คลังเก็บป้ายกำกับ: REVIEW

[รีวิวเกม] Starlink: Battle For Atlas เกมตะลุยอวกาศฉบับ OpenWorld ที่ไม่ควรมองข้าม

สำหรับเกมแนว Open World แล้วถือว่าเป็นแนวทางที่หลายค่ายพยายามที่จะสร้างเกมออกมา โดยมีการคิดสร้างสิ่งใหม่ๆเข้าไปตลอด และหนึ่งในนั้นคือเกม Starlink: Battle For Atlas เกมตะลุยอวกาศฉบับ OpenWorld จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Ubi Soft ที่ออกวางขายบน PS4 , Nintendo Switch และ Xboxone

โดยจุดเด่นของเกมอาจจะไม่ได้อยู่ที่รูปแบบของเกมเพราะก่อนหน้านี้มีการเปิดตัวเกมแนวนี้ออกมาก่อนแล้ว และก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก (ไปหาเอาเองว่าเกมอะไร) แต่สำหรับเกม Starlink: Battle For Atlas มีความแตกต่าง โดยเฉพาะเวอร์ชั่น Nintendo Switch เพราะมันมาพร้อมกับตัวละครในตำนานจากค่าย นินเทนโด อย่าง Fox จากเกม StaeFox ทำให้มันเป็นที่จับตามองในทันทีตั้งแต่เปิดตัวในงาน E3

กราฟิกไม่ได้ยอดเยี่ยมแต่ลื่นไหล

สัมผัสแรกกราฟิกของเกม Starlink: Battle For Atlas อาจจะไม่ได้โดดเด่น เพราะตัวเกมมีความกว้างมาก อีกทั้งตัวละครหลักของเราเป็นยานอวกาศ ที่ไปไหนก็ได้ทำให้กราฟิกในเกมอาจจะไม่ได้มีรายละเอียดเท่ากับเกมอื่น แต่ก็ถือว่าดูดีและมีเฟรมเรตที่ลื่นไหลแม้ว่าเราจะบินไปด้วยความเร็วสูงแค่ไหนก็ไม่มีสะดุด แต่ติอยู่นิดที่งานออกแบบของดาวดาวอาจจะไม่ได้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนนัก

เพลงประกอบเสียงพากย์ที่ธรรมดาไปนิด

ส่วนเพลงประกอบและเสียงพากย์อยู่ในระดับธรรมดาไม่ได้โดดเด่น แต่ก็มีการใส่เสียงพากย์มาตลอดเกมรวมทั้ง ทีม Star Fox ก็มีการลงทุนใส่เรื่องราวและเสียงพากย์ เข้ามารวมทั้งคัทซีนที่มีการเสริมเรื่องราวเข้าไปได้อย่างลงตัวและดูเป็นการ์ตูนที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย

เกมเพลย์โดดเด่นและสนุกกว่าที่คาด

รูปแบบการเล่นของ Starlink: Battle For Atlas คือเกมแอ็คชั่นแบบยานยิงที่เราจะรับบทเป็นยานอวกาศ ที่จะเปิดโอกาสให้เราบินไปได้ทั่วไม่ว่าจะเป็นในดาวดาวหรือท่องไปในอวกาศ ที่โดยรวมมีฉากบินได้ที่กว้างมากๆ แต่เกมมีการใส่ฉากภาคพื้นดินเข้าไปจนบางส่วนเหมือนกับเกมแอ็คชั่นไป โดยมีการบินเข้าไปสำรวจในฉากแคบๆจนเหมือนกับเกมแก้ปริศนาแบบแอ็คชั่นด้วย

ฟังดูอาจจะเข้าใจยากหรือยุ่งยาก แต่พอได้เล่นทุกอย่างดูเข้าใจง่ายมากๆ เพราะมีการบอกว่าเราต้องไปทำภารกิจที่ไหนบ้าง รวมทั้งบอกเงื่อนไขของการทำไว้ครบ แถมยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนภารกิจที่ต้องทำได้ง่ายเพียงแต่กดไม่กี่ปุ่ม และที่ต้องชมอย่างมากคือการควบคุมบังคับ ที่ปรกติแล้วเกมที่เราจะได้รับบทเป็นยานอวกาศการควบคุมบังคับมักจะเป็นปัญหา แต่สำหรับเกม Starlink: Battle For Atlas ทำได้ง่ายดายและลื่นไหลมากๆ การบังคับทำได้ง่ายเพียงแค่กดปุ่มไม่กี่ปุ่มเท่านั้น และไม่ว่าจะเป็นฉากยานยิงหรือแอ็คชั่นภาคพื้นดินล้วนทำได้ง่ายจนต้องตะลึง

แค่เป็นเกมขายของเล่นจริงหรือ

โดยจุดเด่นของเกมจะอยู่ที่การปรับแต่งยานอวกาศของเราได้ตามใจ ซึ่งตั้งแต่เปิดตัวมันจะนำเสนอมาพร้อมกับของเล่นรูปยานในแบบต่างๆที่เราจำนะมาเสียบกับอุปกรณ์เสริมที่จอยเกมแล้วยานลำนั้นจะไปโผล่ในเกม และยังสามารถปรับเปลี่ยนปีกของยานรวมทั้งอาวุธได้ตามใจ

แน่นอนว่ามันก็คือเกมที่ขายพร้อมกับของเล่น แต่ก็ไม่ได้เน้นขายอย่างเดียวของเล่นที่สวมใส่ล้วนทำให้เกมสนุกและหลากหลายขึ้น และก็อำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่นอยู่พอสมควรเล่นหากเราพลาดตายไประหว่างทำภารกิจหากเล่นแบบไม่มีของเล่นก็จะเริ่มใหม่แต่หากมียานของเล่นก็แค่หยิบอีกลำมาเปลี่ยนก็เล่นต่อได้ อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้ทำให้เกมง่ายแบบสุดๆทุกอย่างยังคงต้องใช้ฝีมือในการเล่นเรียกว่าต่อให้มียานๆดีๆเล่นห่วยก็ตาย

อย่างไรก็ตามหากเราซื้อแบบดาวน์โหลดบนร้านค้าออนไลน์ แบบไม่มีโมเดลของเล่นแถมมาให้ก็อย่างเพิ่งกังวล เพราะทาง UbiSoft ได้จัดชุดที่มาพร้อมยานให้ด้วยเช่นกัน และในอนาคตจะเสริมเพิ่มทั้งอาวุธอุปกรณ์และไอเทมใหม่ๆเสริมทั้งแบบขายเป็นของเล่นมาเพิ่มด้วย ซึ่งทำให้ตัวเกมที่ปรกติก็เต็มไปด้วยรายละเอียดและมีภารกิจให้ทำมากมายอยู่แล้วยิ่งสนุกมากขึ้นและเล่นได้ยาวนานไม่แตกต่างจากเกม Open World นอกจากนี้ยังมีโหมดเล่นกับเพื่อนเพื่อทำภารกิจ และมีการแบ่งหน้าจอกันได้ด้วย

