คลังเก็บป้ายกำกับ: startup

Meituan Dianping แพลตฟอร์ม O2O รายใหญ่ของจีน ยื่นเอกสารเตรียมไอพีโอเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงแล้ว

Meituan Dianping แพลตฟอร์ม O2O (Online-to-Offline) รายใหญ่ของจีน ได้ยื่นเอกสารไฟลิ่งเพื่อเตรียมไอพีโอเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงแล้ว โดยวางแผนระดมทุนเพิ่ม 4,000 ล้านดอลลาร์ และจะมีมูลค่ากิจการหลังไอพีโอราว 60,000 ล้านดอลลาร์ คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นเดือนตุลาคม

ในไฟลิ่งระบุว่ารายได้ของ Meituan Dianping ในปี 2017 อยู่ที่ 33,900 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ซึ่งอยู่ที่ 12,990 ล้านหยวน แต่สุทธิแล้วขาดทุน 2,850 ล้านหยวน โดยรายการนี้ไม่ได้รวมค่าปรับมูลค่าของหุ้นเข้ามา ส่วนจำนวนผู้ใช้งานมี 310 ล้านคน และมีร้านค้า-บริการในระบบ 4.4 ล้านราย

Meituan Dianping มีผู้ลงทุนรายสำคัญคือ Tencent นอกจากนี้ยังมีกองทุน Sequoia Capital, DST Global, Canada Pension Plan, GIC ของสิงคโปร์ และกองทุนเทมาเส็ก

รายละเอียดธุรกิจของ Meituan Dianping สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากข่าวก่อนหน้านี้ : รู้จักกับ Meituan Dianping สตาร์ทอัพ O2O ของจีน

ที่มา: TechCrunch และ Reuters

alt="Dianping"

from:https://www.blognone.com/node/103348

Advertisements

Bad Blood หนังสือเบื้องหลัง Theranos ระบุบริษัทเคยทำวิจัยไข้หวัดหมูในไทยเมื่อปี 2010 อาจได้ตัวอย่างอย่างไม่ถูกต้อง

Bad Blood หนังสือแฉเบื้องหลังบริษัท Theranos (อ่านสรุปเรื่องราวในข่าวเก่า) ระบุถึงประวัติของบริษัทที่เต็มไปด้วยความผิดปกติตั้งแต่แรกเริ่ม และเนื้อหาส่วนหนึ่งพูดถึงการวิจัยเทคโนโลยีของ Theranos ในเมืองไทย เมื่อปี 2010 เพื่อวิจัยเทคโนโลยีเพื่อการตรวจโรคไข้หวัดหมู (swine flu)

การวิจัยในไทยเกิดหลังจาก Theranos ไปทำวิจัยในเม็กซิโกก่อนหน้านั้นแล้วแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จนัก โดย Sunny Balwani ประธานบริษัท (หนังสือระบุว่ามีความสัมพันธ์กับ Elizabeth Holmes ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ) ได้บินมายังประเทศไทยเมื่อปี 2010 เพื่อทำงานวิจัยไข้หวัดหมู โดยพนักงานทั่วไปไม่ทราบข้อมูลนักว่าเป็นงานวิจัยที่ใดและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำเข้าอุปกรณ์และทำวิจัยหรือไม่ มีข่าวลือในหมู่พนักงานว่า Sunny จ่ายเงินสินบนเพื่อขอใช้ตัวอย่างเลือดของคนไข้ และหลังจากทีมงานกลับจากประเทศไทย มีพนักงานรายหนึ่งลาออกทันที

หนังสือระบุว่าสไตล์การบริหารของ Holmes ที่เน้นแต่ความภักดีกับตัวบุคคล และมักแสดงตัวเลขให้กับบอร์ดและนักลงทุนอย่างไม่ตรงไปตรงมา หรือแม้กระทั่งการนำเสนอข้อมูลกับพันธมิตรอย่าง Walgreen ก็มักแสดงข้อมูลที่ไม่ตรงความจริง เช่น อ้างว่าเครื่องสามารถตรวจเลือดได้ข้อมูลจำนวนมาก แต่ Holmes กลับได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนอย่าง Don Lucas ที่ลงทุนในบริษัทและเป็นประธานบอร์ด

