คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTPHONE

เผยภาพถ่ายจากกล้องหลังคู่ของ OPPO R11 ออกมาคมชัด และเบลอฉากหลังได้เนียนกริบ

แม้จะยังไม่มีกำหนดว่า OPPO R11 และ R11 Plus ว่าที่สมาร์ทโฟนกล้องหลังคู่รุ่นแรกของ OPPO จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ แต่ทาง OPPO ก็ได้ปล่อยทีเซอร์โฆษณาโปรโมททั้งทางทีวี ตามสถานีรถไฟ สนามบิน และสถานที่สำคัญทั่วประเทศจีนแล้ว พร้อมกับทำสัญญากับซุปเปอร์สตาร์ดังของจีน 8 คนมาช่วยโปรโมทสมาร์ทโฟนรุุ่นนี้ด้วย โดยหวังว่าจะข่วยดันยอดขายให้แรงตามรอย OPPO R9S ล่าสุดมีภาพถ่ายชุดแรกที่ระบุว่าเป็นภาพที่ภาพจากกล้องหลังคู่ Dual Camera ของ OPPO R11 ออกมาให้เห็นกันแล้ว

สำหรับภาพถ่ายที่ระบุว่าถ่ายจากกล้องหลังคู่ Dual Camera ของ OPPO R11 โดยถ่ายในโหมด Protrait หรือแนวบุคคล ซึ่งถ่ายออกมาได้คมชัด แม้ในสถานที่ที่ต่างกัน  รวมถึงเก็บรายละเอียดของเสื้อผ้าชุดแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็นโทนสีที่ดูสดใสไม่เข้มหรือซีดเกินไป รวมถึงเห็นรอยยับอย่างชัดเจน นอกจากนี้ถ่ายใบหน้าออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญเป็นจุดเด่นของกล้องคู่ Dual Camera คือการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งดูจากภาพถ่ายชุดนี้ก็ถือว่าเบลอฉากหลังได้เนียนกริบดี

ทั้งนี้ สเปกกล้องหลังคู่ของ OPPO R11 มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 20 ล้านพิกเซลพร้อมเลนส์มุมกว้าง (Wide Angle) และกล้องรองความละเอียด 16 ล้านพิกเซลพร้อมเลนส์ถ่ายภาพระยะไกล (Telephoto) สำหรับเบลอฉากหลังโดยเฉพาะ ซึ่งก็ดูเหมือนว่ารอบนี้ OPPO จะเน้นชุดจุดเด่นของกล้องหลังเป็นหลัก หลังจากที่เน้นกล้องหน้าเซลฟี่มาตลอด รอดูกันว่า OPPO R11 และ R11 Plus จะได้รับเสียงตอบรับจากผู้ใช้ได้มากน้อยแค่ไหน…

ที่มา : Gizmochina

 

 

from:http://mobileocta.com/oppo-r11-dual-camera-portrait-mode-samples-crisp-clear-quality/

Advertisements

หลุดภาพเรนเดอร์ Moto G5S Plus มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera และมีให้เลือก 4 สี

หลังจากเปิดตัว Moto G5 และ G5 Plus ไปที่งาน MWC 2017 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งได้การตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี ล่าสุดทาง Lenovo ไม่รอช้าเตรียมที่จะเปิดตัว Moto G5S และ G5S Plus สมาร์ทโฟนรุ่นอัปเกรดสเปกออกมาสานต่อความสำเร็จทันที โดยมีภาพเรนเดอร์ของ Moto G5S Plus เผยให้เห็นตัวเครื่องที้มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera กันก่อนเปิดตัวแล้ว

