คลังเก็บป้ายกำกับ: SAFETY

จบสิ้นกันที FAA ยกเลิกการประกาศห้ามนำ Galaxy Note 7 ขึ้นเครื่องก่อนขึ้นบินแล้ว

แม้ว่า Galaxy Note 7 จะหยุดขายไปหลายเดือนแล้วก็ตามแต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือประกาศห้ามนำ Note 7 ขึ้นเครื่องบิน จากข้อกำหนดของ FAA (Federal Aviation Administration) ของสหรัฐฯ ส่งผลให้สายการบินทั่วโลก และสนามบินนานาชาติล้วนมีประกาศห้ามนำ Note 7 ขึ้นเครื่อง ตอนนี้ FAA ก็ยกเลิกข้อกำหนดให้ประกาศนี้แล้ว

ประกาศห้ามนำ Note 7 ขึ้นเครื่องบินยังคงมีผลอยู่ แต่สายการบินไม่จำเป็นต้องแจ้งประกาศนี้แก่ผู้โดยสารอีกต่อไป ถ้าชาติอื่นทำตาม เราก็จะเริ่มไม่เห็นป้ายเตือน Note 7 ตามสนามบินและไม่มีการประกาศก่อนขึ้นบินบนเครื่องอีกแล้ว

FAA ให้เหตุผลประกาศนี้ว่าทางซัมซุงประสบความสำเร็จในการเรียกคืนสินค้า โดยเรียกคืนได้แล้วถึง 96% และยังออกอัพเดตเพื่อจำกัดการชาร์จไฟไปแล้ว

ที่มา – FAA

from:https://www.blognone.com/node/89083

local.jpg

Intel ประกาศลงทุนในรถไร้คนขับเพิ่ม 8,750 ล้านบาท ชี้รถ 1 คันสร้างข้อมูล 4TB ต่อวัน

ในงาน LA Auto Show’s AutoMobility ทาง Brian Krzanich ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง Intel ได้ประกาศลงทุนเพิ่มเติมทางด้านเทคโนโลยี Autonomous Driving หรือรถยนต์ไร้คนขับอีก 250 ล้านเหรียญหรือราวๆ 8,750 ล้านบาทภายในอีก 2 ปีข้างหน้าเพื่อร่วมผลักดันให้เทคโนโลยีนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ Intel ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการทางด้านเทคโนโลยียานยนตร์

Automobility-Intel-3.JPG
Automobility-Intel-3.JPG

เทคโนโลยีที่ Intel ต้องการลงทุนนี้ได้แก่การเชื่อมต่อเครือข่าย, การสื่อสาร, Context Awareness, Deep Learning, Security, Safety และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะปูทางไปสู่การพัฒนานวัตกรรมทางด้าน Internet of Things (IoT) สำหรับการคมนาคมนั่นเอง

Intel ยังได้เล่าถึงความเป็นไปได้ในอนาคตที่รถยนต์แต่ละคันจะสร้างข้อมูลออกมามากถึง 4TB ในแต่ละวันจาก Sensor, Sonar, LIDAR, กล้อง และอื่นๆ เรียกได้ว่าต่อไปรถยนต์แต่ละคันนั้นอาจสร้างข้อมูลมากกว่าผู้ใช้งานหรือเครื่อง PC ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้เสียอีก

ที่มา: https://newsroom.intel.com/news/intel-announces-250-million-investment-autonomous-driving/

from:https://www.techtalkthai.com/intel-will-invest-8750-million-thb-on-autonomous-driving/

ขนส่งสหรัฐฯ ห้ามนำ Galaxy Note 7 ขึ้นเครื่องบินทั้งหมด

U.S. Transportation Department ออกประกาศห้ามนำโทรศัพท์ Galaxy Note 7 ขึ้นเครื่องบินไม่ว่าจะเป็นการโหลดใต้ท้องเครื่องหรือเป็นการถือขึ้นเครื่องก็ตาม

ก่อนหน้านี้ FAA หรือองค์กรควบคุมการบินรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ออกประกาศห้ามโหลด Galaxy Note 7 ใต้ท้องเครื่องและห้ามเปิดใช้งาน แต่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาก็ยังมีรายงาน Note 7 ไฟลุกไหม้ระหว่างอยู่บนเครื่องบินอยู่

