คลังเก็บป้ายกำกับ: SWITCH_AND_ROUTER

เรียน Network ฟรีๆ ภาษาไทย ทาง YouTube Channel ของ MrJodoi

หลายๆ คนที่ทำงานสาย Network ในไทยก็คงจะรู้จักชื่อของ Jodoi ซึ่งเป็นผู้เปิดคอร์สอบรม CCNA ที่โด่งดังกันเป็นอย่างดี และทาง Jodoi เองก็มี YouTube Channel ให้เราทุกคนได้เข้าไปเรียนพื้นฐานและอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้าน Network กันฟรีๆ ด้วยเช่นกันครับ

Credit: Jodoi

 

ใน YouTube Channel ที่ https://www.youtube.com/user/MrJodoi/playlists จะรวบรวม Playlist ของเนื้อหาเทคนิคทางด้าน Network ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น CCNA R&S, CCNAX, Network Security, GNS3, Routing, Switching, WAN, MPLS, IPv6, ACL, NAT, STP, Linux, Virtualization และอื่นๆ อีกมากมายให้เราได้เลือกชมกัน โดยคลิปต่างๆ นั้นถูกอัปเดตมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และยังมีผู้ติดตามแล้วมากกว่า 6,000 คนในเวลานี้ ทางทีมงาน TechTalkThai ก็แนะนำให้เข้าไปกดติดตามเอาไว้ด้วยเช่นกันนะครับ เวลามีคลิปอะไรใหม่ๆ จะได้รับ Notification กัน

ส่วนด้านล่างนี้จะเป็นตัวคลิปใหม่ๆ จากทาง YouTube Channel ของ MrJodoi ให้ลองดูกันก่อนได้นะครับ

ธันวาคมวันหยุดเยอะ อัปเกรดความรู้กันได้ครับ

from:https://www.techtalkthai.com/free-online-network-courses-on-mrjodoi-youtube-channel/

Advertisements

5 งานสาย Network เงินเดือนดีสำหรับปี 2018

Robert Half Technology ได้ออกมาสรุปรายงาน 2018 Technology and IT Salary Guide เพื่อเล่าถึงแนวโน้มด้านเงินเดือนในสาย IT ที่สหรัฐอเมริกาสำหรับปี 2018 และทาง NetworkComputing ก็ได้นำเนื้อหาในรายงานนี้มาสรุปอีกทีเป็น 5 ตำแหน่งงานสาย Network ที่เงินเดือนสูงที่สุด ดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.com

 

1. Network Architecture

มีรายรับต่อปีตั้งแต่ 112,750 – 190,000 เหรียญ โดยคนส่วนใหญ่มีรายรับต่อปีอยู่ที่ 134,000 เหรียญหรือราวๆ 4.7 ล้านบาท โดยเนื้อหางานจะครอบคลุมตั้งแต่การจัดการ LAN, WAN, Intranet และมักเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีพร้อมประสบการณ์อย่างน้อย 5 ปี

 

2. Wireless Network Engineer

มีรายรับต่อปีตั้งแต่ 100,000 – 158,750 เหรียญ โดยคนส่วนใหญ่มีรายรับต่อปีอยู่ที่ 119,000 เหรียญหรือราวๆ 4.17 ล้านบาท โดยเนื้อหางานจะเน้นเรื่องของระบบ WLAN เป็นหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ, ติดตั้ง ไปจนถึงดูแลรักษา และมักเป็นผู้ที่มีทักษะในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่ดี, จบการศึกษาระดับปริญญาตรีพร้อมประสบการณ์อย่างน้อย 5 ปี และหลายๆ คนก็มี Certificate อย่างเช่น CWNP ด้วย

 

3. Network Security Engineer

มีรายรับต่อปีตั้งแต่ 97,000 – 163,000 เหรียญ โดยคนส่วนใหญ่มีรายรับต่อปีอยู่ที่ 115,000 เหรียญหรือราวๆ 4.025 ล้านบาท โดยความต้องการของสายงานทางด้านนี้เติบโตอย่างรวดเร็วมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้จะต้องเป็นผู้ที่มีพื้นฐานแน่นทั้งในเรื่องของ Networking และ Information Security รวมถึงมีประสบการณ์มาก่อน เนื้อหางานจะครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน, ออกแบบ, ตั้งค่า, บริหารจัดการ และดูแลรักษาระบบ Network Security ทั้งในส่วนของ Hardware และ Software อีกทั้งบางคนอาจจะต้องรับบทบาทในการทำ Risk Assessment หรือ Penetration Testing และการตรวจสอบ Log เพื่อค้นหาภัยคุกคามอีกด้วย

