คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTPHONE

เปิดตัว Meizu X8 สมาร์ทโฟนจอรอยบากรุ่นแรกของค่าย มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 710 และกล้องหลังคู่

Meizu ประกาศเปิดตัว Meizu X8 สมาร์ทโฟนระดับกลางที่มาพร้อมรูปลักษณ์ดีไซนืที่คล้าย iPhone Xr ที่เพิ่งเปิดตัว โดยเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Meizu ที่มาพร้อมจอรอยบากหรือ Notch และใช้เทคโนโลยีจอแสดงผล LCD COF (Chip-On-Film) เหมือนกันอีกด้วย

Nokia X8

สเปก Meizu X8 มาพร้อมตัวเครื่องขนาด 151.2 x 74.6 x 7.8 มม. และน้ำหนัก 160 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ iPS LCD ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.15 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 89.6%

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 710, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 616, RAM 4GB/6GB, หน่วยความจำภายใน  64GB/128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Flyme UI

ติดตั้งกล้องหลังคู่ พร้อมไฟแฟลชคู่ LED โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล  สำหรับถ่ายโหมด Portrait ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และรองรับฟีเจอร์ปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า Face Unlock

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, USB Type-C และแบตเตอรี่ความจุ 3,120mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว สามารถชาร์จแบต 50% ได้ภายในเวลา 30 นาที

ทั้งนี้ Meizu X8 มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ สีขาว และสีน้ำเงิน โดยมีราคาดังนี้

  • รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB ราคา 1598 หยวนหรือประมาณ 7,570 บาท
  • รุ่น RAM 6GB + ROM 64GB ราคา 1798 หยวนหรือประมาณ 8,520 บาท
  • รุ่น RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 1998 หยวนหรือประมาณ 9,465 บาท

ส่วนวันวางจำหน่ายจะเริ่มจำหน่ายล็อตแรกในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2018

ที่มา : Gizmochina

from:http://mobileocta.com/meizu-x8-goes-official-as-companys-first-notched-display-phone/

Advertisements

หลุดภาพเรนเดอร์ Nokia 7.1 Plus (์Nokia X7) มาพร้อมจอรอยบาก และกล้องหลังคู่เลนส์ ZEISS

หลังจากที่ HMD Global ได้เปิดตัว Nokia X6 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมจอรอยบากไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วย Nokia X5 ในเดือนกรกฎาคม

จากนั้นก็ได้เปิดตัว Nokia 6.1 Plus และ Nokia 5.1 Plus เวอร์ชั่น Global ของ Nokia X6 และ Nokia X5 ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์อย่างเป็นการของ Nokia 7.1 Plus หรือ Nokia X7 หลุดออกมาเผยให้เห็นตัวเครื่องกันแบบชัดๆ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านขวา โดยด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอที่มีรอยบากเหมือน Nokia 6.1 Plus คาดว่าจะมีขนาด 5.9 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ในอัตราส่วน 19:9

Nokia 7.1 Plus

ส่วนด้านหลังใช้วัสดุที่เคลือบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass เหมือน Nokia 6.1 Plus รวมทั้งติดตั้งกล้องหลังคู่ พร้อมไฟแฟลช LED ตรงกลางด้านบนในแนวตั้ง

ที่น่าสนใจคือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในซีรีส์นี้ที่ใช้เลนส์ ZEISS ถัดลงยังคงมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้ว และตรงกลางด้านล่างมีโลโก้ androidone ที่ยืนยันว่าจะรองรับการอัปเดตระบบปฎิบัติการ Android ได้นานถึง 2 ปี และด้านข้างก็ใช้วัสดุที่ทำจากโลหะอลูมิเนียมเหมือน Nokia 6.1 Plus เช่นกัน

สำหรับสเปกของ Nokia 7.1 Plus นั้นคาดว่าจะใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 710, RAM 6GB, แบตเตอรี่ที่รองรับการชาร์จเร็ว 18W และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ตั้งแต่แกะกล่อง และในส่วนของวันเปิดตัวนั้นยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาในตอนนี้ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันต่อไป

ที่มา : Gsmarena

from:http://mobileocta.com/leaked-nokia-7-1-plus-x7-renders-show-a-notch-dual-zeiss-camera/

เปิดตัว Samsung Galaxy A7 (2018) สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัวรุ่นแรกของค่าย พร้อมจอ Super AMOLED

