คลังเก็บป้ายกำกับ: SAMSUNG

Samsung Galaxy S9 คว้าเรตติ้งระดับสูงสุดจาก Consumer Reports ด้วยการยกระดับคุณสมบัติด้านความทนทาน ความเร็ว และคุณภาพเสียง

ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 9 คว้าเรตติ้งระดับสูงสุดจาก Consumer Reports (CR) ด้วยการยกระดับคุณสมบัติด้านความทนทาน ความเร็ว และคุณภาพเสียง ที่ทำให้โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดของซัมซุงเหนือกว่ากาแลคซี่ เอส 8 และ เอส 8 พลัส

หากพิจารณาองค์ประกอบโดยรวม สมาร์ทโฟน กาแลคซี่ เอส 9 และเอส 9 พลัส รุ่นใหม่ของซัมซุงมีความก้าวหน้าจากเดิมเพียงเล็กน้อย แต่นักทดสอบของเราชี้ว่าการอัพเกรดดังกล่าวมีความน่าสนใจมากจนทำให้โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นสามารถคว้าระดับสูงสุดของการจัดเรตติ้งสมาร์ทโฟนโดย CR

เรตติ้งดังกล่าวไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด หากดูจากเทคโนโลยีที่เฉือน กาแลคซี่ เอส 8 และ เอส 8 พลัส รุ่นก่อนหน้าที่ได้เรตติ้งระดับท็อปเช่นกันซึ่งซัมซุงเปิดตัวออกมาในปี พ.ศ. 2560 โดยมาแทนที่ เอส 7 และ เอส 7 เอดจ์ ที่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2559

โทรศัพท์รุ่นใหม่นี้ได้รับการยกระดับฟีเจอร์ความปลอดภัย การถ่ายวีดีโอแบบซูเปอร์สโลว์โมชั่น และกล้องที่สามารถเปลี่ยนรูปของคุณให้เป็นอีโมจิ แต่อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติสำคัญอย่างความทนทาน การประมวลผลที่รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม และเสียงที่มีคุณภาพสูง คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ เอส 9 และ เอส 9 พลัสเหนือกว่าคู่แข่งมากมายในตลาด (ราคาจำหน่าย เอส 9 เริ่มต้นที่ 27,900 บาท และ เอส 9 พลัส เริ่มต้นที่ 31,900 บาท) โดยสมาร์ทโฟน เอส 9 และ เอส 9 พลัส ติดอันดับท็อป 20 สุดยอดสมาร์ทโฟนของอุสาหกรรมปัจจุบัน

“เมื่อพูดถึงโทรศัพท์มือถือระดับไฮเอนด์ การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนบุคคลอย่างแท้จริง” มร. ริชาร์ด ฟิสโก หัวหน้าทีมนักทดสอบสมาร์ทโฟนของ Consumer Reports กล่าว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่ของซัมซุงมีความสมบูรณ์แบบ แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า กล้องของโทรศัพท์รุ่นใหม่นี้ยังมีประสิทธิภาพด้อยลงเล็กน้อยจากการทดสอบของเราแต่ก็ยังน่าประทับใจเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นยังมีข้อดีที่เหนือกว่าข้อด้อยอย่างชัดเจน

ผลการทดสอบซัมซุง กาแลคซี่ เอส 9 และเอส 9 พลัสของเรามีดังนี้

ความแข็งแรงของกาแลคซี่ เอส 9 และเอส 9 พลัส

o ทนทานมากขึ้น

กาแลคซี่ เอส 9 และเอส 9 พลัสมีรูปลักษณ์เหมือนกับเอส 8 และเอส 8 พลัสอย่างมาก มีอัตราส่วนความสูงและความหนาเท่ากันที่ 18.5:9 ซึ่งทำให้ตัวโทรศัพท์มีขนาดใหญ่แต่ก็ยังถือง่าย ขนาดหน้าจอ (5.8 นิ้วและ 6.2 นิ้วสำหรับเอส 9 และเอส 9 พลัสตามลำดับ) ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ซัมซุงได้ปรับขอบจอให้บางขึ้นอีก

เอส 9 ใช้วัสดุกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังเหมือนกับรุ่นเอส 8 นอกจากเพิ่มสุนทรียภาพความสวยงาม กระจกด้านหลังยังรองรับการชาร์จไฟไร้สาย ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่กลุ่มลูกค้าสมาร์ทโฟนพรีเมียมคาดหวังที่จะได้ใช้งาน (แต่ขอเตือนว่าเป็นรอยนิ้วมือง่ายมาก)

แต่การตัดสินใจด้านการออกแบบดังกล่าวก็มีผลตามมาเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเลือกใช้วัสดุกระจกเกรดใดก็ตามก็จะไม่มีทางแข็งแรงได้เท่ากับโลหะ

เพื่อทดสอบความทนทานของสมาร์ทโฟน เราส่งไปทดสอบการหล่นกระแทกในกล่องหมุนเหวี่ยงของเราจำนวน 100 ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเครื่องกระทบกับพื้นกล่องในหลายมุมเพื่อจำลองการหล่นกระแทกหลากหลายรูปแบบ

