คลังเก็บป้ายกำกับ: TWITTER

ส่องเทรนด์ Social 2018 ช่วงครึ่งปีแรก

ผ่านมาครึ่งปีแล้วสำหรับการใช้งานโซเชียลมีเดียในประเทศไทย โดยทาง Wisesight ได้สรุปเทรนด์ต่างๆ ในช่วงครึ่งปีแรกมาให้ผู้อ่านชาว Thumbsup ได้ทราบกัน

Facebook

จากการเก็บข้อมูลของแบรนด์อย่างเป็นทางการกว่า 761 แบรนด์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2018 พบว่า

  • จำนวนการโพสต์บนเฟสบุค มีถึง 219,132 โพสต์
  • จำนวน Engagement ทั้งหมดกว่า 278 ล้านครั้ง
  • จำนวนแชร์ทั้งหมด 20 ล้านแชร์
  • ภาพรวมการคอมเม้นท์ทั้งหมดมีกว่า 11.6 ล้านคอมเม้นท์

ทางด้านของท็อปแบรนด์ที่มีการติดตามและเข้าถึงเยอะสุด มีดังนี้

  • Amarin TV มีการโพสต์ถึง 3,532 โพสต์
  • Bright TV มีการโพสต์ถึง 3,500 โพสต์
  • TNN มีการโพสต์ถึง 3,491 โพสต์

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่ได้ Engagement เยอะที่สุดคือกลุ่มดิจิทัลทีวี ถือว่าเป็นการปรับตัวในการเข้าถึงผู้ชมที่ไม่ได้จำกัดแค่บนทีวีอีกต่อไป โดยสัดส่วนของอุตสาหกรรมที่มีการโพสต์มากที่สุดคือ ดิจิทัลทีวี 25.87% ตามมาด้วยกลุ่มหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 10.51% เครื่องสำอางค์ 7.25% ตามมาด้วยสถาบันเสริมความงาม ห้างสรรพสินค้าและสินค้าอิเลคทรอนิคส์ ตามลำดับ

สำหรับสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลทีวีที่มี Engagement ด้วยแบรนด์มากที่สุด 3 อันดับ คือ

  • Workpoint TV จำนวน 27,408,905 Engagements
  • GMM25 จำนวน 11,447,273 Engagements
  • Ch3 HD จำนวน 7,992,488 Engagements

Instagram-Twitter

ทางด้านของ Instagram จากการรวบรวมข้อมูลของเพจต่างๆ กว่า 332 แบรนด์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2018 พบว่า

  • จำนวนโพสต์มีมากถึง 49,019 โพสต์
  • จำนวน Engagement มีถึง 32,482,033 ครั้ง
  • ค่าเฉลี่ยของ Engagement ต่อโพสต์มีถึง 663 ครั้งต่อโพสต์

แน่นอนว่าอุตสาหกรรมที่โพสต์เยอะที่สุด ยังคงเป็น

  • Digital TV 23,638 โพสต์ เฉลี่ยอยู่ที่ 48.2%
  • เครื่องสำอางค์ 4,844 โพสต์ เฉลี่ยอยู่ที่ 9.8%
  • ห้างสรรพสินค้า 3,115 โพสต์ เฉลี่ยอยู่ที่ 6.4%

อุตสาหกรรมที่ Engagement เยอะสุดยังคงเป็น Digital TV, Cosmetic และรัฐวิสาหกิจ ส่วนอุตสาหกรรมที่มี Engagement per post เยอะที่สุด คือ รัฐวิสาหกิจ 1,234 โพสต์ รองลงมา คือ Digital TV 1,022 โพสต์และสายการบิน 984 โพสต์ ตามลำดับ

ทางด้านของ Twitter จากการรวบรวมข้อมูลของเพจต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2018 พบว่า กลุ่มดิจิทัลทีวียังทวีตเยอะสุดถึง 126,089 โพสต์ ตามมาด้วยกลุ่มรัฐวิสหากิจ 14,066 โพสต์และอสังหาริมทรัพย์ 2,670 โพสต์

