คลังเก็บป้ายกำกับ: SAFETY

งานวิจัยเผย Pokémon GO เพิ่มปริมาณอุบัติเหตุบนท้องถนน สูญเสียนับร้อย

งานวิจัยล่าสุดจาก Krannert School of Management ของ Purdue University สหรัฐฯ ชี้ Pokémon GO เกมออนไลน์รูปแบบ Augmented Reality ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนและความสูญเสียถึงชีวิตของผู้ขับขี่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่เรียกว่า PokéStop

ทีมนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์รายงานอุบัติเหตุบนท้องถนนของตำรวจในแถบ Tippecanoe รัฐ Indiana จำนวน 12,000 เคสตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2016 ซึ่งเป็นช่วงเวลาครอบคลุมตั้งแต่ก่อนที่เกม Pokémon GO จะเปิดตัวกว่า 1 ปี และหลังจากที่เกมเปิดให้บริการไปแล้วถึง 4 เดือน (Pokémon GO เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2016) โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่ วัน เวลา สถานที่ ความเสียหาย รวมไปถึงการบาดเจ็บและการสูญเสียชีวิต

เริ่มแรก ทีมนักวิจัยตั้งข้อสงสัยว่า PokéStop ซึ่งเป็นสถานที่จริงในโลกสำหรับให้เหล่าเทรนเนอร์ (คำที่เรียกใช้คนเล่นเกมนี้) เก็บไอเท็มภายในเกม เป็นจุดเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วงแรกผู้เล่นสามารถขับรถไปด้วยเล่นเกมไปด้วยได้ ซึ่งจากการวิเคราะห์และเปรียบเทียบสถานที่เกิดอุบัติเหตุกับที่ตั้ง PokéStop พบว่าอุบัติเหตุบริเวณ PokéStop มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 134 ครั้งในพื้นที่ที่เก็บข้อมูล หลังจากที่เกมเปิดให้เริ่มเล่นมาแล้วนาน 148 วัน เทียบกับปริมาณอุบัติเหตุทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น 286 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน นั่นหมายความว่า จำนวนอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเกม Pokémon GO มากถึง 47%

ในเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการประเมินของตำรวจพบว่า อุบัติเหตุบริเวณ PokéStop ก่อให้เกิดความสูญเสียคิดเป็นตัวเงินสูงถึง $498,567 (ประมาณ 16 ล้านบาท) ซึ่งเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 22% จากความสูญเสียที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 148 วันหลัง Pokémon GO เปิดตัว นอกจากนี้ยังพบว่ามีรายงานการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีก 31 ราย และเสียชีวิตอีกไม่ต่ำกว่า 2 ราย

งานวิจัยยังคาดการณ์อีกว่า ทั่วโลกจะมีปริมาณอุบัติเหตุรถชนอันเนื่องมาจากเกม Pokémon GO สูงถึง 145,632 เคส และมีอัตราการบาดเจ็บที่ 29,370 ราย รวมไปถึงมีผู้เสียชีวิตตลอดช่วง 6 กรกฎาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2016 จำนวน 256 ราย คิดเป็นอัตราสูญเสียรวมทั้งหมดประมาณ $2,000 ถึง $7,300 ล้าน

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ Death by Pokémon GO

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/11/27/pokemon_go_caused_car_accidents_and_deaths/

from:https://www.techtalkthai.com/pokemon-go-causes-car-accidents-and-deaths/

Advertisements

YouTube เจอวิกฤติรอบใหม่ วางโฆษณาข้างคลิปไม่เหมาะสมของเด็ก

YouTube เผชิญเหตุการณ์ถูกบอยคอยอีกครั้งในอังกฤษ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจาก 2 แบรนด์อย่าง Mondelez และ Lidl ก่อนจะตามมาด้วย Mars, Adidas และ Diego หลังมีสื่ออย่าง Times of London รายงานว่า YouTube มีการเผยแพร่โฆษณาของแบรนด์เหล่านั้นอยู่ข้าง ๆ คลิปที่ไม่เหมาะสมของเด็ก

