คลังเก็บป้ายกำกับ: startup

อีกก้าวในอุตสาหกรรมรถยนต์ Samsung ตั้งกองทุน 300 ล้านเหรียญสนับสนุน Startup ด้านการขับขี่

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Samsung ยักษ์ใหญ่ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า ลงทุนในกลุ่มยานยนต์ แต่ครั้งนี้ถือว่าชัดเจนเอามากๆ เพราะตั้ง Samsung Automotive Innovation Fund เพื่อลงทุนนวัตกรรมใหม่ในการขับขี่โดยเฉพาะ

ภาพจาก Flickr ของ Maurizio Pesce

300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับตลาดรถยนต์

การเข้ามาจริงจังกับโลกยานยนต์ ก็เพราะ Samsung เห็นว่าตลาดนี้มีโอกาสเติบโตด้วยนวัตกรรมอีกมาก แต่จะให้ลงทุนสร้างเองก็คงทำไม่ได้ ดังนั้นการตั้งกองทุนมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบหมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนใน Startup ที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็น่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้องกว่า

สำหรับกรอบของการลงทุนจะเจาะจงไปที่ผู้พัฒนาเกี่ยวกับ Connected Car และ Autonomous Driving Technology หรือระบบรถยนต์ไร้คนขับ เหมือนกับที่ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเร่งพัฒนาอยู่ ซึ่งการลงทุนนั้นรวมถึงตัวระบบเซ็นเซอร์, ความปลอดภัย และตรวจจับการขับขี่ด้วย

และบริษัทแรกที่ได้รับการลงทุนจากกองทุนดังกล่าวคือ TTTech บริษัทผลิตซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการวิเคราะห์การขับขี่ เพื่อไปออกแบบระบบรถยนต์ไร้คนขับ แต่ก่อนหน้านี้ Samsung ก็ได้ลงทุนในกลุ่ม Startup ยานยนต์มาแล้วบ้าง เช่น Altmotive ผู้ให้บริการระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมถึง Harman ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Connected Car

ส่วนเป้าหมายของการลงทุนครั้งนี้ คือการสร้างนวัตกรรมที่มาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมได้จริง เช่นเรื่องความปลอดภัย และให้ประสบการณ์ขับขี่ที่สะดวกสบายในการเดินทาง ในทางกลับกัน Samsung ถือใบอนุญาตทดสอบรถยนต์ไร้คนขับในเกาหลีใต้ และแคลิฟอร์เนีย แต่ก็ยังไม่มีแผนเข้ามาในอุตหกรรมผลิตรถยนต์เต็มตัว

สรุป

การเข้ามายุ่งเกี่ยวในโลกยานยนต์ของ Samsung สื่อได้ถึงความสำคัญ และทิศทางของรถยนต์ไร้คนขับในอนาคตที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจากค่ายรถยนต์เองที่เร่งพัฒนาเรื่องดังกล่าวเต็มที่ ยังมีบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนด้วย จึงเชื่อว่ารถยนต์ไร้คนขับจะมาเร็วกว่าที่ใครๆ คาดไว้แน่

อ้างอิง // Financial Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/samsung-automotive-fund/

Advertisements

ASUS เปิดตัวกองทุน VC ขนาด 50 ล้านดอลลาร์ ลงทุนในสตาร์ตอัพที่ต้องการบุกตลาดเอเชีย

ASUS ก้าวเข้าสู่วงการการลงทุนเพื่อสตาร์ทอัพ โดยร่วมมือกับ Fenox Venture Capital ทำกองทุนขนาด 50 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนสตาร์ทอัพที่ต้องการเข้ามาในตลาดเอเชีย

Anis Uzzaman ซีอีโอ Fenox Venture Capital ระบุว่า ASUS สนใจเรื่องปัญญาประดิษฐ์ IoT AR และ VR ทาง ASUS กำลังมองหาสตาร์ทอัพที่เจาะลึกเรื่องดังกล่าวมาช่วยเสริมทัพและความสามารถของผลิตภัณฑ์ ASUS

ในกองทุนเน้นนำสตาร์ทอัพจากสหรัฐฯเข้ามาเปิดตลาดในเอเชีย ASUS สนใจจะนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน ซึ่ง Fenox ได้เข้ามาลงทุนไว้แล้ว Fenox ระบุว่าจะขยายไปยังประเทศอื่นในเอเชียเพิ่มเติมอีก 8 ประเทศ

