คลังเก็บป้ายกำกับ: TELECOM

โอเปอเรเตอร์สหรัฐเสนอวิธีการยืนยันตัวตนแบบใหม่ ใช้พฤติกรรมการใช้มือถือแทนรหัสผ่าน

เรารู้กันดีว่า “รหัสผ่าน” เป็นวิธีการยืนยันตัวตนที่มีช่องโหว่มาก และวงการไอทีก็มีความพยายามหาสิ่งอื่นมาทดแทนรหัสผ่านหลายอย่าง เช่น ไบโอเมตริก หรือสมาร์ทการ์ด

ล่าสุด โอเปอเรเตอร์สหรัฐ 4 รายใหญ่คือ AT&T, Verizon, Sprint, T-Mobile ร่วมกันเปิดตัว Project Verify วิธีการยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือที่เราใช้งานอยู่

แนวคิดของ Verify คือผู้ใช้งานโทรศัพท์แต่ละคนมีข้อมูลที่แตกต่างกันอยู่แล้ว เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลในซิมการ์ด หมายเลขไอพี รวมถึงพฤติกรรมการใช้งาน ฯลฯ โอเปอเรเตอร์มองเห็นข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว และสามารถนำมาแยกแยะว่าผู้ใช้แต่ละคนเป็นคนนั้นจริงๆ หรือไม่

รูปแบบการใช้งานเพียงว่าผู้ใช้ติดตั้งแอพ Verify ลงในสมาร์ทโฟน และเมื่อต้องการยืนยันตัวตนในแอพอื่น (ที่รองรับ Verify) ก็สามารถกดยืนยันตัวตนจากในสมาร์ทโฟนได้ทันที งานที่เหลือเป็นของฝั่งโอเปอเรเตอร์ที่จะตรวจสอบและตอบกลับไปยังแอพนั้นๆ ว่าเราเป็นตัวจริงหรือไม่

กลุ่มโอเปอเรเตอร์ยังบอกว่าการยืนยันตัวตนผ่าน Verify ยังอาจนำไปใช้เป็น Second-Factor Authentication ร่วมกับวิธีการยืนยันตัวตนแบบอื่นได้อีกด้วย

Brian Krebs ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยชื่อดัง เจ้าของบล็อก Krebs on Security วิเคราะห์กระบวนการยืนยันตัวตนของ Verify ว่าปัจจัยชี้ขาดจริงๆ คือผู้ใช้งาน “เชื่อมั่น” ในโอเปอเรเตอร์หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาพฤติกรรมของโอเปอเรเตอร์เหล่านี้ก็ทำตัวไม่น่าเชื่อถือ และไม่พยายามปกป้องหรือคุ้มครองผู้ใช้จากการโจมตีหรือการหลอกลวงต่างๆ รวมถึงเคยมีกรณีนำข้อมูลพิกัดของผู้ใช้ไปขายต่อให้บริษัทอื่นๆ อีกด้วย

ที่มา – Project Verify, AT&T, Krebs on Security

from:https://www.blognone.com/node/105268

Advertisements

DTAC กล่าวว่า คำสั่งศาลเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของลูกค้า

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองลูกค้าดีแทคให้เข้าสู่มาตรการเยียวยาโดยสามารถใช้งานคลื่น 850 MHz ต่อเนื่องได้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ตามประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือประกาศมาตรการเยียวยา ซึ่งคำสั่งศาลส่งผลให้ลูกค้าดีแทคยังใช้งานต่อเนื่องได้ทั่วประเทศ

อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “คำสั่งศาลเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทาน ดีแทคจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าที่ยังเป็นซิมเดิมในระบบสัมปทานกับ CATโอนย้ายระบบต่อไป”

ที่ผ่านมา ดีแทค และ CAT ได้ร่วมมือกันยื่นแผนความคุ้มครองลูกค้าในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต่อ กสทช. ในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามประกาศ กสทช. ที่จะต้องให้ลูกค้าเข้าสู่มาตรการเยียวยาตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบการใช้งานช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทาน โดยที่ผ่านมา กสทช. ได้มีมติไม่ให้ลูกค้าดีแทคเข้าสู่มาตการเยียวยา ดีแทคจึงต้องยื่นฟ้องเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่อศาลปกครองกลาง ในวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ การใช้งานคลื่นในระหว่างการเข้าสู่มาตรการเยียวยานั้น ดีแทคจะนำรายได้ให้รัฐตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ

from:https://www.enterpriseitpro.net/dtac-nbtc-850-mhz/

เปิดมติเสียงข้างน้อย กสทช. ทำไมควรเยียวยาให้ดีแทค

จากกรณีที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา มีมติด้วยเสียงข้างมาก 4 ต่อ 2 ไม่ให้ดีแทคเข้าสู่มาตรการเยียวยาลูกค้าที่ใช้บริการบนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ หลังสัมปทานสิ้นสุด โดยทางเลขาธิการ กสทช. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ได้แถลงข่าวมติที่ประชุมภายหลังการประชุมทันที ซึ่งมีการอธิบายถึงเหตุผลต่างๆ ของที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้กล่าวถึงความเห็นที่แตกต่างแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ กสทช. เสียงข้างน้อย นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน หนึ่งในผู้ลงมติแตกต่างได้จัดทำความเห็นของตนเอง เพื่อให้ทางสำนักงาน กสทช. ใส่ประกอบไว้ในรายการงานประชุมของ กสทช. นัดพิเศษครั้งที่ 5/2561 (วันที่ 12 กันยายน 2561) ต่อไป

ทั้งนี้ ความเห็นของนายประวิทย์สรุปได้ดังนี้

1) การอ้างว่าเหตุที่ไม่ให้เข้าสู่มาตรการคุ้มครองเพราะมีการจัดประมูลล่วงหน้าแล้ว ถ้าเช่นนั้น ไม่ว่าเอกชนจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ก็ไม่สามารถเข้าสู่มาตรการคุ้มครองได้ แต่มติที่ประชุม กสทช. เดิมกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทฯ ต้องเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่จึงจะได้สิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองฯ ซึ่งมิใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการ จึงไม่เป็นไปตามประกาศที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง ตามมติเดิมนี้ย่อมแสดงว่า การจัดประมูลในตัวมันเองไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการตัดสิทธิไม่ให้เข้าสู่มาตรการคุ้มครอง

2) ยิ่งไปกว่านั้น การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ครั้งที่ผ่านมานี้ ไม่ตรงกับคลื่นที่ขอความคุ้มครอง กล่าวคือ แม้ว่าเอกชนจะชนะการประมูลก็ไม่สามารถนำคลื่นนี้ไปทดแทนคลื่นตามสัมปทานเดิมได้ การพิจารณาเรื่องนี้จึงต้องคำนึงถึงผู้ใช้บริการเดิมเป็นหลัก แม้จะอ้างว่าเอกชนสามารถทำสัญญา Roaming กับรายอื่นได้ แต่หากซิมดับ ทุกบริการก็สิ้นสุดลงทันที ส่วนการอ้างว่าหากชนะประมูลก็สามารถใช้คลื่นเดิมไปก่อนได้ ไม่เคยมีกฎหมายหรือมติที่ประชุมรองรับแต่อย่างใด

3) ประเด็นการเพิ่มภาระรับผิดชอบอุปกรณ์ป้องกันคลื่นรบกวนในการประมูลที่ผ่านมา ไม่เคยปรากฏในร่างประกาศประมูลมาก่อน สำนักงาน กสทช. เพิ่งเสนอเพิ่มภายหลังการรับฟังความเห็นสาธารณะ เมื่อปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใดเข้าร่วมประมูลด้วยเหตุว่าภาระดังกล่าวเป็นต้นทุนที่ไม่อาจคำนวณได้แน่ชัด จึงเสี่ยงต่อการประกอบธุรกิจ จึงรับฟังได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้การประมูลล้มเหลว และสมควรตัดภาระดังกล่าวออกแล้วจัดประมูลใหม่โดยเร็ว ซึ่งสำนักงานฯ รับว่าถ้าตัดเฉพาะเงื่อนไขนี้ สามารถจัดประมูลได้ในเดือนตุลาคม

