คลังเก็บป้ายกำกับ: SWITCH_AND_ROUTER

เปิดตัว Arista 7500R2 Spine Switch ความเร็ว 150Tbps รองรับ 2 ล้าน Route ในระบบเดียว

Arista ได้ประกาศเปิดตัว Universal Spine Switch รุ่นล่าสุดในตระกูล 7500R ด้วยชื่อรุ่น 7516R ที่มีประสิทธิภาพสูงระดับ 150Tbps โดยมีความสามารถที่น่าสนใจดังนี้

Credit: Arista

 

  • มีประสิทธิภาพระดับ 150Tbps
  • ติดตั้ง Line Card ได้ 16 Slot
  • รองรับ 100GbE สูงสุดได้ 576 Port
  • มีเทคโนโลยี FlexRoute รองรับได้สูงสุด 2 ล้าน Route
  • มีเทคโนโลยี AlgoMatch ทำ Programmable Pipeline ได้ในตัว
  • เปิดตัว Line Card ใหม่ 3 รุ่นสำหรับ Arista 7500R Series ได้แก่
    • 36x 100G QSFP MACsec Ports
    • 36x 100G QSFP Ports
    • 48x 10/25G-SFP + 2x 100G Ports
  • Line Card ใหม่นี้มีสถาปัตยกรรม Lossless Architecture ด้วยการมี Buffer ขนาดใหญ่ และใช้ Virtual Flex Queuing
  • เพิ่ม High-rate sFlow สำหรับเครือข่าย 100Gbps โดยเฉพาะ

ในขณะเดียวกัน Arista ก็ปิดตัว Universal Leaf Switch รุ่นใหม่ในตระกูล 7280R2 อีก 3 รุ่น ได้แก่ 2U + 60x 100G QSFP, 1U + 30x 100G QSFP, 1U + 48x 10/25G SFP + 6x 100G QSFP ซึ่งแต่ละรุ่นก็รองรับ 2 ล้าน Route และ AlgoMatch เช่นกัน

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.arista.com/en/products/7500r-series และ https://www.arista.com/en/products/7280r-series ทันทีครับ

 

ที่มา: http://www.networkworld.com/article/3201043/private-cloud/arista-s-new-solutions-sets-the-standard-for-cloud-scale.html

from:https://www.techtalkthai.com/arista-7500r2-spine-switch-is-released-with-150tbps/

Advertisements

Cisco เปิดตัวแนวคิดระบบเครือข่ายใหม่ เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ด้วย AI และ Machine Learning

Cisco ได้ประกาศเปิดตัวโซลูชัน Intent-based Networking ซึ่งจะเป็นระบบเครือข่ายแห่งอนาคตสำหรับเหล่าองค์กร โดยมีการผสานเทคโนโลยี AI และ Machine Learning เข้าไปภายในระบบเครือข่ายโดยตรง ทำให้สามารถเรียนรู้ได้ถึงความต้องการของผู้ใช้งานในระบบเครือข่าย, เหตุการณ์แปลกปลอมที่เกิดขึ้น และการปรับปรุงที่ควรทำโดยอัตโนมัติทั้งหมด

Credit: Cisco

 

แนวคิดนี้จะไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะด้าน Network เท่านั้น แต่ยังจะรวมถึงประเด็นทางด้าน Security ไปด้วยในตัว โดยภายใน Intent-based Networking นี้จะทำงานแบบ Sofware-defined Networking แบบเต็มตัว และประกอบไปด้วย 3 แนวคิดองค์ประกอบหลัก ดังนี้

  • Intent: การกำหนดค่าต่างๆ จะเป็นการเลือกวัตถุประสงค์ของระบบเครือข่ายที่ต้องการให้เป็น แทนการกำหนดค่าเชิงเทคนิคเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการแทน
  • Context: ใช้ Context ภายในระบบเครือข่าย เช่น Who, What, When, Where, How ในการระบุพฤติกรรมของระบบเครือข่าย
  • Intuition: มีระบบ AI และ Machine Learning ในการวิเคราะห์ Flow ของเครือข่ายทั้งหมดในตัว ทำให้มองเห็นเหตุการณ์ต่างๆ และทำนายแนวโน้มในอนาคตได้ทันที

ภายใต้ระบบเครือข่ายแบบ Intent-based Networking นี้ จะอาศัยสถาปัตยกรรม Cisco Digital Network Architecture (DNA) ในการทำงาน โดยมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องภายใต้ Cisco DNA ดังนี้

