คลังเก็บป้ายกำกับ: Tips

มารู้จัก Secure Folder ฟังก์ชั่นสำคัญ ที่จะเพิ่มเข้ามาให้ Galaxy S7 หลังการอัพเดท และอีกหลายรุ่นของ Samsung

Secure Folder ฟังก์ชั่นนี้สำคัญครับ มีประโยชน์ต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของเราทุกวันนี้ครับ และผมอยากให้ผู้ใช้เครื่อง Samsung Galaxy รุ่นที่มีให้ใช้งานได้สนใจกันสักนิดหนึ่ง ซึ่งผมจะมาอธิบายรายละเอียดและประโยชน์ของมันกันแบบสั้นๆ ง่ายๆ ครับ
Secure Folder จะทำตัวเหมือนเป็นพื้นที่พิเศษ ที่ซ้อนตัวทำงานอยู่ภายในเครื่องของเราอีกชั้นหนึ่ง โดยการแยกพื้นที่ของตัวเองออกมาเป็นเอกเทศ ปกป้องการเข้าถึงไว้ด้วยรหัสผ่านหรือลายนิ้วมือที่เจ้าของเครื่องระบุแยกไว้ต่างหากอีกชั้นหนึ่งนอกจากการล็อกเครื่องปกติ
มีเอาไว้ทำอะไร?
Secure Folder ประโยชน์หลักๆ มีอยู่สามประการครับ 1. ความปลอดภัย 2.ความลับ 3.ความสะดวกสบาย

1. ในเรื่องความปลอดภัย
แน่นอนว่าแอพพลิเคชั่นหรือการใช้งานบางอย่าง มันมีความสำคัญและจำเป็นต้องได้รับการปกป้องมากกว่าแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ทั่วไป เช่น แอพพลิเคชั่นทางด้านการเงินการธนาคาร แอพที่เข้าถึงบัญชีธนาคาร แอพเงินสด หรือแอพใดๆ ก็ตามที่เราไม่ควรจะนำมาวางไว้บนหน้าจอเฉยๆ ให้ใครเข้ามากดเล่น กดใช้ได้ง่ายๆ เราจึงควรมีฟังก์ชั่นอย่าง Secure Folder ไว้เป็นที่จัดเก็บแอพพลิเคชั่นเหล่านี้เอาไว้ครับ ซึ่งผมแนะนำเลยว่าควรทำเป็นอย่างยิ่ง


ที่จะพูดถึงในด้านความปลอดภัย ก็ต้องรวมถึงระบบบัญชีด้วย ที่ Secure folder จะทำแยกบัญชีที่เราล็อกอินในแต่ละแอพออกมาจากโหมดหลักเป็นเอกเทศ  แอพพลิเคชั่นเดียวกันที่เราใช้ในโหมดปกติ กับที่นำมาใช้ใน Secure Folder แม้จะเป็นแอพเดียวกัน แต่ก็จะแยกการลงทะเบียนไม่เกี่ยวกัน ซึ่งเราจะล็อกอินเป็นบัญชีเดียวกันหรือคนละบัญชีกับโหมดปกติก็ได้ครับ ทำให้เราสามารถจัดระดับความสำคัญในบัญชีของเราได้ เช่น ในโหมดปกติเราล็อกอินบัญชี Facebook สำหรับใช้งานปกติ และในโหมด Secure Folder เราล็อกอินบัญชี Facebook สำหรับการทำงานไว้เป็นต้น

2. ในเรื่องความลับ
แน่นอนว่า ด้วยคุณสมบัติที่มันแยกข้อมูลทุกอย่างของเราไว้ในพื้นที่ส่วนตัว ทำให้มันมีประโยชน์ในด้านการเก็บความลับของเราเอาไว้ในพื้นที่เฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ไฟล์วีดีโอ รายชื่อ ข้อความ และอีกสารพัด เราสามารถนำมาเก็บไว้ใน Secure Folder เพื่อไม่ให้ผู้อื่นพบเห็นได้โดยง่ายครับ ต้องเข้ามาใน Secure Folder ให้ได้ซะก่อนครับ

