คลังเก็บป้ายกำกับ: RIDE-HAILING

Go-Jek แอพแท็กซี่เบอร์หนึ่งจากอินโดนีเซีย ประกาศพร้อมทำตลาดในประเทศไทยแล้ว

Go-Jek แพลตฟอร์มบริการรถแท็กซี่จากอินโดนีเซีย ซึ่งถูกคาดหมายมาก่อนหน้านี้ว่าน่าจะเตรียมบุกตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่าเตรียมเปิดให้บริการใน 4 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์ และไทย โดยใช้เงินลงทุนราว 500 ล้านดอลลาร์

การประกาศบุกตลาดนอกอินโดนีเซียของ Go-Jek นั้นไม่เกินคาด หลังจากที่ Uber ประกาศขายธุรกิจในภูมิภาคนี้ให้กับ Grab จึงเป็นโอกาสที่ Go-Jek จะเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ในตลาด ทั้งนี้ Go-Jek เริ่มต้นในอินโดนีเซียจากการเป็นแอพเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้าง จากนั้นจึงขยายสู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งแท็กซี่, รถยนต์ส่วนตัว, จ่ายเงินผ่านมือถือ, ส่งอาหาร ฯลฯ

Go-Jek ได้รับเงินทุนเพิ่มแล้วกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ โดยมีผู้ลงทุนรายสำคัญ อาทิ กูเกิล และ Tencent

ที่มา: TechCrunch

alt="Go-Jek"

from:https://www.blognone.com/node/102542

Advertisements

Didi Chuxing ปรับปรุงความปลอดภัยของบริการคาร์พูล หลังเกิดเหตุฆาตกรรมผู้โดยสาร

Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถจากจีนได้ปรับปรุงบริการคาร์พูล Hitch ใหม่ หลังจากที่มีกรณีฆาตกรรมผู้โดยสารซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับสาวบนเครื่องบินอายุ 21 ปีเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ในเมือง Zhengzhou

Hitch นั้นเป็นบริการในลักษณะคาร์พูล จึงไม่ได้ให้บริการในลักษณะเชิงพาณิชย์เหมือนกับบริการอื่นจาก Didi แต่จะเน้นการแชร์ค่าน้ำมันกันแทน โดยบริษัทมักจะได้รับคำร้องเรียนจากบริการ Hitch บ่อย ๆ เช่นดูไม่เชี่ยวชาญบ้าง บริการไม่ซื่อสัตย์บ้าง แต่ก็ยังได้รับความนิยมสูงเนื่องจากค่าบริการที่ถูกมาก

หลังจากเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมแล้ว Didi จึงปรับปรุงบริการ Hitch ใหม่เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดเวลาการใช้งานให้อยู่ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น โดยห้ามเริ่มการใช้บริการในช่วงสี่ทุ่มถึงหกโมงเช้า รวมถึงไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ (รูปโปรไฟล์ก็จะไม่แสดง), ปรับปรุงระบบยืนยันตัวตนผู้ขับรถใหม่, ปุ่มฉุกเฉินในแอพใหม่ที่สามารถแชร์ข้อมูลการเดินทางพร้อมข้อมูลสำหรับติดต่อผู้ใช้ เป็นต้น

ที่มา – CNBC, TechCrunch

No Description

ภาพจาก Didi Chuxing (Facebook)

from:https://www.blognone.com/node/102341

Didi Chuxing เปิดให้บริการครั้งแรกนอกเอเชียแล้วที่เม็กซิโก

Didi Chuxing แอพเรียกรถจากจีนได้เปิดตัวในเม็กซิโกอย่างเป็นทางการวันนี้วันแรก หลังจากที่รับสมัครคนขับมาสักระยะหนึ่ง

สมรภูมิเม็กซิโกถือเป็นประเทศแรกนอกเอเชียที่ Didi เลือกเข้ามาทำตลาดเอง และจะต้องพบกับคู่แข่งเก่าอย่าง Uber ซึ่งมีฐานผู้ใช้ในเม็กซิโกที่มั่นคงมาก โดย Didi เผยว่าเหตุผลที่เลือกละตินอเมริกาเนื่องจากเป็นตลาดเรียกรถขนาดใหญ่อันดับสามรองจากสหรัฐฯ และจีน โดยเม็กซิโกมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากถึง 70 ล้านคน

Didi จะใช้วิธีหักส่วนแบ่งจากคนขับ 20% ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง Uber ที่ 25% เพื่อเป็นการจูงใจคนขับ และช่วงนี้ยังมีโปรโมชั่นไม่เก็บส่วนแบ่งจนถึง 17 มิถุนายนนี้ด้วย