  • DNA Center ระบบริหารจัดการเครือข่ายแบบ Intent-based จากศูนย์กลาง
  • Software-Defined Access (SD-Access) ระบบควบคุมการเข้าใช้งานเครือข่ายของผู้ใช้งานทั้งหมด ทำให้สร้างนโยบายการใช้งานเครือข่ายสำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนได้เร็วขึ้น 67%, แก้ไขปัญหาเครือข่ายได้เร็วขึ้น 80%, ลดช่องโหว่ทางด้านความมั่นคงปลอดภัย 48% และประหยัดค่าใช้จ่ายนในการดำเนินการลงไป 61%
  • Network Data Platform and Assurance ระบบ Analytics Platform ที่ใช้ Machine Learning ในการจัดหมวดหมู่และระบุความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมดภายในระบบเครือข่ายเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถทำ Predictive Analytics, Business Intelligence และนำเสนอ Actionable Insights ได้ทันที
  • Encrypted Traffic Analytics ระบบวิเคราะห์เพื่อค้นหาภัยคุกคามที่แอบแฝงมากับข้อมูลที่ทำการเข้ารหัส โดยการใช้ Cisco Talos Cyber Intelligence ร่วมกับ Machine Learning ทำการวิเคราะห์ Metadata Traffic Pattern ทำให้สามารถค้นหาการโจมตีได้โดยไม่ต้องถอดรหัสข้อมูลเหล่านั้น และมีความแม่นยำสูงถึง 90% และมี False Positive เพียง 0.01% เท่านั้น
  • Catalyst 9000 Switch Portfolio เป็น Switch ตระกูลที่รองรับความสามารถในการทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ ทั้งหมดเหล่านี้ ด้วย ASIC รุ่นใหม่และ IOS XE ในตัว
  • Software Subscription ความสามารถของ DNA สามารถ Subscribe ได้ทั้งเป็นชุด Cisco ONE หรือเลือกเฉพาะส่วนไปก็ได้
  • DNA Services มีทีมงานคอยช่วยให้คำปรึกษาและอบรมสำหรับการเปลี่ยนระบบเครือข่ายแบบเดิมไปสู่ Intent-based Networking
  • Developer Center ทาง Cisco เปิด DevNet DNA Developer Center โดยเฉพาะเพื่อเป็นชุมชนแลกเปลี่ยยนความรู้และอบรมสำหรับการพัฒนา Application มาทำงานร่วมกับระบบเครือข่าย Cisco DNA

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้จะทะยอยเปิดตัวภายในปีนี้

 

ที่มา: https://newsroom.cisco.com/press-release-content?type=webcontent&articleId=1854555&utm_source=cisco.com&utm_campaign=Release_1854555&utm_medium=RSS

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-intent-based-networking-by-cisco-dna/

Edgecore Networks เปิดตัว Switch รุ่นใหม่ ออกแบบสำหรับ ISP โดยเฉพาะ

Edgecore Networks ผู้นำทางด้านอุปกรณ์ระบบเครือข่ายและโซลูชัน Open Networking สำหรับองค์กร เปิดตัว Switch รุ่นใหม่ ECS4120-28F-I ออกแบบมาสำหรับ ISP โดยเฉพาะ

ECS4120-28F-I ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงได้เป็นอย่างดี โดยสามารถทนอุณหภูมิห้องได้ตั้งแต่ -10 จนถึง 65 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะสำหรับ Internet Service Providers (ISPs) และ Multiple System Operators (MSOs) ที่ให้บริการระบบต่างๆสำหรับองค์กรขนาดกลางหรือขนาดเล็ก และผู้ใช้งานตามบ้าน เช่น FTTH Triple-play Services โดยคุณสมบัติของ ECS4120-28F-I มีดังนี้

  • มี Switching Capacity 128 Gbps ทำงานในระดับ L2+
  • มี Uplink ความเร็ว 10G แบบ SFP+ จำนวน 4 พอร์ต
  • มีพอร์ตแบบ 100/1000 SFP Ports จำนวน 20 พอร์ต
  • มีพอร์ตแบบ GE Combo Ports (RJ-45/SFP) จำนวน 4 พอร์ต
  • รองรับการเชื่อมต่อ Power ทั้งแบบ AC และ DC โดยสามารถทำงานแบบ Redundancy ได้
  • รองรับ IEEE 802.1ag และ ITU-T Y.1731 ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบการใช้งานแบบ End-to-end ได้
  • รองรับฟีเจอร์ครบครัน เช่น Rapid Spanning Tree Protocol, Port Security, QoS, IGMP Snooping, SNMP, Layer 2 VPN และอื่นๆ
  • รองรับ IPv6 Management, IPv6 Security และ IPv6 Multicast Control
  • ทนอุหภูมิได้ตั้งแต่ -10 ถึง 65 องศาเซลเซียส

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

ที่มา : http://www.edge-core.com/news-inquiry.php?cls=1&id=239

from:https://www.techtalkthai.com/edgecore-networks-announces-new-switch-for-isp/

Nokia เปิดตัว Petabit-class Router เป็นรุ่นแรก ตอบรับยุค 5G

Nokia นั้นประสบความสำเร็จในการพัฒนาชิปรุ่นใหม่ FP4 ซึ่งสามารถรประมวลผลข้อมูลได้เร็วถึง 2.4Tbps ทำให้เมื่อนำชิปเหล่านี้มาทำงานร่วมกันบน Line Card ใบเดียวกัน ก็สามารถที่จะให้บริการเครือข่ายประสิทธิภาพสูงได้ ส่งผลให้ Nokia สามารถเปิดตัว Petabit-class Router ได้ในการประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งล่าสุด ดังนี้

Credit: Nokia

 

  • เปิดตัว Nokia 7950 XRS-XC Core Router ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 576Tbps และรองรับการ Scale Out รวมกันได้ 6 Chassis มีความเร็วรวมเกินกว่า 3Pbps
  • เปิดตัว Nokia 7750 SR-14s IP Edge Router ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 144Tbps
  • เปิดตัว Nokia 7750 SR-12 และ SR-12e Service Router ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 9.6Tbps