 

4. Network Manager

มีรายรับต่อปีตั้งแต่ 93,500 – 157,250 เหรียญ โดยคนส่วนใหญ่มีรายรับต่อปีอยู่ที่ 111,000 เหรียญหรือราวๆ 3.9 ล้านบาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีทั้งทักษะทางด้านเทคนิคและการบริหารจัดการคน โดยเนื้อหางานคือการดูภาพรวมของระบบเครือข่าย และดูแลทีมงานด้าน Network ตั้งแต่การจ้าง, การฝึกอบรม ไปจนถึงการจัดแผนการทำงาน รวมถึงการจัดการกับงบประมาณการลงทุนด้านระบบเครือข่ายขององค์กร และมักเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีพร้อมประสบการณ์หลายปี, มี Certificate และอาจมีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการมาก่อนบ้าง

 

5. Network Security Administrator

มีรายรับต่อปีตั้งแต่ 92,000 – 155,000 เหรียญ โดยคนส่วนใหญ่มีรายรับต่อปีอยู่ที่ 109,250 เหรียญหรือราวๆ 3.8 ล้านบาท รับบทบาทด้านการดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยในส่วนที่ตนเองได้รับมอบหมาย ที่รวมถึงการตรวจสอบ Log, การทำ Risk Assessment, การแก้ไขปัญหา, การทำ Penetration Testing และงานอื่นๆ

 

ในรายงานของ Robert Half นี้ยังได้ระบุด้วยว่าการมีทักษะที่เป็นที่ต้องการของเหล่าองค์กรนี้อาจทำให้มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นได้ถึง 10% ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการจัดการระบบเครือข่ายของ Cisco, การจัดการ Linux/UNIX, การจัดการระบบ Voice over IP (VoIP) และความสามารถในการแก้ไขปัญหาบน Windows 7/10

สำหรับผู้ที่สนใจรายงานฉบับเต็ม สามารถศึกษาได้ที่ https://www.roberthalf.com/salary-guide/technology ครับ

 

ที่มา: https://www.networkcomputing.com/networking/top-5-best-paying-networking-jobs/1700994292

from:https://www.techtalkthai.com/5-network-jobs-with-high-salary-for-2018/

[PR] ขอเชิญเข้าร่วม Workshop โซลูชั่นยุคใหม่ ก้าวสู่การเป็นองค์กรแบบดิจิทัลด้วย Passive Optical LAN กับ #NOKIA Next Generation ERA

ARK Insights ขอเชิญชวนฝ่าย IT Hotel เข้าร่วม Workshop การทำงานของ Passive Optical LAN ภายในงานจะได้พบกับการอัพเดทเทรนด์และการถาม-ตอบของระบบเครือข่ายขององค์กร, Nokia Product Showcase ที่เป็นผู้นำระดับโลกในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีสำหรับยุคแห่งการเชื่อมต่อ และยังได้เรียนรู้การทำงานของ Passive Optical LAN ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบ LAN แห่งอนาคต ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงระบบ Network ต่างๆ

งานนี้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งรับจำนวนจำกัดเพียง 30 ท่านเท่านั้น เป็น close groupสุด Exclusive ที่จะทำให้คุณได้ถามตอบและอัพเดทระบบ network กันอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง

Workshop ครั้งนี้จะบอกวิธีการการพัฒนาองค์กรและธุรกิจโซลูชั่นด้าน ITของคุณ จะได้ไปต่อได้อย่างรวดเร็ว ในยุคนี้ถ้าใครบริหารจัดการกับเทคโนโลยีได้ช้าเสียเปรียบแน่นอน ร่วมพัฒนาไปด้วยกันกับเรา ในวันอังคารที่ 19 ธันวาคม 2560 เวลา 12.00 น – 16.30 น ที่ Toy Café & Wine