โดยตัวแทนจาก YouTube ออกมาแสดงความเสียใจไปแล้ว พร้อมกับยอมรับว่าไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก และทางบริษัทจะรีบแก้ไขโดยทันทีด้วย อย่างไรก็ดี กรณีนี้ถูกตั้งคำถามจากหลายส่วนเช่นกันว่า การแก้ไขที่ผ่านมาของ YouTube นั้นไม่สมบูรณ์ใช่หรือไม่ เนื่องจากเคยมีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมเช่นกัน (ในตอนนั้น YouTube มีการเผยแพร่คลิปโฆษณาของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ปรากฏอยู่ข้าง ๆ คลิปหัวรุนแรง หรือคลิปของกลุ่มก่อการร้าย) ส่งผลให้บริษัทมากกว่า 250 แห่งพักการลงโฆษณากับ YouTube ไปเลยทีเดียว

สำหรับเหตุการณ์คราวนี้ ไม่ใช่คลิปก่อการร้าย หากแต่เป็นคลิปที่ไม่เหมาะสมของด็ก ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 4 ล้านครั้ง และมีคอมเม้นท์ในเชิงอยากมีความสัมพันธ์กับเด็กตามมามากมาย ซึ่งแบรนด์ที่ฉายโฆษณาอยู่ข้าง ๆ คลิปนั้นได้แก่ BT, Adidas, Deutsche Bank, eBay, Amazon, Mars, Diageo และ Talktalk ผลก็คือ ทาง Mar ผู้ผลิตช็อกโกแล็ตรายใหญ่ถึงกับบอกว่าจะถอดโฆษณาทั้งหมดออกจนกว่าจะมั่นใจได้ว่า จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า แพลตฟอร์ม YouTube ที่มีผู้ใช้งานกว่า 1.5 พันล้านรายทั่วโลกเป็นแพลตฟอร์มที่นักโฆษณายุคนี้ไม่สามารถละเลยได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่คนยุคใหม่ให้ความสนใจรับชมมากกว่าสื่อดั้งเดิมอย่างทีวีไปแล้ว ซึ่งความท้าทายของ YouTube (รวมถึงแพลตฟอร์ม Social Media อื่น ๆ อย่าง Facebook, Twitter) ก็คือ การก้าวข้ามสถานการณ์นี้ไปให้ได้นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  Fortune, Reuters, Times of London

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/11/youtube-children-inappropriate-clip/

Ford ทดลองให้พนักงานสายการผลิตใส่ชุด exoskeleton เพื่อลดการบาดเจ็บจากการทำงาน

Ford ทดลองโครงการให้พนักงานในสายการประกอบรถยนต์ สวมใส่ exoskeleton ในขณะปฏิบัติงาน โดยเป้าหมายของโครงการนี้ก็เพื่อช่วยลดอาการเหนื่อยล้าและการบาดเจ็บจากการทำงาน

โดยธรรมชาติของสายการประกอบรถยนต์ของ Ford ตัวโครงรถจะถูกเคลื่อนไปตามสถานีประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งในบางตำแหน่งมันจะถูกยกสูงเหนือศีรษะเพื่อให้พนักงานประกอบสามารถทำงานกับชิ้นส่วนบริเวณใต้ท้องรถได้ ด้วยลักษณะของสายการประกอบที่ว่ามาพนักงานประกอบจึงต้องปฏิบัติงานโดยจะยกเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนต่างๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งยกแขนขึ้นสูงเพื่อทำงานประกอบ ซึ่ง Ford ประเมินว่าพนักงานบางรายอาจต้องยกแขนเพื่อทำงานมากถึง 4,600 ครั้งต่อวัน อันจะส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บบริเวณไหล่, คอและท่อนแขนได้

ด้วยเหตุนี้ Ford จึงพิจารณาทดลองนำเอาเทคโนโลยี exoskeleton เข้ามาช่วยเพื่อลดความเสี่ยงอาการบาดเจ็บของผู้ปฏิบัติงาน โดยพนักงานในโรงงานประกอบรถยนต์ 2 แห่งในสหรัฐอเมริกา จะได้ชุด EksoVest มาไว้ใช้สวมใส่ขณะทำงาน

alt="upic.me"

EksoVest คือชุด exoskeleton แบบครึ่งลำตัวท่อนบนที่ผลิตโดย Ekso Bionics ตัวอุปกรณ์ออกแบบมาให้ช่วยเสริมกำลังในการขยับท่อนแขน และการยกสิ่งของต่างๆ โดยในจังหวะที่สปริงของ EksoVest ทำงาน มันจะช่วยเสริมแรงยกให้แขนแต่ละข้างโดยปรับค่าสปริงเพื่อเสริมแรงได้ตั้งแต่ 2.2 ถึง 6.8 กิโลกรัม สามารถใช้ได้กับผู้ปฏิบัติงานที่มีช่วงส่วนสูง 152-193 เซนติเมตร

โดย EksoVest เอง ไม่มีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ไม่มีเซ็นเซอร์หรือระบบประมวลผลเพื่อตรวจสอบการขยับหรือเคลื่อนตัวของผู้ใช้แต่อย่างใด หลักการทำงานสำคัญของมันคือการใช้สปริงช่วยทุ่นแรงของกล้ามเนื้อช่วงแขนและไหล่ และถ่ายเทน้ำหนักของแขนหรือเครื่องมือลงไปยังบริเวณสะโพกของผู้ใช้แทน และเนื่องจากน้ำหนักของอุปกรณ์ทั้งหมดยังคงตกลงบนร่างขายของผู้ใช้งาน จึงมีการเลือกใช้วัสดุอย่างตาข่ายคาร์บอนไฟเบอร์มาเป็นส่วนหนึ่งของ EksoVest ด้วย โดยน้ำหนักรวมของมันอยู่ที่ 4.3 กิโลกรัม

alt="upic.me"

Russ Angold ผู้ร่วมก่อตั้งและปัจจุบันเป็น CTO ของ Ekso ได้เปิดเผยว่า Ekso ได้ร่วมมือในการทดสอบและปรับปรุงอุปกรณ์รุ่นต้นแบบจนกลายมาเป็น EksoVest ที่ได้เห็นอยู่ในตอนนี้ เขาเล่าว่าจากแต่เดิม Ekso ได้เน้นพัฒนาอุปกรณ์ exoskeleton เพื่อการใช้งานสำหรับผู้ป่วยอัมมพาต ทว่าในระยะหลัง Ekso ได้รับการติดต่อสอบถามจากผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมหลายรายถึงความเป็นไปได้การพัฒนาอุปกรณ์ exoskeleton เพื่อใช้งานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมบ้าง และนั่นคือที่มาของ EksoVest

Angold ยังบอกด้วยว่าในอนาคต Ekso อาจจะมีการพัฒนาอุปกรณ์ exoskeleton แบบครึ่งลำตัวท่อนบนแบบใช้พลังงานไฟฟ้าเข้ามาช่วยการขับเคลื่อน เพื่อเพิ่มโอกาสในการประยุกต์ใช้งานกับภาคอุตสาหกรรมให้หลากหลายยิ่งขึ้น

ในตอนนี้ตัว Eksovest มีราคาราว 6,000 ดอลลาร์ต่อชุด แต่ทาง Ford ก็กำลังพิจารณาที่จะดำเนินการสั่งซื้อเพื่อใช้งานจริงในเร็วๆ นี้

ที่มา – IEEE Spectrum, Ars Technica

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/97537

นักการตลาดโวย ระบบ brand safety บน YouTube เสีย

เครื่องมือกำหนดกลุ่มเป้าหมายหรือ targeting tool ที่มีจุดประสงค์ช่วยเรื่อง brand safety บน YouTube ถูกรายงานว่าไม่สามารถใช้การได้ แถมงานนี้ YouTube ไม่เปิดเผยกรอบเวลาซ่อมแซมระบบว่าจะทำงานได้เต็มที่เมื่อไร ทำให้นักการตลาดในสหรัฐ อังกฤษ และอีกหลายประเทศที่กังวลเรื่อง brand safety ไม่พอใจ

brand safety นั้นเป็นประเด็นที่นักการตลาดหลายประเทศกังวลกันมาก เนื่องจากมีกรณีที่โฆษณาของแบรนด์ปรากฏอยู่ในวิดีโอที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม ทำให้ผู้ชมเข้าใจผิดคิดว่าแบรนด์เป็นผู้สนับสนุนแนวคิดในวิดีโอนั้น

