คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTPHONE

ออปโป้ เอาใจแฟนๆ ประกาศลดราคา OPPO R9s จาก 13,990 บาท เหลือเพียง 12,990 บาท เท่านั้น!

คนรักการถ่ายภาพห้ามพลาด! ออปโป้ ให้คุณได้เป็นเจ้าของและสัมผัสกับประสบการณ์การถ่ายภาพที่คมชัดทุกรายละเอียดมากกว่าที่เคยในราคาสุดพิเศษกับ OPPO R9s จากเดิมราคา 13,990 บาท ลดเหลือเพียง 12,990 บาท เท่านั้น

OPPO R9s มาพร้อมกับสโลแกน ‘Now, It’s Clear’ ชูจุดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพที่คมชัดทุกรายละเอียดในทุกสภาพแสง กับเซ็นเซอร์อัจฉริยะ Sony IMX398 ขนาด 1/ 2.8 นิ้ว ที่ออกแบบให้มีรูรับแสงกว้างเป็นพิเศษถึง F/1.7 ผสานกับเทคโนโลยีช่วยจับโฟกัสอย่าง Dual PDAF ทำให้ไม่พลาดเก็บทุกช็อตแห่งความประทับใจ ให้คมชัดและสวยงามอยู่เสมอ รวมถึงเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC Flash Charge ที่ชาร์จเพียง 5 นาที ก็คุยได้นาน 2 ชั่วโมง

OPPO R9s

พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ออปโป้แบรนด์ช้อปและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือคลิกซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ >>> https://goo.gl/1PhKTV ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/oppothai และ www.oppo.com/th

from:http://mobileocta.com/oppo-appealed-to-fans-to-announce-oppo-r9s-from-13990-baht-to-12990-baht/

Advertisements

เปิดตัว Vivo V7+ สมาร์ทโฟนกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล  พร้อมจอไร้ขอบ FullView Display ในไทยอย่างเป็นทางการ

“Vivo” แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ประกาศเปิดตัวรุ่นเรือธง “Vivo V7+” ภายใต้สโลแกน 24MP Clearer Selfie Perfect Shot ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ทั้งความโดดเด่นของกล้องหน้า ที่ให้ความคมชัดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล – กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล และตอบโจทย์ “ชีวิตไร้ขีดจำกัด”

ด้วยหน้าจอแบบ FullViewTM Display ที่ทำให้ผู้ใช้งานสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในมุมมองที่กว้างขึ้น และคมชัดขึ้น ทั้งยังจัดเต็มกับสมรรถนะเครื่องแรง-เร็ว ด้วยเทคโนโลยี Qualcomm octa-core CPU 4GB RAM, 64 GB ROM 

และระบบการปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุด Funtouch OS 3.2 ตั้งอยู่บนพื้นฐาน Android 7.1 ทำให้การทำงานของเครื่องลื่นไหล ไม่สะดุด เต็มประสิทธิภาพ  

ในฐานะที่ Vivo เป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก บนความเข้าใจ ความต้องการของผู้บริโภค จึงมุ่งมั่นพัฒนา “สมาร์ทโฟน” ที่สามารถตอบสนองไลฟสไตล์ของผู้คนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคสะดวกขึ้น จากการใช้งานสมาร์ทโฟนของ Vivo ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในราคาเหมาะสม และวันนี้ Vivo มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการแนะนำสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง “Vivo V7+” ที่โดดเด่นและแตกต่างจากสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ 

Vivo V7+ มีความโดดเด่น ใน 4 จุดขายหลัก ได้แก่  

1.ระบบการถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบสำหรับสมาร์ทโฟน ที่ให้ความละเอียดสูง ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลังเพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ทำให้ผู้ใช้ได้ภาพถ่ายที่ดีที่สุดในทุกโอกาส ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ และแสงจะน้อยแค่ไหนก็ตาม เพื่อเก็บภาพแห่งความประทับใจได้ตลอดไป  

– กล้องหน้า ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f2.0 ตอกย้ำการเป็นสมาร์ทโฟนเซลฟี่ตัวจริง ที่ปฏิวัติทุกการถ่ายภาพเซลฟี่ และไม่เพียงแต่ความละเอียดสูงสุดเท่านั้น “V7+” ยังได้ยกระดับการถ่ายภาพกล้องหน้า ที่ทำให้ผู้ใช้ดูสวยใส เป็นธรรมชาติในทุกเวลา ไม่ว่าจะแสงมากหรือแสงน้อย ด้วยโหมดใบหน้าสวยเวอร์ชั่น 7.0 (Face Beauty 7.0)  

นอกจากนี้ยังมีโหมดภาพถ่ายบุคคล ช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลได้ดูดี โดดเด่นยิ่งกว่าที่เคย เพราะสร้างเอฟเฟ็กต์ระยะชัดลึกให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ภาพที่มีใบหน้าคมชัด ขณะที่ฉากหลังจะเบลออย่างสวยงาม เป็นธรรมชาติ ยกระดับจากการถ่ายภาพธรรมดาๆ สู่ระดับมืออาชีพ 

– กล้องหลัง ความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f2.0 และเสริมประสิทธิภาพกล้องให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยโหมดถ่ายภาพ Ultra HD 64 ล้านพิกเซล ทำให้ได้ภาพความละเอียดสูง คมชัด เก็บได้ทุกรายละเอียด  

2.ตอบโจทย์ “ชีวิตไร้ขีดจำกัด” ด้วยหน้าจอ “FullView Displayให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ใน มุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นเกม หรืออ่านไฟล์เอกสาร ด้วยขนาดหน้าจอกว้างถึง 5.99 นิ้ว ความละเอียดจอ 1440 x 720 พิกเซล และความแคบของกรอบเพียง 2.15 มิลลิเมตร แต่จับถนัดมือ นี่เป็นจุดเด่นดีไซน์ล้ำสมัยที่ทำให้สมาร์ทโฟน V7+ โดดเด่นเหนือใคร

3. ความแข็งแกร่งของสมรรถนะเครื่องที่โดดเด่นด้วยการประมวลผลที่แรงและเร็วQualcomm octacore CPU 4GB RAM, 64 GB ROMและระบบการจัดการ Smart Engine พร้อมด้วยระบบการปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุด Funtouch OS 3.2 ตั้งอยู่บนพื้นฐาน Android 7.1 ที่ช่วยให้การทำงานของเครื่องลื่นไหล เต็มที่ทุกความเร็ว อัดแน่นเต็มทุกประสิทธิภาพ และสามารถเพิ่มพื้นที่หน่วยความจำภายนอกได้สูงสุดถึง 256GB 

นอกจากนี้ Vivo ได้จับมือกับบริษัทผู้ผลิตชิปเซ็ตเสียงชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อติดตั้งชิปเสียงรุ่นพิเศษ “HiFi AK4376A” ทำให้ได้อรรถรสการฟังเพลงที่ชัดเจน มีคุณภาพ และไพเราะมากยิ่งขึ้น  

4. เทคโนโลยีอัจฉริยะSmart Split 3.0, App Cloneและ ระบบจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ Vivo ทุ่มเทการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง จนได้ออกมาเป็น 3 เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่มาเติมเต็มให้ V7+” สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ประกอบด้วย  

– Smart Split 3.0 ฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้ใช้งาน สามารถใช้แอพพลิเคชั่นได้หลายแอพฯ เช่น Facebook, WhatsApp, LINE, WeChat, YouTube ได้พร้อมกันในหน้าจอเดียว เพียงใช้ 3 นิ้ว ลากลงมาที่หน้าจอ ก็สามารถแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ส่วน ให้ผู้ใช้งานได้สนุกทั้งความบันเทิง และการแชทได้อย่างอิสระ 

– App Clone ฟังก์ชั่นใหม่ที่ช่วยให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันด้วยบัญชี 2 บัญชีพร้อมกันอย่างง่ายดาย 

– ระบบจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ ยกระดับระบบความปลอดภัยของสมาร์ทโฟนให้ดียิ่งขึ้น เพียงแค่ยกโทรศัพท์ของขึ้นคล้ายกับกำลังถ่ายเซลฟี่ ก็สามารถปลดล็อกโทรศัพท์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ชีวิตของทุกคนง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเจอกับปัญหาการจดจำรหัสผ่านอีกต่อไป 

นอกจากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์แล้ว Vivo ยังใช้กลยุทธ์การสื่อสารผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของเมืองไทย ด้วยภาพลักษณ์ของสาวที่มีความโดดเด่น ทันสมัยและมั่นใจ ที่จะช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เด่นชัดขึ้น และสามารถสร้างการรับรู้ในกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี  

V7+

V7+ วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ 28 กันยายน 2560 ในราคาเพียง 11,990 บาท มีด้วยกัน 2 สี Matte Black และ Champagne Gold (สำหรับผู้ที่สนใจสั่งจอง Vivo V7+ ล่วงหน้าได้ที่ Vivo Shop ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ – 27 กันยายน 2560) 

from:http://mobileocta.com/vivo-launches-vivo-v7-24-megapixel-front-facing-smartphone-with-fullview-display-bezel/

เปิดตัว Huawei Maimang 6 อย่างเป็นทางการ มาพร้อมกล้อง 4 ตัว, หน้าจอ Full Screen และชิปเซ็ท Kirin 659 SoC

Huawei ประกาศเปิดตัว Huawei Maimang 6 อย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มาพร้อมจุดเด่นกล้องหลังคู่ และกล้องหลังคู่ (รวม 4 เลนส์) และหน้าจอแบบเต็มจอ Full Screen Displays ในอัตราส่วน 18:9

สเปก Huawei Maimang 6

Huawei Maimang 6

ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ด้วยขนาด 156.2 × 75.2 × 7.5 มม. และน้ำหนัก 164 กรัม หน้าจอแสดงผลความละเอียด Full HD+ 2,160 x 1080 พิกเซล ขนาด 5.9 นิ้ว พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core (4 xA53 at 2.36GHz + 4 x A53 at 1.7GHz) โดยใช้ชิปเซ็ท Kirin 659, หน่วยประมวลผลกราฟิก MaliT830-MP2, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

ติดดั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual Tone LED โดยกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าก็เป็นกล้องคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช Soft LED โดยกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

รวมทั้งติดตั้งสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM แบบไฮบริด, รองรับ 4G LTE with VoLTE, WiFi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.2, NFC, แบตเตอรี่ความจุ 3,340 mAh และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.1

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Huawei Maimang 6 หรือชื่อในบ้านเรา Nova 2i มีให้เลือก 3 สีคือ  สีดำ Obsidian Black, สีทอง Streamer Gold และสีฟ้า Aurora Blue โดยเปิดใหจองแล้ว และจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนวันที่ 30 กันยายนเป็นต้นไปในราคา 2,399 หยวนหรือประมาณ 11,995 บาท

ที่มา : Gizmochina

from:http://mobileocta.com/huawei-maimang-6-nova-2i-officially-launched-with-4-cameras-and-the-kirin-659-soc-chipset/

วีโว่ (ประเทศไทย) เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Vivo V7+ กับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ Clearer Theory

วีโว่ (ประเทศไทย) เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่สนั่นวงการสมาร์ทโฟน กับการจัดงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Vivo V7+  กับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ Clearer Theory ที่มาพร้อมนิยามใหม่ของที่สุดแห่งความคมชัดของ เทคโนโลยีกล้องหน้าจากวีโว่ที่จะช่วยให้ทุกการเซลฟี่ไม่มีพลาด

กับความคมชัดขั้นสุด ช็อตไหนก็เพอร์เฟกต์ ตามสโลแกน Clearer Selfie Perfect Shot ที่มาพร้อมฟีเจอร์และดีไซน์สุดล้ำในรูปแบบ FullView™ Display ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวคุณเอง ภายในงานได้รับเกียรติจาก มร.เหยา อี๋ หมิง ประธานกรรมการบริหาร วีโว่ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยแบรนด์แอมบาสเดอร์คนดัง “อั้ม พัชราภา” เข้าร่วมงานพร้อมศิลปินดารามากมาย ในวันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ เซ็นทาราแกรนด์ คอนเวนชั่น ฮอลล์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

ผู้ชมทางบ้านสามารถติดตามการถ่ายทอดสดการเปิดตัว Vivo V7+ ได้แบบเรียลไทม์ผ่าน Live Streaming บน Youtube Vivo Thailand : https://www.youtube.com/watch?v=VYH5Nlpmo7E

from:http://mobileocta.com/vivo-thailand-is-launching-a-new-vivo-v7-smartphone-with-the-phenomenal-clearer-theory/

เปิดตัว Vivo X20 และ X20 Plus มาพร้อมจอ Full View Display, ชิปเซ็ท Snapdragon 660 และกล้องหลังคู่

Vivo ประกาศเปิดตัว Vivo X20 และ X20 Plus อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน โดยเป็นสมาร์ทโฟนตระกูล X Series รุ่นภาคต่อจาก X9 และ X9 Plus และเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอแบบ Full Screen รุ่นที่ 2 ต่อจากรุ่น V7+ ที่เปิดตัวที่ประเทศอินเดียเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา 

Vivo X20

สเปก Vivo X20 และ X20 Plus

ตัวเครื่อง Vivo X20 และ X20 Plus มีดีไซน์โค้งมนแบบ 3D ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้รองรับกับฝ่ามือถือจับได้อย่างสบาย โดยด้านหลังมีแถบเสาอากาศดีไซน์แบบ  U-shaped ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.8 มม. โดยใช้กระบวนการขึ้นรูปแบบ nano-injection molding และ ultra-fine zirconium sand spray ที่ให้ความรู้สึกเนียนเรียบ

Vivo X20 มาพร้อมขนาด 155.85 x 75.15 x 7.2 มม. และน้ำหนัก 159 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด Full HD+ 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.01 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D

ส่วน Vivo X20 Plus มีตัวเครื่องที่ใหญ่กว่าด้วยขนาด 165.32×80.09x 7.45 มม. และน้ำหนัก 181.5 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด Full HD+ 2160 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.43 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D

ทั้ง Vivo X20 และ X20 Plus ใข้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core (Quad 2.2GHz Kryo 260 + Quad 1.8GHz Kryo 260 CPUs) โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 660, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS, รูรับแสง f/1.8 และสามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสุูงสุด 24 ล้านพิกเซล กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  พร้อมไฟแฟลชแบบ Soft Light LED, ระบบ Dual Pixel และรูรับแสง F/2.0

รวมทั้งฟีเจอร์ Face Wake ปลดล็อกหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้าที่ทาง Vivo เคลมว่าสามารถปลดล็อกได้ในเวลาเพียง 0.1 วินาที, ติดตั้งสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, ชิปเซ็ทเสียง Hi-Fi AK4376A DAC,

รองรับ 2 SIM แบบไฮบริด, รองรับ 4G VoLTE, WiFi 802.11 ac (2.4 GHz + 5 GHz), Bluetooth 5.0, แบตเตอรี่ความจุ 3.245 mAh (X20)/3,905 mAh (X20 Plus) รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว

และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 7.1.1 Nougat ครอบทับด้วย FunTouch OS 3.2

ทั้งนี้ ตัวเครื่อง Vivo X20 และ X20 Plus มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ Matte Black, สีทอง และสีชมพูทอง

โดยราคา Vivo X20 รุุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB อยู่ที่ 2,998 หยวนหรือประมาณ 14,990 บาท และรุุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 128GB ราคา 3,398 หยวนหรือประมาณ 16,990 บาท

ส่วน Vivo X20 Plus ราคา 3.498 หยวนหรือประมาณ 17,490 บาท โดยจะเริ่มเปิดให้จองที่ประเทศจีนในวันที่ 25 กันยายน และวางจำหน่ายในวันที่ 30 กันยายนนี้

ที่มา : Gizmochina

from:http://mobileocta.com/vivo-x20-and-x20-plus-unveiled-with-189-full-view-screens-snapdragon-660/

Wiko ส่ง “View Series” สมาร์ทโฟนเรือธง 3 รุ่นใหม่ รวมทุกเทคโนโลยีในราคาที่จับต้องได้

“วีโก” สมาร์ทโฟนจากฝรั่งเศส เปิดตัว  “Wiko View Series (วีโก วิว ซีรีส์)” สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสมุมมองที่กว้างกว่า ด้วยนวัตกรรมหน้าจอขนาดใหญ่สัดส่วน 18:9  จับถนัดมือ ถือพกพาสะดวก ในราคาที่จับต้องได้

พร้อมทุ่มงบการตลาด 120 ล้านบาท สื่อสารทางการตลาดแบบครบวงจร ดึงพรีเซนเตอร์ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งเป้ายอดขาย 1 ล้านเครื่อง และส่วนแบ่งการตลาด 5% ภายในสิ้นปี

นายอาณัติ วัดจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีโก โมบาย  (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนปี 2560 ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านเครื่อง แต่ก็ยังมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ตลาดที่น่าจับตาคือกลุ่มสมาร์ทโฟนที่ราคาต่ำกว่า 8,000 บาท เป็นตลาดค่อนข้างใหญ่

ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้จะเลือกสมาร์ทโฟนที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานจริง เน้นการเปรียบเทียบระหว่างคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และราคา เป็นโอกาสให้วีโกเข้ามาทำตลาดกลุ่มนี้ เพราะผลิตภัณฑ์ของวีโกมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดีไซน์ คุณภาพและราคาที่คุ้มค่า รวมถึงบริการหลังการขายที่ลูกค้าสามารถมั่นใจได้

ทั้งนี้ วีโกประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดประเทศไทย โดยตั้งแต่เปิดตัวแบรนด์เราได้พัฒนาธุรกิจและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ช่วงครึ่งแรกของปี 2560 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ในแง่ของจำนวนเครื่อง (Unit) เรามีการเติบโตถึง 54% และในแง่ยอดขาย (Revenue) เติบโตถึง 27%

ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากปัจจัย 3 ประการคือ 1.การเร่งขยายช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า4,000 ราย 2.การเลือกผลิตภัณฑ์มาทำการตลาดที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งคุณภาพ ราคา รวมถึงตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และ3.บริการหลังการขาย ซึ่งมีจุดเด่นที่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตรวจเช็คปัญหาให้ได้ภายใน 1-2 ชม. และมีบริการเปลี่ยนเครื่องทดแทนให้ในกรณีที่การซ่อมแซมมีระยะเวลาเวลาเกิน 24 ชั่วโมง

นายอาณัติ กล่าวอีกว่า สมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอใหญ่แบบ Wide Screen Display กำลังเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคนิยมอยู่ในขณะนี้ วีโกจึงเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น “Wiko View Series (วีโก วิว ซีรีส์) ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้ผู้บริโภคได้สัมผัสมุมมองที่กว้างกว่า ด้วยนวัตกรรมหน้าจอขนาดใหญ่ในสัดส่วน 18:9  แต่ยังจับถนัดมือ ถือพกพาสะดวก ถือเป็นการรวมทุกเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคต้องการ ในราคาที่จับต้องได้ โดยแต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันดังนี้

“Wiko View Prime (วีโก วิว ไพรม์)”  หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว กล้องหน้าคู่ (Dual Front Camera) ความละเอียด 20 + 8  ล้านพิกเซล ถ่ายเซลฟีหน้าชัดหลังเบลอ และ Auto-Group Selfie ช่วยให้ถ่ายเซลฟีมุมกว้างได้ถึง 120 องศา พร้อมโหมด Super Pixel ให้รายละเอียดภาพสูงถึง 64 ล้านพิกเซล เก็บได้แม้รายละเอียดเล็กๆ และมี Dual SIM สามารถใช้งานทั้ง 3G และ 4G ได้ในเวลาเดียวกัน มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Cherry Red, Gold และ Black ในราคา 7,490 บาท

“Wiko View XL (วีโก วิว เอ็กซ์แอล)”  และ “Wiko View (วีโก วิว)”  หน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว และ  5.7 นิ้ว กล้องหน้าความละเอียด 16ล้านพิกเซล พร้อม Soft Light Selfie Flash ให้ภาพสวยเป็นธรรมชาติ และกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีฟังก์ชั่นถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Live Portrait Blur) สะดวกยิ่งขึ้นด้วยปุ่มสัมผัสสแกนลายนิ้วมือด้านหลังที่ใช้เป็นชัตเตอร์กล้องได้ ดีไซน์พรีเมียม มีให้เลือก 4 สี Cherry Red, Gold, Black และ Deep Bleen ราคา 5,990 และ 4,990 บาท ตามลำดับ

“เรากำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวีโก เดิมเราใช้ระยะเวลา 2 ปีกว่า เพื่อทำยอดขายให้ครบ 1 ล้านเครื่อง แต่ภายในปี 2560เราจะไปให้ถึงเป้าหมายยอดขาย 1 ล้านเครื่อง โดยใช้ระยะเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น และตั้งเป้ารายได้ 2,500 ล้านบาท พร้อมมั่นใจจะมีส่วนแบ่งการตลาด 5% ภายในปีนี้” ผู้บริหารวีโก กล่าว

