คลังเก็บป้ายกำกับ: RIDE-HAILING

Ola แอพเรียกรถจากอินเดียเตรียมบุกลอนดอนสู้กับ Uber สิ้นปีมีทุกเมืองในอังกฤษ

อาจเป็นข่าวที่ไม่ดีเท่าไหร่ของ Uber เมื่อคู่แข่งอย่าง Ola เตรียมที่จะบุกลอนดอน นอกจากนั้นเตรียมที่จะให้บริการทั่วประเทศอังกฤษด้วย

ภาพจาก Ola

Ola แอพเรียกรถจากประเทศอินเดียเตรียมที่จะบุกสู่เกาะอังกฤษ โดยให้บริการที่กรุงลอนดอนเป็นที่แรก และขยายไปยังเวลส์ รวมไปถึงแมนเชสเตอร์ต่อไป นอกจากนั้นบริษัทตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีจะให้บริการทั่วเกาะอังกฤษ เพื่อที่จะสู้กับคู่แข่งอย่าง Uber ซึ่งขนส่งในกรุงลอนดอนต่อใบอนุญาตให้ดำเนินการต่อได้อีก 15 เดือน

สำหรับในกรุงลอนดอนการให้บริการแอพเรียกรถนั้นถือว่าค่อนข้างเข้มงวดจากหน่วยงานกำกับดูแลมากกว่าที่อื่นๆ ในยุโรป ซึ่งนอกจาก Ola แล้ว ยังมีผู้เล่นรายใหม่ๆ ที่เตรียมเข้ามาในกรุงลอนดอนนี้ด้วยอย่าง Taxify ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจากประเทศเอสโตเนีย

แอพดังจากอินเดียจะเปิดตัวในอังกฤษด้วยฟังก์ชั่นในการเรียกรถส่วนตัวและรวมไปถึงรถแท็กซี่ก่อนในช่วงแรก และจะร่วมมือกับทางหน่วยงานกำกับดูแลในเรื่องนี้ซึ่ง Bhavish Aggarwal ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Olaได้กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อที่จะเข้าสู่ตลาดอังกฤษให้ได้ 

ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่เกาะอังกฤษ Ola ได้เข้าสู่ประเทศใหม่ๆ เช่น ออสเตรเลีย โดยบริษัทมีผู้ลงทุนอย่าง SoftBank และรวมไปถึง Didi อีกด้วย รวมไปถึงในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า Uber ในประเทศอินเดียอาจตัดสินใจขายกิจการให้กับ Ola โดยแลกเป็นหุ้น แต่ท้ายที่สุด Uber ก็เลือกที่จะให้บริการในอินเดียต่อ

ที่มาBloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ola-goes-to-england-and-friendly-with-regulators/

Advertisements

ไม่มีรถ ก็ขับรถ ride sharing ได้ Lyft ร่วมกับ Avis ให้เช่ารถไปขับได้

Lyft ร่วมมือกับบริษัทเช่ารถ Avis ให้คนที่ไม่มีรถสามารถเช่ารถไปขับหาเงินได้ ผ่านโปรแกรม Express Drive ในอเมริกาเหนือ แต่เนื่องจากในดีลไม่ได้เปิดเผยราคาเช่าเลย จึงยังไม่แน่ใจว่าระหว่างเช่ารถขับ กับซื้อรถเองไปเลย อะไรจะคุ้มค่ากว่ากัน

Lyft ระบุเพิ่มเติมว่าจะเพิ่มช่องทางเสนอการเช่ารถลงในแอพ

No Description
ภาพจาก Facebook Lyft

ที่มา – Engadget

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/104399

Grab ได้รับเงินลงทุนเพิ่มอีก 1,000 ล้านดอลลาร์ นำไปลงทุนในอินโดนีเซียเพิ่มเติม

หลังได้รับเงินลงทุนจาก Toyota ไป 1,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมิถุนายน ล่าสุด Grab ได้รับเงินลงทุนเพิ่มเติมอีก 1,000 ล้านดอลลาร์จาก Ping An Capital และ Lightspeed Venture Partners บริษัทลงทุนจากจีรและสหรัฐตามลำดับ

Ming Maa ประธานของ Grab ระบุว่าจะนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนเพิ่มเติมในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท พร้อมตั้งเป้าด้วยว่า ปีนี้รายได้ของบริษัทน่าจะแตะถึง 1,000 ล้าน ซึ่งจะเป็นบริษัทแรกในภูมิภาค

ที่มา – Bloomberg

No Description

from:https://www.blognone.com/node/104315

Daimler ปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ ให้ความสำคัญกับธุรกิจคาร์แชร์มากขึ้น