4) ในประเด็นความเสียหายที่เกิดขึ้นหากไม่เห็นชอบมาตรการคุ้มครองนั้น เอกชนได้เสนอข้อเท็จจริงต่อศาลปกครองว่า มีผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุใช้บริการในต่างจังหวัด แต่ผู้จดทะเบียนเป็นบุตรที่ทำงานในกรุงเทพฯ ซึ่งผู้สูงอายุไม่สามารถดำเนินการโอนย้ายได้เอง ต้องรอบุตรเดินทางกลับต่างจังหวัดไปดำเนินการ หากซิมดับก็จะไม่สามารถสื่อสารขอความช่วยเหลือได้ ส่วนสำนักงาน กสทช. รายงานว่ามีกรณีซิมที่ใช้กับ Machine ซึ่งต้องเปลี่ยนที่ตัวอุปกรณ์ จึงไม่สามารถดำเนินการได้โดยเร็ว และจากข้อมูลพบว่า มีทั้งการใช้งานกับเครื่อง EDC ตามร้านค้า เครื่อง ATM เครื่องส่งข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของ กฟภ. ใช้กับเซ็นเซอร์น้ำตามสถานีตรวจสอบระดับน้ำของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งปัจจุบันเป็นช่วงมรสุม เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม จึงเห็นว่า หากไม่เข้าสู่มาตรการคุ้มครองฯ อาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและบริการสาธารณะต่างๆ ตลอดจนอาจกระทบต่อการติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ ส่วนการอ้างว่าศักยภาพโอนย้ายของระบบนั้นสูงถึง 60,000 เลขหมายต่อวัน ผู้ใช้บริการ 90,000 รายสามารถโอนย้ายได้ก่อนสิ้นสัมปทาน เป็นการคำนวณที่ไม่คำนึงถึงอุปสรรคในการโอนย้ายจริงในกรณีของผู้อยู่ต่างจังหวัดหรือผู้ที่ยากต่อการเข้าถึงการโอนย้าย รวมทั้งกรณี Machine

5) ทางออกในเรื่องนี้ เห็นว่าควรตัดเงื่อนไขการประมูลที่ก่อภาระต่อเอกชนเกินกว่าการประมูลครั้งก่อนออก และไม่ต้องขยายงวดชำระเงินเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ชนะประมูลเดิม แล้วเร่งจัดประมูลในเวลาไม่เกิน 1-2 เดือน ก็จะทำให้มาตรการคุ้มครองที่เอกชนขอสิ้นสุดลงตามกลไกปกติ ดังเช่นในอดีต เนื่องจากการไม่ให้เข้าสู่มาตรการคุ้มครองฯ นอกจากจะกระทบประโยชน์สาธารณะ ยังทำให้คลื่นความถี่ไม่ถูกใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม”

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105241

AT&T ซัด 5G ของ Verizon ไม่ใช่ “5G แท้” เพราะไม่ใช้เทคโนโลยีมาตรฐาน

Verizon เพิ่งเปิดตัว Verizon 5G Home เน็ตบ้าน 5G ที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะของตัวเองไปเพียงวันเดียว คู่แข่งรายสำคัญคือ AT&T ก็เปิดฉากโจมตีทันทีว่า “ไม่ใช่ 5G ที่แท้จริง”

Randall Stephenson ซีอีโอของ AT&T ออกมาตั้งคำถามถึงเทคโนโลยีที่ Verizon เลือกใช้งานว่าไม่เป็นมาตรฐาน การอ้างตัวว่าเป็นผู้ให้บริการ 5G รายแรกจึงต้องบอกด้วยว่าไม่ได้ทำตามมาตรฐาน และ AT&T ต่างหากที่จะเป็นผู้ให้บริการ 5G รายแรกที่ใช้อุปกรณ์มาตรฐาน แถมจะให้บริการกับโทรศัพท์มือถือด้วย ไม่ใช่แค่เน็ตบ้าน

เป้าหมายของ AT&T คือให้บริการ “5G ที่แท้” ช่วงปลายปีนี้ โดยเริ่มจาก 6 เมืองในสหรัฐได้แก่ Dallas, Atlanta, Oklahoma City, Charlotte, Raleigh และเมือง Waco ในรัฐ Texas

ที่มา – Bloomberg, ภาพจาก AT&T

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/105230

ดีแทครับทราบมติบอร์ด กสทช. “ไม่เยียวยา” ทั้งนี้รอคำสั่งศาลปกครองต่อไป

ราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคได้รับทราบตามที่วันนี้บอร์ด กสทช. มีมติไม่คุ้มครองลูกค้าดีแทคบนคลื่น 850 MHz หลังสิ้นสุดสัมปทานในวันที่ 15 กันยายน 2561

