คลังเก็บป้ายกำกับ: RIDE-HAILING

Uber ทดสอบบริการเรียกรถราคาถูก Uber Chap Chap ในเคนยา ค่าโดยสารขั้นต่ำ 31 บาท

Uber เริ่มทดสอบบริการใหม่ในชื่อว่า Uber Chap Chap บริการรถยนต์ราคาถูก เน้นการนำรถยนต์ประหยัดพลังงานมาให้บริการ โดยบริการนี้เริ่มทดสอบในเมือง Nairobi เมืองหลวงของประเทศเคนยาแล้ว ซึ่งคำว่า Chap Chap นั้นเป็นคำสแลงของชาวแอฟริกาตะวันออกที่มีความหมายว่า “เร็ว ๆ”

Uber ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์ CMC Motors เพื่อนำเข้ารถยนต์ Suzuki Altos จำนวนกว่า 300 คันซึ่งเป็นรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานมาให้บริการในเมือง Nairobi และมีผู้สนับสนุนทางการเงินคือธนาคาร Stanbic ของเคนยาที่จะมีข้อเสนอดี ๆ ให้กับผู้ขับรถ Uber ที่มีประวัติดี ซึ่งจะทำให้เป็นเจ้าของรถยนต์ได้ภายใน 3 ปี

สำหรับค่าบริการของ Uber Chap Chap นี้ ขั้นต่ำอยู่ที่ 100 ชิลลิง (หน่วยเงินของเคนยา) หรือประมาณ 31.15 บาท ถูกกว่า UberX ที่เริ่มต้น 150 ชิลลิงหรือ 46.72 บาท

Loic Amado ผู้จัดการทั่วไปของ Uber ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกเผยว่า ถ้าเกิดการทดลอง Uber Chap Chap ในประเทศเคนยาประสบผลสำเร็จ Uber ก็จะขยายการให้บริการไปยังประเทศอูกันดาและแทนซาเนียต่อไป

ที่มา – TechCrunch

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/99805

Advertisements

Didi Chuxing ร่วมมือกับ SoftBank ตั้งบริษัทร่วมทุนให้บริการเรียกแท็กซี่ในญี่ปุ่น

Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถจากจีนได้เซ็นสัญญาร่วมกับ SoftBank เพื่อให้บริการเรียกรถแท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่น โดยทั้งสองบริษัทจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อทดลองระบบเรียกรถและคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ภายในปีนี้

Didi และ SoftBank จะใช้วิธีการร่วมมือกับผู้ประกอบการแท็กซี่, ผู้กำหนดนโยบาย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เพื่อเปิดใช้งานแพลตฟอร์มที่ผู้ให้บริการแท็กซี่ทุกบริษัทในญี่ปุ่นสามารถใช้งานได้ โดยบริการนี้จะเน้นไปที่แท็กซี่เนื่องจากบริการเรียกรถแบบ peer-to-peer นั้นผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่น

ทั้ง Didi และ SoftBank คาดว่าบริษัทร่วมทุนจะก่อตั้งเสร็จเร็ว ๆ นี้ และจะสามารถทดลองให้บริการเรียกรถแท็กซี่ได้ภายในปีนี้ โดยเมืองใหญ่ ๆ ที่คาดว่าจะเริ่มทดลองให้บริการก่อน เช่น โตเกียว, โอซาก้า, เกียวโต, ฟุกุโอกะ

ก่อนหน้านี้ Uber ก็เคยพยายามบุกตลาดญี่ปุ่นด้วยการร่วมมือกับคนขับแท็กซี่มาแล้ว แต่ก็ไม่สามารถเจาะตลาดญี่ปุ่นได้ ส่วน LINE ซึ่งเป็นแอพแชทที่นิยมในญี่ปุ่นตอนนี้ก็เริ่มให้บริการเรียกแท็กซี่แล้ว