หนังสือ Bad Blood เริ่มวางจำหน่ายเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และได้รับความนิยมอย่างสูง พร้อมกับคำชมเป็นวงกว้าง ใน Goodreads ได้รับคะแนนเฉลี่ยถึง 4.7 คะแนน จากกว่า 2,000 รีวิว และ John Carreyrou เพิ่งเข้าไปตอบคำถามใน Reddit วันนี้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเมืองไทยอยู่ในบทที่ 8 ของหนังสือ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการวิจัยไข้หวัดหมูในเม็กซิโกที่ Theranos ได้รับอนุญาตให้นำเข้าอุปกรณ์ไปทำวิจัยได้

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103330

เริ่มต้นแล้ว!! Techsauce Global Summit 2018

เป็นอีกหนึ่งปีของงาน Techsauce Global Summit 2018 ที่ดึงดูดเหล่าสตาร์ทอัพและนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาร่วมงานได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และแน่นอนว่าผู้เข้าร่วมงานปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5,500 คน มาเป็น 10,000 คนแล้ว แทบจะเต็มพื้นที่การจัดงานทั้งชั้นเลยทีเดียว

ความน่าสนใจของงาน “Techsauce” ที่ยังมีอย่างต่อเนื่องคือการดึง speaker จากทั่วโลกมาให้ความรู้และแชร์ประสบการณ์ใหม่ๆ รวมทั้งยังเป็นโอกาสของสตาร์ทอัพทั้งหน้าเก่าและใหม่ที่จะได้โอกาส Business Matching กับองค์กรขนาดใหญ่มากมาย

โดยในปีนี้ ความน่าสนใจคือความหลากหลายของอุตสาหกรรมที่สตาร์ทอัพเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็น FoodTech LivingTech, FinTech, Blockchain, AI คาดว่าจะเกิดการจับคู่ธุรกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ดีล

..อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด ผู้จัดงาน Techsauce Global Summit งานสัมมนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ปีนี้มีความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Siri Venture, True Digital Park, PTT, AIS, dtac Accelerate, Digital Venture, AddVentures โดย SCG เป็นต้น 

ปีนี้มีผู้สนใจซื้อบัตรเข้าร่วมงานกว่า 10,000 ราย ทั้งผู้บริหาร ภาคธุรกิจ สตาร์ทอัพ ผู้สนใจในแวดวงเทคโนโลยี โดยมีทั้งกลุ่มที่ซื้อในลักษณะบุคคลทั่วไปและแบบผ่านการสนับสนุนขององค์กร สะท้อนว่าภาพรวมของทุกภาคส่วนกำลังตื่นตัวกับการอัพเดตเทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกขณะนี้”  

เชื่อว่าหลังการจัดงานครั้งนี้เสร็จสิ้น น่าจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับ Tech Ecosystem ของภูมิภาค พร้อมทั้งช่วยให้ภาคธุรกิจของไทยมีความรู้เพิ่มเติมพร้อมรับมือยุค Global Disruptive Technology ได้มากขึ้น

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/06/techsauce-global-summit-2018-2/

ทำเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็รวยได้ Nginx ระดมทุนไปแล้ว 3.4 พันล้านบาท

บริษัท Nginx Inc. ผู้พัฒนาเว็บเซิร์ฟเวอร์ Nginx ในเชิงพาณิชย์ ประกาศรับเงินลงทุน Series C จำนวน 43 ล้านดอลลาร์ (1.4 พันล้านบาท)

ผู้ร่วมลงทุนในรอบนี้ได้แก่ธนาคาร Goldman Sachs และบริษัทลงทุน NEA โดยเงินที่ได้จะนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ และขยายธุรกิจให้หลากหลายประเทศมากขึ้น

ปัจจุบัน Nginx มีส่วนแบ่งตลาดเว็บเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่ 38.6% ยังเป็นรอง Apache ที่มีส่วนแบ่ง 46.1% (สถิติจาก W3Techs) แต่สัดส่วนของ Nginx ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บริษัทระบุว่ามีอัตราการเติบโตเกิน 100% ติดต่อกันมา 4 ปีแล้ว มีเว็บไซต์ 400 ล้านเว็บใช้งาน และมีลูกค้าเป็นบริษัทใหญ่สัดส่วน 32% ของอันดับ Fortune 50 ใช้งาน Nginx