ซัมซุงประกาศหยุดการผลิต Galaxy Note 7 เป็นการถาวร และตอนนี้อยู่ระหว่างการเรียกคืน

ที่มา – Reuters

from:https://www.blognone.com/node/86352

ไม่ใช่แค่มือถือ ผู้ใช้บางกลุ่มบอกว่าเครื่องซักผ้าซัมซุงของตนเกิดระเบิดเช่นกัน

กระแสเรื่องสมาร์ทโฟน Galaxy Note 7 ระเบิดยังไม่ทันซา ก็มีผู้ใช้กลุ่มหนึ่งจากสหรัฐอเมริการายงานว่าเครื่องซักผ้าซัมซุงของพวกเขาก็เกิดระเบิดเช่นกัน

หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภคสหรัฐฯ (Consumer Product Safety Commission – CSPC) ออกมาเตือนว่ามีเครื่องซักผ้าฝาบนยี่ห้อซัมซุง ที่ผลิตตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2011 ถึงเดือนเมษายน 2016 เกิดระเบิดขึ้น โดยไม่ได้ระบุรุ่นแต่อย่างใด ในรายงานแนะนำให้ผู้ใช้เลือกตั้งโปรแกรมการซักที่รอบต่ำเมื่อซักเครื่องนอนหรือผ้าจำนวนมาก เพราะการใช้ความเร็วต่ำช่วยลดความเสี่ยงที่พื้นที่และทรัพย์สินโดยรอบจะได้รับความเสียหาย หากเครื่องซักผ้าเกิดระเบิดหรือแยกส่วน

ขณะนี้ผู้ใช้ที่บอกว่าเครื่องซักผ้าของตนระเบิดได้ร่วมตัวกันฟ้องซัมซุงแล้ว โดยผู้ใช้คนหนึ่งจากรัฐเท็กซัสเปิดเผยว่าได้ยินเสียงตูมดังสนั่นขณะกำลังซักผ้า ส่วนอีกคนหนึ่งบอกว่าเครื่องซักผ้าของตนระเบิดแรงมากจนกำแพงข้างๆ ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ผู้ใช้จากรัฐนิวเจอร์ซีย์รายหนึ่งยังระบุว่าซัมซุงได้รีบเข้ามาเก็บกวาดและทำลายหลักฐานจากการระเบิดออกไปทั้งหมด

ทางฝั่งซัมซุงปฏิเสธที่จะให้ความเห็น แต่ได้โพสต์แถลงการณ์สั้นๆ บนเว็บไซต์ของบริษัท ระบุว่ากำลังหารือกับ CSPC อยู่ และอ้างว่าเครื่องซักผ้าซัมซุงได้ซักผ้าไปหลายร้อยล้านครั้งแล้วตั้งแต่ปี 2011 และไม่เกิดเหตุรุนแรงใดๆ ขึ้น สุดท้ายยังเปิดเว็บไซต์ให้ผู้ใช้นำหมายเลขซีเรียลมาตรวจสอบว่าเข้าข่ายเครื่องที่มีปัญหาหรือไม่ โดยบอกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้าไม่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา – CNN Money

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/85947

คดี Galaxy Note 7 ระเบิดจนรถยนต์ไฟไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงบอกไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้

ในบรรดาข่าว Galaxy Note 7 ช่วงนี้ เคสที่ดูรุนแรงที่สุดคงเป็นข่าวที่เจ้าของ Note 7 บอกว่ามือถือระเบิดจนไฟไหม้รถไปทั้งคัน

แต่ล่าสุด เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเมือง St. Petersburg ในรัฐฟลอริดา ที่เกิดเหตุการณ์นี้ ออกมาให้ข่าวว่าไม่สามารถเชื่อมโยงหลักฐาน Galaxy Note 7 ที่วางไว้ในรถขณะที่เกิดเพลิงไหม้ ว่าเป็นสาเหตุของการลุกไหม้ได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บอกว่ายังไม่สามารถหาสาเหตุของเพลิงไหม้รถครั้งนี้ได้เช่นกัน ในเอกสารของทางการจึงใช้คำว่า “undetermined” เอาไว้

