 x 3096 pixels, autofocus, LED flash, Rotating lens 195°, geo-tagging, touch focus, face detection, panorama, HDR บันทึกวีดีโอความละเอียด Full HD 1080P 30fps มีอุปกรณ์เสริม O-Click Bluetooth Remote Control มาในชุดจำหน่าย

จุดเด่นของกล้อง OPPO N1 Mini คือกล้องที่สามารถหมุนได้ 195 องศาช่วยให้เราสามารถถ่าย Selfie ด้วยกล้องความละเอียด 13MP อย่างเต็มอิ่ม สามารถใช้แทนได้ทั้งกล้องหน้า และหลัง รวมทั้งปรับองศาสำหรับถ่ายภาพในมุมแปลกๆได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ยังมาพร้อมโหมด Ultra HD ความละเอียดสูงถึง 24MP, โหมด HDR, Night Scene, Slow Shutter สามารถเปิดหน้ากล้องนานสูงสุด 32 วินาทีช่วยสร้างสรรค์ภาพถ่าย เช่น ภาพแสงไฟเป็นเส้นๆ

และทีเด็ด Beauty Mode ที่ดีที่สุดในตอนนี้ อย่างที่ผมเคยบอกครับเรื่อง Selfie ไม่มีแบรนด์ไหนจะเหนือกว่า OPPO และพัฒนามาโดยตลอดและล่าสุดในมือถือรุ่นใหม่ๆ Beauty Mode ของ OPPO นี่เหนือชั้นจริงๆครับ ดูเป็นธรรมชาติและปรับผิวเนียนพร้อมปรับความเรียวของใบหน้าได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องหาแอพพลิเคชั่นอื่นมาใช้ให้เสียเวลาเลย หึ หึ แถมใน OPPO N1 Mini ยังสามารถใช้กล้อง 13MP พร้อมไฟแฟลช LED ถ่ายตัวเองได้อย่างเต็มอิ่มไม่ต้องฝืนใช้กล้องหน้าความละเอียดต่ำอีกต่อไปด้วยนะครับ ทีเด็ดของรุ่นนี้จริงๆ

สำหรับคุณภาพรูปถ่ายของ OPPO N1 Mini ทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นพี่ OPPO N1 นะครับภาพดูคมสวย ไม่อมเหลืองแล้ว และ Noise น้อยครับดูได้จากภาพในร่มและภาพกลางคืนทำออกมาได้ดีทีเดียว และในส่วนของ Selfie ผมว่ายอดเยี่ยมครับ^^ และโหมด Ultra HD ถ่ายภาพความละเอียด 24MP คุณภาพน่าทึ่งมาก (ผมจะรวมเป็นบทความแยกให้อ่านกันอีกที) ลองชมตัวอย่างภาพถ่ายกันได้เลยครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก OPPO N1 Mini

สภาพแสงกลางแจ้ง

N1_Mini_P_010

N1_Mini_P_007

N1_Mini_P_008

N1_Mini_P_009

N1_Mini_P_006

สภาพแสงในร่ม

N1_Mini_P_005

N1_Mini_P_004

N1_Mini_P_011

N1_Mini_P_012

N1_Mini_P_013

สภาพแสงกลางคืน

N1_Mini_P_014

N1_Mini_P_003

N1_Mini_P_001

N1_Mini_P_002

ภาพจากจุดเด่นของความสามารถหมุนได้ 195 องศา

N1_Mini_P_015

ภาพ Selfie โดย OPPO N1 Mini

N1_Mini_P_016

ภาพกลางแจ้ง

N1_Mini_P_017

ภาพในร่ม

ข้อดีของ OPPO N1 Mini

1. ตัวเครื่อง OPPO N1 Mini ออกแบบได้สวยงาม Lined Body Design ลดความแข็งกระด้างลงจากรูปทรงปกติ งานประกอบแข็งแรงมาก วัสดุดูดีผิวนุ่ม Baby Skin

2. ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงเหมาะกับทุกเพศทุกวัยมากยิ่งขึ้น

3. หน้าจอ IPS LCD ขนาด 5 นิ้วความละเอียด HD 720P (1280 x 720 pixels), 294 PPI ดูสวยงามดี

4. สเปคดีน่าใช้ Qualcomm Snapdragon 400 Quad Core CPU 1.6 GHz, RAM 2GB, หน่วยความจำภายใน 16GB

5. Android 4.3 Jelly Bean ครอบทับด้วย Color OS หน้าตาการใช้งานต่างๆเหมือนรุ่นใหญ่ มาพร้อม Gesture & Motion ที่ยอดเยี่ยมมาก

6. กล้องความละเอียด 13 MP ที่สามารถหมุนได้ถึง 195 องศา ทำให้มันเป้นมือถือ Selfie ที่ดีที่สุดในตอนนี้ (กล้องพัฒนาขึ้นจาก OPPO N1 ชัดเจน) แถมมาพร้อมโหมด Ultra HD สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงถึง 24MP ได้อีกด้วย

