คลังเก็บป้ายกำกับ: SMART_CITY

ตามไปดู “ตู้บริการอเนกประสงค์ของรัฐบาล” ฝีมือจาก EGA

อีกหนึ่งในโครงการยกระดับคุณภาพงานบริการภาครัฐเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Flagship Project) เพื่อเปลี่ยนผ่านการให้บริการของภาครัฐไปสู่ประชาชน หรือ Digital Government Transformation ได้อย่างสมดุล

ตู้บริการอเนกประสงค์ของรัฐ หรือ Government Smart Kiosk ซึ่งติดตั้งตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชน Smart Card ทำธุรกรรมหรือตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ของภาครัฐผ่านจุดบริการ ทั้งนี้ความคืบหน้าตู้ Government Smart Kiosk นั้น ล่าสุด อีจีเอ ได้พัฒนาระบบเพิ่มขึ้นแล้วถึง 17 บริการ เป็นการเพิ่มบริการเข้ามามากกว่าเดิมถึง 100%

โดยบริการที่บรรจุในตู้บริการอเนกประสงค์ของรัฐแต่เดิมนั้นประกอบด้วย
– ระบบข้อมูลสิทธิประกันสุขภาพ จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
– ระบบตรวจสอบเงินสะสม (กรณีชราภาพ), ระบบตรวจสอบสิทธิประกันสังคม จากสำนักงานประกันสังคม
– ระบบตรวจสอบสิทธิ์การรับเบี้ยคนพิการ จากสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
– ระบบประวัติการฟื้นฟู และระบบประวัติการเบิกจ่ายอุปกรณ์ จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
– ระบบข้อมูลบุคคล จากกรมการปกครอง,
– ระบบตรวจสอบการใช้บริการ App center (log) จาก อีจีเอ และ
– ข้อมูลบัญชีสินเชื่อในเครดิตบูโรแบบสรุป จากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ


และในปัจจุบันระบบที่เพิ่มเข้ามาใหม่คือ
– ระบบตรวจสอบรายการนัดหมาย รพ.รามาฯ จาก รพ. รามาธิบดี
– ระบบตรวจสอบข้อมูลสุขภาพ ในสังกัด สป.กระทรวงสาธารณสุข จากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
– ระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
– ระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้น้ำ จากการประปานครหลวง
– ระบบติดตามเรื่องร้องเรียน จากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
– ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (info.go.th) จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
– ระบบยืนยันตัวบุคคล (OpenID on Kiosk) จาก อีจีเอ และ
– ระบบตรวจสอบสิทธิ์ผู้ป่วย รพ.ราชวิถี จากรพ.ราชวิถี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ https://www.ega.or.th/th/content/920/11703/

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=6012

Advertisements

[อบรม] หลักสูตรดีๆ จาก IMC “บล็อกเชนสำหรับผู้บริหาร” รอบพิเศษ 3-4 เม.ย.นี้ !!

บล็อกเชนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญซึ่งอาจกำหนดอนาคตของธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ว่าจะอยู่ หรือไปต่อ ในฐานะผู้บริหารธุรกิจ การเตรียมตัวรับมือกับบล็อกเชนเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริหารทั้งหลาย เพราะขณะนี้ทางสถาบันฝึกอบรม IMC ได้เปิดหลักสูตรที่เกี่ยวกับบล็อกเชนเพื่อผู้บริหารโดยเฉพาะ โดยเริ่มตั้งแต่การปูพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับบล็อกเชนเลยทีเดียว

สำหรับหลักสูตร บล็อกเชนสำหรับผู้บริหาร (Blockchain for Management and Executives) ที่จะเปิดอบรมเป็นคอร์สแรกในวันที่ 3-4 เมษายนนี้มีไว้เพื่อให้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับบล็อกเชน และแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรนี้จะแนะนำเทคโนโลยีพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังบล็อกเชน ได้แก่ การเข้ารหัส, การประมวลผลแบบเครื่องต่อเครื่อง (Peer-to-Peer Computing) และสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) โดยผู้เข้าร่วมอบรมจะเข้าใจถึงแนวคิด วิธีการทำงาน และลักษณะของบล็อกเชน รวมถึงยังมีการนำเสนอตัวอย่างของแอพพลิเคชั่นทางด้านบล็อกเชนที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย

สำหรับผู้บรรยายในหลักสูตรนี้เป็นวิทยากรที่มีประสบการณ์ในแวดวงสารสนเทศมากว่า 20 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ การประมวลผลแบบคลาวด์ บิ๊กดาต้า บล็อกเชน และอินเทอร์เน็ตของสิ่งของ (IoT) รวมถึงเคยทำงานร่วมกับลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน สื่อสาร และหน่วยงานของรัฐ

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 088-192-7975 หรือที่ www.imcinstitute.com/blockchainmgt หรือเข้าไปลงทะเบียนได้ที่ http://www.imcinstitute.com/training/course-registration

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=5932

เมืองดูไบจับมือ IBM ย้ายระบบรัฐทั้งหมดมาอยู่บน Blockchain

เมืองดูไบได้เผยแผนความร่วมมือกับ IBM และ Consensys บริษัท Startup ผู้เชี่ยวชาญด้าน Ethereum เพื่อเปลี่ยนเมืองดูไบให้กลายเป็น “Blockchain-powered Government” แห่งแรกของโลก

Credit: https://en.wikipedia.org/wiki/Dubai#/media/File:Dubai_Wingsuit_Flying_Trip_(7623566780).jpg

 

Smart Dubai หน่วยงานด้านนวัตกรรมของเมืองดูไบ ได้ออกมาประกาศถึงความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนการทำงานต่างๆ ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว, สาธารณสุข และตำรวจของเมืองดูไบ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ให้กลายเป็น Digital บน Blockchain ทั้งหมดภายในปี 2020

ในเฟสแรกซึ่งมีกำหนดการภายในเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2017 นี้ ทางทีมงานทั้งหมดจะทำการวิเคราะห์ความท้าทายและประเด็นต่างๆ ที่ทำให้ประชาชนมีปัญหาในการอยู่อาศัย แล้วจึงกำหนดแนวทางในการแก้ไขเพื่อให้ดูไบก้าวสู่การเป็นเมืองที่มีความสุขที่สุดในโลก และเป็นสโคปงานสำหรับ Request for Proposal (RFP) ที่จะส่งให้เหล่า Blockchain Startup ทั้งหลายได้เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา และสร้าง Pilot ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2017 นี้

ส่วนในปี 2018 ทาง Smart Dubai จะเปิดบริการ Blockchain-as-a-Service (BaaS) ของตนเองขึ้นมา เพื่อให้เหล่าธุรกิจ Startup ต่างๆ มาสร้างบริการใหม่ๆ ที่จะช่วยให้เมืองดีขึ้นด้วย และการย้ายระบบทั้งหมดขึ้น Blockchain นี้ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2020

การที่ Smart Dubai จับมือกับทั้ง IBM ที่ใช้ Hyperledger เป็นหลัก และยังจับมือกับ Consensys ซึ่งใช้ Ethereum เป็นหลักนี้ก็เพื่อให้ครอบคลุมกรณีการใช้งานต่างๆ ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

 

ที่มา: http://www.coindesk.com/dubai-government-ibm-city-blockchain-pilot/

from:https://www.techtalkthai.com/dubai-teams-up-with-ibm-and-consensys-to-be-the-first-blockchain-powered-government/

Apple บุกเบิกสร้างเกาะผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น

จากที่ Apple ตั้งกุศโลบายที่จะใช้แต่พลังงานไฟฟ้าที่สร้างขึ้นทดแทนได้ไม่สิ้นสุดมาใช้ในการผลิตนั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง Apple ก็ได้แถลงว่า ซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ในญี่ปุ่นอย่าง Ibiden ได้พร้อมที่จะใช้พลังงานทดแทนทั้งหมด 100% ในการผลิต ซึ่งถือเป็นพาร์ทเนอร์เจ้าแรกของ Apple ในญี่ปุ่นที่ทำได้ถึงขนาดนี้

โดย Apple กล่าวว่าครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ผู้ผลิตที่เป็นพาร์ทเนอร์ร่วม สามารถเปลี่ยนถ่ายมาใช้พลังงานสะอาดได้อย่างสมบูรณ์

ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทนั้นได้ชื่อว่ามีพื้นที่โล่งน้อยมากเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่เต็มไปด้วยภูเขา อย่างไรก็ดี เพื่อให้ได้พลังงานสะอาดที่เพียงพอต่อการดำเนินงานนั้น Ibiden ได้ลงทุนสร้างสถานีพลังงานทดแทนกว่า 20 แห่ง ซึ่งรวมถึง “เกาะลอยอิสระ” ที่เต็มไปด้วยแผงโซลาร์เซลล์ที่สร้างบนพื้นที่ที่ปรับปรุงมาจากลานเลื่อยแปรรูปไม้เก่า ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนพื้นที่โล่งได้อย่างสร้างสรรค์

สถานีพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดที่ Ibiden สร้างขึ้นนี้ให้พลังงานไฟฟ้าได้มากถึง 12 MW ซึ่งครอบคลุมกระบวนการผลิตชิ้นส่วนให้ Apple ทั่วทั้งญี่ปุ่นได้ทั้งหมด

ที่มา : http://www.zdnet.com/article/apple-brings-renewable-energy-to-japan-with-floating-solar-island/

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=5921

8 เทคนิคไซเบอร์อันตราย !! และบทวิเคราะห์เทคโนโลยี จากภาพยนตร์เรื่อง “I.T. ไอทีมรณะ”

หากชาวไอทีคนใดได้ชมภาพยนตร์เรื่อง I.T. ชื่อภาษาไทยว่า “ไอที มรณะ” ก็อาจจะขนลุกขนพองกับความ “ไม่เป็นส่วนตัว” หรือ เรื่องของ Privacy เป็นอย่างมาก ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอถึงความสามารถของเจ้าหน้าที่ไอที ที่เอาความรู้ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องบอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำได้ออกมาดีและชี้ให้เห็นถึงเทคนิคด้านเทคโนโลยีอันหลากหลาย รวมถึงการจารกรรมทางด้านไซเบอร์

ภาพยนตร์ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา 2016 และจากการที่เพิ่งมาได้ดูอย่างจริงจัง และในฐานะคนไอที ผมจึงได้เห็นประเด็น และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่อง I.T. นี้มากมายและนำมาแบ่งปันกัน

– เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) กับบ้านอัจฉริยะ

IoT เป็นเทคโนโลยีที่เห็นได้ชัดเจนมากกับเรื่องนี้ โดยบ้านของคุณ Mike Regan ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท Regan Aviation ได้ออกแบบ บ้านที่ต้องบอกว่าควบคุมด้วยเทคโนโลยีทั้งหลัง ใช้เทคโนโลยี Smart Home ในการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้าใน บ้าน, ระบบประปา, อุปกรณ์ความบันเทิง, ระบบกล้องวงจรปิดและระบบมอนิเตอร์ เพียงแค่สั่งผ่านเสียงและมือถือทุกอย่างก็เป็นไปได้อย่างอัตโนมัติ

– แฮ็กเกอร์สายดำ (Hacker)

แฮ็กเกอร์ในเรือง คือหนุ่มไอทีโปรแกรมเมอร์ที่ชื่อว่า Ed Porter ที่ทำงานกับ Mike ซึ่่งมีความสามารถในด้านคอมพิวเตอร์ เป็นอย่างมาก ซึ่งช่วยแก้ปัญหาและดูแลระบบไอทีให้กับองค์กร และเป็นที่ชื่นชอบของ Mike มาก แต่สุดท้ายกับกลายเป็นมือ แฮ็กเกอร์และใช้โปรแกรมอันตรายเข้าไปจารกรรมข้อมูลของ Mike

I.T.

– เทคนิคการจารกรรมและภัยคุกคามทางไซเบอร์

Ed ใช้เทคนิคเทคนิคการจารกรรมและภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เริ่มตั้งแต่
1. การฝังโทรจันหรือมัลแวร์บางอย่างลงไปที่รถยนตร์ของ Mike
2. การเข้าไปแก้ไขซอฟต์แวร์ในการจัดการกับระบบ Smart Home
3. การใช้เทคนิค Spoofing ในการเข้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในระยะไกลที่สามารถเข้าถึง Root
4. การใช้เทคนิค BEC Business Email Compromise (BEC) ในการปลอมแปลงอีเมล์ ทางการแพทย์
5. การส่งอีเมล์หลอกหลวงไปยังลูกค้าของบริษัท Mike
6. การแกะรอยและปล่อยคลิป VDO อนาจาร ไปยังกลุ่ม Social เพื่อสร้างความอับอาย
7. การใช้ช่องโหว่ในการแกะรอยเข้าดูเอกสารสำคัญของบริษัท (Data Leak)
8. การปลอมแปลงเอกสารตอนสมัครงาน

– รถยนต์ Connected Car ยี่ห้อ MASERATI

MASERATI เป็นรถยนตร์หรูของ Mike ที่มีความอัจฉริะ และควมคุมด้วยระบบไอที และมันเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในเรื่อง โดย มันถูกฝังโทรจันหรือโค้ดมัลแวร์บางอย่างลงไป จนกระทั่งแฮ็กเกอร์สามารถควบคุมระบบยานยนตร์จากระยะไกล และทำการ
“เบรคล้อ” อย่างกระทันหัน ซึ่งทำให้รถเกิดอุบัติเหตุ

– แฮ็กเกอร์สายขาว (White Hacker)

เนื่องจาก Mike ถูกครอบงำจาก Ed ทำให้ครอบครัวเขาตกอยู่ในอันตรายรวมถึงบริษัทก็เสียหายอย่างรุนแรง ทำให้เค้าต้องจ้างแฮ็กเกอร์สายขาว ชื่อว่า คุณ Henrik มาช่วยป้องกัน โดยเทคนิคของแฮ็กเกอร์สายขาวที่ใช้คือ
1. การปลดสัญญาณโทรศัพท์ในเบื้องต้น (ตัดสัญญาณโทรศัพท์ของ Mike)
2. การใช้ช่องโหว่ในการแกะรอยเข้าดูเอกสารสำคัญของ Ed (Data Leak) ที่ทำให้รู้ว่า Ed คือโรคจิต
3. การแฮ็กเข้าแอ็คเคาท์และ สร้างข้อความหลอกล่อเหยื่อ (เป็นการหลวง Ed อีกที)
4. การติดตั้งกล้องวงจรปิดและมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวจากบ้าน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างจากความเป็นไปได้ในการนำเอาระบบไอทีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ และซึ่งแน่นอนว่ามีข้อดีหลายอย่าง แต่ถ้าหากถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องแล้วละก็ หายนะ แน่นอน !!

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=5885

[Review] จองตั๋วเครื่องบิน-ที่พัก จบได้ในแอพฯ เดียว “Traveloka”

ใครที่กำลังวางแผนเดินทางออกต่างจังหวัด หรือบินไกลไปต่างประเทศ วันนี้เรามีแอพพลิเคชั่นดีๆ เพิ่มความสะดวกในการจองโรงแรมที่พักและจองตั๋วเครื่องบิน ในราคาที่ถูกและง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในแอพฯ เดียวที่ Traveloka