ส่วนอีกจุดเด่นของเกมคือเวอร์ชั่นบน Nintendo Switch ที่มาพร้อมกับ Fox Mccloud ที่มาเป็นตัวละครให้เราเลือกเล่นได้ตั้งแต่ต้นเกม ไม่ต้องไปโหลดเพิ่มหรือเสียเงินซื้อของเล่นอะไรทั้งนั้น รวมทั้งยานจากเกม Starfox ก็มาให้เลือกเล่นตั้งแต่เริ่มเกมเช่นกัน แถมเรายังสามารถเลือกเป็น Fox ไปได้ตลอดไม่ใช่แต่ตัวละครเสริมหรือภารกิจเสริมเท่านั้น เรียกว่าเอาใจแฟนๆนินเทนโดสุดๆแถมเรื่องราวที่สร้างมาเข้ากับซีรีส์ Star Fox แบบไม่ติดขัดเรียกว่าหากคุณมี Switch ก็เป็นอีกเกมที่ไม่ควรพลาด

ข่าว: [รีวิวเกม] Starlink: Battle For Atlas เกมตะลุยอวกาศฉบับ OpenWorld ที่ไม่ควรมองข้าม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/10/21/review-starlink-battle-for-atlas-ps4-nintnedo-switch-thai.html

Advertisements

Review – Predator Helios 500 พี่เบิ้มรุ่นใหญ่ จอ 4K สเปคแน่นปึก i9 + GTX 1070 ราคาแสนนิดๆ

ในที่สุดก็มาใครสักทีกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นท็อปของทางแบรนด์ Acer รุ่น Predator Helios 500 ที่เป็นการพัฒนาสานต่อจากรุ่น Helios 300 ให้ดียิ่งขึ้น ดีไซน์ใหม่ ใหญ่บึกบึน ให้สมกับเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คระดับท็อปที่มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว แถมจัดสเปคมาแรงๆ จัดเต็มไม่มีกั๊ก ซึ่งมีมาให้เลือกด้วยกันถึง 4 สเปค 4 แบบ 4 ราคาด้วยกัน เริ่มต้นตั้งแต่ 69,900 บาท ไปจนถึง 109,900 บาทเองทีเดียวครับ

โดยทั้ง 4 รุ่นมาพร้อมกับประกัน 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ซึ่งรุ่นที่ทีมงาน NBS ได้มารีวิวนั้นจะเป็นรุ่นตัวท็อปสุด i9-8950HK + GTX 1070 ราคา 109,900 บาท ประสิทธิภาพการทดสอบจะเป็นเช่นไรบ้าง ไปติดตามที่รีวิวนี้เต็มๆ ในบทความนี้กันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/review-predator-helios-500-i9-gtx-1070/459296/

[รีวิวเกม] NBA 2K Playgrounds 2 เกมบาสเกตบอลที่สนุกแบบคลาสสิก

เกม NBA Playgrounds ภาคแรกถือว่าสร้างเสียงฮือฮาได้มาก เพราะแม้ว่าในภาคแรกอาจจะไม่ได้เป็นเกมที่มีค่ายใหญ่สร้างแต่ก็สร้างความสนุกได้มากมาย จนทำให้ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง 2K สนใจและเกิดมาเป็นภาคต่อที่ยังคงความน่าเล่นมากกว่าเดิมโดยยังออกบนคอนโซลและพีซี โดยเวอร์ชั่นที่ทีมงานนำมารีวิววันนี้เป็นเวอร์ชั่นบน PS4

กราฟิกแนวน่ารักที่จำลองนักบาสในตำนาน

NBA 2K Playgrounds 2 มาในแนวที่ไม่ได้เน้นความสมจริงตั้งแต่ภาคแรกแล้ว เพราะแค่เห็นตัวละครหลักเราก็จะทราบทันทีว่ามันมาแนวการ์ตูนล้อเลียน ที่จะลองเอานักบาสในตำนานมาเป็นตัวละครหลักในเกม ส่วนฉากในเกมก็มาแนวการ์ตูนที่ไม่เน้นความสมจริง แต่ก็มีความลื่นไหลและเฟรมเรตไม่มีตก(เล่นบน PS4) ความละเอียดก็จัดเต็มจนไม่คิดว่ามันเคยเป็นเกมฟอร์มเล็กมาก่อน ภาคนี้แม้จะไม่ได้ต่างจากภาคแรกมากมายอะไรแต่ก็ถือว่าดูดีพอสมควร

เพลงประกอบแนวสตรีทบาสที่เข้ากับเกม

อย่างไรก็ตามเกมแนวนี้เพลงประกอบก็จะมาแนวที่เข้ากับตัวเกม ที่มาแนวสตรีท ที่เห็นในเกมแนวกีฬาที่ไม่ได้เน้นความสมจริงนัก ซึ่งในภาคนี้ก็ยังคงสานต่อมาจากภาคแรกที่แม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นมีธีมติดหูแต่ก็ถือว่าช่วยเสริมเติมเต็มให้เกมดูดี และเสียงพากย์ของตัวละครและเสียงประกอบที่ลงตัว

เกมเพลย์แบบเดิมๆที่เต็มไปด้วยรายละเอียดแต่เข้าใจง่าย

รูปแบบการเล่นของ NBA 2K Playgrounds 2 ก็เหมือนกับกราฟิกที่มาแนวไม่เน้นความสมจริงเหมือนกับเกมกีฬาอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้หลุดโลกโอเวอร์เหมือนกับเกมในตำนานในอดีตอย่าง NBAJAM และไม่ได้ง่ายๆเหมือนเกมเด็กๆผู้เล่นต้องกดปุ่มตามจังหวะเพื่อชู้ตบาส ที่ทำได้ทั้งแบบระยะไกลเพื่อทำ 3 คะแนน หรือจะใช้ท่าดังค์บาสระดับเทพที่กระโดดได้โอเวอร์เกินความจริง ก็ทำได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว

อย่างไรก็ตามแม้ว่ามันจะเข้าใจง่ายมากๆ แต่เกมเพลย์ไม่ได้ง่ายดายแบบปลอกกล้วยเข้าปากจนขาดความท้าทาย เพราะผู้เล่นต้องทำความเข้าใจและกดให้ถูกจังหวะจริงๆถึงจะชู้ตลง ต่อให้มันไกล้แค่ไหนแต่ถ้ากดมั่วๆก็ยิงไม่ลงอยู่ดี ตรงนี้ถือว่าตัวเกมทำได้ดีเพราะมันเหมาะมันทำให้เกมมีความท้าทายเพิ่ม และมีการเก็บค่าพลังสะสมไว้ใช้ท่ายิงงามๆอีกด้วย แต่หากคุณกังวลว่ามันจะยุ่งยากหรือเปล่าก็ขอบอกไว้ก่อนเลยว่ามันไม่ได้ยากเย็น เพียงทำความเข้าใจในโหมดฝึกหัดก็เล่นได้สนุกแล้ว และโดยรวมถือว่าเหมาะสมกับเป็นเกมที่เล่นได้จริงจังมากกว่ากราฟิกที่ดูไม่สมจริง