7. มีอุปกรณ์เสริม O-Click Bluetooth Remote Control แถมมาในชุดจำหน่าย

ข้อด้อยของ OPPO N1 Mini

1. เพิ่มหน่วยความจำภายนอกไม่ได้

2. แบตเตอรี่ความจุ 2140 mAh ให้มาน้อยไปหน่อย

3. ยังไม่มาพร้อม KitKat

N1_Mini_017

N1_Mini_023

สรุปแล้ว OPPO N1 Mini เป็นโทรศัพท์ Smartphone ที่เน้นในเรื่อง Selfie & Shared โดยเป็นรุ่นลดขนาดให้พกพาได้สะดวกมากขึ้น ต่อยอดจากรุ่นเดิม OPPO N1 ที่วางจำหน่ายไปเมื่อปลายปีที่แล้ว สำหรับ OPPO N1 Mini ยังคงจุดเด่นในเรื่องของกล้องความละเอียด 13MP ที่สามารถหมุนได้ 195° ช่วยสร้างสรรค์ภาพ Selfie ของคุณได้ทั้งท่าธรรมดา หรือมุมมองที่แปลกใหม่ ซึ่งมีความพิเศษกว่า Smartphone รุ่นอื่นๆในตลาดที่เราจำต้องทนถ่ายภาพ Selfie ด้วยกล้องหน้าความละเอียดต่ำๆและคุณภาพด้อยกว่ากล้องหลัง แต่เจ้า OPPO N1 Mini จะช่วยให้เราสามารถถ่าย Selfie ด้วยกล้องความละเอียด 13MP เต็มอิ่มกันไปเลยแถมยังสามารถถ่าย Selfie โดยใช้ไฟแฟลช LED ด้วยนะครับ เราสามารถถ่ายภาพที่มีมุมมองแปลกๆและแตกต่างจากเดิมด้วยความสามารถ หมุนได้ 195° ของ OPPO N1 Mini อีกด้วย

นอกจากนี้ OPPO N1 ยังมาพร้อมโหมด Beauty ช่วยถ่ายภาพให้หน้าเรียว เนียนใสได้ในคลิ้กเดียว ซึ่งสำหรับ OPPO ขึ้นชื่ออยู่แล้วครับว่าเป็น Smartphone ที่ถ่าย Selfie ดีที่สุดในท้องตลาดตอนนี้ ซึ่งผู้ที่เคยได้ลองใช้มือถือของ OPPO ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยละครับ ตรงจุดนี้ต้องยอมรับจริงๆว่า OPPO พัฒนาอย่างต่อเนื่องและทำได้ดีมากๆมาโดยตลอด ยิ่งกับเจ้า OPPO N1 Mini ที่สามารถถ่าย Selfie ด้วยกล้องความละเอียด 13MP ด้วยแล้วยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่

และความสามารถถ่ายภาพ Ultra HD ที่มีอยู่ในมือถือเรือธงอย่าง OPPO Find 7 และ OPPO Find 7a ใน OPPO N1 Mini ก็มีฟังก์ชั่นถ่ายภาพ Ultra HD มาให้ด้วยนะครับ โดยสามารถบันทึกภาพความละเอียดสูงถึง 24MP ซึ่งคุณภาพทำออกมาได้น่าพอใจมากครับ (รอชมบทความกันได้เลย) สำหรับราคาเปิดตัว 12,990 บาทของ OPPO N1 Mini ผมว่าคุ้มค่าน่าสนใจมากครับ

เกรด A เริ่ดเชียว!

from:http://www.appdisqus.com/devices/review-oppo-n1-mini

Vivo จัดเต็มเรือธงรุ่นใหม่จะมาพร้อมไฟแฟลชคู่แบบทรูโทน เหมือนกับ iPhone 5s!!!

Vivo ล่าสุดมีภาพหลุดในเวบ Social สุดดังของประเทศจีน Weibo อย่างเป็นทางการแล้วครับ โดยสำหรับมือถือ Smartphone ระดับเรือธงรุ่นใหม่ของ Vivo จะมาพร้อมไฟแฟลชคู่แบบทรูโทน เหมือนที่มีอยู่บน iPhone 5s และ HTC One M8 โดยจะเป็นรุ่นต่อยอดของ Vivo xplay 3S โดยยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการนะครับ สำหรับสเปคก็จัดมาแบบเทพๆ Qualcomm Snapdragon 801, RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB ใครที่สนใจก็เตรียมสอยกันได้เลยเพราะตอนนี้ Vivo ก็มาทำตลาดในบ้านเราแล้วนะครับ แต่ดูจะเงียบๆแหะโปรโมทเหมือนจะลงทุนแต่ดูเงียบๆจังแหะ?

