คลังเก็บป้ายกำกับ: Tips

ขจัดแอพไม่ค่อยได้ใช้ ด้วยฟังก์ชั่นใหม่ของ Google Play Store กันดีกว่า

จะใช้สมาร์ทโฟนก็ต้องใช้แอพพลิเคชั่น ความสามารถทั้งหมดทั้งมวลส่วนใหญ่ก็มาจากตัวแอพที่เราติดตั้งเข้าไปไว้เพื่อใช้งาน แต่นานวันเข้าก็เริ่มมีหลายอย่างที่เราเลิกใช้ไป ซึ่งหนึ่งในฟังก์ชั่นของ Google Play Store เวอร์ชั่นใหม่ๆ ก็คือการแสดงรายการแอพพลิเคชั่นของเราภายในเครื่องได้แบบเรียงลำดับระยะเวลาการใช้ พร้อมทั้งแจ้งว่าเราใช้งานแอพพลิเคชั่นเหล่านั้นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ

Google Play Store หรือสโตร์สำหรับการติดตั้งแอพและอัพเดทแอพพลิเคชั่นของระบบ Android มีการเพิ่มระบบจัดเรียงรายชื่อแอพพลิเคชั่นภายในเครื่องของเราได้ตามลำดับวันเวลาที่มีการเรียกใช้งานครั้งล่าสุดเพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่นใหม่ๆ ของเขาครับ เพื่อช่วยให้เรารู้ถึงความจำเป็นในการมีแอพนั้นๆ ไว้ในเครื่อง เป็นไกด์นำทางได้ว่าเราจะประหยัดพื้นที่จัดเก็บภายในเครื่องของเราด้วยการกำจัดแอพพลิเคชั่นไหนดี และการลดแอพที่ติดตั้งเอาไว้ให้น้อยลงก็จะเป็นการส่งผลต่อพลังงานแบตเตอรี่ของเครื่องได้ด้วยอีกทางหนึ่งครับ

วิธีการดูรายชื่อแอพพลิเคชั่นที่ไม่ค่อยได้ใช้

เข้าไปที่ Google Play Store ของเครื่อง เข้าไปที่หัวข้อ “แอปและเกมของฉัน” >>> เข้าหน้า “ติดตั้งแล้ว” >>> กดตรงไอคอนการจัดเรียง เลือกการจัดเรียงแบบ “ใช้ครั้งล่าสุด”

ก็จะพบหน้ารายชื่อแอพพลิเคชั่นที่ระบบจัดเรียงเอาไว้ตามวันเวลาที่มีการใช้งานล่าสุด เลื่อนลงไปด้านล่างพบว่าแอพพลิเคชั่นไหนที่นอนตาคาเครื่องมานานกว่าเดือนแล้วก็ลบเถอะครับ ลองไล่พิจารณาดูว่าแอพพลิเคชั่นเราเลิกใช้งานมันไปแล้วบ้าง นานๆเคลียเครื่องสักทีก็ดีเหมือนกันครับ




from:https://www.appdisqus.com/2017/04/23/google-play-store-rarely-used-app.html

Advertisements

ระวัง!! https:// ใช่ว่าจะปลอดภัย? วิธีใช้งานธนาคารออนไลน์ คลาวด์ และบัญชีส่วนตัวต่าง ๆ อย่างปลอดภัย

เช้าวันนี้มีข่าวสารที่น่าตกใจสำหรับโลกออนไลน์ ที่ทุกวันนี้เราใช้งานมันโดยพื้นฐานที่เชื่อว่ามันมีมาตรฐานความปลอดภัยและเชื่อถือได้ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมออนไลน์ การเก็บไฟล์ข้อมูลบนคลาวด์ การสร้างบัญชีส่วนตัวที่มีทั้งเลขบัตรเครดิต ความลับส่วนตัว และอื่น ๆ อีกมากกมาย โดยมาตรฐานความปลอดภัยที่เชื่อถือได้มากที่สุด(สำหรับผู้ใช้ทั่วไป) ก็คือ คำว่า “ปลอดภัย” หรือ “secure” พร้อม https://  สีเขียวด้านหน้าที่อยู่เว็บไซต์ ทำให้เราใจชื่นและเชื่อมั่นว่าการทำธุรกรรมนั้น ๆ ปลอดภัยแน่นอน

มาวันนี้ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งได้โพสข้อความใน Facebook โดยอ้างแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ระบุว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว https:// ไม่ปลอดภัย 100% เหมือนเดิมแล้ว(คำอธิบายอยู่ในโพสที่แนบมาด้วย) ดังนั้นหากเราต้องการความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ดีที่สุดให้เราจดจำที่อยู่เว็บไซต์ที่เราจะใช้งานให้ได้ แล้วพิมพ์ที่ชื่อ address ด้วยตัวเอง ห้าม!! คลิกจากลิงค์เด็ดขาด ไม่ว่าจะส่งมาจากเพื่อน แฟน หรือญาติสนิทมิตรสหายคนใดก็ตาม เพราะบุคคลเหล่านั้นก็อาจไม่ทราบเหมือนกันว่าลิงค์นั้นไม่ปลอดภัย หรือบัญชีเขาอาจถูกแฮ็กมาเรียบร้อยแล้วก็ได้ครับ

คำอธิบายเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น

from:https://www.appdisqus.com/2017/04/19/secure-unicode-punycode-phishing-attack.html

วิธีการใช้ JoyCon ของ Nintendo Switch บังคับโปรแกม PowerPoint

Nintendo Switch นี่นอกจากที่จะเป็นเครื่องเกมพกพาที่สามารถต่อออกโทรทัศน์เป็นคอนโซลได้แล้ว ยังมีความสามารถลับ (?) อีกให้ได้ค้นหากันไปเรื่อยเลยทีเดียวนะครับ โดยล่าสุดนาย Scott Hanselman ได้เผยแพร่อีกหนึ่งวิธีในการใช้งาน Nintendo Switch ของเราให้คุ้มค่า (ในฐานะเครื่องเกมที่พกพาได้) ด้วยการเปลี่ยนเจ้า JoyCon ที่เรานำติดตัวเจ้า Nintendo Switch ที่ถือไปไหนมาไหนด้วยอยู่แล้วมาเป็นรีโมตบังคับการทำงานของ PowerPoint เวลาที่เรานำเสนองานกันเสียเลย โดยวิธีการนั้นก็ง่ายแสนง่ายและฟรีอีกด้วย

วันนี้ APPDISQUS นะวิธีมาฝากเพื่อนๆ กัน และแม้ว่าเราจะยังไม่ได้ทดสอบวิธีการนี้ แต่เราก็เห็นว่ามันไม่ได้มีข้อเสียหรืออันตรายใดๆ ในการทำอยู่แล้ว ดังนั้นไปเริ่มกันเลยดีกว่าครับ วิธีการนี้สำหรับผู้ใช้งาน Windows นะครับ สำหรับผู้ใช้งาน Mac อย่างตัวอเล็กซ์เองก็น่าจะทำได้ไม่ยาก แค่หาโปรแกรมแมพปุ่มกับอุปกรณ์ Bluetooth มาลงก็น่าจะได้ใช้งานได้เหมือนกันแล้วเพราะเจ้า JoyCon ของ Nintendo Switch นั้นก็คืออุปกรณ์ Bluetooth ตัวหนึ่งนั่นเอง


วิธีการใช้ JoyCon ของ Nintendo Switch บังคับโปรแกม PowerPoint

  • กดปุ่มดำๆ ระหว่างปุ่ม SL และ SR ตามในรูป ซึ่งเป็นปุ่มที่เราเอาไว้กดเวลา Sync จอยนั่นเอง ให้กดค้างเอาไว้ก่อนเป็นขั้นตอนแรก เพื่อให้เจ้า JoyCon อนุญาตให้มีการจับคู่อุปกรณ์ Bluetooth อื่นๆ กับมันได้

joyconsyn

  • จากนั้นก็เข้าไปที่เมนูการตั้งค่าเพื่อเพิ่มอุปกรณ์ Bluetooth บนคอมพิวเตอร์ของเราเพื่อจับคู่ทั้งสองอุปกรณ์เข้าหากัน

joycon-syncing-windows

ทั้งนี้หากคุณต้องการเชื่อมต่อ JoyCon ทั้งสองข้างเลยก็ทำได้ครับ โดยเจ้า JoyCon ที่เชื่อมต่อกับ Windows แล้วจะขึ้นสถานะเป็นจอยเกมแบบจอยเกม Bluetooth ทั่วไป

joycon-connection-windows-2

  • ดาวน์โหลดโปรแกรม JoyToKey มาติดตั้งเพื่อทำการแมพปุ่มของ JoyCon เข้ากับปุ่มบนแป้นคีย์บอร์ดของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของเรา โดยเจ้าโปรแกรม JoyToKey นี้เป็นแชร์แวร์นะครับ คุณสามารถทดลองใช้งานได้ฟรี (และยืนกรานใช้ต่อไปได้หากไม่อยากเสียตังค์) แต่หากไม่อยากถูกแจ้งเตือนต่อไปเรื่อยๆ ก็ให้ยอมจ่ายตังค์ให้ผู้พัฒนา $7 เหรียญซะถือว่าซื้อการใช้งานครับ (หรือหาโปรแกรมลักษณะเดียวกันตัวอื่นมาติดตั้งแทน)
  •  ติดตั้ง JoyToKey แล้ว ให้เราทำการกดปุ่มที่เราต้องการใช้งานค้างเอาไว้ ตัวอย่างเช่นกดอนาล็อกเลื่อนลงค้างไว้เพื่อกำหนดเป็นปุ่มที่เราต้องการตั้งค่า โดยในคอมพิวเตอร์จะแสดงสถานะขึ้นมาเป็นปุ่มที่ 12 บนหน้าจอของโปรแกรม JoyToKey ตามภาพ ให้เราทำการกดหนดปุ่มนี้เป็นปุ่มลูกศรชี้ลงบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ซะ จากนั้นก็ทำแบบเดียวกันนี้กับปุ่มอื่นๆ ตามต้องการ

กดปุ่มที่ต้องการค้างเอาไว้บน JoyCon ของ Nintendo Switch ดูว่าเป็นปุ่มหมายเลขอะไร

เลือกปุ่มบนแป้มพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่เราต้องการแทนปุ่มนั้นจากการบังคับด้วย JoyCon ในที่นี้เลือกตั้งค่าเป็นปุ่ม PageDown

