คลังเก็บป้ายกำกับ: SSD

[Review] Samsung Portable SSD T5 ที่สุดของฮาร์ดดิสก์พกพา ประสิทธิภาพสูง รองรับทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ

Samsung แบรนด์นี้เชื่อได้ว่าเพื่อนๆ จะรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะถือได้ว่าเป็นหนึ่งผู้นำเทคโนโลยีไอทีต่างๆ ที่เห็นได้ชัดๆ ก็จะเป็นในส่วนของสมาร์ทโฟน แต่หลายๆ คนน่าจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ว่านอกเหนือจากสมาร์ทโฟน ทาง Samsung ก็ยังเป็นผู้นำในเรื่องของการผลิตฮาร์ดแวร์ต่างๆ ด้วย ซึ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นหน่วยความจำ Flash Memory

ที่ในบทความนี้ ทางทีมงาน NotebookSPEC ได้มีโอกาสมารีวิวทดสอบให้ได้ชมกัน กับ Samsung Portable SSD T5 ที่เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ Solid State Drive พกพาขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ สำหรับความจุ 250GB สนนราคาอยู่ที่ 4,590 บาท และความจุ 500GB อยู่ที่ 7,940 บาท รวมไปถึงมีความจุ 1TB และ 2TB ด้วย สนนราคาอยู่ที่ 14,900 บาท และ 28,900 บาท มาพร้อมการับประกัน 3 ปี โดยรุ่นที่ทางทีมงานได้รับมาเป็นรุ่นความจุ 1TB ครับ

ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นช่วงหลังๆ มานี้นับว่าเป็นช่วงที่อุปกรณ์ Solid State Drive กำลังก้าวเข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ของอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเรื่องความเร็วคงไม่ต้องพูดถึงเพราะเร็วชนิดกินฮาร์ดดิสก์ขาดไปหลายช่วงตัว ที่เมื่อเทียบแล้วเร็วกว่าถึง 4.9 เท่า ส่วนความจุต่อราคาที่ใครๆ ว่ากันว่าแพงจนซื้อกันไม่ได้นั้นก็เริ่มจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะจากราคาที่มีการปรับตัวลดลงมา เราจึงเห็น SSD ถูกนำมาใช้ในคอมพิวเตอร์ระดับ High-End มากขึ้น รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่อาจจะเป็นทางเลือกในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

Samsung Portable SSD T5 เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพาอีกหนึ่งรุ่นที่มีการต่อยอดมาจากรุ่นก่อนๆ นับว่ามีความโดดเด่นและน่าสนใจมากทีเดียว เพราะไม่ใช่เพียงแค่ความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลที่ทำได้ดีเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมดีไซน์ที่สวยงาม และมีขนาดที่เล็กมากๆ แถมน้ำหนักเบา เรียกได้ว่านำติดตัวไปได้ทุกที่ทีุกเวลาอย่างไม่ลำบากเลย โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Deep Black) สำหรับความจุ 1TB และ 2 TB และสีฟ้า (Alluring Blue) สำหรับความจุ 250GB และ 500GB

แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น Solid State Drive ซึ่งถูกสร้างด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์จึงไม่มีชิ้นส่วนจักรกลใดๆที่มีการเคลื่อนที่ จึงไม่ต้องห่วงเลยการกระแทกแล้วข้อมูลจะเสียหายอย่างฮาร์ดดิสก์แบบพกพา (External Harddisk) ทั่วไปที่เป็นจานแม่เหล็กแบบเก่าเลย ซึ่งทนทานขนาดที่ตกระดับ 2 เมตรก็ยังไม่เป็นอะไร พร้อมการเชื่อมต่อความเร็วสูงใหม่ล่าสุดด้วย USB 3.1 Gen 2 (10Gbps) โดยรองรับการทำงานทั้งคอมพิวเตอร์ Windows, เครื่อง Mac และสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต Android รวมไปถึง HDTV, Smart TV อีกด้วย

นอกเหนือจากนั้น Samsung Portable SSD T5 รองรับมาตรฐานการเข้ารหัสข้อมูลแบบ AES 256-bit ด้วย Samsumg Portable SSD Software ช่วยให้ผู้ใช้งานปรับตั้งค่าความปลอดภัยต่างๆ หรืออัพเดทเฟิร์มแวร์และซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุดได้โดยง่ายผ่านทางคอมพิวเตอร์ และที่ขาดไม่ได้ Samsung Portable SSD T5 ยังมีแอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เพื่อความสะดวกในการใช้งานที่มากขึ้น