ด้าน น.ส.วราภรณ์ เพ็ญสุขใจ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท วีโก โมบาย  (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ เฉพาะครึ่งปีหลังได้ตั้งงบสื่อสารการตลาด 120 ล้านบาท โดยจะใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบ 360 องศา แบ่งเป็น การสื่อสาร ณ จุดขาย และการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ ทั้งออฟไลน์ ประกอบด้วย สื่อโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์  วิทยุ และสื่อนอกบ้าน (Out of Home) ควบคู่ไปกับทางออนไลน์ เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพสูงสุดและเข้าถึงคนทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาวีโกใช้กลยุทธ์ในการสื่อสารกับผู้บริโภค โดยเน้นที่การสร้างความเชื่อมั่นผ่านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และราคาเป็นหลัก (Rational Approach) และในปีนี้เราจะขยายกลยุทธ์การสื่อสารไปในส่วนของการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น (Emotional Approach) ผ่านการใช้พรีเซนเตอร์ เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์ และช่วยให้แบรนด์แข็งแรงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจและจดจำแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับสาเหตุที่วีโกเลือกนักแสดงสาว “คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ” เป็นพรีเซนเตอร์ เพราะด้วยภาพลักษณ์ที่ดูคล่องแคล่ว ทะมัดทะแมง และแฝงไปด้วยความทันสมัย เข้าใจความต้องการและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง บุคคลิกของคิมเบอร์ลีที่เฟรนด์ลี่ เข้าถึงง่าย มีสไตล์เป็นของตัวเอง ยังตรงกับแนวคิดในการออกแบบสมาร์ทโฟนของวีโกที่คงไว้ด้วยดีไซน์ที่ดูแข็งแรง แต่มีความสวยงามและดูพรีเมี่ยม

นอกจากนี้ คิมเบอร์ลียังมีดวงตาที่สวย สื่อถึงสมาร์ทโฟนรุ่น “Wiko View Prime (วีโก วิว ไพรม์)” หนึ่งในตระกูลวิวซีรีส์ ซึ่งมีจุดเด่นที่กล้องหน้าคู่ (Dual Front Camera) และยังสื่อถึงการมองเห็น ที่สอดคล้องกับมุมมองหน้าจอใหญ่ ด้วยคาแรคเตอร์ของคิมเบอร์ลีที่ตอบโจทย์กับสินค้า จะช่วยให้การทำตลาดครั้งนี้ของวีโกประสบความสำเร็จและข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

ทั้งนี้สมาร์ทโฟนรุ่น “Wiko View Series (วีโก วิว ซีรีส์)” จะเริ่มขายตั้งแต่วันที่ 27 กันยายนนี้ หาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call center โทร 0-2020-3600 หรือ www.wikomobile.co.th และ www.facebook.com/WikoThailand

from:http://mobileocta.com/wiko-view-series-flagship-smartphone/

ศึกแย่งส่วนแบ่งสมาร์ทโฟนตลาดล่าง Wiko ส่งรุ่นเรือธง เริ่มต้น 4,990 บาท เน้นถูก สเปคครบ

ตลาดสมาร์ทโฟนช่วงราคาต่ำกว่า 8,000 จะคึกคักขึ้นอีก Wiko ส่งรุ่นใหม่ ตระกูลวิวซีรีส์ มาลุยในไทย โดยบอกว่าพร้อมมากที่สู้กับแบรนด์อื่นๆ “เพราะต่อให้สเปคเท่ากัน แต่เราราคาถูกกว่า” ส่วนในความเป็นจริง จะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม

Wiko รุ่น View Series สมาร์ทโฟนเรือธงที่ส่งมาในไทยปี 2017

Wiko ลุยหนักตลาดล่างสมาร์ทโฟน เพื่อแย่งแชร์ 5%

หลังจากที่ Wiko เปิดตัวในไทยมาแล้ว 2 ปีเศษ นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาจนถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ Wiko มียอดขายมือถือรวมแล้วที่ 1,000,000 เครื่องเรียบร้อย ในภาพรวมแล้ว สิ่งที่ทำให้ Wiko ไต่อันดับมาถึงจุดนี้ได้ก็คือมือถือรุ่นราคา 2,000 – 3,000 บาท โดยในตลาดสมาร์ทโฟนราคานี้ Wiko ครองส่วนแบ่งตลาดไว้ถึง 30.7%

แต่การเล่นเพียงตลาดล่างนั้นไม่เพียงพอ เพราะผู้บริโภคพอได้ทดลองใช้สินค้าในระดับหนึ่ง ก็อยากใช้สินค้าที่ดีขึ้น อาจรวมถึงแพงขึ้น (ถ้าทำได้) และต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่มีมากขึ้น

ล่าสุด Wiko เลยต้องส่งสมาร์ทโฟนเรือธงออกมาเล่นในตลาดประเทศไทย โดยเป็นซีรีส์ที่เรียกว่า Wiko View Series (วีโก วิว ซีรีส์) รุ่นที่ราคาต่ำที่สุดในซีรีส์นี้อยู่ที่ 4,990 บาทคือ Wiko View (วีโก วิว) ตามมาด้วย Wiko View XL (วีโก วิว เอ็กซ์แอล) ที่ราคา 5,990 บาท และตัวท็อปคือ Wiko View Prime (วีโก วิว ไพรม์) ในราคา 7,490 บาท

การส่งวิวซีรีส์ออกมาจึงทำให้ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทภายใต้แบรนด์ที่แต่เดิมอยู่ประมาณ 4,000 บาท ถีบตัวขึ้นมาอยู่ในระดับ 4,900 บาทขึ้นไป พูดง่ายๆ คือ รุ่นใหม่ที่ส่งออกมาก็เพราะต้องการดันแบรนด์ให้พรีเมี่ยมมากขึ้น เพราะต้องการเพิ่มไลน์การผลิตที่ตอบโจทย์คนหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ไม่เล่นแค่ตลาดล่างอีกต่อไป แต่ต่อให้ต้องแข่งตลาดล่างก็จะทำให้ตลาดล่างพรีเมี่ยมขึ้น

อาณัติ วัดจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีโก โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า “ตลาดต่างจังหวัดตอนนี้คนที่ชินกับโทรศัพท์แบบปุ่มกดก็น้อยลง เพราะเขาต้องการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น เอาไว้คุยไลน์ ใช้โซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น พฤติกรรมเปลี่ยนไป สำหรับแบรนด์เรา หลายคนใช้เป็นเครื่องแรกในการทดลองใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งนั่นเป็นข้อดี เพราะเราพยายามจะทำให้เขาประทับใจ แล้วใช้ Wiko ต่อไปเรื่อยๆ วันนี้เราส่งวิวซีรีส์ออกมาก็เพื่อทำตีทั้งตลาดในเมืองและต่างจังหวัด อย่าลืมว่าตลาดคนต่างจังหวัดตอนนี้ไม่ได้ต่างจากในเมืองแล้ว ไลฟ์สไตล์แทบจะคล้ายๆ กัน”

“เราต้องการแชร์ (ส่วนแบ่งตลาด) ที่ 5% ในปีนี้ ตอนนี้เรามีอยู่แล้วที่ 3.5% เราเชื่อว่าเราจะไปได้ถึงภายในปีนี้ ด้วยสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่ส่งมาใหม่”

เหล่าผู้บริหาร Wiko

Wiko ค่อนข้างคาดหวังกับรุ่นใหม่นี้ เพราะเชื่อว่าจะสู้กับแบรนด์อื่นๆ ที่ตีตลาดสมาร์ทโฟนในโซนราคาต่ำกว่า 8,000 เช่น Samsung, Huawei, Oppo, Vivo ฯลฯ เพราะด้วยฟีเจอร์กับฟังก์ชั่นแล้ว Wiko ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองสูง ลองดูได้จากความน่าสนใจของ Wiko ในรุ่นวิวซีรีส์ อย่างเช่น

  • หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว 
  • หน้าจอ 18:9
  • กล้องหน้าคู่ ความละเอียด 20 + 8  ล้านพิกเซล
  • ถ่ายเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอได้ และมี Auto-Group Selfie ช่วยให้ถ่ายเซลฟีมุมกว้างได้ถึง 120 องศา มีโหมด Super Pixel ให้รายละเอียดภาพสูงถึง 64 ล้านพิกเซล