เพียงเท่านี้คุณก็ได้รีโมตควบคุม PowerPoint ของคนสำหรับการนำเสนองานแบบเก๋ๆ เป็นเจ้า JoyCon ของ Nintendo Switch ที่คุณเอาติดตัวไปทุกที่แล้วล่ะครับ ทีนี้เวลาใครหาว่าเราเป็นเด็กติดเกมต้องเอาเกมติดตัวไปตลอดอีกก็ไม่ต้องกังวล อ้างไปเลยว่าเราซื้อและติดตัวไว้เพื่อใช้ทำงานต่างหาก ใช้เป็นรีโมต PowerPoint ไง จริงไหม =P


ต้องขอบคุณเทคนิคดีๆ แบบนี้จากบล็อกของนาย Scott Hanselman ที่ช่วยให้เจ้า Nintendo Switch เรามีความหมายมากกว่าเครื่องเกมด้วยนะ แบบนี้เอาขึ้นมาใช้งานเมื่อไหร่ก็ไม่มีอายใคร เพราะนี่คือรีโมต PowerPoint ที่หน้าตาน่ารักที่สุดในโลกเลยนะเออ โดยเฉพาะกับเครื่องสี Neon

อ่าน รีวิว Nintendo Switch เครื่องเกมคอนโซลที่พกได้ ไอเดียดี แต่มีหลายข้อเสียที่ยังขัดใจ

from:https://www.appdisqus.com/2017/04/11/turn-nintendo-switch-joycon-to-a-powerpoint-remote.html

Tip: วิธีเปิดใช้งาน Facebook, Line, Instagram สองแอคเคาท์ในมือถือเครื่องเดียว [Android]

Appdisqus นำแอพพลิเคชั่นดีๆ และวิธีการใช้งานที่น่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ต้องการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ภายในเครื่องให้รองรับสองแอคเคาท์พร้อมกันในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line, Instagram, Gmail, Youtube หรือที่จริงแล้วก็สามารถทำได้แทบจะทุกแอพพลิเคชั่นนั้นแหละครับ  อาจจะเพื่อประโยชน์ด้านการติดต่องานหรือสลับคนใช้ จะด้วยความต้องการอะไรนั้นก็บอกกันเลยว่าวิธีการนั้นไม่ยาก

ด้วยแอพพลิเคชั่นหลายตัวที่มีความสามารถดังกล่าว เราจะหยิบมาแนะนำสักแอพพลิเคชั่นหนึ่ง นั้นก็คือ Parallel Space

เจ้าแอพพลิเคชั่น อย่าง Parallel Space ที่นำมาแนะนำเพราะเป็นแอพที่มีฟรีเวอร์ชั่นและรองรับภาษาไทย รูปแบบการทำงานของมันจะเป็นแอพที่สร้างพื้นที่พิเศษของตัวเองขึ้นมาครับ แล้วดึงแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ในเครื่องแยกเป็นตัวโคลนนิ่งขึ้นมาอีกแอพหนึ่ง ทำให้เราสามารถล็อกอินตัวแอพที่ Parallel Space  โคลนนิ่งขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งไอดีใช้งานได้


วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ แค่ติดตั้งแอพ Parallel Space จากใน Google PlayStore แล้วเข้าไปกำหนดแอพพลิเคชั่นที่ต้องการโคลนนิ่งขึ้นมา ซึ่งในเวอร์ชั่นฟรีของ Parallel Space จะมีโฆษณาเล็กน้อยแสดงขึ้นมาไม่น่าเกลียดครับ แต่อยากจะใช้งานแบบอุดหนุนผู้พัฒนาแอพ ก็ซื้อเวอร์ชั่นโปรได้ในราคา 150 หรือจะเช่าเป็นรายได้ในราคาหลักสิบก็ได้เช่นกันครับ

Parallel Space มีความสามารถในการล็อคการเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่นที่โคลนนิ่งไว้ได้ด้วยรหัสผ่านหรือลายนิ้วมือได้ เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้อีกระดับหนึ่งด้วยครับ


เป็นอีกหนึ่งแอพพลิเคชั่นที่ Appdisqus เลือกหยิบมาแนะนำ ก็ขอแค่เป็นเครื่องในระบบ Android ที่มีเวอร์ชั่น 4.0.3 ขึ้นไปก็ใช้งานได้ทั้งหมด เป็นความสามารถที่น่าจะถูกใจสำหรับใครที่กำลังมองหาทางเลือกนี้อยู่ครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/04/09/tip-multi-account-application-android.html

[คลิป] เทคนิคการถ่ายภาพให้สวย โดยพี่ วิน บัดดี้ OPPO R9s Plus

OPPO R9s Plus สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพในระดับมืออาชีพ เชิญนักถ่ายภาพชื่อดังเมืองไทย พี่ วิน บัดดี้ วันนี้มารับหน้าที่เป็นวิทยากรสอนเทคนิคการถ่ายภาพด้วยเทคนิคง่ายๆ สามประการ แต่เป็นการยกระดับมุมมองและผลงานภาพของคุณได้แบบเห็นผลได้แบบทันที งานนี้ใครสนใจ ก็รับชมกันฟรีได้ที่ลิงก์คลิปวีดีโอซึ่งทาง Appdisqus เก็บมาฝากกันทุกเซคชั่น มาดูกันว่าพี่วินมีอะไรมาแนะนำทุกๆ คน กันบ้างครับในครั้งนี้