โหมดเสริมเพิ่มตัวละคร และอัพเกรด

ส่วนโหมดหลักๆก็มีการแข่งกับคอม ที่เราสามารถเลือกปรับแต่งได้ และยังสามาถเล่นแข่งกับเพื่อนๆได้ด้วยถึง 4 คน เช่นกัน และแน่นอนว่าต้องมีโหมด ทัวร์นาเมนต์ ในชื่อ Playgrounds Championship และโหมด NBA Season ไว้แข่งกันยาวๆ และความโดดเด่นหรือจะเรียกว่าทำให้เราอาจจะต้องใช้เวลาหรือเสียเงินเพิ่มเติมคือระบบการเพิ่มตัวละคร รวมทั้ง เสื้อผ้า ความสามารถรวมทั้งระบบเลเวล ที่ NBA 2K Playgrounds 2 ใส่เข้ามา

ซึ่งเกม NBA 2K Playgrounds 2 ใช้ระบบซื้อการ์ดตัวละครที่คล้ายกับการวางขายการ์ดจริงๆของ NBA ที่มีตัวละครเป็นผู้เล่นในตำนานของ NBA ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรียกว่าคุณต้องรู้จักแน่ต่อให้ไม่ค่อยได้ดู NBA อย่างไรก็ตามมันอาจจะมีข้อสังเกตได้ว่ามันอาจจะจำเป็นต้องใช้เงินในการซื้อการ์ดอย่างเดียวหรือเปล่า ซึ่งระบบเกมมีการเก็บค่าประสบการณ์มาแลกเป็นเหรียญในเกมแล้วมาซื้อของได้เช่นกัน แต่ต้องใช้เวลาในการเล่นหน่อย ใครใจร้อนก็สามารถใช้เงินจริงในการสุ่มการ์ดออกมาได้เช่นกัน

ส่วนโหมดที่เด่นๆเล่นกับเพื่อนเล่นกับเพื่อนยิ่งสนุก แบบแข่งกันยิงไกลทำ 3 แต้ม และแน่นอนว่ามีโหมดออนไลน์แข่งกับเพื่อนๆได้ทั่วโลกเหมือนกับเกมกีฬาในยุคนี้ ที่ยังทำหน้าที่ของมันได้ดีเข้าใจง่ายระบบเมนูไม่ซับซ้อนยุ่งยากอะไร ถือว่า NBA 2K Playgrounds 2 อาจจะไม่ใช่เกมฟอร์มยักษ์แต่ก็มีสิ่งให้ทำมากมายกว่าที่คาดเรียกว่าคุ้มค่าแน่นอน

ข่าว: [รีวิวเกม] NBA 2K Playgrounds 2 เกมบาสเกตบอลที่สนุกแบบคลาสสิก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/10/19/review-nba-2k-playgrounds-2-ps4.html

รีวิว Ztylus Revolver M Series Lens Kit เลนส์เสริม iPhone X, 8, 7 รุ่นปรับใหม่ บาง สวย ใช้สะดวกดีกว่าเดิม

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review Cover2

เคยรีวิวอุปกรณ์เลนส์เสริมจาก Ztylus ไว้ให้ชมกันไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 อ่านได้ที่ รีวิว ZTYLUS + RV2 Lense (Metal) เคส iPhone 6 พร้อมเลนส์ Revolver 4-in-1 ถ่ายภาพให้โปรด้วย iPhone ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ผ่านมารอบนี้ปี 2018 แล้วมีโอกาสได้ลองเล่นเวอร์ชันใหม่กับ Ztylus Revolver M Series Lens Kit ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงค่อยข้างเยอะ ไปชมรีวิวอุปกรณ์ชิ้นนี้กันได้ ณ บัดนี้…

รีวิว Ztylus Revolver M Series Lens Kit เลนส์เสริม iPhone X, 8, 7 รุ่นปรับใหม่ บาง สวย ใช้สะดวกดีกว่าเดิม

รีวิวนี้ได้รับการสนับสนุนสินค้าจาก 425Degree ส่วนเนื้อหานั้นมาจากผู้รีวิวที่ได้ใช้งานสินค้านี้โดยตรง

อุปกรณ์อีกหน่ึงชิ้นที่จะช่วยให้ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพด้วยกล้อง iPhone นั้นมีความสนุกสนานและได้ภาพที่สวยงามโดดเด่นมากขึ้น วันนี้ทีมงาน iMoD มีอุปกรณ์ซึ่งเป็นทั้งเคสและเลนส์เสริมสำหรับ iPhone มารีวิวให้ได้ชมกัน เราไปลงรายละเอียดรีวิวอุปกรณ์ชิ้นนี้พร้อมชมรีวิวกันเลยครับ

Part 1: คุณสมบัติ

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1166788

Ztylus Revolver M Series Lens เป็นชุดเลนส์เสริมแบบ 6 ใน 1 สำหรับ iPhone X ความดีงามของอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่ที่มาพร้อมชุดเคสแรงดูดจากแม่เหล็กที่ออกมาแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการยึดชุดเลนส์ ดีไซน์สวยงาม น้ำหนักเบา ขนาดบางไม่เทอะทะและแถมได้เลนส์คุณภาพถึง 6 ชิ้น ช่วยให้การถ่ายภาพจาก iPhone นั้นมีความสนุกพร้อมได้ภาพมุมมองพิเศษ โดดเด่นกว่าเลนส์จากกล้องธรรมดาอย่างแน่นอน

คุณบัติและประโยชน์ที่ได้จากอุปกรณ์ชิ้นนี้ขอแยกเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ จะได้เข้าใจกันง่ายๆ

  • เลนส์แบบ 6 ใน 1 ที่สามารถถอดออกได้ ยึดติดกับเคสด้วยแรงดูดจากแม่เหล็ก
  • เลนส์ประกอบด้วย Wide Angle, Telephoto จำนวน 2 เลนส์, Macro, Super Macro และ Fisheye
  • เลนส์ Wide Angle สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง ที่ทำให้เห็น
  • เลนส์ Telephoto สำหรับถ่ายภาพซูมใช้คู่กับเลนส์ซูมของ iPhone รุ่นที่มาพร้อมกล้องคู่ ซึ่งเลนส์ Telephoto นี้จะอยู่พร้อมกับ Wide Angle/Telephoto และ Fisheye/Telephoto
  • เลนส์ Macro และ Super Macro สำหรับถ่ายวัตถุขนาดเล็กมากให้เห็นรายละเอียดที่โดดเด่นได้
  • รองรับทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอ
  • เคสติด iPhone ผลิตจาก TPU คุณดี ยืดหยุ่นแต่ไม่อ่อนปวกเปียก คลุม iPhone ทั้งเครื่องพร้อมการออกแบบปุ่มกดให้ใช้งานได้ง่ายและเว้นช่องสำหรับลำโพง, ไมค์และช่อง Lightning ไว้อย่าชัดเจนไม่ติดปัญหาเรื่องการชาร์จ ขอบเคสสูงกว่าจอและสามารถใช้งานร่วมกับฟิล์มกระจกได้
  • ด้านหลังเคสมีวงกลมที่มีเหล็กภายในสำหรับยึดชุดเลนส์ แม่เหล็กดูดดี ดูแรงไม่ทำให้เลนส์หลุด
  • เคสรองรับการใช้งานร่วมกับแท่นดูดแรงแม่เหล็กในรถยนต์ได้
  • เคสรองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi
  • น้ำหนักตัวเคส 32 กรัม นํ้าหนักตัวเลนส์ 35 กรัม สำหรับรุ่น iPhone X
  • น้ำหนักตัวเคส 32 กรัม นํ้าหนักตัวเลนส์ 48 กรัม สำหรับรุ่น iPhone 8, 7
  • น้ำหนักตัวเคส 40 กรัม นํ้าหนักตัวเลนส์ 36 กรัม สำหรับรุ่น iPhone 8 Plus และ 7 Plus
  • หมายเหตุ Ztylus Revolver M Series Lens สำหรับ iPhone 8, 7 จะมาพร้อม 4 เลนส์ ได้แก่ Wide Angle, Fisheye, Macro และ Circular Polarizer (CPL)
  • หมายเหตุ Ztylus Revolver M Series Lens สำหรับ iPhone X, 8 Plus และ 7 Plus จะมาพร้อม 6 เลนส์ตามท่ีจะได้เห็นในรีวิวนี้
  • รุ่นนี้ทางเว็บผู้ผลิตแจ้งว่าสามารถใช้งานร่วมกับ iPhone XS ได้ ส่วนทางผู้จัดจำหน่าย (425Degree) แจ้งว่าขอบภาพจะมีความดำนิดนึง ยังไงเดี๋ยวรอให้ iMoD ได้เครื่อง iPhone XS มาแล้วจะทดสอบความเข้ากันได้ของรุ่นนี้อีกครั้งนะครับ