ส่วนอุตสาหกรรมที่มีการ Retweet เยอะที่สุด คือ ร้านค้าปลีก 413 ครั้ง, เทเลคอม 396 ครั้งและ ประกันชีวิต 329 ครั้ง และแน่นอนว่า บุพเพสันนิวาส ยังคงครองสถิติการติดตามมากที่สุดทุกช่องทาง

บุพเพสันนิวาสยังครองทุกโซเชียล

กล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ จำกัด กล่าวว่า ประเทศเวียดนามมีการเติบโตของโซเชียลมีเดียสูงมากกว่าบ้านเรา อาจเพราะจำนวนของประชากร ที่มีเยอะกว่า ทำให้ความน่าสนใจของข้อมูลในตลาดต่างประเทศต้องมีความชัดและลึกมากพอ เพื่อช่วยเหลือแบรนด์ที่ต้องการขยายธุรกิจไปยัง APAC มีข้อมูลเพียงพอต่อการทำตลาดได้อย่างมั่นคง อย่างเช่น อินโดนีเซีย เมียนมาร์และกัมพูชา มีการเติบโตของ Instagram ไม่แพ้ไทยเลย อาจเพราะประชากรของทั้งสองประเทศคุ้นเคยกับเครื่องมือเหล่านี้ตามการใช้งานของคนไทย ทำให้ทิศทางการเติบโตเป็นไปในแบบเดียวกัน

ทางด้าน สุพลชัย กีรติขจร อดีตทีมงานของ Facebook ประเทศไทยที่ได้ผันตัวมาเป็นผู้แนะนำเทคนิคและเครื่องมือต่างๆ ของสถาบัน BINARY ได้มองการใช้งานเครื่องมือ Facebook ของภาคธุรกิจว่า ตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงคือธุรกิจรายย่อยที่ลง Facebook Ad ทำกันผิดวิธี ที่จริงแล้วยังวิธีอีกมากที่ช่วยเจาะลึกการเข้าถึงลูกค้าได้ตรงเป้าหมาย ซึ่งการกด Boost Post เพียงอย่างเดียวอาจส่งผลให้ SME แบกรับต้นทุนไม่ไหว

ดังนั้น การเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ และปรับตัวไปใช้โซเชียลมีเดียอื่นๆ ในการโฆษณาจะช่วยเพิ่มโอกาสที่ดีมากกว่า แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องอยู่ที่คอนเทนต์ที่จะส่งไปหาลูกค้าด้วย เช่น Twitter จะต้องทำคอนเทนต์ให้เป็นกระแสหรือตามกระแสแฮชแท็ก จะช่วยให้มีการรีทวิตเร็วขึ้น

นอกจากนี้ หากนักการตลาดเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนโซเชียลมีเดียได้ดี จะทำให้เข้าใจบริบทและนำเสนอได้ตรงจุดมากกว่า เช่น หากส่งสารให้ผู้เล่นทวิตเตอร์จะต้องเกาะกระแสให้คนอยากรีทวิตต่อ

อย่าง Facebook นั้น Mark Zuckerberg เคยบอกไว้ว่าจะเน้นการทำโซเชียลให้เป็น VDO มากขึ้น เพื่อเพิ่มความสนุกในการส่งต่อ ดังนั้น นักการตลาดต้องทำคอนเทนต์ให้ถูกจุด สนุกและตรงกับสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อด้วย

“การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าจะต้องสร้างคอนเทนต์ให้สนุกบนเฟสบุค ส่วนทวิตเตอร์ต้องคุยให้เป็นเทรนด์และอินสตาแกรม ก็ต้องคุยด้วยภาพแบบ Photo Marketing หากแบรนด์เข้าใจเรื่องเหล่านี้และส่งต่อไปให้ถูกจุดย่อมเกิดแน่นอน”

เทรนด์หลายอย่างในโซเชียลก็ยังคงมุ่งเป้าไปที่ 3 แพลตฟอร์มหลักเช่นเดิมนะคะ แต่จะเห็นได้ว่ามีการเติบโตจากการใช้งานสลับกันไปมาตามกระแสต่างๆ หากนักการตลาดหรือแบรนด์รายย่อยสามารถทำคอนเทนต์ได้ตรงจุดหรือเก่าได้ถูกที่ ย่อมมีโอกาสเกิดในกลุ่มผู้ใช้งานบ่อยๆ ได้แน่นอนค่ะ