ที่มา – Patch via SamMobile

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/85661

ยอดเรียกคืน Galaxy Note 7 ในสหรัฐประมาณ 1 ล้านเครื่อง, ประธานซัมซุงสหรัฐออกมาขอโทษ

ในการประกาศเรียกคืน Galaxy Note 7 ของซัมซุงในสหรัฐอเมริกา มีประเด็นอยู่เล็กน้อยว่าเป็นการเรียกคืนของซัมซุงเอง โดยไม่ผ่านคณะกรรมการด้านความปลอดภัยของสินค้า (Consumer Product Safety Commission หรือ CPSC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอเมริกา

เมื่อวานนี้ CPSC ประกาศเรียกคืน Galaxy Note 7 อย่างเป็นทางการ ตามกระบวนการมาตรฐานแล้ว โดยระบุอาการว่าเกิดจากแบตเตอรี่มีความร้อนสูง (overheat) และติดไฟ (catch fire) ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยข้อมูลของ CPSC ระบุว่ามีสินค้าที่ได้รับผลกระทบต้องถูกเรียกคืนประมาณ 1 ล้านเครื่อง

CPSC ยังระบุว่าซัมซุงได้รับแจ้งปัญหา 92 กรณีเฉพาะในสหรัฐ โดยมี 26 กรณีที่มีบุคคลได้รับบาดเจ็บ และ 55 กรณีที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย คำแนะนำของ CPSC คือให้ลูกค้าปิดเครื่องและติดต่อร้านค้าที่ซื้อมาทันที ทั้งผ่านโอเปอเรเตอร์หรือผ่านเว็บไซต์ Samsung.com

ฝั่งของ Samsung USA นำโดยประธาน Tim Baxter ออกคลิป “ขอโทษ” ลูกค้าอย่างเป็นทางการ ขอให้ลูกค้าปิดเครื่องแล้วนำมาคืน และสัญญาว่า Note 7 ล็อตใหม่จะนำมาส่งมอบให้อย่างช้าวันที่ 21 กันยายนนี้

ที่มา – CPSC, Samsung

from:https://www.blognone.com/node/85580

กรณีศึกษาการออกแบบศูนย์ข้อมูล เมื่อระบบดับเพลิงทำเอาบริการธนาคารล่มไป 10 ชั่วโมง

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกค้าของธนาคาร ING ในโรมาเนียต้องเจอกับปัญหาบริการจ่ายบิลและเอทีเอ็มล่มไปนาน 10 ชั่วโมง ซึ่งมีสาเหตุมาจากฮาร์ดดิสก์เสียหายในระหว่างการทดสอบระบบป้องกันอัคคีภัยของศูนย์ข้อมูลใน Bucharest

การทดสอบระบบครั้งดังกล่าวมีการทดสอบระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วย โดยศูนย์ข้อมูลแห่งนี้ได้ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติแบบใช้ก๊าซเฉื่อย ซึ่งเป็นสารที่นิยมใช้สำหรับระบบดับเพลิงในศูนย์ข้อมูลและสถานที่ซึ่งมีอุปกรณ์ทางไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์กันโดยมาก เนื่องจากก๊าซเฉื่อยไม่ทำให้อุปกรณ์เสียหายเหมือนการใช้น้ำหรือสารเคมีแบบโฟมหรือแบบผง

upic.me

ลักษณะของระบบดับเพลิงด้วยก๊าซเฉื่อยนี้ จะมีถังบรรจุก๊าซไว้ด้วยความดันสูงทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตรวจจับไฟไหม้ (ซึ่งมีหลากหลายประเภท แต่สำหรับห้องไฟฟ้าหรือศูนย์ข้อมูลอาจใช้อุปกรณ์ตรวจจับควัน ร่วมกับอุปกรณ์ตรวจจับแสงแบบเฉพาะจุด) เมื่อใดที่ระบบตรวจพบสิ่งบ่งชี้ว่ามีไฟไหม้ ก๊าซเฉื่อยจะถูกปล่อยออกจากถังผ่านตามท่อไปยังหัวฉีดก๊าซที่ติดตั้งกระจายอยู่ทั่วทั้งบริเวณ โดยก๊าซที่ถูกปล่อยออกมาจะไปแทนที่ออกซิเจนทำให้การเผาไหม้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