ได้ทราบคุณสมบัติของอุปกรณ์ชิ้นนี้กันไปแล้วต่อไปมาชมอุปกรณ์ที่มีในกล่องกันครับ พร้อมดูรีวิวการใช้งานจริงและภาพที่ได้จากเลนส์ดังกล่าวจะเป็นยังไง ชมได้จากคลิปด้านล่างและบทความพร้อมภาพประกอบได้เลยครับ

Part 2: เช็คของ

ชุดที่ผมได้รีวิวนั้นเป็นรุ่นสำหรับ iPhone X อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องได้แก่

  1. เคสสีดำสำหรับ iPhone X มาพร้อมช่องสำหรับติดตั้งเลนส์เสริม
  2. เลนส์แบบ 6 ใน 1 สามารถถอดออกได้เมื่อไม่ใช้งาน

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1166790 Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1166791

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1166972 Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1166989 Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1177009

Part 3: การใช้งานและตัวอย่างภาพที่ได้จากเลนส์ Ztylus Revolver M Series

การใช้งานอุปกรณ์เสริมนี้ใช้งานง่ายมากครับเพียงติดตั้งเคสเข้ากับ iPhone ก็พร้อมใช้งานแล้ว ที่เหลือก็เลือกเอาว่าจะใช้เลนส์ตัวไหนในการถ่ายภาพ การหมุนเลนส์ปรับให้อยู่ตำแหน่งที่ต้องการนั้นก็ถอดออกมาแล้วหมุน พอได้ตำแหน่งแล้วก็ดึงเลนส์เสริมออกมแล้วติดตั้งกับเลนส์ของ iPhone

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1177013

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1199092

 

ภาพตัวอย่างจากเลนส์ Ztylus Revolver M Series

Wide Angle

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1290Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1291

Telephoto

เรียงลำดับภาพ 1X> 2X> Telephoto

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1x

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 2x

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review Telephoto

Fisheye

Img 1139

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1192

Macro

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1187

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1181

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1163

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1115

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1308

Super Macro

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1310

Part 4: บทสรุป

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1199097

ได้เห็นกันไปแล้วว่าหน้าตาอุปกรณ์ยังไง การติดตั้ง, การใช้งานและภาพที่ได้จากเลนส์ต่างๆ เรามาสรุปส่งท้ายรีวิวกันครับ

Ztylus Revolver M Series Lens ปรับปรุงใหม่ดีกว่าเดิม บางลง เบาขึ้น ติดตั้งกับเคสและถอดง่ายด้วยแม่เหล็ก ได้ภาพที่สวยงามโดดเด่นเช่นเคย อุปกรณ์จำเป็นสำหรับผู้หลงใหลการถ่ายภาพด้วย iPhone

นั่นคือสรุปแบบสั้นๆ ของอุปกรณ์ชิ้นนี้ครับ แต่จะขอลงรายละเอียดเล็กน้อย นัลตั้งแต่ที่ได้เป็นเลนส์เสริมรุ่นใหม่จาก Ztylus พบว่า “ดีกว่ารุ่นก่อนค่อนข้างเยอะ” ด้วยดีไซน์ที่กระทัดรัดขึ้น การติดตั้งที่ง่ายขึ้นด้วยการใช้ประโยชน์จากแม่เหล็กแทนการหมุนเพื่อล็อคแบบในรุ่นก่อนๆ แถมการหมุนสลับเลนส์ไปมานั้นก็ทำง่ายได้ง่ายและลื่นไหลมากๆ ทำให้เพิ่มความสะดวกกับการใช้งานขึ้นมาก ในส่วนของเคสนั้นเปลี่ยนมาใช้แบบ TPU ป้องกันการกระแทกได้ดี จับแล้วไม่ลื่นและดีไซน์รูปทรง Slim Fit ทำให้ iPhone ไม่หนาขึ้นเยอะ แม้ว่าใส่เคสและเลนส์ก็ยังพกพาได้ (อาจจะเห็นกระเป๋าตุงหน่อยๆ)

แรงดูดจากแม่เหล็กแน่นดีมาก จับที่เลนส์แล้วยกเครื่องขึ้นมาพร้อมกับเขย่าๆ ก็ยังไม่หลุด ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าเลยส์จะติดแน่นหนึบไม่มีหลุด

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 1199101

ผลงานภาพถ่ายที่ได้ก็ประทับใจตามแบบฉบับของเลนส์เสริมที่ทำให้เพิ่มความสามารถของเลนส์และกล้องจาก iPhone ดีเยี่ยมขึ้นไปอีก ภาพมุมกว้างก็เหมาะกับโอกาสที่เราต้องการจะเก็บบรรยากาศทั้งหมดให้อยู่ในภาพเดียว แต่ต้องแลกกับความบิดเบี้ยวบริเวณขอบของภาพซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของเลนส์มุมกว้างในราคาและคุณภาพระดับนี้

รอบนี้ประทับใจเลนส์ Macro ที่ทำให้ถ่ายภาพที่ต้องการขยายรายละเอียดได้ให้เห็นเด่นชัด และอีกเลนส์คือ Fisheye ที่ถ่ายทีไรได้มุมมองภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นอย่างดีครับ

Ztylus Revolver M Series Iphone X Review 4065มาถึงจุดด้อยกันบ้างหากมองในแง่นักถ่ายภาพที่ต้องการรายละเอียดที่ดีก็ต้องบอกว่าเลนส์ Wide Angle นั้นภาพ Distrosion เยอะอยู่ ถ้าปรับได้มากกว่านี้ก็จะดีมากเลย ถ้ามองในมุมของผู้ใช้งานทั่วไปก็พูดถึงฝาหลังของเลนส์เป็นรอยง่ายเพราะส่วนตัวแล้วชอบวางโทรศัพท์แบบหงายหน้าจอขึ้น ถ้าไม่ถอดเลนส์ก็จะทำให้บริเวณฝาหลังของเลนส์เป็นรอย(อันนี้ไม่เกี่ยวกับชิ้นเลนส์เป็นรอยแต่อย่างใด) ถ้าหากทำขอบให้ยกสูงจากพื้นนิดนึงก็น่าจะดีครับ แล้วก็ไม่มีถุงหรือกล่องเก็บเลนส์แถมมาให้ด้วยก็คงดีไม่น้อย