Samsung ประกาศเปิดตัว Samsung Galaxy A7 (2018) สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ในตระกูล A Series ที่มาพร้อมจุดเด่นกล้องหลัง 3 ตัวรุ่นแรกของค่าย, หน้าจอแสดงผลแบบ Infinity Display และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วที่ย้ายจากด้านหลังมาอยู่ด้านขวาข้างเครื่อง

Samsung Galaxy A7 (2018)

สเปกของ Samsung Galaxy A7 (2018) ตัวเครื่องมีดีไซน์เรียบหรู ด้วยขนาด 159.8×76.8×7.5 มม. และน้ำหนัก 168 กรัม หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ความละเอียดระดับ Full HD+ 1080×2220 พิกเซล ขนาด 6.0 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.5:9 แบบ Infinity Display

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz ส่วนชิปเซ็ทไบม่มีการเปิดเผย, RAM 4GB/6GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB, เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.0 Oreo

ติดตั้งกล้องดิจิหลัง 3 ตัว(Triple Camera) โดยกล้องตัวแรกความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 ส่วนกล้องตัวที่สองความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมเลนส์มุมกว้าง Ultra Wild 120 องศา และรูรับแสง f/2.4 และกล้องตัวที่สามความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์จับข้อมูลระยะชัดลึก สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ และรูรับแสง f/2.2 รวมทั้งรองรับฟีเจอร์ Live Focus และ Scene Optimizer เหมือน Galaxy Note 9

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และฟีเจอร์ Adjustable LED Flash สำหรับปรับความสว่างไฟแฟลช รูรับแสง ด/1.9 และฟีเจอร์ Selfie Focus รวมถึงมีโหมดปรับแสง Pro Lighting Mode

รวมทั้งติดตัั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านขวาข้างเครื่องเป็นรุ่นแรกของ Samsung, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE Cat.6, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC, พอร์ต microUSB และแบตเตอรี่ความจุ 3,300mAh

ทั้งนี้ Samsung Galaxy A7 (2018) มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ, สีน้ำเงิน, สีทอง และสีชมพู โดยยังไม่มีการระบุกำหนดการวางจำหน่าย หรือราคาออกมาแต่อย่างใด นอกจากให้ติดตามการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ณ ประเทศมาเลเซีย

ที่มา : Samsung

from:http://mobileocta.com/samsung-galaxy-a7-2018-announced-triple-camera-and-super-amoled-display/

Xiaomi เปิดตัว Mi 8 Pro และ Mi 8 Lite ดีไซน์ไล่เฉดสี เปิดรับจองแล้วในประเทศจีน

สมาร์ทโฟน Mi 8 series ของ Xiaomi ตอนนี้มีสมาชิกใหม่แล้ว ทำให้ปัจจุบันนี้ Mi 8 series มีให้เลือกถึง 5 รุ่นด้วยกัน คือ Mi 8 Explorer Edition, Mi 8, Mi 8 SE และ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Mi 8 Pro กับ Mi 8 Lite

Xiaomi Mi 8 Pro มากับสเปกเทียบเท่ารุ่น Mi 8 Explorer Edition แต่เปลี่ยนเทคโนโลยีจดจำใบหน้าจาก 3D Structured Light มาเป็น Infrared และดีไซน์ด้านหลังเป็นแบบไล่ระดับสี ขณะที่ Mi 8 Explorer Edition จะโปรงแสง

Xiaomi Mi 8 Pro ใช้จอแสดงผล OLED (1080 x 2248 พิกเซล) ขนาด 6.21 นิ้ว ประมวลผลด้วยชิป Snapdragon 845 ความจำ RAM 6GB หรือ 8GB กล้องคู่หลัง 12 + 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 + f/2.4 กล้องเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล

Xiaomi Mi 8 Lite มากับจอแสดงผล LCD ขนาด 6.26 นิ้ว ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 660 กล้องคู่หลัง 12 + 5 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 24 ล้านพิกเซล ความจุแบตเตอรี่ 3,350mAh ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้บนแผงหลังที่ไล่ระดับสี

Xiaomi Mi 8 Pro จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีน วันที่ 21 กันยายนนี้ ราคา 3,200 หยวน หรือราว 15,130 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB / ROM 128GB และ 3,600 หยวน หรือราว 17,025 บาท สำหรับรุ่น RAM 8GB / ROM 128GB

Xiaomi Mi 8 Lite จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีน วันที่ 25 กันยายนนี้ ราคา 1,400 หยวน หรือราว 6,620 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB / ROM 64GB อีกเวอร์ชั่นราคา 1,700 หยวน หรือราว 8,040 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB / ROM 64GB และราคา 2,000 หยวน หรือราว 9,460 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB / ROM 128GB

ที่มา – Gsmarena

from:http://www.flashfly.net/wp/229797

เปิดตัว Meizu 16X มาพร้อมจอ AMOLED 6 นิ้ว, ชิปเซ็ท Snapdragon 710 และสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ

Meizu แบรนด์สมาร์ทโฟนจากแดนมังกร ประกาศเปิดตัว Meizu 16X สมาร์ทโฟนน้องเล็กที่มีการปรับลดสเปกจากรุ่นเรือธงอย่าง Meizu 16 และ 16 Plus ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยยังคงสแกนนิ้วมือฝังใต้หน้าจอเหมือเดิม

Meizu 16X

สเปก Meizu 16X มาพร้อมจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด  6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9  และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 90.62%

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ  Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 710, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 616, RAM 6GB,  หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย Flyme UI

ติดตั้งกล้องหลังคู่ พร้อมไฟแฟลชวงแหวน 6 ดวง โดยกล้องหลักควมละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX380, ขนาดพิกเซล 1.55µm, รูรับแสง f/1.8 กล้องรองความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX350, ขนาดพิกเซล 1.0µm, รูรับแสง f/2.6 ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.0

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 а/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, USB Type-C และแบตเตอรี่ความจุ 3,100mAh

ทั้งนี้ Meizu 16X มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ Jet Black, สีทอง Nuble Gold และสีขาว Ru White ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาจีน Ruware ที่มีชื่อเสียง และมาพร้อมกับพื้นผิวโลหะเซรามิก

ส่วนราคาเริ่มต้นที่ 2,098 หยวนหรือประมาณ บาทสำหรับรุ่น RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 64GB และราคา 2,398 หยวนหรือประมาณ บาท โดยจะเริ่มเปิดให้สั่งจองผ่านทางเว็บไซต์ Meizu ในวันที่ 26 กันยายนนี้

ที่มา : Gizmochina

from:http://mobileocta.com/meizu-16x-launched-with-in-screen-fingerprint-sd710/

หลุดภาพเรนเดอร์ OnePlus 6T ยืนยันยังมาพร้อมกล้องหลังคู่เหมือนเดิม ไม่ใช่ 3 กล้อง!!

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า OnePlus 6T ว่าที่สมาร์ทโฟนนักฆ่าเรือธงรุ่นอัปเกรดจากรุ่น OnePlus 6 จะมาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว แต่ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์อย่างเป็นทางการของ OnePlus 6T หลุดออกมาโดยยืนยันยังคงมาพร้อมกล้องหลังคู่เหมือนเดิม

เว็บไซต์ Winfuture ได้เผยภาพเรนเดอร์อย่างเป็นทางการของ  OnePlus 6T จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ โดยเผยให้เห็นเฉพาะด้านหลังเครื่องที่มาพร้อมกล้องหลังคู่เหมือนรุ่น OnePlus 6 ไม่ไช่กล้อง 3 ตัวอย่างที่เป็นข่าวลือ

OnePlus 6T

แต่ที่ต่างจาก OnePlus 6 ก็คือ ตำแหน่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ OnePlus 6T หายไป ซึ่งภาพเปรียบเทียบแสดงให้เห็นว่า OnePlus 6T จะเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกของแบรนด์ที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้ใต้หน้าจอ ตามทีเซอร์ที่ปล่อยออกมาเมื่อไม่นานมานี้

ส่วนสเปกอื่นๆ ของ OnePlus 6T คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+2340 x 1080 พิกเซล 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 (ใหญ่ขึ้นเดิมมีขนาด 6.28 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9) โดยเปลี่ยนจากจอที่มีรอยบากหรือ Notch มาเป็นติ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า Waterdrop Design หรือจอหยดน้ำ

ทั้งนี้ คาดว่า OnePlus 6T จะเปิดตัวในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันต่อไปครับ

ที่มา : Winfuture

from:http://mobileocta.com/leaked-render-oneplus-6t-confirmed-with-dual-camera/

เปิดตัว Xiaomi Mi 8 Pro และ Mi 8 Lite อย่างเป็นทางการ มาพร้อมตัวเครื่องไล่เฉดสีสะดุดตา เริ่มต้นเพียง 6,XXX บาท