ดีไซน์การออกแบบ Samsung Portable SSD T5

น่าจะเรียกได้ว่าเป็นกล่องฮาร์ดดิสก์แบบพกพาที่เล็กที่สุดเท่าที่เคยจับมากเลยก็ว่าได้สำหรับ Samsung Portable SSD T5 ตัวนี้ นั่นเพราะตัวมันเองมีขนาดที่เล็กมาก ซึ่งนอกเหนือจากตัว Samsung Portable SSD T5 ก็มีสายสัญญาณเชื่อมต่ออย่าง USB Tpye-C > A เส้นเล็กๆ กระทัดรัด เรียกได้ว่าเราสามารถนำไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊กได้ทันทีทั้ง Windows และ macOS ที่สำคัญยังมีสายสัญญาณอีกเส้นไว้ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน อย่าง USB Tpye-C > C เพื่อถ่ายโอนข้อมูลกันไปมา คล้ายกับใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ปกติเลย

  

การออกแบบของ Samsung Portable SSD T5 จัดว่ามีความสวยงามน่าใช้ ขนาดกะทัดรัดและบางเฉียบ ที่มิติ 74 x 57.3 x 10.5 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าเทียบกับฝ่ามือก็จะมีขนาดเพียงครึ่งฝามือเท่านั้นเอง หรือเทียบกับนามบัตรก็ยังเล็กกว่า ดีไซน์หลักๆ เป็น Unibody ไร้รอยต่อ วัสดุเป็นอลูมิเนียมส่วนสีสันก็จะเป็นโทนดำด้านที่เรียบหรูดูดี โดยมีไฟ LED สีฟ้า คอยแสดงสถานะการทำงานอยู่  สำหรับพอร์ตที่ตัวเครื่องจะเป็น USB Type-C

 

รวมไปถึงก็มีน้ำหนักเบามากๆ เพียง 51 กรัม จนแทบไม่รู้สึกว่าวางอยู่ในมือเลย ส่งผลให้เราจึงสามารถหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋าสตางค์ หรือกระเป๋าถือ แล้วก็พร้อมจะไปได้ทุกที่ อุปกรณ์เก็บข้อมูลไม่เคยพกพาได้สะดวกขนาดนี้มาก่อน เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนที่ต้องการพกพาไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่หรือมืออาชีพที่ต้องโอนถ่ายข้อมูลปริมาณมหาศาลอยู่เป็นประจำ

  

เมื่อลองเทียบมิติตัวเครื่องกับที่อุปกรณ์เก็บข้อมูลรุ่นอื่นๆ อาทิ External Haddisk และ Flash Drive ก็จะเห็นว่า Samsung Portable SSD T5 มีขนาดเล็กกว่า External Haddisk พอสมควรทั้งในเรื่องความบางและขนาดโดยรวม รวมไปถึงก็มีน้ำหนักเบากว่ามากทีเดียว ในส่วนของ Samsung Portable SSD T5 เมื่อเทียบกับ Flash Drive ก็จะมีขนาดที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรียกได้ว่าถ้าในเรื่องการพกพาถือว่ายอดเยี่ยมที่สุด เพราะได้ทั้งประสิทธิภาพการทำงานที่สูง รองรับทุกอุปกรณ์ ในขนาดตัวที่ใหญ่กว่า Flash Drive เท่านั้น

ใช้งานจริง Samsung Portable SSD T5

Samsung Portable SSD T5 มาพร้อมกับเทคโนโลยี 64-layer V-NAND ของทาง Samsung ที่เป็นผู้นำด้านการผลิต Flash Memory เรียกได้ว่ายกระดับประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือขึ้นอีกระดับ ซึ่งแต่เดิมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ด้วยหน่วยความจำ NAND แนวราบแบบดั้งเดิม แต่ด้วยเทคโนโลยี V-NAND ใหม่ล่าสุด ทำให้มั่นใจได้ว่า Samsung Portable SSD T5 จะมอบประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือที่ไม่เคยมีมาก่อนในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพกพา ด้วยความเร็วการโอนถ่ายข้อมูลที่ Samsung เคลมไว้สูงสุดระดับ 540 MB/s ซึ่งถ้าเทียบแล้ว เราจะสามารถใช้ Samsung Portable SSD T5 คัดลอกไฟล์ภาพยนตร์ขนาด 4.8GB จะใช้เวลาเพียง 12 วินาที หรือไฟล์ขนาด 3GB จะใช้แค่ 7 วินาทีเท่านั้นเอง

 

ความเร็วการเขียนอ่านที่อยู่บน Samsung Portable SSD T5 โดยทดสอบผ่านทางโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่อย่าง Dell Vostro 7570 ด้วยโปรแกรมยอดนิยมบนระบบปฏิบัติการ Windows อย่าง CrytalDiskMark สามารถทำความเร็วในการอ่านได้ที่ประมาณ 440.4 MB/s ส่วนความเร็วในการเขียนจะอยู่ช่วงประมาณ 432.1 MB/s ด้วยกัน ด้วยสายสัญญาณ USB Tpye-C > A แต่ถ้าเชื่อมต่อด้วย USB Tpye-C > C จะได้ความเร็วในการอ่านที่ระดับ 544.1 MB/s และเขียนที่ 494.3 MB/s ซึ่งก็คงเป็นผลมาจากการใช้การเชื่อมต่อความเร็วสูง ทั้งในส่วนภายในและภายนอก

รวมไปถึงทางทีมงานก็ยังได้นำ Samsung Portable SSD T5 ไปทดสอบเป็นตัวสำรองข้อมูลโปรแกรม Lightroom ที่เป็นโปรแกรมตกแต่งภาพมืออาชีพ โดยได้ทำการใส่ไฟล์ภาพนามสกุล RAW ซึ่งเป็นไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า JPEG ทั่วไป แล้วทำการโปรเซสภาพผ่านทาง Samsung Portable SSD T5 ก็พบว่าในการทำงานนั้นมีความลื่นไหลมากๆ ไม่แตกต่างจากการใช้งาน SSD ในตัวเครื่องเลย ส่งผลให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุด อย่างที่ฮาร์ดดิสก์พกพาอื่นๆ ไม่สามารถให้ได้ทีเดียว

*เชื่อมต่อด้วยสาย USB Tpye-C > C จะสามารถทำประสิทธิภาพได้ดียิ่งกว่า USB Tpye-C > A จากการที่พอร์ต USB Tpye-C ที่ตัวเครื่อง Dell Vostro 7570 เป็นมาตรฐาน USB 3.1 Gen 2 ต่างจากพอร์ต USB Tpye-A ที่เป็นมาตรฐาน USB 3.0 เท่านั้นเอง

Samsung Portable SSD T5 รองรับมาตรฐานการเข้ารหัสข้อมูลแบบ AES 256-bit ด้วย Samsumg Portable SSD Software ช่วยให้ผู้ใช้งานปรับตั้งค่าความปลอดภัยต่างๆ โดยการติดตั้งก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพราะอยู่ใน Samsung Portable SSD T5 อยู่แล้ว หรือถ้าเป็นสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต Android ก็สามารถโหลดผ่านทาง Google Play ที่สามารถตั้งค่าเพื่อเข้าการใช้งานได้ ทำให้เวลาที่ใครเอาไปใช้ก็จำเป็นต้องกรอกรหัสเสมอ รวมไปถึงถ้าจะอัพเดทเฟิร์มแวร์ก็ใช้ Samsumg Portable SSD Software อัพเดทได้เช่นกัน

รวมไปถึงกรณีที่นำไปใช้กับสมาร์ทโฟนค่ายเดียวกันอย่าง Samsung Galaxy Note 8 จะเห็นได้ว่านำ Samsung Portable SSD T5 ไปใช้งานง่ายๆ ไม่แตกต่างกับใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเลย เพียงเชื่อมต่อด้วยสาย USB Tpye-C > C เท่านั้น ตัวสมาร์ทโฟนเองก็จะเห็น Samsung Portable SSD T5 และพร้อมที่จะโอนถ่ายข้อมูลทันที

ที่ไม่ว่าจะเป็นการโอนถ่ายในตัว Samsung Portable SSD T5 เอง หรือโอนถ่ายระหว่าง Samsung Galaxy Note 8 และ Samsung Portable SSD T5 อย่างไม่ติดขัด เสมือนใช้กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คปกติเลย แต่มีข้อสังเกตอยู่อย่างว่าการทำความเร็วนั้นอาจจะไม่เทียบเท่าการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ด้วยความเร็วในการอ่าน 164.46MB/s และในการเขียน 162.3 MB/s ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นที่ตัวของสมาร์ทโฟนเอง

สรุปการใช้งาน Samsung Portable SSD T5

เอาเป็นว่าใครกำลังมองอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เน้นพกพาเป็นหลักและต้องการประสิทธิภาพ รวมถึงประสบการณ์การใช้งานที่ดีแล้วล่ะก็ Samsung Portable SSD T5 ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกแรกๆ ได้เลย เพราะด้วยดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่น ขนาดเล็กพกพาสะดวก รวมไปถึงความเร็วการโอนถ่ายข้อมูลก็มีความรวดเร็วมากๆ ที่สำคัญคือ รองรับการใช้งานได้ครอบคลุมทุกอุปกรณ์มากๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS รวมไปถึงสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต Android หรือแม้กระทั่ง HDTV, Smart TV ก็สามารถใช้งานได้