 

 

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/07/trend-social-2018-last-year/

Advertisements

nudist หรือคนชอบเปลือยกายชี้ Twitter เป็นมิตรกับพวกเขามากกว่าโซเชียลมีเดียประเภทอื่น

ในโลกนี้มีคนอยู่อีกประเภทหนึ่งคือ nudist หรือคนที่นิยมการเปลือยกาย แนวคิดคือเปลือยเพื่อผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และการยอมรับในตัวเอง คนกลุ่มนี้อาจไปรวมตัวกันในสถานที่ที่รองรับ เช่น ที่พัก, รีสอร์ตสำหรับ nudist โดยมีการก่อตั้งเป็นสมาคมในประเทศต่างๆ

เว็บไซต์ The Atlantic ได้สัมภาษณ์หนึ่งใน nudist คือ Martin Belcher เขาบอกว่าโซเชียลมีเดียที่ต้องรับและเป็นมิตรกับชาว nudist มากที่สุดคือ Twitter เพราะถ้าไปอยู่บนแพลตฟอร์มอื่นจะโดนแบน สิ่งที่ Belcher โพสต์ลง Twitter คือรูปที่เขาทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เช่น ทำสวน อ่านหนังสือ รดน้ำต้นไม้ แต่เป็นการเปลือยกายทั้งหมด พบว่าคนที่ติดตามเขาก็กดไลค์และรีทวีตรูปภาพเขากันเยอะ

แม้ Twitter จะได้ชื่อว่าเป็นโซเชียลมีเดียที่มีสแปม คุกคามออนไลน์ รวมทั้งภาพโป๊มากมาย แต่สำหรับชาว nudist แล้ว Twitter ถือว่าเป็นมิตรมากสำหรับพวกเขา เพราะไม่ต้องระบุชื่อจริง รูปจริงตัวจริง Matthew McDermott หนึ่งใน nudist อายุ 44 ปี บอกว่า บรรดารีสอร์ท สถานที่สำหรับ nudist จะต้องมีบัญชีบน twitter

No Description
ภาพจาก Shutterstock โดย nito

อย่างไรก็ตาม Twitter ก็กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนนโยบายให้แพลตฟอร์มสะอาดขึ้น ชาว nudist ก็อดกังวลไม่ได้ แม้แนวคิดของภาพโป๊อนาจาร กับภาพของชาว nudist จะมีความแตกต่างกัน แต่ก็เป็นไปได้สูงที่ Twiiter จะลบทั้งหมดออกไปจากแพลตฟอร์ม

ที่มา – The Atlantic

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103851

เซเลบฯเซ็ง ยอด follower บน Twitter หดหลายแสน

วันนี้เซเลบริตี้ผู้มีชื่อเสียงบนเครือข่ายสังคม Twitter กำลังพบภาวะผู้ติดตามหรือ follower ลดลงชัดเจน ผลจากการทยอยลบบัญชีปลอมครั้งใหญ่ ความคืบหน้าล่าสุดคือ @realDonaldTrump มียอดผู้ติดตามลดลง 1 แสนราย ไม่เว้นแม้แต่ @BarackObama ที่ยอดหดหายไป 4 แสนราย

ปรากฏการณ์ยอด follower ของผู้ใช้ Twitter ลดลงนี้เกิดขึ้นหลังจากการประกาศเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลานั้นซีอีโอ Twitter ย้ำว่ากำลังลบบัญชี Twitter ที่ถูกล็อกหรือจำกัดการใช้งานเมื่อระบบพบพฤติกรรมที่น่าสงสัย ผลจากการลบครั้งนี้จะทำให้ผู้ติดตามของหลายบัญชีบน Twitter ลดลง โดยนอกจากแถลงการณ์ของซีอีโอ Jack Dorsey บริษัทเครือข่ายสังคมยังประเมินว่าผู้ใช้ทั่วไปจะได้รับผลกระทบจากการลบครั้งนี้ไม่มาก คาดว่าเฉลี่ยแล้วแต่ละคนจะพบว่าจำนวนผู้ติดตามลดลงราว 4 รายหรือน้อยกว่านั้น