บริษัท Daimler ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยแบ่งบริษัทให้เป็น 3 บริษัทย่อยคือ Mercedes-Benz AG, Daimler Truck AG และ Daimler Mobility AG ซึ่งทุกบริษัทจะอยู่ภายใต้บริษัทใหญ่ Daimler AG เพื่อให้มีหน้าที่แยกจากกันชัดเจนและปฏิบัติงานได้คล่องตัวขึ้น

สำหรับ Mercedes-Benz AG จะเป็นบริษัทที่รับผิดชอบเรื่องรถยนต์และรถตู้ ซึ่งเดิมคือหน่วย Mercedes-Benz Cars & Vans มีพนักงานทั่วโลก 175,000 คนส่วน Daimler Truck AG จะเป็นหน่วยที่รับผิดชอบเรื่องรถบัสและรถบรรทุก ซึ่งเดิมคือหน่วย Daimler Trucks & Buses มีพนักงานทั่วโลกราว 1 แสนคน

ส่วนบริษัทสุดท้ายคือ Daimler Mobility AG คือส่วนที่น่าสนใจของ Daimler ในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เดิมหน่วยธุรกิจนี้ชื่อ Daimler Financial Services AG ซึ่งการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นการบ่งบอกว่าบริษัทนี้จะโฟกัสไปที่ธุรกิจ mobility services อย่างบริการคาร์แชร์ Car2Go รวมถึงการเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทอื่น ๆ ที่ทำธุรกิจในด้านบริการเรียกรถด้วย อย่างเช่น Taxify หรือ Via

Daimler Mobility AG เริ่มต้นจากการเป็นหน่วยธุรกิจด้านการเงินของ Daimler ก่อน แต่หลังจากที่ Car2Go และโครงการอื่น ๆ ที่รับผิดชอบภายใต้บริษัทเริ่มเติบโตขึ้น Daimler จึงปรับโครงสร้างโดยเปลี่ยนชื่อเพื่อให้ความสำคัญในการทำธุรกิจคาร์แชร์และบริการเรียกรถชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนธุรกิจการเงินก็ยังคงอยู่ภายใต้ Daimler Mobility AG เหมือนเดิม

ที่มา – The Drive, Daimler

No Description
ภาพจาก Daimler

from:https://www.blognone.com/node/104183

บริษัทผลิตรถยนต์จีนสามแห่งตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มเรียกรถแข่งกับ Didi

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศจีน ได้แก่ FAW Group, Dongfeng Automobile และ Chongqing Changan Automobile ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อเตรียมตัวเปิดให้บริการเรียกรถในลักษณะเดียวกับ Uber หรือ Didi Chuxing

บริษัทร่วมทุนแห่งใหม่จากผู้ผลิตรถยนต์ทั้งสามนี้ใช้ชื่อบริษัทว่า T3 Mobile Travel Services ซึ่งทางบริษัทก็เตรียมหาพาร์ทเนอร์เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาบริการและอาจนำรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมาให้บริการเดินทางด้วย

ปัจจุบันบริการเรียกรถในจีนนั้นมีผู้ครองตลาดเจ้าใหญ่สุดคือ Didi Chuxing ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ Didi ก็กำลังจะถูกท้าทายจาก Meituan Dianping เจ้าตลาดรายใหญ่ของ O2O ในจีน ที่เตรียมทำบริการเรียกรถแล้ว (อ่านเพิ่มเติมจากบทความ “รู้จักกับ Meituan Dianping สตาร์ทอัพ O2O ของจีน ที่เตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นฮ่องกง”)

สิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทรถยนต์ที่ร่วมทุนทั้งสามเป็นบริษัทภายใต้รัฐบาลจีนทั้งหมด ซึ่งทุกบริษัทเคยมีการร่วมทุนกับแบรนด์รถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ และยุโรปมาแล้ว (ตามกฎของรัฐบาลหากต้องการลดภาษีรถยนต์ที่ขายในจีน) ดังนั้นบริการใหม่นี้น่าจะมีเงินทุนในการพัฒนาสูงและท้าทายกับเจ้าตลาดอย่าง Didi Chuxing ได้ไม่ยาก

ที่มา – Reuters, Engadget

No Description
ภาพจาก FAW

from:https://www.blognone.com/node/103874

ผู้ร่วมก่อตั้ง Grab มองว่าตลาดแอปเรียกรถใน SEA ยังมีการแข่งขัน แม้ไร้เงา Uber

หลัง Grab ควบรวมกิจการของ Uber ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อให้เกิดคำถามตัวใหญ่ๆ ถึงการผูกขาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ทางฝั่ง Grab เองกลับมองว่าการแข่งขันด้านนี้ในภูมิภาคยังมีพื้นที่เหลืออีกมาก

