คลังเก็บป้ายกำกับ: Tips

ลองใช้ SCB Connect แชทบอทผู้ช่วยจัดการบัตรเครดิตบน LINE จากไทยพาณิชย์

เพื่อนๆน่าจะเคยเจอข้อความตอบกลับอัตโนมัติจากเหล่า Official Account ใน LINE@ กันไปบ้างแล้ว ซึ่งที่เจอกันหลักๆก็เหมือนแค่ส่งข้อความตามที่กำหนดไปแล้วก็จะมีข้อความที่แอคนั้นๆตั้งค่าไว้ตอบกลับมา แต่ล่าสุดเห็นว่าทางธ.ไทยพาณิชย์มีปล่อยแชทบอทที่ทำได้มากกว่า เพราะสามารถดึงข้อมูลแบบ Interactive ปรับแต่งข้อมูลตามแต่ละผู้ใช้ได้ด้วย เลยต้องขอไปลองเล่นกันหน่อย ว่ามันทำอะไรได้บ้าง

สำหรับการใช้งาน SCB connect นั้น ถ้าคุณมี LINE อยู่บนเครื่องแล้ว ก็ไม่ต้องลงอะไรเพิ่มเติมอีก แค่เข้าไปเพิ่มเพื่อนโดยการใส่ @scbconnect (อย่าลืมใช้ @ ด้านหน้าด้วยนะ) เมื่อเพิ่มเรียบร้อย ก็จะต้องมีการสมัครเพิ่มเติมต่ออีกนิดนึง เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนของเรา

เพิ่มเพื่อนใน LINE ได้เลย จะค้นหา ID @scbconnect หรือยิง QR ก็ได้

 

@scbconnect

 

สแกน QR Code

tips : บริการ SCB connect นี้รองรับการใช้งานสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตไทยพาณิชย์เท่านั้นนะ ยังไม่สามารถสอบถามข้อมูลอื่นๆ เช่น เงินในบัญชี หรือทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านช่องทางนี้ได้

 

   

เพิ่ม @scbconnect เสร็จแล้วก็ต้องกดสมัครใช้งานเพิ่มเติมอีกนิดนึงนะ

   

จะให้ใส่เลขบัตรประชาชนเพื่อค้นหาบัญชีเรา และยืนยันด้วย OTP ซึ่งเรียกว่าสะดวกไม่ยุ่งยากเกินไปนัก

   จากนั้นระบบจะให้เลือกว่าต้องการนำบัตรเครดิต SCB มาผูกกับ SCB connect บ้าง โดยเมื่อบัตรนั้นๆถูกผูกไว้แล้ว เราจะได้รับแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้จ่ายได้ทันที

 

SCB Connect ทำอะไรได้บ้าง

ความสามารถหลักที่จะช่วยให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นผ่านการแชทบน LINE ก็คือ “เตือน” “ตอบ” และ “ตาม”

เตือน : ทุกครั้งเมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและถึงวันกำหนดชำระ

ตอบ : ข้อมูลบัตรเครดิตและสิทธิประโยชน์ของบัตร เช่น วงเงินคงเหลือหรือยอดที่ใช้ไป รายการใช้จ่าย รวมไปจนถึงค้นหา SCB ใกล้ตัว ทั้งตู้เอทีเอ็ม สาขาของธนาคาร รวมถึงบริการพิเศษสำหรับแต่ละบัตร

ตาม : โปรโมชั่นที่เราชอบ ซึ่งจะมีข้อมูลที่เลือกมาเฉพาะสำหรับบัตรเครดิตแต่ละแบบ สิทธิประโยชน์จะตรงใจแต่ละคนมากกขึ้นด้วย

~แล้วใช้งานจริงจะเป็นยังไงมาดูกัน 🙂

 

ดูข้อมูลบัตรเครดิต กดปุ๊บดูได้ปั๊บ

ปกติถ้าเราอยากจะตรวจสอบวงเงินคงเหลือ รายการที่รูดจ่ายไป แต่ละคนก็จะมีวิธีที่ต่างกันออกไป อย่างผมนี่ ถ้าไม่เข้าเว็บ scbeasy.com ก็เปิดแอป SCB EASY ตรวจสอบเอา ซึ่งก็จะต้องล็อคอินอะไรมากมายอยู่ ส่วนช่องทาง Call Center นี่ไม่ต้องพูดถึงเป็นอันรู้กันถึงการรอคอยและกดเมนูต่อไปมามากมายนัก ลองมาเปลี่ยนเป็น Chat Center เอ้ย SCB connect แทนดีกว่าแล้วปัญหาทุกอย่างจะหมดไป เพราะเราสามารถเช็คยอดการใช้บัตรเครดิตรวมถึงวงเงินคงเหลือได้อย่างง่ายและสะดวกเพียงกดที่เมนูข้อมูลบัตรเครดิต รายการทั้งหมดก็จะขึ้นมาให้เราดูทันที ไม่ต้องกดเข้าไปที่แอปอื่นๆ ใส่พาสเวิร์ดอะไรมากมายเลยล่ะ

   กดเรียกดูข้อมูลบัตรเครดิตจะมีแสดงข้อมูลที่จำเป็นมาให้เราทราบ และสอบรายละเอียดการใช้บัตรได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถเข้าไปตั้งค่าการแจ้งเตือนของบัตรเพิ่มเติมได้อีกด้วย

 

รูดเมื่อไหร่ ก็รู้ทันที แจ้งเตือนเสมอเมื่อคราวจำเป็น

ถ้า SMS แจ้งเตือนยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าเราพกโทรศัพท์มากกว่าหนึ่งเครื่อง เราสามารถตั้งค่าให้ SCB connect ช่วยแจ้งเตือนเสมอที่มีการรูดใช้งานบัตร และถ้าใกล้ถึงกำหนดชำระ ก็แจ้งเตือนให้นำเงินไปเข้าบัญชีหรือเดินไปชำระที่ธนาคารได้เลยทันทีเช่นกัน