แต่สำหรับผู้ใช้กลุ่มเซเลบฯ Twitter ย้ำว่าแม้จะไม่ได้ควักเงินซื้อผู้ติดตามปลอม แต่ผู้มีชื่อเสียงบางรายอาจได้รับผลกระทบเรื่องยอดผู้ติดตามบน Twitter นั้นลดลงชัดเจน การประกาศนี้ถือเป็นการปกป้อง ไม่ให้โลกเข้าใจว่าผู้ที่ยอดติดตามหดหายนั้นควักเงินซื้อ follower

ล่าสุดมีรายงานว่า @realDonaldTrump บัญชีของประธานาธิบดีสหรัฐฯมียอดผู้ติดตามลดลง 1 แสนราย ขณะที่อดีตอย่าง @BarackObama มียอดหดหายไป 4 แสนราย

ทั้ง 2 บัญชีไม่ได้ถูกตีตราว่าซื้อ follower แต่เซเลบฯอย่าง Ray Lewis ที่พบว่าผู้ติดตามลดลงจาก 712,200 รายเหลือ 364,700 ราย ชาวโซเชียลเชื่อว่า Ray Lewis อาจซื้อผู้ติดตามมาเพราะสัดส่วนผู้ใช้ที่หดหายไปราว 50%

สิ่งที่เราสรุปได้จากข่าวนี้ คือ Twitter อาจกำลังจัดระเบียบเพื่อปูทางสู่อนาคต ที่ผ่านมา Twitter ถูกมองว่าตัวเลขฐานผู้ใช้หลายร้อยล้านรายนี้เป็น bot หรือบัญชีปลอมที่ไร้ตัวตนไม่น้อย มุมมองนี้ทำให้นักการตลาดมองว่าการประเมินเซเลบฯ ที่มีอิทธิพลบน Twitter นั้น ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งก่อนหน้านี้ นักการตลาดของหลายบริษัทเคยเรียกร้องให้ Twitter แก้ปัญหา fake accounts เสียที

แม้ Twitter จะไม่เปิดเผยว่าจำนวนบัญชีปลอมวันนี้มีจำนวนเท่าใด แต่บริษัทวิจัยเชื่อว่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 70 ล้านราย.

ที่มา: : PRDaily

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/07/follower-twitter-fake/

แต่นี้ไปตัวเลขผู้ติดตามของผู้ใช้ Twitter จะไม่นับรวมบัญชีที่ถูกล็อกการใช้งาน

อีกหนึ่งมาตรการที่ Twitter ประกาศใช้ในวันนี้อันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกำจัดบัญชีปลอม, แอคหลุม และบัญชีบอตในระบบ คือการประกาศว่าจะไม่นับบัญชีผู้ใช้งานที่ถูกล็อกรวมเข้าไปอยู่ในยอดผู้ติดตามของผู้ใช้ใดๆ

บัญชีผู้ใช้ที่ถูกล็อกการใช้งาน หมายถึงบัญชีผู้ใช้ใดๆ ที่ทาง Twitter ตัดสินใจล็อกการใช้งานและจะรอจนกว่าเจ้าของบัญชีสามารถยืนยันตัวตนได้จริง ก็จะทำการปลดล็อกให้ใช้งานได้ตามปกติ โดย Twitter จะล็อกการใช้งานของบัญชีผู้ใช้เมื่อพบว่ารูปแบบพฤติกรรมการใช้งานของบัญชีนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันอย่างผิดปกติ ตัวอย่างเช่น จู่ๆ ก็มีคนรุมทวีตหาบัญชีดังกล่าวแล้วพร้อมใจกันกด block บัญชีนั้นหลายคน, มีการฟลัดข้อความทวีตแบบไม่มีความเชื่อมโยงเนื้อหาซึ่งกันและกัน, ทวีตลิงก์อันตราย หรือทวีตรหัสผ่านเพื่อเข้าระบบใดๆ

