คลังเก็บป้ายกำกับ: TECH_NEWS

MSI สวบครบจบในเรื่องเดียว All-in-One PRO 24X

MSI  All-in-One PRO 24X บางกรอบขอบบางเพียง 2.2 มม. ตัวเครื่องหนาเพียง 6.5 มม. พาแนลแบบ IPS ขนาด 23.8″ (IPS Grade Panel LED Backlight) ความละเอียด FHD (1920*1080 ) มุมมองภาพกว้างถึง 178°

MSI PRO 24X ใช้ CPU เจน7 (Kaby Lake ) รหัสประหยัดไฟ (U) จาก Intelในรุ่น Core i5-7200U แรม DDR4 สูงสุด 32GB รองรับ Intel Optane Technology สล็อต NVMe PCIe M.2 มีพอร์ต Dual LAN  นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 4 พอร์ตที่รองรับ Super Charger AIO ลำโพง 2.5 Watt

– Windows 10 Home
– 23.8″ IPS Grade Panel LED Backlight (1920*1080 FHD)
– Intel Kaby Lake – U processors
– Support Intel Optane Memory (For Core i3 above processors)
– Silent PRO Cooling System
– MSI Anti-Flicker technology protects user’s eyes
– MSI HDD Rapid Upgrade Design
– Dual LAN
– Support TPM to offer a protected and encapsulated microcontroller security chip for safeguarding internal data
– 178° wide viewing angle screen
– MSI Super Charger Technology with fast USB Sleep-and-Charge with auto-detection

from:http://www.it-reborn.com/msi-all-in-one-pro-24x/

Advertisements

Giada Cloud Terminal F210U ประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่นสำหรับโซลูชั่นป้ายดิจิตอล

ความต้องการป้ายโฆษณาที่สามารถเข้าถึงการมีส่วนร่วมมากขึ้นช่วยให้ลูกค้ามีแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น


เซิ่นเจิ้น, จีน – 24 พฤษภาคม 2018 – Giada ผู้ผลิตอุปกรณ์พีซีแบบฝังตัว เมนบอร์ดแบบฝังตัว เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งผ่านการทดสอบใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงสามเดือน นั่นก็คือ Cloud Terminal F210U ที่สามารถเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าของ Wanda Group ได้มากถึง 20% และยังช่วยเพิ่มยอดขายได้อีก 20% ในช่วงเวลาเดียวกัน กลุ่มบริษัท Wanda ซึ่งตั้งอยู่ที่ปักกิ่ง ดำเนินธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Wanda Cinemas ได้ติดตั้งโซลูชันป้ายโฆษณาที่ใช้พื้นฐานของ Giada F210U ซึ่งเป็นเครื่องเล่นสื่อที่มีคุณภาพและมีความยืดหยุ่นสูงในการแสดงผลซึ่งช่วยให้พาร์ทเนอร์ทางด้านซอฟต์แวร์สามารถแสดงเนื้อหาบนป้ายโฆษณาได้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

โอกาสที่ยิ่งใหญ่และต้องการเติบโต

เว็บไซต์ Digital Signage Today ได้ให้ความเห็นไว้ว่า “ในปี 2018 เราได้เห็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของเนื้อหาแบบโต้ตอบ และเนื้อหาที่แสดงแบบอัตโนมัติ เซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ในจอภาพช่วยทำหน้าที่ในการส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และจากเว็บ ช่วยปรับการนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในขณะนั้น” องค์ประกอบแบบไดนามิกในป้ายโฆษณาดิจิทัลสะท้อนถึงการวางแผนนำเสนอที่รัดกุมระหว่างป้ายโฆษณา, ระบบไคลเอ็นต์, และการวิเคราะห์ในระบบคลาวด์ ยกตัวอย่าง โซลูชันป้ายโฆษณาในร้านค้าปลีกที่มีกล้องในตัวอาจจะส่งข้อมูลของผู้สนับสนุนไปยังแอปพลิเคชันที่อยู่ในพื้นที่ และสัมพันธ์กับข้อมูล ณ. จุดขายแบบเรียลไทม์ ข้อมูลนี้จะสามารถส่งต่อไปยังคลาวด์เพื่อเปรียบเทียบกับแนวโน้มการขายในระดับชาติได้ ผลของการวิเคราะห์เหล่านั้นสามารถช่วยส่งภาพและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ที่สามารถโน้มนาวให้เกิดการขายได้