โดยมีน้องพลอย ชมพู เป็นนางแบบรับเชิญที่มาในลุคของความเซ็กซี่ปนความน่ารัก คลิปนี่ใครอยากรู้จักกับเทคนิคถ่ายภาพของช่างภาพชั้นครูและความน่ารักของแขกรับเชิญ ก็รับชมได้ในคลิปวีดีโอด้านล่างนี้ได้เลยครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/04/08/technic-photograph-vin-buddy-oppo-r9s-plus.html

10 ฟังก์ชั่นเล็กๆ เพิ่มความสนุกให้การใช้งาน Galaxy S8 และ S8 Plus

Samsung Galaxy S8 และ S8 Plus ไม่ได้มีมาแต่เรื่องการดีไซด์เท่านั้นนะครับ พูดถึงกันแต่เรื่องดีไซด์กันเยอะมากจนเรื่องอื่นๆ อาจจะลืมกันไป เพราะผมจะบอกว่าภายในเครื่อง Galaxy S8 และ S8 Plus มันมีฟังก์ชั่นและความสามารถพิเศษใส่เข้ามาให้แบบ “เยอะมาก” การันตีสิ่งหนึ่งได้เลยว่า นอกจากเครื่องจะสวยแล้ว มันยังเป็นเครื่องที่ใช้งานสนุกแน่นอนครับ

Samsung เป็นเจ้าหนึ่งที่ต้องยอมรับว่า เวลาเขาออกรุ่นใหม่เรือธงมาสักรุ่นหนึ่ง จะไม่ได้มาแต่เรื่องของฮาร์ดแวร์หรืออัพความแรงด้านสเปคเอามาขายกันแบบทื่อๆ เท่านั้น แต่มักจะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ ที่เร้าใจเราได้เสมอ ซึ่งในบทความนี้ผมหยิบเอามาแนะนำทีเดียวสิบฟังก์ชั่น บางฟังก์ชั่นอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่มากนักครับ เป็นความสามารถเล็กๆ แต่เพิ่มความสะดวกให้ชีวิตได้จริง ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามันทำได้ เพราะทาง Samsung ไม่ได้พูดถึงเรื่องความสามารถของมันมากนักในวันเปิดตัว วันนี้ผมจะพามารู้จักกับความสามารถที่ผมชอบสิบอย่างด้วยกัน ซึ่งแต่ละอย่างมีผลต่อการใช้งานจริงในชีวิตครับ

ขยายการแสดงผล

ด้วยสัดส่วนหน้าจอแปลกใหม่ 18.5:9 เป็นสัดส่วนที่ไม่เคยจะทำมาก่อนในวงการสมาร์ทโฟน ข้อดีคือเป็นสัดส่วนจอที่เหมาะสมทั้งการรับชมภาพยนตร์ในแนวนอน และการอ่านในแนวตั้ง เนื่องจากมีพื้นที่ในการแสดงรายละเอียดได้ยาวขึ้น แต่มีปัญหาคือ แอพพลิเคชั่นพื้นฐานส่วนใหญ่ไม่ได้ทำออกมาเพื่อรองรับ และบางคนอาจจะไม่ชิน ซึ่งทาง Samsung ไม่บังคับต้องให้เราฝืนใช้ครับ เพราะแอพพลิเคชั่นที่เปิดใช้งานบนเครื่อง Galaxy S8 และ S8+ จะแสดงผลได้ทั้งในสัดส่วนดั้งเดิมและสัดส่วนใหม่ เราสลับใช้งานกำหนดเป็นรายแอพได้แค่เพียงทัชไอคอนพิเศษที่ Samsung ใ่เข้ามา ซึ่งหลายแอพพลิเคชั่นเมื่อเราเปิดใช้สัดส่วนใหม่ เราจะได้พื้นที่ในการอ่านมากขึ้นได้เช่น Facebook, Line หรือการเข้าอ่านเว็บไซด์เป็นต้นครับ ทำให้สบายตาและมีการสไลด์ฟีดหน้าจอน้อยครั้งลงมากครับ

 

Edge Lightning แสงสีแจ้งเตือนรอบขอบจอ

Edge Lightning สำหรับตัว S8 และ S8 Plus เป็นตัวพัฒนาที่แตกต่างกับสมัย S7 เยอะมากครับ เจ้าตัวนี้จะเป็นความสามารถที่อาศัยลักษณะเฉพาะของรุ่น ที่จอด้านข้างโค้งและขอบมน สร้างแสงสีขึ้นมารอบจอ เพื่อเป็นไฟแจ้งเตือนได้ในตัว จากเดิมแสงจาก Edge Lightning จะสว่างเพียงข้างเดียว และแจ้งเตือนได้เพียงสายติดต่อเข้ามาในขณะคว่ำหน้าเครื่องลงพื้น แต่ใน S8 เราสามารถใช้งานได้มากกว่านั้น มันแจ้งเตือนได้ในทุกการติดต่อแม้จะวางหงายเครื่องขึ้น และแสงไฟก็จะสว่างวิ่งไปรอบตัวมันเลยครับ มีประโยชน์และสวยงามมากโดยเฉพาะใช้งานในยามค่ำคืนและปิดเสียงครับผม