 

นอกจากนี้ Nokia FP4 ยังได้เพิ่มความสามารถในการรวบรวมสถิติด้นระบบเครือข่ายเพื่อส่งต่อไปยังระบบประมวลผลภายนอก รองรับการวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทำให้สามารถค้นหาเหตัการณ์ DDoS ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีความสามารถในการทำ Stateless Paket Inspection ช่วยให้การแก้ไขปัญหาในระบบเครือข่ายเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

 

ที่มา: http://www.networkworld.com/article/3201047/lan-wan/nokia-rolls-out-its-first-petabit-class-router.html

from:https://www.techtalkthai.com/nokia-announces-its-first-petabit-class-router/

รู้จัก TP-Link PoE Switch รุ่นต่างๆ ตอบโจทย์ระบบเครือข่ายธุรกิจ SME ได้ในราคาคุ้มค่า

TP-Link Biz อีกชื่อหนึ่งที่แบ่งประเภทสินค้ามาจากสินค้า SOHO คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับภายในบ้านหรือองค์กรขนาดเล็ก ซึ่งนอกจากนั้นยังมีสินค้าประเภท Business Networking ที่ใช้สำหรับองค์กรอีกด้วย

บทความนี้ขอนำเสนอ POE Switch ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานด้านเครือข่ายสำหรับองค์กรธุรกิจขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ พร้อมส่วนลดสูงสุด 20% เพียงลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์

TP-Link ผู้ผลิตอุปกรณ์เน็ตเวิร์คที่มียอดขายอันดับหนึ่งของโลก มุ่งเน้นทำตลาดในส่วนสินค้าประเภท Business Networking  ซึ่งในบทความนี้จะนำเสนอ PoE Switch หลากหลายรุ่น

 

เริ่มต้นด้วยหมวดของ  T2600G L2+ Managed Switch

มี 2 รุ่น ได้แก่  T2600G-28MPS(TL-SG3424P) / T2600G-52PS (TL-SG3452P)

 

JetStream 24/48 Port Gigabit L2 Managed PoE+ Switch with 4 SFP Slots

ข้อมูลเพิ่มเติม T2600G-28MPS(TL-SG3424P)   : link

Feature:

Full set L2+/L2 features

  • Static Routing / DHCP Server / DHCP relay
  • VLAN / QinQ / IGMP Snooping / LACP / STP

IPv6 Support

  • Dual IPv4/IPv6 stack / MLD snooping / IPv6 neighbor discovery

ISP features

  • OAM / L2PT / sFlow / PPPoE

Robust Security Strategies

  • ACL / 802.1x / IMPB / DHCP Snooping / IP Source Guard / AAA

Prioritize voice and data traffic

  • QoS, Voice VLAN and bandwidth management support

Abundant management policies

  • Web / CLI / SNMP / RMON / IPv6 Support / Dual Image

PoE Power Budget

  • 24/48 ports, 384W,802.3af/at

Advanced hardware Design

 

 

  

Smart Series: T1500G Series L2 Smart PoE+ Switch

T1500G series switch ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงและทนทานต่อทุกสถานการณ์  ใช้งานง่ายด้วย Web-based เหมาะกับองค์กรขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่

ชื่อรุ่น T1500G-10MPS

 

JetStream 8-Port Gigabit Smart PoE+ Switch with 2 SFP Slots

Feature :

L2/L3/L4 QoS and IGMP snooping

  • Optimize voice and video applications

PoE Power Budget

  • 8 ports, 116W,802.3af/at (PoE Power up to 30W per port)

IP-MAC-Port Binding, ACL, Port Security, DoS Defend, Storm control, DHCP Snooping, 802.1X and Radius Authentication

Abundant management policies

  • Web, CLI (Telnet, SSH), SNMP, RMON and Dual Image

Fanless options

ข้อมูลเพิ่มเติม T1500G-10MPS  : LINK

 

T1600G Series L2+ Smart PoE+ Switches

มี 2 รุ่นได้แก่ T1600G-28PS (TL-SG2424P) / T1600G-52PS (TL-SG2452P)

 

JetStream 24/48-Port Gigabit Smart PoE+ Switch with 4 SFP Slots

Feature :

L2+ feature —— Static Routing

PoE+ Power Budget

  • 24/48 ports, 192W/384W ,802.3af/at (PoE Power up to 30W per port)

Robust Security features

  • ACL / 802.1x / IMPB / DHCP Snooping

IP-MAC-Port Binding, ACL, Port Security, DoS Defend, Storm control, DHCP Snooping, 802.1X and Radius Authentication

Abundant management policies

  • Web, CLI (Telnet, SSH), SNMP, RMON and Dual Image

Fanless options

High specification Broadcom chipset

ข้อมูลเพิ่มเติม T1600G-28PS (TL-SG2424P) : LINK

ข้อมูลเพิ่มเติม T1600G-52PS (TL-SG2452P) : LINK

 

สนใจสินค้าประเภท Business Networking จาก TP-Link ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 20% ได้ที่ http://www.tp-link.co.th/SMB/   วันนี้ถึง 31 ส.ค.นี้เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.tp-link.co.th , https://www.facebook.com/tplinkbiz/  , Line “@tplink”

from:https://www.techtalkthai.com/introduce-tp-link-poe-switch-for-sme-businesses/