เจาะลึก GIADA CLOUD TERMINAL

โรงภาพยนตร์ของ Wanda ต้องการโซลูชันป้ายโฆษณาที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมของการค้าขายโดยต้องไม่เสียประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้คน ด้วยขนาดเพียง 116.6 x 107.2 x 30 มิลลิเมตร (4.59 x 4.22 x 1.18 นิ้ว) F210U ของ Giada สามารถตอบสนองความต้องการของ Wanda ได้มากกว่าที่ต้องการ ด้วยการเป็นพีซีที่มีขนาดเท่าฝ่ามือ ทำให้สามารถติดตั้งบนโต๊ะ กำแพง และติดกับตัวยึดตามมาตรฐานของ VESA ได้ และมีสายอากาศติดตั้งอยู่ภายในของตัวเครื่องช่วยให้การเชื่อมต่อแบบไร้สายมีเสถียรภาพไม่ถูกรบกวน

หัวใจที่สำคัญของ Cloud Terminal นี้ก็คือซีพียู Intel Atom x5-Z8350 หน่วยประมวลผลแบบ 4 คอร์ ทำงานด้วยความเร็วที่สูงถึง 1.92GHz แม้จะทำงานด้วยความเร็วในระดับนี้ซีพียูและระบบทั้งหมดให้ค่าความร้อนเพียง 2 วัตต์ เท่านั้น นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ระบบ Thin client ของ Giada สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้พัดลมระบายความร้อน ภายในของซีพียูรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ Intel HD Graphics 400 ที่มีหน่วยประมวลผลขนาดเล็ก (EU) ถึง 12 หน่วย รองรับการทำงานของ DirectX 11 และ OpenGL 4.0 และพร้อมสำหรับการต่อจอภาพสองจอ ด้วยพอร์ต VGA และ HDMI (ที่ให้ความละเอียดได้สูงถึง 2560×1600) ซีพียู Intel Atom x5-Z8350 สามารถรองรับวิดีโอและกราฟิก 3D ได้หลากหลายรูปแบบ

Giada ยังได้ทำให้ Cloud Terminal สามารถขยายและเชื่อมต่อได้ง่าย ด้วยการมาพร้อมกับพอร์ต USB จำนวน 4 พอร์ต (เป็น USB 3.0 หนึ่งพอร์ต), มีพอร์ต Gigabit Ethernet, RS232, Mini-PCIe, ช่องใส่ซิม, ช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำ และยังมาพร้อม eMMC สำหรับจัดเก็บข้อมูลขนาด 32GB หรือ 64 GB ในตัว ขึ้นอยู่กับรุ่น นอกจากนี้แล้ว Wi-Fi และ Bluetooth จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มีมาให้ F210U รองรับการทำงานของระบบปฏิบัติการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Windows 8/10 (64-bit), Android และ Linux ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน กล่าวกันว่าแพลตฟอร์ม Intel Cherry Trail ที่ใช้งานเป็น Media Player นั้น ใช้การออกแบบจาก Giada เป็นต้นแบบของแพลตพอร์มที่ใช้ซีพียูของ Intel ที่รองรับการทำงานร่วมกับ Android 5.1

บทสรุป, Giada Cloud Terminal ได้ทำให้โรงภาพยนตร์ Wanda มีระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความเพียบพร้อมทั้งการประมวลผล, กราฟิก และการเชื่อมต่อที่จำเป็นต้องการใช้งานของโซลูชั่นป้ายโฆษณาดิจิทัลในยุคหน้า ด้วยพื้นฐานดังกล่าวทำให้พาร์ทเนอร์ทางด้านซอฟต์แวร์สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถทางด้านฮาร์ดแวร์ของ Giada และทำให้ Wanda มีแพลตฟอร์มป้ายโฆษณาดิจิทัลที่น่าสนใจซึ่งจะส่งผลดีทั้งต่อองค์กรและลูกค้าไปพร้อม ๆ กัน