หลังจากเป็นข่าวมาสักพักว่า Xiaomi จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Mi 8 Series เพิ่มอีก 2 รุ่น ล่าสุดได้เปิดตัว Xiaomi Mi 8 Pro และ Mi 8 Lite ที่ประเทศจีนอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดยทั้งคู่มาพร้อมจุดเด่นตัวเครื่องดีไซน์แบบไล่เฉดสีเป็นรุ่นแรกของ Xiaomi 

สเปก Xiaomi Mi 8 Pro

Xiaomi Mi 8 Pro

ตัวเครื่องมีรูปลีกษณ์ดีไซน์และสเปกที่คล้ายกับ Mi 8 Explorer Edition ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ด้วยขนาด 154.9×74.8×7.6 มม. และน้ำหนัก 177 กรัม

หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด  FHD+ 2248 × 1080 พิกเซล ขนาด 6.21 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:7:9 พร้อมรอยบากตรงกลางด้านบนสำหรับเป็นตำแหน่งของกล้องเซลฟี่ ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.8GHz

โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 845, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 630, RAM 6GB/8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI 9.5

ติดตั้งกล้องหลังคู่ พร้อมไฟแฟลชคู่ LED โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างขนาด 26 มม., เซ็นเซอร์ Sony IMX363, ขนาดพิกเซล 1.4µm,  รูรับแสง f/1.8 และกันสั่น 4 แกน

กล้องรองความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung S5K3M3, ขนาดพิกเซล 1.0µm และรูรับแสง f/2.4 ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด AI Portrait และรูรับแสง f/2.0

รวมทั้งติดตัั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่สแกนได้เร็วขึ้น 29% และแม่นยำกว่า 8.8 % เมื่อเทียบกับ Mi 8 Explorer Edition, รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าผ่านเซ็นเซอร์อินฟราเรดซึ่งช่วยตรวจจับใบหน้าในที่แสงน้อยหรือที่มืดได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

นอกจากนี้ยังรองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE,  WiFi 802.11ac, Bluetooth 5.0, NFC, USB Type-C และแบตเตอรี่ความจุ 3,400mAh รองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge 4.0+

ทั้งนี้ Xiaomi Mi 8 Pro มีให้เลือก 2  สีคือ Ochre Black และ Twlight Gold (ไล่เฉดสี) โดยมีราคาดังนี้

  • รุ่น RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 128GB ราคา 3,199 หยวนหรือประมาณ 15,138 บาท
  • รุ่น RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB ราคา 3,599 หยวนหรือประมาณ 17,031 บาท

และจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 21 กันยายนนี้

สเปก Xiaomi Mi 8 Lite

เป็นรุ่นที่ปรับลดสเปกของ Mi 8 รุ่นมาตรฐาน  ตัวเครื่องใช้วัสดุเคลือบด้วยกระจกนาโนสวยหรู ด้วยขนาด 156.4×75.8×7.5 มม. และน้ำหนัก 169 กรัม

หน้าจอแสดงผลเป็นจอความละเอียด FHD+ 2280×1080 พิกเซล ขนาด 6.26 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 พร้อมรอยบากตรงกลางด้านบน สำหรับเป็นตำแหน่งของกล้องเซลฟี่ ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่มีขนาดเล็กและขอบบางกว่า iPhone XR

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz

โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 660 AIE, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512, RAM 4GB/6GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย MIUI 9.5

ติดตั้งกล้องหลังคู่ พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX363, ขนาดพิกเซล 1.4µm และรูรับแสง f/1.9

กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung S5K5E8 และขนาดพิกเซล 1.8µm

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX576, ขนาดพิกเซล  1.8um และรูรับแสง f/2.2 พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI

รวมทั้งติดตัั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE,  WiFi 802.11ac, Bluetooth 5.0, USB Type-C และแบตเตอรี่ความจุ 3,350mAh รองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0

ทั้งนี้ Xiaomi Mi 8 Lite มีให้เลือก 3  สีคือ Dream Blue, Twilight Gold และ Black โดยมีราคาดังนี้

  • รุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB ราคา 1,399 หยวนหรือประมาณ 6,620 บาท
  • รุ่น RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 64GB ราคา 1,699 หยวนหรือประมาณ 8,040 บาท
  • รุ่น RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 128GB ราคา 1,999 หยวนหรือประมาณ 9,460 บาท

 และจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 25 กันยายนนี้

ที่มา Gizmochina 1, 2

from:http://mobileocta.com/launch-of-xiaomi-mi-8-pro-and-mi-8-lite-officially/