ราคาและสถานที่จัดจำหน่าย

Ztylus Revolver M Series Lens จัดจำหน่าย 3 รุ่น ราคาเท่ากันหมดอยู่ที่ 2,350 บาท

จัดจำนหน่ายที่ www.425degree.com ใส่โค้ด 425imod2018 เพื่อรับส่วนลด 10% (สำหรับการสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บ) ด้วยนะครับ สิทธิพิเศษสำหรับแฟน iMoD เท่านั้น

สนับสนุนการรีวิวโดย

เลือกชมสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ 425Degree และติดตามอัปเดตโปรโมชันเคสใหม่ผ่าน Facebook ที่ 425Degree และ LINE @425Degree (ต้องมี @ ด้วยครับ)

*หมายเหตุ – ภาพถ่ายทุกภาพถ่ายบน iPhone X และได้รับการปรับแต่งด้วยซอฟต์แวร์ Lightroom บนคอมพิวเตอร์

from:https://www.iphonemod.net/ztylus-revolver-m-series-lens-review.html

Review – MSI GS65 8RF Stealth Thin ขอบจอบางเฉียบ ตัวเครื่องบางเบา สเปก i7 + GTX 1070 พร้อมจอ 144Hz

หาก #AdminPong นึกถึง Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ ทั่วไป จะมีตัวเครื่องที่ใหญ่ หนา โดยมีน้ำหนักระดับ 2.5 กิโลกรัมขึ้นไป ด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเครื่องนั้นใช้สเปกภายในที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งในส่วนของชิปประมวลผลและการ์ดจอ ทำให้จำเป็นต้องใช้ชุดระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ตัวเครื่องนั้น ใหญ่ หนา หนัก เป็นธรรมดา แต่เมื่อปีก่อนๆ ก็ได้สัมผัสกับ MSI GS Series ที่เป็น Gaming Notebook ตัวแรง แต่เบาแค่ 1.88 กิโลกรัมเท่านั้น บาง 17.9 มิลลิเมตร

โดยล่าสุดทาง #AdminPong NBS ได้มีโอกาสรีวิวในส่วนของ MSI GS65 8RF Stealth Thin ที่เป็นรุ่นอัพเดทมาจาก MSI GS65 8RE Stealth Thin ที่สเปกแรงเหนือชั้นไปอีก โดยมีสเปกประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าพีซีตั้งโต๊ะ มีการออกแบบมาให้มีความเรียบหรูและบางเบา ซึ่งตัวเครื่องจะมีน้ำหนักที่เบาที่สุดจากทุก Series และจากการที่ใช้ชุดระบายความร้อนที่พัฒนามาอย่างดี ได้สเปก Core i7-8750H + NVIDIA GeForce GTX 1070 Max-Q (8GB) + หน้าจอ 15.6″ Full HD พร้อมรองรับการแสดงผล 144Hz ขอบจอบางเพียง 4.9 มิลลิเมตรเท่านั้น

from:https://notebookspec.com/msi-gs65-8rf-stealth-thin-gaming-notebook/458440/

รีวิว Samsung Galaxy A7 กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายวิวมุมกว้างได้ พร้อมสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

Samsung Galaxy A7 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางซีรีส์ A รุ่นล่าสุดที่ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างชัดเจน ด้วยกล้องหลังที่ใส่มาถึง 3 ตัว เป็นครั้งแรกของซัมซุง, เปลี่ยนตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือจากปุ่มด้านหลัง มาเป็นปุ่มด้านข้างฝังติดมากับปุ่มพาวเวอร์

Galaxy A7 เตรียมวางขายในไทย 26 ตุลาคมนี้ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นแรม 4GB + 64GB ราคา 10,990 บาท และรุ่นแรม 6GB + 128GB ราคา 13,990 บาท มีสีดำ, สีน้ำเงิน และสีทอง

No Description

สเปกเครื่อง

ต้องขอบอกก่อนว่า Samsung Galaxy A7 รุ่นใหม่นี้ ทางซัมซุงจะไม่ใส่เลขปี 2018 ต่อท้ายเหมือนรุ่นที่แล้วอย่าง Galaxy A7 (2017) ซึ่งในความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนมองว่าอาจทำให้ผู้ใช้บางรายสับสนได้

สเปก Samsung Galaxy A7 รุ่นที่ได้มารีวิว มีดังนี้

  • จอขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ Super AMOLED
  • ใช้งานได้ 2 ซิม ประเภท Nano Sim
  • ชิปประมวลผล Exynos 7885
  • แรม 6GB, รอม 128GB, รองรับ microSD card
  • กล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ เลนส์ปกติ 24MP (F1.7), เลนส์ระยะลึก Depth Lens 5MP (F2.4) และเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Lens 120 องศา พร้อมแฟลช LED
  • กล้องหน้า 24MP (F2.0) พร้อมแฟลช LED
  • พอร์ท USB 2.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • ไม่กันน้ำ
  • แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh ไม่รองรับ Fast Charge

No Description

ตัวเครื่อง

Samsung Galaxy A7 ใช้กระจก Gorilla Glass 3 เป็นวัสดุหลัก ด้านหลังมีความเงางาม ดูหรูหรา เกิดรอยนิ้วมือง่าย แต่ก็เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายเช่นกัน แผงกล้องหลังมีลักษณะนูนออกมาเล็กน้อย เรียงเป็นแนวตั้งชิดอยู่ด้านซ้าย พร้อมแฟลช LED

No Description

No Description

หน้าจอขนาด 6 นิ้ว ไม่มีรอยแหว่ง ความละเอียด Full HD+ Super AMOLED ให้สีสันของการแสดงผลที่คมชัด สู้แสงมากๆ เมื่อใช้งานกลางแจ้งได้เป็นอย่างดี

ตัวเครื่องจัดว่าเป็นขนาดที่เหมาะกับหยิบถือได้สะดวกได้ด้วยมือเดียวและไม่ลื่น

No Description

กรอบของตัวเครื่องเป็นอีกจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ด้านขวานอกจากมีปุ่มปรับระดับเสียงแล้ว ยังมีสแกนลายนิ้วมือที่ถูกฝังมากับปุ่มพาวเวอร์ ถือเป็นครั้งแรกที่ซัมซุงเปลี่ยนตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือจากปุ่มด้านหลังมาไว้ด้านข้าง แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการสมาร์ทโฟน แต่ในความคิดเห็นของผู้เขียนมองว่าสะดวกต่อการใช้ไม่ว่าผู้ใช้จะถนัดมือซ้ายหรือมือขวา

No Description

ด้านซ้ายของตัวเครื่องเป็นช่องใส่ Nano Sim เป็นแบบสามสล็อต สามารถใส่สองซิมได้พร้อมกับ microSD card

No Description

ขอบด้านล่างเป็นพอร์ต USB 2.0, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และขีดเล็กๆ เป็นช่องลำโพงเสียง แต่การขับเสียงออกมาค่อนข้างดังใช้ได้เลยทีเดียว

