คลังเก็บป้ายกำกับ: SAMSUNG

Samsung แพ้คดีสิทธิบัตร FinFET โดนสั่งให้ชดใช้ 400 ล้านดอลลาร์

Samsung แพ้คดีที่ถูกฟ้องร้องว่าละเมิดสิทธิบัตรเกี่ยวกับ FinFET และถูกสั่งให้จ่ายเงินเพื่อชดใช้เป็นมูลค่า 400 ล้านดออลาร์ให้แก่ KAIST เจ้าของสิทธิบัตร

FinFET เป็นทรานซิสเตอร์ MOSFET ชนิดหนึ่งที่ส่วนของ Source และ Drain ยื่นสูงขึ้นมาเป็นครีบ (อันเป็นที่มาของชื่อ) ซึ่ง KAIST มหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้ได้ทำการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับ FinFET และจดสิทธิบัตรผลงานดังกล่าวได้ โดยมีการจดสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกาด้วย และตัวแทนที่ดูแลเรื่องผลประโยชน์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาในสหรัฐอเมริกานี้เองที่ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลว่า Samsung เอาผลงานวิจัยเกี่ยวกับ FinFET ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทาง Samsung แย้งว่าบริษัทได้ร่วมมือกับ KAIST ทำการวิจัยพัฒนามาตั้งแต่ต้น ทว่า KAIST ก็โต้แย้งว่าทางผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากเกาหลีใต้นั้นได้แสดงท่าที “ไม่เห็นค่างานวิจัย FinFET” มาตั้งแต่เริ่มแรก และเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะล้มเหลว จนกระทั่งเป็น Intel ที่คว้าสิทธิ์ได้รับอนุญาตให้ใช้งานเทคโนโลยีผลงานวิจัยค้นคว้านี้ ทาง Samsung จึงได้เริ่มหันกลับมามอง FinFET ใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ KAIST ยืนยันว่า Samsung ได้นำเอาความรู้จากงานวิจัย FinFET ไปใช้ประโยชน์โดยไม่เคยช่วยออกเงินให้ KAIST เลย

No Description

หลังการไต่สวนคดี คณะลูกขุนของศาลกลางใน Texas ได้ตัดสินให้ Samsung ชดใช้ KAIST ด้วยเงิน 400 ล้านดออลาร์ โทษฐานการละเมิดสิทธิบัตร และอันที่จริงแล้วคณะลูกขุนยังพบว่าการละเมิดสิทธิบัตรนี้เป็นไปโดยจงใจทำ ซึ่งนั่นอาจทำให้ผู้พิพากษาตัดสินใจเพิ่มโทษปรับจากคำตัดสินของลูกขุนขึ้นไปเป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์ก็ได้

ทั้งนี้จากการไต่สวนยังพบว่า GlobalFoundries และ Qualcomm ก็ถือว่าเป็นผู้ละเมิดสิทธิบัตรของ KAIST เช่นกัน โดย GlobalFoundries นั้นได้สิทธิ์การผลิต FinFET ไปจาก Samsung อีกต่อหนึ่ง ส่วน Qualcomm นั้นถือว่าร่วมละเมิดเพราะชิปของ Qualcomm นั้นผลิตโดย GlobalFoundries และ Samsung Foundry โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิบัตรที่ KAIST ถือครองอยู่

หลังมีคำตัดสินออกมา Samsung ให้ความเห็นว่าผิดหวังกับคำติดสินดังกล่าวและกำลังพิจารณาเรื่องการอุทธรณ์คดีต่อไป

ที่มา – AnandTech

from:https://www.blognone.com/node/103262

Advertisements

เผยต้นแบบ Samsung Galaxy S10 ดีไซน์ไร้กรอบอย่างแท้จริง ขอบจอบางเฉียบรอบด้าน

เจ้าของบัญชี Twitter @UniverseIce ได้แชร์รูปภาพสมาร์ทโฟนดีไซน์ไร้กรอบ พร้อมแนบข้อความว่า This may be a design beyond. ซึ่ง beyond นั้นเป็นโค้ดเนมของ Galaxy S10 จึงมีความเป็นไปได้ว่านี่คือต้นแบบของเรือธงในอนาคตที่ Samsung จะเปิดตัวในต้นปี 2019