บลูทูธเสียงคู่

เป็นฟังก์ชั่นที่ผมเคยแนะนำไปครั้งหนึ่งแล้วในบทความของ S8 มันเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ ครับสำหรับการใช้งานในแบบทุกวันนี้ เมื่อ S8 และ S8+ มันสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสียงผ่านบลูทูธพร้อมกันได้สองอุปกรณ์ และสามารถส่งเสียงไปยังอุปกรณ์เหล่านั้นให้ดังได้พร้อมๆ กัน จะเป็นหูฟัง ลำโพง หรือเครื่องเสียงรถยนต์ คุณไม่ต้องแย่งกันฟังกับหูฟังคนละข้างอีกต่อไปแล้วครับ มันส่งไปให้ได้ทั้งคู่เลยด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียวเท่านั้น


แยกเสียงแอพ

เป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยมมากตัวหนึ่งที่ผมพบในเครื่อง S8 และ S8+ มันน่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มีฟังก์ชั่นนี้ครับ การแยกเสียงออกจากกันได้ระหว่างแอพเมื่อเราเชื่อมต่ออุปกรณ์เสียงภายนอก เช่นจะเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นฟังเพลง แต่อยากจะเล่นเกมหรือเปิดแอพนำทางไปด้วย เราสามารถแยกเสียงจากแอพหนึ่งให้ไปดังที่ลำโพงเครื่องเสียงรถยนตร์ และอีกแอพพลิเคชั่นหนึ่งมาดังที่ลำโพงของเครื่องโทรศัพท์เราได้ หมดปัญหาเรื่องเสียงแอพอื่นดังแทรกเพลงโปรดของเราที่เปิดฟังในรถได้แบบสิ้นเชิงครับ อันนี้ถูกใจผมมากๆ เลย

ปักหมุดตรึงแอพ

รูปแบบใหม่ของการใช้งานแบบมัลติวินโดว ซึ่งเจ้าฟังก์ชั่นตัวใหม่นี่ทำงานไม่เหมือนใครและชัดเจนในการใช้มากครับ มันสามารถกำหนดพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งบนตัวแอพที่เราต้องการและตัดแยกออกมาแสดงผลแค่เพียงส่วนนั้นได้ โดยจะทำการยกส่วนแสดงผลของแอพนั้นที่เราเลือกไปไว้ด้านบนหน้าจอ ประโยชน์คือเอาไว้ใช้ตอนที่เราต้องการเห็นแค่เพียงบางส่วนของแอพใดแอพหนึ่ง เอาไว้ดูรายละเอียดเพื่อจดบันทึกหรืออ้างอิง หรือจะปักเอาไว้ดูวีดีโอ จะเอาไว้ทำอะไรก็แล้วแต่ มันตัดปัญหาเรื่องของสัดส่วนครับ เพราะเราเลือกได้ว่าจะเห็นส่วนใดของแอพนั้นเป็นหลัก จะหัว จะท้าย จะกลางแอพก็ทำได้ครับ เอามาแต่ไฮไลค์ที่เราต้องการใช้จริงๆ เท่านั้น



พาแอพไปนอน

เคยมั้ย ที่แอพพลิเคชั่นบางตัวมันจำเป็นต้องใช้ แต่นานๆ ใช้ที หรือติดตั้งไว้แค่เพราะชอบ ถ้าความต้องการในการใช้งานของแอพพลิเคชั่นที่ว่านั้นช่างน้อยนิดก็พามันไปนอนหลับได้ครับใน Galaxy S8

ซึ่งการพาแอพไปนอนนั้นก็คือการปิดการทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของมันลงครับ มันจะหยุดทำงานและไม่มีการอัพเดทตัวเองใดๆ แต่ยังคงไอคอนและการเรียกใช้งานไว้ให้เราพร้อมเปิดมันได้เสมออยู่เช่นเดิมบนหน้าจอ เป็นการประหยัดพลังงานและทรัพยากรเครื่องได้แบบง่ายๆ ซึ่งเราสามารถพาแอพไปนอนได้แค่เพียงทัชค้างไว้ที่ไอคอนของแอพพลิเคชั่นนั้นๆ ก็จะเห็นคำสั่งดังกล่าวปรากฏขึ้นมาแล้วละครับ และทันทีที่เราต้องการใช้งานก็แค่เพียงทัชไอคอนแอพนั้นเพื่อเปิดตามปกติ ตัวแอพก็จะกลับมาทำงานตามปกติได้ทันทีเช่นกันครับ


Bixby เซฟภาพมาเป็นตัวอักษร

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของเจ้า Bixby ผู้ช่วยคนใหม่ของเครื่อง Samsung ที่ฝังอยู่ในเครื่อง Galaxy S8 และ Galaxy S8 Plus กันบ้างแล้ว มันมีความสามารถในการช่วยงานหลายอย่างครับ แต่ผมจะไม่พูดถึงความสามารถของมันทั้งหมด เพราะจะยาวแน่ๆ ผมจะพูดถึงแต่ความสามารถตัวที่ผมใช้บ่อย เป็นความสามารถหนึ่งของเจ้า Bixby ที่ฝังตัวเองอยู่ในระบบกล้องของเครื่องครับ

