คลังเก็บป้ายกำกับ: startup

VMware เข้าซื้อกิจการ CloudCoreo บริษัท Startup ด้าน Cloud Security

VMware ประกาศเข้าซื้อกิจการของ CloudCoreo เสริมทัพด้าน Cloud Security ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มองค์กร

 

Credit: CloudCoreo

 

เทคโนโลยีของ CloudCoreo นี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของระบบ Cloud Infrastructure ทั้งหมด ครอบคลุมทั้ง Cloud Service, Host และการตั้งค่าของ Application เพื่อตรวจสอบหาการกำหนดค่าของระบบที่ผิดพลาดหรือเกิดความเสี่ยงต่อระบบได้ ช่วยให้ทีม Security และทีม DevOps สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงที่จะเกิดช่องโหว่หรือการละเมิดนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยของบริการ

หลังการเข้าซื้อกิจการแล้วเสร็จ ทาง VMware จะนำบริการของ CloudCoreo มานำเสนอเป็นบริการแยกต่างหาก และสามารถทำการ Integrate เข้ากับบริการต่างๆ ของ เพิ่มเติมได้

CloudCoreo นี้เพิ่งก่อตั้งกิจการมาได้เป็นเวลาเพียง 20 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2016 และหลังจากนี้ทางทีมงานของ CloudCoreo ก็จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน VMware และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ด้าน Cloud Security เพื่อร่วมตอบโจทย์ Multi-Cloud ของทาง VMware และเสริมภาพผลิตภัณฑ์ด้าน Cloud Security ของ VMware ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ยังไม่เปิดเผยมูลค่า โดยผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.cloudcoreo.com/

 

ช่องทางการเข้าร่วม VMUG Thailand

สำหรับช่องทางการเข้าร่วมชุมชน VMUG Thailand หรือติดตามข่าวสาร มีดังนี้นะครับ

ทั้งนี้อนาคตอาจมีการเปิดช่องทางใหม่ๆ เพิ่มอีก ก็จะมีการอัปเดตให้ทราบกันเป็นระยะครับ

 

จะช่วยสร้างชุมชน VMUG Thailand ด้วยกันอย่างไรบ้าง?

สำหรับผู้ใช้งาน VMware ที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือชุมชน VMUG Thailand นั้น มีช่องทางด้วยกันหลายทาง ดังนี้

  • ร่วมแบ่งปันความรู้กับสมาชิกในชุมชน VMUG Thailand โดยติดต่อกับทางทีมงาน VMUG Thailand เพื่อเป็นอาสาสมัครได้ทันทีที่ Wuttikorn Limpitak <wuttikorn@unixdev.co.th>
  • ร่วมพูดคุยสอบถามและตอบปัญหาต่างๆ ได้ที่ Facebook Group https://www.facebook.com/groups/1502318113117280/
  • ติดตามเข้าร่วมงาน Meetup และงาน Webinar
  • สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลักดันชุมชนได้ที่ Wuttikorn Limpitak <wuttikorn@unixdev.co.th>

 

ที่มา: https://www.sdxcentral.com/articles/news/vmware-buys-cloud-security-startup-cloudcoreo/2018/02/

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-acquires-cloudcoreo-cloud-security-startup-company/

Advertisements

EEC โครงการขนาดยักษ์ พัฒนาเขตตะวันออกสู่เมืองใหม่ ตัวช่วยให้สังคมสตาร์ทอัพโตเร็ว

ปัจจุบันระบบนิเวศน์ทางเทคโนโลยีของไทยเอื้อให้เกิดการเติบโตของนวัตกรรมใหม่และสตาร์ทอัพมากมาย ในประเทศไทยภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการเข้ามาของศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพ รวมทั้งการสนับสนุนของสถาบันการศึกษาก็ช่วยสร้างความกล้าให้คนออกมาทำสตาร์ทอัพ สร้างบริการใหม่สู่สังคม