ผู้บริหาร Wiko ย้ำว่า ด้วยความครบของสมาร์ทโฟนซีรีส์นี้ ถ้าไปเทียบสเปคกับรุ่นในแบรนด์อื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด เชื่อว่า ราคาจะแพงกว่านี้แน่นอน และที่สำคัญ แม้ว่า Wiko จะส่งสเปคเครื่องหรือกล้องที่อาจจะไม่ต่างจากแบรนด์อื่นที่มีอยู่ในตลาด แต่เราขอยืนยันว่า “มีเหมือนกัน แต่เราทำถูกกว่า” นี่คือจุดขายของเรา

อย่างไรก็ตาม จากการสัมผัส Wiko รุ่นใหม่ที่ส่งออกมา โดยเฉพาะตัว View Prime ที่ถือว่าเป็นตัว Top ค่อนข้างทำได้ดี แถมมาในราคา 7,490 ถ้าวัดแค่ผลิตภัณฑ์ ฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นน่าจะไม่ใช่ปัญหา แต่อาจจะอยู่ที่การทำตลาด ตัวแทนขาย และภาพลักษณ์แบรนด์มากกว่า

ทำการตลาด รุกตลาดล่างถึงกลาง มีพรีเซ็นเตอร์ครั้งแรก

งบการตลาดของทั้งปี 2017 ของ Wiko คือ 170 ล้านบาท แต่ใช้ในตอนต้นปีไปเพียง 50 ล้านบาท ส่วนในครึ่งปีหลังจากใช้เต็มสูบคือ 120 ล้านบาท เป็นการทำโฆษณาทุกช่องทาง ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ แต่สิ่งที่แปลกใหม่คือมีพรีเซ็นเตอร์ นับเป็นครั้งแรกที่ Wiko ไปดึงเอานักแสดงสาว “คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ” มาเป็นพรีเซนเตอร์ โดยให้เหตุผลว่า จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ที่ดี คำที่ผู้บริหารบอกคือ คิมเบอร์ลียังมีดวงตาที่สวย สื่อถึงสมาร์ทโฟนรุ่น วีโก วิว ไพรม์ ซึ่งมีจุดเด่นที่กล้องหน้าคู่”

ทั้งนี้ ด้วยสัดส่วนของ Wiko ที่อยู่ในต่างจังหวัดถึง 75% กับในกรุงเทพเพียง 25% แต่ Wiko มองว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะต่างจังหวัดก็ยังมีแรงซื้อที่ดี นอกจากนั้นการส่งรุ่นใหม่ในตระกูลวิวซีรีส์มานี้จะทำให้เจาะตลาดเมืองได้มากขึ้น

เป้าของ Wiko นอกจากที่บอกไว้คือในปีนี้จะแย่งแชร์ในตลาดสมาร์ทโฟนให้ได้ 5% ยังตั้งต่อไปอีกว่า ในครึ่งปีหน้าจะต้องอยู่ที่ 10% ให้ได้ แถมแต่ละเดือนจะต้องมียอดขายที่ 1.5 แสนเครื่อง พร้อมทั้งตั้งเป้ามูลค่าไว้ที่ 2,500 ล้านบาท (ในปัจจุบันอยู่แถวๆ 1,000 ล้านบาทปลายๆ)

สรุป

Wiko แบรนด์สมาร์ทโฟนจากฝรั่งเศสที่บุกตลาดในไทยมาตั้งแต่ปี 2014 ตอนนี้มียอดขายที่ 1 ล้านเครื่องแล้ว ขอบุกต่อด้วยการส่งวิวซีรีส์ที่ถือว่าเป็นการขยับตัวจากตลาดล่างขึ้นอยู่กลางๆ เพื่อสู้ในศึกสมาร์ทโฟนตลาดต่ำกว่า 8,000 บาท แม้ในช่วงราคานี้จะได้รับความนิยมสูงในไทย โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด แต่ในช่วงเรทราคานี้ ผู้เล่นในตลาดก็ไม่น้อย แถมหลายรายเป็นแบรนด์ใหญ่ ทุนหนา และทำการตลาดอย่างช่ำช่อง ทางเดียวที่ Wiko จะสู้ได้คือการส่งสเปคที่เทียบเท่าหรือไปไกลกว่า แต่ราคาต้องถูกกว่ารายอื่นๆ แต่แค่นั้นจะเพียงพอที่ทำให้ Wiko เป็นผู้เล่นที่น่ากลัวในตลาดสมาร์ทโฟนหรือไม่ ติดตามดูกันต่อไป

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/wiko-view-series-smartphone-battle/