3. ในเรื่องของความสะดวก
เนื่องด้วยความสามารถในการล็อคอินไอดีได้ต่างกันกับโหมดหลัก ทำให้มันสามารถนำประยุกต์ใช้ในรูปแบบของการใช้งานสองไอดีในเครื่องเดียวได้ครับ เช่นแอพพลิเคชั่น Line, Facebook เราสามารถล็อกอินหนึ่งไอดีในโหมดปกติ และอีกหนึ่งไอดีในโหมด Secure Folder ทำให้เราไม่จำเป็นต้องพกมือถือสองเครื่องถ้าต้องการใช้งานแอพพลิเคชั่นสองบัญชีอีกต่อไปครับ

รวมถึงความสะดวกในการเรียกใช้งาน Secure Folder มันโดนออกแบบมาให้เป็นเพียงไอคอนแอพหนึ่งแอพบนหนาจอของเครื่องเท่านั้น เปิดใช้งานเหมือนเปิดแอพพลิเคชั่นหนึ่งตามปกติแค่เพียงระบุรหัสผ่านให้ถูกต้องเท่านั้น ไม่ต้องเปิดปิดเครื่องใหม่ ไม่ต้องทำการรีเซ็ตเครื่องเพื่อเริ่มการตั้งค่าใหม่ เพราะแค่ถาเราต้องการใช้ ก็แค่เข้าแอพ Secure Folder แล้วเริ่มใช้งานได้เลยครับ

แม้จะเหมือนว่า การทำงานของ Secure Folder เป็นเหมือนแค่แอพพลิเคชั่น แต่แท้จริงมันมีความปลอดภัยสูงมากครับ เพราะมันโดนควบคุมความปลอดภัยด้วย Samsung Knox ซึ่งเป็นระบบที่ฝังอยู่ภายในตัวเครื่อง Samsung Galaxy คอยดูแลป้องกันการแฮคข้อมูลแบบที่ยังไม่เคยพลาดให้ใครเจาะได้มาก่อนครับ

Secure Folder จึงเป็นฟังก์ชั่นสำคัญตัวหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำให้ใช้กันนะครับ สำหรับใครที่มีฟังก์ชั่นนี้อยู่ในเครื่อง

from:https://www.appdisqus.com/2017/02/25/samsung-galaxy-secure-folder.html

Advertisements

[TIP] รกหูรกตา?! วิธีซ่อนคอมเม้นท์และไอคอนความรู้สึกใน Facebook Live

 

เชื่อว่าหลายคนคงคิดเหมือนกันว่า บางรายการหรือวิดีโอที่เผยแพร่ผ่าน Facebook Live มันอาจเหมาะกับการที่เราจะเห็นคอมเม้นท์หรือไอคอนแสดงความรู้สึก เพื่อให้รู้สึกการมีส่วนร่วมในการ Live มากขึ้น แต่การเผยแพร่บางอย่างผ่าน Facebook Live คอมเม้นท์และไอคอนความรู้สึก มันคือส่วนเกินจริง ๆ ทั้งบดบังวิสัยทัศน์ คอมเม้นท์ที่เราไม่อยากจะเห็น ทั้งทะเลาะกันหรือสปอยล์รายการหรือละครที่เรากำลังดูอยู่ แล้วเราจะซ่อนมันอย่างไรได้บ้าง?

วิธีซ่อนคอมเม้นท์และไอคอนความรู้สึกใน Facebook Live

  1. เข้าไปในหน้าการ Live ไม่ว่าจะแนวนอนหรือแนวตั้งก็ตาม

  1. ใช้นิ้วปัดพื้นที่แสดงคอมเม้นท์ไปด้านขวามือของเรา ทีนี้คอมเม้นท์และไอคอนความรู้สึกก็จะไม่แสดงอีกเลยครับ

สำหรับวิธีนี้ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android ครับ แม้หลายคนอาจทราบอยู่แล้ว แต่เราขอเอามาฝากสำหรับคนที่กำลังหาคำตอบนี้อยู่นะครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/02/24/tip-how-to-hide-comment-in-facebook-live.html