 

เช็คโปรโมชั่นบัตรเครดิตง่ายขึ้นกว่าเดิมเพียบ

โดยปกติอยากจะรู้ว่าช่วงนี้บัตรเครดิตมีโปรอะไรน่าสนใจบ้าง หลายๆคนก็น่าจะรอดูจากแผ่นที่แนบมากับสลิป หรือเข้าไปค้นหาตามเว็บต่างๆ ซึ่งก็อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่นัก กลายเป็นว่าต้องรอดวงเฮงๆ เข้าไปในร้านแล้วเจอว่าเค้ามีโปรบัตรเราพอดีถึงจะใช้ แต่ว่า SCB Connect ก็ทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นเพราะรวมข้อมูลเหล่านี้มาให้กดกันได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

มีให้เลือกหมวดหมู่ จะได้ง่ายต่อการค้นหาโปรโมชั่น

    

หมวดหมู่อาหารกับแคมเปญขึ้นชื่อ “กินข้าวกันมั้ย” รวมร้านดังที่มีน่าไปลอง พร้อมส่วนลดเพียบ

   

ซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยบัตร SCB ก็มีส่วนลดเช่นกัน ยกมาบอกกันถึงที่ ไม่ต้องไปคอยกดค้นหาเอาเองอีกต่อไป

  

บางคนไม่เคยรู้เลยว่าบัตรที่ใช้อยู่มันมีสิทธิพิเศษยังไงบ้าง (ผมคนนึงล่ะ 555) มีตัวนี้มาคอยแจ้งว่าบัตรเราต่างจากชาวบ้านยังไงก็ทำให้ใช้บัตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะ

แต่มีข้อติหน่อยที่ตัวข้อมูลไม่ได้ออกแบบมาให้รับกับหน้าจอมือถือขนาดนั้นทำให้เวลาดูยังค่อนข้างลำบากอยู่

 

ค้นหาสาขา-ตู้เอทีเอ็มได้ง่ายๆ มีบัตรไฮโซก็หาเล้านจ์นั่ง เดินเข้าเลนพิเศษได้เลย

ปัญหาเรื่องหาตู้เอทีเอ็ม หรือสาขาที่ใกล้ที่สุดจะหมดไป เพราะ SCB Connect จะเชื่อมต่อหาตำแหน่งรอบตัวเรามาให้ทันที รู้ได้หมดว่าเดินไปที่ใดจะเจอ ATM หรือสาขาเลย หรือมีเงินหนา ฐานะหรู ถือ SCB First ก็จะมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติมคือ ค้นหาเล้านจ์เข้าไปนั่งจิบชากาแฟ ปรึกษาด้านการเงิน หรือจะหาสาขาที่มี Priority Lane ให้เราเข้าไปใช้บริการแบบไม่ต้องรอคิวก็ได้

  

เมื่อกด “บริการ SCB ใกล้คุณ” ตัวบอทจะขอตำแหน่งที่เราต้องการตรวจสอบ

   

และจะส่งผลกลับมาพร้อมนำทางไปยังตำแหน่งที่เราเลือกได้ทันที

     

มีบริการให้เลือกดูได้ทั้ง ATM, สาขาทั่วไป, สาขาที่มีเล้านจ์, หรือสาขาที่มี Priority Lane

 

สรุปส่งท้าย

SCB Connect ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของการนำเอาแชทบอทมาใช้ ฟีเจอร์หลักทั้ง “เตือน” “ตอบ” และ “ตาม” ช่วยเหลือคนถือบัตรอย่างเราๆได้ดี ตรวจสอบการใช้งานบัตรเครดิตได้ง่ายและสะดวก หาโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษก็ง่าย ซึ่งในอนาคตน่าจะทำอะไรได้มากขึ้นกว่านี้อีก ยังไงถ้าใครใช้บัตรเครดิต SCB อยู่ก็ไปเพิ่มเพื่อน ติดตามพัฒนาการของแชทบอทจากทางไทยพาณิชย์กันได้ น่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆดีๆมากันเรื่อยๆครับ กดเพิ่มเพื่อนเลยครับ รออะไรอยู่ ^^

เพิ่มเพื่อนใน LINE ได้เลย จะค้นหา ID @scbconnect หรือยิง QR ก็ได้

 

@scbconnect

 

สแกน QR Code

(กดแล้วมันจะเด้งไปหน้าเพิ่มเพื่อนใน LINE ให้เองเลยนะ ลองจิ)

 

from:https://droidsans.com/tips-scb-connect/

Advertisements

[ทิป] วิธีทำให้ Line สามารถใช้งานฟีเจอร์ สองหน้าจอ(split screen) ของ Android 7

สำหรับคนที่ใช้งาน Android 7 ในตอนนี้คงจะปลื้มกับฟีเจอร์สองหน้าจอ(split screen) ที่ทำให้เราสามารถเล่นพร้อมกันสองหน้าจอได้ แต่สำหรับคนไทยที่ใช้งาน Line บ่อยมาก และเป็นแอปฯ สนทนาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย(ตอนนี้) ก็จะแอบหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ที่แอปฯ Line ไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงนำทิปมาฝากเพื่อน ๆ ทุกคน

 

วิธีทำให้ Line สามารถใช้งานฟีเจอร์ สองหน้าจอ(split screen) ของ Android 7

  1. อันดับแรกเข้าไปที่การตั้งค่า เลื่อนไปที่เมนู เกี่ยวกับโทรศัพท์(about phone)

 

2. หลังจากนั้นเลื่อนมาล่างสุด ให้เรากดไปที่คำว่า หมายเลขบิลด์(Build number) ย้ำไปหลาย ๆ ครั้ง เพื่อเข้าสู่เปิดเมนู Developer options