Jonney Shih ประธาน ASUS กล่าวว่า “การหาพันธมิตรระดับโลกเป็นก้าวสำคัญในการทำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสบการณ์ของลูกค้าของเรา Fenox Venture Capital เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนที่ดีที่สุดที่จะทำให้ Asus เข้าถึงตลาดในภูมิภาคอื่นๆ กว้างขึ้น”

No Description
ภาพจาก Twitter ASUS

ที่มา – Techcrunch

from:https://www.blognone.com/node/95474

ทำความรู้จัก 10 ทีมสตาร์ตอัพสายฟินเทค ในโครงการ Fintech Challenge ของ ก.ล.ต.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. จัดการแข่งขันสตาร์ทอัพฟินเทคหรือ Fintech Challenge เป็นครั้งที่สองแล้ว และรอบชิงหรือวัน Demo Day จะจัดขึ้นวันที่ 27 กันยายนที่โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ ทีมสตาร์ทอัพที่เข้ารอบมีสิบทีม แบ่งเป็น 5 กลุ่มดังนี้

No Description
ภาพจาก Fintech Challenge

กลุ่มช่วยผู้บริโภคในการตัดสินใจในการเข้าถึงการลงทุน

  • Cryptovation.co ใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้าช่วยในการลงทุน เรียนรู้พื้นฐานทางการเงินผ่าน Blockchain โดยนำทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ การทำอาร์บิทราจ (การทำกำไรจากสินค้าชนิดเดียวกัน แต่ราคาต่างกันในตลาดสองตลาด) และการเขียนโปรแกรมมาช่วยวิเคราะห์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ในความเสี่ยงต่ำ
  • StockRadars Gift ให้ผู้ใช้ส่งหุ้นเป็นของขวัญได้ผ่านออนไลน์ และออฟไลน์
  • Wealth Me เครื่องมือช่วยตัวแทนประกันชีวิตในการยกระดับตัวเองเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน ในแอพมีข้อมูลการเงินที่ผ่านการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์
  • Moto Punk แพลตฟอร์มเลือกซื้อหรือเช่าซื้อรถจักรยานยนต์โดนเทียบร้านค้าและโปรโมชั่นจากหลายๆ ที่

กลุ่มช่วยผู้บริโภครักษาสิทธิ์

  • Flight DApp Bot เคลมประกันเดินทางอัตโนมัติด้วย Blockchain เมื่อเกิดตกเครื่อง ไฟล์ทบินดีไลย์ ระบบจะเคลมประกันตัดเงินอัตโนมัติ โดยผู้ใช้ไม่ต้องไปเดินเรื่องเอง
  • UTU แพลตฟอร์มสะสมแต้มร้านค้า ผุ้ใช้ไม่ต้องพกบัตรสมาชิกร้านค้าหลายใบไวในกระเป๋า มีร้านค้าร่วมรายการ ณ ตอนนี้ประมาณ 450 ร้านค้า

กลุ่มส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีของผู้เอาประกัน

  • noon ทำอุปกรณ์ติดตั้งที่รถของผู้เอาประกัน จับพฤติกรรมความเสี่ยงของคนขับ นำไปลดค่าเบี้ยประกันได้ จูงใจให้ผู้ใช้ขับรถระมัดระวังมากขึ้น
  • Insbee ระบบประกันรถยนต์ที่จูงใจให้มีพฤติกรรมที่ดี ผ่าน peer community

กลุ่มช่วยเสริมสังคมไร้เงินสด

  • VenDingCoin E-Wallet ทำตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ

กลุ่มช่วยสถาบันการเงินตรวจจับการฟอกเงิน

  • Siam Reg Tech ช่วยสถาบันการเงินจับการฟอกเงิน ใช้ Machine Learning และ Big Data ผ่านการแจ้งเบาะแสการฟอกเงิน

No Description

คุณทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ระบุว่า ความแตกต่างของ Fintech Challenge ครั้งที่แล้วกับครั้งนี้คือ ปีที่แล้วมีทีมสมัครเยอะกว่า ด้วยระยะหลังมานี้มีหลายเวทีที่สตาร์ทอัพสามารถไปแข่งได้ โดยปีที่แล้ว มีผู้ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain เป็นแกนหลักเยอะกว่า ส่วนปีนี้บริการที่น่าสนใจหลายอย่าง และที่น่าสนใจคือมาจากค่ายประกันเยอะ

from:https://www.blognone.com/node/95302

LINE@ เปิด API ให้ 100 Startup ไทย มุ่งพัฒนา “Chat Bot”