ซึ่งเจ้า Bixby จะสามารถสแกนวัตถุที่กำลังถ่ายภาพอยู่และค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องได้ เป็นการค้นหาจากภาพนั้นเอง แต่ในกรณีที่สิ่งที่เราถ่ายนั้นเป็นหน้าจดหมาย หน้าข่าว หรือตัวอักษรภาษาอังกฤษ เจ้า Bixby จะสามารถแยกตัวอักษรออกมาเพื่อทำการแปลภาษาให้กับเราได้ครับ (สามารถแปลเป็นไทยได้ด้วย) และมันสามารถดึงตัวอักษรออกมาจากภาพเป็นประโยคข้อความที่เราจะทำการแชร์ไปยังแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้ด้วย มันมีประโยชน์ในเวลาที่เราต้องการอ้างอิงข้อความจากหน้าหนังสือหรืออาจจะป้ายประกาศเพื่อส่งต่อแบบที่เราไม่ต้องพิมพ์ใหม่ทั้งหมดได้ครับ


สแกนม่านตาพร้อมใช้ทันทีที่เปิดจอ

ในแวบแรกที่ผมได้ยินเรื่องการสแกนม่านตา ยอมรับตรงๆ ว่า ผมคิดว่ามันคงไม่ได้ใช้ เพราะอะไรจะมาง่ายกว่าการสแกนนิ้วคงไม่มี แต่ในความเป็นจริง ผมใช้การสแกนม่านตาบ่อยกว่าการสแกนนิ้วซะอีกครับ

ด้วยเพราะตำแหน่งการสแกนนิ้วของ S8 และ S8 Plus อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ชินเอาซะเลย แต่กลับกันกับการสแกนม่านตา ไม่ว่าคุณจะกดปุ่มไหนเพื่อปลุกหน้าจอ การสแกนม่านตาก็ทำงานของมันทันทีได้ทุกปุ่มครับ ซึ่งเจ้าเครื่อง S8 และ S8 Plus กดปลุกเครื่องได้หลายปุ่มมาก ทั้งปุ่มพาวเวอร์ ปุ่มโฮม รวมทั้งเจ้าปุ่ม Bixby ทันทีที่คุณกดปุ่มปลุก  เครื่องก็สแกนหาหน้าคุณได้แล้ว ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติการใช้โทรศัพท์ของเราเลยคือเปิดจอก็มองเครื่อง มันก็สแกนได้พอดี โดยใน Galaxy S8 และ S8 Plus เราไม่จำเป็นต้องรอให้มันเข้าหน้าการสแกนตาก่อนแต่อย่างใด และมันค่อนข้างแม่นยำรวมทั้งรวดเร็วครับ ซึ่งการสแกนม่านตาสามารถเปิดใช้พร้อมกันกับการสแกนนิ้วได้ด้วย เราไม่ต้องเลือกเปิดแบบใดแบบหนึ่ง ฉะนั้นการสแกนม่านตาถือเป็นหนึ่งในฟังก์ชั่นที่ผมเซอร์ไพร์สกับการใช้งานจริงของมันมากครับ


Alway On Display ที่ทำได้มากกว่าแค่การดู

หน้าการแสดงผลแบบพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์แบบหนึ่งของ Samsung ในยุคหลัง คือหน้า Alway On Display การแสดงผลที่จะเปิดอยู่ให้เราเห็นได้ตลอดเวลา เป็นหน้าที่แสดงวันเวลา ไอคอนการแจ้งเตือน และอีกหลายๆ อย่างตามที่เราตั้งค่า แท้จริงแล้วใน Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มันไม่ได้เอาไว้แค่ดูเท่านั้นครับ มันเป็นหน้าการสั่งงานได้ในระดับหนึ่งเลยแม้เราไม่ต้องกดปลุกเครื่องใดๆ

โดยการดับเบิ้ลทัชลงไปบนไอคอนบนหน้า Alway On Display เราก็สามารถเข้าไปควบคุมการเล่นเพลง ดูปฏิทินนัดหมาย ดูการแจ้งเตือนได้ทันที ง่ายกับเราเมื่อวางเครื่องไว้ข้างตัวขณะทำงาน นอกจากจะเป็นหน้าที่เอาไว้ดูวันที่และเวลาได้แล้ว จะเปลี่ยนเพลงหรือดูกำหนดการก็ทำได้เช่นกันโดยไม่ต้องหยิบเครื่องขึ้นมาถือด้วยซ้ำครับ

หน้าชัดหลังเบลอทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

ออกตัวก่อนว่าเป็นฟังก์ชั่นที่เพื่อนแนะนำว่าควรพูดถึง เพราะเชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้ว่า Samsung Galaxy S8 และ S8 Plus เรื่องการถ่ายภาพแบบละลายฉากหลังมันก็ทำได้ครับ ^^ ภาพถ่ายแบบชัดลึกชัดตื้นกำลังเป็นที่นิยมสำหรับการถ่ายภาพด้วยเครื่องสมาร์ทโฟน แม้จะไม่เรื่องใหม่ในวงการภาพถ่าย แต่ด้วยข้อจำกัดของขนาดและลักษณะเครื่องของมือถือทำให้ที่ผ่านมาการถ่ายภาพแบบมีมิติความลึกนั้นไม่สามารถทำได้เทียบเท่ากล้องที่มีระยะเลนส์จริง