หลังจากการทดสอบกระแทก 50 ครั้งในกล่องหมุนเหวี่ยงของเรา หน้าจอของกาแลคซี่ เอส 8 และเอส 8 พลัสเสียหายอย่างรุนแรงและไม่สามารถใช้งานได้ ขณะที่โทรศัพท์เอส 9 มีประสิทธิภาพดีขึ้นมาก เอส 9 ผ่านการทดสอบแรงกระแทกทั้ง 100 ครั้งได้โดยมีรอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อย ส่วนเอส 9 พลัสผ่านการทดสอบกระแทก 50 ครั้งแรกโดยไม่มีปัญหา แต่เกิดรอยแตกในการกระแทกอีก 50 ครั้งต่อมา

พัฒนาการดังกล่าวถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ ซัมซุง แต่ด้วยการเป็นโทรศัพท์ที่ใช้วัสดุกระจก คุณควรปกป้องโทรศัพท์ด้วยเคสคุณภาพดี

o ระบบประมวลผลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นใช้หน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง Qualcomm Snapdragon 845 มร. ฟิสโกให้ความเห็นว่าการอัพเกรดอาจไม่ทำให้ประสิทธิภาพโดดเด่นมากนักแต่ก็ช่วยให้ความเร็วโดยรวมของโทรศัพท์รุ่นนี้อยู่ในระดับที่น่าประทับใจ การเปิดใช้งานแอพทำได้ฉับไวและการโหลดโมบายเว็บไซต์ทำได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่มีความเร็ว และโทรศัพท์รุ่นนี้ไม่ถูกฉุดให้ช้าลงเมื่อใช้ฟีเจอร์ที่ซับซ้อน (อาทิการเล่นเกม) ซึ่งต้องใช้พลังการประมวลผลค่อนข้างมาก

o ลำโพงสเตอริโอที่ทรงพลัง

ถ้าคุณให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียง กาแลคซี่ เอส 9 และเอส 9 พลัสมอบลำโพงเสียงทีได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี คุณภาพเสียงผ่านการปรับแต่งพร้อมหูฟังโดยบริษัทเอเคจี-ฮาร์แมน (AKG-Harman) ซึ่งซัมซุงเข้าครอบครองกิจการตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2560

และนักทดสอบของเราระบุว่า ถึงแม้ลำโพงจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ให้ระดับเสียงออดิโอที่ดีและสร้างเสียงเต็มรูปแบบได้อย่างมีคุณภาพ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบฟังเสียงเพลงกระหึ่มแบบดั้งเดิม ซัมซุงยังคงรักษาช่องเสียบหูฟังแบบคลาสสิก 3.5 มม. ไว้ในโทรศัพท์รุ่นใหม่นี้อีกด้วย

o ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยที่สะดวกสบาย

เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือในซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 และเอส 8 พลัสทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดเพราะติดตั้งอยู่ข้างกับกล้องถ่ายภาพ บางคนจึงมักไปแตะถูกเลนส์กล้องโดยไม่ตั้งใจเมื่อต้องการปลดล็อกโทรศัพท์

นอกจากนี้ เอส 9 และเอส 9 พลัส ยังมาพร้อมทางเลือกการสแกนอัจฉริยะที่เปิดโอกาสให้คุณสามารถผสมผสานการจดจำใบหน้าและการสแกนม่านตาสำหรับเป็นทางเลือกในการปลดล็อกโทรศัพท์ แต่การสแกนอัจฉริยะยังไม่มีความปลอดภัยมากพอสำหรับการใช้กับแอพชำระเงิน (ไม่เหมือนกับเทคโนโลยีจดจำใบหน้าสามมิติในไอโฟน เท็น)

จุดด้อยของกาแลคซี่ เอส 9 และเอส 9 พลัส

o ระดับความคมชัดของภาพ

เอส 9 พลัสเป็นโทรศัพท์ตระกูลกาแลคซี่ เอสรุ่นแรกที่มาพร้อมกล้องแบบมีรูรับแสงคู่ด้านหลังซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ติดตั้งอยู่ในกาแลคซี่ โน๊ต 8 และบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์บางรายติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์รุ่นพรีเมียม โดยเอส 9 ทั้งสองรุ่นมีเซ็นเซอร์ 12 เมกะพิกเซลซึ่งมีความละเอียดมากพอสำหรับการถ่ายภาพที่คุณสามารถแชร์และสั่งพิมพ์ออกมาได้ กล้องหนึ่งตัวประกอบด้วยเลนส์มุมกว้างและเลนส์เทเลโฟโต้ออพติคอลซูม 2 เท่า ขณะที่กล้องด้านหน้าสำหรับถ่ายเซลฟี่มีความละเอียด 8 เมกะพิกเซล