น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับ Startup และนักพัฒนาโปรแกรมทั้งหลาย โดยเฉพะา Chat Bot ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญในการทำธุรกิจในยุคที่ผู้บริโภคชอบ “แชท” มากกว่าคุย

เมื่อ LINE เปิด LINE@ API ให้ 100 Startup ไทย ได้พัฒนาอย่างเต็มที่

อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย บอกว่า ในแต่ละวันผู้ใช้สมาร์ทโฟนเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่นประมาณ 5 แอป ดังนั้นทางออกคือ การรวบรวมบริการไว้ในที่เดียวเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน ซึ่ง LINE มีผู้ใช้งานในไทย 94% ของผู้ใช้เน็ตบนมือถือ และใช้เวลากว่า 70 นาทีต่อวันบนแอป LINE

ทำให้ LINE สนใจในการพัฒนา Chat Bot เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาบริการบน LINE หรือเป็นอีกหนึ่งแอปที่อยู่บน LINE

ดังนั้นการเปิดใช้ LINE@ API ให้กับ 100 Startup จะช่วยให้เกิดการพัฒนาบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะ Chat Bot เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งาน โดย 100 สตาร์ทอัพ สามารถใช้ LINE@ API ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 1 ปี แต่สตาร์ทอัพจะต้องสมัคร LINE@ และเลือกใช้ LINE@ Pro+ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 6,888 บาท ต่อเดือน

สำหรับ Startup ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียด http://api-register.lineapp.me/ และสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายนนี้เท่านั้น โดยจะมีการประกาศผล 100 สตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกในวันที่ 16 ตุลาคม 2560

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/line-api-100-startup-chat-bot/

[PR] โฟลว์แอคเคาท์ ระบบบัญชีออนไลน์สำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ ระดมทุนกว่า 1.15 ล้านเหรียญสหรัฐ พุ่งเป้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลัก หนุนธุรกิจเอสเอ็มอีไทย

โฟลว์แอคเคาท์ ผู้ให้บริการ  FlowAccount.com ระบบบัญชีออนไลน์ ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ประกาศความสำเร็จก้าวใหม่ ผนึกกองทุนใหญ่ของไทยและกองทุนจากประเทศญี่ปุ่น  วางเป้าหมายเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลัก เพื่อตอบรับการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีไทยในยุคดิจิทัล

นายกกฤษฎา ชุตินธร  กรรมการผู้จัดการ และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โฟลว์แอคเคาท์ จำกัด ผู้ให้บริการ  FlowAccount.com ระบบบัญชีออนไลน์ที่ใช้งานง่าย สำหรับผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ ดีกรีแชมป์ AIS The Start Up 2015 กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่การระดมทุนในระดับ Pre Series A ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยได้รับเงินทุน 1.15 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งภายหลังจากที่แอพพลิเคชั่น FlowAccount.com ระบบจัดการบัญชีของเอสเอ็มอีออกสู่ตลาดได้เพียง 3 ปี ฟินเทคสตาร์ทอัพของไทยได้ก้าวไปสู่ความสำเร็จอีกขั้น กับการลงนามเซ็นสัญญาการลงทุนกับ SBI Investment กองทุนยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ที่ลงทุนในบริษัทฟินเทคชั้นนำทั่วโลก พร้อมกับ บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล กองทุนจากบริษัทของธนาคารกสิกรไทย โดยมีกองทุน Golden Gate Ventures จากประเทศสิงคโปร์ และกองทุน 500 TukTuks กองทุนชื่อดังจาก ซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา ร่วมลงทุนด้วย สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของโฟลว์แอคเคาท์ ที่จะคิดค้นฟังก์ชั่นใหม่ๆ เพื่อนำเข้ามาเสริมกับระบบบัญชีออนไลน์ FlowAccount.com ให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้มากขึ้น พร้อมตั้งเป้าขยายธุรกิจเพื่อสร้างสรรค์โซลูชั่นที่ส่งเสริมธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นและเอสเอ็มอี ให้เติบโตและมีความแข็งแกร่ง สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล

“จากการที่ได้เริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กด้วยตนเองมาก่อน จึงทำให้เข้าใจถึงปัญหาเป็นอย่างดีว่างานทางด้านเอกสารและบัญชีเป็นงานที่มีสำคัญและมีความซับซ้อน ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเจ้าของกิจการที่เป็นมือใหม่ เนื่องจากจะทำให้ทราบถึงต้นทุน รายรับ รายจ่าย กำไรที่เกิดจากการทำธุรกิจ ดังนั้นจึงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น FlowAccount.com ระบบบัญชีออนไลน์ เพื่อให้เป็นเครื่องมือสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งปัจจุบันมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น การที่มีระบบบัญชีออนไลน์ที่ใช้งานง่าย สะดวกทุกที่ทุกเวลา จะช่วยให้เจ้าของกิจการขนาดเล็ก สามารถบริหารงานทางด้านบัญชีเบื้องต้นด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่เป็นผู้ใช้งานจริงมากกว่า 10,000 บริษัท และมีการออกใบกำกับภาษีในระบบกว่า 100,000 ใบต่อเดือน และในอนาคตเตรียมตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการทำ e-tax invoice พร้อมเป็นแพลตฟอร์มในการเชื่อมต่อ กับโซลูชั่นต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน อาทิ Food Solution ระบบเชื่อมต่อการจัดการร้านอาหาร ที่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และในเดือนนี้ ได้เปิดตัวระบบ Payroll ระบบเงินเดือนพนักงาน ที่จะเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่น K PLUS SME ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งจะทำให้เจ้าของกิจการ สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังพัฒนาระบบ FastPay ที่ทำให้การจ่ายเงินซัพพลายเออร์สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเดินหน้าพัฒนาระบบร่วมกับพันธมิตร เพื่อให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการธุรกรรมทางด้านการเงินได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับการได้รับเงินลงทุนในครั้งนี้ ทางโฟลว์แอคเคาท์ เชื่อมั่นว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่มีพันธมิตรใหม่ๆ มาช่วยส่งเสริมในการพัฒนาระบบและขยายฐานลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น” นายกกฤษฎา กล่าวเสริม

นายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด หรือ Beacon VC ของธนาคารกสิกรไทย  กล่าวว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยได้เปิดตัวบีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (Beacon Venture Capital) เพื่อเป็นหน่วยงานที่ทำการร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพภายใต้แนวคิด The Next Building Block ตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท หนุนพัฒนานวัตกรรมด้านการเงินที่ส่งเสริมกลยุทธ์ของธนาคาร  ซึ่งได้ลงทุนในรูปแบบ Venture Capital (VC) กับ Start Up ที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ทางการเงิน และเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องและสามารถรองรับแผนยุทธศาสตร์ของธนาคาร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ“โฟลว์แอคเคาท์” เป็นบริษัทสตาร์ทอัพไทยรายแรกที่ Beacon VC เข้ามาลงทุนและการร่วมลงทุนในครั้งนี้ ทาง Beacon VC เล็งเห็นถึงศักยภาพความสำเร็จของบริษัท โฟลว์แอคเคาท์ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบจัดการบัญชีของเอสเอ็มอีและมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน

มิสเตอร์ยูซูเกะ อินาบะ ผู้จัดการฝ่ายการลงทุน บริษัท SBI Investment จำกัด กล่าวว่า เอสบีไอ อินเวสเมนท์ เป็นกองทุนชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ภายใต้กลุ่มบริษัท SBI Group  โดยเน้นการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและสตาร์ทอัพ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มในการเติบโตดีและเป็นธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว สำหรับโฟลว์แอคเคาท์ เป็นสตาร์ทอัพที่น่าสนใจเพราะระบบบัญชีเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำธุรกิจ และโฟลว์แอคเคาท์ ยังเป็นฟินเทคสตาร์ทอัพ ที่ใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลทางบัญชีที่ทันสมัย ซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีเหล่านี้ จะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศได้เป็นอย่างดี ทำให้ระบบการจัดทำบัญชีมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นมีการใช้งานระบบบัญชีออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย และด้วยเหตุผลนี้เอง จึงทำให้เลือกที่จะลงทุนในบริษัท โฟลว์แอคเคาท์ และมั่นใจว่าการลงทุนครั้งนี้ จะส่งผลให้บริษัทโฟลว์แอคเคาท์ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดและเป็นการสร้างโอกาสในการแข่งขันและขยายธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่

