คลังเก็บป้ายกำกับ: RIDE-HAILING

ลือ! Daimler จับมือกับ Geely สร้างแพลตฟอร์มเรียกรถในจีนสู้กับ Didi Chuxing

ข่าวลือจาก Bloomberg อาจทำให้แพลตฟอร์มเรียกรถเจ้าใหญ่อย่าง Didi Chuxing ต้องหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อ Daimler และ Geely ประกาศจับมือเตรียมสร้างแพลตฟอร์มเรียกรถ ซึ่งถ้าหากมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเราอาจได้เห็นศึกแย่งชิงลูกค้าอีกครั้งในประเทศจีน

ภาพจาก Shutterstock

บริการเรียกรถในประเทศจีนอย่าง Didi Chuxing อาจต้องถึงคราวหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อแหล่งข่าวไม่ระบุตัวตนได้กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg ว่ายักษ์ใหญ่ผลิตรถยนต์สองรายอย่าง Daimler และ Geely ประกาศจับมือสร้างแพลตฟอร์มเรียกรถในประเทศจีน คาดว่าสัดส่วนร่วมทุนอยู่ที่ฝ่ายละ 50:50 

การร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานของ Geely อย่าง Li Shufu ประกาศเข้าซื้อหุ้น Daimler ประมาณ 10% เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำหรับการซื้อหุ้นของ Li นี้มีมูลค่าสูงถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบัน Geely เป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายอันดับ 3 ในประเทศจีนรองจาก Volkswagen และ GM

แรงกดดันจากคู่แข่งใหม่ที่กำลังฟอร์มทีมครั้งนี้ถือว่ามาถูกเวลาเป็นอย่างยิ่งเพราะว่า Didi Chuxing กำลังพบกับเรื่องของหน่วยงานกำกับดูแลในจีนที่พยายามเข้มงวดกับแพลตฟอร์มเรียกรถรายนี้หลังจากมีเหตุการณ์ฆาตกรรมรวมไปถึงเหตุการณ์ข่มขืนผู้โดยสารด้วย

บทความจาก Blognone เรื่อง Didi Chuxing ในช่วงที่ผ่านมา ที่ทำให้เกิดแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล

สำหรับ Daimler นั้นเริ่มหาลู่ทางที่จะเติบโตในด้านใหม่ๆ มากขึ้น โดยในงาน Paris Motor Show ทาง Dieter Zetsche ซึ่งเป็น CEO ของ Daimler ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่ากำลังร่วมมือกับบริษัทยานยนต์จีน ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีของทั้ง 2 มากกว่าจะเกิดความเสี่ยงด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้กล่าวว่าการร่วมมือครั้งนี้จะเป็นในด้านใด

ที่มาBloomberg, Reuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/daimler-jv-geely-make-ride-hailing-platform-for-fight-didi/

Advertisements

[ไม่ยืนยัน] Grab เตรียมรับเงินลงทุนเพิ่มอีก 500 ล้านดอลลาร์ จาก SoftBank

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Grab เตรียมเพิ่มทุนรอบใหม่อีก 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยเบื้องต้น SoftBank จะเป็นแกนนำในการลงทุนครั้งนี้ โดยจะเพิ่มเงินไปอีก 500 ล้านดอลลาร์ ส่วนผู้ลงทุนรายอื่นยังไม่ได้ข้อสรุป

เฉพาะปี 2018 นี้ Grab เพิ่มทุนรับเงินไปอีกถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ มีมูลค่ากิจการราว 11,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการเพิ่มทุนต่อเนื่องนี้เกิดขึ้นนับตั้งแต่ Grab เข้าซื้อกิจการ Uber ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่คู่แข่งอย่าง Go-Jek จากอินโดนีเซีย ก็เตรียมรุกตลาดในภูมิภาคนี้มากขึ้น

SoftBank เริ่มลงทุนใน Grab ตั้งแต่ปี 2014 และทยอยลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามทั้ง Grab และ SoftBank ต่างปฏิเสธจะให้ความเห็นกับข่าวนี้

ที่มา: Reuters

alt="Grab"

from:https://www.blognone.com/node/105692

Google Assistant เพิ่มคุณสมบัติ เทียบราคาแอปเรียกรถ รองรับทั้ง Uber, Grab และ GO-JEK

Google Assistant เพิ่มคุณสมบัติใหม่ โดยสามารถจองรถของแอปแชร์รถต่าง ๆ ได้แล้วผ่านคำสั่งเสียง เช่นบอกว่า “Hey Google, book a ride to…” แล้วระบุจุดหมายปลายทางที่ต้องการ