เกี่ยวกับ GIADA

Giada เป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมของ Shenzhen JEHE Technology Development Co., Ltd. (JEHE) ผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์พีซีแบบฝังตัว, เซิร์ฟเวอร์ และเมนบอร์ดในประเทศจีน Giada มีชื่อเสียงและมีส่วนแบ่งการตลาดที่มั่นคงในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศจีน, ยุโรปตะวันตก และอเมริกาเหนือ Giada เป็นบริษัทผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ที่ติดอันดับ Top 5 ของจีน และติดอันดับ Top 10 ของผู้ผลิตโฆษณาดิจิทัลตอลในภูมิภาคที่พูดภาษาเยอรมันเป็นปีที่สามติดต่อกัน Giada เป็นพันธมิตร ODM หลักของ Intel ในประเทศจีนและเป็นสมาชิกสมทบของ Intel ISA (IoT Solution Alliance) http://www.giadatech.com/

from:http://www.it-reborn.com/giada-cloud-terminal-f210u-%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a5/

ได้เวลาปลดปล่อยอสูรร้ายที่จะทำให้ทุกสนามแข่งลุกเป็นไฟ กับ Predator Helios 500 และ Predator Helios 300 Special Edition

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา Acer ได้มีการเปิดตัว Gaming notebook รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกันถึง 2 รุ่น ทั้ง Predator Helios 500 ที่มาพร้อมกับสเปกสุดโหด ตอบโจทย์การเล่นเกมส์แบบเอ็กซ์ตรีม  และ Predator Helios 300 Special Edition ที่มาในดีไซน์ที่ฉีกกฎ Gaming notebook  แบบเดิมๆ  และสเปกที่เหนือกว่ารุ่นก่อน

 

Predator Helios 500 ได้รับการออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ในระดับไฮเอนด์โดยเฉพาะ ทั้งในเรื่องของดีไซน์ที่ดูดุดัน และโฉบเฉี่ยว ในโทนสีดำตัดด้วยสีฟ้า และสเปกเครื่องสุดโหดที่รองรับการเล่นเกมส์แบบฮาร์ดคอร์ได้ทุกแนว เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมส์แบบจัดเต็มทั้งภาพและเสียง

สำหรับเสปกคร่าวๆของ Predator Helios 500

  • CPU Intel 8th Generation Core i9 ที่สามารถโอเวอร์คล็อกได้
  • การ์ดจอ GTX 1070 ที่สามารถโอเวอร์คล็อกได้
  • แรมให้มาถึง 64 GB
  • Intel® Optane™ memory ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และการโหลดเกมส์ให้เร็วยิ่งขึ้น
  • ระบบเน็ตเวิร์คที่มาพร้อมกับ Killer DoubleShot Pro ที่ไม่ว่าจะเชื่อมต่อแบบมีสายหรือไร้สายก็ไม่มีสะดุด
  • หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด 4K หรือ FHD ที่มี Refresh rate สูงถึง 144 Hz เรียกได้ว่าเป็นจอที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมส์กันโดยเฉพาะ
  • เทคโนโลยี Nvidia G-Sync ที่รองรับทั้งจอมอนิเตอร์ Built in และจอที่ต่อแยกออกมา เพื่อเพิ่มความความลื่นไหล ลดอาการขาด หรือกระตุกของภาพ
  • มีพอร์ต Thunderbolt™ 3 มาให้ถึง 2 พอร์ต
  • Display port และ HDMI port ที่รองรับการต่อจอแยกได้สูงสุดถึง 3 จอ
  • ระบบเสียง Acer TrueHarmony™ , Waves MAXXAudio® และWaves Nx™ ที่สามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้อย่างสมจริงในระดับ 3 มิติ มาพร้อมลำโพง 2 ตัว และ subwoofer อีก 1 ตัว
  • ส่วนเรื่องของระบบระบายความร้อน ยังคงใช้เป็น AeroBlade™ 3D metal fans ที่มาพร้อม Heat pipe ถึง 5 เส้น ที่จะช่วยในการส่งผ่านลมเย็นไปยังชิ้นส่วนสำคัญๆ และในขณะเดียวกันยังช่วยเอาลมร้อนออกจากเครื่องอีกด้วย นอกจากนี้เรายังสามารถปรับตั้งค่ารอบหมุนของพัดลมได้ผ่านทาง PredatorSense application
  • คีย์บอร์ดมาพร้อมไฟ RGB ที่แยกออกมาเป็น 4 โซน และยังสามารถปรับแต่งสีไฟได้ 8 ล้านสี มาพร้อมกับเทคโนโลยี Anti-Ghosting ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานปุ่มคำสั่งที่มีความซับซ้อน และยังมีปุ่ม Hotkeys ที่สามารถปรับตั้งค่าได้ตามต้องการอีก 5 ปุ่ม