มิสเตอร์เจฟฟรีย์ เพนน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการกองทุน Golden Gate Ventures จากประเทศสิงคโปร์  กล่าวว่า กองทุน “โกลเดนเกต เวนเจอร์ส” เป็นหนึ่งในกองทุนสตาร์ทอัพที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่บริษัทเน้นลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ เนื่องจากมองว่าการทำสตาร์ทอัพเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงต้องมีทีมงานที่มีความตั้งใจ พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และไม่ลืมที่จะรับฟังเสียงของลูกค้า ทั้งนี้ในระยะยาวจะมีธุรกิจเอสเอ็มอี เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นต้องมีการนำแพลตฟอร์ม ซอฟต์แวร์ ในรูปแบบต่างๆมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ ซึ่งจะก้าวเข้าไปสู่การทำธุรกิจในแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งการเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัท โฟลว์แอคเคาท์ ในครั้งนี้ ซึ่งมองว่าแอพพลิเคชั่นของโฟลว์       แอคเคาท์ จะเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถบริหารจัดการกับระบบบัญชีได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับธุรกิจในระดับภูมิภาคอีกด้วย

นายเรืองโรจน์ พูนผล (คุณกระทิง) ผู้บริหารกองทุน 500TukTuks กองทุนชื่อดังจาก ซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า  สำหรับ 500 TukTuks เป็นกองทุนสำหรับลงทุนในสตาร์ทอัพประเทศไทยโดยเฉพาะ  อีกทั้งยังเป็นกองทุนในประเทศที่ลงทุนกับสตาร์ทอัพจำนวนมากที่สุดในไทย สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ทางกองทุนได้ร่วมลงทุนกับบริษัท โฟลว์แอคเคาท์  ซึ่งถือเป็นสตาร์ทอัพไทยที่มีความพร้อมและมีความโดดเด่น ทั้งด้านการให้บริการระบบบัญชีออนไลน์ และความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ซึ่งแอพพลิเคชั่นของโฟลว์แอคเคาท์ จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล

“สำหรับแอพพลิเคชั่น FlowAccount.com มีจุดเด่นที่ออกแบบมาให้ผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ ใช้งานง่าย โดยเมื่อเริ่มต้นการใช้งานสามารถออกบิลได้ภายใน 2 นาที แม้ไม่มีพื้นฐานทางด้านบัญชี ก็เริ่มต้นทำบัญชีเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง และใช้งานฟรีได้ในฟังก์ชั่นพื้นฐาน อาทิ การเปิดใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ หรือใบกำกับภาษี ได้ง่ายๆ และยังมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมที่ครอบคลุมไปถึงการจัดการบริหารสต็อกสินค้า ยอดค้างรับ-จ่าย และเงินเดือนพนักงาน พร้อมรายงานต่างๆ ที่จะช่วยให้สามารถบริหารภาพรวมของกิจการได้ด้วยตนเอง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดของ FlowAccount.com จะถูกเก็บไว้ในคลาวด์ของ Amazon ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล สามารถใช้งานออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งบนคอมพิวเตอร์ และโมบายแอพพลิเคชั่น ทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ รองรับการใช้งานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีทีมงานคอยให้บริการและแนะนำการใช้ระบบ รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานจริงผ่านคอลเซ็นเตอร์ พร้อมกันนี้ยังมีการจัดอบรมสัมมนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความรู้ในการทำบัญชีเบื้องต้น ซึ่งมั่นใจว่าบริการนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่มีโอกาสประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้น” คุณกฤษฎา ชุตินธร กล่าวทิ้งท้าย

###

from:https://www.techtalkthai.com/1-15-usd-raised-by-flowaccount/

Event Pop ระดมทุน Series A ได้ InVent จาก Intouch และ Beacon VC ร่วมลงทุน

Event Pop จัดงานแถลงข่าวการระดมทุนรอบ Series A ที่มีผู้ร่วมลงทุนคือ InVent โครงการธุรกิจร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีภายใต้บริษัท Intouch และ Beacon Venture Capital กองทุน VC ของธนาคารกสิกรไทย โดยมีเป้าหมายนำเงินทุนไปพัฒนาบริกาจัดการงานอีเวนท์ที่ดีขึ้น และขยายตลาดเพื่อรองรับฐานลูกค้าจากทั้งในและต่างประเทศ