หรือสามารถรับชมการถ่ายทอดสด ในช่วงของ NOKIA Passive Optical Lan Presentation ผ่านช่องทาง Live FaceBook ของพวกเราได้ที่ (NOKIA Next Generation ERA : Fan Pages) ตั้งแต่ เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

from:https://www.techtalkthai.com/pr-ark-insights-nokia-pol-workshop/

Cisco Meraki จัด Webinar เรื่อง Cloud Networking สำหรับภาคการศึกษา แจก AP ฟรีอีกเช่นเคย

กลับมาอีกครั้งกับ Webinar ของ Cisco Meraki พร้อมแจก Wireless Access Point ให้ใช้ฟรี โดยในครั้งนี้เป็นหัวข้อ “Meraki เพื่อการศึกษา” โดยมีรายละเอียดและวิธีการลงทะเบียนดังนี้ครับ

Credit: Cisco Meraki

 

Meraki เพื่อการศึกษา

วันเวลา: Tuesday, November 28th, 2017 10:00am ICT

จากห้องเรียนไปจนถึงห้องพักนักศึกษา Meraki ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งมอบเครือข่ายภายในสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูง เชื่อถือได้ และง่ายต่อการจัดการ ระหว่างการสัมมนาทางเว็บนี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชันไอทีในการจัดการระบบคลาวด์มีส่วนช่วยให้สถาบันการศึกษาบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร ประสบการณ์ของนักศึกษาที่มีคุณภาพสูงขึ้น โดยการส่งมอบเครือข่ายที่มีความหนาแน่นสูงทั้งยังเป็นเครือข่ายอัจฉริยะและยังไม่ลืมที่จะทิ้งในเรื่องของความปลอดภัยของระบบเคลือข่าย ในสถานศึกษา ตลอดจนเครื่องมือมากมายที่จะช่วยระบบไอทีขององค์กรมีประสิทธิภาพสูง

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมฟังได้ทันทีที่ https://app.salesloft.com/c/027fd507-780b-4664-b2bb-a2e0c718149b/aHR0cHM6Ly9tZXJha2kuY2lzY28uY29tL3dlYmluYXJzL3NpZ251cC8yODIzL21lcmFraS0lRTB1JUUwJUI4JTlFJUUwJUI4JUI3JUUwdSU4OCVFMCVCOGklRTAlQjglODElRTAlQjhvJUUwJUI4YSVFMCVCOGUlRTAlQjhvJUUwJUI4JTgxJUUwJUI4ZSVFMCVCOG8vODYyOT9yZWY9Mjk3YzhoOQ==/meraki-cisco-com-webinars-signup-2823-meraki-25e0u-25e0-25b8-259e-25e0-25b8 ครับ โดยต้องทำการเข้าร่วมงานให้เรียบร้อย และต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่ทีมงาน Cisco Meraki ระบุเอาไว้ที่ https://meraki.cisco.com/freeap ด้วยครับผม

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-meraki-webinar-for-education-sector-with-free-ap/

[PR] อรูบ้า ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำบนเมจิกควอแดรนท์ของการ์ทเนอร์และถูกจัดเป็นผู้นำในรายงานความสามารถทางด้านเครือข่ายที่จำเป็นต่อการอยู่รอดขององค์กร (Critical Capabilities report) ทั้ง 6 กรณีศึกษา

กรุงเทพมหานคร , วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.. 2560 – เป็นครั้งแรกที่อรูบ้าถูกจัดให้เป็นผู้นำในทุก ๆ ตัววัด (categories) บนเมจิกควอแดรนท์ (Magic Quadrant) ของการ์ทเนอร์ (Gartner) ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเข้าถึง LAN ผ่านระบบสายและไร้สาย นอกจากนั้นอรูบ้ายังถูกจัดให้เป็นที่หนึ่งในรายงานกรณีศึกษาการใช้งานทั้งหมดที่ประกอบอยู่ในรายงานความสามารถทางด้านเครือข่ายที่จำเป็นต่อการอยู่รอดขององค์กร (Critical Capabilities report) ซึ่งมีการให้คะแนนแก่ผู้ผลิต 16 ราย ในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับความสามารถต่าง ๆ ทางด้านเครือข่ายในกรณีศึกษาการใช้ในองค์กรขนาดใหญ่ 6 กรณี นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีผู้ผลิตเพียงรายเดียวครองตำแหน่งผู้นำในกรณีศึกษาการใช้งานได้ทั้งหมดทุกกรณี

