คลังเก็บป้ายกำกับ: THAILAND

กระทรวงดีอีจัดรับฟังความเห็นประกาศลูกของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ที่ผ่านโดยมีเสียงคัดค้านหนักๆ ไปแล้ว)

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) จัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนร่างประกาศกระทรวงที่จะนำมาประกอบกับพ.ร.บ.ด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่ผ่านสภาสนช. ไปเมื่อปลายปีที่แล้วโดยไม่มีใครโหวตค้านเลย หากไม่นับ 372,000 รายชื่อใน Change.org โดยจัดงาน วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 ห้องประชุม 1-2 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ประชาชนผู้สนใจทุกคนสามารถเข้าร่วมให้ความเห็นได้

กฎหมายลูกอีกห้าฉบับ ได้แก่

ที่มา – Facebook: CCA Hearing (บนหน้าเว็บกระทรวงดีอีหาประกาศไม่เจอ มีแต่ประกาศจัดซื้อจัดจ้างจัดงาน)

alt="upic.me"

แนบท้ายข่าว

https://www.youtube-nocookie.com/embed/73fCZpep1Og

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/91992

Advertisements

กสทช. ยกการกำกับดูแล OTT จากต่างประเทศ, ไทยยังไม่ได้ข้อสรุป จะมีความชัดเจนภายใน 4-5 เดือน

หลังจากช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นว่า กสทช.กำลังผลักดันหามาตรการกำกับดูแลกิจการ OTT (Over-The-Top) พร้อมตั้งอนุกรรมการขึ้นมาดูแล วันนี้ทางกสทช. ได้จัดการบรรยายในประเด็นเรื่องการกำกับดูแล OTT นี้โดย พ.อ. ดร. นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

ประธาน กสท. ย้ำว่าการบรรยายนี้ เป็นเพียงการนำเอา “งานวิจัยหรือผลการศึกษาของทีมที่ปรึกษา” มานำเสนอเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดนั้นเกี่ยวกับรูปของสื่อ รูปแบบการนำเสนอเนื้อหาและโมเดลการหารายได้ที่เปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก จากการแพร่หลายของอินเทอร์เน็ต รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปดูวิดีโอออนดีมานด์รูปแบบต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น

alt="IMG_9405"
*พันเอก ดร. นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

ประเด็นที่น่าสนใจคือ พ.อ. ดร. นที ได้ยกตัวอย่าง 3 ประเทศที่มีการกำกับดูแลกิจการ OTT ได้แก่สหราชอาณาจักร, เกาหลีใต้และสิงคโปร์ โดยที่ไม่พูดถึงสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาด OTT ที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะกฎหมายด้านนี้ของสหรัฐไม่ได้มีโมเดลเดียว แต่แตกต่างกันไปตามแต่ละมลรัฐ

สหราชอาณาจักร

  • มีหน่วยงานกำกับดูแลชื่อ Ofcom (Office of Communication) ลักษณะเดียวกับ กสทช. เป็นผู้ดูแลเรื่องการอนุญาตเนื้อหาและคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับ Advertising Standard Authority ดูแลเรื่องโฆษณา

  • Ofcom กำหนดให้ผู้ให้บริการท้องถิ่นจะต้องแจ้งข้อมูลกับ Ofcom ก่อนเริ่มให้บริการในสหราชอาณาจักร

  • ผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านเนื้อหา อย่างการคุ้มครองเด็กและเยาวชน, Hate Speech, การเข้าถึงของผู้พิการ, สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการส่งเสริมเนื้อหาที่ผลิตในยุโรป

เกาหลีใต้

  • Korea Communication Commission (KCC) ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์, ไอซีทีและการวางแผนอนาคต (MSIP) เป็นผู้กำกับดูแล OTT โดยมีกฎหมายหลักคือ Internet Multimedia Broadcasting Business Act (2013)

  • ผู้ให้บริการการแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต จะต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจจาก MSIP และต้องรายงานและลงทะเบียนเนื้อหาด้วย

  • คอนเทนท์บน OTT ถูกกำกับดูแลเช่นเดียวกับสื่อประเภทอื่น อาทิ ความรุนแรงและสิ่งเสพติด

สิงคโปร์

  • ผู้กำกับดูแลคือ Infocomm Media Development Authority

  • ผู้ให้บริการ OTT ทั่วไปถือว่าเข้าข่าย Internet Content Provider จะได้รับใบอนุญาตอัตโนมัติและต้องปฏิบัติตาม Internet Code of Practice

  • OTT แบบจ่ายเงินดูรายเดือน (SVoD) นับเป็น Pay TV ต้องได้รับใบอนุญาต Subscription Television Service License

  • กฎเกณฑ์บังคับใช้เหมือนกันหมดทั้งผู้ให้บริการท้องถิ่นและต่างประเทศ

ส่วนกฎเกณฑ์ในการกำกับดูแลของไทยนั้น ประธาน กสท. ระบุว่าคงจะแตกต่างจากของประเทศอื่นๆ เนื่องจากประเทศเราก็มีบริบทและสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว ขณะที่รายละเอียดยังไม่สามารถบอกอะไรได้ เพราะตอนนี้เป็นเพียง Day 1 เท่านั้น ยังไม่มีข้อสรุป รูปแบบหรือความชัดเจนใดๆ ทั้งสิ้น และคาดว่าภายในระยะเวลาราว 4-5 เดือนเป็นอย่างเร็ว น่าจะพอมีได้รายละเอียดออกมาชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/91980

ไมโครซอฟท์ประเทศไทย ตั้งธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ เป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่

ไมโครซอฟท์ประกาศแต่งตั้งนายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยคนใหม่ เริ่มมีผล 1 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป

นายธนวัฒน์ จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย ซานเบอร์นาดิโน ประเทศสหรัฐอเมริกา และระดับปริญญาตรี สาขาบัญชี จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ประวัติการทำงาน เคยเป็นกรรมการผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเอ็นเทอร์ไพรส์ของบริษัท ฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด มีบทบาทดูแลลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ในระหว่างปี 2554-2560

นายธนวัฒน์ จะมารับตำแหน่งแทนนายอรพงศ์ เทียนเงิน ที่ทำงานในตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2558

ที่มา – Microsoft

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/91977

ผู้เชี่ยวชาญเผยความกังวล Hajime Botnet แพร่กระจายกว่า 300,000 เครื่องแล้ว ไทยเป็นอันดับที่ 3

หลังจากไม่กี่วันก่อน Symantec ได้ออกมาเปิดเผยถึง IoT Botnet ที่ชื่อว่า Hajime กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเป็นอุปกรณ์ IoT ประเภทเดียวกับที่มัลแวร์ Mirai ซึ่งเป็น IoT Botnet ชื่อดังพุ่งเป้าโจมตี จนถึงตอนนี้พบว่ามีอุปกรณ์ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 300,000 เครื่อง และประเทศไทยถือว่าเป็นอันดับ 3 ที่มีอุปกรณ์ติดมัลแวร์ Hajime มากที่สุด

Credit: Symantec

Hajime Botnet ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปลายปี 2016 ที่ผ่านโดยนักวิจัยจาก Rapidity Networks ซึ่งชื่อ Hajime มาจากภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “การเริ่มต้น” สาเหตุที่นักวิจัยตั้งชื่อนี้เพราะว่า Botnet ดังกล่าวพยายามโจมตีอุปกรณ์ประเภทเดียวกับที่ Mirai โจมตีโดยเฉพาะ ซึ่ง Mirai มีความหมายว่า “อนาคต”

การเชื่อมโยงกับ Mirai นี้มีความสำคัญมาก เนื่องจาก Hajime ปรากฎตัวท่ามกลางกระแสของ Mirai ซึ่งสร้างกองทัพ Botnet โจมตีเป้าหมายไปทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยส่วนใหญ่ไม่ตระหนักถึงการมีอยู่ของ Hajime เพราะเน้นพุ่งเป้าที่การตรวจสอบ Mirai Botnet เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ Symantec ออกมาเปิดเผยถึงข้อมูลของ Hajime อีกครั้ง ก็ทำให้หลายบริษัทเริ่มให้ความสนใจมัลแวร์ตัวนี้มากยิ่งขึ้น ทั้ง Kaspersky Labs และ Radware ต่างออกรายงานเกี่ยวกับ Hajime เมื่อไม่กี่วันมานี้ทั้งสิ้น

รายงานจากหลายๆ บริษัทให้ข้อสรุปตรงกันว่า Hajime เป็นหนึ่งในมัลแวร์ที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล (Sophisticated) โดยลักษณะของ Hajime มีดังนี้

  • มัลแวร์พุ่งเป้าอุปกรณ์ Linux ที่รันบนแพลตฟอร์ม Arm5, Arm6, Arm7, Mipseb และ Mipsel
  • อุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์ส่วนใหญ่เป็น DVR กล้องวงจรปิด และเราท์เตอร์ตามบ้าน
  • มัลแวร์แพร่กระจายตัวผ่าน 3 ท่า คือ Brute Force ผ่าน Telnet, โจมตีช่องโหว่บนโปรโตคอล TR-064 ที่ ISP ใช้บริหารจัดการเราท์เตอร์ และโจมตีผ่านช่องโหว่ Password of the Day ของ Arris Cable Modem
  • Hajime ใช้รายชื่อและรหัสผ่านเดียวกับที่ Mirai ใช้ และเพิ่มเติมเข้าไปอีก 2 รายการ
  • Hajime ผ่านการอัปเดตมาแล้ว 6 ครั้งตั้งแต่ปี 2017 นั่นหมายความว่าแฮ็คเกอร์ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • แฮ็คเกอร์ควบคุม Botnet ผ่านทางโปรโตคอล P2P และมีการเข้ารหัสการติดต่อสื่อสารทั้งหมด
  • มัลแวร์ถูกออกแบบให้มีสถาปัตยกรรมแยกย่อยเป็นโมดูล และสามารถดาวน์โหลดโมดูลเสริมมาเพื่อทำหน้าที่บางอย่างโดยเฉพาะได้
  • โมดูลและไบนารี่ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้บน Botnet ตัวอื่น และไม่มีการดาวน์โหลดมาจาก C&C Server
  • นักวิจัยตรวจจับโมดูลสำหรับทำสำเนาตัวเองได้เท่านั้น ไม่มีโมดูลสำหรับโจมตีแบบ DDoS หรือทำ Proxy ทราฟฟิกแต่อย่างใด
  • โมดูลเสริมสามารถพัฒนาโดยใช้ภาษาอะไรก็ได้ ตราบเท่าที่ไบนารี่ที่ได้หลังคอมไพล์รองรับกับการใช้งานบนแพลตฟอร์มเหล่านั้น
  • สามารถจัดการมัลแวร์ได้โดยการรีบูต เนื่องจากมัลแวร์ไม่มีการเก็บโค้ดไว้ถาวร
  • ทุกครั้งที่ Botnet ติดต่อกับ C&C Server เพื่ออัปเดตการตั้งค่า มัลแวร์จะแสดงข้อความตามรูปด้านล่างบนหน้าคอนโซล ซึ่ง Symantec เชื่อว่าแฮ็คเกอร์ที่พัฒนา Botnet ไม่มีจุดประสงค์ร้าย
Credit: Bleeping Computer

ประเทศไทยถือว่าเป็นอันดับ 3 ที่มีอุปกรณ์ติดมัลแวร์ Hajime มากที่สุด โดยคิดเป็นส่วนแบ่งประมาณ 11%

ถึงแม้ว่า จนถึงตอนนี้มัลแวร์ Hajime จะยังไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นอันตราย เช่น โจมตีแบบ DDoS แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยหลายฝ่ายกำลังกังวลว่า ด้วยปริมาณ Botnet ระดับ 300,000 เครื่อง อาจมีแฮ็คเกอร์มือดีสามารถเข้าควบคุมการปฏิบัติของ Hajime Botnet ได้ทั้งหมด แล้วพัฒนาต่อยอดโมดูลสำหรับโจมตีเพื่อใช้ Hajime Botnet เป็นเครื่องมือในการถล่มเป้าหมายทั่วโลกได้

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/security-experts-worry-as-hajime-botnet-grows-to-300-000-bots/

from:https://www.techtalkthai.com/hajime-botnets-grows-to-300000-bots/

2017 World Press Ranking Index จัดอันดับเสรีภาพสื่อ ไทยอยู่ 142 ตกลงจาก 136 ปีก่อน

ถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี แต่ด้วยความเป็นสื่อจึงขอเขียนถึงประเด็นนี้สักเล็กน้อยครับ

องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (Reporters without Border / Reporters sans frontières – RSF) องค์กรนอกภาครัฐ (NGO) ระดับนานาชาติที่สนับสนุนเสรีภาพ ได้ออกดัชนีเสรีภาพสื่อ (World Press Ranking Index) เป็นประจำทุกปีและดัชนีในปีนี้ก็ออกมาแล้ว

ดัชนีเสรีภาพสื่อในปีนี้ประเทศไทยตกอยู่ในอันดับ 142 จากทั้งหมด 180 ประเทศ ตกลงจากอันดับ 136 ในปีก่อน อยู่ในโซน “สถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับสื่อ (Difficult Situation)” ส่วนประเทศที่ได้ท็อป 5 คือ นอร์เวย์, สวีเดน, ฟินแลนด์, เดนมาร์กและเนเธอแลนด์ ส่วน 3 อันดับสุดท้ายได้แก่ เกาหลีเหนือรั้งท้าย ตามมาด้วยเอริเทรียและเติร์กเมนิสถาน

ส่วนหลักเกณฑ์ในการจัดอันดับของ RSF โดยคร่าวๆ คือความโอนเอียงของสื่อ (Pluralism), ความอิสระของสื่อ (Media Independence), สภาพแวดล้อมและการเซ็นเซอร์ตัวเอง (Environment and Self-Censorship), ผลกระทบด้านกฎหมายต่อการทำงานของสื่อ (Legislative Framework), ความโปร่งใสในการนำเสนอ (Transparency), โครงสร้างพื้นฐานต่อการทำงานของสื่อ (Infrastructure) และการคุกคามสื่อ (Abuses)

ที่มา – RSF.org

alt="carte_2017_en_2_1"

from:https://www.blognone.com/node/91932

สมาคมไทยอีสปอร์ต-ศรีปทุม จัดแข่ง Minecraft Thailand Competition ชิงแชมป์ประเทศไทย

สมาคมไทยอีสปอร์ต ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดการแข่งขัน Minecraft ครั้งแรกในไทย ใช้ชื่อว่า Minecraft Thailand Competition

การแข่งขันเปิดกว้างสำหรับคนทั่วไปที่อายุ 13 ปีขึ้นไป แต่ของรางวัลคือทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม 4 ปี (อันดับหนึ่งให้ทุน 100%, อันดับสอง-สามให้ทุน 50%) จึงน่าจะเหมาะกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมเป็นหลัก (ทุนที่ได้รับไม่มีวันหมดอายุ แต่ผู้ที่เรียนปริญญาตรีอยู่แล้วจะไม่ได้รับทุนนี้ แต่ได้รางวัลอื่นที่เหลือ)

รูปแบบการแข่งขันแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกแข่งออนไลน์โดยสตรีมผ่าน Twitch ในช่วงเวลาที่กำหนด 3 ชั่วโมง จากนั้นผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายจะแข่งขันแบบออฟไลน์ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมอีกครั้ง การแข่งขันทั้งสองรอบใช้โหมด Creative เพื่อให้แสดงไอเดียและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ตามโจทย์ที่กรรมการกำหนด

No Description

ระยะเวลาการแข่งขัน

  • เปิดรับสมัคร 25 เมษายน-2 พฤษภาคม 2560
  • แข่งรอบออนไลน์ 6-7 พฤษภาคม 2560
  • แข่งรอบชิงชนะเลิศ 20 พฤษภาคม 2560

ของรางวัลผู้ชนะ 3 รางวัล

  • รางวัลชนะเลิศ – ทุนการศึกษาระดับ ปริญญาตรี 4 ปี (มูลค่า 400,000 บาท) + Notebook Acer VX5 1 เครื่อง (มูลค่า 32,000 บาท) + Neolution Gaming gear 1 เซ็ต มูลค่า 3,200 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง – ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีฟรี 50%(มูลค่า 200,000 บาท) + Notebook Acer VX5 1 เครื่อง (มูลค่า 32,000 บาท)+ Neolution Gaming gear 1 เซ็ต มูลค่า 3,200 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง – ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีฟรี 50% (มูลค่า 200,000 บาท) + Notebook Acer VX5 1 เครื่อง(มูลค่า 32,000 บาท) + Neolution Gaming gear 1 เซ็ต มูลค่า 3,200 บาท

ของรางวัลสำหรับ 13 คนที่ตกรอบ จะได้รับ Neolution Gaming gear 1 เซ็ต มูลค่า 3,200 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก Minecraft Thailand Competition

from:https://www.blognone.com/node/91928

ขยายอำนาจ กสทช. ประกาศอุปกรณ์ที่ใช้ดูรายการทีวีได้ทั้งหมดต้องขออนุญาตนำเข้า รวม Chromecast และ Apple TV

กสทช. ออกประกาศกำหนดให้ผลิต, จำหน่าย, ผู้นำเข้า “กล่องรับสัญณาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต” (Internet TV Box) ต้องขออนุญาตนำเข้าตามมาตรา 70 แหงพรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

ประกาศของกสทช. ระบุชัดว่าไม่ว่ากล่องเหล่านี้จะติดตั้งแอปพลิเคชั่นสำหรับรับสัญญาณโทรทัศน์อยู่ก่อนแล้วหรือไม่ก็ต้องขออนุญาตทั้งสิ้น โดยยกตัวอย่างอุปกรณ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ Android box, Chromecast, Apple TV

น่าสนใจว่านิยามของกสทช. นั้นแทบจะเป็น “คอมพิวเตอร์” อยู่แล้ว โดยตัวอุปกรณ์ที่นำภาพออกโทรทัศน์และรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านอินเทอ์เน็ตได้ก็น่าจะครอบคลุมคอมพิวเตอร์แทบทั้งหมด

ที่มา – ราชกฤษฎีกา, ประชาชาติธุรกิจ

alt="1-1+2+3+4"

ภาพโดย Jonathan_job

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/91917