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบนิเวศน์ทางเทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนหนึ่งและศูนย์กลางสตาร์ทอัพไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองหลวง เพราะสังคมเทคโนโลยีต้องการมากกว่านั้น EEC หรือ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก จึงสร้างฐานการลงทุนด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่ง คมนาคมและปัจจัยสนับสนุนต่างๆ ให้พร้อมรับกับการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี พร้อมกันนี้ยังมีเป้าหมายจะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้เป็นเมืองและแหล่งท่องเที่ยว ภายใต้การลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน ด้วยวงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท

alt="20368746_259958511154028_179305660623557472_o"

ภาพจาก Facebook โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก – EEC

การลงทุนในระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เป็นโอกาสที่ดีให้กับธุรกิจ SME และสตาร์ทอัพ ได้สร้างนวัตกรรมบริการใหม่ๆ รองรับการเติบโตที่กำลังจะเกิดขึ้น

สำหรับอุตสาหกรรมไอทีและเทคโนโลยีอื่น EEC มีการสนับสนุนวงการเป็นการเฉพาะ โดยสำนักงานเพื่อการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (สกรศ.) ตั้งศูนย์ SME ICT เพื่อให้คำปรึกษา สตาร์ทอัพ และ SME ให้สามารถต่อยอดจากโอกาสต่างๆ ที่เกิดจาก EEC สร้างความเติบโตให้ธุรกิจต่อไป

EEC จึงเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันการเติบโตของSME และ สตาร์ทอัพ ให้พุ่งทะยานมากขึ้นไปอีกในอนาคตอันใกล้นี้

alt="19667785_250100112139868_4771523182037594169_o"
ภาพจาก Facebook โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก – EEC

ต้องการทราบข้อมูลการลงทุนและโอกาสต่างๆ ใน ECC เพิ่มเติม ติดตามโครงการได้ทาง Facebook: EEC We Can และ Facebook: EEC+

from:https://www.blognone.com/node/99886

4 วิธีรักษาตัวรอดบนโลกออนไลน์ สำหรับธุรกิจใหม่โดยเฉพาะ

เมื่อคุณเริ่มก่อตั้งธุรกิจใหม่เอี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพด้านไอที หรือเป็นบริษัทด้านการตลาดเป็นต้นก็ตาม คุณย่อมอยากสร้างฐานลูกค้าบนโลกออนไลน์ ซึ่งถ้าเว็บไซต์หรือข้อมูลส่วนตัวเกิดหลุดรั่วออนไลน์ตามมาด้วยคงดูไม่จืด

ทาง HackRead.com จึงได้แนะแนวทางให้บริษัทน้องใหม่เตรียมลงทุนและดำเนินการ 4 ประการดังต่อไปนี้ เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยบนโลกออนไลน์

1. ลงทุนกับซอฟต์แวร์แอนติไวรัส
ไม่ใช่แอนติไวรัสเจ้าไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นแอนติไวรัสที่อัพเดตไวมากที่สุด และต้องติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์พกพาครบทุกชิ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้วย การที่ได้รับการอัพเดตระบบความปลอดภัยที่รวดเร็วนั้น ย่อมช่วยป้องกันภัยไซเบอร์ใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี อย่าลืมว่าอันตรายบนโลกไซเบอร์มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพในการอัพเดตจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเลือกแอนติไวรัสที่ดี

2. ระวังในการเลือกเว็บโปรโมทเว็บหลักของคุณ
แน่นอนว่าเวลาเปิดเว็บใหม่ก็อยากเอาลิงค์ตัวเองไปลงโฆษณาแบบตรงๆ บ้าง เนียนบ้างไม่เนียนบ้าง บนเว็บหรือบล็อกอื่นๆ ที่เรียกว่าการทำ Backlink ซึ่งเป็นวิธีเรียกแขกเรียกทราฟิกได้ดีระดับหนึ่ง แต่ช่วยพิจารณาเว็บที่จะไปฝากหรือแลกลิงค์ด้วยว่าน่าเชื่อถือหรือมีชื่อเสียงที่ดีพอหรือเปล่า ไม่ใช่กลายเป็นการชักศึกเข้าบ้าน พาอาชญากรมาประลองฝีมือแฮ็กเว็บใหม่ของคุณ นอกจากนี้ยังควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทที่น่าเชื่อถืออื่นๆ เพื่อสามารถพึ่งพาเวลาต้องการความช่วยเหลือออนไลน์ยามจำเป็นด้วย