No Description

การใช้งาน

Samsung Galaxy A7 ชิปประมวลผล Exynos 7885 พร้อมกับแรมที่ให้มาถึง 6GB, รอม 128GB เป็นความจุที่ค่อนข้างเยอะ แถมสามารถใส่ microSD card เสริมได้ด้วย ใครที่ชอบถ่ายรูปเยอะๆ ก็น่าจะหมดกังวลเรื่องพื้นที่เก็บข้อมูลเต็มเร็วได้

No Description

การใช้งานทั่วไปก็ถือว่าเพียงพอ ทั้งการเช็กอีเมล, เล่น Facebook, ส่องไอจี หรือสลับแอพไปมาก็ทำได้อย่างลื่นไหล ส่วนของการเล่นเกมจากที่ทดสอบกับเกม PUBG ทำได้ลื่น ยังไม่พบอาการสะดุดในระหว่างเล่น แต่หากปรับใช้กราฟิกในระดับสูงพบว่าตัวเครื่องจะร้อนค่อนข้างเร็ว

No Description

กล้องถ่ายภาพ

เป็นจุดขายสำคัญของ Galaxy A7 เลยก็ว่าได้ เพราะนับเป็นครั้งแรกที่ซัมซุงใส่กล้องหลังมาทีเดียวถึง 3 ตัว แม้แต่สมาร์ทโฟนระดับเรือธงอย่าง S9 / S9+ หรือ Note 9 ก็ยังไม่มีกล้อง 3 ตัวแบบนี้

กล้องหลัง 3 ตัว แบ่งได้ดังนี้

  • เลนส์ปกติ 24MP (F1.7) มีฟีเจอร์จับภาพในสภาพแสงน้อย ด้วยการรวมแสงจาก 4 พิกเซลเป็นพิกเซลเดียว
  • เลนส์ระยะลึก Depth Lens 5MP (F2.4) สำหรับทำ Live Focus และภาพ bokeh
  • เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Lens 120 องศา ความละเอียด 8MP (F2.2)

No Description

No Description

ส่วนตัวของผู้เขียนแล้วค่อนข้างชอบกับการถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง เพราะช่วยเก็บบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวได้แบบครบอยู่ในภาพเดียว ใครที่ชอบถ่ายภาพแบบ landscape อยู่ด้วยแล้วก็น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีได้ แถมยังมีเมนูที่สามารถสลับถ่ายภาพด้วยเลนส์ปกติกับเลนส์มุมกว้างให้เลือกใช้อย่างง่ายดายอีกด้วย

แต่ข้อจำกัดของการใช้เลนส์มุมกว้างจะไม่มี auto focus หรือเลือกโฟกัสเองได้ รวมไปถึงการถ่ายภาพในเวลากลางคืน ภาพที่ออกมาถือว่าพอใช้ได้ แต่รายละเอียดของสีสันยังไม่คมชัดเท่าไหน่นัก

No Description

นอกจากนี้กล้องหลังยังมาพร้อม AI ช่วยถ่ายภาพ คอยปรับสีและความสว่างของภาพแต่ละประเภทได้แบบอัตโนมัติ

ขณะที่กล้องหน้าให้ความละเอียดมาถึง 24 ล้านพิกเซล (F2.0) พร้อมแฟลช LED เท่าที่ลองถ่ายดูพบว่าทำให้ใบหน้าเนียนแบบไม่ต้องพึ่งแอพ

ตัวอย่างภาพถ่าย ไม่มีการปรับแต่งใดๆ เพียงย่อขนาดภาพเท่านั้น

เลนส์ปกติ

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

เลนส์มุมกว้าง

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

ระบบความปลอดภัย

อย่างที่บอกไปเมื่อตอนต้นว่า Galaxy A7 มีปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านข้าง ฝังมากับปุ่มพาวเวอร์ การสแกนถือว่าง่าย เหมาะทั้งคนที่ถนัดมือซ้ายหรือมือขวา สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็ว แถมสามารถสแกนได้แม้ในขณะที่หน้าจอปิดอยู่

นอกจากสแกนลายนิ้วมือยังมี Face Unlock หรือการจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกมาให้ใช้ด้วย เป็นอีกหนึ่งระบบความปลอดภัยที่ปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วไม่แพ้สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

No Description

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ใน Galaxy A7 ให้มา 3300 mAh เท่าที่ลองใช้งานดูพบว่าเพียงพอต่อการใช้งาน 1 วันได้แบบสบายๆ แต่ในรุ่นนี้จะไม่มีระบบ Fast Charge มาด้วย หากแบตเหลือน้อยหรือหมดต้องใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยเพื่อชาร์จจนกว่าแบตจะเต็ม

สรุป

Samsung Galaxy A7 ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ต้องบอกว่าได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความหรูหรา ดีไซน์บางเบา เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปและเล่นเกม จุดขายหลักๆ อยู่ที่กล้องหลัง 3 ตัวให้เลือกใช้ได้ตามใจ มีเลนส์มุมกว้างที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพแบบ landscape ส่วนกล้องหน้าก็จัดว่าเซลฟี่ปุ๊บ ได้ใบหน้าที่เนียนปั๊บ โดยไม่ต้องพึ่งแอพตกแต่งเพิ่ม

สำหรับพอร์ต USB 2.0 ในมุมหนึ่งอาจจะดูว่าสามารถใช้ร่วมกับสายชาร์จของอุปกรณ์บางรุ่น แต่หากเป็น USB Type-C น่าจะเป็นทางเลือกที่ดูทันสมัยมากกว่า นอกจากนี้การชาร์จแบตเตอรี่ที่ไม่มีระบบ Fast Charge มาให้ อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อชาร์จแบตให้เต็ม

from:https://www.blognone.com/node/105880

รีวิว Adonit PhotoGrip กริปจับ iPhone ให้ถ่ายรูปสะดวกขึ้น Android ก็ใช้ได้

Adonit Photogrip Review Cover

รีวิวนี้แนะนำอุปกรณ์เสริมเพื่อการถ่ายภาพโดยจะใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนซึ่งใช้ได้ทั้ง iPhone และ Android ทุกรุ่น อุปกรณ์ชิ้นชื่อว่า Adonit PhotoGrip ภาษาช่างถ่ายภาพจะเรียกติดปากกันว่า “Grip” อ่านเป็นภาษาไทยว่า “กริป” ทำให้จับกระชับมือและมีปุ่มชัตเตอร์ด้านบนเพื่อการกดถ่ายภาพแบบกล้องใหญ่ได้เลย สะดวกดีเท่ด้วย มาชมกันว่าอุปกรณ์ตัวนี้ทำอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง

รีวิว Adonit PhotoGrip กริปจับ iPhone ให้ถ่ายรูปสะดวกขึ้น Android ก็ใช้ได้

รีวิวนี้ได้รับการสนับสนุนสินค้าจาก Adonit Thailand ส่วนเนื้อหานั้นมาจากผู้รีวิวที่ได้ใช้งานสินค้านี้โดยตรง