ที่มา – TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/99717

ซีอีโอ Uber ให้สัมภาษณ์ คาดภายใน 3 ปีข้างหน้าบริษัทจะเริ่มมีกำไร

เป็นที่รู้กันว่า Uber นั้นเป็นสตาร์ทอัพที่ขาดทุนมาตลอด โดยข้อมูลล่าสุดคือไตรมาสสามปีที่แล้วก็ยังขาดทุนสุทธิพันล้านดอลลาร์ ล่าสุดซีอีโอ Data Khosrowshahi ได้ให้สัมภาษณ์ โดยเขากล่าวว่า Uber จะทำกำไรได้ภายใน 3 ปี หรือภายในปี 2022 และยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับ Uber ที่น่าสนใจอีกมากที่ซีอีโอได้กล่าวไว้อีกหลายประเด็น

Khosrowshahi ให้เหตุผลว่า ที่ Uber จะสามารถทำกำไรได้ใน 3 ปีนั้น เนื่องจากธุรกิจร่วมเดินทางซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทเริ่มเข้าที่ รวมถึงการลงทุนอย่างเช่นการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเริ่มเห็นผล (แต่ก็จะมีการลงทุนเพิ่มอีกมาก) รวมถึงตัวซีอีโอคาดหวังให้ Uber ทำการขายหุ้นไอพีโอเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ในปีหน้า ซึ่งจะเป็นการเปิดให้พิจารณาประสิทธิภาพทางการเงินของบริษัทอย่างละเอียด

ก่อนหน้านี้ Rajeev Misra ตัวแทนจาก SoftBank ที่เข้าไปนั่งในบอร์ดของ Uber ได้ให้ความเห็นว่า Uber จะต้องถอนตัวจากประเทศที่ขาดทุนและเน้นโฟกัสที่ตลาดหลัก แต่ตัวซีอีโอนั้นกล่าวไม่เห็นด้วย และให้ความเห็นว่าบริษัทควรจะเรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้าต่อไป

ในเรื่องการกำกับดูแลกิจการจากหน่วยงานภาครัฐของแต่ละพื้นที่ที่ Uber เข้าไปทำธุรกิจนั้น ซีอีโอเห็นว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนั้นจะต้องถูกใคร่ครวญอย่างละเอียด เหมือนกับที่ Uber ได้เปลี่ยนแปลงการเดินทางและยังมีเรื่องอื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้คนอีกด้วย ดังนั้นการกำกับดูแลกิจการจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม

ในเรื่องรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซีอีโอกล่าวว่าตอนแรกเขาค่อนข้างสงสัยในเทคโนโลยีนี้ แต่ตอนนี้เขาทำนายว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาเร็วขึ้นอีกมากจนระดับที่ว่าเด็กที่เกิดวันนี้ไม่ต้องเรียนขับรถแล้ว

สุดท้ายในเรื่องปัญหาของ Uber ที่ทำให้อดีตซีอีโอ Travis Kalanick ลาออกและทำให้เขาได้เป็นซีอีโอมาจัดการปัญหาภายใน Uber แทนนั้น Khosrowshahi กล่าวว่าเขาได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อเปลี่ยน Uber จากวัฒนธรรมองค์กรอันหยาบคาย ซึ่งเขากล่าวว่าผลร้ายที่เกิดขึ้นกับ Uber นั้นเป็นเรื่องยากที่จะรับมือ แต่ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสิ่งหนึ่งที่เกิดกับ Uber เพราะมันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง Uber จะต้องทำให้วัฒนธรรมองค์กรเป็นที่ยอมรับโดยผู้หญิงมากขึ้นอีก

ที่มา – Bloomberg

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/99309

Didi เปิดศึก Uber ในอเมริกาใต้ ด้วยการเข้าซื้อกิจการยักษ์ใหญ่บริการร่วมเดินทาง “99” ที่บราซิล

จากที่ยิ่งใหญ่ในประเทศจีน และทยอยลงทุนเล็กๆ ในบริการร่วมเดินทางตามทวีปต่างๆ ล่าสุด Didi Chuxing ก็เดินกลยุทธ์ใหม่ด้วยการเข้าซื้อกิจการ “99” ของประเทศบราซิล เพื่อเปิดศึกในระดับโลกกับ Uber เต็มรูปแบบ

ภาพจาก 99taxis และ Didi Chuxing

เปิดปีด้วยการขยายไปต่างประเทศอย่างชัดเจน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ปกติแล้ว Didi จะแค่ลงทุนในส่วนน้อยๆ พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับเหล่า Startup ที่ทำธุรกิจบริการร่วมเดินทาง หรือ Ride-Hailing ไม่ว่าจะเป็น Grab ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, Carreem ในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ รวมถึง Taxify ในยุโรป แต่จากนี้คงไม่ใช่แค่นี้แน่ๆ

เพราะพอเปิดปีมา Didi ก็ประกาศเข้าซื้อกิจการบริการร่วมเดินทาง “99” เบอร์หนึ่งของประเทศบราซิล และเป็นที่รู้จักในพื้นที่อเมริกาใต้ หลังจากเคยเข้าไปลงทุนใน Stratup ดังกล่าวมาเมื่อปีก่อน โดยแหล่งข่าวที่มีความเกี่ยวของกับอุตสาหกรรมนี้แจ้งว่า Didi ยอมทุ่มเงินกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัทดังกล่าว

ที่สำคัญการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นความจริงจังในการขยายออกไปต่างประเทศ พร้อมเปิดศึกการแข่งขันกับ Uber ผู้เป็นเบอร์หนึ่งบริการร่วมเดินทางอย่างชัดเจน แต่ทาง Didi ไม่ได้แจ้งว่าจะเปลี่ยนชื่อบริการ “99” เป็นชื่อเดียวกับบริษัทหรือไม่ แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ก็มีโอกาส เพราะช่วยสร้างตัวตน และเป็นที่รู้จักมากกว่าแค่ในจีน

ภาพ pixabay.com

แข่งกันแบบทั้งคู่ต่างมีหุ้นในธุรกิจของกันและกัน

ในทางกลับกันถึง Uber กับ Didi จะแข่งกันมากแค่ไหน แต่ทั้งคู่ต่างมีหุ้นในธุรกิจของกันและกัน หลัง Uber ได้หุ้น Didi จากการขายกิจการในจีนเมื่อปี 2559 ส่วน Didi ก็ยอมลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ใน Uber เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในประเทศจีนให้ทำได้เต็มรูปแบบมากขึ้น

ปัจจุบันมูลค่าหุ้นที่ Uber ถืออยู่ใน Didi คิดเป็นกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากมูลค่ากิจการล่าสุดที่ 56,000 ล้านดอลลาร์ของ Didi และทั้งคู่ต่างก็ส่งผู้บริหารเข้าไปนั่งอยู่ในบอร์ดบริหารของคู่แข่งด้วย เพื่อสำรวจว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

นอกจากนี้ทั้งคู่ก็อยู่ในการลงทุนของ SoftBank Group เหมือนกัน โดยกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นรายนี้ลงทุนใน Didi กว่า 4,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก่อน และล่าสุดก็เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 15% ของ Uber เช่นกัน รวมถึง SoftBank ก็ลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์ใน 99 เมื่อปีก่อนด้วย

สรุป

สำหรับตลาดบริการร่วมเดินทางในพื้นที่อเมริกาใต้นันเติบโตเร็วมาก และในบราซิลที่มีประชากรกว่า 200 ล้านคน ก็คือเป้าหมายสำคัญของหลายๆ ธุรกิจ โดยทาง Uber ได้ให้บริการใน São Paulo และ Rio de Janeiro ซึ่งทั้งสองเมืองอยู่ในอันดับต้นๆ ของจำนวนการใช้งานต่อสัปดาห์

ส่วนแบรนด์ Didi ก็อาจแพร่กระจายมากขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างความเป็นแบรนด์ระดับโลกเหมือน Uber แน่ๆ

อ้างอิง // WSJ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/didi-uber-ride-hailing-latin-america/

Didi Chuxing บุกตลาดละตินอเมริกา เข้าซื้อ 99 บริษัทเรียกรถจากบราซิล

Didi Chuxing บริษัทเรียกรถแท็กซี่ในลักษณะเดียวกับ Uber จากจีนประกาศเข้าซื้อ 99 บริษัทเรียกรถสัญชาติบราซิลอย่างเป็นทางการ หลังจากที่บริษัท Didi เพิ่งจะเพิ่มทุน 4 พันล้านดอลลาร์ไปไม่นานนัก

Cheng Wei ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Didi กล่าวว่า การเข้าซื้อบริษัท 99 จะเป็นการเร่งการเติบโตในละตินอเมริกา และยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่าการเข้าสู่ตลาดสากลนั้นถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของ Didi ซึ่งทางบริษัทจะเปลี่ยนโฉมการเดินทางทั่วโลกและอุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านการดำเนินธุรกิจทั่วโลกและพาร์ทเนอร์

Didi นั้นยังคงมองหาการเติบโตนอกประเทศอยู่เรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวว่าจะเข้าสู่ตลาดเม็กซิโก และทางบริษัทยังมีการลงทุนในบริษัทอื่นอย่าง Taxify, Grab, Careem

ที่มา – Didi Chuxing, VentureBeat

No Description

ภาพจากเว็บไซต์ Didi Chuxing

from:https://www.blognone.com/node/98791

[ลือ] Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถจากจีนเตรียมเข้าสู่ตลาดเม็กซิโก

แหล่งข่าวของสำนักข่าว Reuters รายงานว่า Didi Chuxing บริการเรียกรถจากประเทศจีนเตรียมขยายธุรกิจเข้าประเทศเม็กซิโกในปีหน้า ซึ่งจะถือเป็นการขยายกิจการออกนอกจีนครั้งแรกของ Didi

ในรายงานเผยว่า Didi จะเปิดตัวแอพบนสมาร์ทโฟนในเม็กซิโก และจะรับคนขับรถมาให้บริการบนแพลตฟอร์ม แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า Didi จะเริ่มให้บริการที่เมืองไหนก่อน ซึ่งแหล่งข่าวเผยว่าในไตรมาสแรกของปีหน้า Didi จะเปิดให้บริการในเม็กซิโก

เมื่อเดือนก่อน Didi ก็เพิ่งเข้าพบกับ ProMexico บริษัทด้านการลงทุนของรัฐบาลเม็กซิโกเพื่อพูดคุยถึงโอกาสในการขยายตลาดเข้าสู่ประเทศ ซึ่งเมื่อเข้าสู่เม็กซิโกแล้ว Didi จะต้องพบกับคู่แข่งท้ันทีคือ Uber และ Cabify จากสเปน ซึ่งปัจจุบัน Uber ถือว่ามีฐานที่มั่นคงมากในเม็กซิโก มีผู้ใช้บนแพลตฟอร์มกว่า 7 ล้านคนใน 45 เมือง โดยเม็กซิโกซิตี้ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามของโลกของ Uber (ในแง่จำนวนการเที่ยวเดินทาง)

แต่ถึงแม้ว่า Uber มาก่อนในตลาดเม็กซิโก ก็ใช่ว่าจะไม่มีที่ว่างเหลือให้คู่แข่งเติบโตเลย เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานที่กำกับดูแลในบางเมืองของเม็กซิโกไม่อนุญาตให้ Uber รับเงินสดเพื่อป้องกันการแข่งขันโดยตรงกับแท็กซี่ ซึ่งถ้าคู่แข่งสามารถหาช่องทางแข่งขันได้โดยจับกลุ่มตลาดลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือเดบิตไว้จ่ายเงินได้ก็น่าจะมีช่องให้เติบโตได้เช่นกัน

ปัจจุบัน Didi ถือเป็นบริษัทเรียกรถที่มีมูลค่าสูงที่สุดอันดับสองรองจาก Uber เท่านั้น และธุรกิจในจีนของ Uber ก็เพิ่งควบรวมกับ Didi ไปเมื่อปีที่แล้ว

ที่มา – Reuters

No Description

ภาพจาก Didi Chuxing (Facebook)

from:https://www.blognone.com/node/98066

“ถ้าเราไม่ทำ คู่แข่งก็ทำ” Volkswagen ส่งมินิแวน MOIA เข้าตลาด Ride-Hailing รับตลาดรถหดตัว

Sharing Economy กระทบอุตสาหกรรมรถยนต์เต็มๆ เพราะหากบริการนี้มีมากขึ้น เช่น Uber และ Grab แล้วผู้บริโภคทั่วไปจะซื้อรถยนต์ไปทำไม จากจุดนี้เอง Volkswagen เบอร์หนึ่งผู้ผลิตรถยนต์จึงลุยเรื่องนี้อย่างจริงจัง

MOIA สามารถวิ่งได้ 300 กม. ในแต่ละที่นั่งมีช่อง USB, ไฟอ่านหนังสือ และสัญญาณไวไฟส่วนตัว

สัญญาณการซื้อรถยนต์เริ่มลดลง

เมื่อเล็งเห็นว่าสัญญาณการซื้อรถยนต์ของผู้บริโภคเริ่มลดน้อยลง หลังบริการ Ride-Hailing เริ่มมีมากขึ้น ทำให้ Volkswagen เบอร์หนึ่งเรื่องผลิตรถยนต์ไม่ปล่อยให้แบรนด์ตัวเองต้องเผชิญกับปัญหาในอนาคตแน่ๆ ผ่านการส่ง MOIA รถมินิแวนเครื่องยนต์ไฟฟ้าขนาด 6 ที่นั่ง เข้าแข่งขันในธุรกิจ Ride-Hailing บ้าง

โดยโปรเจคดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่เดือนธ.ค. 2559 หลังจากเบอร์หนึ่งผลิตรถยนต์จากเยอรมันรายนี้ลงทุนหลายร้อยล้านยูโร พร้อมควบรวมกิจการ Gett Inc. ผู้ให้บริการ Ride-Hailing เพื่ออาศัยความเชี่ยวชาญด้านการสร้างแพลตฟอร์ม ซึ่งภายในครึ่งหลังของปี 2561 ชาวเมือง Hamburg ในเยอรมันนีก็จะได้ใช้บริการนี้แล้ว

รูปร่างของ MOIA

Ole Harms ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MOIA เล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกจะมีรถมินิแวนในระบบราว 200 คัน และผู้สนใจใช้งานก็สามารดาวน์โหลด Application เพื่อเรียกรถมารับ และไปส่งยังที่หมายได้ โดยตัวระบบหลังบ้านจะคอยคำนวนว่ารถยนต์คันไหนเหมาะสมที่จะไปรับส่งการเรียกใช้ในแต่ละครั้ง

ขยายไปต่างประเทศต่อยอดการเติบโต

“หลังจากนี้ MOIA จะเข้าไปให้บริการในเมืองอื่นๆ ของกลุ่มประเทศยุโรป รวมถึงในสหรัฐอเมริกาด้วย และคาดว่าการเกิดขึ้นของ MOIA จะทำให้การใช้งานรถยนต์ลดลงกว่า 1 ล้านคันในปี 2568 เพราะไม่มีความจำเป็นต้องขับขี่ และหากเราไม่ทำตอนนี้ คู่แข่งรายอื่นก็ต้องทำแทนเราแน่ๆ”

MOIA เมื่อถูกนำไปใช้จริง

อย่างไรก็ตาม Volkswagen ไม่ได้เป็นผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวที่ขยับเข้าสู่พื้นที่ Digital Transportation เพราะเดือนก.ย. ปีก่อน Ford ก็ควบรวมกิจการ Chariot ผู้ให้บริการ Minibus Ride-Sharing เพื่อขยายบริการขนส่งมวลชนทางเลือก โดยตอนนี้เริ่มให้บริการที่ New York, Seattle และ Austin-San Antonio แล้ว

สรุป

มันก็คงจริงถ้าบริการ Ride-Hailing แพร่หลายมากๆ และสะดวกถึงขนาดเราอยากไปไหนก็เรียก แต่ในรูปแบบที่ Volkswagen ทำมันผสมกับเรื่อง Sharing หรือเราต้องนั่งร่วมกับผู้โดยสารคนอื่น ซึ่งบางประเทศอาจไม่ค่อยชอบเรื่องนี้นัก แต่หากจำเป็นจริงๆ ก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และการใช้รถยนต์คงเกิดการซื้อขายแค่ B2B

อ้างอิง // Quartz, ภาพ MOIA

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/volkswagen-moia-ride-hailing/