กาแลคซี่ เอส9 และเอส 9 พลัสสามารถถ่ายภาพได้ด้วยการใช้รูรับแสงที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นรูรับแสง F2.4 ที่มีขนาดเล็กกว่าสำหรับถ่ายภาพในสภาพแสงสว่างจ้าหรือถ่ายภาพด้วยรูรับแสงที่กว้างกว่า F1.5 ในสภาพแสงน้อย นักทดสอบของเราเปิดเผยว่ารูรับแสงทั้งสองขนาดให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเล็กน้อยในการถ่ายภาพท่ามกลางสภาพแสงน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแต่ก็มีความแตกต่างน้อยมาก คุณจะต้องนำภาพถ่ายทั้งสองมาวางเปรียบเทียบเคียงข้างกันจึงจะเห็นความแตกต่าง

โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นสามารถสร้างเอฟเฟ็กต์โบเก้ ซึ่งวัตถุเป้าหมายมีความคมชัดขณะที่พื้นหลังเบลอ ซึ่งทำให้ได้ภาพถ่ายบุคคลที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

แต่ฟิสโกชี้ว่านักทดสอบตัดคะแนนโทรศัพท์รุ่นนี้ตรงภาพถ่ายที่มีความคมชัดอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ในสมาร์ทโฟนหลายรุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อเพิ่มคะแนนด้านความละเอียดที่ไม่สมจริง การสร้างความคมชัดอย่างไม่เป็นธรรมชาติคือการขับเน้นคอนทราสต์ระหว่างวัตถุที่มีความมืดและสว่าง ซึ่งอาจทำให้เกิดแสงรัศมีรอบวัตถุเป้าหมายอย่างไม่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

ผลลัพธ์ก็คือ เอส 9 พลัสอยู่ในอันดับที่ 4 ในการจัดเรตติ้งกล้องสมาร์ทโฟนของเรา ตามหลังไอโฟน เท็น ไอโฟน 8 พลัส และไอโฟน 8 ขณะที่เอส 9 อยู่ในอันดับที่ 12 ต่ำกว่าเอส 8 อยู่ 4 อันดับ

อย่างไรก็ตาม ฟิสโกกล่าวถึงความสำคัญที่จะต้องตระหนักว่ากล้องในสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมเกือบทุกรุ่นในปัจจุบันมีคุณภาพดีมาก คะแนนในภาพรวม (Overall Scores) ของการจัดเรตติ้งกล้องสมาร์ทโฟน 20 อันดับแรกของเรามีความแตกต่างกันประมาณ 0.5 คะแนนจากทั้งหมด 5 คะแนนเต็ม

o ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่

ความจุแบตเตอรี่ของโทรศัพท์รุ่นใหม่นี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กาแลคซี่ เอส 9 ใช้แบตเตอรี่ 3,000-mAh และแบตเตอรี่ของเอส 9 พลัสมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ 3,500-mAh แต่แบตเตอรี่ของโทรศัพท์เอส 9 ทั้งสองรุ่นมีระยะเวลาใช้งานที่สั้นลงเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

เพื่อทดสอบว่าแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ใช้งานได้นานเพียงใด Consumer Reports ใช้นิ้วของหุ่นยนต์ที่ถูกปรับตั้งโปรแกรมเพื่อทดสอบการใช้งานหลากหลายรูปแบบที่จำลองมาจากการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

หุ่นยนต์ดังกล่าวจะใช้งานอินเตอร์เน็ต ถ่ายภาพ สตรีมวีดีโอ และใช้ระบบนำทางจีพีเอส มีช่วงเวลาสแตนบายเมื่อไม่ได้ใช้โทรศัพท์และแน่นอนว่าต้องมีการใช้โทรศัพท์ โดยปกติแล้วระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ของผู้ใช้ทั่วไปในแต่ละวันจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการปรับความสว่างของหน้าจอและจำนวนแอพที่เปิดใช้งาน แต่ผลการทดสอบของเราคือวิธีการที่ดีในการเปรียบเทียบโทรศัพท์

การทดสอบของเราพบว่า แบตเตอรี่ของเอส 9 ใช้งานได้นาน 22.5 ชั่วโมง ลดลงจาก 26 ชั่วโมงของเอส 8 ขณะที่เอส 9 พลัสใช้งานได้นาน 24 ชั่วโมง ลดลงจาก 25.5 ชม. ของรุ่นเอส 8 พลัส ระยะเวลาที่ลดลงดังกล่าวถือว่าไม่มากนัก โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นยังมีพลังแบตเตอรี่ที่มากเพียงพอต่อการใช้งานโดยเฉลี่ยตลอดทั้งวัน แต่ก็ทำให้คะแนนโดยรวมของโทรศัพท์รุ่นนี้ลดลงเล็กน้อย

ควรซื้อดีหรือไม่?