 

3. กลับมาที่หน้าการตั้งค่าหลัก จะมีเมนู สำหรับนักพัฒนาซอฟแวร์(Developer options) โผล่ขึ้นมา ให้เราคลิกเข้าไปได้เลย

 

4. หลังจากนั้นเลื่อนไปเปิดเมนูบังคับให้กิจกรรมปรับขนาดได้(Force activities to be resizable)

 

5. สุดท้ายสำคัญมาก เราต้องรีสตาร์ทเครื่องเสียก่อน 1 ครั้ง ถึงจะทำให้ Line สามารถใช้งานฟีเจอร์ สองหน้าจอ(split screen) ของ Android 7 ได้สำเร็จ

สำหรับรุ่นเฉพาะ:

  • Android ทั่วไป: Settings > About phone > Build number
  • Samsung Galaxy S5: Settings > About device > Build number
  • LG G3: Settings > About phone > Software information > Build number
  • HTC One (M8): Settings > About > Software information > More > Build number

from:https://www.appdisqus.com/2017/08/15/how-to-line-split-screen.html

♥ ☼ Facebook symbols (key Alt) : พร้อมแชร์สัญลักษณ์ที่สร้างเองแบบสวย ๆ ในคอมเม้นท์กัน ♥

♥ สัญญลักษณ์ต่าง ๆ ต่อไปนี้สามารถใช้ใน Facebook ได้ เพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับการ ตั้งชื่อ โพสข้อความ การสนทนาผ่าน messager คอมเม้นท์ และอื่น ๆ อีกมาก เราจึงรวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ครับ
♪ = Musical note
♫ = Big musical note
= Black heart
= Smile face
☻ = Black smile face

วิธีการใช้สัญลักษณ์ ทำได้ 2 รูปแบบ นั่นคือ

1. Copy แล้ว paste ในพื้นที่ใส่ข้อความของ facebook
2. พิมพ์จากคีย์บอร์ดโดยใช้ร่วมกับปุ่ม ALT

คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

ลองนึกภาพนะครับ สำหรับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนั้น จะมีคีย์บอร์ดที่แยกปุ่มตัวเลขไว้ด้านขวามือ เราจะใช้ปุ่มตัวเลขเหล่านั้นเท่านั้น วิธีการก็คือ ให้กดปุ่ม ALT ค้างไว้ ตามด้วยตัวเลข ดังรายการข้างล่าง เท่านี้ก็จะได้สัญญลักษณ์ตามต้องการครับ (ห้ามใช้ปุ่มตัวเลขด้านบนของคีย์บอร์ด)

คอมพิวเตอร์โน๊ตบุค

มีวิธีแต่ยุ่งากกว่า Copy แล้ว paste เถอะครับ
 
Alt + 1
Alt + 2 ☻
Alt + 3
Alt + 4
Alt + 5
Alt + 6
Alt + 7 •
Alt + 8 ◘
Alt + 9 ○
Alt + 10 ◙
Alt + 11
Alt + 12
Alt + 13 ♪
Alt + 14 ♫
Alt + 15 ☼
Alt + 16 ►
Alt + 17 ◄
Alt + 18
Alt + 19
Alt + 20 ¶
Alt + 21 §
Alt + 22 ▬
Alt + 23 ↨
Alt + 24 ↑
Alt + 25 ↓
Alt + 26 →
Alt + 27 ←
Alt + 28 ∟
Alt + 29
Alt + 30 ▲
Alt + 31 ▼
ส่วนนี่คือสัญลักษณ์ตัวอื่น ๆ ที่สามารถ Copy แล้ว paste ไปได้เลยครับ
♪ ♫ ■ □ ▬ ▲ ►▼ ◄ ◊ ○ ● ◘ ◙ ◦ ☻☼ ▬ ☻ ◙ ◘ ▀ €
๏ ๐ ๑ ๒๓ ๔ ๕๖ ๗ ๘ ๙ ๚ ๛ Ẁẁ Ẃ ẃ Ẅ ẅ Ạ ạ Ả ả Ấấ Ầ ầẨ ẩ Ẫ ẫ Ậ ậ Ắắ Ằ ằ Ẳ ẳ Ẵ ẵ Ặ ặ Ẹẹ Ẻ ẻ Ẽ ẽ Ế ế Ề ề Ểể Ễ ễ Ệ ệ Ỉ ỉ Ị ị ỌÆ ¢ ™ Ð ¹ º ç Þ ß ÿ æ â ã ¥ ¤ £ ¦ ©ª « ¬ ­® ¯
Ì Í Î Ï Ð Ñ Ò Ó ÔÕ Ö × Ø Ù Ú Û Ü Ý Þ ß à á â ã ä å æ ç è éê ë ì í î ï ð ñ ò ó ô õ ö ÷ ø ù ú û ü ý þ ÿ ĀāĂă Ąą Ć ć ĉ Ċ ċ ő Œ œ Ŕŕ Ŗ ŗ Ř ř Ś ś Ŝ ŝ Ş ş Šš Ţ ţ Ť ť Ŧ ŧ Ũ ũ Ū ū Ŭŭ Ů ů Ű ű Ų ų Ŵ ŵ Ŷ ŷ ŸŹ ź Ż ż Ž ž ſ ƒ Ǻ ǻ Ǽ ǽǾ ǿ ˆ ˇ ˉ ˘˙ ˚ ˛ ˜ ˝ ;΄
₪ ₫ € ℅ l№ ™ Ω e ⅛ ⅜ ⅝ ⅞ ∂ ∆ ∏∑ – / · v 8 ∫ ˜ ≠ = = □ ◊● ◦ fi fl ﬠ
שׁ שׂ שּׁ שּׂ אַ אָ אּ בּ גּ◄ ▬ ☻ ▬ ► Л п † ‡
█ ▌▐ ▀▄▀▄▀▄▀▄▀▄▀▄▀▄▀
═ ╬ ╦ ╩ ╦ ╣╝╠ ╧ ╨ ╫ ╪ ╥ ╤ ╢╡╟╞ ╜
⌠⌡│┌┐└ ┘├ ┤┬ ┴ ┼╛╚╙╘╗╖╕╔╓╒║
╬ ╫ ╪ ╩╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟╞ ╝ ╜ ╛ ╚ ╙ ╗ ╘ ╗ ╖╕ ╔ ╓ ╒ ║ ═

สามารถ Copy ไปวางแบบเดี่ยว ๆ หรือนำไปสร้างเป็นรูปร่างลักษณะนี้ก็ได้นะครับ

░░░░░░░▓▓▓▓▓▓░░░░░░░▓▓▓▓▓▓░░░░░░░
░░░░░▓▓▓▓▒▒▓▓▓▓░░░▓▓▓▓▒▒▓▓▓▓░░░░░
░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▓▓▓░▓▓▓▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░
░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░
░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░
░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░
░░░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░░░
░░░░░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░░░░░
░░░░░░░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░░░░░░░
░░░░░░░░░░░▓▓▓▓▒▒▒▓▓▓▓░░░░░░░░░░░
░░░░░░░░░░░░░▓▓▓▒▓▓▓░░░░░░░░░░░░░
░░░░░░░░░░░░░░░▓▓▓░░░░░░░░░░░░░░░
░░░░░░░░░░░░░░░░▓░░░░░░░░░░░░░░░░

░░░░░░░▓▓▓▓▓▓░░░░░░░▓▓▓▓▓▓░░░░░░░
░░░░░▓▓▓▓▒▒▓▓▓▓░░░▓▓▓▓▒▒▓▓▓▓░░░░░
░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▓▓▓░▓▓▓▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░
░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░
░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░
░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░
░░░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒ชลิดา▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░░░
░░░░░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░░░░░
░░░░░░░░░▓▓▓▓▒▒▒▒▒▒▒▓▓▓▓░░░░░░░░░
░░░░░░░░░░░▓▓▓▓▒▒▒▓▓▓▓░░░░░░░░░░░
░░░░░░░░░░░░░▓▓▓▒▓▓▓░░░░░░░░░░░░░
░░░░░░░░░░░░░░░▓▓▓░░░░░░░░░░░░░░░
░░░░░░░░░░░░░░░░▓░░░░░░░░░░░░░░░░
 
╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╞ ╝ ╜ ╛╚ ╙ ╗ ╘ ╗▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╞ ╝ ╜ ╛ ╚ ╙
╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╞ ╝ ╜ ╛╚▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╞ ╝ ╜ ╛ ╚
╥ ╤ ╣ ╢▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╬╦▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╜ ╛╘ ╗
╥ ╤ ╣▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╞ ╝ ╜
╥ ╤ ╣▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╗ ╘ ╗
╥ ╤ ╣ ╢▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓ ╙ ╗ ╘ ╗
╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╞ ╝ ╜ ╛ ╚
╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢
╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡
╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟
╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟╨ ╧ ▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟╨ ╧ ╦
╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟╨ ╧ ╦ ╥ ▓▓▓▓▓▓▓▓▓▓╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟╨ ╧ ╦ ╥ ╤
╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣▓▓▓▓▓╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣ ╢ ╡ ╠ ╟╨ ╧ ╦ ╥ ╤ ╣
ส่วนรูปร่างอื่น ๆ ขอเชิญชวนเพื่อน ๆ โพสแชร์กันในคอมเม้นท์ของบทความหรือใต้โพสของ Facebook ในแฟนเพจ เรานะครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/08/10/facebook-symbols-key-alt-fn.html

เปิดเคล็ดสร้างสุดยอด infographic

เพราะตลาด “Visual storytelling” หรือการบอกเล่าเรื่องราวแบบเห็นภาพนั้นมีโอกาสใหญ่มากรออยู่ แผนภาพ infographic จึงกลายเป็นหนึ่งในฟอร์แม็ตที่ฮอตฮิตเนื่องจากสามารถตอบโจทย์ชาวโลกได้ แน่นอนว่าการสร้าง infographic ที่ดีย่อมมีเคล็ดอยู่ แต่เป็นเคล็ดไม่ลับที่หลายคนยึดมั่นในแนวทางจนประสบความสำเร็จ

infographic นั้นเป็นหนึ่งในรูปแบบเนื้อหาที่มีการส่งต่อมากที่สุด และได้รับความนิยมมากที่สุด เคล็ดแรกที่จะทำให้ infographic ใดก็ตามเป็นสุดยอด infographic คือเรื่องราวที่น่าสนใจ ไม่ใช่ความสวยหรือความพรั่งพร้อมของข้อมูล แต่อยู่ที่ความน่าสนใจของเนื้อหานั้นล้วนๆ

เคล็ดที่ 2 ที่บริษัท Ervin & Smith ใจกว้างสรุปมาให้คือการเลือกรูปแบบการนำเสนอที่เข้ากับเรื่อง อาจเป็นรูปแบบไทม์ไลน์ หรือตารางเปรียบเทียบ รวมถึงรูปแบบการนำเสนออื่นที่ไม่ใช่ข้อความยาวเหยียดเป็นทุ่งข้าว

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดอย่างการตรวจสอบข้อมูลใน infographic นั้นให้ดี ว่าถูกต้องครบถ้วนตามที่ต้องการ รวมถึงการทำให้ infographic นั้นถูกส่งต่อได้ง่าย

อีกจุดที่น่าสนใจคือขนาดของ infographic ที่แนะนำคือกว้าง 735 พิกเซล บนความยาวไม่เกิน 6,000 พิกเซล ยังมีคำแนะนำเพื่อให้ infographic สามารถปรับแต่งเพื่อแชร์บน social media อย่าง Facebook, Twitter, Pinterest และ LinkedIn ผู้สนใจสามารถติดตามต้นฉบับได้จากด้านล่าง

ที่มา: PRDaily

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/08/infographic-tips/

ประหยัดแล้วประหยัดอีก รับ Cashback จากเว็บไซท์ช้อปปิ้งออนไลน์ยอดนิยมเมื่อซื้อผ่าน Dealcha!

ยุคนี้การช้อปปิ้งออนไลน์ดูจะมาแรงมากเลย เพราะมีเว็บไซต์ประเภทนี้ผุดขึ้นมาใหม่ๆมากมาย อย่าง Lazada, Advice, CMart, Expedia, และ Agoda โดยแต่ละเว็บไซต์ก็มีการจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมกันแบบเต็มที่แทบทุกเดือนเลยทีเดียว และถ้าหากใครยังคิดว่าโปรโมชั่นของเว็บไซต์ชอปปิ้งต่างๆนั้นยังลดราคาได้ไม่ถึงใจพอ ก็ลองมาช้อปปิ้งผ่าน Dealcha.com ซึ่งเป็นแคชแบ็คเว็บไซต์ที่แรกในไทย เพื่อรับ Cashback เพิ่มเติมจากการซื้อสินค้าในเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ยอดนิยมกันดีกว่า

Dealcha! เป็นเว็บไซต์ที่ได้ทำการรวบรวมเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ยอดนิยมทั้งหลายเอาไว้ในเว็บไซต์เดียว และเมื่อเราเข้าไปซื้อของในเว็บไซต์ต่างๆผ่านทาง Dealcha! เว็บไซต์เหล่านั้นก็จะให้ค่าคอมมิชชั่นกับทาง Dealcha! และทาง Dealcha! ก็จะแบ่งค่าคอมมิชชั่นนั้นให้กับผู้ซื้ออีกทีนึงในรูปแบบของ Cashback นั่นเอง ซึ่ง Cashback ของแต่ละเว็บไซต์นั้นก็จะให้มากน้อยแตกต่างกันไป โดยที่เราไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น

*หากยังมีข้อสงสัยว่า Cashback หรือ เงินคืน คืออะไร ตามไปอ่านกันได้ ที่นี่

และที่พิเศษกว่านั้นคือ การรับ Cashback คืนจาก Dealcha! นั้น สามารถใช้คู่กับโปรโมชั่นโค้ดหรือคูปองส่วนลดของแต่ละเว็บไซต์ได้อีกด้วยนะ เรียกว่าได้ของราคาถูกกว่าร้านข้างนอกแล้วยังได้ส่วนลด แถมยังได้ Cashback คืนอีกตะหาก

ซึ่งวิธีการใช้งาน Dealcha ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แน่นอนว่าก่อนอื่นก็ต้องเข้าไปสมัครสมาชิกฟรีที่เว็บไซท์ Dealcha กันก่อนนะ

 

พอสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เลือกเว็บไซต์ช้อปปิ้งที่เราต้องการจากหน้าเว็บ Dealcha! ได้เลย ซึ่งแต่ละเว็บไซท์ก็จะมีจำนวนของ Cashback ที่เราจะได้รับบอกเอาไว้ด้วย ก็หาข้อมูลบวกลบคูณหารกันให้ดีๆ ว่าซื้อจากเว็บไหนแล้วได้ส่วนลด + Cashback คุ้มค่าที่สุด

 

พอกดที่ปุ่ม “ช้อปเลย” ของเว็บไซต์ที่เราต้องการแล้ว ระบบก็จะพาเราไปที่หน้าต่างใหม่ของเว็บไซต์นั้น **อันนี้สำคัญเลยว่าอย่าปิดหรือรีเฟรชหน้าต่างนี้ เพราะถ้าเราปิดหน้าต่างนี้ไป Dealcha! จะไม่ได้รับข้อมูลว่าเราได้สั่งซื้อของไป ทำให้ไม่ได้เงิน Cashback**  เราสามารถชำระเงินได้แบบปกติทั้งเก็บเงินสดปลายทาง, บัตรเครดิต, จ่ายผ่านเคาท์เตอร์เซอร์วิส ฯลฯ และยังใช้ร่วมกับโค้ดส่วนลดหรือคูปองต่างๆได้ด้วยเช่นกัน

 

หลังจากการสั่งซื้อและจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว รายการซื้อของเราก็จะถูกบันทึกเอาไว้ในบัญชีทันที ส่วนจำนวนเงินคืน Cashback จะถูกบันทึกภายใน 7 วัน และเราจะได้รับเงิน Cashback คืนภายใน 8 – 13 สัปดาห์ เพราะ Dealcha ต้องรอรับการยืนยันจากเว็บร้านค้าว่าเราซื้อจริง ไม่ได้ยกเลิกการสั่งซื้อ โดยแต่ละเว็บก็อาจจะใช้เวลายืนยันต่างกันออกไป

 

เราสามารถถอนเงิน Cashback ออกมาเป็นเงินสดได้ก็ต่อเมื่อเรามียอด Cashback สะสมกันไม่ต่ำกว่า 250 บาท และเมื่อเราต้องการถอนเงิน Cashback ก็ให้เข้าไปตั้งค่าการชำระเงินและกรอกข้อมูลบัญชีธนาคารที่เราต้องการ เมื่อเราได้เงินครบหรือมากกว่า 250 บาทแล้ว ก็กดที่ “ไถ่ถอน Cashback” เพื่อทำการโอนเงินเข้าในบัญชีธนาคารของเราได้เลย

จะเห็นว่ากว่าเราจะได้รับ Cashback คืนนั้น อาจจะใช้เวลาค่อนข้างนานไปหน่อย แต่อย่างน้อยเราก็ได้เงินคืนแน่ๆ ดีกว่าซื้อจากเว็บตามปกติแล้วไม่ได้อะไรเลย และแนะนำว่าควรซื้อของผ่าน Dealcha ในคอมพิวเตอร์จะง่ายกว่า เพราะถ้าเรากด “ช้อปเลย” จากมือถือ มันอาจจะเด้งไปที่แอปช้อปปิ้งของเว็บนั้นๆ อย่างเช่นแอป Konvy ซึ่งเราจะไม่ได้ Cashback อะไรเลยหากเราทำการซื้อของผ่านแอป เพราะงั้นก็ดูให้ดีๆก่อนจ่ายเงินนะครับ

from:https://droidsans.com/online-shopping-cashback-dealcha/

วิธีปลดล็อก PC ด้วยการสแกนลายนิ้วมือผ่านมือถือ Samsung Galaxy

Samsung พยายามจะพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ก้าวไปอีกขั้นอยู่อย่างสม่ำเสมอ และบ่อยครั้งที่เราได้เห็นความสามารถที่น่าสนใจระหว่าง Samsung และเดสต์ท็อปพีซีที่เราใช้งานกันอยู่ในบ้านที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ SideSync ที่เป็นการพยายามทำให้มือถือและแท็ปเล็ตตระกูล Samsung Galaxy ของตนทำงานเชื่อมโยงกันได้เหมือนฟังก์ชั่น Continuous ของ iOS และ Mac เขา (แต่กลับเฟลไม่เป็นท่าจากการใช้งานจริงเพราะแทนที่มันจะช่วยประหยัดแบตเตอร์รี่มือถือกลับกลายเป็นยิ่งกินแบตกันถล่มทลาย) จนมาถึงฟังก์ชั่นใหม่นี้ที่น่าสนใจมากคือการใช้ Samsung Galaxy รุ่นต่างๆ ที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาปลดล็อก Windows 10 บนคอมพิวเตอร์และโน็ตบุ๊คของเราที่ทำงานได้เป็นอย่างดีจริงๆ ตามคำโฆษณา

โดยฟังก์ชั่นที่ว่านี้เรียกว่า Samsung Flow ซึ่งอาศัยความสามารถของ Bluetooth (ไม่จำเป็นต้องเป็น LE ก็ได้), WiFi Direct และ fTPM (หรือ dTPM ในเวอร์ชั่นจีน) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีเพิ่มเข้ามาเป็นมาตรฐานในพีซีและโน็ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ อยู่แล้วและสามารถใช้งานได้อย่างอิสระขึ้นบน Windows 10 โดย Samsung Flow นี้จะให้ประสบการณ์การใช้งานแบบ continuous ของ iOS และ Mac ได้อย่าง (เกือบๆ จะ) เต็มความสามารถ ซึ่งสะดวกและโดยส่วนตัวคิดว่าจำเป็นมากสำหรับคนที่ใช้ Samsung Galaxy และพีซีเลยทีเดียว (ส่วนขา Samsung Galaxy + Mac ก็ต้องอยู่กับ SideSync ที่มันก็จะง่อยๆ หน่อยๆ ต่อไป เพราะ Samsung Flow ไม่รองรับ MacOS ใดๆ เลยนั่นเอง)

 

ระบบ Samsung Flow ต้องการอะไรบ้าง?

scanner-samsung-galaxy

  • มือถือหรือแท็ปเล็ต Samsung Galaxy (แน่นอน พระเอกของงานเลย)
  • คอมพิวเตอร์พีซีหรือโน็ตบุ๊ค หรือจะวินโดวส์แท็ปเล็ตก็ได้ที่ใช้ Windows 10 OS Creators update หรือใหม่กว่านั้น (ดาวน์โหลดมาลง หรืออัพเดตกันได้เลยสำหรับใครที่ยังไม่มี)
  • คอมพิวเตอร์พีซี โน็ตบุ๊ค หรือแท็ปเล็ตนั้นๆ ต้องรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth (ไม่จำเป็นต้องมี LE)
  • คอมพิวเตอร์พีซี โน็ตบุ๊ค หรือแท็ปเล็ตนั้นๆ จะต้องมี Trusted Platform Module (TPM) ใครไม่ทราบว่าคอมพ์ตัวเองมีไหมให้กดแป้นพิมพ์ Windows + R เพื่อเรียกหน้าต่าง Run ขึ้นมา จากนั้นพิมพ์ “tpm.msc” เข้าไปในนั้นแล้วกด Enter ถ้าเจอหน้าต่าง TPM เด้งขึ้นมาแสดงว่าเครื่องคุณมี Trusted Platform Module อยู่ แต่หากเจอหน้าต่างแจ้งว่า “Compatible TPM cannot be found” ก็แสดงว่าคอมพ์ของคุณไม่มีโมดูลนี้นั่นเอง

ต่อมาเป็นในส่วนของซอฟต์แวร์และไดรฟ์เวอร์ ซึ่งหากคุณผ่านข้อข้างบนทั้งหมด ก็ให้ดาวน์โหลดตามลิสข้างล่างนี้เลย (ลิงก์ทั้งหมดมาจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Samsung และ Google Play ไม่ต้องกลัวไวรัสแฝงแต่อย่างใด)

เมื่อดาวน์โหลดและติดตั้งทั้งหมดแล้ว ก็ถึงเวลามาเซ็ตอัพ Samsung Flow เพื่อการใช้งานจริงกัน

 

วิธีการใช้งาน Samsung Flow

samsung-flow

  • เปิดแอพพลิเคชั่น Samsung Flow ขึ้นมาทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ของคุณ
  • บนคอมพิวเตอร์ กดเลือกรุ่นมือถือหรือแท็ปเล็ต Samsung Galaxy ที่คุณใช้งานจากรายการที่มีให้เลือก
  • ใส่ Passcode ที่ปรากฎทั้งบนพีซีและมือถือ
  • กด Register Device บนพีซีของคุณ
  • ยืนยัน Passcode บนสองอุปกรณ์อีกครั้ง
  • ใส่ PIN ที่ปรากฏบนพีซี
  • สแกนลายนิ้วมือบน Samsung Galaxy ของคุณ
  • ในแอพพลิเคชั่น Samsung Flow บนมือถือของคุณ เลือก Settings ของแอพพลิเคชั่น จากนั้นกดเปิดการใช้งาน Simple Unlock

จบกระบวนการ คุณสามารถปลดล็อกพีซีหรือโน็ตบุ๊ค Windows 10 ของคุณได้ผ่านการสแกนลายนิ้วมือบน Samsung Galaxy ของคุณแล้ว ให้ความรู้สึกล้ำสุดๆ แก้ขัดไปก่อนระหว่างที่ยังไม่อยากอัพเกรดเป็นคอมพ์หรือโน็ตบุ๊คใหม่ที่มีตัวสแกนลายนิ้วมือฝังมาแล้วเป็นฮาร์ดแวร์ของเครื่อง

อย่าลืมว่า Samsung Flow ใช้การเชื่อมต่อ Bluetooth ระหว่าง Samsung Galaxy และพีซีหรือโน็ตบุ๊คของคุณ ดังนั้นหากมือถือที่คุณจะใช้เพื่อสแกนเข้าไปปลดล็อคไม่ได้อยู่ใกล้ๆ พีซีหรือโน็ตบุ๊คตัวที่จะปลดล็อกแล้ว ฟังก์ชั่นนี้จะใช้งานไม่ได้ในทันทีนะครับ ส่วน WiFi Direct นั้นจะใช้เพื่อการถ่ายโอนและส่งผ่านข้อมูลระหว่าง Samsung Galaxy และพีซีหรือโน็ตบุ๊คเครื่องนั้นๆ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานแบบ Continous ทางฝั่ง Apple ให้กับคุณ ไม่ได้มีหน้าที่ในการช่วยปลดล็อกผ่านการสแกนแต่อย่างใด

นอกจากนั้นฟังก์ชั่นการสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อกจะไม่สามารถทำได้หากคุณไม่ปลุกพีซีหรือโน็ตบุ๊ค Windows 10 ของคุณขึ้นมายังหน้าล็อคอินก่อน เพราะเหตุนี้ APPDISQUS จึงเกริ่นไว้ในขั้นต้นว่ามันทำได้เกือบๆ จะเท่าการลื่นไหลของ Mac + iOS เท่านั้น แต่ยังไงซะก็ยังคูล เก๋ และไวกว่าการพิมพ์พาสเวิร์ดแบบเดิมๆ อย่างแน่นอน

รู้แล้วก็แชร์ต่อไป และรีบไปใช้งานกันซะนะครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/07/24/how-to-use-samsung-flow.html

แนะนำ 5 หูฟังไร้สายที่เหมาะกับเพลงแนว Pop/Rock ในงบไม่เกิน 5,000 บาท

ในยุคนี้ที่บรรดาสมาร์ทโฟนยี่ห้อต่างๆ เริ่มตัดฟีเจอร์หนึ่งที่สำคัญสำหรับคอเพลงไปอย่างช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งบีบให้ผู้ใช้ไปหา adapter มาต่อเพิ่มไม่ก็ต้องซื้อหูฟัง bluetooth หรือไร้สายมาใช้ ซึ่งก็ถือว่าสะดวกในการใช้งานดีเหมือนกัน วันนี้ก็เลยจะมาแนะนำ 5 หูฟังไร้สายที่เหมาะกับเพลงแนว Pop/Rock ในงบไม่เกิน 5,000 บาทให้รู้จักกัน

JBL E45BT

เป็นหูฟังประเภท On-Ear ไร้สายราคาคุ้มค่า มีแนวเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ JBL ก็คือมีเวทีเสียงที่โปร่ง (แต่ยังโปร่งไม่เท่าหูฟังแบบ open-back) เสียงย่านกลางเช่นเสียงร้องจะสดมาก เนื้อเบสมีพอประมาณไม่แห้งหรือหนักจนเกินไป สามารถแยกเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นออกจากกันได้ค่อนข้างดี ชาร์จแบตเต็ม 1 ครั้งฟังเพลงได้ประมาณ 16 ชั่วโมง มีสีแดง, น้ำเงิน, ดำ, ขาว และเขียว สนนราคาอยู่ที่ 3,990 บาท

สเปค JBL E45BT

  • ขนาดไดรฟ์เวอร์: 40 มิลลิเมตร
  • ย่านเสียงที่รองรับ: 20 – 20,000Hz
  • ความต้านทาน: 32 โอห์ม
  • ระยะเวลาในการชาร์จ: 2 ชั่วโมง
  • Bluetooth 4.0

 

Sony MDR ZX770BN

เป็นหูฟังระดับราคาเริ่มต้นที่ใส่ฟีเจอร์ของหูฟังราคาสูงๆมาอย่างครบครัน ทั้งระบบตัดเสียงรบกวนด้านนอก (active noise-cancelling) และ aptX (อธิบายไว้ด้านล่าง) สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นได้อย่างรวดเร็วด้วย NFC มีเสียงย่านเบสที่หนักตามสไตล์หูฟัง Sony แต่ไม่ถึงกับล้นจนมากลบเสียงย่านอื่นมากนัก ทำให้เสียงร้องไม่ถอยมากจนเกินไป หูฟังแนวนี้ยังเอาไปฟังเพลงแนว EDM ได้ดีอีกด้วย ชาร์จแบตเต็ม 1 ครั้งฟังเพลงได้ประมาณ 13 ชั่วโมง สนนราคาอยู่ที่ 4,290 บาท

สเปค Sony MDR ZX770BN

  • ขนาดไดรฟ์เวอร์: 40 มิลลิเมตร
  • ย่านเสียงที่รองรับ: 8 – 20,000Hz
  • ความต้านทาน: 50 โอห์มเมื่อใช้กำลังขับจากเครื่องเล่นโดยตรง, 32 โอห์มเมื่อเปิดหูฟัง
  • ระยะเวลาในการชาร์จ: 2.5 ชั่วโมง

 

X-mini Evolve

ปกติ X-mini ก็เป็นยี่ห้อที่ชอบทำสินค้าออกมาดูแหวกแนวกว่าชาวบ้านเค้าอยู่แล้ว โดยเจ้าหูฟังรุ่น Evolve นี้นอกจากจะใช้เป็นหูฟังทั่วไปแล้ว ยังเป็นลำโพงที่ให้กำลังได้สูงสุดถึง 3 วัตต์อีกด้วย! มีแบตที่อึดถึกทนโดยชาร์จแบตเต็ม 1 ครั้งสามารถใช้โหมดหูฟังได้ถึง 30 ชั่วโมง (ใช้โหมดลำโพงได้ 6 ชั่วโมง) โหมดหูฟังมีเสียงย่านแหลมที่สดชัดเจน เบสลูกใหญ่ฟังสนุก ส่วนเสียงร้องจะไม่ค่อยเด่นซักเท่าไหร่เนื่องจากโดนย่านเบสกลืนไป สิ่งที่ควรระวังคืออย่าลืมเปลี่ยนจากโหมดลำโพงเป็นโหมดหูฟังก่อนใส่ฟังบนหัว ไม่งั้นหูอาจแตกได้ เป็นข้อเสียอย่างนึงของหูฟังตัวนี้ มีสีขาวและดำให้เลือก สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 3,590 บาท

สเปค X-mini Evolve

  • ขนาดไดรฟ์เวอร์: 40 มิลลิเมตร
  • ย่านเสียงที่รองรับ: 20 – 20,000Hz
  • ความต้านทาน: 16 โอห์ม
  • แบตเตอรี่ 1,000mAh

 

ดูหูฟังใหญ่กันแล้วคราวนี้มาดูหูฟัง in-ear กันบ้าง โดยหูฟัง in-ear ไร้สายเกือบทั้งหมดจะถูกออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกาย ทำให้ขณะที่กำลังออกกำลังเช่นวิ่ง ไม่ต้องมีสายหูฟังแกว่งไปแกว่งมา เพิ่มความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น หูฟังบางรุ่นเช่น Waterproof Walkman สามารถกันน้ำได้ในระดับที่โฆษณาว่าใส่ว่ายน้ำได้เลย (มีเครื่องเล่นเพลงอยู่ในตัวหูฟัง ไม่ต้องเอาสมาร์ทโฟนลงน้ำไปด้วยนะ)

 

JBL Reflect Mini BT

ปกติแล้วหูฟังสำหรับออกกำลังส่วนใหญ่จะให้เสียงเบสที่ค่อนข้างบวมและหนักจนเกินไป แต่ JBL Reflect Mini BT สามารถให้ความสมดุลกับเสียงทุกย่านได้พอดีมากๆ ใช้ฟังเพลงได้ทุกรูปแบบ ชาร์จแบตเต็ม 1 ครั้งใช้ฟังเพลงได้ประมาณ 8 ชั่วโมง กันน้ำระดับ IPX-4 ซึ่งกันเหงื่อระหว่างออกกำลังได้ดี (แต่ล้างน้ำไม่ได้) สายหูฟังเป็นแบบสะท้อนแสงสำหรับให้รถที่ขับมาด้านหลังมองเห็นคนใส่ได้อย่างชัดเจน จุกยางในกล่องมีมาให้ทั้งแบบ in-ear ปกติและแบบมีปีกดามใบหูสำหรับใส่วิ่ง มีสีดำ, แดง, น้ำเงิน และเขียว สนนราคาอยู่ที่ 3,990 บาท

Sony MDR XB50BS

ถ้าหากหูฟังโซนี่ที่ในชื่อรุ่นมี XB อยู่แปลว่าเป็นหูฟังในซีรีส์ Extra Bass หรือมีปริมาณเบสมากเป็นพิเศษนั่นเอง ชาร์จเต็มใช้งานได้ประมาณ 8.5 ชั่วโมง กันน้ำได้ระดับ IPX-4 เหมือนกัน ให้เสียงเบสที่หนักหน่วงดุดัน มีสีแดง, น้ำเงิน และดำให้เลือก สนนราคาอยู่ที่ 2,990 บาท สำหรับคนที่ชอบความตื่นเต้นในการออกกำลัง 555

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับหูฟังทั้ง 5 ตัวที่ยกมาเล่าให้ฟัง ย้ำว่าแนวเสียงต่างๆที่ได้บรรยายไปเป็นเพียงความเห็นของผมเพียงคนเดียวเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดในการเลือกหูฟังก็คือไปลองฟังด้วยตัวเอง เพราะว่าแต่ละคนก็มีวัตถุประสงค์และความชอบในแนวเสียงที่ต่างกัน บางคนชอบเสียงเบสหนักๆไม่สนใจเสียงอื่นเลยหรือบางคนชอบเสียงกลางแหลมของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆก็เป็นความชอบส่วนบุคคล ่วนหูฟังไร้สายที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นระดับสายก็มี โดยใช้มาตรฐานอย่าง aptX หรือ LDAC ที่เพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลเพื่อยกระดับการฟังเพลง Hi-res ผ่านอุปกรณ์ Bluetooth ซึ่งอันนี้ก็ต้องรองรับทั้งมือถือและหูฟังด้วย

เอาไว้จะมาอธิบายเรื่องไฟล์เพลง Hi-res ในตอนต่อไป ขอให้มีความสุขในการฟังเพลงครับ

from:https://droidsans.com/5-wireless-headphones-under-5k-baht-july-2017/