สำหรับภาพเรนเดอร์ของ Moto G5S Plus ที่หลุดออกมานี้สอดคล้องกับภาพโรดแมปของสมาร์ทโฟน Moto ที่จะเปิดตัวในปีนี้ โดยนาย Evan Blass ผู้ใช้บัญชี Twiitter ในชื่อ @evleaks ได้โพสไปเมื่อวันก่อน ซึ่งมาพร้อมสเปกหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080 พิกเซล และติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera ส่วนภาพเรนเดอร์ Moto G5S Plus จะเห็นตัวเครื่องได้ชัดเจนกว่าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ทั้งนี้ คาดว่าสเปกอื่นๆ ของ Moto G5S Plus จะมาพร้อมตัวเครื่องที่ทำจากโลหะแบบ Full Metal Body ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core, ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, มีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม., รัน Android 7.0 Nougat และมีสีให้เลือก 4 สีคือ สีชมพูทอง สีทอง สีเทา และสีเงิน

 

ที่มา : Gsmarena

from:http://mobileocta.com/moto-g5s-plus-comes-with-dual-rear-camera-and-comes-in-4-colors/

เปิดตัว Honor 6A มาพร้อมจอ 5 นิ้ว HD, RAM 3GB, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และรัน Android 7.0 Nougat

Honor แบรนด์ย่อยในเครือ Huawei ประกาศเปิดตัว Honor 6A สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ที่ประเทศจีน โดยมาพร้อมสเปกที่ครบครัน รองรับ 4G VoLTE ในราคาสุดคุ้ม 

สำหรับสเปกของ Honor 6 ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ด้วยขนาด  143.7 x 70.95×8.2 มม. และน้ำหนัก 143 กรัม หน้าจอแสดงผลเป็นจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD 720 พิกเซล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ( 4 x 1.2 GHz Cortex A53 + 4 x 1.5 GHz Cortex A53) โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 430, RAM 2GB/3GB, หน่วยความจำภายใน 16GB/32GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 128GB และรันบน Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.1

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED, เซ็นเซอร์ Sony IMX278 และรองรับเทคโนโลยีโฟกัสภาพแบบ PDAF ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM แบบไฮบริด, รองรับ 4G LTE with VoLTE, Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.1, GPS + GLONASS และใช้แบตเตอรี่ความจุ 3,020 mAh

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Honor 6A มีสีให้เลือก 4 สีคือ สีทอง สีเงิน สีฟ้า และสีชมพู ส่วนราคาเปิดตัวอยู่ที่ 116 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ บาทสำหรับรุ่น RAM 2GB, หน่วยความจำภายใน 16GB และ 145 ดอลล่าร์สหรัฐสำหรับรุ่น RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB โดยเริ่มเปิดให้จองผ่านเว็บไซต์ Vmall และ JD ในประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไป และวางจำหน่ายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

ที่มา : fonearena

from:http://mobileocta.com/honor-6a-with-5-inch-hd-display-3gb-ram-fingerprint-sensor-android-7-0-announced/

ชม Snapdragon Tech Day – เปิดตัวชิป Snapdragon 835 หัวใจมือถือเรือธงแห่งปี 2017

เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Blognone ได้มีโอกาสร่วมงาน Snapdragon Tech Day โดย Qualcomm ผู้ผลิตชิปสมาร์ทโฟน ซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์ครับ

ในงาน นอกจากโชว์ตัวเลขการเติบโตด้านต่างๆ หลักใหญ่ใจความคือพูดถึงเรื่องราวของ Snapdragon 835 ซึ่งเป็นชิป SoC (System on Chip) ใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงหลายรุ่นที่หลายเจ้าเปิดตัวไปก่อนหน้า ทั้ง Samsung Galaxy S8 (รุ่นที่จำหน่ายในบางประเทศ), Xiaomi Mi6, Sharp Aquos R ซึ่ง Qualcomm เองก็เปิดตัวชิปตัวนี้พร้อมเดโมฟังก์ชั่นพื้นฐานที่แต่ละแบรนด์นำไปพัฒนาเป็นคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนตนเอง

งานเขียนนี้จะขอแกะ deck เล่าถึงเรื่องราวที่น่าสนใจของ Snapdragon 835 แทรกไปกับบรรยากาศการเดโม่ของจริงที่ได้สัมผัสมานะครับ

alt="upic.me"

ใน 1 ชิป Snapdragon 835 ข้างในมีอะไรบ้าง

alt="upic.me"