ฉะนั้นทางออกของกล้องมือถือจึงจำเป็นต้องใช้เทคนิคใหม่ๆ ในการออกแบบโมดูลกล้องและซอฟท์แวร์เข้าช่วย เป็นที่มาของการใช้กล้องถ่ายภาพแบบคู่เหมือนที่หลายแบรนด์เลือกใช้งานกัน แต่ก็ไม่ใช่หนทางเดียวในการได้มาของภาพแบบละลายหลังครับ กล้องเดี่ยวตัวเดียวก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ทุกวันนี้มันจะไม่สะดวกเท่าตัวที่มาพร้อมกล้องคู่เท่านั้นเองครับ ซึ่งเจ้า Galaxy S8 และ Galaxy S8 Plus ก็เป็นเครื่องที่มาพร้อมกับซอฟท์แวร์กล้องที่สร้างภาพแบบละลายหลังชัดลึกชัดตื้นได้ และทำได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังซะด้วย ซึ่งในเครื่อง Galaxy S รุ่นก่อนๆ จะทำได้เพียงแค่กล้องหลังเท่านั้น

การเรียกใช้อยู่ในเมนูกล้องของเครื่องเลยครับ เปิดโหมดถ่ายภาพแบบ “โฟกัสที่เลือก” ก็จะเป็นการถ่ายภาพที่เราสามารถเลือกระยะโฟกัสได้ในภายหลังการถ่ายได้ครับ


ทั้งหมดเป็นฟังก์ชั่นเล็กๆ ที่ผมคิดว่าน่าสนใจ หยิบรวมมาแนะนำกันเพิ่มเติมจากรีวิวเครื่อง Galaxy S8 และ S8 Plus นะครับ ซึ่งยังมีอะไรอีกมากที่อยากพูดถึงเจ้าเรือธงคู่นี้ ยิ่งใหญ่น่าใช้สมกับที่รอคอยครับ

https://5404463.fls.doubleclick.net/activityi;src=5404463;type=galax003;cat=galax0;dc_lat=;dc_rdid=;tag_for_child_directed_treatment=;ord=1?

fbq(‘track’, “PageView”);

from:https://www.appdisqus.com/2017/04/08/10-function-samsung-galaxy-s8-s8plus.html

รีวิวฟังก์ชั่นอัศจรรย์ด้านการเชื่อมต่อเสียงของ Samsung Galaxy S8 สามารถปล่อยเสียงผ่านบลูธูทสองอุปกรณ์พร้อมกัน และแยกเสียงเล่นคนละแอพพร้อมกันได้

หลังจากเราได้ปล่อยรีวิวเบื้องต้นของเครื่อง Samsung Galaxy S8 และ S8+ กันไปแล้ว และมีการพูดถึงฟังก์ชั่นตัวหนึ่งที่น่าสนใจ นั้นคือการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสียงผ่านสัญญาณบลูทูธ

จุดเด่นอีกหนึ่งจุดที่เป็นฟังก์ชั่นน่าสนใจของเครื่อง Samsung Galaxy S8 และ S8+ ก็คือเรื่องของ “เสียง” ครับอย่างที่หลายคนรู้กันไปแล้วว่า เครื่อง Galaxy S8 และ S8+ จะรองรับ Ultra High Quality audio 32-bit และ DSD และยังแถมหูฟังชั้นดีจาก AKG มาให้ด้วยภายในกล่อง แต่แค่เท่านั้นยังไม่พอครับ ตัว Galaxy S8 และ S8+ ยังมีความพิเศษในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้านเสียงด้วยครับ ซึ่งมีสองความสามารถสำคัญที่น่าสนใจ ซึ่งผมได้จับมานำเสนอให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันในบทความนี้ครับ

1.ระบบเสียงคู่

ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บลูทูธได้หลายตัวนั้นมันเป็นความสามารถที่ปกติธรรมดาก็ทำกันได้อยู่แล้ว แต่จะให้อุปกรณ์เหล่านั้นเล่นเสียงออกมาพร้อมกันถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่เลยครับสำหรับวงการสมาร์ทโฟน แต่เจ้า Samsung Galaxy S8 และ S8+ ทำได้

มันสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสียงผ่านบลูทูธได้สองอุปกรณ์และส่งเสียงออกไปยังทั้งสองอุปกรณ์ได้พร้อมๆ กันครับ หมายถึงว่า ถ้าเราเชื่อมต่อลำโพงบลูบูธสองตัวกับตัวเครื่องโทรศัพท์เอาไว้ มันก็จะดังพร้อมกันได้ทั้งคู่นั่นเอง หรือจะเป็นอุปกรณ์หูฟังก็ได้เช่นกัน ไม่ต้องแย่งกันฟังอีกต่อไป มีแค่ Galaxy S8 เครื่องเดียว ฟังกันคนละหูฟังได้แบบเต็มสองหูทั้งสองคนเลยครับ