[PR] อรูบ้ากำหนดนิยามใหม่ในระดับพื้นฐานให้แก่ระบบ Core Switch ขององค์กรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการใช้ Mobile , Cloud และ IoT

Aruba 8400 Core Switch รุ่นใหม่และระบบปฏิบัติการ ArubaOS-CX ได้นำความสามารถ Intelligent Edge มาสู่ศูนย์กลางของระบบเครือข่ายด้วยความสามารถในการติดตามในระดับสูง, การตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของระบบเครือข่าย, การแก้ไขปัญหาระบบเครือข่ายโดยอัตโนมัติ และประสิทธิภาพในการทำงานระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม

ประเทศไทย – 9 มิถุนายน 2017 – วันนี้ อรูบ้า หนึ่งในบริษัทของ Hewlett Packard Enterprise ได้ประกาศเปิดตัว Core และ Aggregation Switch รุ่นใหม่พร้อมกับเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ที่ก้าวล้ำที่สุดในวงการ ArubaOS-CX ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับรองรับความต้องการด้าน  Mobility , Cloud  และ IoT ในสมัยใหม่ ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดจากแพลตฟอร์มระบบ Switching แบบเดิมๆ โดย Aruba 8400 Core Switch Series และ ArubaOS-CX ได้ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับรองรับแอพพลิเคชั่นเชิงธุรกิจแบบ  Mobile-Cloud  ที่กำลังเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และรองรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการจราจรบนเครือข่ายที่ถูกขับเคลื่อนโดยแหล่งข้อมูลจำนวนมหาศาลและจากการเติบโตของจำนวนอุปกรณ์  IoT

Gartner ได้ประมาณการเอาไว้ว่าภายในปี 2020 จะมีอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) จำนวนมากถึง 20.4 พัน ล้านอุปกรณ์เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายขององค์กร (1)  ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและธุรกิจอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อุปกรณ์ Core Switch ภายในระบบเครือข่ายกลับยังคงมีนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการออกแบบและซอฟต์แวร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา องค์กรเองนั้นแม้จะมีการมุ่งหน้าไปสู่ระบบเครือข่ายที่รองรับ  Mobile  และ Cloud อย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับต่อแอพพลิเคชั่นและ “Thing” (อุปกรณ์  IoT)  ใหม่ๆ อย่างไรก็ดี เทคโนโลยี Core Switch แบบเดิมๆ ที่ใช้งานกันอยู่นี้ยังคงไม่สามารถรองรับการจราจรบนเครือข่ายที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว, ความซับซ้อนภายในระบบที่สูงขึ้น และความต้องการในการตรวจสอบ, วิเคราะห์ข้อมูล และแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วได้

Aruba 8400 Switch Series นี้ได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ภายในระบบเครือข่ายสำหรับผู้ใช้งานในส่วนของ Core และ Aggregation ด้วยการเพิ่มความชาญฉลาดให้กับระบบเครือข่ายตั้งแต่ Edge ขึ้นมายัง Core นี้เองก็ทำให้เหล่า CIO สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ดียิ่งขึ้นได้จากระบบเครือข่ายเหล่านี้ ในขณะที่ Aruba 8400 เองยังคงมีความทนทานและประสิทธิภาพเทียบเท่าอุปกรณ์ในระดับผู้ให้บริหารโครงข่าย (Carrier-Class) ซึ่งเหล่าองค์กรต้องการใน Core Switch นั้น นวัตกรรมที่มาพร้อมกันนี้เองได้ก้าวล้ำไปสู่การตอบสนองความต้องการในการตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที, การมีความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่สูงขึ้น, ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้แก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น และการทำงานแบบอัตโนมัติได้ง่ายขึ้น ทำให้องค์กรมีความเร็วในการทำงานได้อย่างแท้จริงในขณะที่มุ่งไปสู่การเป็นธุรกิจแบบ Mobile-first, Cloud และ IoT

 

นำความชาญฉลาดมาสู่ศูนย์กลางของระบบเครือข่าย :  ArubaOS-CX

ความแตกต่างจากอุปกรณ์ Core Aggregation Switch อื่นๆ ในตลาดของ Aruba 8400 คือการมีนวัตกรรมที่โดดเด่นเฉพาะตัวที่สุดคือ  ArubaOS-CX  รุ่นใหม่ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ต่างจากการออกแบบระบบปฏิบัติการที่ตายตัวและไม่ยืดหยุ่นในปัจจุบัน โดย  ArubaOS-CX  นี้จะทำหน้าที่เป็นมันสมองให้กับอุปกรณ์ Switch เพื่อให้งานทางด้านระบบเครือข่ายที่มีความสำคัญและความซับซ้อนสูงจำนวนมากกลายเป็นงานอัตโนมัติที่ง่ายดาย โดยประโยชน์หลักๆ ที่จะได้รับจากระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับฝ่าย IT มีดังนี้:

  • ทำการตรวจสอบโดยอัตโนมัติเพื่อให้ค้นพบเหตุการณ์ต่างๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น: Aruba Network Analytics Engine ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมนี้จะทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT สามารถตรวจสอบระบบเครือข่าย, ระบบแม่ข่าย, แอพพลิเคชั่น และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยได้ด้วยการตรวจสอบตามกฎที่ได้ตั้งไว้ และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของกิจกรรมทางเครือข่ายโดยอัตโนมัติ ระบบนี้มาพร้อมกับฐานข้อมูลแบบ Time-series ภายในตัวที่ผสานกับระบบวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ ทำให้เหล่าผู้ดูแลระบบสามารถตรวจพบปัญหาได้ทันที, วิเคราะห์แนวโน้มเพื่อทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว และทำนายหรือหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับการเพิ่มขยายระบบ, ความมั่นคงปลอดภัย และคอขวดทางประสิทธิภาพได้
  • แก้ไขปัญหาได้เร็วยิ่งขึ้นด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่าย: ด้วยการใช้อุปกรณ์ Switch รุ่นเก่าๆ ฝ่าย IT นั้นไม่เพียงแต่จะต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังต้องใช้เครื่องมือเก่าๆ อย่าง CLI และ SNMP ในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจกินเวลานานและเกิดค่าใช้จ่ายมหาศาลต่อธุรกิจ Aruba 8400 สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วจากความสามารถในการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาใช้งานได้ และการผสานนโยบายอัจฉริยะเข้ากับระบบตรวจสอบเครือข่าย และระบบจัดการประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยได้ในตัว
  • รองรับการเขียนโปรแกรมได้ ทำให้ฝ่าย IT สามารถเพิ่มขยายระบบได้ง่ายขึ้น: Aruba 8400 นี้รองรับการควบคุมด้วยโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาจากการที่มีตัวแปลงภาษา Python และ REST-based APIs ที่รองรับการเข้าถึงได้ทุกความสามารถ ทำให้การผสานระบบเป็นไปได้ง่ายและเกิดความยืดหยุ่นในระยะยาวในการทำงานร่วมกับระบบโครงสร้างพื้นฐานและแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ รวมถึง Aruba Mobile First Program สำหรับการตรวจสอบการทำงานของระบบเครือข่าย, การตรวจจับเหตุการณ์ต่างๆ, การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และการจัดการกับประเด็นทางด้านประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยอย่างครบวงจรได้

 

ถูกสร้างขึ้นมาให้รองรับการเพิ่มขยาย และทำงานได้อย่างทนทานตั้งแต่เริ่มต้น

ถึงแม้จะมีซอฟต์แวร์ที่ชาญฉลาดและสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมได้นั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้โซลูชั่นของ Aruba 8400 มีความเป็นเอกลักษณ์ ตัวอุปกรณ์ Switch นี้เองก็ยังถูกออกแบบมาตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นให้มีประสิทธิภาพสูง, มีความทนทาน และสามารถเพิ่มขยายเพื่อรองรับระบบเครือข่ายสมัยใหม่ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี การออกแบบระบบ Fabric ที่เพิ่มขยายได้อย่างเต็มที่ของ Aruba 8400 นี้ทำให้การอัพเกรดระบบสามารถทำได้อย่างไร้รอยต่อ ส่งผลให้สามารถเพิ่มขยายแบนด์วิดธ์ได้ตามต้องการ ความสามารถในการทำ Virtual Switching Framework (VSF) ร่วมกันระหว่าง Chassis 2 ชุดเองก็ทำให้สามารถรองรับพอร์ตความเร็ว 10GbE ได้สูงสุดถึง 512 ช่อง, 40GbE ได้สูงสุดถึง 128 ช่อง หรือ 100GbE ได้สูงสุดถึง 96 ช่อง

 

การเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบ, การวิเคราะห์เหตุการณ์ และการแก้ไขปัญหา ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และส่งผลลัพธ์ต่อการทำธุรกิจที่ดีขึ้น

ด้วยซอฟต์แวร์ ArubaOS-CX ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Aruba 8400 ฝ่าย IT ก็สามารถที่จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจและแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น ไปจนถึงสามารถสร้างผลลัพธ์ใหม่ ๆ  ให้เกิดขึ้นได้จากโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่าย และสาธิตให้องค์กรได้เห็นถึงคุณค่าใหม่ ๆ  ที่เกิดขึ้นมาเพิ่มเติม โดยความสามารถในการตรวจสอบและวิเคราะห์การเชื่อมต่อเครือข่ายและรูปแบบของการจราจรของข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้น  รวมถึงการใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายและนโยบายเพื่อคาดการณ์และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ  ได้ก่อนที่จะเกิดปัญหาจนระบบเครือข่ายต้องหยุดทำงาน ทำให้องค์กรสามารถที่จะประหยัดเวลาและทรัพยากรในการทำงานอันมีคุณค่าได้  อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปอย่างมหาศาลอีกด้วย คุณประโยชน์เหล่านี้ยังสามารถต่อยอดเพิ่มขึ้นไปได้อีกด้วยการใช้ Aruba AirWave Network Management และ ClearPass Policy Manager  โดยทั้งสองระบบนี้สามารถทำงานร่วมกับ Aruba 8400 ได้อย่างง่ายดาย