จุดเด่นแรกของ Snapdragon 835 คือขนาดการผลิตที่เล็กลงจากเดิมเป็น 10 นาโนเมตรแบบ FinFET
ซึ่งเล็กแซงซีพียูและจีพียูของพีซีไปแล้ว ผลที่ได้คือประหยัดพลังงาน ประหยัดพื้นที่จัดวางในเมนบอร์ด ส่งผลให้สมาร์ทโฟนมีขนาดบางลงได้นั่นเอง

alt="upic.me"

ซึ่งด้านในของ Snapdragon 835 ประกอบไปด้วยหน่วยประมวลผลแยกหน้าที่กันชัดเจน เช่นจีพียูเป็น Adreno 540 ที่เร็วกว่าเดิม 25%, ซีพียูเป็น Kryo 280, หรือชิปโมเด็มที่พร้อมรับสัญญาณระดับ Gigabit LTE ได้ เป็นต้น และมากับเทคโนโลยี Quickcharge 4 ที่ชาร์จ 5 นาที มือถืออยู่ได้ 5 ชั่วโมง (รองรับทั้งหัว USB-C และ USB-PD)

alt="upic.me"

ในงานมีการโชว์ขนาดชิปจริง ซึ่งเล็กกว่าจะซูมเห็นครับ

alt="upic.me"

ชิปกราฟิกใน Snapdragon 835 รองรับการแสดงภาพแบบ Ultra HD Premium ที่ระดับสีแบบ HDR10 ที่ได้มิติมากกว่าเดิมด้วย ถัดจากเรือธง Snapdragon 820 ที่เริ่มเล่นไฟล์ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาทีได้

โมเด็ม รองรับ Gigabit LTE

alt="upic.me"

จุดเด่นหนึ่งของชิป Snapdragon 835 คือมีโมเด็มรุ่น X16 รองรับสัญญาณ LTE ในตัวกับมาตรฐาน 3xCA (Carrier Aggregation), 256-QAM พร้อมเสาสัญญาณแบบ 4×4 MIMO ที่เริ่มมีเครือข่ายในบ้านเรารองรับและโชว์สปีดที่เกือบแตะระดับกิกะบิตได้ผ่านสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปนี้ และอีกมุมก็รองรับไวไฟระดับกิกะบิตมาตรฐาน 802.11ad แล้ว

alt="upic.me"

ในงานมีเดโมการกระจายสัญญาณ Gigabit LTE ในรูปแบบต่างๆ ก็พอเข้าใจได้ว่าในเซลล์ไซต์เดียวกันอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐานใหม่กว่าก็จะรับส่งข้อมูลได้ไวกว่า

ส่วนประมวลผลภาพ

alt="upic.me"

alt="upic.me"

อีกด้านหนึ่งของ Snapdragon 835 คือความสามารถเรื่องการประมวลผลภาพจากส่วนประมวลผลที่ชื่อ Qualcomm Spectra ที่พยายามเน้นการซูมแบบออปติคอลมากกว่าไปรีดออกจากภาพแต่ละเม็ดพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น EIS3.0 และระบบออโต้โฟกัสแบบไฮบริด แสงเยอะวัดจากอัตราคอนทราสต์ แสงน้อยใช้เลเซอร์หรืออินฟราเรดช่วย ด้านการซูมภาพจะลื่นไหลขึ้นด้วย

เรื่องเสียง ท้าชน DAC ราคาแพง

alt="upic.me"

Snapdragon 835 ชี้ว่าตนมากับหน่วยประมวลผลเสียง Aqstic ที่หน่วยถอดรหัสและภาคขยายเสียงอยู่แยกกัน รองรับการขับเสียงทั้งแบบสายและไร้สายผ่านบลูทูธที่เสริมด้วย AptX

alt="upic.me"

