คลังเก็บป้ายกำกับ: SMART_CITY

Alphabet โดย Sidewalk Labs ร่วมกับเมือง Toronto พัฒนาเมืองใหม่เป็นต้นแบบสมาร์ทซิตี้

Sidewalk Labs โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับเมืองภายใต้ Alphabet ได้สร้างโครงการ mixed-use บนชายฝั่งตะวันออกของเมือง Toronto ประเทศแคนาดา เพื่อสร้างที่อยู่และพัฒนาเมืองให้เป็นสมาร์ทซิตี้ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง, รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ, ระบบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการสร้างชุมชนที่เข้าถึงได้โดยเน้นไปที่เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ

โครงการใหม่ของ Sidewalk Labs นี้จะเรียกว่า Quayside โดยจะลงทุนเป็นจำนวนเงินกว่า 50 ล้านดอลลาร์เพื่อเริ่มทดสอบและวางแผนกับเมือง Toronto โดยการพัฒนาของ Sidewalk Labs กับเมือง Toronto นี้อยู่บนพื้นที่กว่า 800 เอเคอร์ ซึ่งพื้นที่นี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ไม่พัฒนาขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ

Google จะย้ายสำนักงานใหญ่ในแคนาดาซึ่งมีพนักงานราว 300 คนมาที่สำนักงานแห่งใหม่ที่อยู่ในพื้นที่นี้ด้วย พื้นที่นี้จะมีศาลากลางสำหรับการจัดอีเว้นท์ที่เกี่ยวข้องกับผู้คนในพื้นที่และผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

รายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการดูได้จากเว็บไซต์ Sidewalk Toronto

ท่ีมา – TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/96352

Advertisements

[PR] กิกะแบนด์ซิตี้ สร้างสังคมดิจิทัล

กรุงเทพฯ/ 10 ตุลาคม 2560 – เมื่อเร็วๆ นี้  สหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ (ITU) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ World Smart Sustainable Cities Organization (WeGO) ได้จัดงานเสวนาระดับเอเชียแปซิฟิคครั้งที่ 3 ขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องสมาร์ทซิตี้และรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

Smart City หรือเมืองอัจฉริยะเป็นแนวโน้มการพัฒนาเมืองในอนาคตที่ได้กลายมาเป็นกลยุทธ์หลักของเมืองชั้นนำหลายแห่ง และเป็นวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองที่ผนวกเอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเมืองในด้านต่างๆ อาทิ ระบบข้อมูลของหน่วยงานท้องถิ่น โรงเรียน ห้องสมุด ระบบขนส่ง โรงพยาบาล โรงไฟฟ้า การจ่ายน้ำ การบริหารจัดการน้ำเสีย การบังคับใช้กฏหมาย และบริการชุมชนอื่นๆ  โดยเทคโนโลยีไอซีทีจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับชุมชนและระบบสาธารณูปโภคของเมือง หรือติดตามสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเมือง รวมไปถึงว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร และแน่นอนว่า ระดับความเป็นเมืองอัจฉริยะจะกลายเป็นตัวชี้วัดขีดความสามารถในการแข่งขันหลักของเมืองต่างๆ ในอนาคต

อัลตร้าบรอดแบนด์ โครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะ

ในงานได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้นำด้านอุตสาหกรรมในเรื่องต่างๆ อาทิ บริการของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และบริการดิจิทัลสาธารณะ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล เมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน สังคมดิจิทัล นวัตกรรมดิจิทัล และสิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันในการก้าวสู่เมืองอัจฉริยะคือ เครือข่ายอัลตร้าบรอดแบนด์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการสร้างเมืองอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีไอซีที  ในขณะที่หลายประเทศชั้นนำ อาทิ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และจีน ได้ยกอัลตร้าบรอดแบนด์ให้เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ  ดังนั้น เมืองที่ตั้งเป้าที่จะก้าวสู่ยุคดิจิทัล การวางยุทธศาสตร์อัลตร้าบรอดแบนด์ระดับเมืองควรจะต้องเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งในระหว่างการแชร์ข้อมูล หัวเว่ยได้ยกตัวอย่างกลยุทธ์กิกะแบนด์ ซิตี้ในการสร้างเมืองอัจฉริยะ 

กิกะแบนด์ ซิตี้ ก้าวไกลสู่ยุคดิจิทัล

ในเซิ่นเจิ้น สิงคโปร์ ฮ่องกง และเมืองชั้นนำอื่นๆ อีกหลายแห่ง กิกะแบนด์ ซิตี้ ได้ช่วยปรับโฉมโครงสร้างทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัลของเมือง ด้วยการขับเคลื่อนการลงทุน สร้างแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารเพื่ออนาคต และปูทางสู่นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ อาทิ ระบบแสงไฟถนนอัจฉริยะ กล้องซีซีทีวีความละเอียดสูง ระบบการบริหารการจราจร และโอกาสการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ในโรงเรียนต่างๆ   เมืองซูโจวซึ่งมีระบบไฟเบอร์บรอดแบนด์เข้าถึงทุกบ้าน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP เติบโตขึ้นร้อยละ 60 ในระหว่างปี 2554-2559  ประชากรมีการใช้จ่ายเงินผ่านระบบอีเพย์เมนท์ถึงร้อยละ 30 ของการใช้จ่ายทั้งหมด และสามารถลดเวลาที่ต้องใช้ติดต่อกับภาครัฐลงได้ถึงร้อยละ 90   

การสร้างกิกะแบนด์ ซิตี้ ผู้ว่าการประจำเมืองจะต้องตั้งเป้าหมายการพัฒนาบรอดแบนด์ และให้ความสำคัญในระดับสูงสุด สองคือต้องมีนโยบายรองรับ เพื่อรับมือกับความท้าทายและอุปสรรคในระหว่างการติดตั้งเครือข่ายไฟเบอร์ ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ของภาครัฐสามารถที่จะปรับปรุงการผสมผสานระบบสาธารณูปโภคให้ดีขึ้นและหาแนวทางที่จะทำให้กระบวนการได้รับสิทธิ์ต่างๆ นั้นง่ายขึ้น โดยต้องให้โครงการก่อสร้างอาคารใหม่ๆ หรือปรับปรุงอาคารให้มีการเชื่อมต่อระบบไฟเบอร์ กำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนในการชดเชยสำหรับเรื่องต่างๆ และริเริ่มให้มีกองทุนบริการ รวมถึงต้องสามารถออกกฏหมายกรอบโครงงานด้านไอซีทีที่ครบวงจร   สาม จากกรณีตัวอย่างความสำเร็จของเมืองชั้นนำต่างๆ ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและโอเปอเรเตอร์ด้านโทรคมนาคมถือเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ เพราะโอเปอเรเตอร์จะมีบทบาทมากที่สุดในการส่งมอบบรอดแบนด์สำหรับกิกะแบนด์ซิตี้    ในเซิ่นเจิ้น ไชน่าเทเลคอมเป็นพันธมิตรและผู้ก่อสร้างโครงการกิกะแบนด์ซิตี้  ในเกาหลี KT, SKT และ LGU+ ล้วนให้การสนับสนุนโครงการกิกะบิตบรอดแบนด์อย่างเต็มกำลัง

มร. สู่ เผิง ผู้อำนวยการธุรกิจบรอดแบนด์ ของหัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การแบ่งปันคือ หนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ความเป็นผู้นำของรัฐบาลและการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือก็มีความจำเป็น เพื่อเร่งการส่งมอบบรอดแบนด์ให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและสังคมแห่งการเชื่อมโยงสื่อสารที่ดีกว่ามร. สู่ เผิง ผู้อำนวยการธุรกิจบรอดแบนด์ของหัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

###

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำทางด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการสื่อสารที่ดีทั่วโลก ด้วยการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบ สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมแห่งข้อมูล และทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรม  หัวเว่ยนำเสนอโซลูชั่นด้านไอซีทีแบบครบวงจร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าในกลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคมและเอ็นเตอร์ไพรส์ อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ด้วยกลยุทธ์การสร้างสรรค์นวัตกรรมตามความต้องการของลูกค้าและสัมพันธภาพที่ดีกับพันธมิตร ปัจจุบัน พนักงานกว่า 180,000 คนทั่วโลกของหัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ กลุ่มลูกค้าองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไอซีทีของหัวเว่ยได้รับการติดตั้งในกว่า 170 ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก และให้บริการประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลก  หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี  2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com

ติดตามเราได้ที่

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

from:https://www.techtalkthai.com/gigaband-smart-city/

Microsoft สร้าง “ออฟฟิศบนต้นไม้” ให้พนักงานได้ทำงาน

Microsoft ได้เริ่มสร้างออฟฟิศในรูปของบ้านต้นไม้สำหรับพนักงานของตนเองหลายหลัง โดยหลังหนึ่งตั้งอยู่แถบชายฝั่งแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงเหนือ บนต้นสนพันธุ์ดักลาส โดยมีความสูง 12 ฟุตจากพื้น ปูพื้นด้วยแผ่นไม้อย่างดี พร้อมทำเพดานสูงที่รับแสงสว่างจากธรรมชาติ ซึ่งไมโครซอฟท์นิยมบรรยากาศนี้ว่า “เหมือนบ้านขนมปังขิงตอนคริสต์มาส”

ตอนนี้มีออฟฟิศบ้านไม้อยู่สามหลัง โดยสองหลังแรกจะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ส่วนที่สุดท้ายที่เป็นบ้านปิดที่มีเล้าจ์ขนาดใหญ่กำลังจะก่อสร้างเสร็จปลายปีนี้ ซึ่งแต่ละแห่งจะมีห้องประชุมหลายห้อง พร้อมตำแหน่งชิคๆ ให้พนักงานจับจองนั่งทำงานได้ตามใจอยาก

บ้านต้นไม้เหล่านี้ถูกเนรมิตด้วยฝีมือของ Pete Nelson ที่สร้างผลงานชวนตะลึงไว้ในรายการชื่อดัง Treehouse Masters โดยวางแผนว่าบ้านต้นไม้ออฟฟิศเหล่านี้จะมีอายุอยู่มากกว่า 20 ปีขึ้นไป และรองรับการขยายตัวตามการเติบโตของต้นไม้ที่เป้นฐานราก ซึ่งค่อนข้างมหัศจรรย์กว่าบ้านต้นไม้ทั่วไป


ออฟฟิศต้นไม้นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Outdoor districts” ของ Microsoft ที่จัดหาสถานที่ทำงานนอกอาคารโดยรอบบริเวณสำนักงาน Redmond โดยแต่ละแห่งจะมีตั้งแต่ม้านั่งที่ทนน้ำทนฝน, ช่องไม้ที่ซ่อนรูปลั๊กไฟ, เก้าอี้หินที่ลงน้ำยาป้องกันสนิม, เตาผิง, ศาลาพักชมวิวกลางแจ้ง, พร้อมเครือข่าย Wi-Fi ให้ใช้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ยังมีทางลาดขึ้นลงสำหรับลากกระเป๋าหรือคนนั่งวีลแชร์ แถมยังมีโรงอาหารพร้อมร้านอาหารแบบบาร์บีคิวที่เชื่อมต่อไปยังบ้านคอนเทนเนอร์ภายนอกอีกด้วย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเนื่องมาจากการสำรวจความเห็นของพนักงานที่ต้องการทำงานนอกอาคารมากกว่า

ที่มา : https://www.theverge.com/2017/10/13/16468582/microsoft-tree-houses-employees-redmond-campus

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8345

[PR] EGA ชูบริการมิติใหม่ภาครัฐ หนุนชลบุรี สู่ Smart City แห่งภาคตะวันออก

กระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม โดย สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA     (อีจีเอ) ร่วมกับ หน่วยงานพันธมิตร จัดงาน “GovChannel Roadshow 2017: Digital Local Government ขับเคลื่อนราชการทันสมัย บริการประชาชนรวดเร็ว ทันใจ” ที่จ.ชลบุรี เป็นจังหวัดที่ 5 ในปีนี้ โดยมี นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายภัครธรณ์ เทียนไชย      ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ นำบริการอัจฉริยะเชิญชวนชาวชลบุรีร่วมกันเปิดประสบการณ์ใหม่ ด้วยการสร้างความเชื่อมโยงแบบรวมศูนย์ โดย “GovChannel” เพื่อเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงบริการภาครัฐสำหรับประชาชน ณ จุดเดียว อำนวยความสะดวกด้านข้อมูลและการบริการแก่ประชาชนแบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง เตรียมความพร้อมจังหวัดชลบุรีก้าวสู่สังคมอัจฉริยะ  และเป็น Smart City จังหวัดแรกแห่งภาคตะวันออก โดยภายในงานมีหน่วยงานภาครัฐ นิสิต นักศึกษา ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ เดอะไทด์ รีสอร์ท แอด์ สปา จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

###

from:https://www.techtalkthai.com/ega-supports-chonburi-smart-city/

Axis แนะนำการป้องกันอัคคีภัย ด้วยกล้องวงจรปิด

ในสหรัฐฯ นั้น แต่ละปีมีเหตุไฟไหม้ที่เกิดจากความตั้งใจของมนุษย์หลายพันครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเผาป่า, เผาที่ดิน, กองขยะ, หรือแม้แต่รถที่จอดทิ้งไว้ ซึ่งนอกจากกระทบกับสิ่งแวดล้อมแล้วยังทำให้ประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยงด้วย

สำหรับสมาร์ทซิตี้นั้นเริ่มนำระบบกล้องวงจรปิดแบบเครือข่ายอัจฉริยะ และเทคโนโลยี IoT อื่นๆ มาประสานการทำงานร่วมกัน อย่าง Axis ที่จับมือกับพาร์ทเนอร์ Libelium พัฒนาโซลูชั่นที่ใช้ตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อม ที่ตรวจพบเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากช่วยระงับเหตุแล้ว ยังช่วยในการสืบสวนหาสาเหตุได้เป็นอย่างดี

ทางผู้นำด้านระบบป้องกันทางกายภาพอย่าง Axis ได้แนะนำเมืองใหญ่ต่างๆ ให้จับตาบริเวณลานทิ้งขยะ ที่เมื่อเกิดไฟไหม้มักจะกระจายควันที่เป็นพิษ จนส่งผลเสียต่อตัวเมืองและผู้คนโดยรอบ และถึงแม้บางเมืองที่อยู่ห่างไกลจะไม่พร้อมในแง่ของการจ่ายไฟฟ้า ก็สามารถติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ใช้แบตเตอรี่ภายในเพื่อบันทึก และส่งต่อภาพผ่านเครือข่าย 4G เพื่อช่วยตำรวจในการสืบสวนต่อได้เช่นกัน

ที่มา : https://www.axis.com/blog/secure-insights/camera-fire-fighting

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8298

กูเกิ้ลเปิดตัวลำโพงอัจฉริยะรุ่นจิ๋ว Home Mini ในราคาแค่ 50 เหรียญ

หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ลำโพงอัจฉริยะมาตีตลาดแข่งกับรุ่นใหญ่ด้วยกันอย่างอเมซอนและแอปเปิ้ลแล้ว ล่าสุดกูเกิ้ลได้เปิดตัว Google Home Mini ในรูปลักษณ์แป้นวงกลมแบนขนาดเล็กที่ไม่มีหน้าจอ ขนาดเล็กกว่ารุ่นดั้งเดิม แถมราคาถูกเพียงแค่ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกกว่าครึ่งนึงของราคารุ่นใหญ่เสียอีก

Home Mini นี้มาในสามสีให้เลือกได้แก่ Coral, Chalk, และ Charcoal แม้จะไม่สามารถขับเสียงผ่านลำโพงได้ดังเท่ารุ่นแม่ แต่ก็มาพร้อมจุดขายเด่นๆ อย่างผู้ช่วยดิจิตอลที่ให้คุณส่งเสียงถามคำถามต่างๆ, โทรออก, กำหนดตารางนัดหมาย, ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ภายในบ้าน, หรือแม้แต่เล่นเพลงตามคำสั่งได้เหมือนกัน

ถือเป็นการขึ้นสังเวียนต่อกรกับผลิตภัณฑ์คู่แข่งในกลุ่มราคาใกล้กันอย่าง Echo Dot ของ Amazon ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ซึ่งทั้งสองยักษ์ใหญ่นี้ต่างก็ตั้งความหวังให้ผู้ใช้ซื้อลำโพงถูกแสนถูกนี้ไปหลายๆ ตัวเพื่อตั้งในทุกตำแหน่งทั่วบ้าน ทั้งนี้ Home Mini พร้อมให้สั่งจองแล้ว และมีกำหนดจะวางจำหน่ายในร้านอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมนี้

