คลังเก็บป้ายกำกับ: Samsung_Galaxy

Samsung Galaxy Book 2 โน้ตบุ๊ก Windows 10 ชิป ARM, รองรับ S Pen, LTE ในตัว

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Book 2 โน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 สามารถแยกจอกับคีย์บอร์ดเพื่อใช้เป็นแท็บเล็ตได้ รองรับปากกา S Pen, ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 850 สำหรับโน้ตบุ๊ก Windows 10 on ARM พร้อมเชื่อมต่อ LTE ได้ในตัวด้วย

สเปก Samsung Galaxy Book 2 ประกอบไปด้วย

  • หน้าจอขนาด 12 นิ้ว Super AMOLED ความละเอียด FHD+ (2160×1440 พิกเซล)
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10
  • ชิป Qualcomm Snapdragon 850
  • แรม 4GB, รอม 128GB, รองรับ microSD card
  • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • พอร์ท USB Type-C สองพอร์ท, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • ลำโพงคู่ที่ออกแบบโดย AKG, ระบบเสียง Dolby Atmos
  • มีสแกนลายนิ้วมือ
  • การเชื่อมต่อ : 802.11 a/b/g/n/ac 2.4+5GHz, VHT80 MIMO, มีโมเด็ม Snapdragon X20 LTE ในตัว
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง (เมื่อใช้ S Mode)

Samsung Galaxy Book 2 เตรียมวางขาย 2 พฤศจิกายนนี้ ราคา 999.99 ดอลลาร์ หรือประมาณ 32,600 บาท รวมปากกา S Pen และคีย์บอร์ดด้วย

ที่มา : Samsung

No Description

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/105950

Advertisements

Galaxy Note 9 ขายในเกาหลีใต้ได้แล้ว 1 ล้านเครื่อง แต่ยังขายได้ช้ากว่า Note 8

นับตั้งแต่ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Note 9 เมื่อเดือนสิงหาคม เกือบ 2 เดือนนับตั้งแต่วางขาย ล่าสุดซัมซุงเผยยอดขาย Galaxy Note 9 ในเกาหลีใต้ ทะลุ 1 ล้านเครื่องแล้ว

โดย Galaxy Note 9 ใช้เวลา 54 วันในการสร้างยอดขายจำนวน 1 ล้านเครื่อง ซึ่งเร็วกว่าเรือธงรุ่น Galaxy S9 ที่ทำยอดขายถึง 1 ล้านเครื่องในระยะเวลา 60 วัน

อย่างไรก็ตาม Galaxy Note 9 ใช้เวลาสร้างยอดขาย 1 ล้านเครื่องได้ช้ากว่า Galaxy Note 8 ที่สามารถขายได้ถึง 1 ล้านเครื่องภายในระยะเวลาเพียง 48 วันเท่านั้น

ที่มา : ZDNet

No Description

from:https://www.blognone.com/node/105888

รีวิว Samsung Galaxy A7 กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายวิวมุมกว้างได้ พร้อมสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

Samsung Galaxy A7 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางซีรีส์ A รุ่นล่าสุดที่ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างชัดเจน ด้วยกล้องหลังที่ใส่มาถึง 3 ตัว เป็นครั้งแรกของซัมซุง, เปลี่ยนตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือจากปุ่มด้านหลัง มาเป็นปุ่มด้านข้างฝังติดมากับปุ่มพาวเวอร์

Galaxy A7 เตรียมวางขายในไทย 26 ตุลาคมนี้ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นแรม 4GB + 64GB ราคา 10,990 บาท และรุ่นแรม 6GB + 128GB ราคา 13,990 บาท มีสีดำ, สีน้ำเงิน และสีทอง

No Description

สเปกเครื่อง

ต้องขอบอกก่อนว่า Samsung Galaxy A7 รุ่นใหม่นี้ ทางซัมซุงจะไม่ใส่เลขปี 2018 ต่อท้ายเหมือนรุ่นที่แล้วอย่าง Galaxy A7 (2017) ซึ่งในความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนมองว่าอาจทำให้ผู้ใช้บางรายสับสนได้