บริเวณส่วนของเดโม มีการท้า Blind Test เสียงเพลงจากสมาร์ทโฟน Snapdragon 835 กับเสียงจาก DAC เครื่องใหญ่เมื่อใช้หูฟังระดับเดียวกัน ผลคือถ้าฟังผ่านๆ ก็ยากจะแยกออกนะครับ (ไม่ถนัดเหมือนกัน)

Machine Learning ก็รองรับ

alt="upic.me"

อีกหนึ่งความเก่งกาจของ Snapdragon 835 คือมีส่วนประมวลผลด้าน Machine Learning ที่ช่วยอ่านและจดจำวัตถุ จดจำเสียงผู้ใช้ ซึ่งเดโมไปจำลองกับแอพสั่งเปิดอีเมล ถ้าไม่ใช่เสียงเจ้าของแม้พูดคำเดียวกันก็เปิดอีเมลไม่ได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ก็เป็นพื้นฐานของลูกเล่นอย่าง Bixby ใน Galaxy S8 นั่นเอง

ในงานไม่ได้นำเครื่องจากแบรนด์ใดมาเดโม แต่เป็นสมาร์ทโฟนทรงแข็งๆ เหลี่ยมๆ แปะตรา Snapdragon ไว้เดโมฟีเจอร์ล้วนๆ ครับ

สายงาน VR ก็มีคนเอา SD 835 ไปใช้

alt="upic.me"

Snapdragon 835 ยังถูกนำไปใช้กับงาน Virtual Reality โดยเป็นส่วนหนึ่งในแว่นหรือเครื่องสวมศีรษะ พร้อมมีเครื่องมือ VRDK ให้นักพัฒนาสร้างคอนเทนต์ แอพ ต่อยอดจากสิ่งที่ฮาร์ดแวร์ทำได้ เดโมในงานมีให้สวมแว่น Cardboard เสพคอนเทนต์ของภาพยนตร์ Power Rangers ครับ ลื่นไหลดี ซึ่งจุดนี้ Qualcomm อธิบายว่าทำงานกับระบบแทร็กกิ้งเครื่องจากเครื่อง Leap Motion ครับ

และงานในวันดังกล่าว แล้วยังมีเรื่องของชิป Snapdragon 660 และ 630 เปิดตัวมาพร้อมกันด้วย โดยสเปคก็ลดหลั่นจาก 835 ลงไป

สรุป

งาน Tech Day ของ Qualcomm ในวันนั้นก็ทำให้เห็นแสนยานุภาพอันเป็นสารตั้งต้นของ Snapdragon 835 ที่พร้อมให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนนำไปใช้และสร้างเครื่องของตนออกจำหน่ายเป็นรุ่นเรือธงต่อไป เห็นภาพรวมเทคโนโลยีบนมือถือต่อจากนี้ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ตามรอบวัฏจักรของยุทธภพ

บรรยากาศอาจไม่เหมือนงานเปิดตัวซีพียูหรือกราฟิกการ์ดของฝั่งพีซีมากนัก เพราะนั่นเราสามารถเลือกชิ้นส่วนประกอบออกมาเป็นระบบที่เราต้องการได้ แต่โลกของสมาร์ทโฟนนั้นขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละรายเลือกชิ้นส่วนสเปคต่างๆ ออกมาเป็นเครื่องให้เราเทียบสเปคและเลือกซื้อกันอีกทีนั่นเอง ถือว่าเป็นของใหม่สำหรับผมครับ

from:https://www.blognone.com/node/92687

​Wiko Kenny ราคาคุ้มค่า มาพร้อม 4G เพียง 2,990 บาท!!

วีโก สมาร์ทโฟนจากฝรั่งเศส เปิดตัว “Wiko Kenny” สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในราคาสุดคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มาพร้อมความรวดเร็ว รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 4G (ทุกเครือข่ายโอเปอเรเตอร์ในไทย) กับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด แอนดรอยด์ 7.0 (Nougat) ช่วยอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ใช้แอพฯพร้อมกัน 2 หน้าจอ ROM 16 GB, RAM 1 GB เพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 128 GB เต็มที่กับหน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5 นิ้ว ความละเอียดกล้องหน้าและกล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพเซลฟีได้โดดเด่นด้วย Display Flash ช่วยให้ใบหน้าสว่างเนียนเป็นธรรมชาติ และเซลฟีมุมกว้าง (Wideselfie) พร้อมโหมดถ่ายภาพมากมาย ดีไซน์สวยทันสมัยกับเมทัลดีไซน์ มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ Anthracite, Gold และ Bleen  คุ้มค่ากว่าใครในราคาเพียง 2,990 บาท หาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call center โทร 0-2020-3600 หรือ www.wikomobile.co.th และ www.facebook.com/WikoThailand

from:http://mobileocta.com/wiko-kenny-is-worth-the-price-with-4g/

รีวิว : OPPO A57 สมาร์ทโฟนกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล เซลฟี่สวย ในราคาไม่ถึงหมื่น

เมื่อต้นปี OPPO ได้ส่ง OPPO R9 และ R9 Plus สมาร์ทโฟนเซลฟี่ระดับเรือธงวางจำหน่ายในบ้านเรา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ล่าสุดได้ส่ง OPPO A57 สมาร์ทโฟนเซลฟี่ในตระกูล A Series เจาะตลาดวัยรุ่นในราคาไม่ถึงหมื่น โดยชูจุดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อม Palm Shutter Function หรือระบบถ่ายภาพแบบอัตโนมัติเพียงยื่นฝ่ามือไปที่หน้ากล้อง ช่วยให้การเซลฟี่ง่ายและสนุกยิ่งขึ้น และเทคโนโลยี Beautify 4.0 ที่สามารถปรับค่าความเนียนใสของผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ว่าแล้วไปอ่านรีวิว OPPO A57 กันเลยดีกว่า

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งเครื่อง OPPO A57 เป็นกล่องกระดาษบางซ้อนกับกล่องกระดาษแข็งสีขาวด้านในขนาดใส่เครื่องพอดีไม่ใหญ่เกินไป โดยด้านหน้ากล่องมาพร้อมรูปเครื่อง ชื่อรุ่น และคอนเซปต์ “Unstoppable Selfies”ที่สื่อถึงจุดเด่นกล้องหน้าเซลฟี่ และด้านหลังจะมีไอคอนสเปกเด่นๆ เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบกับตัวเครื่อง และอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่, สายดาต้าลิงคฺ์ microUSB, ชุดหูฟังแบบ in-ear ขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., เคสซิลิโคนแบบใส, อุปกรณ์จิ้ม SIM Card, ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งาน

รูปลักษณ์ดีไซน์

OPPO A57 มีรูปลักษณ์ดีไซน์โค้งมนสวยหรูในแบบฉบับสมาร์ทโฟน OPPO ด้วยขนาด 149.1×72.9×7.65 มม. และน้ำหนัก 147 กรัม ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ All Metal Unibody กับงานประกอบที่ดูแข็งแรงทนทาน บวกกับขนาดที่ไมใหญ่ ทำให้ถือจับใช้งานได้ถนัดมือ และด้านหลังยังคงเป็นพื้นผิวด้านทำให้ไม่ลื่นมืออีกด้วย

ด้านหน้าเครื่อง เริ่มจากด้านบนจากซ้ายไปขวามีเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.0 สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่, ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ ทั้งปิดหน้าจออัตโนมัติ และปรับความสว่างอัตโนมัติ ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD  16 ล้านสี ความละเอียด HD 1080 x 720 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 4 พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D และด้านล่างใต้หน้าจอมีปุ่มควบคุมแบบสัมผัส Capacitive โดยด้านซ้ายเป็นปุ่ม Recent Apps ด้านขวาเป็นปุ่มย้อนกลับ และตรงกลางเป็นปุ่มโฮมแบบ Solid-State ที่จะไม่มีการยุบตัวลงเมื่อกด รวมทั้งสามารถสแกนนิ้วได้อย่างฉับไว และสแกนได้แม้นิ้วมือจะเปียกน้ำ

ด้านหลังเครื่อง ฝาหลังทำจากโลหะพื้นผิวเรียบแบบด้าน โดยมุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 1- ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ CMOS จาก Sony, รูรับแสงกว้าง f/2.2  และไฟแฟลช LED ถัดลงมาตรงกลางมีโลโก้ OPPO และตรงกลางด้านล่างมีรหัสโมเดล CPH1701 และตัวอักษร Design by OPPO Assembled in China

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

ด้านขวาข้างเครื่องมีช่อง Triple Slot SIM โดยรองรับซิมการ์ดแบบ Nano SIM ด้วยกันทั้ง 2 ช่อง และมีช่องสำหรับใส่ microSD Card แยกออกมาอีกต่างหาก ทำให้เราสามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ด ไปพร้อมๆ กับเพิ่มหน่วยความจำ microSD Card ได้ ถัดลงมามีปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องออกแบบเรียบๆ ไม่มีช่องอะไร

ด้านล่างเครื่อง ตรงกลางมีช่องเสียบชาร์จไฟและสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ส่วนด้านซ้ายมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.กับช่องไมโครโฟน และด้านขวามีช่องลำโพงเสียง

สเปก OPPO A57

ขนาด 149.1×72.9×7.65 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 147 กรัม
หน้าจอ IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด HD 720p ขนาด 5.2 นิ้ว พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D Corning® Gorilla® Glass 4
หน่วยประมวลผล Octa-Core ความเร็ว 1.4 GHz, ชิปเซ็ท Qualcomm MSM8940 Snapdragon 435
RAM 3GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB
microSD Card รองรับสูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2 พร้อมไฟแฟลช LED กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.0
ระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow ครอบทับด้วย ColorOS 3.0
เชื่อมต่อ WI-FI 802.11 b/g/n,  WiFi hotspot, GPS, Bluetooth 4.1
รองรับระบบ 4G LTE Band 1/3/5/7/8 และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 2,900 mAh
ราคา 7,990 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

OPPO A57 รันบนระบบปฎิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow ครอบทับด้วย ColorOS 3.0 พร้อมสีสันสวยงามในแบบฉบับสมารืทโฟน OPPO ใช้งานง่าย และปรับแต่งได้ตามใจชอบ โดยในส่วนของหน้าจอหลักนั้น มีหน้าจอเริ่มต้นให้ใช้ทั้งหมด 2 หน้าหลักด้วยกันและสามารถเพิ่มได้ตามแอปที่ดาวน์โหลดมา นอกจากนี้ถ้าแตะที่ด้านบนแล้วลากลงมาจะเป็นหน้าสำหรับเปิดปิดการเชื่อมต่อต่างๆ ทั้งอินเทอร์เน็ต, WiFi รวมทั้งปรับความสว่าง มีฟังก์ชันถนอมสายตา (Eye protection) เป็นต้น และตั้งค่าใช้งานต่างๆ และถ้าเลื่อนมาด้านซ้ายจะเป็นหน้าจอแจ้งเตือน Notifications

ดาวน์โหลด Theme และภาพวอลเปอร์ในร้านขายธีม มาเปลี่ยนบนหน้าจอได้

รองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมรองรับเครือข่าย 4G LTE และรองรับ Full Net Com 3.0 ใช้ 4G/3G ทั้ง 2 ซิม

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่มโฮมที่อยู่ตรงกลางใต้หน้าจอ โดยก่อนใช้งานจะต้องทำการลงทะเบียนลายนิ้วมือพร้องตั้งรหัสแบบ PIN หรือแบบอื่นๆ ก่อน

ปรับแต่งเสียงให้ตรงกับสไตล์ของเราหรือทำนองของเพลงด้วยเทคโนโลยีซาวด์แทร็กอย่างแท้จริง (ต้องเสียบชุดหูฟังก่อนถึงจะเปิดใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้)

รองรับการใช้งาน OTG สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาเพียงเปิดการใช้งาน

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

OPPO A57 มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED, รูรับแสง f/2.2 และเทคโนโลยีโฟกัสภาพแบบ PDAF นอกจากนี้ยังมีโหมดถ่ายภาพหน้าสวย และโหมดถ่ายภาพพาโนราม่าโดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4160 x 3120 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD พร้อมโหมดถ่ายวิดีโอ Time-Lapse 

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมโหมดถ่ายภาพหน้าสวย และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080 พิกเซล

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

OPPO A57 ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.4GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm MSM8940 Snapdragon 435, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 505, RAM 3GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 32GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม Asphalt Xtreame ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และเล่นนานๆ เครื่องก็ไม่มีอาการร้อนอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ OPPO A57 ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ OPPO A57 ผ่านแอป Geekbench 4

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาดใหญ่ถึง 2,900 mAh  และมาพร้อมโหมด Low Power Mode ที่ช่วยประหยัดแบตเตอรี่เมื่อเปิดใช้งานโหมดนี้ หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 8-10 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น โดยรวมแล้วสามารถใช้งานได้ใน 1 วันสบายๆ และถ้าแบตเหลือน้อยลง ก็สามารถชาร์จโดยใช้เวลาไม่นาน และใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทันที

บทสรุป

OPPO A57 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ชูจุดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพเซลฟี่ โดยกล้องหน้ามีความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล พร้อมลูกเล่นกล้องที่มีในรุ่นใหญ่อย่าง Palm Shutter Function หรือระบบถ่ายภาพอัตโนมัติเพียงยื่นฝ่ามือไปที่หน้ากล้อง และเทคโนโลยี Beautify 4.0 ที่ปรับความเนียนบนใบหน้าให้ขาวใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้บังครบเครื่องเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ และขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไปทำให้ถือจับใช้งานได้อย่างสบายโดยเฉพาะมือของคุณผู้หญิง ทั้งนี้ตัวเครื่อง OPPO A57 ที่นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีทอง และสีชมพู Rose Gold ในราคา 7,990 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ตัวแทนจำหน่ายออปโป้ทั่วประเทศ หรือคลิกสังซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ >>> https://goo.gl/xtTDle

from:http://mobileocta.com/review-oppo-a57/

มาแรง!! Xiaomi Mi 6 Ceramic Edition ทุบสถิติขายวันแรกหมดภายในไม่กี่วินาที

เปิดตัวพร้อม Xiaomi Mi 6 ไปเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาสำหรับ Xiaomi Mi6 Ceramic Edition รุ่นพิเศษที่ตัวเครื่องใช้วัสดุทำจากเซรามิคพร้อมเคลือบทอง 18K รอบเลนส์กล้องคู่ด้านหลังเครื่อง แต่เพิ่งจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันแรกไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมหรือเมื่อวานนี้ในเวลา 10 โมงเช้าที่ประเทศจีน และทันทีที่เปิดจำหน่ายแบบ Flash Sale ก็สามารถขายหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

เว็บไซต์ Xiaomi อย่างเป็นทางการได้ขึ้นข้อความ “Out of Stock” ภายหลังได้เปิดจำหน่าย  Xiaomi Mi6 Ceramic Edition รุ่นพิเศษในราคา 2,999 หยวนหรือประมาณ 15,000 บาท และหมดลงภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที ซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าจะเปิดจำหน่ายครั้งต่อไปเมื่อไหร่ ซึ่งหากทาง Xiaomi ไม่ประสบปัญหาเรื่องตัวเครื่องเซรามิกที่ผลิตได้ยากและใช้เวลานานเหมือนรุ่น Mi Mix ก็คาดว่าจะเปิดจำหน่ายอีกครั้งเร็วๆ นี้

สำหรับสเปกของ Xiaomi Mi 6 Ceramic Edition มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 5.15 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล  ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 835, RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card, ติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic, แบตเตอรี่ 3,350 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.1.1 Nougat ครอบทับด้วย MIUI 8

ที่มา : Gizmochina

from:http://mobileocta.com/xiaomi-mi-6-ceramic-edition-completely-sold-seconds/