Acer Helios 500 สามารถควบคุม และสั่งการได้ง่ายๆผ่านทาง  PredatorSense application ที่จะรวมเอาการปรับตั้งค่าต่างๆมาไว้ในแอพเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปรับตั้งค่าหน้าจอ การโอเวอร์คล็อก ปรับแต่งสีไฟ ปุ่ม Hotkeys อุณหภูมิ และรอบหมุนพัดลม

ด้วยสเปกที่จัดมาให้โหดขนาดนี้ และดีไซน์ที่ดูดุดันทรงพลัง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Helios 500 เครื่องนี้จึงได้สมญานามว่า อสูรกาย แห่ง Gaming notebook

มาต่อกันที่ Predator Helios 300 Special Edition กันบ้าง ซึ่งความโดดเด่นของเจ้า Gaming notebook รุ่นนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของดีไซน์ที่โดดเด่น และแตกต่างออกไปจาก Gaming notebook แบบเดิมๆที่เราคุ้นเคยกันดี ด้วยโทนสีคลาสสิกอย่างสีขาว ตัดด้วยขอบสีทอง ทำให้  Gaming notebook รุ่นนี้ดูสวยแบบเรียบๆ แต่ชิคๆคูลๆ ไม่ซ้ำแบบใคร และตัวเครื่องที่เป็นอะลูมิเมียมยังช่วยให้ Laptop เครื่องนี้ดูพรีเมียมมากยิ่งขึ้น

ส่วนเรื่องของสเปกเองก็มีการอัพเกรดเพิ่มเติมจาก Helios 300 เจอเนอเรชันก่อนหน้าพอสมควร

  • หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด FHD แบบ IPS ที่มี Refresh rate สูงถึง 144 Hz
  • CPU Intel 8th Generation Core i7
  • การ์ดจอ GTX 1060 ที่สามารถโอเวอร์คล็อกได้
  • 2 512 GB และ Hard disk 2 TB
  • แรม DDR4 16 GB สามารถอัพเกรดเพิ่มได้สูงสุด 32 GB
  • ระบบเน็ตเวิร์คที่มีความรวดเร็วในการเชื่อมต่อทั้งแบบมีสายและไร้สาย ด้วย Intel Wireless-AC 9560 ที่มีความเร็วในการเชื่อมต่อสูงถึง 73Gbps ผ่านช่องสัญญาณที่มีความกว้าง 160 MHz (2×2 802.11ac, dual-band 2.4GHz and 5GHz)

ส่วนเรื่องระบบระบายความร้อน Predator  Helios 300 มาพร้อมกับ AeroBlade™ 3D fans  2 ตัว ที่ทำมาจากโลหะ และหนาเพียง 0.1 mm เท่านั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน นอกจากนี้ยังสามารถปรับโหมดการทำงานของพัดลมได้ถึง 3 โหมด ผ่าน PredatorSense application ไม่ว่าจะเป็น Coolboost  mode สำหรับการเล่นเกมส์แบบหนักหน่วง การสตรีม รวมไปถึงการดูวีดีโอ Normal mode สำหรับการทำงานทั่วๆไปอย่างพวก Microsoft office และสุดท้าย  Silent mode สำหรับการเล่นอินเตอร์เน็ต และการแชทออนไลน์

 

Predator Helios 500 gaming notebook จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ และจีนช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนตลาดในโซนยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา จะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของก่อนใคร เพราะว่าเค้าเริ่มมีขายตั้งแต่เดือนนี้แล้ว สำหรับราคาของ Predator Helios 500 เริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ $1,999 (ประมาณ 64,000 บาท) ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันว่าตัวที่ขายในเมืองไทยราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆสาวก Predator เก็บตังค์รอกันได้เลยครับ

 

from:http://www.it-reborn.com/predator-helios-500-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-predator-helios-300-special-edition/

MSI X470 Gaming Pro Carbon AC มาพร้อม 8 pin X2 ถ้าไม่คล็อกได้ไกลก็กินไฟโคตรๆ

เรียกได้ว่าปล่อยให้ชิป X370 ที่มีช่องโหว่มากมายมาขายยูสเซอร์ตาดำๆอย่างพวกเราให้ลองผิดลองถูกอยู่นานนับแรมปี กลางเดือนนี้เราจะได้สัมผัส X470 ที่เราว่าเป็นตัวเรือธงระดับเมนสตรีมของแท้