อย่างไรก็ตามแม้จะมีข้อดีมากมายเหนือกว่า SSD ปกติ แต่ด้วยราคาที่สูงกว่านั้นทำให้หลายคนอาจจะสู้ไม่ไหวได้ ซึ่งหากใครคิดว่างบประมาณในการซื้อไม่ใช้ปัญหาเท่าไหร่นัก ก็ตามไปจัด Samsung Portable SSD T5 กันได้เลย คิดว่าแลกกับประสบการณ์ใช้งานก็ถือว่าคุ้มอยู่ เลือกความจุได้ตามกำลังทรัพย์และลักษณะการใช้งานกันได้เลย

จุดเด่น

  • เป็น SSD แบบพกพาที่ขนาดเล็กมาก เล็กกว่านามบัตร
  • น้ำหนักตัวเครื่องเบามากเพียง 51 กรัม
  • ดีไซน์สวย แข็งแรงทนทาน
  • ประสิทธิภาพการใช้งานสูง
  • รองรับการใช้งานทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน
  • มีซอฟต์แวร์เข้ารหัสความปลอดภัย

ข้อสังเกต

  • ราคาสูงเมื่อเทียบกับ SSD หรือ External Harddisk ทั่วไป

from:https://notebookspec.com/review-samsung-portable-ssd-t5/422922/

Advertisements

Buyer’s Guide – Hard Disk กับ SSD ความเร็วสูงระดับ Enterprise ควรมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร ???

ก่อนอื่นขอบอกเกี่ยวกับลักษณะการใช้งาน Hard Disk ในปัจจุบันที่จะแบ่งเป็น 2 อย่างใหญ่ๆ คือ Hard Disk Desktop กับ Hard Disk Enterprise ซึ่ง Hard Disk Desktop ก็คือ Hard Disk ที่เราใช้งานกันทั่วไปบน PC หรือโน้ตบุ๊ค โดยลักษณะการใช้งานจะไม่ได้ทำงานแบบต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หรือทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนตัว Hard Disk Enterprise ลักษณะหน้าตาก็จะคล้าย Hard Disk ปกติ แต่จะถูกออกแบบมาให้มีความจุที่สูงกว่าปกติ และใช้สำหรับทำงาน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเหตุให้ Hard Disk Enterprise ต้องออกแบบมาพิเศษมีความคงทน เพื่อลดความเสี่ยงที่ฮาร์ดไดรฟ์จะพังเวลาใช้งานได้

แน่นอนว่าเมื่อข้อมูลเริ่มมีการกินพื้นที่มากในปัจจุบัน สังเกตง่ายๆ จากไฟล์หนังที่สมัยก่อนเป็น Full HD ไม่กี่ GB เดี๋ยวนี้เป็น 4K ที่ใช้พื้นที่เป็นสิบๆ GB ความจุฮาร์ดไดรฟ์ก็ต้องมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพราะ หากใช้ฮาร์ดไดรฟ์รุ่นธรรมดามาทำการเก็บข้อมูลที่มากขึ้น อาจจะไม่สนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลในระดับองค์กร ที่ต้องการพื้นที่ ประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด เพราะ ข้อมูลทางธุรกิจมีความสําคัญเป็นอย่างมาก

ซึ่งทาง Seagate เองก็ได้พัฒนาฮาร์ดไดรฟ์ ในระดับองค์กรโดยการ Rebanding ใหม่ในผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Enterprise มาเป็นสองแบบคือ EXOS ที่เป็น Harddisk ขนาด 2.5 และ 3.5 นิ้วปรกติ และ NYTRO ที่เป็น SSD ขั้นเทพที่มีประสิทธิภาพและความเร็วในการทํางานสูง สำหรับใช้งานการจัดเก็บข้อมูลสําหรับองค์กรให้มีความสมบูรณ์แบบ เหมาะสําหรับที่ปรึกษาด้านไอที สถาปนิกศูนย์ข้อมูล และผู้ให้บริการระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบคลาวด์เป็นต้น

  

โดยตัว Seagate EXOS จะแบ่งเป็น 2 Class คือ EXOS X และ EXOS E ซึ่งตัว EXOS X จะเป็นฮาร์ดไดรฟ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดและมีความปลอดภัยสูงสุดสำหรับไดร์ที่มีการปรับเปลี่ยนหรือรันทำงานตลอดเวลา และสามารถปรับความจุ ปรับขนาดได้ แถมยังใช้เทคโนโลยีนาโนใหม่ล่าสุดสำหรับการใช้งานบน Cloud หรือทำเป็นศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยจะมีความจุสูงสุด 12 TB/ลูก

ส่วนตัว EXOS E จะเป็นรุ่นรองลงมา ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน รองรับการทำงานแบบ 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับคนไม่ได้ต้องการความเร็วในการถ่ายโอนมากเหมือนตัว EXOS X เน้นในเรื่องของการเก็บข้อมูลมากกว่า ซึ่ง EXOS E จะมีความจุสูงสุด 8 TB/ลูก