กล้องในกาแลคซี่ เอส 9 และเอส 9 พลัสตอบสนองต่อใช้งานได้อย่างสนุกสนาน และระบบความปลอดภัยไบโอเมตริกที่ดีขึ้นนั้นทำงานได้รวดเร็วและง่ายดาย แต่ฟีเจอร์ใหม่อื่นๆ เหมือนเป็นลูกเล่นมากกว่าจะใช้งานได้จริง การสร้างอีโมจิแบบสามมิติจากตัวผู้ใช้อาจให้ความเพลิดเพลิน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนชื่นชอบได้เสมอไป โหมดกล้องซูเปอร์สโลว์โมใช้ง่ายยากและจำกัดแค่การถ่ายคลิปที่สั้นมาก ขณะที่การทดลองใช้แบบเร็วๆ กับฟีเจอร์การนับแคลอรี่ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ก็ประสบความสำเร็จน้อยมาก เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถระบุจำนวนกล้วยในภาพที่เราถ่ายได้ แต่เกิดความสับสนระหว่างเครื่องดื่มโค๊กกับชาเย็น

คำวิจารณ์ข้างต้นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องรีบออกจากบ้านและซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่นี้เพื่อสร้างความประทับใจให้เพื่อนฝูงด้วยลูกเล่นที่ล้ำสมัย ประโยชน์ที่แท้จริงของการเป็นเจ้าของเอส 9 และเอส 9 พลัสไม่ได้ปรากฏให้เห็นเด่นชัด

โทรศัพท์แฟล็กชิพรุ่นใหม่ของซัมซุงมีความทนทานต่อการแตกร้าวมากขึ้น ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีคุณภาพเสียงที่รื่นรมย์กว่าเดิม ขณะเดียวกันมาตรฐานประสิทธิภาพในภาพรวมก็ถูกยกระดับให้สูงขึ้นอีกครั้งตามที่แฟนๆ ของกาแลคซี่คาดหวัง

from:http://www.flashfly.net/wp/215883

Advertisements

เผยโฉมไลน์อัพทีวีรุ่นใหม่จาก Samsung ที่เตรียมจะวางจำหน่ายในประเทศไทยมากกว่า 11 รุ่น

ซัมซุง ผู้นำนวัตกรรมจอภาพและเสียงระดับโลก เผยโฉมไลน์อัพทีวีรุ่นใหม่ที่เตรียมจะเปิดตัวในปี 2561 เป็นครั้งแรก ในงาน “THE FIRST LOOK 2018” จัดขึ้น ณ กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในงานมีการเปิดเผยรายละเอียดของ คิวแอลอีดี ทีวี (QLED TV) รุ่นเรือธงต่างๆ รวมถึงไลน์อัพรุ่นใหม่ๆ ของทั้ง ยูเอชดี ทีวี (UHD TV) พรีเมี่ยม ยูเอชดี ทีวี (Premium UHD TV) และทีวีขนาดหน้าจอใหญ่พิเศษ (Ultra-Large Screen TV) พร้อมโชว์เคสฟีเจอร์สุดตื่นตาตื่นใจที่ช่วยส่งมอบคุณภาพสีสันที่สมบูรณ์แบบ ระบบอัจฉริยะอันชาญฉลาด และดีไซน์เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ที่สามารถเข้าได้กับทุกการตกแต่งของทุกพื้นที่ในบ้าน

ฟีเจอร์ใหม่สำหรับไลน์อัพสินค้าซัมซุง คิวแอลอีดี ทีวี ใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2561 นี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคเพื่อคุณภาพที่คมชัด ความสะดวกสบาย และการเชื่อมต่อที่ง่ายดายเพื่อการแชร์คอนเท้นต์ต่างๆ นำโดยเทคโนโลยีไฟแบล็คไลท์รูปแบบ Direct Full Array เอกสิทธิ์จากซัมซุง รวมถึงฟังก์ชั่นอัจฉริยะ (Smart Functionality) ที่ฉลาดล้ำยิ่งกว่า อย่างบิ๊กซ์บี้ (Bixby) และโซลูชั่นจัดเก็บสายเคเบิ้ลต่อเชื่อมแบบเส้นเดียว หรือ One Invisible Connection ดีไซน์ใหม่ นอกจากไลน์อัพใหม่ของซัมซุง คิวแอลอีดี ทีวี ที่โดดเด่นและไม่เหมือนใครในด้านการออกแบบแล้ว ยังมีโหมดแอมเบี้ยน (Ambient Mode) สุดล้ำสมัยที่เปลี่ยนให้ทีวีแลดูกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมของบ้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมา

นอกจากนี้ ซัมซุงยังตอกย้ำคำมั่นสัญญาในการพัฒนาทีวีขนาดหน้าจอใหญ่พิเศษ ด้วยการเปิดตัวไลน์อัพสินค้าใหม่ในขนาด 75 นิ้วหรือใหญ่กว่าในหลากหลายรุ่น เพื่อตอบสนองเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่เมื่อปีกลาย โดยมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทีวีซัมซุงในอเมริกาเหนือล้วนเป็นทีวีขนาด 65 นิ้ว หรือใหญ่กว่า ในปีนี้จึงมีการคาดการณ์ว่าสัดส่วนการจัดจำหน่ายทีวีหน้าจอขนาดใหญ่น่าจะมีมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