ทั้งนี้ ดีแทคได้ยื่นศาลปกครองกลางเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวลูกค้าที่ใช้งานมือถือได้อย่างต่อเนื่องบนคลื่นความถี่ 850MHz หลังสิ้นสุดสัมปทาน เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา และขณะนี้ เรายังอยู่ในระหว่างรอการพิจารณาของศาล

from:https://www.enterpriseitpro.net/dtac-nbtc-not-mitigrate/

Temasek จับมือ StarHub บุกตลาดความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วเอเชีย

ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสัญชาติสิงคโปร์ StarHub ออกมาประกาศว่า ได้เซ็นสัญญาร่วมมือกับเครือบริษัทลงทุน Temasek เพื่อเปิดบริษัทใหม่ในชื่อ Ensign InfoSecurity สำหรับขึ้นเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ในตลาดเอเชีย โดยเตรียมให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับมืออาชีพ, โซลูชั่นความปลอดภัยสำหรับทั้งองค์กร, และบริการจัดการด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งทางศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ในสังกัดของ StarHub อย่าง Cyber Security Centre of Excellence and Accel Systems and Technologies (ASTL) จะทำงานร่วมกับบริษัท Quannของ Temasek เพื่อพัฒนาโซลูชั่นแบบครบวงจรสำหรับตลาดระดับองค์กรทั้งในสิงคโปร์และต่างประเทศ

และประธานของ Quannคุณ Lee Fook Sun จะขึ้นเป็นซีอีโอของบริษัทใหม่นี้ ซึ่งเตรียมวางตำแหน่งของบริษัทในตลาดให้โดดเด่นด้วยการผสานความเชี่ยวชาญจากพาร์ทเนอร์ที่มีอยู่ พร้อมๆ กับพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ให้ลูกค้ามั่นใจว่าได้ใช้ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดตลอดเวลา

ในรายงานระบุว่า ทาง Temasek จะถือหุ้น 60 เปอร์เซ็นต์ของจอยต์เวนเจอร์นี้ ขณะที่ทาง StarHubจะถือหุ้นส่วนน้อยที่เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้บริษัทใหม่ Ensign ยังเตรียมซื้อทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก StarHub มูลค่ารวมกว่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วย พร้อมวางแผนสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา, ยกระดับระบบ Analytic ทางไซเบอร์, และพัฒนาระบบฐานข้อมูลอันตรายระดับสากลแบบอัจฉริยะด้วย

ที่มา : CISOmag

from:https://www.enterpriseitpro.net/temasek-and-starhub-partner-to-form-a-joint-venture/

[บทวิเคราะห์] ลูกค้า dtac จะเป็นอย่างไรต่อไป หากบริษัทไม่ได้รับการเยียวยาคลื่น

นับเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ dtac เมื่อคลื่นสัมปทานภายในมือย่าน 850 MHz และ 1800 MHz ที่ถืออยู่กำลังจะหมดอายุในวันที่ 15 กันยายนนี้ ถึงแม้ dtac จะเพิ่งประมูลได้คลื่น 1800 MHz ภายใต้ระบบของ กสทช. ไปเมื่อ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยมูลค่า 12,511 ล้านบาท แต่หลังวันที่ 15 คลื่น 1800 ในมือจะเหลือความกว้างเพียง 5 MHz จากของเดิมที่มีถึง 25 MHz

dtac ให้บริการบนคลื่น 850 และ 1800 ภายใต้สัมปทานจาก CAT มายาวนานถึง 27 ปี ตอนนี้เหลือผู้ใช้อยู่บนระบบสัมปทานเดิมราว 340,000 รายที่ยังไม่ได้ย้ายมาใช้คลื่นใหม่ที่ได้จากการประมูล (เป็นลูกค้าของบริษัท dtac TriNet) โดยแบ่งเป็นผู้ใช้บนคลื่น 850 จำนวน 90,000 รายและ 1800 จำนวน 250,00 ราย แต่ทาง กสทช. ยังคงไม่มีข้อสรุปว่าจะเยียวยาคลื่นหลังหมดสัมปทานให้กับทาง dtac หรือไม่ จน dtac ต้องฟ้องศาลปกครองให้มีคำสั่งคุ้มครอง เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้ลูกค้ากว่า 340,000 รายซิมดับ

สถานการณ์ของ dtac จึงค่อนข้างหัวเลี้ยวหัวต่อ เราขอสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดให้อีกครั้ง รวมถึงวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นด้วย