Tip: มาลองใช้ฟังก์ชั่นใหม่ของ Google บนเครื่อง Android “การค้นหาในหน้าจอ” เปิดใช้กันหรือยัง

สำหรับใครที่ตอนนี้ใช้เครื่อง Android 7.0 หรือได้รับการอัพเดทแอพพลิเคชั่น Google Search ตัวล่าสุดกับฟังก์ชั่นใหม่ “ค้นหาในหน้าจอ” หรือ “Screen search” อาจจะยังไม่คุ้นชื่อ และยังไม่รู้ว่ามันทำงานกันอย่างไรนะครับ

บอกกันก่อนว่า ฟังก์ชั่นนี้จะทำหน้าที่ค้นหาข้อความ หมายเลข วันที่ สถานที่ หรืออะไรก็ตามที่ Google มีฐานข้อมูลอยู่ (ซึ่งก็เกือบจะทุกอย่าง) จากบนหน้าจอปัุจจปันที่เรากำลังใช้งาน แล้วนำข้อมูลที่มันตรวจพบนั้น นำไปใช้งานร่วมกันกับความสามารถอื่นๆ ของเครื่องสมาร์ทโฟน เช่น ถ้าในหน้าจอขณะนั้นของเรามีชื่อสถานที่ Google ก็จะแสดงข้อมูลของสถานที่นั้นออกมาให้เรากดดูได้ หรือถ้ามีเป็นวันที่ตารางนัดหมาย Google ก็จะถามเราว่าต้องการบันทึกวันเวลาดังกล่าวลงในปฏิทินของเราเลยมั้ย

ซึ่งมันสะดวกตรงการค้นหาข้อมูลทีปรากฏในหน้าจอ ทำได้ง่ายๆ โดยการกดปุ่มโฮมค้างเท่านั้นเองครับ

แค่ในบทสนทนา มีชื่อสถานที่ หรือวันเวลา เราไม่ต้องกดคัดลอกเพื่อไปค้นหาและบันทึก แต่กดปุ่มโฮมค้างไว้ Google ก็จะทำการประมวลผลและแสดงสิ่งที่เกี่ยวข้องบนหน้าจอขึ้นมาให้เราทั้งหมด

สามารถใช้งานได้ในทุกๆ ขณะที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอเป็นแอพพลิเคชั่นอะไรอยู่ก็ตาม

วิธีเปิดการใช้งาน “ค้นหาในหน้าจอ”

สำหรับเครื่องใครที่รองรับกับฟังก์ชั่นอันใหม่ตัวนี้แล้ว จะมีเมนูการตั้งค่าในหัวข้อ “ค้นหาในหน้าจอ” เพิ่มขึ้นมาให้เราเข้าไปเปิดและปิดฟังกฺชั่นดังกล่าวครับ โดยการเข้าไปที่หน้า Google Search และกดไอคอนเมนู เลือกการต้งค่า จะเห็นเมนูดังกล่าวปรากฏขึ้นมา ก็สามารถเข้าไปเปิดและปิดได้เลย


ก็ลองใช้งานกันดูนะครับ สะดวกมาก โดยเฉพาะเวลาใช้งานกับแอพอีเมลซึ่งไว้จดตารางนัดหมาย เลื่อนหน้าจอไปตรงบริเวณที่เขาแจ้งวันเวลาและสถานที่มา ก็จะช่วยประหยัดเวลาในการพิมพ์ระบุตารางงานในปฏิทินได้เลย หรือสถานที่ใดที่เพื่อนพูดถึงมาในแชต แล้วเราไม่รู้จัก ก็กดปุ่มโฮมค้างไว้เท่านั้นเอง Google ก็จะแสดงข้อมูลสถานที่นั้นขึ้นมาให้เราได้กดดูได้ทันที ^^

from:https://www.appdisqus.com/2017/02/24/tip-google-screen-search.html

วิธีเซฟรูปจาก Instagram ของเราหรือใครๆ ในโลกหล้าในคลิกเดียวแบบง่ายที่สุดในสามโลก!