มร. ฮาน จองอี ประธานฝ่ายธุรกิจจอภาพ บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ไลน์อัพใหม่ของทีวีในปี 2561 เป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและให้อารมณ์หรูหราที่สุด ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับสุนทรียศาสตร์ของพื้นที่จัดวาง เรามีความตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะให้ลูกค้ามาสัมผัสประสบการณ์กับไลน์อัพทีวีใหม่ล่าสุดของเรา รวมถึงฟีเจอร์ที่มอบอิสระให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ทีวีเพื่อความบันเทิงได้ทุกรูปแบบ และทุกที่ภายในบ้านให้มากที่สุด”

ไลน์อัพนวัตกรรมทีวีที่โดดเด่นแห่งปี 2561

เทคโนโลยีไฟแบล็คไลท์ Direct Full Array

สำหรับ คิวแอลอีดี ทีวี รุ่น Q9F จะมีจุดเด่นเฉพาะคือการนำเทคโนโลยี Direct Full Array (DFA) ซึ่งใช้ไฟแบ็คไลท์ช่วยปรับแต่งค่าความสว่างของหลอดภาพแอลอีดีและค่าคอนทราสต์เพื่อให้ภาพคมชัดอย่างแม่นยำตลอดทั่วทั้งจอภาพ

โหมดแอมเบี้ยน (Ambient Mode)

เพื่อเติมเต็มภาพลักษณ์ไร้รอยต่อของไลน์อัพทีวี ซัมซุงนำเสนอโหมดแอมเบี้ยน (Ambient Mode) ที่จะมอบความพิเศษที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในช่วงเวลาที่คุณไม่ได้ดูทีวี โดยสามารถแสดงข้อมูลต่างๆ บนจอภาพ เช่น การจราจร พยากรณ์อากาศ หรือข่าว* ทำให้สามารถขยายขอบเขตการใช้งานให้ทีวีเป็นศูนย์รวมข้อมูลประจำบ้านได้ โดยโหมดแอมเบี้ยนดังกล่าว ยังสามารถตรวจวัดสีหรือลายของผนังที่ทีวีถูกติดตั้งอยู่เพื่อเทียบสีในการแสดงภาพให้เข้ากับการตกแต่งในพื้นที่นั้นๆ อย่างกลมกลืน ทำให้ได้บรรยากาศที่สวยงาม ไร้รอยต่อราวกับเป็นจอภาพโปรงใส ที่จะไม่มีหน้าจอสีดำเปล่าๆ อันน่าเบื่ออีกต่อไป อีกทั้งโหมดแอมเบี้ยนนี้ ยังสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของ    บุลคลในห้องโดยเชื่อมเข้ากับสัญญาณสมาร์ทโฟนเพื่อเปิดการใช้งาน หรือปิดการใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อไม่มีใครอยู่ในห้อง*

โซลูชั่นจัดเก็บสายเคเบิ้ลต่อเชื่อมแบบเส้นเดียว (One Invisible Connection)

ด้วยการออกแบบเพื่อที่จะให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายที่สุด ไลน์อัพนวัตกรรมใหม่ของซัมซุง คิวแอลอีดี ทีวี ในปี 2561 นี้ จะมอบความประทับใจเหนือขีดความสามารถของทีวี ใหม่พิเศษ! กับสายเคเบิลที่เชื่อมต่อราวกับล่องหน ต่อไปนี้จะมีแค่สายเชื่อมต่อเพียงเส้นเดียวระหว่างทีวี เครื่องอุปกรณ์ภายนอกอื่นๆ และแหล่งพลังงาน      ส่งทั้งข้อมูลและไฟ จะไม่มีสายไฟรุงรังอีกต่อไป ตอกย้ำผู้นำทางด้านนวัตกรรม เพราะนี่คือสายเคเบิลแรกที่สามารถส่งข้อมูลสื่อโสตทัศน์ (AV) ความจุสูงได้ในความเร็วแสงไปพร้อมๆกับส่งพลังงานไฟฟ้า สายเคเบิลผลิตมาจาก เทฟลอน (Teflon) ที่มีคุณสมบัติกันความร้อนได้สูงและทราบกันดีในแวดวงว่ามีความทนทาน และยังติดตั้งฉนวนที่จะตัดไฟหากสายเคเบิลขาด ทั้งหมดนี้เพื่อที่จะมอบความอุ่นใจให้กับผู้บริโภคพร้อมกับยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์

สมาร์ททีวีที่มาพร้อมบิ๊กซ์บี้

นอกจากการยกระดับคุณภาพของภาพและดีไซน์แล้ว ไลน์อัพนวัตกรรมซัมซุงสมาร์ททีวีในปี 2561 นี้ จะยิ่งฉลาดล้ำขึ้นไปอีก รวมถึงความยุ่งยากและระยะเวลาที่ใช้ในการเชื่อมต่อ Wi-Fi และการติดตั้งแอปในครั้งแรกก็จะลดลงไปอย่างรู้สึกได้ ทำให้มีประสบการณ์การติดตั้งที่ไร้รอยต่อ คิวแอลอีดี ทีวี ใหม่นี้ ยังมอบตัวเลือกรายการอันหลากหลายเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้ผู้รับชมได้รับเนื้อหาในวงกว้างระดับสากล