ที่ผ่านมา Nginx ระดมเงินทุนไปแล้วทั้งหมด 103 ล้านดอลลาร์ (3.4 พันล้านบาท) แต่ไม่ได้เปิดเผยมูลค่า (valuation) ของบริษัทว่าอยู่ที่เท่าไร

ที่มา – Nginx

No Description

from:https://www.blognone.com/node/103267

Mercari แพลตฟอร์มขายสินค้ามือสองของญี่ปุ่น ไอพีโอวันแรก ราคาหุ้นบวกถึง 77%

Mercari แอพซื้อขายสินค้ามือสองแบบ C2C ของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นรายแรกในประเทศ (มูลค่ากิจการเกิน 1 พันล้านดอลลาร์) ได้นำบริษัทไอพีโอเข้าตลาดหุ้นโตเกียววันนี้เป็นวันแรก และประสบความสำเร็จอย่างดี ราคาหุ้นวันแรกปิดโดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 77% มีมูลค่ากิจการตามราคาหุ้นถึง 7,400 ล้านดอลลาร์

ไอพีโอของ Mercari ยังถือเป็นไอพีโอที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่ต้นปีมานี้ โดยมีการขายหุ้นเพิ่มทุนไปราว 1,200 ล้านดอลลาร์ จุดเด่นของแอพในการขายสินค้ามือสองคือการโฟกัสที่แอพบนมือถือ ซึ่งทำได้ดีกว่าคู่แข่งรายอื่นในญี่ปุ่น

ธุรกิจของ Mercari นั้นสามารถทำกำไรได้ในประเทศญี่ปุ่น แต่ตลาดใหม่ที่ขยายไปอย่างอเมริกายังมีสถานะขาดทุน เนื่องจากยังมีค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดที่สูง แต่ซีอีโอ Shintaro Yamada ก็ย้ำว่าตลาดอเมริกานั้นเป็นเป้าหมายสำคัญที่บริษัทต้องทำให้สำเร็จให้ได้

หากตัด Mercari ไป ตอนนี้ญี่ปุ่นมีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นอีกเพียงรายเดียวเท่านั้นคือ Preferred Networks สตาร์ทอัพที่พัฒนาด้านเทคโนโลยี Deep Learning

ที่มา: Japan Today

alt="Mercari"

alt="Mercari"

from:https://www.blognone.com/node/103211

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ยกขบวนสตาร์ตอัพ และวิทยากรระดับโลก โชว์ไฮไลท์ในงาน Techsauce Global Summit 2018 วันที่ 22-23 มิ.ย.นี้

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ร่วมสนับสนุนงาน Techsauce Global Summit 2018 งานสัมมนา Tech Conference ครั้งใหญ่ระดับโลกด้านเทคโนโลยี และรวบรวมคนสำคัญในวงการเทคโนโลยีและสตาร์ตอัพ ต่อเนื่องเป็นปีที่ ในวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ 

เพื่อสร้างการรับรู้และเชื่อมโยงสตาร์ตอัพในโครงการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท สู่ Tech Ecosystem ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

dtac accelerate

นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า ดีแทค แอคเซอเลอเรท เป็นโครงการบ่มเพาะสตาร์ตอัพ ที่นอกจากจะช่วยสร้างธุรกิจสตาร์ตอัพให้เติบโตอย่างยั่งยืนในวิถีแบบสตาร์ตอัพ ทุกรูปแบบแล้ว

เรายังพาสตาร์ตอัพในโครงการไปโรดโชว์ในงาน Tech conference สำคัญๆในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อให้สตาร์ตอัพของเราได้มีโอกาสพบปะกับนักลงทุน VC หรือ CVC ที่เลือกลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมและสตาร์ตอัพที่จะมาช่วยต่อยอดในรูปแบบที่เหมาะกับธุรกิจ ได้เห็นเทรนใหม่ๆของอุตสาหกรรม ภาพรวมการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ

และยังเป็นโอกาสที่สตาร์ตอัพของเราจะได้โชว์ไอเดียธุรกิจของไทย ให้โลกได้รู้จักเรามากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา เราพาสตาร์ตอัพไปโรดโชว์งาน TechCrunch Disrupt San Francisco สหรัฐอเมริกา, Web Summit โปรตุเกส, Tech in Asia สิงคโปร์, RISE Conference ฮ่องกง เป็นต้น.