สมัยนี้คงปฎิเสธไม่ได้ว่าเราเลือกที่จะเก็บความทรงจำดีๆ เป็นภาพถ่ายเอาไว้ใน Instagram หรือ IG ของเรากันมากมายจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นรายวันเลยทีเดียว และเมื่อเวลาผ่านไป หลายๆ รูปเองเราก็เผลอลบไฟล์ตัวจริงของมันออกไปแล้วทำให้เหลือแค่รูปใน Instagram เท่านั้นแต่กลับหาวิธีเอารูปออกมาได้ยากเหลือเกิน หรือบางคนอาจจะมีบ้างที่รู้สึกอยากจะหรือจำเป็นต้องลบบัญชี IG ของตัวเองสักครั้ง แต่กลับติดปัญหาว่าเสียดายรูปที่อุตส่าห์อัพเอาไว้เต็มไปหมด ทำให้ไม่ได้ลบบัญชีสักที วันนี้ APPDISQUS มีวิธีดีๆ ในการเซฟเอารูปทั้งหมดจาก IG ของเรามาเก็บเป็นแบ็คอัพไฟล์เอาไว้ในคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าการปลอกกล้วยเข้าปากเสียอีก มาดูกันเลยดีกว่า


วิธีการเซฟรูปภาพทั้งหมดจาก Instagram มาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์

backup-instagram-vibbi-instaport

  1. เราจะอาศัยความช่วยเหลือจากบริการออนไลน์ฟรีของ Vibbi ที่ชื่อว่า InstaPort ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการให้รหัสผ่านกับทาง Vibbi ไว้แต่อย่างใด เพื่อความปลอดภัยของบัญชี คลิกเข้าไปที่ Vibbi InstaPort กันเป็นอันดับแรกเลย
  2. หลังจากเข้าไปแล้วจะเจอเมนูที่เขียนว่า GET STARTED: ให้กรอกยูเซอร์ IG หรือลิงก์ไปยังบัญชี IG ของเรา (หรือใครก็ได้ที่เราอยากเก็บรูปไว้ทั้งหมด) ลงไป จากนั้นกด CONTINUE
  3. รอสักแป๊ป มันจะโหลดเอาหน้าที่อนุญาตให้เราเลือกรูปที่เราต้องการได้เป็นรูปๆ หรือจะโหลดทั้งหมดมาเก็บไว้ก็ได้ตามสะดวกเลย เมื่อเรากดดาวน์โหลด ไฟล์ที่ได้จะเป็นไฟล์ .zip ให้เราไปแตก .zip ออกเป็นเป็นไฟล์รูปได้ตามปกติเลย
alexboiis-ig2

กดเลือกรูปที่เราต้องการแล้วกด Download Selected เพื่อดาวนืโหลดเฉพาะรูปที่เลือกไว้

กด Download All เพื่อดาวน์โหลดทุกรูปที่มีในบัญชีเราทีเดียว

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเก็บความทรงจำใน IG ของคุณ (หรือของใครๆ) เอาไว้ได้อย่างง่ายดาย กันเผื่ออยากได้รูปพวกนั้นกลับมาใช้งานใหม่ก็สามารถหยิบจับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วเลยล่ะครับ

ทำไมถึงต้องแบ็คอัพ Instagram เอาไว้บ้าง

  • บางครั้งเราก็แค่อยากลบบัญชีแต่เสียดายรูป ไม่มีอะไรในกอไผ่มากไปกว่านั้น ก็เซฟรูปมาไว้ก่อนลบซะ
  • Instagram เป็นบริการออนไลน์ที่เปิดไว้สำหรับเก็บรูปภาพฟรี เราไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อไหร่มันจะล้มหายตายจากไป การแบ็คอัพรูปไว้บ้างนานๆ ทีก็ถือเป็นสิ่งที่ควรทำ
  • แอบชอบใคร อยากเก็บรูปเขาไว้ แคปเจอร์แล้วมาตัดขอบเอาทีละรูปมันทรมาณ ความละเอียดยังเสียอีก เซฟมันมาเป็นไฟล์ดิบจาก IG เลยดีกว่า เวิร์คกว่า คอนเฟิร์ม
  • เพราะมันง่ายไง เรียนรู้ที่จะทำเอาไว้บ้างก็ไม่ได้เสียหายนะครับ