กูเกิลบอกว่า Google Assistant จะแสดงรายละเอียดราคาค่าโดยสาร, ระยะเวลารอรถ เทียบกันระหว่างผู้ให้บริการทุกราย โดยตอนนี้รองรับ Uber, Lyft, Ola, Grab, GO-JEK และอีกมาก คุณสมบัตินี้จึงน่าจะอำนวยความสะดวกสำหรับคนที่พยายามหาราคาและเวลารอที่คุ้มที่สุด ไม่ต้องเปิดไปมาหลายแอป

เมื่อได้ตัวเลือกที่ต้องการก็สามารถกดเพื่อไปยังหน้าแอปนั้น ๆ และทำการจองรถได้

คุณสมบัติดังกล่าวรองรับภาษาอังกฤษก่อนเป็นภาษาแรก และรองรับเฉพาะประเทศที่มีให้บริการเรียกรถตามที่ระบุข้างต้น โดยจะรองรับภาษาอื่นในไม่กี่เดือนข้างหน้า

ที่มา: The Verge

alt="Google Assistant"

from:https://www.blognone.com/node/105676

Lyft ประกาศจำนวนเที่ยวโดยสารถึง 1 พันล้านเที่ยวแล้ว

Lyft ผู้ให้บริการเรียกรถคู่แข่ง Uber ประกาศว่าตอนนี้มีจำนวนเที่ยวโดยสารถึง 1 พันล้านเที่ยวแล้ว โดยทางบริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดเนื่องจากปีที่แล้วเปิดให้บริการเพิ่มอีก 100 เมืองในสหรัฐฯ รวมถึงขยายออกนอกประเทศครั้งแรกในการเปิดตัวที่แคนาดา

หากมองไปที่คู่แข่งอย่าง Uber ที่เพิ่งประกาศ 1 หมื่นล้านเที่ยวเมื่อเดือนกรกฎาคมก็ถือ Uber นำไปมาก แต่ Lyft ก็ถือว่าเติบโตได้ไม่น้อยเลยเนื่องจากบริษัทก่อตั้งมาช้ากว่า 3 ปี รวมถึง Uber มีการขยายตลาดออกต่างประเทศด้วย ในขณะที่ Lyft ยังคงเน้นทำตลาดในสหรัฐฯ เป็นหลัก ซึ่งหมายความว่า 1 พันล้านเที่ยวของ Lyft ส่วนใหญ่เป็นเที่ยวเดินทางในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี The Information เพิ่งออกรายงานว่าธุรกิจให้บริการเรียกรถในสหรัฐฯ เริ่มเติบโตช้าลงแล้ว ทั้ง Uber และ Lyft มีการเติบโตของรายได้ในช่วงกลางปีต่ำที่สุดในรอบหลายปี รวมถึงจำนวนเที่ยวก็เติบโตน้อยลงด้วย ทำให้การเติบโตในอนาคตของ Lyft ในอนาคตอาจช้าลงได้เมื่อเทียบกับ Uber เนื่องจากตลาดของ Lyft อยู่ในสหรัฐฯ เป็นหลักและมีขนาดเล็กกว่ามาก

ที่มา – The Verge, The Information, Engadget

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105345

สังคมตั้งคำถาม บริการเรียกรถ Didi Chuxing จะป้องกันอาชญากรรมได้อย่างไร

ถือเป็นปัญหาที่ท้าทาย Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถรายใหญ่ของจีน ที่เมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุการณ์คนขับฆาตกรรมและข่มขืนผู้โดยสาร ที่สำคัญคือเกิดขึ้นถึงสองครั้งในรอบสามเดือน ล่าสุดทางบริษัทออกมาขอโทษและหยุดให้บริการแบบ Hitch ชั่วคราวเพื่อยกเครื่องความปลอดภัย และโทษความ “ไม่รู้” ของบริษัทที่ทำให้เกิดเหตุสลดนี้

Didi Chuxing เจอคำวิจารณ์อย่าล้นหลามจากชาวเน็ต มีการทำแคมเปญจะลบแอพออกด้วย แม้บริษัทจะหยุดให้บริการ Hitch ไปแล้วชั่วคราว แต่คำถามที่สังคมสนใจคือ จากนี้ไป Didi Chuxing จะดำเนินการเรื่องความปลอดภัยอย่างไรต่อจากนี้

No Description
ภาพจาก Shutterstock By Keitma

บริการแบบ Hitch ของ Didi Chuxing (มาจากคำว่า hitchhiking หรือการโบกรถนั่นเอง) เป็นบริการในลักษณะคาร์พูลคือแชร์รถแชร์น้ำมันกัน แบบทางเดียวกัน ไปด้วยกัน ปัญหาความปลอดภัยก็ปะทุขึ้นเมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Didi จึงปรับปรุงบริการ Hitch ใหม่ เช่น จำกัดเวลาการใช้งานให้อยู่ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ (รูปโปรไฟล์ก็จะไม่แสดง), ปรับปรุงระบบยืนยันตัวตนผู้ขับรถใหม่, ปุ่มฉุกเฉินในแอพใหม่ที่สามารถแชร์ข้อมูลการเดินทางพร้อมข้อมูลสำหรับติดต่อผู้ใช้ เป็นต้น