ใครที่ชอบการถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟนเป็นชีวิตจิตใจไม่ว่าจะถ่ายด้วย iPhone หรือสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ อย่าง Android กล้องเทพๆ หลายตัวในท้องตลาด ณ ตอนนี้ก็มีให้เลือกมากมาย อุปกรณ์ที่จะแนะนำต่อไปนี้ผมคิดว่าช่างกล้องสมาร์ตโฟนหลายคนน่าจะชอบ ซึ่ง Adonit PhotoGrip จะช่วยให้การถ่ายภาพนั้นสนุกมากขึ้น เราไปลงรายละเอียดรีวิวอุปกรณ์ชิ้นนี้กันเลยครับ

Part 1: คุณสมบัติ

Adonit Photogrip Review 1199033

Adonit PhotoGrip เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้การถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟนนั้นมีความสะดวกสบายมากขึ้น วัสดุที่ใช้ในการผลิตจะเป็น PC แข็งด้านนอก ส่วนบริเวณที่จับของกริปนั้นทำจากยางที่จับแล้วให้ความกระชับ พร้อมมีร่องสำหรับรองรับนิ้วตอนจับกริปอีกด้วย ด้านในส่วนที่รองรับสมาร์ตโฟนผลิตด้วยวัสดุยางที่มีความนุ่มและป้องกันไม่ให้สมาร์ตโฟนของเครื่องเป็นรอยและแถมทำให้กริปหนีบสมาร์ตโฟนได้อย่างแน่นหนาไม่สั่นโยกและไม่หลุดแน่นอน

โดยคุณบัติและประโยชน์ที่ได้จากอุปกรณ์ชิ้นนี้ขอแยกเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

  • Adonit PhotoGrip เป็นกริป (Grip) ติดตั้งเข้ากับสมาร์ตโฟนโดยการเลื่อนแล้วหนีบเพื่อให้จับสมาร์ตโฟนถ่ายภาพด้วยมือเดียวได้อย่างกระชับและสะดวก แรงดึงจากสปริงภายในกริปนั้นค่อนข้างแข็งข้อดีคือทำให้หนีบสมาร์ตโฟนได้อย่างกระชับแน่นหนาไม่ทำให้เครื่องหลุดออกจากกริปแน่นอน
  • รีโมทไร้สายมาพร้อมแบตเตอรี่ในตัวทำการชาร์จผ่านสาย micro USB เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่านบลูทูธ ใช้สำหรับการกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพและวิดีโอได้
  • รีโมทถอดแยกได้ใช้สั่งการให้ถ่ายภาพจากระยะที่ไกลออกไป สะดวกสำหรับการถ่ายเซลฟี่
  • มีปากกา Stylus ไว้ใช้สำหรับการจด วาด หรือตกแต่งภาพ ซึ่งปากกานี้ติดตั้งอยู่กับกริปเลยไม่ต้องพกแยก
  • ฐานของกริปมีรูสกรูสำหรับติดตั้งกับขาตั้งกล้อง (Tripod) ซึ่งสามารถติดตั้งเข้ากับขาตั้งกล้องมาตรฐานไปจนถึงระดับมืออาชีพได้ ทำให้ถ่ายภาพได้สะดวกมาขึ้นโดยเฉพาะการออกทริปคนเดียวและแบกขาตั้งกล้องไปด้วย
  • กริปสามารถปรับระดับได้ง่ายแถมใช้งานเป็นแท่นในการตั้งสมาร์ตโฟนในแนว Portrait สะดวกสำหรับการทำวิดีโอคอล
  • ในชุดได้แถมขาตั้งกล้อง (Mini Tripod) มาให้ด้วย ติดตั้งเข้ากับกริปจะช่วยให้ตั้งสมาร์ตโฟนในจุดที่ต้องการและถ่ายภาพผ่านรีโมทได้ หรือนำไปใช้ตั้งกล้องเพื่อการถ่าย Timelapse ก็สะดวกดีมากๆ
  • Mini Tripod มีขนาดเล็ก พกพาง่าย น้ำหนักเบานำไปได้ทุกที่
  • กริปติดตั้งง่าย ถ่ายง่าย เลื่อนปรับระดับได้สะดวก
  • กริปปรับระดับได้กว้างสุดประมาณ 9.5 ซม. ใหญ่พอที่จะรองรับสมาร์ตโฟนทุกรุ่น
  • ทดสอบกับ iPhone X, iPhone 8 Plus, iPhone XS Max, Samsung Galaxy S9+
  • มีถุงผ้าและสายคล้องคอสำหรับใส่กริป
  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 3.0 หรือสูงกว่า
  • รองรับ iOS 5.0 ขึ้นไปและ Android 4.3 ขึ้นไป

ได้ทราบคุณสมบัติของอุปกรณ์ชิ้นนี้กันไปแล้วต่อไปมาชมอุปกรณ์ที่มีในกล่องกันครับ

Part 2: เช็คของ

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง

  1. Adonit PhotoGrip
  2. ปากกา Stylus
  3. ขาตั้ง Mini Tripod
  4. สายคล้องคอ
  5. ถุงสำหรับใส่กริป
  6. คู่มือการใช้งานเบื้องต้น (มีภาษาไทย)

Adonit Photogrip Review 1199032 Adonit Photogrip Review 1199034

Adonit Photogrip Review 1199046 Adonit Photogrip Review 1199047 Adonit Photogrip Review 1199049 Adonit Photogrip Review 1199052 Adonit Photogrip Review 1199041

Adonit Photogrip Review 4897

Part 3: การใช้งาน

Adonit Photogrip Review 1199077

การทดสอบใช้งานครั้งนี้ได้ทำการทดสอบกับ iPhone X, iPhone 8 Plus, iPhone XS Max, Samsung Galaxy S9+ สรุปว่าทุกรุ่นสามารถใช้งานได้ดีนะ ต่อไปในลงรายละเอียดกันสักหน่อย จุดหลักๆ ที่ต้องดูเกี่ยวกับอุปกรณ์ตัวนี้ก็คงเป็นเรื่องการเชื่อมต่อและการติดตั้งกริปเข้ากับ iPhone, Android นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว การใช้งานของอุปกรณ์ชิ้นนี้ถือว่า “ใช้งานง่าย” ครับ

1. การติดตั้งและถอดกริป

ใช้ฐานล่างของกริปเกี่ยวที่ขอบของสมาร์ตโฟนจากนั้นดึงขอบบนของกริปขึ้นให้หนีบกับขอบของสมาร์ตโฟน ปรับระดับให้พอดีกับการใช้งาน ส่วนการถอดให้ดึงขอบกริปด้านบนขึ้นแล้วถอดออก

Adonit Photogrip Review 1199055 Adonit Photogrip Review 1199060

2. การเชื่อมต่อรีโมทกับสมาร์ตโฟนในครั้งแรก (Pairing)

  • กดรีโมทค้างประมาณ 4-5 วินาทีจนกว่าจะไฟสีน้ำเงินจะกระพริบ
  • เข้าเมนูการตั้งค่า> บลูทูธ ผ่าน iPhone จากนั้นจะเห็นอุปกรณ์ชื่อว่า Adonit PhotoGrip ให้แตะที่นั่นเพื่อเริ่มการจับคู่กับอุปกรณ์
  • หลังจับคู่เสร็จอุปกรณ์ Adonit PhotoGrip จะขึ้นสถานะ เชื่อมต่อ (Connected) ถือว่าพร้อมใช้งานแล้ว