ต้นแบบ Samsung Galaxy S10 ใช้ดีไซน์ไร้กรอบรอบด้าน โดยเฉพาะขอบจอบนกับขอบจอล่างไม่มีความหนาอีกต่อไปแล้ว ทำให้อัตราส่วน screen-to-body อาจสูงกว่า 95%

ก่อนหน้านี้ Samsung เคยจดสิทธิบัตรสมาร์ทโฟนไร้กรอบเอาไว้ด้วย ซึ่งมีดีไซน์ด้านหน้าคล้ายกับต้นแบบที่ Ice Universe ปล่อยออกมา และเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน Benjamin Geskin ยังได้สร้างคอนเซ็ปต์ออกมาให้ชมกันด้วย ตามรูปภาพด้านล่าง

ที่มา – Ice Universe

from:http://www.flashfly.net/wp/221496

ไม่ขอเหมือนใคร!! ภาพหลุดแผงหน้าจอของ Samsung Galaxy Note 9 ยืนยันไร้รอยบาก

แหล่งข่าวที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ Samsung อย่างใกล้ชิด ปล่อยภาพหลุดแผงจอแสดงผล Galaxy Note 9 ออกมาอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าเรือธงรุ่นถัดไปของ Samsung ยังมีส่วนคล้ายกับ Galaxy Note 8 ที่ออกมาทำตลาดในปลายปีก่อน แต่ดูเหมือนจะมีขอบจอบางลงกว่าเดิม และแน่นอนว่าไม่มีรอยบากบนขอบจอ

คาดว่า Samsung Galaxy Note 9 จะเปิดตัวทางการในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ประมวลผลด้วยชิป Samsung Exynos 9810 หรือ Qualcomm Snapdragon 845 ความจำ RAM 6GB เป็นอย่างน้อย ความจุแบตเตอรี่ 4,000mAh และมาพร้อมกล้องคู่หลัง

from:http://www.flashfly.net/wp/221490

รวม 20 อันดับมือถือที่อัตราส่วนหน้าจอต่อเครื่อง (Screen-to-Body Ratio) มากที่สุด

ช่วงนี้สมาร์ทโฟนในเริ่มทำหน้าจอมากันพยายามจะไร้ขอบกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยค่าที่เอามาใช้คำนวณว่าเครื่องไหนหน้าจอใหญ่เต็มจอแค่ไหนก็จะเป็น Screen-to-Body Ratio หรือ อัตราส่วนขนาดหน้าจอต่อเครื่อง นั่นเอง ซึ่งวันนี้ใครทำออกมาได้มากที่สุด แต่ละรุ่นจะสวยแค่ไหน วันนี้เรารวบรวมมาให้ดูกันครับ

  รุ่น ขนาดหน้าจอ อัตราส่วน  Screen-to-body Ratio
OPPO Find X 6.42 inches 19.5:9 93.8 percent
vivo NEX 6.59 inches 19.3:9 91.24 percent
Essential PH-1 5.71 inches 19:10  84.9 percent
Samsung Galaxy S9 Plus 6.2 inches 18.5:9  84.2 percent
Samsung Galaxy S9 5.8 inches 18.5:9  83.6 percent
Asus Zenfone 5 or 5Z 6.2 inches 19:9  83.6 percent
Xiaomi Mi Mix 6.2 inches 17:9  83.6 percent
Samsung Galaxy Note 8 6.3 inches 18.5:9  83.2 percent
iPhone X 5.8 inches 19.5:9  82.9 percent
LG G7 ThinQ 6.1 inches 19.5:9  82.6 percent
Huawei P20 Pro 6.1 inches 18.7:9  82 percent
Xiaomi Mi Mix 2S 5.99 inches 18:9  81.9 percent
Xiaomi Mi 8 6.21 inches 19:9 81.3 percent
LG V30 6 inches 18:9  81.2 percent
Nokia 8 Sirocco 5.5 inches 16:9  81.1 percent
Huawei Mate 10 Pro 6 inches 18:9  80.9 percent
Xiaomi Mi Mix 2 5.99 inches 18:9  80.8 percent
OnePlus 5T 6.01 inches 18:9  80 percent
LG G6 5.7 inches 18:9  78.6 percent
HTC U11 Plus 6 inches 18:9  78 percent