3. ให้แน่ใจว่าทุกคนตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรงพอ
ไม่ใช่มีผู้ใช้รายใดรายหนึ่งตั้งรหัสผ่านง่ายๆ 1234 ให้แฮ็กเกอร์เดาสุ่มเข้ามาทำลายล้างข้อมูลบริษัทง่ายๆ ขณะที่ผู้ใช้คนอื่นตั้งรหัสผ่านยากแทบตาย รหัสผ่านที่ดีควรมีความยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษร และมีความหลากหลายทั้งตัวอักษร ตัวเลข ตัวพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก ที่เดาได้ยาก นอกจากนี้พนักงานไม่ควรจดรหัสผ่านไว้ที่อื่นที่คนสามารถไปเจอได้โดยบังเอิญ เช่น เขียนไว้บนโต๊ะ รวมทั้งต้องให้พนักงานเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำด้วย

4. สำรองข้อมูลอยู่เสมอ
โดยเฉพาะเมื่อคุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการบนคลาวด์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุกที่ทุกเวลา จากทุกคน โดยเฉพาะแฮ็กเกอร์หรือผู้ใช้ด้วยกันเองที่อาจเข้าไปเผลอลบข้อมูลทุกคนด้วยความผิดพลาดจากเจตนาบริสุทธิ์ผุดผ่อง ดังนั้นการแบ๊กอัพข้อมูลเป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ โดยเฉพาะการสำรองข้อมูลที่อ่อนไหวและสำคัญลงในสื่อกายภาพอย่างฮาร์ดดิสก์เอ็กซ์เทอนอล และจัดเก็บไว้ภายนอกองค์กร ตัดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายหลักเพื่อให้ยังสามารถกู้คืนได้กรณีที่เครือข่ายบริษัทติดไวรัส หรือออฟฟิศโดนปล้นหรือไฟไหม้ เป็นต้น

ที่มา : https://www.hackread.com/how-to-keep-your-new-online-business-safe

from:https://www.enterpriseitpro.net/4-online-safe-business/

Meg Whitman ซีอีโอ HPE ได้งานใหม่ นั่งบริหารสตาร์ตอัพด้านวิดีโอสตรีมมิ่ง

Meg Whitman ซีอีโอของ HPE ประกาศจะลงจากตำแหน่ง 1 ก.พ. นี้ ล่าสุดเธอได้งานใหม่ล่วงหน้าแล้ว โดยจะนั่งเป็นซีอีโอของบริษัทสตาร์ตอัพด้านวิดีโอที่ยังไม่ตั้งชื่อ

Whitman ก้าวมาเป็นซีอีโอของ HP ในปี 2011 ในช่วงที่ HP กำลังเผชิญมรสุมเปลี่ยนตัวซีอีโออยู่บ่อยครั้ง เธอนำพาบริษัทกลับสู่เสถียรภาพ และเดินหน้าแผนแยก HP ออกเป็นสองบริษัท (HP และ HPE) ก่อนประกาศลงจากตำแหน่งเมื่อปลายปี โดย Antonio Neri ผู้บริหารของ HPE จะขึ้นมาเป็นซีอีโอแทน

บริษัทใหม่ที่ Whitman จะไปบริหารนั้นเป็นสตาร์ตอัพที่ก่อตั้งโดย Jeffrey Katzenberg ผู้บริหารสตูดิโอภาพยนตร์ชื่อดัง (ผู้ก่อตั้ง DreamWorks SKG ร่วมกับ Steven Spielberg โดยเขาเป็นตัว K ในชื่อย่อ) เป็นบริษัทด้านวิดีโอสตรีมมิ่งลักษณะเดียวกับ Netflix หรือ Hulu