Adonit Photogrip Review 1199066 Adonit Photogrip Review 1199057

Adonit Photogrip Review 1199061

3. การใช้งาน

Adonit Photogrip Review 1199076

การใช้งานให้เปิดแอปกล้อง (Camera) ที่มาพร้อม iPhone, Android ในการถ่ายภาพได้เลย ซึ่งรีโมทนี้จะจำลองการกดเพิ่ม/ลดเสียงซึ่งถือว่าเป็นการกดชัตเตอร์ในการถ่ายภาพนั่นเองครับ หากกดปุ่มชัตเตอร์บนรีโมทแล้วภาพยังไม่ถ่าย แนะนำให้ลงกดถ่ายภาพผ่านปุ่มชัตเตอร์ที่หน้าจอ 1 ครั้ง จากนั้นลองกดปุ่มชัตเตอร์ที่รีโมทอีกครั้ง

Adonit Photogrip Review 1199067
ถ่ายเซลฟีด้วยรีโมทจาก Adinot PhotoGrip

4. การปิดรีโมท

กดปุ่มรีโมทค้างไว้ประมาณ 4-5 วินาที ไฟสีน้ำเงินจะกระพริบ 2 ที จากนั้นไฟจะดับลง ซึ่งถือว่าเป็นการปิดรีโมทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหากไม่มีการใช้งานรีโมทใน 10 นาที ระบบจะปิดตัวลงเองครับ

5. การเชื่อมต่อรีโมทกับสมาร์ตโฟนในครั้งต่อๆ ไป (Connecting)

  • กดรีโมทค้างประมาณ 2 วินาทีจนกว่าจะไฟสีน้ำเงินติดขึ้น จากนั้นสมาร์ตโฟนจะพยายามเชื่อมต่อกับรีโมทอีกครั้ง ตรวจสอบในการตั้งค่าอีกทีเพื่อให้มั่นใจว่า Adonit PhotoGrip ได้เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หากคุณมีหลายอุปกรณ์หรือโทรศัพท์หลายเครื่องอาจจะเจอปัญหา(แบบผม) ที่เปิดรีโมทแล้ว iPhone เครื่องที่ต้องการไม่เชื่อมต่อกับรีโมท(เพราะมันไปเชื่อมต่อเครื่องอื่นอยู่) แก้ไขโดยการกดปุ่มรีโมทค้างไว้ 4-5 วินาทีให้ไฟสีน้ำเงินกระพริบ จากนั้นเข้าไปเชื่อมต่อบลูทูธอีกครั้ง

6. การชาร์จรีโมท

เราจะทราบได้อย่างไรว่า “ถึงเวลาต้องชาร์จแล้ว?” คำตอบคือ ไฟสีน้ำเงินบนรีโมทจะกระพริบรัวไม่หยุดบ่งบอกว่าแบตเตอรี่ใกล้จะหมดแล้วให้ทำการชาร์จได้เลย หาสาย micro USB เชื่อมต่อกับพอร์ต USB หรืออะแดปเตอร์สำหรับการชาร์จ iPhone ทิ้งไว้ไม่นานแบตเตอรี่รีโมทก็จะเต็มแล้วพร้อมให้ใช้งานต่อเนื่องได้อีกนาน

Part 4: บทสรุป

Adonit Photogrip Review 1199064

โดยรวมแล้วอุปกรณ์ชิ้นนี้จัดได้ว่า “ดี” เพิ่มความสนุกในการถ่ายภาพขึ้นอีกเยอะทำให้ได้อารมณ์เหมือนกันกดปุ่มชัดเตอร์ถ่ายจากกล้องใหญ่ ถ้าในทางเทคนิคแล้วก็ทำให้กดถ่ายได้ง่าย สะดวกและนิ่งมากขึ้น การจับที่กระชับด้วยมือเดียว การถือสมาร์ตโฟนแบบมือเดียวนั้นก็ทำได้ดี กริปจับ iPhone ได้ประชับแน่นดี ที่ชอบอีกจุดคือกริปสามารถติดตั้งกับขาตั้งกล้องได้สะดวกมากๆ ไม่ว่าจะถ่ายเซลฟี่จากรีโมทที่ให้มาด้วยเหมาะเลยถ้าไปเที่ยวที่ไหนคนเดียว, หรือตั้งกล้องถ่าย Timelapse แบบชิวๆ ก็ทำได้

วัสดุที่นำมาผลิตอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ดูแล้วไม่ก๊องแก๊งเหมือนของเล่นเด็ก กริปติดกับ iPhone แล้วมันดูเท่ ดูดี แถมใช้งานได้ดีด้วย นอกจากนี้ยังได้ปากกา Stylus มาเสริมทัพอีกซึ่ง Adonit ขึ้นชื่อเรื่อง Stylus อยู่แล้ว ได้อุปกรณ์นี้มาเสริมก็ถือว่าดีเลย ไปถ่ายที่หนาวๆ ใส่ถุงมือถ้าอยากจะแต่งรูปสักหน่อยก็เอาปากกานี้แหละมาจิ้มๆ แตะๆ มันง่ายกว่าถอดถุงมือออกมาเสียอีก

Adonit Photogrip Review 1199072

เรื่องถุงและสายคล้องคอที่ให้มานั้นถือว่าไอเดียดีนะจะได้เก็บอุปกรณ์ในยามที่ไม่ใช้ได้ แต่สิ่งที่ขาดไปคือสายควรจะติดกับกริปได้โดยตรงก็จะดีไม่น้อย อาจจะมีหูเกี่ยวเข้าไปหรือไม่ก็ทำสามารถที่เป็นสกรูเพื่อหมุนติดกับฐานของกริปเลยมันจะสะดวกไปอีก คล้องคอใช้งานได้สะดวกเลย อีกจุดที่เพิ่มได้ก็คือคือการแสดงระดับของแบตเตอรี่รีโมทซึ่งกดวัดระดับแบบแบตสำรองก็ได้หรือว่าจะให้เช็คผ่านแอปก็ได้ แบบนั้นจะช่วยให้คนขี้ลืมสามารถรู้ระดับแบตเตอรี่ก่อนเผื่อว่าเวลาจะใช้งานจริงๆ แบตเหลือน้อยและหมดลืมเอาสายชาร์จไปอีกก็จบกัน ดังนั้นแนะนำว่าหากวางแผนจะใช้ก็เสียบชาร์จค้างคืนก่อนแล้วกันเผื่อพลาด

Adonit PhotoGrip ทำให้ถ่ายภาพสนุกขึ้น จับแน่น กระชับ รีโมทถอดมาใช้ถ่ายเซลฟี่ได้ ฐานกริปยึดขาตั้งกล้องได้ แถมรูปลักษณ์หล่อไม่ใช่หล่อธรรมดานะ หล่อมากด้วย

เป็นอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟนควรหามาไว้ใช้งาน

ราคาและการจัดจำหน่าย

Adonit PhotoGrip จำหน่ายในราคา 1,590 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ Betrend Siam Paragon, Betrend Emporium, Loft Siam Discovereyและเพจ Adonit Thailand

from:https://www.iphonemod.net/adonit-photogrip-for-iphone-android-review.html