เพื่อการใช้งานที่ง่ายยิ่งขึ้น คิวแอลอีดี ทีวี ในปี 2561 นี้ มาพร้อมกับ บิ๊กซ์บี้ (Bixby) ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะของซัมซุงซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงเมื่อปีที่แล้ว บิ๊กซ์บี้จะทำให้ทีวีเข้าใจภาษาพูดและค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และมีเทคโนโลยี ดีฟ เลิร์นนิ่ง (Deep-learning) ที่สามารถเรียนรู้ จดจำและวิเคราะห์คำสั่งของผู้ใช้งาน เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานผ่าน SmartThings app เชื่อมต่อกาแลคซี่สมาร์ทโฟนกับทีวีเพื่อติดตั้งและเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น คู่มือการใช้งาน รีโมทคอนโทล หรือแชร์วีดีโอผ่านจอภาพ

รายละเอียดสำหรับทีวีไลน์อัพปี 2561 ที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทย

ทัพสินค้าไลน์อัพทีวีซัมซุงที่จะจำหน่ายในไทยในปี 2561 นี้ จะมีมากกว่า 11 รุ่น ในทีวีประเภท คิวแอลอีดี, พรีเมี่ยม ยูเอชดี, ยูเอชดี และทีวีหน้าจอใหญ่พิเศษ พร้อมจำหน่ายในหลากหลายขนาด โดยรุ่นต่างๆ ของไลน์อัพทีวีในปีนี้จะมีตัวเลือกทั้งทีวีแบบจอแบนและจอโค้ง ดังต่อไปนี้:

คิวแอลอีดีทีวี: ไลน์อัพปี 2561 ประกอบด้วยรุ่น Q9F (65”), Q8C (55”, 65”, 75”), Q7F (55”, 65”, 75”) และ Q6F (55”, 65”)พร้อมคิวแอลอีดีที่ยกระดับสีและความคมชัด, รองรับHDR10+, โหมดแอมเบี้ยน, ยกระดับเทคโนโลยีสมาร์ททีวีด้วยระบบอัจฉริยะบิ๊กบี้ (Bixby) ควบคุมทุกอย่างได้ด้วยรีโมทและสายเชื่อมต่อ One Invisible Connection เพียงเส้นเดียว โดยสายเชื่อมต่อ One Invisible Connection สามารถใช้กับรุ่น Q7 หรือเหนือกว่าเท่านั้น

พรีเมี่ยมยูเอชดี: ไลน์อัพปี 2561 ประกอบด้วยรุ่น NU8500 และ NU8000 พร้อเทคโนโลยี Dynamic Crystal Color รองรับHDR10+ แก้ปัญหาสายเกะกะด้วยโซลูชั่นเชื่อมต่อแบบตัวเดียว (Clean Cable Solutions) พร้อมยกระดับเทคโนโลยีสมาร์ททีวีด้วยระบบอัจฉริยะบิ๊กบี้ (Bixby) ควบคุมทุกอย่างได้ด้วยรีโมทและสายเชื่อมต่อ One Invisible Connection เพียงเส้นเดียว

ยูเอชดี: ไลน์อัพปี 2561 ประกอบด้วยรุ่น NU7100 (75/65/55/50/43/40″) และ NU7300(65/55″) พร้อมความสามารถในการรองรับภาพคมชัดระดับ 4K UHD และ HDR, เชื่อมต่อด้วย Clean Cable solutions, ดีไซน์บางเฉียบพร้อมด้วยคุณสมบัติอัจฉริยะในแบบสมาร์ททีวี

ทีวีหน้าจอใหญ่พิเศษไลน์อัพปี 2561 ประกอบด้วยรุ่น Q6FN, NU8000, Q7F และ Q9F ซึ่งถูกจัดอยู่ในหมวดไลน์อัพทีวีขนาดใหญ่พิเศษ โดยมีจอภาพขนาด 65 นิ้ว หรือมากกว่า ทีวีรุ่นนี้เป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการจอภาพขนาดใหญ่ เพื่อดื่มด่ำกับประสบการณ์ความบันเทิงในบ้านได้มากยิ่งขึ้น

สินค้าจากซัมซุงทีวีไลน์อัพสำหรับปี 2561 จะพร้อมวางจำหน่ายในตลาดประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและราคา สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.samsung.com

from:http://www.flashfly.net/wp/215865

เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy A6 และ Galaxy A6+ พร้อมคลิปวีดีโอแบบครบทุกมุม 360 องศา

Samsung ถูกลือว่ากำลังวางแผนเปิดตัว Galaxy A6 และ Galaxy A6+ ในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากพบว่าสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น ได้รับการทดสอบบนแอพพลิเคชั่น Geekbench และยังมีรายงานว่า Samsung ได้ส่งเครื่องตัวอย่างไปให้กับหน่วยงาน FCC ได้ตรวจสอบแล้ว