Hooi Ling Tan ผู้ร่วมก่อตั้ง Grab แสดงความคิดเห็นใน Rise Conference งานประชุมด้านเทคโนโลยีที่ฮ่องกงว่า การแข่งขันด้านนี้ยังคงมีอยู่ และเขาเองก็ไม่คิดว่าการแข่งขันจะหายไป Grab ยังคงเรียนรู้ยุทธศาสตร์และแทคติคจากผู้ให้บริการทางเลือกอื่นๆ อยู่ตลอด

No Description

ขณะที่คู่แข่งอันดับหนึ่งที่ Grab มองมาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ไม่ใช่บริษัทคู่แข่ง แต่คือ “มือ” – มือของผู้โดยสารที่เรียกรถแท็กซี่ข้างถนน ดังนั้นบริษัทจึงมองด้วยว่าตลาดยังมีพื้นที่อีกมาก

อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่ดูแลด้านการแข่งขันและผูกขาดของสิงคโปร์ยังคงเห็นต่างกับ Grab หลังตรววจสอบการควบรวมมาตั้งแต่เดือนเมษายน เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า Grab อยู่ในสภาพเหมือนผูกขาด ไม่มีผู้ให้บริการแอปรายอื่นที่เป็นคู่แข่ง โดยปัญหาเรื่องต้นทุนและเครือข่ายแท็กซี่ เป็นอุปสรรคที่ทำให้ไม่มีผู้ให้บริการรายใหม่ๆ ขึ้นมาแข่งขัน จนทำให้ในระยะหลัง Grab เริ่มขึ้นราคาค่าบริการแล้ว

ทั้งนี้ Go-Jek ผู้ให้บริการแอปแท็กซี่จากอินโดนีเซียก็กำลังอยู่ระหว่างการขยายตลาดไปในภูมิภาคด้วยและกำลังจะเปิดให้บริการในไทยเร็วๆ นี้

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/103734

Uber กำลังพิจารณาขายกิจการในตะวันออกกลางให้ Careem แลกกับหุ้น

หลังจากที่ Uber ได้ขายกิจการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับ Grab โดยแลกกับหุ้นส่วนหนึ่ง ล่าสุด Uber อาจใช้วิธีนี้อีกรอบในตะวันออกกลาง

Uber กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาที่จะขายกิจการในตะวันออกกลางให้กับ Careem หรือไม่ก็อาจใช้วิธีซื้อกิจการของ Careem แล้ว Uber จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เสร็จแล้วให้ Careem เป็นคนดำเนินกิจการต่อไปแทน ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวมาจากการที่ Careem กำลังต้องการที่จะระดมทุนรอบใหม่อีกครั้ง

ก่อนหน้านั้น CEO ของ Uber อย่าง Dara Khosrowshahi เคยได้กล่าวไว้ว่า กิจการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นกิจการสุดท้ายที่ขายกิจการให้คู่แข่งโดยแลกเป็นหุ้น และยังรวมไปถึงมุมมองที่มองว่า Uber สามารถเอาชนะในอินเดีย และยังรวมไปถึงในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือด้วย

ปัญหาที่ผ่านมาของ Uber คือประสบปัญหาเจอคู่แข่งในท้องถิ่นนั้นๆ แล้วไม่สามารถเอาชนะได้ ซึ่งในตะวันออกกลางก็พบปัญหานี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะพยายามทุ่มเม็ดเงินในการทำโปรโมชั่น หรือมีส่วนลด เพื่อที่จะเอาชนะใจลูกค้าในตะวันออกกลางให้ได้ แต่ท้ายที่สุดก็พบว่าไม่คุ้มกับเม็ดเงินที่ลงทุนไป

มารู้จักกับ Careem สักหน่อย

Careem ก่อตั้งในปี 2012 โดยเป็นผู้นำการให้บริการ Ride-hailing ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ปากีสถาน และรวมไปถึงตุรกี ซึ่งผู้ลงทุนมีตั้งแต่ Rakuten ยักษ์ใหญ่ E-commerce จากประเทศญี่ปุ่น หรือแม้แต่ Daimler และยังรวมไปถึง Didi Chuxing และเจ้าชาย Alwaleed bin Talal แห่งราชวงศ์ซาอุฯ ที่พึ่งลงทุนไปในรอบล่าสุดด้วย

นอกจากนั้น Careem เองมีแผนที่จะเตรียม IPO เร็วๆ นี้อีกด้วย เพราะว่าทางบริษัทเองเริ่มคุยกับธนาคารและที่ปรึกษาทางการเงินในการพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย

ที่มาFinancial Times, Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/maybe-uber-sales-middle-east-unit-to-careem/