ที่มา gsmarena

ไฟแฟลชคู่แบบทรูโทน

from:http://www.appdisqus.com/2014/04/09/vivos_upcoming_flagship_will_feature_true_tone_dualled_flash.html

เปิดตัว Qualcomm Snapdragon 810 และ 808 64-BIT แรงเขย่าใจแม่ยก!!!

Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ตตัวใหม่ Qualcomm Snapdragon 810 และ 808 64-BIT โดยจะปรับปรุงการทำงานของหน่วยประมวลผล 3 มิติและ LTE ทั้ง 2 ชิปเซ็ตใช้โปรเซสเซอร์ 64 บิต ARM Cortex A5x ทาง Qualcomm ได้ออกแบบใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรม big.LITTLE คล้ายกับ Samsung Exynos quad และ hexa-core chipsets เป็นการชิงเปิดตัวต้อนรับโทรศัพท์มือถือเรือธงของปีหน้าเลยละครับ แน่นอนว่าเรือธงตัวจริงของปีนี้จะใช้ Snapdragon 805 ซึ่งยังไม่วางจำหน่ายเลย

Snapdragon 810

Snapdragon 810 จะมาแทนที่ Snapdragon 805 เป็น CPU แบบแปดคอร์ประกอบด้วย Cortex-A57 และ Cortex-A53 64 บิตผลิตที่ 20 นาโนเมตร โดยจะแรงกว่าเดิม 25-55% โดยกินพลังงานต่ำลง 20% สำหรับ GPU จะเป็นรุ่นใหม่ครับ Adreno 430 ซึ่งจะแรงกว่าเดิม 30% เมื่อเทียบกับ Adreno 420 และแรงกว่าถึง 40% เมื่อเทียบกับ Adreno 330 (ตัวนี้จะใช้ใน Snapdragon 800 และ 801) ผลลัพธ์ที่ได้คือมันจะมีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเรือธงในตอนนี้ถึง 80% (อย่าพึ่งฝันครับ กว่าเราจะได้ใช้ก็ซัดไปปีหน้าละฮะ)

gsmarena_001

Snapdragon 810 รองรับวีดีโอ 4K 30fps และ 1080P 120fps, มีหน่วยประมวลผลภาพ ISP รองรับเซ็นเซอร์ภาพขนาดใหญ่ได้ถึง 55MP รองรับซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการถ่ายภาพระดับสูงปรับ WB (White Balance) ได้อย่างรวดเร็วและช่วยในการถ่ายภาพแสงน้อย รองรับหน่วยความจำ LPDDR4 สามารถแสดงผลความละเอียดระดับ 4K ผ่านสาย HDMI 1.4

Qualcomm® VIVE™ 2-stream 802.11ac โดยใช้เทคโนโลยี multi-user MIMO ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ WIFI ให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิมในการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ, รองรับ Cat 6 LTE Advanced สนับสนุน Bluetooth® 4.1, USB 3.0, NFC และ Qualcomm® IZat™ สามารถระบุตำแหน่งได้แม่นยำยิ่งขึ้น

gsmarena_002

Snapdragon 808

จะเป็นชิปแบบหกคอร์ประกอบด้วย Cortex-A57 และ Cortex-A53 ออกแบบสำหรับการเชื่อมต่อ LTE-Advanced, RF360 และ Wi-Fi เช่นเดียวกับ Snapdragon 810 รองรับหน้าจอ 2K 2560×1600 pixels มาพร้อม GPU Adreno 418 ซึ่งจะแรงกว่า Adreno 330 ประมาณ 20% สนับสนุน OpenGL ES 3.1 plus และรองรับหน่วยความจำ LPDDR3 สามารถแสดงผลความละเอียดระดับ 4K ผ่านสาย HDMI 1.4

gsmarena_003

เทคโนโลยี 4G LTE-Advanced ของ Qualcomm จะรองรับ Carrier Aggregation รองรับสูงสุด 3 ย่านความถี่และแต่ละย่านมีแบนวิธ 20MHz ทำให้สามารถ Download ข้อมูลได้สูงสุด 300MBps เลยทีเดียวคิดเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับ LTE ปกติ

พวกเราก็จะได้ใช้ชิปเทพๆ 2 ตัวนี้กันปีหน้าละครับ ส่วนปีนี้ก็มาเฝ้าคอยเรือธงรุ่นใหม่ที่จะใช้ Snapdragon 805 กันก่อนดีกว่า หรือไม่ทนไม่ไหวก็สอยบรรดาเรือธงต้นปีที่ใช้ Snapdragon 801 หรือบางรุ่นยังใช้ Snapdragon 800 อยู่เลยด้วยซ้ำไปครับ^__^

ที่มา gsmarena และ qualcomm

 

from:http://www.appdisqus.com/2014/04/07/qualcomm-announces-ultimate-connected-computing-next-generation-snapdragon.html