นอกจากเม็กซิโกแล้ว Didi ยังมีการขยายตลาดไปอีกหลายประเทศ เช่น บราซิล โดยการซื้อบริษัท 99 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเรียกรถในประเทศ, ไต้หวัน โดยร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีท้องถิ่นใช้ระบบแฟรนไชส์ และญี่ปุ่นผ่านการร่วมมือกับ SoftBank

ที่มา – TechCrunch

No Description

ภาพจาก Didi Chuxing (Facebook)

from:https://www.blognone.com/node/101733

อินโดนีเซียออกกฎใหม่ให้ Grab และ Go-Jek มาลงทะเบียนเป็นผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ

ทางการอินโดนีเซียได้ออกกฎใหม่ โดยให้ Grab และ Go-Jek มาลงทะเบียนเป็นบริษัทขนส่งสาธารณะภาคในสองเดือน พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยตามกฎหมาย แม้ว่าบริการเหล่านี้จะไม่มีรถยนต์หรือคนขับโดยเป็นของตัวเองก็ตามที

Budi Karya Sumadi รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมเผยว่า รัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกข้อกำหนดใหม่แล้ว ซึ่งบริการเรียกรถจะต้องมารับใบอนุญาตจากทางกระทรวงในการให้บริการเดินทางสาธารณะ ส่วน Budi Setyadi ผู้อำนวยการทั่วไปของการขนส่งทางบกกล่าวว่าเมื่อบริษัทเรียกรถเหล่านี้มาลงทะเบียนและได้รับใบอนุญาตแล้ว ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎที่ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะทำเช่นเดียวกัน

ตามกฎของอินโดนีเซียคือ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้บริการขนส่งสาธารณะนั้น จะต้องทำให้มั่นใจว่ายานยนต์ในสังกัดของตนเองนั้นผ่านการทดสอบความปลอดภัย และคนขับรถจะต้องมีใบอนุญาตพิเศษสำหรับให้บริการขนส่งสาธารณะด้วย ซึ่งทางกระทรวงได้เริ่มร่างกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้บริษัททำตามข้อกำหนดความปลอดภัย แต่บริษัทผู้ให้บริการเรียกรถนั้นคัดค้านโดยอ้างว่าคนขับเป็นเพียงพาร์ทเนอร์กับบริษัทเท่านั้น

การออกกฎใหม่นี้จะทำให้ทั้ง Grab และ Go-Jek มีต้นทุนที่สูงกว่าเดิมอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่ากฎนี้บังคับใช้กับเฉพาะการเดินทางโดยรถยนต์เท่านั้น ไม่รวมถึงการเดินทางโดยจักรยานยนต์

ที่มา – Reuters

No Description

ภาพจาก Go-Jek

from:https://www.blognone.com/node/101187

อินเดียอาจเป็นพื้นที่ซึ่ง Uber เลือกแข่งขันต่อ ไม่ขายให้คู่แข่งอย่าง Ola

จากการที่ Uber ตัดสินใจขายกิจการเพื่อถอนตัวออกจากหลายพื้นที่ตั้งแต่ จีน รัสเซีย และล่าสุดคือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยขายให้ Grab ก็เกิดคำถามว่า Uber จะถอนตัวจากที่ไหนอีกหรือไม่ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าตลาดที่มีโอกาสสูงก็คือ อินเดีย ซึ่งที่นั่นมีแอพอย่าง Ola เป็นคู่แข่งหลัก

ในอินเดีย Uber ให้บริการแล้วใน 30 เมือง มีส่วนแบ่งการตลาดราว 35% ขณะที่ Ola แอพคู่แข่ง ให้บริการใน 110 เมือง และมีส่วนแบ่ง 45% นอกจากนี้ Ola ยังมีบริการเงินดิจิทัลชื่อ Ola Money ซึ่งทำให้มีจุดแข็งเหนือว่า Uber (อันนี้ฟังดูคุ้นๆ)

นักวิเคราะห์มองว่า ถ้า Uber จะถอนตัวอีกโดยการขายกิจการแล้วไปถือหุ้นบริษัทคู่แข่ง อินเดียก็น่าจะเป็นพื้นที่สุดท้ายที่ Uber จะเลือกทำเช่นนี้

แม้ส่วนแบ่งจะน้อยกว่า แต่ข้อมูลบอกว่า Uber สามารถทำกำไรได้ในอินเดีย และมีอัตรากำไรที่ดีกว่า Ola ด้วย เมื่อรวมกับแผนงานที่ Uber จะเข้าตลาดหุ้นให้ได้ในปี 2019 การเลือกอยู่ในตลาดอินเดียที่มีโอกาสเติบโตสูงต่อไป ก็อาจเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

อย่างไรก็ตามปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ Uber ต้องถอนจากตลาดอินเดียด้วยวิธีการคล้ายกับที่เกิดในหลายประเทศก่อนหน้า ก็เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่ SoftBank ต่างเป็นผู้ถือหุ้นทั้งใน Uber และ Ola เช่นกัน เรื่องนี้คงต้องตามดูกันต่อไป

ที่มา: Reuters

alt="Ola"

from:https://www.blognone.com/node/101064

อะไรก็ๆ รายเดือน! – บริการแท็กซี่ Lyft ทดสอบโมเดลแบบใหม่ สมัครสมาชิกรายเดือน เดินทางได้ 30 ครั้ง

Lyft แอพบริการเรียกรถแท็กซี่ คู่แข่งสำคัญของ Uber ในอเมริกา ได้เริ่มทดสอบตัวเลือกสมัครสมาชิกแบบรายเดือน (subscription) กับลูกค้าบางส่วน ซึ่งซีอีโอ Logan Green กล่าวว่านี่อาจเป็นการพลิกอุตสาหกรรมรถแท็กซี่ครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้

เนื่องจากมีผู้ใช้ไม่มากที่ได้รับข้อเสนอทดลองโปรแกรมดังกล่าว และ Lyft ก็ไม่ชี้แจงรายละเอียด แต่พบว่าข้อเสนอนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น ค่าสมาชิกเดือนละ 199 ดอลลาร์ นั่งรถเดินทางได้ 30 ครั้ง, 300 ดอลลาร์ นั่งได้ 60 ครั้ง และ 399 ดอลลาร์ นั่งได้ 60 ครั้ง มีเงื่อนไขว่าค่าโดยสารต่อครั้งต้องไม่เกิน 15 ดอลลาร์ (แต่ไม่บอกว่าถ้าเกินแล้วทำอย่างไร) ซึ่งข้อเสนอที่ต่างกันก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและค่าใช้จ่ายต่อเดือนในอดีตของลูกค้าคนนั้น

เนื่องจากมีผู้พบข้อเสนอราคาที่ไม่เหมือนกัน ก็เป็นไปได้ว่า Lyft กำลังทดสอบแบบ A/B เพื่อราคาที่ผู้โดยพอใจมากที่สุดให้เจอก่อน ส่วนโฆษกของ Lyft ก็ยืนยันว่ามีการทดสอบข้อเสนอนี้จริงมาหลายเดือนแล้ว

ที่มา: The Verge

alt="Lyft"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/100674

Uber เปิดตัวบริการใหม่ Uber Express POOL ราคาถูกลง เพิ่มเติมคือต้องเดินนิดหน่อย

Uber ประกาศเปิดตัวบริการใหม่ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก Uber POOL ที่เป็นการรับผู้โดยสารหลายคน ไปยังหลายจุดหมาย แต่ทั้งหมดใช้เส้นทางเดียวกัน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยคราวนี้ใช้ชื่อว่า Uber Express POOL

แนวคิดของ Uber Express POOL คือการเดินทางร่วมกัน เส้นทางเดียวกันก็ประหยัดดีอยู่แล้ว แต่ Uber สามารถทำให้ผู้ใช้งานจ่ายน้อยลงได้อีก โดยกำหนดให้ผู้โดยสารต้อง เดินไปรอ ตามจุดที่กำหนด ซึ่งจะทำให้เส้นทางเดินรถซับซ้อนน้อยลง เป็นทางตรงที่ไม่เลาะเลี้ยวมาก นอกจากนี้จุดหมายปลายทางก็อาจไม่ตรงทีเดียว แต่ต้องเดินเพิ่มอีกเล็กน้อยเช่นกัน ทั้งนี้ระยะทางเดินจะอยู่ในระดับไม่กี่ช่วงตึกเท่านั้น

Express POOL เริ่มทดสอบให้บริการก่อนหน้านี้แล้วที่ San Francisco และ Boston โดยจะเพิ่มเมือง Los Angeles, San Diego และ Denver เริ่มตั้งแต่วันนี้ และจะขยายเมืองเพิ่มเติมในอนาคต

ที่มา: Uber

alt="Uber"

alt="Uber Express POOL"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/100034