Event Pop ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ในฐานะบริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการจัดงานอีเวนท์เต็มรูปแบบ เริ่มตั้งแต่การจัดจำหน่ายตั๋วให้กับคอนเสิร์ต งานสัมมนา หรืองานอีเวนท์ในรูปแบบอื่นๆ การประชาสัมพันธ์งาน การลงทะเบียนเข้างาน ระบบการซื้อขายของภายในงาน ไปจนถึงระบบ analytics เก็บข้อมูลการซื้อตั๋วและระบบลูกค้าสัมพันธ์จากข้อมูลผู้ซื้อตั๋ว

ระบบของ Event Pop นั้นถูกพัฒนาขึ้นให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ในการจองตั๋วที่ดี ไม่ว่าจะเป็นในมุมของลูกค้า เช่น การทำหน้าเว็บที่แสดงผลได้ดีในทุกๆอุปกรณ์, การจัดให้มี call center ทั้ง 7 วันในสัปดาห์, มุมของคนจัดอีเวนท์ เช่นการทำ SEO หรือการเปิดให้บริการ webhook, และในมุมของทีมงานในงานอีเวนท์ เช่นการให้บริการ Spark – ระบบซื้อขายปราศจากเงินสดภายในงานอีเวนท์ที่ทีมงานสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และทำให้การซื้อขายในงานเป็นไปอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด

นอกเหนือไปจากการให้บริการจัดอีเวนท์แบบครบวงจรแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของ Event Pop คือการใช้ infrastructure บน cloud ทำให้สามารถขยายสเกลการให้บริการตามจำนวนผู้ที่ต้องการซื้อตั๋วในอีเวนท์ใดอีเวนท์หนึ่งได้อย่างง่ายดาย ซึ่งตั้งแต่การเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2015 การจำหน่ายตั๋วผ่าน Event Pop นั้นยังไม่ล่มเลยสักครั้ง

การลงทุนในครั้งนี้ ทาง InVent ไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขเงินทุนที่แน่ชัด ในขณะที่ Beacon VC ระบุจำนวนเงินที่ 1.6 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 53 ล้านบาทไทย)

สำหรับแผนการหลังการระดมทุนในครั้งนี้ ทาง Event Pop ได้เปิดเผยออกมาบางส่วน ได้แก่ ระบบสำหรับอีเวนท์ประเภทอื่นๆเพิ่มเติม เช่นอีเวนท์งานโชว์สินค้าที่ไม่มีค่าใช้จ่าย, เครื่องมือในการทำ digital market ที่หลากหลายขึ้น, เครื่องมือเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆมากขึ้น, ฯลฯ

ทางด้านผู้ลงทุนอย่าง InVent การลงทุนใน Event Pop ในรอบนี้ก็นับว่าเป็นครั้งที่ 12 แล้วของโครงการดังกล่าวที่มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพในกลุ่ม TMT (Technology, Media, and Telecoms) โดยเลือกธุรกิจที่มีศักยภาพและมีความเป็นไปได้ในการร่วมเชื่อมต่อทำงานกับบริการที่มีอยู่แล้วในบริษัท Intouch ด้วย

ในทำนองเดียวกัน กองทุน Beacon VC ของธนาคารกสิกรไทยก็มุ่งเน้นในการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในสตาร์ทอัพ 3 ประเภท ได้แก่สตาร์ทอัพเทคโนโลยีด้านการเงิน (FinTech) ด้านชีวิตประจำวัน (Consumer lifestyle) และด้านเทคโนโลยีเชิงลึก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น

การจัดอีเวนท์ในปัจจุบันนั้นไม่ได้จำกัดฐานผู้ชมอยู่แต่ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวแล้ว อีเวนท์ทั้งหลายสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากมายให้มาเข้าร่วมงาน พร้อมทั้งท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยในประเทศได้ไม่แพ้การประชาสัมพันธ์ประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะงานอีเวนท์ระดับโลก การพัฒนาการบริหารจัดการอีเวนท์ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงอาจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างแรงดึงดูดเหล่านั้น จึงอาจนับว่าการลงทุนในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจไทยในระยะยาวทางหนึ่งก็เป็นได้

from:https://www.techtalkthai.com/event-pop-series-a-invent-beacon-vc-funding/

ออแกไนเซอร์ยุคเก่าถอยไป! Intouch ลงทุน 53 ล้านบาทในซีรีส์ A ของ Event Pop สตาร์ทอัพจัดงานอีเว้นท์