การ์ทเนอร์ยังชี้ให้เห็นว่าอรูบ้าได้คะแนนสูงกว่าซิสโก้ในทุก ๆ กรณีศึกษาการใช้งาน นับเป็นครั้งแรกที่รายงานวิจัยนี้ทั้งสี่ส่วน (four editions) วางตำแหน่งอรูบ้าในฐานะเป็นนำในระบบอุปกรณ์เครือข่ายเหนือกว่าผู้ผลิตรายอื่น ๆ ในโลกทั้งการเข้าถึง LAN ผ่านระบบสายและไร้สาย ตามรายงานฉบับนี้ยังระบุอีกว่าอรูบ้าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่มีโซลูชั่นที่หลากหลายครอบคลุมการเข้าถึงระบบเครือข่ายในระดับต่าง ๆ ผ่านทั้งระบบสายและไร้สายมากที่สุดในตลาด และการ์ทเนอร์แนะนำให้ทุกองค์กรนำโซลูชั่นของอรูบ้าทั้งหมดมาพิจารณาเพื่อสร้างระบบเครือข่ายระดับโลกต่อเชื่อมหน่วยงานขององค์กรที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของตนเข้าด้วยกัน

นับว่าเป็นปีที่ 12 แล้วที่อรูบ้าสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดเครือข่ายมาได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสามารถครองตำแหน่งผู้นำบนเมจิกควอแดรนท์ของการ์ทเนอร์ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเข้าถึง LAN ผ่านระบบสายและไร้สาย

 

รูป เมจิกควอแดรนท์ของการ์ทเนอรสำหรับด้านโครงสร้างพื้นฐานการเข้าถึ LAN ผ่านระบบสายและไร้สาย

 

นอกเหนือจากนั้น

  • AirWave และ ClearPass ของอรูบ้ายังคงเป็นโซลูชั่นที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดในตลาดอีกด้วย
  • การ์ทเนอร์ยังระบุในรายงานส่วนลูกค้าอีกว่า ClearPass ของอรูบ้าได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงมากทั้งในเรื่อง guest access , device profiling , posture assessment และ onboarding
  • แอพพลิเคชั่นทางด้านการบริหารจัดการและการให้บริการของอรูบ้า (AirWave , ClearPass , IMC และ Meridian) สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของ HP อย่างเช่น เอแอลอีและซิสโก้ได้ ซึ่งทำให้ง่ายในการทำการประสาน (orchestration) และสร้างสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์จากหลากหลายผู้ผลิตได้ นับว่าเป็นจุดแข็งที่สำคัญมากของอรูบ้า
  • การควบรวมบริษัท Niara และ Rasa Networks เป็นการเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่อรูบ้าในด้านความสามารถตรวจสอบการจราจรบนเครือข่ายและความปลอดภัยของเครือข่ายสูงขึ้น

หมายเหตุ : 12 ปีที่อรูบ้าสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดเครือข่าย ประกอบด้วย 3 ปี (2015-2017) ในชื่อ HPE (Aruba)  บนเมจิกควอแดรนท์ของการ์ทเนอร์สำหรับด้านโครงสร้างพื้นฐานการเข้าถึง LAN ผ่านระบบสายและไร้สายอีก 3 ปี (2012-2014) ในชื่อของ Aruba Network บนเมจิกควอแดรนท์ตัวเดียวกันและส่วนอีก 6 ปี (2006-2011) ก่อนหน้านั้นเฉพาะบนเมจิกควอแดรนท์ของโครงสร้างพื้นฐานการเข้าถึง LAN ผ่านระบบไร้สายเท่านั้น

 

เกี่ยวกับอรูบ้าบริษัทหนึ่งในเครือฮิวเล็ตแพ็กการ์ด

อรูบ้าเป็นหนึ่งในเครือบริษัทฮิวเลตต์แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์และเป็นผู้นำในการจัดหาโซลูชั่นระบบเครือข่ายที่ล้ำสมัยสำหรับองค์กรทุกขนาดทั่วโลก บริษัทเป็นผู้ผลิตโซลูชั่นด้านไอทีที่ช่วยเพิ่มพลังให้องค์กรในการให้บริการแก่ผู้ใช้รุ่นใหม่ที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์พกพาผู้ซึ่งใช้ apps ต่าง ๆ ทางธุรกิจที่วางอยู่บนคลาวด์ในทุก ๆ ขั้นตอนของการดำเนินชีวิตทั้งในที่ทำงานและเรื่องส่วนตัว

from:https://www.techtalkthai.com/pr-hpe-aruba-is-a-leader-in-gartners-magic-quadrant-again/

Facebook เปิดตัว Open/R ระบบ Open Source Routing ที่ Facebook ใช้ใน Backbone และ Data Center ของตนเอง

ทุกครั้งที่ Facebook ออกมาเปิดตัวโครงการ Open Source เกี่ยวกับระบบ Network ทีไร ก็มักเป็นประเด็นที่น่าสนใจเสมอ โดยในครั้งนี้ทาง Facebook ได้ออกมาเปิด Open Source ให้กับโครงการ Open/R ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสริมสำหรับการทำ Network Routing Platform สำหรับระบบ Software-Defined Networking ที่ทาง Facebook เองก็ได้ใช้งานจริงอยู่ภายใน Backbone และ Data Center ของตนเองแล้ว

Open/R นี้เดิมทีถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานในโครงการ Terragraph ซึ่งเป็นระบบเครือข่าย Wireless Backhaul Network แต่เมื่อพัฒนาไปได้ระยะหนึ่งทาง Facebook ก็เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถนำมาปรับใช้ในระบบเครือข่ายส่วนอื่นๆ ได้ ทำให้สุดท้ายแล้ว Facebook ก็ตัดสินใจพัฒนา Open/R ต่อจนสามารถรองรับได้ทั้ง WAN, Data Center Fabric และ Wireless Mesh อีกทั้งยังรองรับการทำงานบน Software ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น FBOSS, Arista EOS, Juniper JunOS, Linux Routing และอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ Open/R จึงสามารถถูกนำไปใช้งานได้บน Switch Hardware ได้อย่างกว้างขวาง

แนวคิดหลักๆ ของ Open/R นั้นคือการทำหน้าที่เป็นระบบสำหรับการกระจายค่า State ทางด้านระบบเครือข่ายไปยังอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ Application ใหม่ๆ สามารถถูกเพิ่มเข้าไปในระบบเครือข่ายและทำการเชื่อมต่อกันได้โดยง่าย โดยมี Northbound Interface สำหรับเชื่อมต่อการทำงานเข้ากับ Network Controller ภายนอกได้ และมีความสามารถอย่างเช่นการทำ Automatic IP Prefix Allocation, RTT-based Cost Metrics, Graceful Restart, Fast Convergence และยังสามารถทำ Drain/Undrain Operation ได้ รวมถึงยังมีฟีเจอร์ที่คล้ายคลึงกับ IS-IS และ OSPF โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

  • รองรับ IPv6 เป็น Default แต่สามารถปรับแต่งให้ทำงานด้วย IPv4 ได้
  • ทำ Prefix Allocation และ IP Configuration ได้หลาย Node พร้อมๆ กันจากการเลือก Prefix
  • ทำ Graceful Restart ได้ ทำให้สามารถอัปเดตระบบได้โดยไม่เกิด Downtime ในการส่งข้อมูลเครือข่ายเลย
  • ทำ Drain/Undrain สำหรับ Node และ Link ได้
  • ประเมินและควบคุมค่า Link RTT ได้แบบ Dynamic
  • กำหนดค่า Metric Value ที่ต้องการได้เอง ทั้งแบบ Static และ Dynamic
  • ตรวจสอบการทำงานของเครือข่ายได้
  • มี API สำหรับเชื่อมต่อไปยัง Centralized Controller ได้
  • มี Python Library สำหรับจัดการ Process สำคัญๆ ใน Open/R ได้

สำหรับสถาปัตยกรรมภายใน Open/R มีแบ่งส่วนย่อยต่างๆ ดังนี้

Credit: Facebook
  • KV-STORE เป็นระบบ Replicated Key-value Store เพื่อให้สามารถทำการสื่อสารได้แบบกระจายตัว และทำการสำเนาค่า State ของระบบเครือข่ายได้
  • Spark ทำการค้นหาอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระหว่างกันภายในระบบเครือข่ายด้วยการใช้ Link-Local Multicast
  • LinkMonitor ทำการตรวจสอบการทำงานของ System Interface ผ่านทาง Platform, ทำการบริหารจัดการ Spark Session และทำการกระจายข้อมูลของ Neighbor ที่ถูกค้นพบและถูกบันทึกอยู่ภายใน KV-STORE
  • PrefixManager ทำ Automatic Prefix Suballocation เพื่อให้สามารถทำการกำหนดค่าต่างๆ ได้แบบ Ad Hoc
  • Decision ประมวลผลข้อมูล Routing โดยอ้างอิงจากข้อมูล Topology ที่เรียนรู้มาจาก KV-STORE
  • FIB ทำหน้าที่เป็น Proxy สำหรับ Programming Computed Routes ผ่านทาง Platform และจัดการดูแลเรื่อง Forwarding State
  • Platform รองรับการทำ Route Programming และดูแล Interface Discovery Logic สำหรับ Hardware Platform เป้าหมาย

นอกจากนี้ Facebook ยังได้สร้าง Emulation Tool เอาไว้ที่ https://github.com/facebook/openr/tree/master/openr/docs/Emulator.md ซึ่งจะทำการสร้าง Linux Container จำนวนหลายพันชุดขึ้นมาจำลองระบบเครือข่ายเสมือนขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน พร้อมให้ทดสอบการกำหนดค่าและใช้งานเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ด้วยการใช้ Open/R ก่อนจะทำการ Deploy ลงระบบจริง

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดของโครงการ Open/R ได้ที่ https://github.com/facebook/openr ครับ

 

ที่มา: https://code.facebook.com/posts/291641674683314/open-r-open-routing-for-modern-networks/ 

from:https://www.techtalkthai.com/facebook-open-r-open-source-routing-platform-is-announced/

7 แนวโน้มทางด้าน Enterprise Networking ประจำปี 2018 จาก Interop

ในงานวิจัยของ Interop ITX ซึ่งเป็นการสำรวจทางด้าน IT Infrastructure จากเหล่าผู้นำทางด้าน IT ภายในองค์กรกว่า 150 คน ได้ทำการนำเสนอ 7 ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวโน้มของระบบ Network ภายในองค์กรประจำปี 2018 เอาไว้ดังนี้

Credit: ShutterStock.com

 

1. การลงทุนด้าน Network ในองค์กรจะมีปริมาณมากขึ้น

55% ของผู้ตอบแบบสอบถามนั้นคาดว่าองค์กรของตนจะมีการลงทุนทางด้าน Network มากขึ้นทั้งในส่วนของ Wireless และ WAN อย่างไรก็ดียังมีผู้ตอบแบบสอบถาม 38% ที่เชื่อว่าปริมาณการลงทุนด้านระบบเครือข่ายจะไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

 

2. Network Security เป็นแนวโน้มที่จะมาแรง

ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 60% ระบุว่าการปรับปรุงด้าน Security ภายในองค์กรนั้นติดอันดับ 3 โครงการที่มีความสำคัญสูงสุด เนื่องจากการโจมตีนั้นมีความซับซ้อนสูงขึ้น และระบบ Cloud หรือ Virtualization เองก็ได้รับความนิยมมากขึ้น ดังนั้นการปรับปรุงระบบ Security ให้ตอบรับต่อความเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และ Firewall หรือระบบ Access Control แบบเดิมๆ ก็ไม่เพียงพออีกต่อไป

 

3. ได้เวลาเพิ่ม Bandwidth ให้กับระบบ Network แล้ว

การเพิ่ม Bandwidth ให้กับระบบเครือข่ายกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคต โดยจากรายงาน Cisco Visual Networking Index นั้น IP Network ในสหรัฐอเมริกาจะมีปริมาณมากถึง 2.6 Exabyte ต่อวันภายในปี 2021 เติบโตจาก 1 Exabyte ต่อวันในปี 2016 เป็นอย่างมาก และระบบเครือข่ายเองก็ต้องการใช้งานวิดีโอมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