ล่าสุดเราพบว่า OnLeaks ได้ร่วมกับเว็บไซต์ MySmartPrice สร้างโมเดล 3 มิติ ของสมาร์ทโฟน Galaxy A6 และ Galaxy A6+ ออกมาแล้ว พร้อมทำเป็นคลิปวีดีโอเพื่อหมุนสมาร์ทโฟนให้เห็นดีไซน์ครบทุกมุม 360 องศา

Samsung Galaxy A6

Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6
Samsung Galaxy A6

Samsung Galaxy A6+

Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus
Samsung Galaxy A6 Plus

แหล่งข่าวระบุว่า Galaxy A6 จะมีขนาดบอดี้ 149.9 x 71.5 x 7.8 มิลลิเมตร ส่วน Galaxy A6+ มีขนาด 160.2 x 76.2 x 8.3 มิลลิเมตร และเป็นรุ่นเดียวที่มาพร้อมกล้องคู่หลัง

ข้อมูลจากแอพพลิเคชั่น Geekbench ระบุว่า Galaxy A6 ใช้ชิปประมวลผล Exynos 7870 1.59GHz Octa Core ความจำ RAM 3 GB ขณะที่ Galaxy A6+ ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 1.80GHz Octa Core ความจำ RAM 4 GB และทั้ง 2 รุ่น จะมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo

ที่มา – OnLeaks

from:http://www.flashfly.net/wp/215775

Galaxy 4G+ MAX SPEED แพ็กเกจใหม่ เล่นเน็ตไม่จำกัด สำหรับมือถือซัมซุง

ทรูมูฟเอชออกแพ็กเกจแบบรายเดือนตัวใหม่ สำหรับลูกค้าที่ซื้อมือถือซัมซุงพร้อมแพ็กเกจรายเดือน ซึ่งนอกจากจะได้ส่วนลดพิเศษค่าเครื่อง 1,000 บาทแล้ว ยังสามารถสมัครแพ็กเกจ Galaxy 4G+ MAX SPEED ในราคาพิเศษ และสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมายด้วย

Galaxy 4G+ MAX SPEED เป็นแพ็กเกจที่เน้นสำหรับคนชอบเล่นเน็ต โดยจะได้เน็ตที่เป็น 4G เบิ้ล ให้ 2 เท่า จากแพ็กเกจปกติ ยกตัวอย่างเช่น แพ็กเกจเริ่มต้นเดือนละ 699 บาท จะได้เน็ตปกติ 10GB ได้เน็ต 4G เบิ้ลอีก 10GB รวมเป็น 20GB เป็นต้น หรือจะเป็นแพ็กเกจราคา 1099 บาท ที่ได้เน็ตปกติ 30GB แต่สามารถเล่นเน็ต 4G ได้แบบไม่อั้น ไม่ลดสปีด เลยทีเดียว ซึ่งทุกแพ็กเกจสามารถโทรภายในเครือค่ายได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เล่น WiFi ไม่จำกัด และดูหนัง ฟังเพลง ดูบอลผ่าน True ID ฟรี 12 เดือน (มุลค่าเดือนละ 500 บาท)

หมดเขต 30 เมษายน นี้

from:http://www.9tana.com/node/galaxy-4g-max-speed/

โฆษณาตัวใหม่ของ Samsung Galaxy S9 และ S9+ อวดฟีเจอร์ Super Slow-mo 960fps

Samsung ปล่อยโฆษณาตัวใหม่ล่าสุดของสมาร์ทโฟนเรือธง Samsung Galaxy S9 และ Galaxy S9+ ในชื่อ Remix Your Everyday เน้นความสามารถในการบันทึกวีดีโอด้วยโหมด Super Slow-mo ที่ระดับ 960 เฟรมต่อวินาที

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถนำวีดีโอจากโหมด Super Slow-mo มาแก้ไขเพิ่มเติมด้วยการแทรกเพลง และเพิ่มเอฟเฟ็กต์ได้ 3 แบบ คือ Swing, Reverse และ Loop เพื่อสร้างสรรค์ภาพเคลื่อนไหวที่ไม่ซ้ำใคร

ที่มา – Samsung

from:http://www.flashfly.net/wp/215587

ได้ข้อสรุปแล้ว Samsung Galaxy S10 จะมากับเซ็นเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ กล้อง 3D และยังคงใช้ Infinity Display

แหล่งข่าวในเกาหลีใต้อ้างว่า Samsung ได้ข้อสรุปการออกแบบขั้นสุดท้ายของสมาร์ทโฟน Galaxy S10 แล้ว โดยยังคงใช้จอแสดงผลแบบ Infinity Display และจะมีให้เลือก 2 รุ่น เหมือนเดิม คือ Galaxy S10 กับ Galaxy S10 Plus ขนาดจอแสดงผล 5.8 นิ้ว และ 6.3 นิ้ว ตามลำดับ