สเปก Samsung Galaxy A7 รุ่นที่ได้มารีวิว มีดังนี้

  • จอขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ Super AMOLED
  • ใช้งานได้ 2 ซิม ประเภท Nano Sim
  • ชิปประมวลผล Exynos 7885
  • แรม 6GB, รอม 128GB, รองรับ microSD card
  • กล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ เลนส์ปกติ 24MP (F1.7), เลนส์ระยะลึก Depth Lens 5MP (F2.4) และเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Lens 120 องศา พร้อมแฟลช LED
  • กล้องหน้า 24MP (F2.0) พร้อมแฟลช LED
  • พอร์ท USB 2.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • ไม่กันน้ำ
  • แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh ไม่รองรับ Fast Charge

No Description

ตัวเครื่อง

Samsung Galaxy A7 ใช้กระจก Gorilla Glass 3 เป็นวัสดุหลัก ด้านหลังมีความเงางาม ดูหรูหรา เกิดรอยนิ้วมือง่าย แต่ก็เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายเช่นกัน แผงกล้องหลังมีลักษณะนูนออกมาเล็กน้อย เรียงเป็นแนวตั้งชิดอยู่ด้านซ้าย พร้อมแฟลช LED

No Description

No Description

หน้าจอขนาด 6 นิ้ว ไม่มีรอยแหว่ง ความละเอียด Full HD+ Super AMOLED ให้สีสันของการแสดงผลที่คมชัด สู้แสงมากๆ เมื่อใช้งานกลางแจ้งได้เป็นอย่างดี

ตัวเครื่องจัดว่าเป็นขนาดที่เหมาะกับหยิบถือได้สะดวกได้ด้วยมือเดียวและไม่ลื่น

No Description

กรอบของตัวเครื่องเป็นอีกจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ด้านขวานอกจากมีปุ่มปรับระดับเสียงแล้ว ยังมีสแกนลายนิ้วมือที่ถูกฝังมากับปุ่มพาวเวอร์ ถือเป็นครั้งแรกที่ซัมซุงเปลี่ยนตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือจากปุ่มด้านหลังมาไว้ด้านข้าง แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการสมาร์ทโฟน แต่ในความคิดเห็นของผู้เขียนมองว่าสะดวกต่อการใช้ไม่ว่าผู้ใช้จะถนัดมือซ้ายหรือมือขวา

No Description

ด้านซ้ายของตัวเครื่องเป็นช่องใส่ Nano Sim เป็นแบบสามสล็อต สามารถใส่สองซิมได้พร้อมกับ microSD card

No Description

ขอบด้านล่างเป็นพอร์ต USB 2.0, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และขีดเล็กๆ เป็นช่องลำโพงเสียง แต่การขับเสียงออกมาค่อนข้างดังใช้ได้เลยทีเดียว

No Description

การใช้งาน

Samsung Galaxy A7 ชิปประมวลผล Exynos 7885 พร้อมกับแรมที่ให้มาถึง 6GB, รอม 128GB เป็นความจุที่ค่อนข้างเยอะ แถมสามารถใส่ microSD card เสริมได้ด้วย ใครที่ชอบถ่ายรูปเยอะๆ ก็น่าจะหมดกังวลเรื่องพื้นที่เก็บข้อมูลเต็มเร็วได้

No Description

การใช้งานทั่วไปก็ถือว่าเพียงพอ ทั้งการเช็กอีเมล, เล่น Facebook, ส่องไอจี หรือสลับแอพไปมาก็ทำได้อย่างลื่นไหล ส่วนของการเล่นเกมจากที่ทดสอบกับเกม PUBG ทำได้ลื่น ยังไม่พบอาการสะดุดในระหว่างเล่น แต่หากปรับใช้กราฟิกในระดับสูงพบว่าตัวเครื่องจะร้อนค่อนข้างเร็ว

No Description

กล้องถ่ายภาพ

เป็นจุดขายสำคัญของ Galaxy A7 เลยก็ว่าได้ เพราะนับเป็นครั้งแรกที่ซัมซุงใส่กล้องหลังมาทีเดียวถึง 3 ตัว แม้แต่สมาร์ทโฟนระดับเรือธงอย่าง S9 / S9+ หรือ Note 9 ก็ยังไม่มีกล้อง 3 ตัวแบบนี้