โดยล่าสุดก็เริ่มมีการทยอยปล่อยภาพหลุดมากันบ้างแล้วสำหรับเมนบอร์ดที่ใช้ชิปตัวนี้เดี๋ยวเราจะค่อยไล่ไปที่ละแบรนด์นะครับ วันนี้ขอเริ่มที่ MSI X470 Gaming Pro Carbon AC ก่อนเลย

พื้นฐานของเมนบอร์ดตัวนี้ยังใช้ซ็อคเก็ต AM4 อยู่แต่ถ้าสังเกตุดีๆหน้าตามันจะออกมาคล้าย Z370 ของฝั่งอินเทลมากกว่าโดยเฉพาะ Cover ของ Back i/o Panel ตำแหน่งของไฟ RGB ยังมีอยู่เหมือนเดิม คืือ  Back i/o Panel, Heatsink Chipset และ ด้านหลังของ PCB

ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมีมาให้ครบแต่จะตัด PCI-E x1 ออกไป 1 สล็อต แต่ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นจุดสังเกตุใหญ่ของบอร์ดตัวนี้คือปลั๊กไฟเลี้ยง CPU ที่ใช้ 8pin ถึง 2 หัว เดี๋ยวหลังจากเปิดตัวเราค่อยมาดูกันว่าถ้าเพิ่มจำนวนพินแล้วมันจะเสถียรขึ้นไหมก็อดใจรออีกไม่นานครับ

ขอบคุณภาพจาก videocardz

from:http://www.it-reborn.com/msi-x470-gaming-pro-carbon-ac-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1-8-pin-x2-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%ad/

Mousepads Sharkoon 1337 RGB มีไฟทำไมต้องแข็ง

Sharkoon 1337 RGB คือแผ่นรองเมาส์สำหรับเล่นเกม ที่มีทั้งความยืดหยุ่น มาพร้อมไฟ RGB และสามารถปรับเปลี่ยนโหมดได้อย่างหลากหลาย มีที่เก็บสายเคเบิล อีกทั้งยังทำจากวัสดุพื้นผิวที่ทนทาน ด้านล่างฐานของแผ่นรองเมาส์ทำจากยางคุณภาพดี เพื่อป้องกันการลื่นของแผ่นเมาส์ระหว่างเล่นเกม ขอบของแผ่นรองมีไฟ ความหนาเพียง 3 มม.เท่านั้น โดยมีขนาด 359 x 279 x 3 มม 

แผ่นรองเมาส์ Sharkoon 1337 RGB วางจำหน่ายในตลาดมานานกว่า 10 ปี และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดตลอดมา มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในร้านค้าขายปลีกทางออนไลน์ ตั้งแต่เทรนของสินค้า RGB เป็นที่นิยมก็ดูเหมือนว่าความต้องการของตลาดจะไม่มีที่สิ้นสุด และผู้ผลิตก็นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดออกจัดจำหน่าย และแผ่นรองเมาส์ Sharkoon 1337 RGB ก็เป็นแผ่นรองเมาส์เจ้าแรกของโลกที่มาพร้อมไฟ RGB พร้อมจำหน่ายในขนาด 359 x 279 x 3 มม. เป็นที่ถูกใจบรรดาเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายที่ต้องการให้อุปกรณ์พวกเขาส่องสว่างและมีสีสันที่สวยงดงาม