วิธีการเปิดใช้งานระบบเสียงคู่

เชื่อมต่ออุปกรณ์บลูทูธสองตัวแล้วเข้าไปที่การตั้งค่าบลูทูธ กดไอคอนเมนูมุมขวาบน เปิดใช้งานฟังก์ชั่นระบบเสียงคู่


2.ระบบแยกเสียงของแอพ

ฟังก์ชั่นนี้เอาใจไปเลยเต็มๆ ครับ และผมว่าเพื่อนๆ ก็ต้องชอบถ้าได้ลองใช้ เคยกันมั้ยที่เราอยากฟังเพลงแต่ก็อยากจะทำสิ่งอื่นๆ ที่ต้องใช้เสียงไปด้วยเช่นกัน เช่นการฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงรถยนต์และเปิดแผนที่นำทางให้คนขับไปด้วย เสียงแผนที่นำทางก็จะคอยดังแทรกเพลงทำเอาเสียอารมณ์ทุกครั้งที่เลี้ยว หรือจะเปิดเครื่องเล่นเกมพร้อมกับเปิดเพลงฟัง ก็ต้องเลือกปิดเสียงใดเสียงหนึ่งเพราะมันแย่งกันดังออกลำโพงทั้งคู่ แต่สำหรับ Samsung Galaxy S8 และ S8+ เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นอีกต่อไปครับ

ฟังก์ชั่นแยกเสียงของแอพจะทำให้เรากำหนดได้ว่า จะแยกเสียงของแอพพลิเคชั่นใดแยกออกไปต่างหาก เช่นกำหนดว่าให้แอพ Google music ไปดังบนเครื่องเสียงรถยนต์หรือลำโพงบลูทูธเพียงแอพเดียว ส่วนการทำงานที่เหลือให้ดังที่ลำโพงโทรศัพท์ตามปกติ เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้งานสองแอพพลิเคชั่นที่ต้องใช้เสียงแยกกันได้อย่างสมบูรณ์แล้วครับ เพลงก็เล่นไปเสียงออกผ่านลำโพงเครื่องเสียงรถยนต์ ส่วนเราจะเปิดเกมเล่นเบาๆ อยู่เบาะหลังเสียงเกมก็ดังแค่ที่ตัวเครื่องโทรศัพท์ ไม่ออกไปรวมรบกวนกับเพลงที่เราเปิดเล่นไปพร้อมๆ กันนั้นเองครับ

เมื่อนำมาใช้งานร่วมกับฟังก์ชั่นมัลติวินโดวที่เครื่อง Galaxy S8 และ S8+ สามารถแบ่งหน้าจอทำงานได้สองแอพพร้อมกัน มันก็ยิ่งเป็นฟังก์ชั่นที่เข้ากันได้มากขึ้นครับ เช่นเปิดแอพ Youtube เสียงออกลำโพง เปิดแอพนำทางเสียงออกตัวเครื่องเป็นต้นครับ


วิธีเซ็ตการใช้งาน ระบบแยกเสียงของแอพ

เชื่อมต่ออุปกรณ์เสียงที่สองเช่นลำโพงบลูทูธ หูฟังหรือเครื่องเสียงรถยนต์ ตั้งค่าเสียงพื้นฐานของการใช้งานก่อนว่าจะให้เสียงส่วนใหญ่ไปดังที่ลำโพงของอุปกรณ์ใด แล้วเข้าเมนูตั้งค่าเสียง >>> ตั้งค่าแยกเสียงของแอพ >>> ระบุแอพที่ต้องการแยกเสียงออกไป และระบุแหล่งเสียงปลายทางที่ต้องการ



จากการทดสอบใช้งาน การสลับอุปกรณ์แหล่งเสียงของ Galaxy S8 และ S8+ ทำออกมาได้ดีครับ มีทางลัดสลับใช้งานได้ง่ายและเชื่อมต่อได้ไว ฟังก์ชั่นใหม่สองฟังก์ชั่นนี้ก็ทำงานได้ดีมากครับ มันมีประโยชน์สูงมากในการใช้งานแบบมัลติฟังก์ชั่นแบบที่เราใช้กันทุกวันนี้

จุดสังเกตก็มีเพียงบางแอพพลิเคชั่นเท่านั้นที่ไม่สามารถระบุแยกเสียงออกมาได้เพราะไม่มีรายชื่อขึ้นมาให้ระบุ แต่ไม่ใช่ปัญหาครับ เราสามารถเลี่ยงไปส่งแอพอีกตัวออกไปแทนได้เช่นกัน เพราะจุดประสงค์คือต้องการแยกเสียงสองแอพออกจากกัน

ก็เป็นสองฟังก์ชั่นที่น่าสนใจและสร้างประโยชน์ได้ชัดเจนในการใช้งานได้มากจริงๆ ครับ ซึ่งยังมีฟังก์ชั่นอีกมากมายที่ซ่อนอยู่ใน Samsung Galaxy S8 และ S8+ ซึ่งผมจะนำตัวที่น่าสนใจแงะออกมาแนะนำกันไปทีละตัวนะครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/04/04/samsung-galaxy-s8-s8plus-bluetooth-function.html