เป็นยังไงครับมือถือที่ใช้อยู่ติดอันดับรึเปล่า และใช้งานกันได้ดีไม่มีปัญหาใช่มั้ยเอ่ย

from:https://droidsans.com/top-20-body-ratio-smartphone/

Samsung เพิ่ม AR Emoji ใหม่อีก 2 คาแรคเตอร์จาก Disney ได้แก่ Daisy Duck และ Goofy

AR Emoji ฟีเจอร์เปลี่ยนภาพถ่ายเซลฟี่เป็นอีโมจิสำหรับสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ ได้รับคาแรคเตอร์ใหม่จาก Disney ประกอบด้วย Daisy Duck และ Goofy โดยก่อนหน้านี้ AR Emoji มีคาแรคเตอร์ Mickey Mouse, Minnie Mouse และ Donald Duck ให้เลือกใช้อยู่ก่อนแล้ว รวมถึงคาแรคเตอร์จากภาพยนตร์อนิเมชั่น The Incredibles

เจ้าของสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดคาแรคเตอร์ใหม่ๆ จาก Disney ได้ผ่านทางแอพพลิเคชั่นกล้องถ่ายรูป สลับใช้กล้องหน้า แล้วเข้าไปยังโหมด AR Emoji จากนั้นกดเข้าไปที่ปุ่ม + ตรงขวามือของกล้อง แล้วเลือกแพ็คเกจ AR Emoji ที่ต้องการ

ที่มา – Samsung

from:http://www.flashfly.net/wp/221481

ซัมซุง เปิดศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก 3 แห่งใหม่ในอังกฤษ แคนาดา และรัสเซีย

ซัมซุง รีเสิร์ช (Samsung Research) ศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอันล้ำหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ประกาศเปิดตัวศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ 3 แห่งใหม่ในเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ (22 พฤษภาคม) เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา (24 พฤษภาคม) และกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย (29 พฤษภาคม) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ศักยภาพด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของซัมซุง รวมถึงแสวงหาแนวทางการใช้งานจากเอไอให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นโดยยึดความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก

ซัมซุง รีเสิร์ช มีบทบาทสำคัญในการนำการต่อยอดศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ในระดับโลกด้วยความก้าวหน้าล่าสุดของซัมซุง และยังได้ขยายเครือข่ายความเชี่ยวชาญด้านเอไอนี้ ด้วยการสร้างศูนย์ปัญญาประดิษฐ์แห่งใหม่ๆ โดยซัมซุง รีเสิร์ช ดูแลรับผิดชอบการก่อตั้งศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ในกรุงโซลเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และในซิลิคอน วัลเลย์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยการเปิดศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดอีก 3 แห่งนี้ จะทำให้ ซัมซุง รีเสิร์ช มีศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ภายใต้การบริหารงานรวมทั้งหมด 5 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้ ซัมซุง รีเสิร์ช ยังวางแผนเพิ่มจำนวนนักวิจัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงให้เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1,000 คนทั่วโลกภายในปี พ.. 2563 เพื่อเป็นการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำระดับโลกไว้ในองค์กรให้มากที่สุด