ปัญหานี้ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี สิ่งที่ Google ใช้แก้ปัญหาคือการสร้างเครื่องมือใหม่ให้ YouTube เพื่อให้นักการตลาดแน่ใจว่า โฆษณาของตัวเองจะไม่ปรากฏบนวิดีโอล่อแหลมอีก แต่ล่าสุดพบว่าเครื่องมือที่สร้างมาเพื่อเพิ่มความมั่นใจเรื่อง brand safety บน YouTube นั้นไม่สามารถใช้การได้ ทำให้นักการตลาดจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบ

รายงานจาก MediaPost Communications ระบุว่าเครื่องมือนี้จะทำให้นักการตลาดสามารถค้นหาช่อง YouTube ส่วนบุคคล รวมถึงวิดีโอที่ได้รับคะแนนความประทับใจสูง รวมถึงสถิติอื่นที่จะทำให้นักการตลาดมีแนวทางกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบละเอียดมากขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถหลีกเลี่ยงช่องที่น่าสงสัย หรือไม่เกี่ยวข้องได้ง่าย

จุดนี้ Jonathan Kagan ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการค้นหาสื่อของบริษัท MARC USA Results: Digital ให้ข้อมูลกับ MediaPost ว่า Google ยอมรับว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ผล และ Google ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดกรอบเวลาในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

Kagan มองว่าปัญหาอาจเป็นผลมาจากการที่ Google ปิดบริการแนะนำคำหลักของ AdWords ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา สำหรับนักการตลาด การที่เครื่องมือนี้ใช้การไม่ได้ทำให้การกำหนดเป้าหมายช่องทางที่เหมาะสมในการโฆษณานั้นยุ่งยากมากขึ้น ส่งให้งานที่อาจทำสำเร็จใน 5 นาทีหากใช้เครื่องมือนี้ กลายเป็นงานที่ต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง

ที่มา: MarketingDive

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/11/youtube-brand-safety/

Honda ยิงโฆษณาแบบเจาะกลุ่มบน Facebook แก้ปัญหาลูกค้าไม่นำรถมาเปลี่ยนถุงลมนิรภัย

Honda ต้องเรียกคืนรถยนต์จากลูกค้าในสหรัฐฯเกือบทั้งหมดเพราะถุงลมนิรภัย (ของบริษัท Takata) มีความขัดข้อง อาจเสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไปทำให้เกิดการระเบิดของเศษโลหะร้อน จนถึงปัจจุบัน Takata ได้รับผิดชอบการเสียชีวิต 11 รายและบาดเจ็บกว่า 100 รายทั่วโลกจากสาเหตุความขัดข้องดังกล่าวแล้ว

กรมทางหลวงของสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่ใช่เพียง Honda แต่ยังรวมถึงรถอื่นที่ใช้ถุงลมนิรภัยจาก Takata ซึ่งเฉพาะในสหรัฐฯ มีจำนวน 42 ล้านคันเข้าไปแล้ว

ในบรรดาแบรนด์รถที่ต้องทำการเรียกคืน Honda ต้องเรียกคืนรถมากกว่า 7 แสนคัน Honda จึงเล็งใช้ Facebook targeted เทคโนโลยีโฆษณาระบุกลุ่มเป้าหมายของ Facebook โดยเชื่อมข้อมูลอีเมลผู้ใช้รถเข้ากับ Facebook และส่งวิดีโอแคมเปญให้มาคืนรถ ในคลิปมีการจำลองเหตุการณ์เมื่อโลหะร้อนจากถุงลมนิรภัยระเบิดออกมา นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต

No Description

ถึงตอนนี้มีจำนวนรถที่เรียกคืนเพื่อมาซ่อมแซมถุงลมนิรภัยฟรีเพียง 1 ใน 3 ของรถที่ต้องเรียกคืนทั้งหมด (ทุกยี่ห้อ) ซึ่งหากผู้ใช้รถไม่มาคืนรถอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตมากขึ้นทั้งที่สามารถป้องกันได้

ที่มา – Engadget

from:https://www.blognone.com/node/97436

Facebook เพิ่มแถบ Safety Check เพื่อร่วมกันตรวจสอบและช่วยเหลือ

ฟีเจอร์ Safety Check ของ Facebook ที่ใช้รายงานยืนยันสถานะว่าปลอดภัยหรือไม่ จากการเหตุการณ์ภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆ เปิดให้บริการมาหลายปีแล้ว และเพิ่งเพิ่มระบบระดมทุนเข้ามา ล่าสุด Facebook เตรียมเพิ่มแถบหัวข้อ Safety Check ไว้ถาวรเลย

Facebook บอกว่าแถบหน้านี้ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบได้ว่า มีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้นที่ใดบนโลก และเราสามารถช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้น โดยแถบ Safety Check จะทยอยปรากฏกับผู้ใช้งานทุกคนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ที่มา: The Verge

alt="Facebook Safety Check"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/94909

Elon Musk โว Tesla Model 3 ปลอดภัยกว่า Volvo S60 ที่ได้ 5 ดาวทุกการทดสอบ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในงานส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 ล็อตแรกที่โรงงานของ Tesla ณ เมือง Fremont ซีอีโอของบริษัท Elon Musk ได้ขึ้นเวทีพูดเกี่ยวกับรายละเอียดเพิ่มเติมของรถยนต์รุ่นใหม่นี้ โดยระหว่างการนำเสนอ Elon ได้เปิดคลิปวิดีโอเปรียบเทียบการทดสอบชนด้านข้าง ระหว่าง Tesla Model 3 และ Volvo S60 ปี 2016

จากคลิปแสดงให้เห็นว่ารถยนต์ Tesla เสียหายจากการชนน้อยกว่า Volvo มาก ซึ่ง National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) เคยให้คะแนนความปลอดภัยของรถยนต์รุ่นนี้ไว้ที่ 5 ดาวในทุกการทดสอบ

หลังคลิปจบ Elon กล่าวว่าในมาตรฐานทั่วไป Volvo ถือเป็นรถที่ปลอดภัยมากแล้ว แต่ก็เป็นรถที่ปลอดภัยมากที่สุดอันดับสองของโลก พร้อมกับหยอกว่า “เห็นชัดเจนแล้วนะว่าคุณอยากนั่งคันไหนหากเกิดอุบัติเหตุ”

อย่างไรก็ตาม มีคนสงสัยว่าคลิปที่เปิดบนเวทีเป็นการทดสอบที่ความเร็วต่างกันหรือไม่ ซึ่งตามเอกสารของ NHTSA ระบุว่าความเร็วการเคลื่อนที่ของ Volvo S60 อยู่ที่ 20 ไมล์ต่อชั่วโมง (32.20 กม./ชม.) และ Tesla ก็ยืนยันกับ Business Insider ว่าการทดสอบทั้งสองนั้นเหมือนกัน

Volvo เป็นรถยนต์ที่ขึ้นชื่อด้านความปลอดภัยมายาวนาน โดยเป็นเจ้าแรกที่ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบสามจุดมาในรถยนต์ของตนตั้งแต่ปี 1959 และในประเทศไทยเองก็มีสโลแกนอันโด่งดังว่า “ทุกชีวิตปลอดภัยใน Volvo”

ชมคลิปดังกล่าวได้ท้ายข่าว ช่วงนาทีที่ 4:14

ที่มา – Business Insider

No Descriptionภาพจาก Tesla

from:https://www.blognone.com/node/94409