  

มาดูทางฝั่ง SSD ระดับ Enterprise ของทาง Seagate กันบ้างซึ่งจะเป็นรุ่น NYTRO โดยจะมีทั้งที่เป็นขนาด 2.5, FHHL และ M.2 สามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับองค์กรที่นอกจากจะต้องการความจุสูงแล้ว ยังต้องการความเร็วสูงสุดด้วย โดยตัว NYTRO ซีรีส์ 3000 จะมีความจุสูงถึง 15 TB แถมมีอินเตอร์เฟสที่เป็นแบบ SAS อีกด้วย เร็วปานจรวดเลยทีเดียว

นอกจากนี้ที่สำคัญเลยคือฮาร์ดไดรฟ์ของทาง Seagate ระดับ Enterprise ที่อยู่ในตระกูล EXOS และ NYTRO จะมีการรับประกันตัวฮาร์ดไดรฟ์ถึง 5 ปีเต็ม (ยกเว้นรุ่น 5E8) ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจนอกจากจะได้ฮาร์ดไดรฟที่มีความจุปริมาณเยอะและประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังมีความอุ่นใจ ไม่ต้องกลัวกังวลว่าฮาร์ดไดรฟ์จะเสียก่อนถึงเวลาอันควรอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/buyers-guide-harddisk-enterprise/425969/

Tech – Seagate ชูโรงฮาร์ดไดรฟ์ระดับ Enterprise ตัวใหม่ EXOS กับ NYTRO ความจุสูงถึง 12 TB

ก่อนอื่นขอบอกเกี่ยวกับลักษณะการใช้งาน Hard Disk ในปัจจุบันที่จะแบ่งเป็น 2 อย่างใหญ่ๆ คือ Hard Disk Desktop กับ Hard Disk Enterprise ซึ่ง Hard Disk Desktop ก็คือ Hard Disk ที่เราใช้งานกันทั่วไปบน PC หรือโน้ตบุ๊ค โดยลักษณะการใช้งานจะไม่ได้ทำงานแบบต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หรือทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนตัว Hard Disk Enterprise ลักษณะหน้าตาก็จะคล้าย Hard Disk ปกติ แต่จะถูกออกแบบมาให้มีความจุที่สูงกว่าปกติ และใช้สำหรับทำงาน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเหตุให้ Hard Disk Enterprise ต้องออกแบบมาพิเศษมีความคงทน เพื่อลดความเสี่ยงที่ฮาร์ดไดรฟ์จะพังเวลาใช้งานได้

แน่นอนว่าเมื่อข้อมูลเริ่มมีการกินพื้นที่มากในปัจจุบัน สังเกตง่ายๆ จากไฟล์หนังที่สมัยก่อนเป็น Full HD ไม่กี่ GB เดี๋ยวนี้เป็น 4K ที่ใช้พื้นที่เป็นสิบๆ GB ความจุฮาร์ดไดรฟ์ก็ต้องมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพราะ หากใช้ฮาร์ดไดรฟ์รุ่นธรรมดามาทำการเก็บข้อมูลที่มากขึ้น อาจจะไม่สนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลในระดับองค์กร ที่ต้องการพื้นที่ ประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด เพราะ ข้อมูลทางธุรกิจมีความสําคัญเป็นอย่างมาก

ซึ่งทาง Seagate เองก็ได้พัฒนาฮาร์ดไดรฟ์ ในระดับองค์กรโดยการ Rebanding ใหม่ในผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Enterprise มาเป็นสองแบบคือ EXOS ที่เป็น Harddisk ขนาด 2.5 และ 3.5 นิ้วปรกติ และ NYTRO ที่เป็น SSD ขั้นเทพที่มีประสิทธิภาพและความเร็วในการทํางานสูง สำหรับใช้งานการจัดเก็บข้อมูลสําหรับองค์กรให้มีความสมบูรณ์แบบ เหมาะสําหรับที่ปรึกษาด้านไอที สถาปนิกศูนย์ข้อมูล และผู้ให้บริการระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบคลาวด์เป็นต้น

  

โดยตัว Seagate EXOS จะแบ่งเป็น 2 Class คือ EXOS X และ EXOS E ซึ่งตัว EXOS X จะเป็นฮาร์ดไดรฟ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดและมีความปลอดภัยสูงสุดสำหรับไดร์ที่มีการปรับเปลี่ยนหรือรันทำงานตลอดเวลา และสามารถปรับความจุ ปรับขนาดได้ แถมยังใช้เทคโนโลยีนาโนใหม่ล่าสุดสำหรับการใช้งานบน Cloud หรือทำเป็นศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยจะมีความจุสูงสุด 12 TB/ลูก