นอกจากนี้ กูเกิ้ลยังแพลนจะออกรุ่นใหญ่ระดับย่าทวดอย่าง Google Home Max ที่ให้เสียงที่ดังและคุณภาพจุใจยิ่งกว่านั้น โดยมีราคาสูงถึง 399 ดอลลาร์ฯ ภายในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งแพงกว่าลำโพงของ Apple ที่จะออกมาเร็วๆ นี้เช่นกันอย่าง HomePod ที่ราคาเพียง 349 ดอลลาร์ฯ

ที่มา : https://www.bloomberg.com/news/articles/2017-10-04/google-introduces-50-home-mini-voice-speaker-in-crowded-market

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8212

[บทความ] บทบาทของกล้องวิดีโอในสมาร์ทซิตี้

ความปลอดภัยในชุมชนคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาไปสู่เมืองอัจฉริยะ จากการศึกษารัฐบาลของหลายๆ เมือง พบว่าความปลอดภัยคือเหตุผลอันดับแรกสำหรับพวกเขาในการลงทุนด้านเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่น IoT โดยมีกล้องวงจรปิดแบบเครือข่ายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ชิ้นสำคัญของการลงทุนที่ช่วยให้หลายๆ เมืองสามารถพัฒนาความสามารถจากการรับรู้สถานการณ์อย่างง่ายๆ ไปสู่การคาดการณ์เหตุการณ์ต่างๆ ก่อนเกิดขึ้นจริง และวางแผนป้องกันล่วงหน้าได้

กล้องวงจรปิดแบบเครือข่ายสามารถแสดงข้อมูลได้ในแบบเรียลไทม์ ด้วยภาพความละเอียดที่คมชัด ทั้งยังสามารถนำเสนอออกมาเป็นข้อมูลเชิงลึกโดยใช้แอพพลิเคชั่นวิเคราะห์ภาพวิดีโอ นอกจากนี้ จากสถานการณ์ด้านความปลอดภัยหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่ากล้องวงจรปิดเป็นอุปกรณ์ที่สามารถนำมาใช้คลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยมและยังมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน

สำหรับเมืองอัจฉริยะ การลงทุนในระบบวิดีโอเครือข่ายและการแชร์ข้อมูลกันระหว่างหน่วยงาน เช่น กรมการขนส่งและจราจร กรมสิ่งแวดล้อม ตำรวจ และหน่วยบริการฉุกเฉิน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และยังจะเป็นต้นแบบสู่แผนงาน IoT อื่นๆ ที่จะเป็นการปรับปรุงการบริหารจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของเมือง ตลอดจนการบริหารจัดการจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ การติดตามสภาวะสิ่งแวดล้อม การพัฒนาระบบไฟถนนอัจฉริยะ เป็นต้น

ตัวอย่างแอพพลิเคชั่นสำหรับเมืองอัจฉริยะที่ต่อยอดมาจากการติดตั้งกล้องวงจรปิดระบบเครือข่าย ซึ่งพัฒนาโดยแอ็กซิส ที่สามารถสร้างคุณประโยชน์ได้มากกว่าความปลอดภัย ได้แก่ ระบบตรวจสอบความคล่องตัวของการจราจรที่สามารถปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรได้ในทันทีเพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรทางถนน และระบบชี้แนะทางดิจิทัล (digital guidance system) ซึ่งเมือง Utrecht ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้นำกล้องวงจรปิดมาบูรณาการเพื่อช่วยเหลือนักปั่นในการค้นหาตำแหน่งว่างสำหรับจอดจักรยาน เป็นต้น

สมาร์ทซิตี้และการตกเป็นเป้าโจมตีทางไซเบอร์
ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีไม่เพียงแต่ช่วยให้เมืองสามารถพัฒนาสู่สมาร์ทซิตี้ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งความเสี่ยงและความท้าทายใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ทางด้านเทคโนโลยี IDC ระบุว่าระบบไอทีของเมืองต่างๆ กำลังตกเป็นเป้าของการโจมตีทางไซเบอร์ และภายในปี 2560 นี้ จะมีเมืองขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่อย่างน้อยหนึ่งเมืองได้รับผลกระทบรุนแรงจากการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งอาจส่งผลให้การบริหารจัดการเมืองขาดประสิทธิภาพและความคล่องตัวตลอดทั้งวัน

ความปลอดภัยในชุมชน คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาไปสู่เมืองอัจฉริยะ

ความเป็นเมืองอัจฉริยะทำให้เส้นกั้นระหว่างความเป็นส่วนตัวและสาธารณะจางหายไป นั่นจึงทำให้เมืองตกเป็นเป้าของการโจมตีได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการปรับบริการต่างๆ ของเมืองสู่ระบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งเซ็นเซอร์ IoT สำหรับไฟจราจร ท่อประปา ท่อน้ำเสีย ท่อส่งพลังงาน เสาไฟ หรือแม้แต่การติดตั้งอุปกรณ์ GPS ในรถประจำทาง รถตำรวจ โดรน หรือแม้แต่รถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อเมืองในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริการประชาชน และการวางแผนการกระจายตัวของเมือง แต่เมื่อแพลทฟอร์ม ระบบสารสนเทศ และเซนเซอร์ต่างๆ เหล่านี้ถูกผูกรวมไว้ด้วยกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ความท้าทายใหม่ที่ตามมาคือ ความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีทางไซเบอร์


กล้องวงจรปิดระบบเครือข่ายอาจถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้ง่ายถ้าไม่ได้รับการป้องกันอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจได้ว่ากล้องวงจรปิดที่ใช้มีความปลอดภัย (security) และต้านทานต่อการบุกรุกและโจมตีจากภายนอก (resilience) เจ้าหน้าที่ของเมืองต้องมั่นใจได้ว่า หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการติดตั้งหรือใช้งานกล้องวงจรปิดภายในเมือง หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งข้อมูลต่างๆ จากอุปกรณ์กล้องวงจรปิดของตนให้กับศูนย์กลางการควบคุมของเมือง ปฏิบัติตามแนวทางมาตรฐานด้านความปลอดภัยเดียวกัน

ในทำนองเดียวกัน การออกแบบ ติดตั้ง และใช้งานโซลูชั่นกล้องวิดีโอระบบเครือข่าย ควรจะเลือกใช้โซลูชั่นในแบบเดียวกันทั้งระบบ (end-to-end) ตั้งแต่อุปกรณ์กล้องวงจรปิด ระบบบริหารจัดการภาพจากกล้อง ตลอดจนระบบวิเคราะห์ภาพจากวิดีโอ เพื่อลดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย พร้อมกันนั้นควรทดลองตรวจสอบการเจาะระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินช่องโหว่และจุดอ่อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการขยายตัวของการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ ภายในเมือง

สำหรับผู้มีส่วนรับผิดชอบในการติดตั้งอุปกรณ์ IoT ของเมืองควรทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ที่ให้บริการด้านโซลูชั่นกล้องวงจรปิดระบบเครือข่าย เพื่อทำความเข้าใจแนวทางในการเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับอุปกรณ์ IoT ที่ใช้งานอยู่ เช่น การตรวจสอบและอัพเดทเฟิร์มแวร์สม่ำเสมอ การกำหนดจำนวนผู้เข้าถึงระบบเทคโนโลยีและข้อมูลของอุปกรณ์ การปิดฟังก์ชั่นการใช้งานบางบริการที่ไม่จำเป็น การตั้งค่ากรอง IP Address และการตั้งค่าตรวจสอบ SNMP เป็นต้น และแม้ว่าเราจะมั่นใจในระบบความปลอดภัยของอุปกรณ์เพียงใด เหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ แผนกลยุทธ์เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงวิกฤตจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เมืองอัจฉริยะหลายแห่งไม่ควรมองข้าม

บทความโดย : คุณแมกนัส เซเดอร์เฟลด์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ บริษัท แอ็กซิส คอมมูนิเคชั่นส์ 

from:https://www.enterpriseitpro.net/archives/8072