กล้องหลัง 3 ตัว แบ่งได้ดังนี้

  • เลนส์ปกติ 24MP (F1.7) มีฟีเจอร์จับภาพในสภาพแสงน้อย ด้วยการรวมแสงจาก 4 พิกเซลเป็นพิกเซลเดียว
  • เลนส์ระยะลึก Depth Lens 5MP (F2.4) สำหรับทำ Live Focus และภาพ bokeh
  • เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Lens 120 องศา ความละเอียด 8MP (F2.2)

No Description

No Description

ส่วนตัวของผู้เขียนแล้วค่อนข้างชอบกับการถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง เพราะช่วยเก็บบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวได้แบบครบอยู่ในภาพเดียว ใครที่ชอบถ่ายภาพแบบ landscape อยู่ด้วยแล้วก็น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีได้ แถมยังมีเมนูที่สามารถสลับถ่ายภาพด้วยเลนส์ปกติกับเลนส์มุมกว้างให้เลือกใช้อย่างง่ายดายอีกด้วย

แต่ข้อจำกัดของการใช้เลนส์มุมกว้างจะไม่มี auto focus หรือเลือกโฟกัสเองได้ รวมไปถึงการถ่ายภาพในเวลากลางคืน ภาพที่ออกมาถือว่าพอใช้ได้ แต่รายละเอียดของสีสันยังไม่คมชัดเท่าไหน่นัก

No Description

นอกจากนี้กล้องหลังยังมาพร้อม AI ช่วยถ่ายภาพ คอยปรับสีและความสว่างของภาพแต่ละประเภทได้แบบอัตโนมัติ

ขณะที่กล้องหน้าให้ความละเอียดมาถึง 24 ล้านพิกเซล (F2.0) พร้อมแฟลช LED เท่าที่ลองถ่ายดูพบว่าทำให้ใบหน้าเนียนแบบไม่ต้องพึ่งแอพ

ตัวอย่างภาพถ่าย ไม่มีการปรับแต่งใดๆ เพียงย่อขนาดภาพเท่านั้น

เลนส์ปกติ

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

เลนส์มุมกว้าง

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

ระบบความปลอดภัย

อย่างที่บอกไปเมื่อตอนต้นว่า Galaxy A7 มีปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านข้าง ฝังมากับปุ่มพาวเวอร์ การสแกนถือว่าง่าย เหมาะทั้งคนที่ถนัดมือซ้ายหรือมือขวา สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็ว แถมสามารถสแกนได้แม้ในขณะที่หน้าจอปิดอยู่

นอกจากสแกนลายนิ้วมือยังมี Face Unlock หรือการจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกมาให้ใช้ด้วย เป็นอีกหนึ่งระบบความปลอดภัยที่ปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วไม่แพ้สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

No Description

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ใน Galaxy A7 ให้มา 3300 mAh เท่าที่ลองใช้งานดูพบว่าเพียงพอต่อการใช้งาน 1 วันได้แบบสบายๆ แต่ในรุ่นนี้จะไม่มีระบบ Fast Charge มาด้วย หากแบตเหลือน้อยหรือหมดต้องใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยเพื่อชาร์จจนกว่าแบตจะเต็ม

สรุป

Samsung Galaxy A7 ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ต้องบอกว่าได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความหรูหรา ดีไซน์บางเบา เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปและเล่นเกม จุดขายหลักๆ อยู่ที่กล้องหลัง 3 ตัวให้เลือกใช้ได้ตามใจ มีเลนส์มุมกว้างที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพแบบ landscape ส่วนกล้องหน้าก็จัดว่าเซลฟี่ปุ๊บ ได้ใบหน้าที่เนียนปั๊บ โดยไม่ต้องพึ่งแอพตกแต่งเพิ่ม