ส่วนตัว EXOS E จะเป็นรุ่นรองลงมา ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน รองรับการทำงานแบบ 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับคนไม่ได้ต้องการความเร็วในการถ่ายโอนมากเหมือนตัว EXOS X เน้นในเรื่องของการเก็บข้อมูลมากกว่า ซึ่ง EXOS E จะมีความจุสูงสุด 8 TB/ลูก

  

มาดูทางฝั่ง SSD ระดับ Enterprise ของทาง Seagate กันบ้างซึ่งจะเป็นรุ่น NYTRO โดยจะมีทั้งที่เป็นขนาด 2.5, FHHL และ M.2 สามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับองค์กรที่นอกจากจะต้องการความจุสูงแล้ว ยังต้องการความเร็วสูงสุดด้วย โดยตัว NYTRO ซีรีส์ 3000 จะมีความจุสูงถึง 15 TB แถมมีอินเตอร์เฟสที่เป็นแบบ SAS อีกด้วย เร็วปานจรวดเลยทีเดียว

นอกจากนี้ที่สำคัญเลยคือฮาร์ดไดรฟ์ของทาง Seagate ระดับ Enterprise ที่อยู่ในตระกูล EXOS และ NYTRO จะมีการรับประกันตัวฮาร์ดไดรฟ์ถึง 5 ปีเต็ม (ยกเว้นรุ่น 5E8) ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจนอกจากจะได้ฮาร์ดไดรฟที่มีความจุปริมาณเยอะและประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังมีความอุ่นใจ ไม่ต้องกลัวกังวลว่าฮาร์ดไดรฟ์จะเสียก่อนถึงเวลาอันควรอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/buyers-guide-harddisk-enterprise-exos-nytro/425969/

[Intel] นำเสนอ SSD รุ่น Optane SSD 900P สำหรับ Desktop PC สาย Gamer และคนใช้งานทั่วไปที่เน้นประสิทธิภาพ

จนถึง ณ เวลานี้นั้นแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ของทาง Intel โมเดลสุดแรงอย่าง Intel Optane SSDs ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นวางจำหน่ายสำหรับตลาดในระดับองค์กรเท่านั้น ทว่าล่าสุดนั้นทาง Intel ได้เปิดตัวแหล่งเก็บข้อมูลโมเดล Intel Optane SSD 900P ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดนักเล่นเกมและผู้ใช้งานทั่วไปโดยตรงทำให้ราคาของ Intel Optane SSD 900P นั้นถูกกว่า Intel Optane SSD รุ่นสำหรับองค์กรเป็นอย่างมากแต่ประสิทธิภาพก็ไม่ได้ลดลงมากอย่างที่คิดครับ

Intel Optane SSD 900P เป็นแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ที่ใช้ 3D XPoint(TM) technology ซึ่งเร็วกว่า NAND flash memory ที่ใช้บนแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ทั่วไปเป็นอย่างมาก ซึ่ง Intel Optane SSD 900P นี้นั้นจะมีการวางจำหน่ายแยกเป็น 3 โมเดลคือรุ่นขนาดความจุ 280 GB ที่มาพร้อมกับมาตรฐาน U.2 15 mm form factor หรือมาตรฐาน 2.5 นิ้วตามท้องตลาดทั่วไป ส่วนอีก 2 โมเดลนั้นจะเป็นแบบ HHHL (CEM3.0) (half-height/half-length PCI-Express) แบ่งเป็นรุ่นความจุ 280 GB และ 480 GB

ทาง Intel ได้บอกเอาไว้ว่า Intel Optane SSD 900P นั้นจะมาพร้อมกับความเร็วที่เหนือกว่า SSD ทั่วไปที่ใช้ NAND-based ถึง 4 เท่าตัวแถมยังมีความทนทานมากกว่าค่าเฉลี่ยของ SSD ทั่วไปมากถึง 22 เท่าตัว โดย Intel Optane SSD 900P นั้นจะมีสเปคดังต่อไปนี้ครับ

  • Sequential read – up to 2500 MB/s
  • Sequential write – up to 2000 MB/s
  • Random read – up to 550,000 IOPS
  • Random write – up to 500,000 IOPS
  • Latency (for both read and write operations) – 10 µs
  • Endurance rating – 8.76 PB (480 GB model) or 5.11 PB (280 GB models) lifetime writes
  • MTBF – 1,600,000 hours

ทั้งนี้ Intel Optane SSD 900P ทั้ง 3 โมเดลนั้นจะมาพร้อมกับการเข้ารหัสความปลอดภัยแบบ 256-bit AES hardware encryption และ enhanced power loss data protection โดยจะมีการประกันให้เป็นระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี ในส่วนของราคานั้นรุ่นที่มาพร้อมกับความจุขนาด 280 GB จะอยู่ที่ $389.99 หรือประมาณ 13,450 บาทและรุ่นความจุขนาด 480 GB นั้นจะมีราคาอยู่ที่ $599.99 หรือประมาณ 20,700 บาท เริ่มต้นวางจำหน่ายที่ Newegg เป็นที่แรกครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/intel-intros-the-first-optane-ssd-for-desktops/421998/

[Intel] นำเสนอ SSD รุ่น Optane SSD 900P สำหรับ Desktop PC สาย Gamer และคนใช้งานทั่วไปที่เน้นประสิทธิภาพ

จนถึง ณ เวลานี้นั้นแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ของทาง Intel โมเดลสุดแรงอย่าง Intel Optane SSDs ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นวางจำหน่ายสำหรับตลาดในระดับองค์กรเท่านั้น ทว่าล่าสุดนั้นทาง Intel ได้เปิดตัวแหล่งเก็บข้อมูลโมเดล Intel Optane SSD 900P ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดนักเล่นเกมและผู้ใช้งานทั่วไปโดยตรงทำให้ราคาของ Intel Optane SSD 900P นั้นถูกกว่า Intel Optane SSD รุ่นสำหรับองค์กรเป็นอย่างมากแต่ประสิทธิภาพก็ไม่ได้ลดลงมากอย่างที่คิดครับ

Intel Optane SSD 900P เป็นแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ที่ใช้ 3D XPoint(TM) technology ซึ่งเร็วกว่า NAND flash memory ที่ใช้บนแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ทั่วไปเป็นอย่างมาก ซึ่ง Intel Optane SSD 900P นี้นั้นจะมีการวางจำหน่ายแยกเป็น 3 โมเดลคือรุ่นขนาดความจุ 280 GB ที่มาพร้อมกับมาตรฐาน U.2 15 mm form factor หรือมาตรฐาน 2.5 นิ้วตามท้องตลาดทั่วไป ส่วนอีก 2 โมเดลนั้นจะเป็นแบบ HHHL (CEM3.0) (half-height/half-length PCI-Express) แบ่งเป็นรุ่นความจุ 280 GB และ 480 GB

ทาง Intel ได้บอกเอาไว้ว่า Intel Optane SSD 900P นั้นจะมาพร้อมกับความเร็วที่เหนือกว่า SSD ทั่วไปที่ใช้ NAND-based ถึง 4 เท่าตัวแถมยังมีความทนทานมากกว่าค่าเฉลี่ยของ SSD ทั่วไปมากถึง 22 เท่าตัว โดย Intel Optane SSD 900P นั้นจะมีสเปคดังต่อไปนี้ครับ

  • Sequential read – up to 2500 MB/s
  • Sequential write – up to 2000 MB/s
  • Random read – up to 550,000 IOPS
  • Random write – up to 500,000 IOPS
  • Latency (for both read and write operations) – 10 µs
  • Endurance rating – 8.76 PB (480 GB model) or 5.11 PB (280 GB models) lifetime writes
  • MTBF – 1,600,000 hours

ทั้งนี้ Intel Optane SSD 900P ทั้ง 3 โมเดลนั้นจะมาพร้อมกับการเข้ารหัสความปลอดภัยแบบ 256-bit AES hardware encryption และ enhanced power loss data protection โดยจะมีการประกันให้เป็นระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี ในส่วนของราคานั้นรุ่นที่มาพร้อมกับความจุขนาด 280 GB จะอยู่ที่ $389.99 หรือประมาณ 13,450 บาทและรุ่นความจุขนาด 480 GB นั้นจะมีราคาอยู่ที่ $599.99 หรือประมาณ 20,700 บาท เริ่มต้นวางจำหน่ายที่ Newegg เป็นที่แรกครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/421998/

อินเทลเปิดตัว Optane SSD 900P สตอเรจสำหรับผู้ใช้ตัวแรกที่ใช้เทคโนโลยี Optane

อินเทลเปิดตัวเทคโนโลยี Optane หรือ 3D XPoint มาตั้งแต่ปี 2015 จำกัดสินค้าเฉพาะเครื่องเซิร์ฟเวอร์เฉพาะทางมาโดยตลอด จนตอนนี้อินเทลก็เปิดตัวสินค้าตระกูล Optane SSD 900P สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้ว

อินเทลวางตัว 900P สำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วดิสก์สูง เช่น งานจำลองระบบ, การเรนเดอร์สามมิติ, ไปจนถึงการเล่นเกมที่ต้องการให้โหลดเกมเร็วขึ้น