 

4. องค์กรให้ความสนใจกับ SDN เยอะ แต่ยังไม่ได้เริ่มใช้งานจริง

ถึงแม้ Software Defined Networking (SDN) และ Network Functions Virtualization (NFV) จะเป็นประเด็นร้อนแรงมาหลายปีแล้ว แต่ปริมาณผู้ตอบแบบสอบถามเพียงแค่ 11% เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับโครงการกลุ่มนี้ใน 3 อันดับแรก โดย 20% กล่าวว่ากำลังศึกษาเทคโนโลยีนี้อยู่, 8% กำลังทดสอบใช้งาน, 5% กำลังวางแผนใช้งานในระบบปิดหรือชั่วคราว, 4% ได้ทดลองใช้งานในระบบปิดหรือชั่วคราวแล้ว โดยมีเพียง 6% เท่านั้นที่ได้ใช้งานจริงแล้ว

อย่างไรก็ดี การให้ความสนใจเป็นอย่างมากจากเหล่าธุรกิจองค์กรนี้ ก็ถือเป็นทิศทางที่ดีสำหรับ SDN และ NFV ไม่น้อย

 

5. องค์กรยังไม่เปิดรับต่อเทรนด์ของ Open Networking

ถึงแม้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา Facebook จะพยายามนำเทรนด์ Open Networking ด้วยการแยก White-box Switch ออกมาจาก Software เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเกิดทางเลือกในการใช้งานระบบเครือข่ายภายใน Data Center ได้มากขึ้น แต่ 63% ของเหล่าผู้ตอบแบบสอบถามนั้นก็ไม่มีแผนที่จะใช้งาน White-box Switch แต่อย่างใด และ 51% ก็ไม่มีแผนที่จะใช้ Open Source Network Operating System ด้วย แต่ 34% ของผู้ตอบแบบสอบถามนั้นก็สนใจในประเด็นการลดค่าใช้จ่ายของ Open Source Network Operating System ได้ และ 22% นั้นเชื่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะมาแก้ไขปัญหา Vendor Lock-in ได้

 

6. WAN ที่มีอยู่ไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ SD-WAN ก็ยังไม่ใช่คำตอบ

การเพิ่ม WAN Bandwidth นั้นกลายเป็นประเด็นสำคัญต่อหลายๆ องค์กรแล้ว โดย 69% ของผู้ตอบแบบสอบถามนั้นต้องการเพิ่ม Bandwidth ให้กับ WAN ของตน อย่างไรก็ดี มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 25% เท่านั้นที่จะนำ SD-WAN มาใช้ในอนาคต, 8% เท่านั้นที่ใช้งาน SD-WAN อยู่ และมีมากถึง 42% ที่ไม่มีแผนจะใช้ SD-WAN เลย

 

7. การอัปเกรด WLAN นั้นจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลากหลายแง่มุม

Wireless LAN นับวันจะยิ่งมีความสำคัญกับองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ และในการสำรวจครั้งนี้ เหล่าผู้ตอบแบบสอบถามก็มีแผนที่จะอัปเกรด Wireless Access Point 47%. อัปเกรด Wireless/Mobile Security 39%, อัปเกรด Mobile Device 36%, อัปเกรด Security/Surveillance 34%, อัปเกรด WLAN Management 25% และอัปเกรด Wireless Switch 21% ท่ามกลางตลาดที่กำลังเติบโตอยู่ตลอดเวลา

 

ก็ถือเป็นการทำนายแนวโน้มในอีกมุมหนึ่งที่ไม่ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่แปลกใหม่หรือหวือหวา แต่ว่าติดตามการนำไปใช้งานและแนวโน้มที่เกิดขึ้นจริงในอุตสาหกรรมครับ ถึงกลุ่มที่สำรวจจะขนาดเล็กไปหน่อย แต่ก็พอนำมาใช้เสริมมุมมองใหม่ๆ ได้บ้างเหมือนกัน

 

ที่มา: https://www.networkcomputing.com/networking/7-enterprise-networking-trends-2018/1081393934

from:https://www.techtalkthai.com/7-enterprise-networking-trends-for-2018-by-interop/