Samsung Galaxy S10 จะเปลี่ยนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบเดิม มาใช้แบบติดตั้งไว้ใต้จอแสดงผล แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้เทคโนโลยีจากบริษัทใด เพราะมีข่าวว่า Samsung ทำงานกับทั้ง Qualcomm, Synaptics ในสหรัฐอเมริกา และ Aegis Tech ในไต้หวัน

ที่น่าตื่นเต้นก็คือ Samsung Galaxy S10 จะเริ่มนำเซ็นเซอร์กล้อง 3 มิติ มาใช้งาน โดยร่วมพัฒนากับ Mantis Vision บริษัทในอิสราเอล ซึ่งจะทำให้โมดูลกล้องของ Galaxy S10 มีความสามารถเทียบเท่าระบบกล้อง TrueDepth ของ iPhone X

Galaxy S10 กับ Galaxy S10 Plus จะเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงในรอบทศวรรษของ Samsung และคาดว่าจะเปิดตัวทางการในต้นปี 2019

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Samsung ได้จดสิทธิบัตรการออกแบบสมาร์ทโฟนไว้ 2 ดีไซน์ คือแบบมีรอยบากเหมือน iPhone X และอีกแบบไม่มีรอยบาก ตามรูปภาพเรนเดอร์ด้านล่าง

ที่มา – The Bell

from:http://www.flashfly.net/wp/215583

ซัมซุงร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านเกมระดับอินเตอร์ Home Sweet Home เข้าสู่ซีซัน 2

บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด สานต่อพันธกิจด้านการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาศักยภาพและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้สังคมไทย และร่วมสนองเจตนารมย์ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ต้องการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้กับคนรุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ

ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ยกระดับวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี ผ่านสื่อเกมสยองขวัญออนไลน์ Home Sweet Home ซึ่งได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น และได้สนับสนุนการพัฒนา Home Sweet Home #2 เกมซีซันที่ ออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้

ซัมซุงร่วมมือกับ Yggdazil (อิ๊กซาดิล) บริษัทคอมพิวเตอร์กราฟิกชั้นนำของประเทศ อีกครั้งเพื่อพัฒนาเกมออนไลน์ “Home Sweet Home #2” เกมแนว Horror Adventure ที่ใช้ความกลัวมาช่วยบอกเล่าเรื่องราวความเชื่อ ศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรมของไทย

โดยซัมซุงให้การสนับสนุนในเรื่องของอุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อให้ทีมงานออกไปเก็บภาพโบราณสถาน กิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายวิดีโอ 360 องศา สมาร์ทโฟน หน่วยความจำ Micro SD และจอมอนิเตอร์ QLED Curve screen ที่ช่วยให้กระบวนการพัฒนาเกมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานคุณภาพของเกมระดับนานาชาติ ทั้งเรื่องสีสันที่มีมิติและรายละเอียดของกราฟฟิกที่สมจริง

Home Sweet Home

โดย Home Sweet Home ซีซัน 2 นี้ ยังคงผูกเรื่องราวกับความเชื่อแบบไทยๆ แต่จะเพิ่มดีกรีความน่ากลัวผ่านฉากหลังของสถาปัตยกรรมไทย เช่น วัดวาอาราม ศาลพระภูมิเจ้าที่ บ้านทรงไทย ซึ่งมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน นับเป็นโอกาสอันดีที่จะเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รับรู้แก่กลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านสื่อสมัยใหม่ที่เข้าถึงง่าย

ที่ผ่านมาเกม Home Sweet Home ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2560 ได้รับความนิยมจากผู้เล่นเกมชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างล้นหลาม จึงทำให้มียอดดาวน์โหลดจากเว็บไซต์STEAM ติดอันดับเกมที่มียอดขายสูงสุดในเดือนแรก อีกทั้งได้รับความสนใจจากนักแคสเกมกว่า 120 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังเคยได้รับรางวัล Thai Game Award 2017รางวัลเกมไทยยอดเยี่ยมแห่งปี และได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วม Game Connection America 2017 ณ เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ใน 5 สาขา ได้แก่ เกมเดสท็อปยอดเยี่ยม เกมฮาร์ดคอร์ยอดเยี่ยม เกมที่ฉายแววโดดเด่นมากที่สุด เกมที่เล่าเรื่องราวได้น่าสนใจที่สุด และ เกมที่ออกแบบศิลป์โดดเด่นที่สุด

นอกจากนี้ ซัมซุงยังร่วมกับบริษัท เอ็มอินเตอร์แอคชั่น จำกัด เตรียมแผนงานครีเอทีฟแคมเปญ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแนวคิดของซัมซุงและการพัฒนาเกมดังกล่าว และสนับสนุนอุตสาหกรรมเกมไทยให้เป็นที่ยอมรับบนเวทีระดับโลกอย่างแท้จริง

from:http://mobileocta.com/samsung-to-share-thai-culture-through-the-home-sweet-home-game-into-season-2/