และตอนนี้ Sharkoon มีแผ่นรองเมาส์สำหรับเกมเมอร์ที่มาพร้อมความส่องสว่างในชื่อ 1337 โดยตัวแผ่นรองเมาส์มาพร้อมสีดำเข้มด้วยวัสดุสิ่งทอ พร้อมการเย็บสายไฟ RGB ด้วยระบบความปลอดภัยและตะเข็บที่คงทนที่ขอบแผ่นเมาส์ มาพร้อมโหมดไฟถึงสามแบบด้วยกัน และมีสีให้เลือกถึง 7 สี ให้การส่องสว่างอย่างเร้าใจในโหมดเปลี่ยนสีไฟอัตโนมัติ ผ่านตัวควบคุม RGB ที่ติดตั้งอยู่ที่ขอบด้านบนซ้ายของแผ่นรอง ซึ่งการตั้งค่าทั้งหมดจะรวบรวมไว้ที่ปุ่มเดียวเพื่อความง่ายในการตั้งค่า นอกจากนี้ยังมีตัวเกี่ยวสำหรับที่เก็บสายเมาส์เพื่อให้เล่นเกมได้อย่างสบายและเป็นสัดส่วน แผ่นรองเมาส์ 1337 RGB ใช้พลังงานจากสายเคเบิลชนิดเชือกถักที่มีความยาวถึง 180 ซม. พร้อมทั้งขั้วต่อชนิด A ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่มีพอร์ต USB ที่สอดคล้องกัน

ด้วยคุณลักษณะเด่นเหล่านี้ที่พิสูจน์มาแล้วว่าเหมาะสมสำหรับเหล่าเกมเมอร์ จึงทำให้แผ่นรองเมาส์ Sharkoon 1337 ยังคงไว้ซึ่งคุณลักษณะเด่นเหล่านั้น โดยแผ่นรองเมาส์ได้รับการออกแบบร่วมกับบรรดาเกมเมอร์มืออาชีพ และพื้นผิวสิ่งทอที่ทนทาน พร้อมฐานแผ่นรองที่ทำจากแผ่นบางเพื่อให้มีความต้านทานต่อแรงเสียดทาน ทำให้การใช้งานเมาส์ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จับแสงเลเซอร์ได้อย่างรวดเร็วและเงียบสงบ เหมาะกับเมาส์ทุกรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมาส์ที่ใช้ตัวเซ็นเซอร์ชนิดเลเซอร์และออปติคอล ฐานยางที่ป้องกันการลื่น และให้ความสำคัญกับการจับยึดพื้นผิวเรียบทุกรูปแบบ และขนาดที่เหมาะสม 359 x 279 มม. และมีความหนาพียง 3 มิลลิเมตรเท่านั้น พร้อมทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของคุณไม่ถูกจำกัดและเป็นอิสระในทุกการเคลื่อนไหว

แผ่นรองเมาส์เกมเมอร์ Sharkoon 1337 RGB พร้อมให้จำหน่ายแล้วในร้านค้าปลีกที่ได้รับอนุญาต

 

 

https://www.youtube.com/watch?v=Ux8it33h—A

 

เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์:

http://sharkoon.com/product/1694/21567#desc

from:http://www.it-reborn.com/sharkoon-1337-rgb/

Razer อัพเกรด BlackWidow Ultimate กันน้ำกันฝุ่น!!

เริ่มวางขายแล้วสำหรับ BlackWidow Ultimate คีย์บอร์ดรุ่นอัพเกรดจากทาง Razer  ที่เขาบอกว่าเป็นเจ้าแรกสำหรับ Mechanical  ที่กันน้ำกันฝุ่น

 

BlackWidow Ultimate มาพร้อมกับ Razer Mechanical Switches (Razer Green) ที่ทนแรงกด 50g ทนแรงกดได้ถึง 80ล้านครั้ง กันน้ำและฝุ่นละอองในระดับ IP54 รองรับการกดพร้อมกันได้ 10 ปุ่ม สะดวกรวดเร็วด้วยการตั้งการบันทึกแมโครแบบ on-the fly ปรับสีไฟและความสว่างได้
อัตราการตอบสนอง 1000 Hz ขนาด 203 มม. (ความยาว) x 153 มม. (กว้าง) x 60 ม.ม. (ความสูง)
น้ำหนัก 348 กรัมรวมสายเคเบิล ราคา เกือบๆสี่พัน

 

from:http://www.it-reborn.com/razer-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94-blackwidow-ultimate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%81/

Facebook เปิดตัว Marketplace ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 เฟซบุ๊กได้ทำการเปิดตัว Marketplace ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทย สามารถค้นหาและซื้อขายสินค้าได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

Marketplace จะทำให้การซื้อขายของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กเป็นเรื่องง่าย และยังไว้วางใจได้เพราะสามารถดูโปรไฟล์และรายละเอียดของผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อนที่มีร่วมกันหรือระยะเวลาที่อยู่บนเฟซบุ๊กได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

from:http://www.it-reborn.com/facebook-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-marketplace-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad/