คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTPHONE

ค้นพบศักยภาพใหม่จาก ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 สมาร์ทโฟนไร้ขีดจำกัด

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เผยโฉม กาแลคซี่ เอส 8 ออกสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ฉีกกฏข้อจำกัดเดิมๆ ของสมาร์ทโฟน ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่งดงามไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮม หน้าจอแสดงผลแบบไร้กรอบช่วยเพื่อประสบการณ์การดื่มด่ำในอรรถรสได้อย่างเต็มเปี่ยม กาแลคซี่ เอส 8  ยกระดับของความสะดวกและการใช้งานสมาร์ทโฟนให้สูงขึ้นอีกระดับ พร้อมขยายโลกทัศน์ของความเป็นไปได้อย่างไร้ขอบเขต

ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการออกแบบสมาร์ทโฟนรวมถึงบริการอันหลากหลายเพื่อเปิดแนวทางใหม่ให้กับการสัมผัสประสบการณ์บนโลกใบนี้นายดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัทซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว กาแลคซี่ เอส 8 คือเจตจำนงของเราที่จะนำความเชื่อมั่นและไว้วางใจกลับคืน โดยการกำหนดนิยามใหม่ให้กับขีดจำกัดของความปลอดภัย และสร้างความสำเร็จใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนของซัมซุง

เห็นโลกกว้างขึ้นเพื่อประสบการณ์มากขึ้น

กาแลคซี่ เอส 8 ได้ถูกพัฒนาขึ้นบนมรดกความคิดของซัมซุงในการออกแบบอุปกรณ์ที่มีดีไซน์สวยล้ำ จอภาพไร้กรอบ พร้อมการใช้งานที่ครบครัน จอภาพไร้กรอบสองขนาด คือ 5.8 นิ้วสำหรับกาแลคซี่ เอส 8 และ 6.2 นิ้วกับกาแลคซี่ เอส 8+  ผ่านการออกแบบพื้นผิวด้านหน้าที่เรียบลื่น ไร้ปุ่มโฮมและเหลี่ยมมุมให้สัมผัสต้องสะดุด มอบประสบการณ์การชมที่ช่วยให้สามารถดื่มด่ำกับภาพได้เต็มตาอย่างแท้จริง โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง อีกทั้งยังช่วยให้การใช้งานแบบพร้อมกัน (Multi-tasking) มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น การออกแบบที่กะทัดรัดของกาแลคซี่ เอส 8  มอบความคล่องตัวในการใช้งานด้วยมือเดียว เสริมความทนทานและสัมผัสที่เปี่ยมคุณภาพด้วยผิวกระจก Corning® Gorilla® Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

พื้นฐานสำคัญของสมาร์ทโฟนตระกูลกาแลคซี่

นอกเหนือไปจากนวัตกรรมการออกแบบที่ใหม่ฉีกกฏแล้ว ซัมซุงยังมอบเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งกล้องประสิทธิภาพสูง รวมถึงคุณสมบัติต่างๆ ที่ผู้ใช้งานชื่นชอบอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น อาทิ

·       กล้องประสิทธิภาพสูง กล้องหน้า F1.7 พร้อมระบบออโต้โฟกัสอัจฉริยะความละเอียด 8MP และกล้องหลัง F1.7 Dual Pixel ความละเอียด 12MP เหมาะกับการใช้งานแม้ในสภาพแสงน้อย พร้อมระบบประมวลผลภาพที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ให้การซูมและการป้องกันภาพเบลอมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

·       ประสิทธิภาพสูง ด้วยการใช้ระบบประมวลผล 10nm เป็นครั้งแรกของวงการ ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8  จึงอัดแน่นไปด้วยความสามารถและการเชื่อมต่อที่ทรงพลัง ช่วยเร่งความแรงและส่งประสิทธิภาพให้สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังรองรับ gigabit LTE และ gigabit Wi-Fi ที่ช่วยให้สามารถดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วในระดับที่สูงถึง 1 กิกะบิตต่อวินาที โดยไม่ต้องคำนึงว่าไฟล์จะมีขนาดเท่าใด

·       สุดยอดความบันเทิง กาแลคซี่ เอส 8 เป็นสมาร์ทโฟนรายแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก UHD Alliance ที่มาพร้อมการแสดงผลแบบ MOBILE HDR PREMIUM™ ดังนั้น ในเวลาที่คุณดูหนังเรื่องโปรดผ่าน กาแลคซี่ เอส 8คุณจะสามารถสัมผัสประสบการณ์แห่งสีสันและคอนทราสต์ที่บรรเจิดได้อย่างที่ผู้สร้างภาพยนตร์ถ่ายทำมา นอกจากนี้ ยังมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ก้าวไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีกราฟฟิกที่คมชัดและเหนือกว่าในทุกรายละเอียด พร้อมติดตั้ง Game Pack ที่มีเกมให้เลือกมากมาย รวมถึงเกมต่างๆ ที่รองรับ Vulkan API

·       ความปลอดภัยบนสมาร์ทโฟนระดับโลก ด้วย ซัมซุง นอกซ์ (Samsung Knox) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยเกรดเทียบเท่าของกองทัพ รวมถึงเทคโนโลยีไบโอเมตริกร่วมด้วยอีกหลายอย่าง อาทิ ระบบสแกนลายนิ้วมือ ระบบสแกนม่านตา และระบบตรวจจับใบหน้า ให้ผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบการตรวจสอบตัวตนได้ตามความต้องการ

กาแลคซี่ เอส 8 ยังมาพร้อมคุณสมบัติขั้นพื้นฐานทั่วไปของอุปกรณ์ในตระกูลกาแลคซี่ ที่ทุกคนต่างชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น

·       มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IP68

·       รองรับ MicroSD ความจุสูงสุดถึง 256GB

·       การแสดงผลแบบ Always-on

·       ความสามารถรองรับการชาร์จแบตเตอรี่ไว และการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

รูปแบบใหม่ในการปฏิสัมพันธ์กับสมาร์ทโฟน

Bixby เป็นอินเตอร์เฟซอัจฉริยะที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยปุ่ม Bixby ใหม่ คุณจะสามารถเข้าถึงการใช้งาน Bixby ได้อย่างสะดวกง่ายดาย สามารถเลือกดู เลือกใช้บริการ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงใช้เสียง การสัมผัส หรือการพิมพ์ข้อความได้ เมื่อเปิดใช้ฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยเสียงของ Bixby ระบบจะทำการเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ หลายตัวของซัมซุง อาทิ กล้องถ่ายรูป รายนามผู้ติดต่อ แกลเลอรี่ ข้อความ และการตั้งค่า โดยมีแผนการที่จะเพิ่มความสามารถให้ใช้กับแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้มากขึ้นในอนาคต ทั้งที่เป็นแอพพลิเคชั่นของซัมซุงเอง และของที่อื่น ความสามารถในการรับรู้บริบทของ Bixby จะช่วยให้สามารถมอบความช่วยเหลือที่ถูกทางมากยิ่งขึ้น ผ่านการเรียนรู้จากลักษณะการใช้งานในอดีตของผู้ใช้ ทั้งเรื่องความสนใจ กิจกรรมและสถานที่ประจำของผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อ เลือกหาภาพ และดูรายละเอียดต่างๆ ของสถานที่ใกล้เคียงได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีจำภาพของ  Bixby และเมื่อระบบรอบเคียงของ Bixby ขยายวงกว้างขึ้น มันจะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ แอพพลิเคชั่น และบริการต่างๆ ได้ผ่านอินเตอร์เฟซตัวนี้เพียงตัวเดียว เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับรูปแบบชีวิตที่สะดวกเรียบง่าย

มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า

กาแลคซี่ เอส 8  มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วย เกียร์ วีอาร์ (Gear VR) ใหม่ด้วยระบบควบคุมจาก โอคูลัส (Oculus) ช่วยให้สามารถควบคุมการใช้งานได้ง่ายด้วยมือเพียงข้างเดียว เมื่อเข้าสู่โหมดอินเตอร์แอคทีฟเสมือนจริง ระบบควบคุมนี้จะสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ดีกว่าเดิม และ กาแลคซี่ เอส 8  ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเกียร์ 360  (Gear 360) ใหม่เพื่อมอบประสบการณ์ภาพความละเอียดในระดับ 15MP และวีดีโอ 4K แบบ 360 องศา

ขุมพลังจากระบบประมวลผลของกาแลคซี่ เอส 8   ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งานให้ดียิ่งขึ้น ด้วยโซลูชั่นเฉพาะ Samsung DeX ที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป Samsung DeX จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงและแก้ไขข้อมูลได้โดยตรงจากมือถือ ช่วยให้การทำงานผ่านสมาร์ทโฟนมีความรวดเร็ว และอัจฉริยภาพมากยิ่งขึ้น  

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่อุปกรณ์ได้ถูกออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือ IoT มีเพิ่มมากขึ้นในท้องตลาด ทำให้การเชื่อมต่อกับเครือข่ายต่างๆ  ซับซ้อนมากขึ้น แต่ Samsung Connect จะสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เพราะ Samsung Connect สามารถช่วยให้ผู้ใช้เปิดการตั้งค่าอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหลายที่รองรับการใช้งาน IoT ได้อย่างรวดเร็วผ่านกระบวนการตั้งค่าเพียงสามขั้นตอน ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกันได้ผ่านแอพพลิเคชั่นประสานงานเพียงตัวเดียว  

กาแลคซี่ เอส 8  ยังมาพร้อมบริการ Samsung Health ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ ขยายขอบเขตของรูปแบบบริการที่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายมากที่สุดตัวหนึ่งของซัมซุงสู่ผู้ใช้งานกว่า60 ล้านคนต่อเดือน และ 11 ล้านคนต่อวันทั่วโลก Samsung Health รวบรวมบริการหลากหลาย อาทิ การดูแลสุขภาพทางไกล (ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น) โค้ชส่วนตัว และการเชื่อมต่อสื่อสังคมซึ่งถือเป็นการกำหนดนิยามใหม่ให้กับเรื่องฟิตเนส และการดูแลรักษาสุขภาพให้ต่างไปจากที่คุ้นเคย

ผู้ใช้กาแลคซี่ เอส 8  สามารถเก็บกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้านได้เลย เพราะ Samsung Pay จะสามารถแปลงโทรศัพท์ให้กลายเป็นกระเป๋าเงินดิจิตอลที่สามารถใช้งานได้แทบทุกที่แทนบัตรเดบิตและบัตรเครดิตได้ทันที ด้วยความร่วมมือจากธนาคารพันธมิตรกว่า 870 แห่งทั่วโลก ณ วันนี้ จึงมีการทำธุรกรรมผ่าน Samsung Pay แล้วกว่า 240 ล้านรายการ

หูฟังทรงประสิทธิภาพใหม่จาก AKG by Harman ที่มอบคุณภาพเสียงไม่เป็นสองรองใคร จะมีมาพร้อมทันทีในกล่องอุปกรณ์เสริม หูฟังนี้ได้รับการออกแบบอย่างผสมผสานเพื่อให้สอดรับกับช่องหูได้อย่างลงตัว สวมใส่สบาย สามารถกำจัดเสียงรบกวนได้ดีกว่า และผลิตมาจากวัสดุผสมโลหะและเส้นใยผ้าที่สามารถป้องกันปัญหาสายพันกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 8 จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน เป็นต้นไป และจะมีให้เลือกในหลากสีสดใส ไม่ว่าจะเป็น Midnight Black, Orchid Gray, Arctic Silver, Coral Blue และ Maple Gold

สามารถดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ goo.gl/hqjQrm

from:http://mobileocta.com/discover-new-potential-from-the-samsung-galaxy-s8-smartphones-without-limits/

Advertisements

เปิดตัว Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มาพร้อมจอไร้กรอบแบบ Quad HD+, ไร้ปุ่มโฮม, กันน้ำได้ และเซ็นเซอร์สแกนม่านตา

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วสำหรับ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Galaxy S Series ที่มาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่หมดจด อัดแน่นด้วยสเปกใช้งานที่ล้ำสมัย และตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างลงตัวมากขึ้น

รูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกของ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มีดีไซน์ที่เหมือนกันต่างกันที่ขนาด โดย Samsung Galaxy S8  มาพร้อมขนาด 148.9 x 68.1 x 8.0 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 155 กรัม หน้าจอขอบโค้งทั้ง 2 ด้านแบบ Super AMOLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ 2960 x 1440 พิกเซล

ส่วน Samsung Galaxy S8+ มาพร้อมขนาด 148.9 x 68.1 x 8.0 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 155 กรัม หน้าจอแสดงผลขอบโค้งทั้ง 2 ด้านแบบ Super AMOLED ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ 2960 x 1440 พิกเซล ทั้ง 2 รุ่นครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และตัดปุ่มโฮมออกไป

สำหรับสเปกของ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ ที่เหมือนกันคือ ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core โดยใข้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 835, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 540 หรือ Samsung Exynos 9 Series 8895, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G71 MP20, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลข LED, เทคโนโลยี Dual Pixel และรูรับแสง f/1.7 ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/1.7 รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนม่านตา, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, กันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP68, ฟีเจอร์ Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำงานคล้ายกับ AI Assistant, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE with VoLTE และใช้แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh สำหรับรุ่น Galaxy S8 กับความจุ 3,500 mAh สำหรับรุ่น Galaxy S8+ พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วทั้ง 2 รุ่น

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มีให้เลือก 5 สีด้วยกันคือ สีดำ Midnight Black, สีเทา Orchid Gray, สีฟ้า  Coral Blue, สีเงิน Arctic Silver และสีทอง Maple Gold ส่วนราคา Samsung Galaxy S8 อยู่ที่ 750 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 26,300 บาท และ Galaxy S8+ อยู่ที่ 850 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 29,800 บาท โดยทั้ง 2 รุุ่นจะมาพร้อมชุดหูฟัง AKG by Harman ในกล่อง และวางจำหน่ายแยกในราคา 99 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 3,500 บาท และทั้ง 2 รุ่นจะเริ่มเปิดพรีออเดอร์หรือสั่งจองตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ก่อนจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 เมษายนเป็นต้นไป

 

ที่มา : Fonearena

from:http://mobileocta.com/samsung-galaxy-s8-and-galaxy-s8-with-quad-hd-display-water-resistant-body-iris-scanner-announced/

พบสเปก Nubia Z17 mini บนเว็บ TENAA มาพร้อม RAM 4GB และกล้องหลังคู่ Daul Camera

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Nubia จะเปิดตัว Nubia Z17 mini ว่าที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Z Series ที่มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera รุ่นแรก แต่พอเปิดตัวจริงกลับกลายเป็น Nubia M2 อีกรุ่นไปได้ ล่าสุดมีข้อมูลของ Nubia สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ซึ่งคาดว่าจะเป็น Nubia Z17 mini ผ่านการรับรองจาก TENAA หรือหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมเปิดตัวในวันที่ 6 เมษายนนี้

สำหรับข้อมูลสเปกของ Nubia รุ่นใหม่นี้มาพร้อมรหัสรุ่น NX569J หรือ Nubia Z17 mini เริ่มจากดีไซน์ภายนอก ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ความละเอียด Full HD 1080 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว  ใต้หน้าจอมีปุ่มกดโฮมแบบสัมผัสเป็นไอคอนวงกลมสีแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสมารฺ์ทโฟนแบรนด์นี้ ส่วนด้านหลังเครื่องนั้นออกแบบแถบเส้นอากาศอยุ่บริเสณด้านบนและด้าน ล่าง โดยที่มุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลคู่แบบ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED และตรงมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ส่วนสเปกภายในคาดว่าใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 653 หรือ Snapdragon 625, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow นอกจากนี้ด้านหลังยังติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และใข้้แบตเตอรี่ความจุ 2,930 mAh

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก TENAA ไม่ได้ระบุว่าสมาร์ทโฟนรหัสรุ่น NX569J ที่คาดว่าจะเป็น Nubia Z17 mini นั้นจะเปิดตัวเมื่อไหร่่ แต่ก็มีภาพทีเซอร์เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Nubia เผยออกมาบนโลกออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการเปิดตัวในวันที่ 6 เมษายนนี้ เวลา 14.00 น. ที่ประเทศจีน มาลุ้นว่าจะเป็น Nubia Z17 mini  หรือจะเป็นรุ่นอื่นอีกกัน

ที่มา : gizmochina

from:http://mobileocta.com/nubia-z17-mini-4gb-ram-dual-rear-cameras-visits-tenaa/

OPPO เตรียมวางจำหน่าย OPPO R9s เวอร์ชั่นสีเขียวสด ในวันที่ 1 เมษายนนี้

หลังจากปล่อย OPPO R9s เวอร์ชั่นสีแดงสดไปเมื่อคริสต์มาสปีที่ผ่านมา ล่าสุด OPPO ก็เตรียมวางจำหน่าย OPPO R9s เวอร์ชั่นสีเขียวสด Fresh Green ออกมาเพิ่มอีกสีต้อนรับวัน April Fool’s Day ในวันที่ 1 เมษายนนี้

สำหรับ OPPO R9s ถือเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนของ OPPO ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประเทศจีนเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งบ้านเราก็เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยก่อนหน้านี้ตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สีด้วยกันคือ สีดำ สีทอง สีชมพูโรสโกลด์ และสีแดงซึ่งเป็นสีที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจันเท่านั้น ส่วนสีเขียวสด Fresh Green จะเป็นสีใหม่ล่าสุดที่ออกมาชนกับ Huawei P10 เวอร์ชั่นสีเขีนวนั่นเอง

ทั้งนี้ สเปกภายในของ OPPO R9s เวอร์ชั่นสีเขียวสด Fresh Green ยังคงเหมือนกับเวอร์ชั่นสีอื่นๆ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 1 เมษายนนี้ ด้านราคายังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีราคาอยุ่ที่ 2,799 หยวนหรือประมาณ 14,000 บาท ส่วนจะนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราหรือนั้นต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา : gizchina

from:http://mobileocta.com/fresh-green-oppo-r9s-goes-sale-april-1st/

หลุดสเปก Xiaomi Mi 6 และ Mi 6 Plus แบบเต็มๆ มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 835

ตกเป็นข่าวลือมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา สำหรับ Xiaomi Mi 6 ว่าที่สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ จนถึงวันนี้ยังไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการว่าจะเปิดตัวในวันไหน โดยมีเพียงข่าวลือว่าจะเปิดตัวในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลสเปกของ Xiaomi Mi 6 และ Mi 6 Plus แบบเต็มๆ หลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

สำหรับข้อมูลสเปกของ Xiaomi Mi 6 และ Mi 6 Plus ที่หลุดออกมานั้นระบุว่าสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 835 SoC ตัวใหม่ล่าสุด  โดย Xiaomi Mi 6 คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 5.15 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล พร้อมจอขอบโค้งทั้ง 2 ด้นแบบ Dual Edge Screen, RAM 4GB/6GB, หน่วยความจำภายใน 32GB/64GB/128GB, ติดตั้งกล้องหลังความละเอียด 19 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รองรับ 2 SIM, แบตเตอรี่ความจุ 3,200 mAh และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ครอบทับด้วย MIUI 8

ส่วน Xiaomi Mi 6 Plus นั้นมาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล พร้อมจอขอบโค้งทั้ง 2 ด้นแบบ Dual Edge Screen, RAM 6GB. หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB, ติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX362 ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รองรับ 2 SIM, แบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย MIUI 8

ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าข้อมูลสเปกที่หลุดออกมานี้เป็นจริงหรือไม่ แต่คาดว่า Xiaomi Mi 6 และ Mi 6 Plus จะเปิดตัวในช่วงสิ้นเดือนเมษายนนี้

ที่มา Gizchina

 

from:http://mobileocta.com/xiaomi-mi-6mi6-plus-full-specs-leak-come-snapdragon-835/

หลุดแบบไม่ต้องรอเปิดตัว! ภาพเรนเดอร์อย่างเป็นทางการ Samsung Galaxy S8 และ S8 Plus พร้อมสเปกและราคา

เหลืออีกเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8 Plus ว่าที่สมาร์ทโฟนเรือธงในตระกูล Galaxy S ก็จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีทั้งภาพหลุดและวันวางจำหน่ายออกมา ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์อย่างเป็นทางการของสมาร์ทโฟนดังกล่าว รวมถึงสเปกและราคาหลุดออกมาให้เห็นกันแบบจัดเต็มก่อนเปิดตัวแล้ว

เว็บไซต์ WinFuture เผยภาพเรนเดอร์อย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8 Plus ที่เบื้องต้นตัวเครื่องมี 4 สีด้วยกันคือ สีดำ สีเทาอมม่วง สีเงิน และสีฟ้า รวมทั้งอาจจะมีสีทองเพิ่มอีกสี พร้อมเผยว่า นี่จะเป็นสมาร์ทโฟนที่มีสเปกที่ดีที่สุดในตระกุล Galaxy ผสมผสานกับดีไซน์ที่แหวกแนวเลยก็ว่าได้ และเพื่อให้ผุู้ใช้ลืมความล้มเหลวของ Samsung Galaxy Note 7 ที่ผ่านมาอีกด้วย

สำหรับสเปกที่หลุดออกมาของ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8 Plus ตามตารางข้างล่างนี้

นอกจากนี้ในรายงานยังเผยอีกว่า Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8 Plus อาจจะมาพร้อม Samsung Guard S8 ซึ่งเป็นโปรแกรมบริการพิเศษสำหรับลูกค้าในบางประเทศ โดยลูกค้าที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้สามารถส่งเครื่องที่มีปัญหาเข้ารับการซ่อมแซมพร้อมรอรับเครื่องกลับได้ภายใน 2 ชั่วโมง รวมทั้งสามารถเปลี่ยนหน้าจอได้ฟรี 1 ครั้ง และสนับสนุน Remote Support ซึ่งเป็นบริการสำหรับแก้ปัญหาการใช้งานจากระยะไกล

ทั้งนี้ ข้อมูลที่เผยออกมาทั้งหมดนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Samsung จนกว่าจะเห็นข้อมูลที่แท้จริงในงานเปิดตัวอย่างทางการที่จะจัดขึ้นพร้อมกันใน 2 เมืองคือ ลอนดอน ประเทศิังกฤษ และนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 29 มีนาคมนี้

ที่มา : sammobile

from:http://mobileocta.com/almost-all-the-samsung-galaxy-s8-and-s8-plus-information-leaks-along-with-official-images/

วัดใจกันไปเลย Samsung เตรียมนำ Galaxy Note 7 กลับมาขายใหม่แบบเครื่อง Refurbished

หนึ่งในเรื่องใหญ่ของวงการโทรคมนาคมปีที่แล้วคือ Galaxy Note 7 มีปัญหาเรื่องแบตเตอร์รี่จนความร้อนสูงเกิน และในที่สุดทาง Samsung ก็ยอมถอดการทำตลาดรุ่นนี้ออกไป แต่ตอนนี้ Smartphone เรือธงรุ่นดังกล่าวจะกลับมาทำตลาดอีกครั้ง

แก้ปัญหาเรื่องแบตเตอร์รี่ ก่อนนำมาขายใหม่

ถ้าใครยังจำกันได้ Smartphone รุ่นเรือธง หรือ Galaxy Note 7 ของ Samsung มีแผนที่จะวางจำหน่ายช่วงเดือนก.ย. 2559 แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ไม่เกิดขึ้นเพราะปัญหาเรื่องแบตเตอร์รี่ร้อนจนทำให้ตัวเครื่องลุกเป็นไฟ ก็ทำให้ Samsung ตัดสินใจเรียกคืนเครื่องทั้งหมดที่อยูในตลาดขณะนั้นกว่า 3 ล้านเครื่องทั่วโลกเพื่อมาปรับปรุง และหยุดการทำตลาดรุ่นดังกล่าวไปในเดือนต.ค. เนื่องจากขอเวลาไปตรวจสอบปัญหา ซึ่งที่สุดแล้วพบว่าไม่มีจุดใดผิดปกติ นอกจากเรื่องแบตเตอร์รี่

และจากกความเสียหายครั้งนี้ ทำให้ยักษ์ใหญ่โทรศัพท์มือถือจากเกาหลีเสียผลประโยชน์จากการจำหน่ายไปกว่า 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.8 แสนล้านบาท (คำนวนจากการจำหน่าย 3 ไตรมาสหลังจากเปิดตัว) และคงไม่แปลกที่ล่าสุด Samsung จะประกาศเตรียมวางจำหน่าย Galaxy Note 7 รุ่น Refurbished หรือรุ่นที่ปรับปรุงเรื่องปัญหาต่างๆ แล้ว โดยจะมาในรูปแบบขายขาด และเป็นเครื่องให้เช่า

อย่างไรก็ตามการกลับมาจำหน่าย Galaxy Note 7 ครั้งนี้ ทาง Samsung ยังไม่แจ้งว่ามีประเทศใดบ้างที่จำนำเข้าไปทำตลาด รวมถึงวัน และเวลาที่จะเริ่มจำหน่ายอีกด้วย เพราะการกลับเข้าไปขายรุ่นนี้ต้องขออนุญาตในแต่ละประเทศใหม่ หลังจากมีปัญหาเรื่องแบตเตอร์รี่ในรุ่นก่อนนี้ ขณะเดียวกันทาง Samsung ยังเตรียมนำวัสดุของเรือธงรุ่นดังกล่าวมาใช้ใหม่ และขายต่อ เช่นชิปเซ็ต, ระบบกล้องถ่ายภาพ และแร่ธาตต่างๆ ตั้งแต่ทองแดง, เงิน และทอง เพื่อสร้างผลประโยชน์สูงสุด

สรุป

ต้องรอลุ้นกันอีกทีว่า Galaxy Note 7 จะกลับมาขายในประเทศไทยหรือไม่ แต่หากกลับมาขายเมื่อไหร่ ผู้บริโภคส่วนหนึ่งก็คงกังวลอยู่บ้างเกี่ยวกับปัญหาแบตเตอร์จะร้อนจนลุกเป็นไฟหรือไม่ และอีกส่วนก็คงซื้อ เพราะด้วยราคาที่น่าจะถูกกว่าเดิมที่ตั้งไว้ราว 900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 30,000 บาท

อ้างอิง

Samsung Electronics says to sell refurbished Galaxy Note 7s

Samsung to Set the Principles to Recycle of Returned Galaxy Note7 Devices in an Environmentally Friendly Way

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/samsung-sell-refurbished-galaxy-note-7/