สำหรับงาน Techsauce Global Summit 2018 ในครั้งนี้ ดีแทค แอคเซอเลอเรทได้จัดบูธแสดงผลงานและจัดเวิร์คช้อปในหัวข้อที่น่าสนใจ โดยมีทีมวิทยากรระดับโลก และสตาร์ตอัพในโครงการตั้งแต่ batch 1-6 ไปโชว์ในหลายๆเวที โดยมีไฮไลท์ที่สำคัญๆ คือ

·      เวิร์คช็อปเอ็กซ์คลูซีฟจาก วิทยากรสตาร์ตอัพระดับโลก และสตาร์ตอัพรุ่นพี่มากความสามารถ ที่ไม่เคยจัดที่ไหนมาก่อน นอกจากในบูธแคมป์ ดีแทค แอคเซอเลอเรท การใช้ Hook Loop จากเนีย อียาล จับเทรน Cryptocurrency จะรุ่งหรือร่วง จาก ท๊อป Coins.in.th ผู้นำด้านกระเป๋าสตางค์บิทคอยน์แห่งประเทศไทย ซึ่งเวิร์คช็อปเหล่านี้จะจัดที่บูธของดีแทค แอคเซอเลอเรทสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนมาก่อนเท่านั้น

·      ไฮไลท์เวทีใหญ่ กับแอนดริว กาวาลเซ็ท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ดีแทค บน Panel ร่วมกับวิทยากรระดับโลกในหัวข้อ ทำอย่างไรที่จะเร่งเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลได้เร็วเท่าทันในยุคนี้

·      เปิดโฉมหน้า สตาร์ตอัพ ดีแทค แอคเซอเลอเรท batch 6 ทั้ง 11 ทีม ที่จะมาโชว์ธุรกิจที่น่าสนใจให้ได้รู้จักเป็นครั้งแรก เช่น  Zwiz.AI สตาร์ตอัพในกลุ่ม AI แพลตฟอร์ม เอไอ แชทบอท และ มาเก็ตเพลส Event Banana สตาร์อัพกลุ่ม Real Estate Tech แหล่งค้นหาและจองสถานที่จัดงานออนไลน์ 

Ooca สตาร์ตอัพกลุ่ม Health Tech แอปพลิเคชั่นปรึกษาจิตแพทย์ผ่านวีดีโอคอล Somjai สตาร์ตอัพกลุ่ม Property Techระบบจัดการสินเชื่อบ้านให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และ Doctor A-Z สตาร์ตอัพกลุ่ม Health Tech ให้การรักษาการผ่าตัดคนไข้ต่างชาติจากเครือข่ายที่ทรงประสิทธิภาพ

ติดตามรายละเอียดของกิจกรรมเวิร์คช้อป และเวทีที่ ดีแทค แอคเซอเลอเรท ขึ้นแชร์ประสบการณ์ได้ที่ https://web.facebook.com/dtacaccelerate

from:http://mobileocta.com/dtac-accelerate-brings-world-class-startups-and-gurus-as-highlights-for-techsauce-global-summit-2018/

ลูกจ้างยุคใหม่ ปรับตัวรับเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ทัน!

น่าประหลาดใจสำหรับแนวความคิดนี้ของลูกจ้างชาวไทย ที่กลัวจะแข่งขันไม่ได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและมีมากกว่า 1 ใน 4 ที่วางแผนเปลี่ยนงานภายใน 12 เดือนนี้

ผลสำรวจดังกล่าว ได้มาจาก เวิร์กเดย์ (Workday) ผู้นำด้านแอปพลิเคชันคลาวด์ระดับองค์กร สำหรับการบริหารการเงินและทรัพยากรบุคคล ที่เผยแพร่ผลการวิจัยในหัวข้อ ‘The Drive for the Digitally-enable Workforce’ ระบุว่า 45% ของลูกจ้างในประเทศไทย ขาดความมั่นใจว่าตนมีทักษะที่เหมาะสมกับการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับการศึกษาครั้งนี้ ได้ทำร่วมกับบริษัทการตลาดระดับโลกไอดีซี (IDC) ในการสำรวจความคิดเห็นลูกจ้างจำนวน 1,404 คนใน 8 ประเทศทั่วภูมิภาค ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลี เพื่อประเมินทัศนคติและความพร้อมที่มีต่อยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

รวมทั้งการรับรู้เกี่ยวกับผลกระทบที่อาชีพของตนเอง ที่ได้รับจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (เช่น อุปสรรคและโอกาส) สิ่งที่ลูกจ้างตั้งใจจะทำ หรือกำลังทำ ซึ่งเกิดจากการรับรู้ของพวกเขา และความท้าทายที่ลูกจ้างจะต้องเผชิญเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต

ด้วยแนวโน้มนี้ การเติบโตในทุกๆ อุตสาหกรรมจะขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น สินค้าและบริการที่ดีขึ้น การปฏิบัติงานและความสัมพันธ์ในประเทศไทย และทั่วเอเชียแปซิฟิกจึงจำเป็นต้องมั่นใจว่า พนักงานของพวกเขายังคงสามารถก้าวเท่าทันยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงด้วยดิจิทัลเป็นแนวทางที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อเตรียมพนักงานให้พร้อมรับมือกับความท้าทายจากเศรษฐกิจดิจิทัล

ความสุขคือกุญแจสู่ความสำเร็จ ใช่หรือไม่

  • ประเทศไทยมีพนักงานที่มีความสุขมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิค โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 96% ระบุว่าพวกเขาพึงพอใจและรู้สึกมีส่วนร่วมในที่ทำงาน
  • เงินเดือนและผลตอบแทนที่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของตลาด คือแรงขับเคลื่อนหลักสำหรับความสุขและปฏิสัมพันธ์ระหว่างงานและลูกจ้างในประเทศไทย  (ร้อยละ 14) ตามมาด้วยความมั่นคงในการทำงาน (ร้อยละ 12) และโอกาสในการทำงาน (ร้อยละ 11)

สงครามแย่งคนเก่ง

  • แม้ว่าพนักงานในประเทศไทยจะความพึงพอใจในงานอยู่ในระดับสูง แต่กลับพบว่าพนักงานมากกว่า 1 ใน 4 (ร้อยละ 29) มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนงานภายในหนึ่งปีนี้
  • สาเหตุหลักที่ดึงดูดในการเปลี่ยนงานในประเทศไทยประกอบด้วย เงินเดือน/ผลตอบแทน (ร้อยละ 20) โอกาสในการทำงานที่มากกว่า (ร้อยละ 17) และสวัสดิการในการทำงาน (ร้อยละ 14)
  • ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้พนักงานคิดเปลี่ยนงานคือ ขาดโอกาสในการทำงาน (ร้อยละ 16) เงินเดือนต่ำกว่าเกณฑ์ (ร้อยละ 14) และความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเพื่อนร่วมงาน (ร้อยละ 13)

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล

  • ประเทศไทยคือ 1 ใน 3 ประเทศแรก ที่ขาดความมั่นใจในทักษะด้านดิจิทัล (ร้อยละ 45) รองมาจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี
  • พนักงานร้อยละ 63 ในประเทศไทยคาดหวังความเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากเทคโนโลยีอย่างชัดเจนในที่ทำงาน ในขณะที่ 2 ใน 5 (ร้อยละ 40) รู้สึกว่าผู้จัดการของพวกเขาไม่มีมาตรการเชิงรุกในการช่วยให้พวกเขามีส่วนร่วมกับความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล เพื่อปกป้องหน้าที่การงานของพวกเขา
  • ลูกจ้างชาวไทยมีความเป็นผู้ประกอบการมากที่สุด โดยร้อยละ 35 บอกว่าพวกเขาต้องการจะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองหากอาชีพของพวกเขาได้รับผลกระทบจากกรเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

ผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยตัวแทนจากกลุ่มธุรกิจเกิดใหม่ (Start-Up) และธุรกิจที่ก่อตั้งมานานแล้วจากธุรกิจหลากหลายขนาดและเป็นบุคคลต่างเพศและวัย ซึ่งรวมถึงพนักงานกลุ่ม Millenial 50% Generation X 40% และ Baby Boomer 10% นอกจากนั้นผู้ตอบแบบสอบถามยังมีทั้งผู้ที่ทำงานในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ 36% พนักงานระดับธุรการ 31% พนักงานฝ่ายขายและบริการ 10% และผู้บริหารระดับสูง 7%

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/06/employee-new-digital/