นอกเหนือจาก Aruba 8400 Switch Series และ ArubaOS-CX ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ทางอรูบ้าเองยังคงพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องสำหรับระบบเครือข่ายส่วน  Edge สำหรับผู้ใช้งานด้วย Aruba 2930M Switch Series ที่ซึ่งถูกปรับแต่งให้รองรับการทำงานสำหรับทั้งระบบเครือข่ายไร้สายและการทำงานร่วมกับ IoT ได้เป็นอย่างดีด้วยความสามารถในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแบบผนวกรวม, การจ่ายพลังงานด้วย PoE+, มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการได้ทั้งจากภายในองค์กรเองด้วย Aruba AirWave หรือบริหารจัดการผ่าน Cloud ด้วย Aruba Central และยังคงสามารถสร้างระบบเครือข่ายประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบเครือข่ายผู้ใช้งานภายในองค์กร, สาขา และสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้ นวัตกรรมทางด้านซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่เสริมเข้ามานี้ก็ได้รวมถึงการทำ Micro Segmentation ได้ตามนโยบายที่กำหนด สำหรับรองรับการใช้งานและการควบคุมบังคับใช้งานนโยบายได้แบบผนวกรวมสำหรับการเชื่อมต่อผ่านสายและการเชื่อมต่อแบบไร้สาย อีกทั้งยังสนับสนุนการใช้งานมาตรฐาน IEEE 802.3bz รุ่นใหม่เพื่อเชื่อมต่อเครือข่าย Ethernet ได้ด้วยความเร็วระดับ Multi-gigabit ในตัว

Aruba 8400 Core Switch Series รุ่นใหม่นี้เป็นหนึ่งในนวัตกรรม Intelligent Edge ที่อรูบ้าได้เปิดตัวในสัปดาห์นี้ในงาน HPE Discover โดยอรูบ้ายังได้ทำการเปิดตัวโซลูชั่นติดตามทรัพย์สิน ที่ทำให้บริการอ้างอิงสถานที่และผลิตภัณฑ์กลุ่ม Mobile Engagement ที่องค์กรต่างๆ ใช้งานอยู่ โดยเฉพาะองค์กรในอุตสาหกรรมค้าปลีกและสาธารณสุขสามารถติดตามทรัพย์สินที่มีความสำคัญสูง, ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการทำงาน อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ด้วย ทั้ง Aruba 8400 Core Switch และโซลูชั่นติดตามทรัพย์สินของอรูบ้านี้ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชั่นใน  HPE  อันหลากหลายที่ถูกประกาศในงาน  HPE  Discover

 

กำหนดการวางจำหน่าย

ปัจจุบัน Aruba 8400 Core Switch และ Aruba 2930M Switch Series วางจำหน่ายแล้ว

 

คำกล่าวชื่นชมของลูกค้า

“ในโรงเรียนชั้น K-12 ระดับเขตอย่างเรา การบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติและการควบคุมด้วยโปรแกรมได้นี้หมายถึงการที่เราใช้เวลาและทรัพยากรในการดูแลรักษาและการบริหารจัดการน้อยลง” คุณ Thomas Brawley ผู้ดำรงตำแหน่ง Director of Technology Services แห่งโรงเรียน Tomball Independent School District ใน Texas ซึ่งรับผิดชอบโรงเรียนชั้น K-12 จำนวน 20 แห่งในพื้นที่กล่าว “ด้วยความสามารถใหม่ใน Aruba 8400 Core Switch อย่างการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่าย เราจะสามารถแก้ไขข้อขัดข้องต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติทำให้หยุดยั้งปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจได้ถึงความเสถียรของระบบ เพื่อสร้างประสบการณ์ในการใช้งานระบบเครือข่ายที่ดีให้แก่ผู้ใช้งานของเรา Aruba 8400 ยังช่วย ให้เราลด  ‘งานที่ต้องใช้คนลงไปทำ’ ลงได้ ทำให้ทีม IT ของเรามีเวลาที่จะไปมุ่งเน้นกับงานสำคัญงานอื่นได้มากขึ้น”

 

คำกล่าวชื่นชมของพันธมิตร

“ในฐานะของผู้นำทางด้านผู้ให้บริการโซลูชั่น  IT  เรายังคงมองหาหนทางที่จะขยายการนำเสนอสถาปัตยกรรมที่ดีขึ้นและส่งมอบโซลูชั่นและบริการที่สนับสนุนต่อเป้าหมายของลูกค้าเราได้ดีที่สุด” คุณ Chris Saso ผู้ดำรงตำแหน่ง CTO แห่ง Dasher Technologies, Inc. กล่าว “เพื่อตอบรับต่อความต้องการใหม่ ๆ  บนระบบเครือข่ายที่เกิดขึ้นจาก IoT และแอพพลิเคชั่นระดับองค์กร  Aruba 8400 Core Switch จะทำให้พนักงานฝ่าย IT สามารถให้การสนับสนุนผู้ใช้งานได้ดีขึ้นด้วยการใช้การกำหนดการตั้งค่าแบบอัตโนมัติไปพร้อมๆ กับการเพิ่มความเร็วในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่ายด้วย Network Analytics Engine ส่งผลให้พนักงานฝ่าย  IT  มีเวลามากขึ้นในการทำงานเชิงกลยุทธ์ อย่างเช่นการเร่งให้เกิดการก้าวไปสู่ธุรกิจแบบ Digital สำหรับธุรกิจของพวกเขา”