แต่ก็ยังเกิดเหตุฆาตกรรมรายล่าสุดขึ้นอีกจนได้ โดยผู้ต้องหาที่เป็นคนขับ ได้ถูกตรวจสอบกับทางบริษัทแล้วว่าไม่มีประวัติอาชญากรรม แต่มีผู้โดยสารคนก่อนหน้าได้ฟ้องร้องคนขับคนนี้ไปแล้ว

หน่วยงานคมนาคมจีนก็กดดันให้บริษัททำแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจน ซึ่ง Didi ก็ระบุว่าจะทำระบบฉุกเฉิน เรียกตำรวจให้ และยังบอกด้วยว่าจะประเมินธุรกิจในบริการแบบ Hitch ใหม่ด้วย

บริการแบบ Hitch มีราคาถูกและได้รับความนิยมในจีนมาก บริษัทบอกว่ามีการใช้งานเป็นพันล้านเที่ยวแล้ว นอกจากนี้ Didi ก็บุกตลาดต่างประเทศแล้วด้วยเช่น เม็กซิโก ญี่ปุ่น และยังมีผู้ลงทุนรายใหญ่อยู่เบื้องหลังคือ Softbank

ที่มา – BBC

from:https://www.blognone.com/node/104908

ซีอีโอ Uber เผย จะเน้นให้ลูกค้าไปใช้จักรยานไฟฟ้าแทน ในการเดินทางระยะทางสั้น ๆ

บริการแชร์รถแท็กซี่อาจเกิดการปรับรูปแบบธุรกิจใหม่อีกครั้ง โดย Dara Khosrowshahi ซีอีโอ Uber ได้ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่า Uber จะมาเน้นให้บริการ จักรยานไฟฟ้า และสกูตเตอร์ ให้มากขึ้น สำหรับการเดินทางระยะทางสั้น ๆ

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น Khosrowshahi บอกว่าในเวลาชั่วโมงเร่งด่วน การใช้รถยนต์ 1 คัน พาผู้โดยสาร 1 คน ไปส่งในระยะทางราว 10 ช่วงตึกนั้น เป็นวิธีการที่ไม่มีประสิทธิภาพ จึงน่าจะดีกว่าถ้าสามารถปรับพฤติกรรมลูกค้าได้ ทุกฝ่ายก็ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด

เขายังบอกว่าในแง่ของคนขับรถ Uber เดิมนั้น การเรียกรถก็จะเกิดกับระยะทางที่ไกลมากขึ้น นั่นหมายถึงค่าโดยสารที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน Uber เป็นเจ้าของบริการแชร์จักรยาน JUMP ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเข้ากับบริการเรียกรถที่มีอยู่ของ Uber ได้เลย

ที่มา: Business Insider

alt="JUMP"

from:https://www.blognone.com/node/104873

Didi Chuxing แอปแท็กซี่ เผชิญปัญหาใหญ่อีกครั้ง หลังเกิดเหตุฆาตกรรมผู้โดยสารเป็นรายที่สอง

Didi Chuxing แอปแท็กซี่รายใหญ่ของจีน กำลังเผชิญปัญหาใหญ่อีกครั้ง โดยบริษัทถูกสั่งให้หยุดบริการคาร์พูล Hitch ในพื้นที่มณฑลเจ้อเจียงชั่วคราว หลังเกิดเหตุฆาตกรรมและข่มขืนผู้โดยสารในเมืองเวินโจว ซึ่งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงนี้

ด้าน Didi ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และยินดีจะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ Didi ก็เจอปัญหาคนขับรถฆาตกรรมผู้โดยสารในเดือนพฤษภาคม ซึ่งทำให้ Didi ต้องประกาศเปลี่ยนเงื่อนไขบริการคาร์พูลทั้งหมด เพื่อหวังยกระดับความปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมซ้ำอีกครั้ง

ตำรวจท้องที่ระบุผู้โดยสารที่ถูกฆาตกรรมได้เรียกรถคาร์พูลในเวลาบ่ายโมง และส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากเพื่อนในตอนบ่ายสอง ขณะที่ตำรวจจับกุมคนขับได้ในคืนวันนั้น และพาไปยังจุดที่ทิ้งศพ โดยคนขับสารภาพว่าเขาได้ติดตามผู้โดยสารต่อไปหลังจากส่งไปจุดหมายแล้ว และรถยนต์ก็มีการสับเปลี่ยนป้ายทะเบียนด้วย

ที่มา: Reuters

alt="Didi"

from:https://www.blognone.com/node/104834