คลังเก็บป้ายกำกับ: SMART_CITY

Uber สารภาพว่าได้ปิดเรื่องข้อมูลรั่วไหลครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปีที่ผ่านมา

Uber ได้ออกมาแถลงต่อสาธารณะว่า ตนเองเคยตกเป็นเหยื่อข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้มากกว่า 56 ล้านราย และของคนขับกว่าหกแสนคัน โดยอธิบายว่า เมื่อปลายปี 2559 ได้ตรวจพบว่ามีบุคคลภายนอกสองรายที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ที่จัดเก็บบนบริการบนคลาวด์ของเธิร์ดปาร์ตี้ที่ Uber ใช้งานอยู่

ข้อมูลที่ถูกจารกรรมไปได้แก่ ชื่อ, อีเมล์, และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ใช้ Uber รวมทั้งชื่อและเลขทะเบียนรถของคนขับในสหรัฐฯ กว่า 600,000 ราย ซึ่งทางอูเบอร์ย้ำว่าไม่มีข้อมูลสำคัญอย่างเลขบัตรเครดิต, เลขประจำตัวประกันสังคม, หรือวันเดือนปีเกิดหลุดรั่วออกไปด้วย

เมื่อตอนตรวจพบนั้น อูเบอร์กล่าวว่าได้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวทันที พร้อมเสาะหาจนพบบุคคลที่ล้วงข้อมูลดังกล่าว และจัดการต่อด้วยตนเองจนแน่ใจว่าข้อมูลที่ถูกโหลดไปนั้นถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ แต่จากรายงานของ Bloomberg ได้ระบุว่าอูเบอร์ยอมจ่ายค่าไถ่กว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้แฮ็กเกอร์ทั้งสองรายนั้นลบข้อมูล และเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของอดีตหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัย Joe Sullivan ซึ่งถูกไล่ออกจากอูเบอร์ไปแล้ว อูเบอร์ย้ำอีกว่า แม้จะยังไม่ตรวจพบการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ แต่ก็ได้ทำเครื่องหมายบนบัญชีผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อเฝ้าระวังเป็นพิเศษ อนึ่ง การออกมาประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากซีอีโอคนเก่า Travis Kalanick ถูกบอร์ดบีบออก และแต่งตั้งซีอีโอใหม่ Khosrowshahi เมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา

ที่มา : http://www.eweek.com/security/uber-admits-it-hid-massive-data-breach-of-57m-users-and-drivers

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8966

Advertisements

Uber สารภาพว่าได้ปิดเรื่องข้อมูลรั่วไหลครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปีที่ผ่านมา

Uber ได้ออกมาแถลงต่อสาธารณะว่า ตนเองเคยตกเป็นเหยื่อข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้มากกว่า 56 ล้านราย และของคนขับกว่าหกแสนคัน โดยอธิบายว่า เมื่อปลายปี 2559 ได้ตรวจพบว่ามีบุคคลภายนอกสองรายที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ที่จัดเก็บบนบริการบนคลาวด์ของเธิร์ดปาร์ตี้ที่ Uber ใช้งานอยู่

ข้อมูลที่ถูกจารกรรมไปได้แก่ ชื่อ, อีเมล์, และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ใช้ Uber รวมทั้งชื่อและเลขทะเบียนรถของคนขับในสหรัฐฯ กว่า 600,000 ราย ซึ่งทางอูเบอร์ย้ำว่าไม่มีข้อมูลสำคัญอย่างเลขบัตรเครดิต, เลขประจำตัวประกันสังคม, หรือวันเดือนปีเกิดหลุดรั่วออกไปด้วย

เมื่อตอนตรวจพบนั้น อูเบอร์กล่าวว่าได้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวทันที พร้อมเสาะหาจนพบบุคคลที่ล้วงข้อมูลดังกล่าว และจัดการต่อด้วยตนเองจนแน่ใจว่าข้อมูลที่ถูกโหลดไปนั้นถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ แต่จากรายงานของ Bloomberg ได้ระบุว่าอูเบอร์ยอมจ่ายค่าไถ่กว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้แฮ็กเกอร์ทั้งสองรายนั้นลบข้อมูล และเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของอดีตหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัย Joe Sullivan ซึ่งถูกไล่ออกจากอูเบอร์ไปแล้ว อูเบอร์ย้ำอีกว่า แม้จะยังไม่ตรวจพบการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ แต่ก็ได้ทำเครื่องหมายบนบัญชีผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อเฝ้าระวังเป็นพิเศษ อนึ่ง การออกมาประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากซีอีโอคนเก่า Travis Kalanick ถูกบอร์ดบีบออก และแต่งตั้งซีอีโอใหม่ Khosrowshahi เมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา

ที่มา : http://www.eweek.com/security/uber-admits-it-hid-massive-data-breach-of-57m-users-and-drivers

from:https://www.enterpriseitpro.net/uber-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/

Cisco สนับสนุนเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ แก่ Smart City ทั่วโลก

Cisco Capital บริษัทด้านการลงทุนของ Cisco Systems ได้เปิดตัวโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อวางระบบโครงสร้างพื้นฐานเมืองใหญ่เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้เมืองใหญ่ทั่วโลกสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีด้านสมาร์ทซิตี้ได้ง่ายขึ้น, เร็วขึ้น, ในราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ซิสโก้มองผลตอบแทนที่ได้รับจากเมืองที่เข้าร่วมในเชิงของการโฆษณาว่าแต่ละเมืองใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทุกกระบวนการจากซิสโก้ ทั้งนี้ Cisco Capital ร่วมมือกับบริษัทลงทุนในหุ้นนอกตลาด Digital Alpha Advisors รวมทั้งบริษัทจัดการกองทุนอย่าง APG Asset Management (APG) และ Whitehelm Capital

ซิสโก้มองว่า การสนับสนุนเงินทุนถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปฏิรูประบบจัดการเมืองให้กลายเป็นสมาร์ทซิตี้ ซึ่งโครงการนี้ซิสโก้จะสนับสนุนทั้งเงินลงทุน และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องในการทำให้ฝันในการสร้างสมาร์ทซิตี้เป็นจริงได้ โครงการนี้จะช่วยให้แต่ละเมืองเลือกรูปแบบเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมในการติดตั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่อย่างเหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด

นอกจากนี้ ในงาน Smart City Expo World Congress ที่บาเซโลน่าที่ผ่านมานั้น ซิสโก้ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิตอลที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Cisco Kinetic for Citiesที่ผสานการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มประมวลผลข้อมูล IoT อย่าง Cisco Kinetic เพื่อยกระดับระบบความปลอดภัยสาธารณะอีกด้วย

ที่มา : http://www.eweek.com/networking/cisco-reveals-1-billion-program-for-smart-cities-infrastructure

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8944

Cisco สนับสนุนเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ แก่ Smart City ทั่วโลก

Cisco Capital บริษัทด้านการลงทุนของ Cisco Systems ได้เปิดตัวโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อวางระบบโครงสร้างพื้นฐานเมืองใหญ่เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้เมืองใหญ่ทั่วโลกสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีด้านสมาร์ทซิตี้ได้ง่ายขึ้น, เร็วขึ้น, ในราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ซิสโก้มองผลตอบแทนที่ได้รับจากเมืองที่เข้าร่วมในเชิงของการโฆษณาว่าแต่ละเมืองใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทุกกระบวนการจากซิสโก้ ทั้งนี้ Cisco Capital ร่วมมือกับบริษัทลงทุนในหุ้นนอกตลาด Digital Alpha Advisors รวมทั้งบริษัทจัดการกองทุนอย่าง APG Asset Management (APG) และ Whitehelm Capital

ซิสโก้มองว่า การสนับสนุนเงินทุนถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปฏิรูประบบจัดการเมืองให้กลายเป็นสมาร์ทซิตี้ ซึ่งโครงการนี้ซิสโก้จะสนับสนุนทั้งเงินลงทุน และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องในการทำให้ฝันในการสร้างสมาร์ทซิตี้เป็นจริงได้ โครงการนี้จะช่วยให้แต่ละเมืองเลือกรูปแบบเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมในการติดตั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่อย่างเหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด

นอกจากนี้ ในงาน Smart City Expo World Congress ที่บาเซโลน่าที่ผ่านมานั้น ซิสโก้ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิตอลที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Cisco Kinetic for Citiesที่ผสานการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มประมวลผลข้อมูล IoT อย่าง Cisco Kinetic เพื่อยกระดับระบบความปลอดภัยสาธารณะอีกด้วย

ที่มา : http://www.eweek.com/networking/cisco-reveals-1-billion-program-for-smart-cities-infrastructure

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-1-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad/

(How-to) 9 ทิปเด็ดเคล็ดลับปกป้อง IoT ในบ้านจากเหล่าร้าย

ทุกวันนี้ ทุกบ้านต่างมีอุปกรณ์อย่างน้อยหนึ่งชิ้นที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตภายนอก ยังไม่นับรวมอุปกรณ์ติดตัวอย่างแล็ปท็อป, แท็บเล็ต, และสมาร์ทโฟน ซึ่งอุปกรณ์อัจฉริยะเหล่านี้มักตกเป็นเครื่องมือให้แฮ็กเกอร์นำไปใช้โจมตีชาวบ้าน หรือลากคุณไปเอี่ยวกับอาชญากรรมโดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะโดนสิงเป็นซอมบี้ร่วมในกองทัพ DDoS หรือกลายเป็นอุปกรณ์สายลับสืบข้อมูลในบ้านซะเอง เป็นต้น

การรักษาความปลอดภัยให้แก่อุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งทาง SecureReading.com ได้รวบรวมทิปเด็ด 9 ประการที่ช่วยปัดรังควานแฮ็กเกอร์ไม่ให้มาข้องแวะกับทรัพย์สินในบ้านของคุณไว้ดังต่อไปนี้

1. เปลี่ยนรหัสผ่าน หรือเปลี่ยนค่าเซ็ตติ้งที่มาจากโรงงาน โดยให้แน่ใจว่ามีการตั้งรหัสที่แข็งแกร่งเพียงพอ รวมทั้งปิดฟีเจอร์ Universal Plug and Play (UPnP)บนเราเตอร์และอุปกรณ์ IoT เท่าที่ทำได้

2. แบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนย่อยๆ เราท์เตอร์บางรุ่นสามารถแบ่งเครือข่ายฝั่งแลนได้ด้วย ซึ่งก็ควรแยกเครือข่ายของพวก IoT ออกจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงานหรือเข้าถึงเว็บออนไลน์แบ้งกิ้ง

3. อัพเดตเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ IoT อยู่เสมอ เพื่อแพ็ตช์ช่องโหว่ก่อนที่แฮ็กเกอร์จะใช้เป็นช่องทางเข้าถึงหลังบ้านของคุณ

4. หลีกเลี่ยงการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับเครือข่ายสาธารณะที่ไม่ปลอดภัย พยายามใช้ HTTPS และหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่ไม่มีการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งใช้ VPN ทุกครั้งที่เชื่อมต่อเข้าเครือข่ายภายในบ้านจากระยะไกล

5. ปลดการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ต เช่น ถ้าใช้ปริ้นเตอร์ผ่านสาย USB ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi

6. พึงระวังอุปกรณ์ทุกตัวที่เชื่อมต่อเน็ตได้ ที่คุณอาจมองข้าม ที่จำเป็นต้องเข้าตั้งค่าและรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสมให้ครอบคลุม เช่น เกมคอนโซล, เครื่องเล่นเพลง, หรืออุปกรณ์อะไรที่มีไมค์หรือกล้อง เป็นต้น

7. ใช้ไฟร์วอลล์เพื่อปิดกั้นทราฟิกที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น การใช้ระบบ UTM ในจุดที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสแกนเนอร์, ปริ๊นเตอร์, ทีวี, ประตูอัตโนมัติ, หรือแม้แต่เทอร์โมสแตต

8. ระวังความปลอดภัยทางกายภาพด้วย เช่น อุปกรณ์ที่มีพอร์ตแลนว่างให้คนภายนอกแอบมาเสียบเชื่อมต่อเข้าเครือข่ายในบ้านได้ง่ายๆ

9. ศึกษาให้ดีก่อนซื้ออุปกรณ์ IoT นั้นๆ มาใช้ โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยและการประเมินความเสี่ยงด้านการรักษาความเป็นส่วนตัว พยายามเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เช่น ใช้การเชื่อมต่อที่เข้ารหัส หรือมีการอัพเดตอยู่เสมอ

ที่มา : https://securereading.com/nine-tips-for-securing-iots-and-smart-home-devices

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8894

เมือง Toronto ร่วมมือกับ Waze แชร์ข้อมูลการจราจรให้กันและกัน

เมือง Toronto ในแคนาดาได้ประกาศร่วมมือกับ Alphabet ในการพัฒนาเมืองสมาร์ทซิตี้มาแล้ว ล่าสุดก็ทาง Toronto ก็เริ่มกระบวนการแชร์ข้อมูลการจราจรกับ Waze ผู้ให้บริการแผนที่และระบบนำทางภายใต้บริษัท Google แล้ว

การแชร์ข้อมูลการจราจรระหว่าง Toronto และ Waze นี้จะเป็นแบบสองทาง คือทั้งสองฝ่ายจะนำข้อมูลที่มีอยู่มาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน โดยเป้าหมายคือต้องการปรับปรุงระบบการนำทางภายในเมือง

ระบบของ Waze นี้จะนำทางโดยคำนวณข้อมูลแบบนาทีต่อนาที ทั้งสภาพอากาศ และแผนที่ โดยการเก็บข้อมูลแบบ crowdsourcing รวมถึง Waze ยังมีโครงการ Connected Citizens Program เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานปกครองเมืองและการคมนาคมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้ทางบริษัทมีฐานข้อมูลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงยังให้เป็นการให้ข้อมูล crowdsourcing ที่รายงานโดยผู้ใช้กลับไปยังหน่วยงานที่ดูแลด้านนี้ด้วย

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/97450

[PR] หัวเว่ย เดินหน้านวัตกรรม ICT สร้างระบบควบคุมสั่งการเมืองอัจฉริยะ หนุนพัฒนาสมาร์ทซิตี้กว่า 100 แห่ง

บาร์เซโลนา, สเปน–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ – แลกเปลี่ยนแนวทางระดับโลกในงานประชุม SCEWC 2017 ณ บาร์เซโลนา

หัวเว่ย เข้าร่วมการประชุม Smart City Expo World Congress 2017 (SCEWC) ในบาร์เซโลนา ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Leading New ICT, Creating a Smart City Nervous System” เพื่อเน้นย้ำว่า เมืองอัจฉริยะเปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตที่ทำงานได้อย่างไร้รอยต่อเพื่อเรียนรู้และยกระดับบริการต่างๆในเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยภายในงานนี้ หัวเว่ย ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก ได้จัดแสดงโซลูชั่น ICT ที่เชื่อมโลกดิจิทัลและโลกกายภาพเข้าด้วยกัน เพื่อการบริหารจัดการเมือง บริการสาธารณะ และเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ซึ่งนวัตกรรม ICT รูปแบบใหม่ๆ อาทิ คลาวด์คอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้โซลูชั่นเหล่านี้ขับเคลื่อนความร่วมมือที่เป็นหนึ่ง ตลอดจนผลักดันการประสานงานระหว่างภาคธุรกิจ และการวิเคราะห์อัจฉริยะ เพื่อการจัดการบริการต่างๆในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ในโอกาสนี้ หัวเว่ยยังได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Smart City Summit ขนานกับการประชุม SCEWC โดยเปิดโอกาสให้บรรดาตัวแทนจากสหภาพยุโรป องค์กรมาตรฐานสากล บริษัทที่ปรึกษาชื่อดังระดับโลก สถาบันวิจัยที่เกี่ยวข้อง และเมืองอัจฉริยะชั้นแนวหน้า ได้มาร่วมกันแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ร่วมกับคณะผู้บริหารเมืองกว่า 400 คนจากทั่วทุกมุมโลก   

หัวเว่ย สร้างระบบประสาทควบคุมสั่งการเมืองอัจฉริยะ ขับเคลื่อนให้เมืองมีชีวิต

การที่จะพัฒนาเมืองให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านเมืองสู่ดิจิทัล เพื่อรับมือกับความท้าทายในโลกความเป็นจริงทางกายภาพ กระบวนการดังกล่าวต้องการระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งผสานการจัดการและข้อมูล IoT เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ทางการสามารถจัดการเมืองและบูรณาการโลกดิจิทัลและโลกกายภาพ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารเมืองตั้งแต่ฐานราก และต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อการพัฒนาอันรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังต้องมีทีมงานที่แข็งแกร่งและมีความสามารถ การลงทุนระยะยาวและมีเสถียรภาพ และผู้นำเมืองต้องร่วมมือกับผู้ให้บริการดิจิทัลระดับชั้นนำที่สามารถช่วยเหลือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้ 

หยาน หลี่ต้า ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ของหัวเว่ย กล่าวว่า “เมืองอัจฉริยะเปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิต ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบประสาท ระบบประสาทของเมืองอัจฉริยะนี้ประกอบไปด้วย “สมอง” (ศูนย์ควบคุม) และ “เส้นประสาท” (เครือข่ายและเซ็นเซอร์) ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของเมืองในแบบเรียลไทม์ จากนั้นจึงถ่ายทอดข้อมูล เพื่อช่วยให้ “สมอง” วิเคราะห์และทำการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ ต่อไปจึงควบคุมสั่งการ และนำไปสู่การดำเนินการอย่างอัจฉริยะในท้ายที่สุด สิ่งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโลกดิจิทัลและโลกกายภาพได้อย่างไร้รอยต่อ หัวเว่ยได้ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม ICT รูปแบบใหม่ๆ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง, IoT และ AI ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบประสาทที่แข็งแกร่งเพื่อเป็นขุมพลังขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ เราพัฒนาแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับเมืองอัจฉริยะโดยอาศัยนวัตกรรมและการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่หลากหลาย แพลตฟอร์มที่เราพัฒนาขึ้นนี้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆได้หลายชนิด และสามารถรองรับการประยุกต์ใช้งานในหลายรูปแบบ เราตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ที่สนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน หัวเว่ยเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโซลูชั่น ICT เพียงไม่กี่เจ้าในอุตสาหกรรมที่สามารถนำเสนอโซลูชั่น cloud-pipe-device ได้อย่างครบวงจร อันจะนำไปสู่การเชื่อมต่อระหว่างโลกดิจิทัลและโลกกายภาพ เราจะเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรในวงการเพื่อสร้างสรรค์การออกแบบในระดับสูงสุด ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการของเหล่าผู้บริหารเมือง และบรรลุเป้าหมายแห่งการเป็นเมืองอัจฉริยะ รวมทั้งจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อทำให้เกิดการบริหารจัดการเมืองที่ดี ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม และนำผลประโยชน์ไปสู่ประชาชน

หัวเว่ย เผยโฉมศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะสู่สายตาผู้ร่วมงานจากทั่วโลก

ในระหว่างการประชุมสุดยอด Global Smart City Summit หัวเว่ยได้เปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ หรือ Intelligent Operation Center (IOC) ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ทำหน้าที่เป็น “สมอง” ให้กับเมืองอัจฉริยะ พร้อมเชื่อมต่อโลกดิจิทัลกับโลกกายภาพ

โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ IOC ประกอบด้วย ศูนย์ข้อมูลคลาวด์แบบกระจาย และเครือข่ายเมืองแบบยูบิควิตัส ซึ่งจะรวบรวม ผสมผสาน และแบ่งปันข้อมูลต่างๆของเมือง ทำให้สามารถสอดส่องดูแลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ IOC ยังใช้แพลตฟอร์มการสื่อสารแบบบูรณาการ หรือ Integrated Communications Platform (ICP) ซึ่งช่วยให้ส่วนหน้าที่ต่างๆของเมืองสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างชาญฉลาด ตลอดจนส่งความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ทันท่วงที โดย IOC ได้นำเทคโนโลยีบิ๊กดาต้า การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) และปัญญาประดิษฐ์มาใช้ เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการวางผังเมืองและบริหารจัดการบริการที่สำคัญๆ อย่างเช่นการขนส่ง และการรักษาความปลอดภัย

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีบริการบรอดแบนด์ทั้งแบบใช้สายและไร้สาย, แพลตฟอร์ม IoT และระบบปฏิบัติการ LiteOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการอัจฉริยะขนาดเล็กที่มีความปลอดภัย ทำหน้าที่เหมือนกับระบบประสาทส่วนปลายที่คอยรวบรวมข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจของสมอง ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในโลกทางกายภาพ

การปฏิวัติเมืองอัจฉริยะต้องอาศัยการเชื่อมต่อโครงข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ  E2E และพันธมิตรด้านดิจิทัลที่สามารถให้การสนับสนุนอย่างรอบด้าน