Twitter บอกว่าบัญชีที่ถูกล็อกเหล่านี้เป็นบัญชีที่สร้างขึ้นโดยผู้ใช้งานที่เป็นคนจริงๆ แต่ไม่แน่ชัดว่าผู้สร้างบัญชีนั้นยังเข้าถึงและใช้งานบัญชีดังกล่าวอยู่อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ Twitter จึงใช้วิธีล็อกบัญชีที่น่าสงสัยเหล่านี้และแจ้งให้เจ้าของผู้สร้างบัญชียืนยันตัวตนและเปลี่ยนรหัสผ่าน

และจากนโยบายที่ Twitter ประกาศออกมา เท่ากับว่าใครที่มียอดผู้ติดตามที่เต็มไปด้วยบัญชีปลอม, แอคหลุม ที่ขาดการยืนยันตัวเพื่อรักษาสิทธิ์ใช้งานจนทำให้บัญชีเหล่านั้นโดนล็อก ก็จะสูญเสียตัวเลขยอดผู้ติดตามลงไปทันทีที่ Twitter เริ่มประกาศใช้งานมาตรการนี้ในวันนี้

ที่มา – Twitter via Engadget

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103781

คนดังเจอปัญหาถูกปลอมแปลงตัวตนในโซเชียล นักฟุตบอล Neymar มีบัญชีปลอมมากที่สุด

การขโมยตัวตนคนดังในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะทำไปเพื่อจุดประสงค์หลอกเอาเงินหรืออะไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องผิด แต่ก็ยังมีปรากฏการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ และยากที่จะปราบหมด

Social Impostor ซึ่งเป็น บริษัทที่ปกป้องชื่อเสียงของผู้มีชื่อเสียงออนไลน์ได้ทำการสำรวจคนดังที่มีคนติดตามบนโซเชียลมากที่สุด 10 อันดับต้นๆ พบว่ามี 9,000 บัญชีทั่ว Facebook, Instagram และ Twitter ที่ขโมยตัวตนของ 10 คนดังดังกล่าว

นักฟุตบอลบราซิล Neymar มีบัญชีปลอมมากที่สุด 1,676 คน รองลงมาเป็น Selena Gomez มี 1,389 คน Beyoncé มี 714 คน ส่วน Taylor Swift มี 223 คน

No Description
ภาพจาก Shutterstock โดย Marco Iacobucci EPP

แม้โซเชียลมีเดียจะมีนโยบายทำเครื่องหมายถูกให้กับบัญชีคนดังที่เป็นบัญชีตัวจริง แต่การสร้างบัญชีปลอมโดยใช้ตัวตนคนดังก็ยังทำได้ง่ายมาก นักข่าว The New York Times ลองสร้างบัญชีปลอมบน Facebook 8 บัญชีได้ภายใน 1 ชั่วโมง โดยใช้รูปเขาเอง แต่ใช้อีเมล และสถานที่ทำงานต่างกันไปในแต่ละบัญชี ต่อมาเขาก็รายงานบัญชีปลอมเหล่านั้น ซึ่ง Facebook ก็ลบออกให้ แต่ถึงแม้จะรายงานได้ แต่การสร้างบัญชีปลอมก็ยังทำได้ง่ายอยู่ดี

การถูกปลอมแปลงบัญชีโซเชียลนั้นสร้างเรื่องน่าปวดหัวในชีวิตจริงได้มาก

Kip Moore เองก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกขโมยตัวตน Moore เป็นนักร้องนักแต่งเพลงแนวคันทรี่วัย 38 ปี เขาเล่าว่าเคยมีผู้หญิงคนหนึ่งยื่นใบหย่าของเธอกับสามีมาให้ตรงหน้า โดยเธอบอกกับเขาว่าเธอแชทคุยกับเขาและรู้สึกดีด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วคนที่ไปแชทคุยนั้นเป็นบัญชีปลอม

Kip Moore มีบัญชีเป็นเขาใน Facebook 28 บัญชี และใน Instagram อีกอย่างน้อย 61 บัญชี โดยแอคปลอมเหล่านี้มักจะแชทไปหาคนอื่น หลอกเอาเงินด้วย เมื่อปีที่แล้วทางการออสเตรเลียจับกุมชายวัย 42 ปีที่แอบอ้างเป็น Justin Bieber ใน Facebook และเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อหลอกขอภาพเปลือยจากผู้เยาว์กว่า 900 คน