สำหรับตัวแอพพลิเคชั่น มีให้โหลดทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ซึ่งการดาวน์โหลดก็ง่ายใช้เวลาการติดตั้งไม่นาน

traveloka

เมื่อเข้ามาใช้งานครั้งแรก ตัวแอพฯ จะให้เราเลือกภาษาตามความต้องการ จากนั้นก็แนะนำความสามารถของตัวแอพฯ และคุณสมบัติต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการยืนยันว่าในตัวแอพฯ รวมรวมเส้นทางสายการบินมากกว่า 100,000 เส้นทาง โรมแรมกว่า 120,000 แห่งทั่วโลก รวมทั้งระบุว่า ราคาที่เห็นในตัวแอพฯ จะเป็นราคาสุดท้ายที่เราะจ่าย ไม่มีการคิดเพิ่มในส่วนอื่นๆ แต่อย่างใด มีการแนะนำให้เปิดระบบแจ้งเตือนเพื่อรับข่าวสาร และหน้าสุดท้ายเป็นการแนะนำช่องทางการจ่ายชำระเงิน ซึ่งนอกจากทำได้ด้วยบัตรเครดิตแล้ว ยังสามารถโอนเงินผ่านตู้ ATM และเคาน์เตอร์ชำระเงินอื่นๆ อย่าง 7-11 หรือบิ๊กซี อีกด้วย

นี่คือหน้าหลักของแอพฯ Traveloka เห็นได้ว่าได้มีการแบ่งส่วนของการจองตั๋วเครื่องบิน และการจองที่พักออกจากกันอย่างชัดเจน โดยแทบส่วนทางซ้ายมือจะเป็นการจองตั๋วเครื่องบิน ส่วนทางขวาเป็นการจองโรงแรมที่พัก

วิธีการจองตั๋วเครื่องบิน

เราเริ่มดูกันที่การจองตั๋วเครื่องบิน โดยกดที่ ‘ค้นหาเที่ยวบิน’ ที่หน้าหลัก จากนั้นเราจะเห็นแบบฟอร์มให้เลือกรายละเอียดเที่ยวบินที่เราสนใจ ซึ่งจะคล้ายกับแอพฯ จองเครื่องบินของตัวสายการบินเอง ครั้งนี้เราทดลองเลือกเที่ยวบินด่วนจาก กรุงเทพฯ ไป เชียงใหม่ โดยสารด้วยชั้น ‘Economy’ เมื่อกดค้นหาในหน้าที่แล้ว เราจะเจอข้อเสนอจากสายการบินต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่า บางสายการบินเราจะได้รับข้อเสนอราคาพิเศษเฉพาะจากแอพฯนี้เท่านั้น


จากนั้นมีรายระเอียดการจองขึ้นมา โดยมีช่องให้เรากรอกรายละเอียดส่วนตัวต่างๆ ทั้งนี้พิเศษหากเราสมัครเป็นสมาชิกของแอพฯ จะสามารถกดเข้าระบบเพื่อการจองเที่ยวบินที่สะดวกรวดเร็วขึ้นอีกด้วย จากนั้นจึงดำเนินการจองและช่องทางชำระเงินต่อไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

วิธีการจองโรงแรม

ในส่วนการค้นหาโรงแรม ก็จะคล้ายๆ กัน เราเลือก ‘ค้นหาโรงแรม’ ที่หน้าหลักของแอพฯ กรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มให้ครบ ครั้งนี้เราทดลองเลือกค้นหาโรงแรมที่พัทยา จังหวัดชลบุรี

จากนั้นเราจะเห็นข้อเสนอของโรมแรมที่พักต่างๆ มากมาย โดยในหน้าค้นหานี้ ตัวแอพฯ ได้เพิ่มความสะดวกในการจองโรงแรมที่ถูกใจได้ง่ายโดยการมีตัวกรองให้เราเลือกประเภท รวมถึงความต้องการของโรงแรมที่เราสนใจ อาทิ โรงแรมหรู หรือจะกำหนดเรทราคาเองก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่า ราคาที่เราเห็นเป็นราคาที่ต่ำที่สุดและไม่มีการบวกเพิ่มค่าอื่นๆ แต่อย่างใดเช่นเคย