ใครที่ทำงานด้านจัดงานอีเว้นท์แบบเดิมๆ ต้องปรับตัวได้แล้ว ล่าสุด สตาร์ทอัพคนไทย Event Pop ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจัดงานอีเว้นท์ เพิ่งระดมทุนได้จาก Intouch กว่า 53 ล้านบาท หลังจากนี้จะได้เห็นการขยายตลาดและบริการแน่นอน

ซ้าย-คิมห์ สิริทวีชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารการลงทุน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ขวา-ภัทรพร โพธิ์สุวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อีเว้นท์ ป็อป โฮลดิ้งส์ พีทีอี ลิมิตเต็ด

สตาร์ทอัพจัดงานอีเว้นท์ไปได้สวย Intouch ขอร่วมลงทุน

สตาร์ทอัพ Event Pop หรือบริษัท อีเว้นท์ ป็อป โฮลดิ้งส์ พีทีอี ลิมิตเต็ด (อีเว้นท์ ป็อป-Event Pop) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจัดการงานอีเว้นท์ ได้รับเงินลงทุนในซีรีส์ A จาก Intouch หรือในนามบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยโครงการอินเว้นท์ (InVent) เป็นมูลค่าทั้งหมด 1.6 ล้านเหรียญ (53 ล้านบาท) โดยเป้าหมายของการร่วมลงทุนในครั้งนี้ โดยหลักๆ จะนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และขยายธุรกิจเข้าสู่ฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

คิมห์ สิริทวีชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารการลงทุน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า “เรามองเห็นศักยภาพของ Event Pop เพราะธุรกิจจัดงานอีเว้นท์ในไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นธุรกิจทีน่าจับตามอง แต่ปัญหาคือการพัฒนาระบบยังไม่ค่อยมีให้เห็นนัก ส่วนใหญ่ระบบไม่เสถียร คนจะร่วมงานมาจองบัตร ระบบล่มก็มีให้เห็นกันอยู่ แต่หลังจากเห็นการทำตลาดของ Event Pop ในช่วง 2 ปีมานี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในในธุรกิจนี้ได้อย่างครบวงจร”

“เราเชื่อว่าการร่วมลงทุนในครั้งนี้ จะทำให้มูลค่าของ Event Pop เพิ่มมากขึ้น และอาจจะทำให้สตาร์อัพรายนี้ใหญ่ขึ้น จนไประดมทุนเพิ่มในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างแน่นอน”

แพลตฟอร์มต่างๆ ของ Event Pop

ทำความรู้จัก Event Pop สตาร์ทอัพจัดงานอีเว้นท์

Event Pop คือบริการแพลตฟอร์มจัดงานอีเว้นท์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดยโมเดลเป็นการจัดงานอีเว้นท์ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การจำหน่ายบัตร ลงทะเบียนเข้างาน ไปจนถึงการจ่ายเงินแบบไร้เงินสด (ใช้บัตรหรือใช้ Code) นอกจากนั้น ข้อมูลทั้งหมดที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการจะถูกเก็บไว้เป็น Big Data ขนาดใหญ่ที่สามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้ในอนาคต

ซีอีโอของ Event Pop ภัทรพร โพธิ์สุวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อีเว้นท์ ป็อป โฮลดิ้งส์ พีทีอี ลิมิตเต็ด บอกว่า “เราเห็นการจัดงานอีเว้นท์ของบริษัทต่างๆ ในตลาดที่ใช้ระบบเดิมมานานซึ่งล้าหลังแล้ว ส่วนระบบของเรามีการนำเอาวิศวกรไอทีมาจัดกาารโดยเฉพาะ เราใช้ระบบคลาวด์ในการรองรับการใช้งานของลูกค้า หมดห่วงเลยระบบล่มไปได้เลย”

“ระบบการจองบัตรของ Event Pop ถูกออกแบบมาให้ล่มไม่ได้ เพราะระบบสามารถรันได้ แม้ว่าจะไม่มีอินเทอร์เน็ต”