สำหรับพอร์ต USB 2.0 ในมุมหนึ่งอาจจะดูว่าสามารถใช้ร่วมกับสายชาร์จของอุปกรณ์บางรุ่น แต่หากเป็น USB Type-C น่าจะเป็นทางเลือกที่ดูทันสมัยมากกว่า นอกจากนี้การชาร์จแบตเตอรี่ที่ไม่มีระบบ Fast Charge มาให้ อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อชาร์จแบตให้เต็ม

from:https://www.blognone.com/node/105880

สัมผัสแรก Samsung Galaxy A9 ครั้งแรกของมือถือกล้องหลัง 4 ตัว ราคาไทย 19,990 บาท

เปิดตัวไปแล้วสำหรับ Samsung Galaxy A9 สมาร์ทโฟนระดับกลางซีรีส์ A รุ่นใหม่ โดยรอบนี้ซัมซุงมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนกับเรื่องกล้อง มีกล้องหลังมาให้ถึง 4 ตัว เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งทีมงาน Blognone มีโอกาสเข้าร่วมงานเปิดตัวและได้สัมผัสกับตัวเครื่องจริงเป็นช่วงเวลาสั้นๆ จึงนำประสบการณ์มาบอกเล่าคร่าวๆ ให้ได้รับทราบกันครับ

No Description

ตัวเครื่อง Samsung Galaxy A9 ใช้กระจก Gorrilla Glass 5 เป็นวัสดุหลักทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ฝาหลังขอบโค้งมีความมันวาว สวยงาม แต่เกิดรอยนิ้วมือง่าย มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือ (แตกต่างจาก Samsung Galaxy A7 รุ่นล่าสุดที่มีสแกนลายนิ้วมือฝังมากับปุ่มพาวเวอร์ด้านข้าง) มาพร้อม 3 สี ได้แก่ สีดำ (Cavier Black), สีน้ำเงิน (Lemonade Blue) และสีชมพู (Bubblegum Pink)

No Description

No Description

หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ไม่ใหญ่เกินไป สามารถจับถนัดได้ด้วยมือเดียว และไม่มีรอยแหว่ง ความละเอียดการแสดงผลเป็น Full HD+ Super AMOLED

No Description

No Description

ขอบตัวเครื่องเป็นโลหะ ตัวเครื่องด้านขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่มพาวเวอร์ ด้านซ้ายเป็นปุ่มเรียกใช้ Bixby

No Description

No Description

ถาดซิมอยู่ขอบบนตัวเครื่อง ส่วนด้านล่างเป็นพอร์ท USB Type-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และลำโพงเสียง

No Description

จุดขายสำคัญของ Samsung Galaxy A9 อยู่ที่กล้องหลัง 4 ตัว แบ่งเป็น

  • เลนส์ปกติ ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล (f/1.7)
  • เลนส์ถ่ายมุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.4)
  • เลนส์เทเลโฟโต้ ซูมได้ 2 เท่า ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ระยะลึก Depth Lens 5MP (F2.4) สำหรับทำ Live Focus และภาพ bokeh ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (f/2.2)

No Description

No Description

โดยในกล้องถ่ายภาพจะมีเมนูถ่ายภาพปกติ, ถ่ายมุมกว้าง และถ่ายแบบซูม 2 เท่า ให้เลือกใช้กันได้แบบง่ายๆ และสามารถบันทึกวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด UHD (3840 x 2160 พิกเซล)

No Description

ระบบความปลอดภัยใน Samsung Galaxy A9 นอกจากสแกนลายนิ้วมือแล้ว ยังมีระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าให้ด้วย ส่วนแบตเตอรี่ความจุ 3800 mAh รองรับ Fast Charging

สำหรับใครที่สนใจ Samsung Galaxy A9 จะมีเข้ามาวางขายในไทยกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยจะเป็นรุ่น แรม 6GB + 128GB ราคา 19,990 บาท และมีให้เลือกครบทั้ง 3 สี

from:https://www.blognone.com/node/105825

วิเคราะห์เกม Samsung Galaxy A9 เรามีมือถือ 4 กล้องไปเพื่ออะไร การตลาดหรือมากกว่านั้น

สัปดาห์นี้เราเห็น ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟน 4 กล้องอย่าง Galaxy A9 ที่โฆษณาว่าเป็นมือถือ 4 กล้องหลัง (Quad Camera) ตัวแรกของโลก

ในยุคที่มือถือแข่งเรื่องกล้องกันอย่างรุนแรง โลกมือถือก็ขยับจากกล้องเดี่ยว มาเป็นกล้องคู่ และสามกล้องอย่างรวดเร็ว จนล่าสุดมาถึงยุคของ 4 กล้อง หลายคนอาจเกิดคำถามว่านี่ออกจะเกินความจำเป็นไปแล้วหรือเปล่า บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ทิศทางของซัมซุงและโลกมือถือในภาพรวม ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปหลังนำพาโลกเข้าสู่ยุค 4 กล้อง

No Description

3 กล้อง + 4 กล้อง = Galaxy A7 และ Galaxy A9

ประเด็นแรกที่ควรทำความเข้าใจคือ ในงานแถลงข่าวที่มาเลเซียครั้งนี้ ซัมซุงไม่เพียงแต่เปิดตัวมือถือ 4 กล้อง (Galaxy A9) เพียงอย่างเดียว แต่ยังออกมือถือ 3 กล้อง (Galaxy A7) มาพร้อมกัน ดังนั้นเราต้องมองมือถือทั้งสองรุ่นในฐานะพี่น้องกัน

หากพิจารณาให้ละเอียดแล้ว กล้องของ Galaxy A7 กับ Galaxy A9 แทบเหมือนกันทุกประการ กล้องหน้าความละเอียด 24MP F/2.0 เท่ากัน

กล้องหลังของ Galaxy A7 ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัวคือ

  • เลนส์ปกติ 24MP (F1.7) มีฟีเจอร์จับภาพในสภาพแสงน้อย ด้วยการรวมแสงจาก 4 พิกเซลเป็นพิกเซลเดียว
  • เลนส์ระยะลึก Depth Lens 5MP (F2.4) สำหรับทำ Live Focus และภาพ bokeh
  • เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Lens 120 องศา ความละเอียด 8MP (F2.2)

No Description

ส่วนกล้องหลังของ Galaxy A9 มีทุกอย่างเหมือนของ A7 แต่เพิ่มเลนส์ Telephoto 10MP สำหรับการซูม 2X optical เข้ามา

No Description

ดังนั้นในภาพรวมแล้ว เราสามารถมอง A7/A9 เป็นผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกันแต่เป็นคนละรุ่นย่อย ตามระดับราคาเท่านั้น (จ่ายแพงเพิ่มอีกหน่อยได้ 4 กล้องแทนที่จะเป็น 3 กล้อง)

4 กล้องเพื่อการตลาด

คำถามสำคัญคือซัมซุงยัด 4 กล้องเข้ามาทำไม คำตอบที่ชัดเจนย่อมหนีไม่พ้นเหตุผลด้านการตลาด เพราะการโฆษณาว่ามือถือมี 4 กล้อง ถ่ายรูปได้ดีกว่า 3 กล้องหรือ 2 กล้อง ย่อมเข้าใจง่ายและตรงไปตรงมากว่าการดูคะแนนรีวิวหรือคุณภาพของรูปถ่ายมาก

Huawei แสดงให้เห็นเรื่องนี้อย่างชัดเจนกับ P20 Pro ที่มี 3 กล้อง และสร้างความแตกต่างจากสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่นๆ ในปี 2018 ได้

ซัมซุงถือว่ามาช้าในเกมจำนวนกล้องมาโดยตลอด เพราะบริษัทเพิ่งยอมใช้ 2 กล้องครั้งแรกใน Galaxy Note 8 ช่วงปลายปี 2017 ในขณะที่คู่แข่งนำหน้าไปได้สักพักแล้ว การกลับมาคราวนี้จึงต้องแซงหน้าด้วยจำนวนกล้องที่เยอะกว่าคือ 3 กล้องและ 4 กล้องในทีเดียวไปเลย

คำว่า World’s First ยังขายได้เสมอ

alt="삼성전자, 세계 최초 쿼드 카메라 탑재 ‘갤럭시 A9' 전격 공개"

ประโยชน์ของ 4 กล้อง คือ ตอบโจทย์การถ่ายภาพในทุกสถานการณ์

แต่ถ้าพิจารณาดูให้ลึกซึ้งกว่านั้น กล้องทั้ง 4 แบบที่ซัมซุงใส่เข้ามาใน A9 ต่างก็มีประโยชน์ในสถานการณ์การถ่ายภาพที่แตกต่างกันไป

  • กล้องหลัก 24MP รองรับการถ่ายภาพทั่วๆ ไป
  • เลนส์มุมกว้าง 120 องศา สำหรับการถ่ายภาพวิวในระยะใกล้ที่ต้องการเก็บภาพให้ครบ นอกจากนี้ ซัมซุงยังโชว์ฟีเจอร์พาโนรามาที่ใช้เลนส์มุมกว้างตัวนี้ ช่วยให้เก็บภาพได้ครบมากขึ้นด้วย
  • เลนส์ระยะลึก สำหรับถ่ายภาพเบลอฉากหลัง เห็น bokeh ตามสมัยนิยม
  • เลนส์ซูม ก็ตรงไปตรงมาคือสามารถซูม 2 เท่า เห็นภาพชัดขึ้นในจุดที่ต้องยืนถ่ายภาพจากระยะไกล

นอกจากนี้ ซัมซุงยังโชว์ความสามารถการรวมแสงจาก 4 กล้องเพื่อช่วยคำนวณภาพถ่ายในสภาพแสงน้อยๆ ถือเป็นข้อดีอีกอย่างของการมีกล้องจำนวนมากๆ คอยรับแสงพร้อมกัน

หากถามว่าการถ่ายภาพทั้งหมดจำเป็นต้องใช้ 4 กล้องหรือไม่ ตัวอย่างในด้านกลับที่ชัดเจนคือ Pixel 3 ที่ยังคงแนวทาง “กล้องตัวเดียว” อย่างเหนียวแน่น และสามารถทำงานทั้งหมดข้างต้นด้วยฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทอื่นจะมีซอฟต์แวร์กล้องดีระดับกูเกิลคงไม่ใช่เรื่องง่าย (บางรีวิวยังให้ iPhone XS แพ้ Pixel 2 ด้วยซ้ำ) การใช้ฮาร์ดแวร์หลายตัวช่วยกันอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า รวมถึงเหตุผลด้านการตลาดดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

คลิปสรุปไฮไลท์งานเปิดตัว Galaxy A7/A9

ใครคือกลุ่มลูกค้าของมือถือ 4 กล้อง: Generation Instagram

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือในงานแถลงข่าวของซัมซุง ระบุชัดเจนว่ากลุ่มลูกค้าของ Galaxy A7 และ A9 คือ “Generation Instagram” ซึ่งอาจไม่ใช่ลูกค้ากลุ่มเดียวกับมือถือเรือธงกระแสหลัก

นิยามของ Generation Instagram อาจไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจน แต่ความหมายกว้างๆ คงหมายถึงวัยรุ่นที่เน้นการถ่ายภาพเพื่อแชร์ในเชิงไลฟ์สไตล์นั่นเอง

เหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ Galaxy A7/A9 รุ่นปี 2018 เลือกใช้สีและวัสดุที่แตกต่างออกไปจากมือถือซีรีส์เรือธง เน้นสีสันสดใสโดดเด่น เหมาะกับวัยรุ่นมากขึ้น, ธีมงานเปิดตัวที่ใช้คำว่า 4x fun รวมถึงการเลือกเวทีเปิดตัวเป็นประเทศกำลังพัฒนาอย่างมาเลเซีย แตกต่างไปจาก Galaxy S/Note ที่ซัมซุงเลือกเปิดตัวที่นิวยอร์กมาโดยตลอด

ปัจจัยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ซัมซุงมองกลุ่มลูกค้า A7/A9 แตกต่างออกไปจากมือถือซีรีส์อื่นๆ และคาดเดาว่าการนำเสนอมือถือ 4 กล้องจะตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ (ที่อาจไม่มีเงินเยอะระดับซื้อมือถือเรือธง แต่ก็ต้องการมือถือที่ถูกกว่าสักหน่อย และได้ฟีเจอร์ขั้นสูงลักษณะเดียวกัน)

คลิปโฆษณา Galaxy A9 ที่แสดงให้เห็นกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นอย่างชัดเจน

4 กล้องกับมือถือระดับกลาง จุดยืนใหม่ของ Galaxy A Series

ก่อนหน้านี้ DJ Koh หัวหน้าฝ่ายธุรกิจสมาร์ทโฟนของซัมซุง ให้สัมภาษณ์ว่าซัมซุงจะปรับยุทธศาสตร์ของ Galaxy A Series ใหม่ นำเทคโนโลยีใหม่บางอย่าง มาไว้ในรุ่นที่ราคาถูกกว่าก่อน

DJ Koh ขึ้นเวทีงานเปิดตัว Galaxy A7/A9 ด้วย และเขาก็ยืนยันประเด็นนี้โดยบอกว่ามือถือสองรุ่นนี้ถือเป็น “ก้าวแรก” ของนโยบายใหม่ ที่เปลี่ยนวิธีการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ของซัมซุงไปจากเดิม (เขาใช้คำว่า reinventing breakthrough technology)

สิ่งที่น่าจับตาคงหนีไม่พ้นประเด็นว่า ซัมซุงจะประสบความสำเร็จกับ A7/A9 ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่มากน้อยแค่ไหน ตรงนี้คนนอกอาจประเมินได้ยากเพราะซัมซุงแทบไม่เคยเปิดเผยยอดขายมือถือเฉพาะรุ่น แต่เราอาจดูได้ทางอ้อมจากแนวทางการออกมือถือใหม่ของซัมซุงในปีหน้า 2019 ว่าไปในทิศทางใดต่อ มีการต่อยอดจากทิศทางของ A7/A9 หรือไม่

No Description

ทิศทางของซัมซุงในอนาคต

หลังการเปิดตัวมือถือ 4 กล้องมาสั่นสะเทือนโลกมือถือ สิ่งที่น่าจับตามองคงมีแค่ 2 ประเด็น

อย่างแรกคือ ซัมซุงจะนำเทคโนโลยี 3 หรือ 4 กล้องเข้ามาใส่ในมือถือเรือธงรุ่นถัดไป (Galaxy S10) หรือไม่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะเป็นการสะท้อนมุมมองของซัมซุงให้โลกเห็นว่า ตกลงแล้วมือถือตัวไหนกันแน่ที่มีกล้องทรงพลังกว่ากัน คุณค่าของมือถือ 4 กล้องที่เน้นการถ่ายภาพ กับมือถือเรือธงที่ควรให้คุณภาพของภาพออกมาดีที่สุด แตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร

อย่างที่สองคือ คู่แข่งของซัมซุง ผู้ผลิตมือถือรายอื่นๆ จะตอบสนองปัจจัย 4 กล้องอย่างไร จะใส่ 4 กล้องเข้ามาแข่งเหมือนกัน หรือจะเพิกเฉยแล้วปล่อยให้ซัมซุงมุ่งไปกับ 4 กล้องเพียงรายเดียว

เราคงได้เห็นคำตอบเหล่านี้กันภายในช่วงต้นปี 2019 ที่มือถือใหม่ๆ รอบต้นปีจะทยอยเปิดตัวกัน

from:https://www.blognone.com/node/105823

หรือ Samsung เตรียมตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ทิ้งไปกับเขาด้วย โดยจะเริ่มจาก Galaxy Note 10 เป็นรุ่นแรก

ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้ จะเห็นว่ามือถือจากหลายๆ แบรนด์ โดยเฉพาะมือถือระดับเรือธง เริ่มตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ทิ้งกันไปหมดแล้ว และบังคับให้มาใช้หูฟังแบบ USB-C หรือหูฟังไร้สายแทน (บางรุ่นก็ดีหน่อยที่ยังให้ตัวแปลงมาด้วย) จะเหลืออยู่แค่ไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่ยังคงมีให้ใช้อยู่ โดยหนึ่งในนั้นก็คือ Samsung นั่นเอง แต่ล่าสุดได้มีรายงานออกมาว่า Samsung เตรียมตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ทิ้งตั้งแต่รุ่น Galaxy Note 10 เป็นต้นไป

ดูเหมือนว่าจะหมดยุคสำหรับรูหูฟัง 3.5 มม. ที่ใช้กับมือถือจริงๆ ซะแล้ว หลังจากที่แบรนด์มือถือเจ้าตลาดอย่าง Samsung ยังมีข่าวลือว่าตั้งแต่ Galaxy Note 10 เป็นต้นไป จะไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. ให้ใช้แล้ว หลังจากที่ Samsung ยืนหยัดไม่ตามกระแสใครด้วยการเปลี่ยนมาใช้หูฟังแบบ USB-C เหมือนแบรนด์อื่นๆ แต่เนื่องจากปัจจุบันตลาดหูฟังไร้สายกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก โดยยอดขายรวมๆ ของหูฟังไร้สายจากทั่วโลกมีแนวโน้มว่าจะพุ่งขึ้นไปถึง 73.9 ล้านชิ้น ภายในปี 2019 และจะพุ่งขึ้นไปเกิน 100 ล้านชิ้น ภายในปี 2022 ถือเป็นจำนวนที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 42% ในช่วง 3 – 4 ปี

ข้อดีของการตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ออกไปก็คือ ภายในตัวมือถือจะมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น พอให้ใส่แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเอาไว้ใส่อุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ และแน่นอนว่า Samsung น่าจะใจดีพอที่จะแถมตัวแปลง USB-C > 3.5 มม. มาให้ในกล่องของมือถือรุ่นที่ถูกตัดรูหูฟังทิ้งด้วย

ถึงแม้ว่าเวลาของช่องหูฟัง 3.5 ใกล้จะหมดลงในทุกๆ ที แต่อย่างน้อยก็หวังว่า Samsung จะไม่ตัดช่องใส่ MicroSD Card ทิ้งไปเหมือนแบรนด์อื่นๆ ด้วยล่ะ เพราะตอนนี้มือถือเรือธงทั้งหลายก็เริ่มไม่รองรับ MicroSD Card กันแล้ว

 

ที่มา : GSMarena

from:https://droidsans.com/samsung-removing-3-5mm-jack-from-note-10/

Samsung Galaxy A9 (2018) เปิดตัว กล้องหลัง 4 ตัวครั้งแรกของโลก วางขาย พ.ย.นี้

ซัมซุงเปิดตัว Samsung Galaxy A9 (2018) สมาร์ทโฟนระดับกลางซีรีส์ A รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัวครั้งแรกของโลก ดีไซน์ตัวเครื่องเป็นกระจกคล้ายกับรุ่น Galaxy A7 (2018) มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ (Cavier Black), สีน้ำเงิน (Lemonade Blue) และสีชมพู (Bubblegum Pink)

Samsung Galaxy A9 (2018) กล้อง 4 ตัวประกอบไปด้วย

  • เลนส์ปกติ ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล (f/1.7)
  • เลนส์ถ่ายมุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.4)
  • เลนส์เทเลโฟโต้ ซูมได้ 2 เท่า ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ระยะลึก Depth Lens 5MP (F2.4) สำหรับทำ Live Focus และภาพ bokeh ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (f/2.2)

No Description

ส่วนสเปกอื่นๆ มีดังนี้

  • หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ Super AMOLED
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
  • หน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core
  • แรม 6GB / 8GB, รอม 128GB, รองรับ microSD card ความจุสูงสุด 512GB
  • กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล (f/2.0)
  • พอร์ท USB Type-C
  • มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้านหลัง
  • แบตเตอรี่ความจุ 3800 mAh รองรับ Fast Charging

Samsung Galaxy A9 (2018) จะวางขายเดือนพฤศจิกายน แต่ยังไม่ระบุราคาตอนนี้

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/105795