หลัง Whitman แสดงท่าทีจะลงจากตำแหน่งที่ HPE ทำให้ Katzenberg เข้ามาเสนองานให้ ซึ่งเธอก็ตอบตกลง บริษัทใหม่จะใช้เงินทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์

ที่มา – Recode, ภาพจาก HPE

No Description

from:https://www.blognone.com/node/99360

Facebook เข้าซื้อกิจการ Confirm ผู้พัฒนาเทคโนโลยีตรวจสอบตัวตนกับ Government ID

Facebook ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ confirm.io บริษัท Startup ผู้พัฒนาบริการ Government ID Verification Service ซึ่งถูกคาดว่าทาง Facebook จะนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหา Account ปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชี้นำประเด็นทางการเมือง

Credit: confirm.io

 

ธุรกิจของ Confirm นี้คือการพัฒนา API เพื่อให้เหล่านักพัฒนา Application สามารถนำไปใช้ยืนยันตัวตนบุคคลได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยทำการวิเคราะห์ภาพถ่ายของบัตรประจำตัวผู้ใช้งานว่าเป็นของจริงหรือของปลอม โดยที่ผ่านมา Confirm มีลูกค้าแล้วถึง 750 ราย

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ เทคโนโลยีของ Confirm จะถูกผนวกรวมไปเป็นส่วนหนึ่งของ Facebook และหยุดให้บริการไป ส่วนทีมงานของ Confirm จะถูกรวมเข้ากับทีมงานของ Facebook ที่ Boston

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Confirm สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://www.confirm.io/ ครับ

 

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/business/facebook-acquires-government-id-authentication-service/

from:https://www.techtalkthai.com/facebook-acquires-confirm-io-government-id-verification-firm/

Meg Whitman ย้ายจาก HPE ไปเป็นซีอีโอสื่อมีเดียดิจิตอลน้องใหม่ NewTV

Meg Whitman ซีอีโอของ Hewlett-Packard Enterprise เตรียมรับตำแหน่งผู้นำบริษัทดิจิตอลมีเดียที่เป็นสตาร์ทอัพใหม่ ซึ่งตั้งขึ้นโดยอดีตประธานบริษัท Walt Disney Studios อย่าง Jeffrey Katzenberg โดย Meg มีกำหนดที่จะออกจาก HPE ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

สตาร์ทอัพใหม่ที่ Meg จะเข้าไปคุมบังเหียนนั้นชื่อว่า NewTV ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ว่า “แพลตฟอร์มมีเดียบนอุปกรณ์พกพาเจ้าแรก”พร้อมความมุ่งมั่นที่จะนำสื่อมัลติมีเดียระดับฮอลลีวูดมาอยู่บนอุปกรณ์พกพา ในแบบสั้นๆ ประมาณ 10 นาทีหรือน้อยกว่า บริษัทใหม่นี้ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทโฮลดิ้งอย่าง WndrCo

Meg กล่าวว่า หลังจากนั่งดูบริษัทสตาร์ทอัพนับพันบริษัทที่จะลองเข้าไปท้าทายตัวเองใหม่นั้น ก็พบว่าไอเดียของ NewTV น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งความท้าทายใหม่นี้จะสร้างความตื่นเต้นให้แก่ตัว Meg เองเหมือนสมัยที่เธอเคยคุม eBay ตั้งแต่ช่วงที่มีรายได้แค่ 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และพนักงานเพียง 30 คน จนโตถึง 18,000 คนด้วยรายรับที่มากถึง 8 พันล้านเหรียญ

Meg ประกาศตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้วว่าจะออกจาก HPE ภายในต้นปีนี้ เธอเริ่มเข้ามาเป็นซีอีโอของ HP ตั้งแต่กันยายน 2554 ในช่วงปฏิรูปองค์กรหลังรายได้พลาดเป้าอย่างหนักMeg ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนองค์กร HP จนเข้าสู่รูปโฉมใหม่ที่แบ่งเป็น HPE และ HP อย่างแข็งแกร่งในปัจจุบัน