Samsung

มร. คิม ฮยอน ซอก ประธานและหัวหน้า ซัมซุง รีเสิร์ช กล่าวระหว่างพิธีเปิดศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ในเคมบริดจ์ว่า “ซัมซุงมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในการมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรม เรามีความยินดีที่ได้สานต่อความมุ่งมั่นตั้งใจนี้ รวมถึงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีมาสู่การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการเปิดตัวศูนย์ปัญญาประดิษฐ์แห่งใหม่และการคัดสรรผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในสาขานี้มาร่วมงาน เรามีเป้าหมายผลักดันองค์กรให้เป็นผู้พลิกโฉมอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่สำคัญของโลก”

บุคลากรชั้นนำในสาขาปัญญาประดิษฐ์ซึ่งจะบริหารศูนย์แห่งใหม่

ผู้นำศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุงแห่งใหม่ในเคมบริดจ์ คือ มร. แอนดรูว์ เบลค ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการเคมบริดจ์ของไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาทฤษฎีและอัลกอริทึมที่เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ให้มีพฤติกรรมเหมือนเครื่องจักรที่มีสมองกล ด้วยความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในสาขานี้ อาทิ ศาสตราจารย์มาจา ปานติช (อิมพีเรียล คอลเลจ) ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุงที่เคมบริดจ์จะมีบทบาทสำคัญในการทำวิจัยเทคโนโลยีเอไอในระดับสูงของซัมซุง รีเสิร์ช

มร. แอนดรูว์ เบลค ผู้นำศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุงแห่งใหม่ในเคมบริดจ์ กล่าว “ศูนย์แห่งใหม่นี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้มีความก้าวหน้า การวิจัยที่นี่จะช่วยให้เรามีความเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์มากขึ้น รวมถึงการศึกษาวิจัยภายใต้หัวข้อต่างๆ เช่น การจดจำอารมณ์ความรู้สึก และขยายขอบเขตของการสื่อสารที่มีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เพื่อสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเอไอที่จะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนได้อย่างแท้จริง”

ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุงในเมืองโตรอนโตจะอยู่ภายใต้การนำโดย ดร. แลร์รี่ เฮ็ค รองประธานอาวุโส ซัมซุง รีเสิร์ช อเมริกา (เอสอาร์เอ) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนจริง พร้อมทั้งยังเป็นผู้นำศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุง รีเสิร์ช อเมริกา ทั้งนี้ ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ในโตรอนโตจะมุ่งเน้นการวิจัยในแกนหลักของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ด้วยการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำในแคนาดา

ส่วนศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุงในกรุงมอสโกนั้น ได้รับการคาดหมายว่าจะใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของรัสเซียในด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานอื่นๆ โดยมีแผนทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอ อาทิ ศาสตราจารย์ ดมิทรี เวทรอฟ (สถาบันบัณฑิตศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ) และศาสตราจารย์วิคเตอร์ เลมพิทสกี (สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโคลโกโว) เพื่อนำการวิจัยด้านอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงของศูนย์ที่นี่

หลักสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุง

วิสัยทัศน์ปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุงให้ความสำคัญกับปัจจัยหลัก 5 ประการเพื่อขับเคลื่อนการวิจัย ประกอบด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่มี “ผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง” (User centric) ตอบสนองความต้องการอย่างเฉพาะเจาะจงด้วยอินเตอร์เฟซที่มีรูปแบบหลากหลาย พร้อมกับมีการ “เรียนรู้ตลอดเวลา” (Always learning) ผ่านการเรียนรู้จากข้อมูลได้เองอย่างต่อเนื่อง ต้อง “พร้อมเสมอ” (Always there) ในฐานะการบริการรอบด้าน รวมถึง “ช่วยเหลือตลอดเวลา” (Always helpful) ด้วยการลดการแทรกแซงของผู้ใช้งานและตอบสนองต่อการสั่งการ รวมถึงมีความ “ปลอดภัยเสมอ” (Always safe) เพื่อสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว การวิจัยที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยหลัก 5 ประการนี้ ทำให้ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์แห่งใหม่ๆ สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมการวิจัยที่ล้ำสมัยและจากความเชี่ยวชาญอันเป็นจุดแข็งของนักวิจัยในระดับภูมิภาคเพื่อยกระดับศักยภาพปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุงให้สูงขึ้นไปอีกขั้น