เลือกโรงแรมที่สนใจ จากนั้นจะมีรายละเอียดของโรมแรม รวมทั้งเรทคะแนนและข้อคิดเห็นจากผู้ที่เคยจองและเข้าพักมาก่อนหน้านี้ ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการจองที่พักกับที่นี่

เมื่อเราติดสินใจได้แล้วก็จะเข้าสู่การดำเนินการจองห้องพัก และรายการการชำระเงินตามขั้นตอน ซึ่งถูกวางมาอย่างเป็นระบบ ทำให้การใช้งานง่ายมากแม้จะเป็นคนที่ไม่เคยใช้งานตัวแอพฯ มาก่อนเลยก็ตาม

บทสรุป

ใครที่สนใจ หรือกำลังเตรียมตัววางแผนเดินทาง แนะนำให้ลองใช้บริการของ Traveloka ดู ซึ่งนอกจากในส่วนแอปพลิเคชั่นแล้ว ยังสามารถจองตั๋วเที่ยวบิน และโรงแรมที่พักได้ทางเว็บไซต์อีกด้วย ลองคลิกได้ตาม Link นี้ แต่จากการที่เช็คราคาดูแล้วเหมือนว่า แอพพลิเคชั่นจะได้ราคาที่ถูกกว่าเว็บนิดหน่อย https://www.traveloka.com/th-th/

from:https://www.enterpriseitpro.net/?p=5822

บริษัททุนผู้สนับสนุน Blockchain รายใหญ่ที่สุดของจีนประกาศตั้ง Blockchain Startup Accelerator

Wanxiang Group เจ้าของบริษัททุนผู้สนับสนุน blockchain รายใหญ่ที่สุดของจีนประกาศจัดตั้ง blockchain startup accelerator ขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุน 3 หมื่นล้านเหรียญให้กับการสร้าง smart cities ในจีน โดยบริษัทเห็นว่า blockchain จะเข้ามามีบทบาทในระบบส่งจ่ายพลังงาน สกุลเงินดิจิทัล และ smart governance

Accelerator ที่ถูกตั้งชื่อว่า Chainbase Accelerator นี้จะเปิดตัวพร้อมกับสตาร์ทอัพ 4 บริษัท ซึ่งในช่วงแรกจะได้ทำงานร่วมกับสตาฟจาก Wanxiang โดยตรงในการสร้าง product iteration และ business model

  • Dorling Abby – พัฒนาล็อคประตูบ้านให้เป็น smart device ควบคุมความปลอดภัยด้วย smart contract บน blockchain เพื่อสร้างระบบขึ้นมารองรับการเช่าอสังหาริมทรัพย์แบบ on-demand
  • Yuanben – แพลตฟอร์มการซื้อขาย content บน blockchain ที่จะบันทึกลายเซ็น cryptographic ของแต่ละ content เอาไว้ก่อนกระจายไปยังที่ต่างๆ
  • Bianjie Intelligence – ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการแพทย์ผ่าน blockchain
  • Moceng – ใช้ blockchain เพื่อช่วยในการจัดการต่างๆภายในเกม เช่นการจำแนกยอดดาวน์โหลด ยอดการลงทะเบียน และบันทึกการจ่ายเงินของผู้เล่นทั้งหมด นอกจากนี้ Moceng ยังมีแผนในอนาคตที่จะสร้างระบบจ่ายเงิน real-time สำหรับการซื้อเกมอีกด้วย

นอกเหนือไปจากการเปิดตัว accelerator แล้ว ในงานนี้ ทาง Wanxiang Group เองยังได้แสดงวิสัยทัศน์ในการนำ blockchain มาใช้เป็นเทคโนโลยีระบุตัวตนของ smart devices ในระบบ Internet of Things เพื่อสร้าง smart city ตามแผนการที่วางไว้

 

ที่มา: http://www.coindesk.com/chinas-biggest-blockchain-backer-launches-startup-accelerator/

from:https://www.techtalkthai.com/wanxiang-venture-launches-blockchain-startup-accelerator/