ที่มา – The New York Times

from:https://www.blognone.com/node/103712

2 เดือนที่ผ่านมา Twitter แบนบัญชีผู้ใช้ไปแล้ว 70 ล้านบัญชี

ในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา Twitter จัดการลงดาบแบนบัญชีผู้ใช้ไปเป็นจำนวนพอๆ กับจำนวนประชากรไทย เฉลี่ยแล้วราว 1 ล้านบัญชีต่อวัน

ในช่วงเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ Twitter เร่งทำงานหนักในการตรวจสอบเรื่องผู้ใช้งานระบบของตนเอง Twitter จัดการแบนบัญชีบอตในอัตราเร็วกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปลายปีที่แล้ว

โดยในขณะนี้ Twitter มุ่งเป้าไปที่การกำจัดบัญชีบอตออกจากระบบเสียก่อนโดยใช้วิธีการตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งานของบัญชีเหล่านี้ว่าเข้าข่ายส่งข้อความสแปมเป็นจำนวนมากหรือไม่ โดยในช่วงเดือนพฤษภาคมทาง Twitter ได้แจ้งให้ผู้ใช้งานราว 9.9 ล้านบัญชีที่เข้าข่ายน่าสงสัยยืนยันตัวตนด้วยอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ตามมาตรการที่ได้ประกาศข่าวมาก่อนหน้านี้

No Description

แน่นอนว่าในระยะยาว Twitter คงต้องพยายามเพื่อกำจัดบรรดาแอคหลุม หรือบัญชีใช้งานที่ถูกสร้างมาเพื่อปั่นหัวชาวบ้านหรือส่งเสริมการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรง รวมทั้งบัญชีที่ถูกใช้เพื่อการแพร่กระจายข่าวลือ ให้หมดไปจากระบบของตนเอง แต่นั่นก็ยังเป็นงานที่ยากและท้าทายยิ่งกว่าการตรวจสอบบัญชีบอตและสแปมต่างๆ

Twitter ได้แจ้งข่าวแก่นักลงทุนผ่านทางจดหมายรายงานประจำไตรมาสแรกแล้วว่า ผลจากมาตรการตรวจสอบผู้ใช้งานระบบนี้จะทำให้ตัวเลขจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนลดน้อยลง และจะส่งผลให้จำนวนผู้ใช้งานรวมในอนาคตลดน้อยลงด้วย

ที่มา – The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103679

Twitterific ประกาศตัด Push Notification และ Timeline เรียลไทม์ ตาม API ใหม่ Twitter

ตามที่ Twitter ได้ประกาศกำหนดยกเลิก API รุ่นเก่าที่นักพัฒนาแอปภายนอกใช้งานกันอยู่ มีผลวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ซึ่งผู้พัฒนาแอป Twitter หลายรายยืนยันว่าการตัด Account Activity API จะกระทบการใช้งาน ตอนนี้เริ่มมีผลออกมาบ้างแล้ว

โดย Twitterific หนึ่งในแอป Twitter ของผู้พัฒนาภายนอกที่ได้รับความนิยม ประกาศอัพเดตแอปทั้งบน iOS และ macOS โดยตัดคุณสมบัติที่จะได้รับผลกระทบจาก API ใหม่ของ Twitter ออกไปก่อนล่วงหน้าเลย ได้แก่ Push Notification (ยกเว้นคนที่ซื้อ In-App จะยังใช้ได้จนถึง 16 สิงหาคม) และ Timeline แบบ Live-Streaming

ผลของการตัดฟีเจอร์ Push Notification ทำให้แอป Twitterific บน Apple Watch ต้องปิดการทำงานไปด้วยเลย เนื่องจากตัวแอปไม่มีหน้าที่อื่นนอกจากแสดงผลการแจ้งเตือน

ทั้งนี้ Twitterific บอกว่าหากยังต้องการรับการแจ้งเตือน Push ก็ให้เปิดรับการเตือนที่แอปทางการของ Twitter แทน ส่วน Timeline นั้นตัวแอปจะใช้วิธีรีเฟรชทุก 2 นาที

ที่มา: Iconfactory ผ่าน 9to5Mac

alt="Twitterific"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103656