No Description

กสทช. ระบุเอาไว้ว่าจะพิจารณามาตรการเยียวยาก็ต่อเมื่อ ผู้ยื่นขอเยียวยาเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ใหม่ (ในที่นี้คือคลื่น 900 และ 1800) เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งdtac ก็ได้ร่วมประมูลคลื่น 1800 มาทั้งหมด 5MHz จึงเข้าเกณฑ์ของ กสทช. ที่จะได้รับพิจารณาเยียวยาคลื่น

ปัญหาอยู่ที่คลื่น 900 เพราะ กสทช. จัดเรียงคลื่นใหม่ (รีฟาร์ม) มาจากคลื่น 850 ทำให้หาก dtac ได้มาก็ต้องลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด โดยปัจจุบันคลื่น 850 หรือ UMTS 850 เป็นคลื่นที่ใช้งานความถี่ย่าน 824-849MHz สำหรับ uplink และ 869-894MHz สำหรับ downlink ส่วนคลื่น 900 นั้นอยู่ที่ 880-915MHz สำหรับ uplink และ 925-960 สำหรับ downlink จะเห็นว่าปัญหาคือคลื่นสองย่านนี้ทับซ้อนกัน และในความเป็นจริงแถบเอเชียแปซิฟิกก็ไม่ค่อยใช้งานคลื่น 850 นัก เท่าที่พบมีเพียง ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, และไทย เท่านั้น การนำไปเรียงกันในย่าน 900 ทำให้การใช้คลื่นมีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยคลื่นที่เพิ่งประมูลไป คือย่าน 900 เป็นคลื่น 885-890MHz uplink และ 935-940MHz downlink

No Description

การย้ายคลื่นเช่นนี้ทำให้ผู้ให้บริการต้องติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ (เพราะอุปกรณ์ 850 และ 900 ใช้ร่วมกันไม่ได้) โดย dtac ระบุว่าการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี

นอกจากนี้ การประมูลคลื่น 900 ในรอบที่ผ่านมา ยังมีเงื่อนไขสำคัญคือผู้ชนะประมูลคลื่น 900 จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันคลื่นรบกวนให้รถไฟฟ้าในอนาคต และหากติดตั้งแล้วยังคงมีปัญหารบกวนอีก กสทช. ก็ยังสามารถปรับคลื่นความถี่ได้อยู่ดี ซึ่งทาง dtac มองว่าค่าใช้จ่ายตรงนี้ค่อนข้างสูงและไม่จำเป็น (อ่านเพิ่มเติม ประกอบกับราคาคลื่น 900 ค่อนข้างสูง เพราะใช้ราคาตั้งต้นจากการประมูลครั้งก่อน (บทความที่เกี่ยวข้อง : GSMA เผยรายงานราคาคลื่นความถี่เฉลี่ยในประเทศกำลังพัฒนาสูงกว่าพัฒนาแล้ว, ไทยสูงติดอันดับโลก

จากทั้งประเด็นการเปลี่ยนคลื่น, ราคาคลื่นที่สูงถึง 35,000 ล้านต่อ 2x5MHz, และเงื่อนไขที่ต้องไปป้องกันสัญญาณรบกวนให้เครือข่ายอื่นทำให้ dtac ตัดสินใจไม่เข้าประมูลคลื่น 900 ที่

แต่อย่างที่ทราบกัน dtac และ CAT พยายามยื่นเรื่องกับ กสทช. มาตลอดแต่ก็ยังคงไร้เสียงตอบรับเรื่องการเยียวยา จน dtac ต้องฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครอง

No Description

ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรต้องติดตาม

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ความเป็นไปได้ของกรณีนี้จึงมี 3 ทาง

  1. กสทช. ไม่เยียวยาอะไรเลย จะส่งผลให้ผู้ใช้ 3G บนคลื่น 850 อย่างน้อย 90,000 รายเกิดปัญหาซิมดับทันที และคลื่น 3G ในหลายพื้นที่ก็อาจจะครอบคลุมน้อยลง เพราะคุณลักษณะของคลื่น 850 เป็นที่มีกำลังส่งได้ไกลกว่าคลื่น high-band (dtac เปิดช่องทางให้ตรวจสอบได้ว่าอยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณไม่ครอบคลุมหรือไม่ผ่านทาง *777 ซึ่งจะเริ่มใช้ได้วันที่ 13 กันยายน)
  2. กสทช. เยียวยาเฉพาะคลื่น 850 ทำให้ซิมไม่ดับ เพราะ dtac จะมีทั้งคลื่น 850 1800 2100 และ 2300 ให้บริการเช่นเดิม แต่ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือคลื่น 1800 ที่เคยกว้าง 25MHz ของ dtac จะเหลือเพียง 5MHz เท่านั้น คงทำให้บริการ 2G และ 4G หนาแน่นยิ่งกว่าตอนนี้อย่างมาก ถึงแม้ dtac จะมีคลื่น 2100 และ 2300 รับช่วงผู้ใช้ตรงนี้อยู่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าสมาร์ทโฟนที่รองรับคลื่นย่าน 2300 ที่ dtac ถือครองแบนด์วิธเยอะที่สุด ยังมีไม่เยอะเท่า 2100 และ 1800 จึงอาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าบางส่วนได้เช่นกัน
  3. dtac ได้รับเยียวยาทั้งย่าน 850 และ 1800 จะถือเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับลูกค้า dtac ที่สามารถใช้งานต่อไปได้แทบเหมือนเดิม และทาง dtac มีเวลาขยายเสา 2300 ต่อไประหว่างเยียวยา

No Description

ความเป็นไปได้ที่จะไม่ได้รับเยียวยาอะไรเลยอาจจะต่ำสักหน่อย เพราะกระทบกับผู้ใช้จำนวนมาก หาก dtac ไม่ได้รับการเยียวยา จะเกิดผลกระทบหลักๆ 2 กลุ่มด้วยกัน

  1. ผู้ใช้ซิม ของบริษัท dtac เดิม ไม่ใช่ dtac Trinet (DTN) จะใช้งานไม่ได้อีกเลย น่าสนใจว่า dtac ระบุรวมลูกค้ากลุ่มนี้ทั้งคลื่น 850 และ 1800 รวม 340,000 ราย เป็นคลื่น 850 จำนวน 90,000 ราย และคลื่น 1800 จำนวน 250,000 ราย
  2. ลูกค้าพื้นที่ห่างไกล จะ “ไม่ได้รับความสะดวก” (คำตามจดหมายข่าว dtac) ในการใช้งาน ในความเป็นจริงเป็นไปได้อย่างมากว่าจะมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่คลื่น dtac หายไป ต้องรอการติดตั้งเสาเพิ่มเติม โดยลูกค้ากลุ่มนี้ dtac ระบุว่ามีมากกว่าล้านราย

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผลกระทบคงเป็นประสิทธิภาพของ 4G ในย่าน 1800 ที่น่าจะลดลงอย่างมาก เพราะคลื่นที่เคยมีกว้างถึง 25MHz (มี 50MHz ใช้จริง 25MHz) นั้นเหลือให้ใช้งานเพียง 5MHz ตามที่ dtac เพิ่งประมูลได้มา

No Descriptionข้อมูลจาก dtac

ในแง่ประสิทธิภาพรวมของทั้งค่าย หลายคนอาจะไม่ได้รับผลกระทบเพราะโทรศัพท์มือถือรองรับคลื่น 2300 หรือ dtac Turbo ที่กว้างถึง 2x30MHz แต่การติดตั้งให้ครอบคลุมเท่าเดิมก็ยังต้องใช้เวลา และโทรศัพท์เก่าๆ จำนวนหนึ่งก็ไม่รองรับคลื่นนี้ ทำให้คนจำนวนมากน่าจะอยู่ที่ 1800 และ 2100 ต่อไปอยู่ดี

แม้ว่า dtac จะยืนยันว่าการขอเยียวยาจะไม่ใช่การใช้คลื่นฟรี บริษัทจะต้องส่งกำไรทั้งหมดให้ กสทช แต่ก็อาจมีปัญหาเรื่องนี้ตามมีอีกระลอก เพราะก่อนหน้านี้ทั้ง AIS และ True ก็เคยมีปัญหาหลังการเยียวยากับกสทช. มาแล้วจากการที่ไม่สามารถตกลงกันได้ว่า แค่ไหนควรเป็นต้นทุน แค่ไหนควรเป็นกำไร จนจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้ กสทช. เพิ่มขึ้นและทุกวันนี้ก็ยังจ่ายค่าคลื่นกันไม่ครบ ล่าสุด True ก็ออกมาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ด้วย

ที่สำคัญ คือลูกค้าที่ยังอยู่กับ dtac คงต้องติดตามการตัดสินใจของกสทช. และศาลปกครองอย่างใกล้ชิดต่อไป

from:https://www.blognone.com/node/105153