upic.me

แม้ในทางทฤษฎีดังที่กล่าวมา การทดสอบระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยก๊าซเฉื่อยไม่ควรเป็นเหตุทำให้อุปกรณ์ในศูนย์ข้อมูลเกิดความเสียหายจนทำให้ระบบล่ม แต่ทว่าการทดสอบในศูนย์ข้อมูลของ ING ครั้งล่าสุดนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น โดยในระหว่างการทดสอบเมื่อก๊าซเฉื่อยถูกพ่นออกมาทางหัวฉีด ก๊าซที่ออกมาด้วยความเร็วสูงได้ก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นกว่า 130 เดซิเบล (เมื่อวัดจากตำแหน่งของอุปกรณ์) และเสียงที่ว่าก็ส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านอากาศไปทำให้อุปกรณ์ฮาร์ดดิสก์หลายสิบชิ้นเสียหาย

ผู้เชี่ยวชาญจาก Siemens ได้เผยแพร่ผลการทดสอบเรื่องเสียงกับฮาร์ดดิสก์ ซึ่งสรุปได้ว่าเสียงที่ดังเกินกว่า 110 เดซิเบล จะส่งผลให้อุปกรณ์ในศูนย์ข้อมูลทำงานได้ไม่เต็มที่ หากเสียงดังเกินกว่า 130 เดซิเบล จะทำให้ดิสก์ส่วนใหญ่หยุดส่งข้อมูล และหากเสียงที่เกิดขึ้นดังกว่า 140 เดซิเบล ก็จะทำให้อุปกรณ์ส่วนใหญ่เสียหายแบบถาวรและอาจมีความเสียหายอื่นที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าเอาไว้ด้วย

ในขณะที่นักวิจัยจาก IBM เคยศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ของเสียงกับการทำงานของฮาร์ดดิสก์และเผยแพร่ผลการวิจัย ซึ่งชี้ว่าเสียงที่ดังมากจนสร้างการสั่นสะเทือนผ่านอากาศมีผลต่อการทำงานของฮาร์ดดิสก์ได้จริง เนื่องจากฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบันมีความละเอียดอ่อนในการทำงานสูงมาก หากการสั่นสะเทือนของอากาศทำให้ตำแหน่งของหัวอ่านข้อมูลเกิดคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งไปเกิน 1 ในล้านของ 1 นิ้ว ก็จะทำให้การเขียนและอ่านข้อมูลของดิสก์นั้นต้องหยุดลงทันที

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยปรากฏเป็นข่าวมาก่อน ในปี 2008 มีคลิปวิดีโอบน YouTube คลิปหนึ่งที่แสดงภาพของวิศวกรชื่อ Brendan Gregg ในระหว่างที่เขากำลังทำงานอยู่ในศูนย์ข้อมูลของ Sun โดยเขาได้สาธิตให้ดูว่าการตะโกนเสียงดังส่งผลต่อการทำงานของฮาร์ดดิสก์อย่างไร

ในปี 2013 สื่อฝรั่งเศสรายงานว่าซอฟต์แวร์ด้านบัญชีของหน่วยงานราชการมีปัญหาใช้การไม่ได้ชั่วคราว โดยมีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่ตรวจจับเหตุไฟไหม้ผิดพลาด ทำให้อุปกรณ์ปล่อยก๊าซเฉื่อยออกมาในห้องศูนย์ข้อมูลและก่อให้เกิดเสียงดังลั่น

ถัดมาในปี 2014 ระบบดับเพลิงด้วยก๊าซเฉื่อยทำงานเพื่อดับเพลิงในศูนย์ข้อมูลที่ Sydney ประเทศออสเตรเลีย หลังจากนั้นมีผู้เชี่ยวชาญหลายรายออกมาให้ข้อมูลว่ามีดิสก์เสียหายเนื่องจากเสียงดังและการสั่นสะเทือนจากการทำงานของระบบดับเพลิงในครั้งนี้

สำหรับหลายคน นี่อาจเป็นข้อมูลใหม่ที่คาดไม่ถึงมาก่อนเลยว่าเสียงที่ดังเกินไป จะทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจได้มากขนาดไหน

ที่มา – Motherboard via ZDNet, BBC

from:https://www.blognone.com/node/85446