Matrix Integration  มีจำนวนลูกค้ากว่า 1,000 รายในอุตสาหกรรมที่หลากหลายที่ได้ให้บริการอยู่ในทุกวันนี้ และมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกค้าให้ประสบความสำเร็จได้ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้งาน “ในขณะที่เราตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่มีต่อ  IoT ,  Mobile และ Cloud อย่างต่อเนื่อง  Aruba 8400 Core Switch รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับ ArubaOS-CX  นี้จะทำให้องค์กรมีโซลูชั่นที่ยืดหยุ่นและทันสมัยเพื่อให้รับมือกับความต้องการทางด้าน  Mobile , Cloud  และ IoT ได้อย่างมั่นคงด้วยความสามารถในการควบคุมด้วยโปรแกรมเพื่อเปลี่ยนให้งานที่เคยต้องทำเองที่เคยใช้ทรัพยากรอันทรงคุณค่าขององค์กร กลายเป็นงานแบบอัตโนมัติไป” คุณ James Aldridge ผู้ดำรงตำแหน่ง VP ด้าน Technology แห่ง Matrix กล่าว “เราเห็นความก้าวหน้าของ  Aruba Switching  และซอฟต์แวร์ เป็นอีกหนึ่งความต่อเนื่องในเชิงกลยุทธ์ที่จะสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าของเรา”

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

 

เกี่ยวกับอรูบ้าบริษัทหนึ่งในเครือฮิวเล็ตแพ็กการ์ด

อรูบ้าเป็นหนึ่งในเครือบริษัทฮิวเลตต์แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์และเป็นผู้นำในการจัดหาโซลูชั่นระบบเครือข่ายที่ล้ำสมัยสำหรับองค์กรทุกขนาดทั่วโลก บริษัทเป็นผู้ผลิตโซลูชั่นด้านไอทีที่ช่วยเพิ่มพลังให้องค์กรในการให้บริการแก่ผู้ใช้รุ่นใหม่ที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์พกพาผู้ซึ่งใช้ apps ต่าง ๆ ทางธุรกิจที่วางอยู่บนคลาวด์ในทุก ๆ ขั้นตอนของการดำเนินชีวิตทั้งในที่ทำงานและเรื่องส่วนตัว

เรียนรู้เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับอรูบ้าได้ที่ http://www.arubanetworks.com ถ้าต้องการข้อมูลที่ล่าสุดตลอดเวลาสามารถติดตามโดยการ follow onTwitter และ Facebook สำหรับการพูดคุยทางเรื่องเทคโนโลยีล่าสุดเกี่ยวกับ mobility และผลิตภัณฑ์ของอรูบ้า เยี่ยมชม Airheads Social ที่ http://community.arubanetworks.com.

from:https://www.techtalkthai.com/pr-aruba-new-core-switch-for-mobile-iot-and-cloud/

สร้างระบบเครือข่ายที่บริหารจัดการผ่าน Cloud ด้วย Zyxel Nebula Commercial Cloud Networking Solution

แนวคิดของระบบ Cloud Managed Networking นั้นได้กลายเป็นทางเลือกที่นิยมของหลายๆ องค์กรไปแล้วในปัจจุบัน ด้วยความง่ายดายในการติดตั้งใช้งานและการบริหารจัดการได้จากศูนย์กลาง ซึ่งตอบโจทย์การจัดการระบบเครือข่ายในหลายสาขาขององค์กรได้เป็นอย่างดี และ Zyxel เองก็เป็นผู้ผลิตอีกรายที่มีโซลูชันระบบเครีอข่ายที่บริหารจัดการผ่าน Cloud ได้ภายใต้ชื่อ Zyxel Nebula Commercial Cloud Networking Solution เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จักกับเทคโนโลยีของ Zyxel และความสามารถต่างๆ รวมถึงหากมีใครสนใจทดลองใช้งานก็สามารถทดลองได้ทันทีผ่านระบบ Cloud อีกด้วย

Credit: Zyxel

 

ครบครันทั้ง Switch, Access Point และ Security Gateway

Zyxel Nebula Commercial Cloud Networking Solution นี้สามารถตอบโจทย์ทางด้านระบบเครือข่ายของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางไปจนถึงสาขาจำนวนมากขององค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างครบครัน ด้วยอุปกรณ์เครือข่ายที่ครอบคลุมตั้งแต่ Switch, Access Point และ Security Gateway ที่บริหารจัดการได้ผ่าน Zyxel Nebula Cloud จากศูนย์กลางทั้งหมด ดังนี้

 

Zyxel Nebula Cloud Managed Switch

Credit: Zyxel

อุปกรณ์ Cloud Managed PoE Switch ที่ทำงานได้ในระดับ Layer 2 ด้วยการเชื่อมต่อความเร็วสูงสุด 10GbE พร้อมความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น Wireless Access Point, IP Phone และ CCTV Camera ได้ผ่านทาง High Power PoE+ ในตัว

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.zyxel.com/products_services/nebula_cloud_managed_switches.shtml?t=p

 

Zyxel Nebula Cloud Managed Access Point

Credit: Zyxel

อุปกรณ์ Cloud Managed 802.11ac Access Point ที่รองรับความเร็วสูงสุดในรุ่น AC1750 (2.4 & 5GHz) พร้อมความสามารถในการยืนยันตัวตนและการเข้ารหัสตามมาตรฐานของระบบ Wi-Fi ภายในองค์กร

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.zyxel.com/products_services/nebula_cloud_managed_access_points.shtml?t=p

 

Zyxel Nebula Cloud Managed Security Gateways

Credit: Zyxel

อุปกรณ์ Cloud Manged Security Gateway ที่รองรับหน้าที่ในการเป็น Firewall, VPN, IDP และ Bandwidth Management สำหรับเป็นศูนย์กลางให้แก่ระบบเครือข่ายที่คอยเชื่อมต่อและรักษาความมั่นคงปลอดภัยในทุกๆ การใช้งานเอาไว้

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.zyxel.com/products_services/nebula_cloud_managed_security_gateways.shtml?t=p

 

บริหารจัดการและติดตามระบบเครือข่ายทั้งหมดได้ผ่าน Cloud จากศูนย์กลาง

 

Credit: Zyxel

Zyxel Nebula Commercial Cloud Networking Solution จะทำการจัดเก็บข้อมูลสถิติการใช้งานและเหตุการณ์ต่างๆ เอาไว้บน Cloud เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตามการทำงานของอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมดของ Zyxel, สถิติการใช้งานระบบเครือข่ายทั้งหมด, ปริมาณ Traffic ที่เกิดขึ้นภายในเครือข่าย และผู้ใช้งานทั้งหมดภายในระบบเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ทำให้การดูแลรักษาระบบเครือข่ายภายในสาขาเดียวหรือหลายสาขานั้นก็สามารถทำได้จากหน้าจอเดียวทั้งหมด

Credit: Zyxel

ด้วยแนวคิดแบบ Zero-configuration ทันทีที่ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์เครือข่ายของ Zyxel ในตระกูล Nebula จนอุปกรณ์เหล่านั้นสามารถเชื่อมต่อกับ Internet ได้แล้ว อุปกรณ์เหล่านั้นจะทำการเชื่อมต่อออกไปยัง Zyxel Nebula Cloud ทันที เพื่อทำการตั้งค่าโดยอัตโนมัติตามที่กำหนดเอาไว้บน Cloud และสามารถเริ่มให้บริการเครือข่ายได้ทันที ทำให้ทุกๆ การติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายเพิ่มเติมในองค์กรกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย

Credit: Zyxel

ระบบ Zyxel Nebula Cloud นี้สามารถรองรับการบริหารจัดการระบบเครือข่ายในสาขาขององค์กรได้เกินกว่า 1,000 สาขาภายในระบบเดียว โดยมีหน้า Dashboard กลางที่แสดงสถานะการทำงานโดยรวมของระบบเครือข่าย ไปจนถึงหน้า Dashboard สำหรับเจาะลึกภายในแต่ละอาคาร, แต่ละจุดติดตั้ง ภายในแต่ละสาขาขององค์กร ทำให้การติดตามการทำงานของระบบเครือข่ายเป็นไปได้อย่างง่ายดายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

Credit: Zyxel

และเนื่องจากการที่ Zyxel Nebula Cloud ได้รวมการบริหารจัดการอุปกรณ์เครือข่ายทั้ง Switch, Wireless Access Point และ Security Gateway เอาไว้ด้วยกันทั้งหมด ทำให้ Zyxel Nebula Cloud สามารถสร้าง Network Topology ขึ้นมาให้ได้โดยอัตโนมัติ ลดความซับซ้อนในการติดตามและการบริหารจัดการระบบเครือข่ายลงไปได้อย่างมหาศาล

 

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Zyxel Nebula Commercial Cloud Networking Solution พร้อมทดสอบการใช้งานได้ฟรีๆ ทันที

ผู้ที่สนใจ Zyxel Nebula Commercial Cloud Networking Solution สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถต่างๆ และอุปกรณ์เครือข่ายตระกูล Zyxel Nebula รุ่นต่างๆ ทั้งหมดได้ที่ https://www.zyxel.com/solutions/Nebula-Commercial-Cloud-Networking-Solution-20161018-771782.shtml

สำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบการใช้งาน สามารถเข้าไปลองใช้ Nebula Control Center Demo ได้ที่ https://demo.nebula.zyxel.com/ โดยใช้ User Name: nebula@zyxel.com และ Password: NebulaDemo

 

โปรโมชันพิเศษ! สำหรับลูกค้า Zyxel Nebula เท่านั้น!

สำหรับผู้ที่ซื้อและลงทะเบียน NAP102 หรือ NAP203 เข้าระบบ Nebula Control Center ที่ https://nebula.zyxel.com ระหว่างวันนี้ – 30 มิ.ย. 2017 รับ License Nebula FREE!! รวมเป็น 3 ปี ทันที

 

ติดต่อทีมงาน Zyxel Thailand ได้โดยตรง

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของ Zyxel หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงาน Zyxel Thailand ได้ที่โทร 02-832-0600 หรือส่งอีเมลล์มาที่ info@zyxel.co.th หรือติดตาม Facebook ของ Zyxel Thailand ได้ที่ http://www.facebook.com/ZyXELThailand หรือพูดคุยกับทีมงาน Zyxel ผ่านทาง Line ที่ @zyxelthailand ได้ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/zyxel-nebula-commercial-cloud-networking-solution/