Event Pop จะตอบโจทย์ทั้งออแกไนเซอร์หรือคนจัดงานอีเว้นท์ และผู้บริโภคที่จะไปร่วมงาน เริ่มจากด้านผู้บริโภคก่อน การจองบัตรไปร่วมงานจะสามารถเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้นทั้งเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของ Event Pop เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการซื้อบัตรร่วมงานต่างๆ

ส่วนประโยชน์ของออแกไนเซอร์ หากเข้ามาใช้แพลตฟอร์มของ Event Pop จะตอบโจทย์ตั้งแต่ระบบการจองบัตร การดำเนินงาน แม้กระทั่งหลังจบงานก็จะมีข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่แสดงเพศ อายุ และอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค

“ต้องยอมรับว่า ออแกไนเซอร์ของไทยหลายรายที่แม้จะทำงานในวงการนี้มาเป็น 10 ปีบางรายอาจจะยังไม่รู้จักลูกค้าของตัวเองเลยก็ได้ ทุกครั้งที่จัดงานเลยต้องวิ่งไปซื้อโฆษณาแบบไม่รู้ว่าได้ผลหรือไม่ แต่สำหรับ Event Pop เราวิเคราะห์ได้ เราแนะนำให้ซื้อโฆษณาผ่านสื่อที่ได้ผลเท่านั้น แล้วเราวัดได้จากข้อมูล ไม่ใช่ซื้อแบบหวังผลไม่ได้”

มากกว่านั้น ยังมี Dashboard ที่แสดงผลแบบ Real-Time ให้กับคนจัดงานรู้เลยว่า ช่วงเวลานี้มีคนซื้อบัตรจำนวนมาก ส่วนอีกสิ่งที่สำคัญคือแพลตฟอร์มนี้ยังทำให้ออแกไนเซอร์สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้ (ในสมัยก่อนทำไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ซื้อ เพราะผู้ซื้อรู้จักผู้ขายฝั่งเดียว)

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของ Event Pop ชื่อว่า SPARK ที่เป็นโมเดลบัตรสะสมเงิน คือลูกค้าสามารถเอาเงินใส่ไว้ในบัตร แล้วก็ซื้อสินค้าในงานได้ผ่านบัตรนี้ และอย่างที่บอก ระบบนี้รันโดยไม่ต้องมีอินเทอร์เน็ต จะจัดงานกันบนภูเขาก็ใช้ได้

จัดงานอีเว้นท์ ดันเศรษฐกิจภาพรวม

ที่จริงแล้ว การจัดงานอีเว้นท์ไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะคนไทยเท่านั้น ต่างชาติก็เป็นตลาดที่น่าสนใจ ในช่วง 2 ปีที่ Event Pop ได้ลองตลาดมานี้ ทำให้เห็นข้อมูลอย่างหนึ่งว่ามีต่างชาติเข้ามาใช้บริการจัดงานอีเว้นท์ในไทยกว่า 30% ที่น่าสนใจคือเวลาที่ต่างชาติเข้ามาจัดงานอีเว้นท์ในไทย “หลังจากจบงานแล้วก็จะไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่เหนือยันใต้” ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ในอีกทาง

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของ Event Pop อย่างตัวนี้ ในงาน S2O ให้ลูกค้าสามารถสแกนบัตรเข้าออกงานได้อย่างทันสมัยผ่านเทคโนโลยี ไม่ต้องเช็คชื่อในลิสต์กระดาษแบบเดิมๆ อีกต่อไป

สรุป

Event Pop สตาร์ทอัพผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจัดการงานอีเว้นท์ เพิ่งระดมทุนได้ 53 ล้านบาทจาก Intouch บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่วางเป้าลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยี (เปิดพอร์ตดูจะรู้ว่ามูลค่ารวมที่ลงทุนไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท) แน่นอนว่า Event Pop เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาสร้างความน่าสนใจให้กับธุรกิจจัดงานอีเว้นท์ และที่สำคัญคือแก้ปัญหาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นแบบนี้แล้ว ออแกไนเซอร์รายไหนที่ยังจัดงานอีเว้นท์แบบเดิมๆ ก็ต้องรีบปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้แล้ว เพราะต้องไม่ลืมว่าเทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม และจะทำให้คุณไม่ตกขบวนของโลกธุรกิจในท้ายที่สุด

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/intouch-invest-event-pop-series-a/