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/meg-whitman-hpe-newtv/

John Chambers อดีต CEO แห่ง Cisco ประกาศเปิดตัว JC2 Ventures เน้นลงทุนด้าน IoT และ Digital Communications

John Chambers อดีต CEO และ Chairman แห่ง Cisco ที่ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน ได้ออกมาประกาศเปิดตัวธุรกิจ Venture Capital เพื่อมุ่งเน้นลงทุนในธุรกิจ Startup ด้านเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาใหญ่ในระดับโลก โดยอาศัยเทคโนโลยีอย่าง Internet of Things (IoT) และ Digital Communications เป็นหลัก

 

Credit: JC2 Ventures

 

JC2 Ventures นี้ถูกตั้งชื่อขึ้นมาตาม John Chambers อดีต CEO แห่ง Cisco และลูกชายของเขา John J. Chambers ที่ดำรงตำแหน่ง Head of Growth อยู่ในปัจจุบัน โดย John Chambers เชื่อว่าธุรกิจ Startup นั้นจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของโลกในอนาคต และจะช่วยสร้างตำแหน่งงาน รวมถึงผลักดันความเท่าเทียมทางเพศในการทำงานได้สำเร็จ ซึ่ง JC2 Ventures จะมุ่งเน้นการลงทุนไปยังธุรกิจที่แก้ปัญหาภาพใหญ่ของโลกอย่างเช่นประเด็นเรื่อง Security และการแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหาร ซึ่งปัจจุบันนี้ JC2 Ventures ได้ทำการลงทุนไปแล้วใน 8 บริษัทด้วยกัน ดังนี้

  • Aspire Food Group ผู้พยายามผลักดันให้ “แมลง” กลายเป็นอาหารหลักของมนุษยชาติ แก้ปัญหาการขาดแคลนสารอาหารในหลายพื้นที่ของโลก
  • Airware ผู้พัฒนาระบบ Drone Analytics สำหรับองค์กร
  • Dedrone ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Drone Security
  • OpenGov ผู้พัฒนาบริการ Cloud สำหรับการวางแผนงบประมาณ, ดำเนินการ และเข้าถึงประชาชนสำหรับภาครัฐ
  • Pindrop ผู้พัฒนาเทคโนโลยีป้องกันการฉ้อโกงของเหล่า Call Center หลอกลวง
  • Privoro ผู้พัฒนาระบบป้องกันการดักฟัง Smartphone
  • Sprinklr ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน Customer Engagement, Customer Experience และ Marketing แบบ Multi-channel
  • Uniphore ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน Speech

นอกจากการลงทุนด้านงบประมาณแล้ว ทาง JC2 Ventures เองก็จะช่วยสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษาธุรกิจด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.jc2ventures.com

 

John Chambers Credit: JC2 Ventures

 

จะเห็นได้ว่าถึงแม้ Portfolio ที่ JC2 Ventures ลงทุนไปนั้นจะไม่ตรงกับวิสัยทัศน์ของบริษัทมากนัก แต่ทุกๆ ธุรกิจดังกล่าวนี้ก็สามารถอาศัยประสบการณ์และเส้นสายทางธุรกิจของ John Chambers ในการเติบโตในอนาคตได้เป็นอย่างดี จึงน่าจับตามองมากว่าเมื่อ John Chambers ต้องเปลี่ยนบทบาทของตนเองจากผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้าน IT ที่เข้าซื้อกิจการผู้อื่น มาสู่การเป็นผู้สร้างและผลักดันเทคโนโลยีจากบริษัทขนาดเล็กไปสู่ตลาดระดับโลกนั้น จะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง

 

ที่มา: http://www.enterprisecloudnews.com/author.asp?section_id=570&doc_id=739809

from:https://www.techtalkthai.com/john-chambers-launches-jc2-ventures-to-invest-in-iot-and-digital-communications-startups/