หัวเว่ยและพันธมิตรร่วมกันรังสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะในห้องวิจัยแบบเปิด หรือ OpenLabs ทั้ง 13 แห่งทั่วโลก โดย OpenLabs นำเสนอแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐาน ICT แบบเปิดที่ครบวงจรเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ที่ช่วยให้พันธมิตรสามารถทดลองและตรวจสอบโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะในสภาพแวดล้อมที่แท้จริงของเครือข่าย ดำเนินการวิจัยที่เป็นประโยชน์ ทำการตลาดและนำเสนอโซลูชั่น ตลอดจนได้เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติและแนวทางแก้ปัญหาของเมืองอัจฉริยะ หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะสร้างแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้พันธมิตรสามารถพัฒนาเทคโนโลยีของพวกเขาได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาระบบนิเวศให้เติบโตต่อไป

ความสามารถที่เพียบพร้อมในด้าน ICT ตลอดจนระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ ทำให้หัวเว่ยสามารถให้การสนับสนุนด้าน ICT แก่เหล่าผู้บริหารเมืองได้อย่างรอบด้าน โดยในปัจจุบันโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะของหัวเว่ยได้ช่วยสนับสนุนเมืองมากกว่า 120 แห่งในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนนั้น หัวเว่ยได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเกณฑ์การประเมินเมืองอัจฉริยะ 26 ข้อ จนนำไปสู่การปรับปรุงเกณฑ์การประเมิน 9 ข้อ

หัวเว่ยกำลังจัดแสดงโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะร่วมกับ SAP, Honeywell, Hexagon, Chinasoft International, Esri, RuiCheng Technology และพันธมิตรอุตสาหกรรมอีกหลายราย ที่งาน SCEWC ซึ่งโซลูชั่นครบวงจรที่นำมาจัดแสดงนั้น รวมถึง:

– หัวเว่ยใช้แพลตฟอร์ม IoT, ระบบปฏิบัติการ LiteOS และเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Narrowband IoT (NB-IoT), eLTE-IoT และ AI เพื่อสร้างระบบยูบิควิตัสเซนซิง โดยรูปแบบการใช้งานอัจฉริยะต่างๆ อาทิ ถังขยะอัจฉริยะ ไฟถนนอัจฉริยะ การรดน้ำอัจฉริยะ อาคารอัจฉริยะ และบริการสุขภาพอัจฉริยะ ได้ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหาร ความมั่นคงสาธารณะ และความเป็นอยู่ของประชาชน การบริหารเมืองแบบที่สามารถมองเห็นข้อมูลของเมืองทั้งเมืองได้ในแบบเรียลไทม์และมีการร่วมมือกันหลายฝ่าย ตลอดจนการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและประสิทธิภาพในการตัดสินใจที่ดีขึ้นนั้นเกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนของ IOC ซึ่งประกอบด้วยศูนย์ข้อมูลแบบคลาวด์ แพลตฟอร์มสนับสนุนบริการบิ๊กดาต้า และแพลตฟอร์มสนับสนุนการใช้งาน ICT

– เทคโนโลยีคลาวด์ของหัวเว่ยสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมบริการ ทั้งการบริหารเมืองสำหรับรัฐบาล และบริการสาธารณะสำหรับชาวเมือง บริการเหล่านี้ ได้แก่ รัฐบาลอัจฉริยะ บริการสุขภาพอัจฉริยะ การศึกษาอัจฉริยะ การไฟฟ้าอัจฉริยะ และการขนส่งอัจฉริยะ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยยกระดับความพึงพอใจของประชาชน

– หัวเว่ยได้เปิดตัว Smart Campus Solution เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและวิวัฒนาการอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการรวมระบบอัจฉริยะและดิจิทัล ยกตัวอย่างที่เมืองตุนหวง ประเทศจีน ศูนย์ข้อมูลคลาวด์ แพลตฟอร์มบิ๊กดาต้า และเทคโนโลยี IoT ของหัวเว่ยได้ช่วยปรับปรุงคุณภาพบริการการท่องเที่ยวและบริการสาธารณะให้มีความเป็นอัจฉริยะ โดยเมืองแห่งนี้ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยว 8 ล้านคนในปี 2559 เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปี 2558 และปัจจุบันจุดชมวิวต่างๆ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น 40% โดยใช้เจ้าหน้าที่บริการน้อยลง 20%

###

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-creating-smart-city-nervous-system/