 

from:https://www.appdisqus.com/2017/02/24/how-to-save-all-pictures-from-instagram-one-click.html

Chromecast คืออะไร? ใช้งานอย่างไร? ทำอะไรได้บ้าง? มาเล่นให้ดูกันสดๆ เจอกันบ่าย 3 โมงนะ

มาเดโมให้ดูกันสดๆไปเลย จะได้เห็นภาพว่ามันคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง

from:http://droidsans.com/chromecast-live-demo

Chromecast คืออะไร? ใช้งานอย่างไร? ทำอะไรได้บ้าง? รวมทุกคำถามคำตอบมาตอบกัน

หลังจากเดโมกันให้ดูไปแล้ว ก็ขอเอาเหล่าคำถามและข้อสงสัยต่างๆต่อ Chromecast จากเพื่อนๆทุกคนมารวบรวม และตอบให้ได้อ่านกันเป็นข้อๆนะครับ จะได้ง่ายแก่การอ่านและเข้าใจตรงกันครับ

สำหรับคนที่จะดู Live Demo การใช้งาน Chromecast ขอเชิญรับชมได้ครับ

 

 

from:http://droidsans.com/chromecast-live-demo-faq

TIP: วิธีการเล่น PlayStation 4 ผ่านเครื่องพีซีหรือโน๊ตบุ๊คแบบทางไกล รองรับทั้งระบบ Windows และ Mac OS

เครื่องคอนโซล ข้อเสียก็คือมันพกพาลำบาก ลำพังจะยกเครื่องกับหน้าจออกไปใช้งานนอกบ้านมันคงจะดูไม่เหมาะกันสักเท่าไหร่ครับ ฉะนั้นทาง Sony จึงออกแบบระบบ Remote Play การรับส่งภาพทางไกลผ่านระบบออนไลน์ จากตัวเครื่อง Playstation 4 ไปยังอุปกรณ์ปลายทาง ซึ่งปัจจุปัน รองรับทั้งบนสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และบนอุปกรณ์ PC รวมถึง Notebook ซึ่งรองรับทั้งเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac OS อีกด้วยครับ ซึ่งวิธีการเซ็ตค่านั้นไม่ยาก สำหรับใครที่สนใจอยากลองประสบการณ์เล่นเกมระยะไกลกับเครื่อง Playstation 4 มาลองดูวิธีกันครับ

สิ่งที่ต้องใช้ในการเล่นผ่านระบบ PS4 Remote Play

  • เครื่อง PC หรือ Notebook ที่ต้องการจะใช้เล่น ในระบบที่รองรับ
  • เครื่อง PlayStation 4 (ซอฟร์แวร์เวอร์ชั่น  3.50 ขึ้นไป)
  • จอยบังคับ DualShock 4 controller
  • สาย USB Cable สำหรับการเชื่อมต่อจอย
  • ไอดีและพาสเวิร์ด PlayStation Network Account
  • อินเตอร์เน็ตความเร็วดาวน์โหลดและอัพโหลดอย่างต่ำ 5 Mbps ( ความเร็วที่แนะนำ 12 Mbps ขึ้นไป)

***สเปค PC, Notebook และ Mac ที่แนะนำ

PC

  • Windows 8.1 หรือ Windows 10
  • Intel Core i5-560M Processor 2.67GHz or faster
  • At least 100 MB of available storage
  • 2 GB or more of RAM
  • USB Port

Mac

  • OS X Yosemite หรือ OS X El Capitan
  • Intel Core i5-520M Processor 2.40GHz or faster
  • At least 40 MB of available storage
  • 2 GB or more of RAM
  • USB Port

หลังจากเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ก่อนอื่นเลยให้เราเข้าไปทำการเซ็ตค่าต่างๆ ในเครื่อง Playstation 4 กันก่อนนะครับ

1.เข้าการตั้งค่า [Settings] > [Remote Play Connection Settings], เปิดตัวเลือก [Enable Remote Play].

2. เข้าไปลงทะเบียนเครื่องหลักในระบบ [PlayStation Network/ Account Management] > ล็อกอิน Playstation Network ของเรา และ เข้าไปลงทะเบียน เลือก [Activate as Your Primary PS4] > [Activate]

3. เข้าไปตั้งค่าอนุญาต ให้สามารถปลุกเครื่องขึ้นมาใช้งานจากโหมดสลีปด้วย Remote Play โดยเข้าไปที่ [Settings] > [Power Save Settings] > [Set Features Available in Rest Mode].

4 เชื่อมต่อเครื่อง PlayStation 4 กับสัญญาณ Wifi ที่มีอินเตอร์เน็ตเอาไว้เป็นการสแตนด์บายรอการรีโมตครับ และเป็นอันจบการตั้งค่าเตรียมพร้อมในฝั่งเครื่อง PS4


วิธีการรีโมตเข้ามาใช้งานจากอุปกรณ์ PC หรือ Notebook

1.ทำการติดตั้งโปรแกรมสำหรับการรีโมต PS4 ลงเครื่องที่เราต้องการใช้เล่นเกม โดยเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมติดตั้งได้จากลิงก์นี้ครับ >>> https://remoteplay.dl.playstation.net/remoteplay/index.html

2.หลังติดตั้งโปรแกรม PS4 Remote Play เสร็จเรียบร้อยแล้ว เสียบจอย DualShock 4 controller ด้วยสาย USB กับเครื่อง PC หรือ Notebook

3.เปืดโปรแกรม PS 4 Remote Play (ให้แน่ใจว่าเครื่อง PS4 เปิดเอาไว้ และมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต) เลือกคำสั่ง Start และทำการล็อกอินไอดี Playstation Network อันเดียวกันกับที่ลงทะเบียนไว้บนเครื่อง PS4 ที่ต้องการเชื่อมต่อ)

4.รอการเชื่อมต่อ โดยตัวโปรแกรมจะทำการค้นหาสัญญาณจากเครื่อง PS4 และแสดงผลจากเครื่องขึ้นมาโดยอัตโนมัติเมื่อจับคู่กันได้สำเร็จแล้วครับ

คุณภาพของภาพและความลื่นไหลเป็นไปตาม สเปคเครื่อง PC หรือ Notebook ที่มาทำการรีโมท และจุดสำคัญอีกจุดนั้นก็คือความเร็วและความสเถียรของสัญญาณอินเตอร์ทั้งภาครับและภาคส่ง ส่วนในเรื่องของเสียง สามารถเชื่อมต่อเสียงออกจารูหูฟังด้านล่างของจอย DualShock 4 ได้ครับ

เราสามารถเชื่อมต่อได้จากทุกที่ที่มีสัญญาณ WiFI ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน

 

สำหรับใครที่เจอปัญหาไม่สามารถค้นเจอตัวอุปกรณ์ในแบบอัตโนมัติได้ เราสามารถลงทะเบียนจับคู่อุปกรณ์ได้ด้วยตัวเองโดยใช้ Code รหัสตามวิธีด้านล่าง

โดยการเข้าไปรับเลขรหัสเชื่อมต่อ 8 หลักจากเครื่อง PS4 ในการตั้งค่า [Settings] > [Remote Play Connection Settings] > [Add Device].

แล้วนำเลขรหัสนั้นมาใส่ในโปรแกรม PS4 Remote Play เพื่อเชื่อมต่อ ในคำสั่ง [Manually Register] ใส่เลขรหัสให้ตรงกัน และมีข้อแม้ว่าในขณะเชื่อมต่ ทั้งสองอุปกรณ์จะต้องอยู่ในวง WiFi เดียวกันครับ

ก็ลองทดสอบใช้งานกันดูครับ แนะนำว่าถ้าเครื่องไม่แรง เน็ตไม่เร็วพอ ก็เล่นแค่เกมที่มันไม่ฟาสต์เพลย์มากนัก ก็พอเล่นได้ครับ ให้หายคิดถึง เวลาไม่สะดวกใช้งานโทรทัศน์ที่บ้าน ^^

from:https://www.appdisqus.com/2017/02/11/tip-sony-play-station-4-renote-play-on-pc-notebook-windows-mac.html