ตัว SSD ต้องเชื่อมต่อด้วย PCIe NVMe 3.0 x4 ขนาดดิลก์เล็กสุดที่ 280GB ราคาเริ่มต้น 389 ดอลลาร์ หรือ 13,000 บาท รุ่น 480GB ราคา 599 ดอลลาร์หรือ 20,000 บาท

ที่มา – Intel, Polygon

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/96648

Apacer PT920 Commando PCIe SSD ลงตลาดแล้วในยุโรป

Apacer PT920

ว่ากันด้วยเรื่องราวของ SSD ในเวลานี้คงถือว่าเป็นเรื่องปรกติไปแล้วก็ว่าได้ที่จะสามารถพบเห็นจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ว่าไฮเอ็นด์หรือไม่ไฮเอนด์ เพราะด้วยเรื่องของราคาที่มันมีให้เลือกใช้งานหลากหลายมากขึ้นที่สำคัญคือมีราคาเริ่มต้นที่ถูกมาก ๆ หากเปรียบเทียบจากช่วงเวลาที่ผ่านมาสำหรับ SSD ในแบบ SATA แต่สำหรับฝั่งของ M.2 SSD โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ NVMe SSD ถือว่ายังคงเป็นเพียงยุคเริ่มต้นเท่านั้น แต่สำหรับราคาเองก็ไม่ได้แรงมากนัก ทำให้มันเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นทุกขณะ ด้วยประสิทธิภาพที่เร็วแรงกว่า SATA SSD อย่างชัดเจน เมื่อความต้องการมากขึ้นการแข่งขันก็เริ่มจะคุกรุ่นมากขึ้นเช่นกัน

Apacer-PT920-Commando-3

ล่าสุด SSD ที่มีการออกแบบแหวกแนวที่เคยพบเห็นกันจากค่าย Apacer ก็ลงตลาดเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Apacer PT920 กับ NVMe SSD ที่มาในรูปของ PCI Express card ซึ่งมีให้เลือกใช้งานสองขนาดด้วยกันคือ ความจุ 240GB และ 480GB เชื่อมต่อผ่าน PCIe Gen3 x4 ส่วนความเร็วที่ระบุมานั้นแจ้งไว้ว่าสามารถอ่าน/เขียนได้ด้วยความเร็วสูงสุดในระดับ 2500MB/s และ 1350MB/s ตามลำดับ ส่วน Random write ระบุมาที่ 175K IOPs โดยตัว NAND จะเป็น MLC สำหรับประเด็นจริง ๆ ของ NVMe SSD ตัวนี้คงไม่ใช่เรื่องของสเป็คการทำงาน แต่คงจะเป็นที่เรื่องของหน้าตานั่นเอง

เมื่อมองดูจากหน้าตาการออกแบบนั้น PT920 ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเหมือนกับส่วนประกอบของปืนในโมเดล M16 สำหรับตัวฝาครอบการ์ด PCIe และมันก็จะยังทำหน้าที่เป็นฮีตซิงก์สำหรับระบายความร้อนให้กับตัว SSD ไปในตัวอีกด้วยนั่นเอง ส่วนสนนราคาตามข่าวระบุว่า ขนาด 240GB มีราคา £139.99 หรือราว 6,100 บาท ส่วนขนาด 480GB ยังไม่มีราคาให้เห็น

ZoLKoRn Says: ถ้าถามถึงตัวสเป็คของ PT920 มันก็เฉย ๆ แหละครับถือว่าอยู่ในกลุ่มมาตรฐานทั่วไปของ SSD ในแบบ NVMe ในยุคนี้ แต่ที่ทำให้มันน่าสนใจก็เจ้ากรอปที่ครอบมาบนตัวการ์ดนี่แหละ ทำให้มันดูโดดเด่นขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนการมาในรูปของ PCI Express Card จากข้อมูลที่หามามันเป็นแบบการ์ดแปลงที่มี M.2 SSD NVMe เสียบอยู่ ไม่ได้เป็น NVMe SSD ซึ่งเป็น M.2 ที่ใช้ชิปคอนโทรลเลอร์จากทาง PHISON เหมือน ๆ กับ MP500 จากทาง Corsair ดังนั้นเรื่องของความแรงหากถามว่าประมาณไหน ก็ประเมินเอาจาก MP500 ได้เลยครับ

นอกจากนี้กับการมาของ Apacer PT920 ในครั้งนี้ผมคิดว่า หลังจากนี้ไปเราคงจะได้เห็นการออกแบบของ NVMe SSD ที่มีรูปทรงแปลก ๆ หรือมีหน้าตาที่สวยงามมากขึ้นอย่างแน่นอน และถ้าหากว่าเจ้าไหนทำมาเป็นการ์ดแบบนี้แล้วมีไฟที่สันการ์ด รองรับ RGB ด้วยนะ รับรองว่าขายดีแน่แน่นอน !


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/j49fTZIfM6s/