ด้วยแนวคิดริเริ่มที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดฟอรั่มประชุมด้านปัญญาประดิษฐ์เมื่อปีที่แล้ว ซัมซุงได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอที่มีชื่อเสียงเพื่อเตรียมความพร้อมสร้างฐานการวิจัยในทุกขอบข่ายความเชี่ยวชาญ ซัมซุงจะเดินหน้าขยายการพัฒนาความก้าวหน้าและความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีเอไอทั่วโลก ซึ่งรวมถึงฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาที่มีศักยภาพในด้านนี้เป็นพิเศษ

ในอีกหลายปีข้างหน้า อุปกรณ์อินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะสร้างฐานข้อมูลปริมาณมหาศาลที่สามารถป้อนรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับชีวิตของผู้ใช้งาน ทำให้ผู้คนได้รับประโยชน์จากการบริการอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการส่วนบุคคล อุปกรณ์ที่รองรับปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของเทคโนโลยีเอไอในอนาคตอันใกล้ เพื่อส่งมอบระบบนิเวศที่มีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ซัมซุงมีเป้าหมายสร้างแพลทฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน ที่ไม่เพียงขยายการเติบโตได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังมอบความเข้าใจในบริบทการใช้งานและพฤติกรรมที่ลึกซึ้งที่สุดได้ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ปัญญาประดิษฐ์มีความสำคัญและเป็นประโยชน์กับชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซัมซุง รีเสิร์ช และศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ของซัมซุง รีเสิร์ช ได้ที่ http://research.samsung.com

from:http://mobileocta.com/samsung-launches-three-new-global-artificial-intelligence-centers-in-england-canada-and-russia/

ซัมซุงเปิดศูนย์ AI ในอังกฤษ แคนาดา และรัสเซีย ตั้งเป้าขยายนักพัฒนา AI เป็น 1,000 คน

ซัมซุงประกาศเปิด Samsung Research หรือศูนย์พัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพิ่มที่ประเทศอังกฤษ แคนาดา และรัสเซีย เท่ากับว่าตอนนี้มีศูนย์ AI 5 แห่งทั่วโลกแล้ว (มีอยู่แล้วที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ) นอกจากนี้ซัมซุงยังวางแผนเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญ AI ให้ถึง 1,000 คนทั่วโลกภายในปี 2020

ศูนย์วิจัยในแต่ละประเทศจะวิจัยเทคโนโลยีต่างกัน คือ ศูนย์ในอังกฤษจะเน้นการทำงานในการวิเคราะห์ข้อมูล, ศูนย์ในแคนาดาเน้น voice recognition และศูนย์ในรัสเซียเน้นเทคโนโลยีฟิสิกส์

ผู้นำ Samsung Research ในเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ คือ มร. Andrew Blake ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการเคมบริดจ์ของไมโครซอฟท์ ด้านศูนย์ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดานั้นนำโดย ดร. Larry Heck รองประธานอาวุโส Samsung Research America เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนจริง

ส่วนศูนย์ที่กรุงมอสโคว ประเทศรัสเซีย จะมีผู้เชี่ยวชาญ เช่น ศาสตราจารย์ Dmitry Vetrov (สถาบันบัณฑิตศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ) และศาสตราจารย์ Victor Lempitsky (สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโคลโกโว)

ซัมซุงไม่ได้เปิดเผยตัวเลขนักวิจัย, วิศวกรในขณะนี้ว่ามีเท่าไร แต่ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนเป็น 1,000 ภายในปี 2020 แบ่งเป็นทำงานในเกาหลีใต้ 600 คน และทำงานในต่างประเทศ 400 คน

No Description

ที่มา – Samsung และ Asian Nikkei Review

from:https://www.blognone.com/node/103222