คลังเก็บป้ายกำกับ: UBER

Uber เปิดตัวแอปพลิเคชันรถแท็กซี่ใหม่ในญี่ปุ่น

เมื่อถูกบล็อกก็ใช่ว่าจะยอมแพ้ Uber ออกมายืนยันว่าจะเปิดตัวแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่สำหรับรถแท็กซี่ที่นาโกยา ถือเป็นความพยายามล่าสุดของบริษัทสัญชาติสหรัฐฯที่ต้องการขยายตลาดในประเทศที่ถูกปิดกั้นจากการให้บริการรถร่วมเดินทาง

เบื้องต้น Uber กล่าวว่ากำลังทำงานร่วมกับบริษัท Fuji Taxi Group ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการแท็กซี่ที่มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 60 ปีในพื้นที่นาโกยา โดยนาโกยาเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางย่านการผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นไปตามโครงการนำร่องบริการด้านแท็กซี่ที่ Uber เริ่มการทดสอบตั้งแต่เดือนพฤษภาคมในพื้นที่อาวาจิ (Awaji) ซึ่งเป็นเกาะที่มีประชากรประมาณ 120,000 คน แต่มีบริษัทรถแท็กซี่มากถึง 12 แห่ง

ประเด็นนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า Uber ไม่สามารถขยายตลาดด้วยธุรกิจหลัก นั่นคือบริการที่เปิดให้ผู้คนนำรถส่วนตัวออกมาให้บริการผู้โดยสารในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นมีกฎระเบียบที่เคร่งครัด ทั้งต่อผู้ขับขี่และผู้ขับขี่ที่ต้องได้รับใบอนุญาตให้บริการขนส่งสาธารณะเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำว่า Uber มองญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพราะหลังจากขายกิจการในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Uber ก็ไม่คิดกลับไปประเทศเหล่านี้อีก และปล่อยให้ผู้เล่นหลักอย่าง Didi Chuxing และ Grab มีบทบาทแทน แต่กรณีของญี่ปุ่น Uber ตัดสินใจลุยตลาดด้วยตัวเอง

ที่มา: : TIA

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/09/uber-taxi-app-nagoya/

รถยนต์ไฟฟ้าเดี๋ยวว่ากัน! Toyota ลงทุนใน Uber กว่า 16,000 ล้านบาท หวังร่วมพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ

เมื่อเดือนมิ.ย. Toyota ได้ลงทุนในบริการร่วมเดินทางอย่าง Grab กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,000 ล้านบาท) ล่าสุดทางค่ายก็ประกาศลงทุนใน Uber อีก 500 ล้านดอลลาร์ (ราว 16,000 ล้านบาท) อีก

Toyota ที่กำลังให้บริการ Uber อยู่ // รุปจาก Flickr ของ Jason Lawrence

ลงทุนในบริการร่วมเดินทางต่อยอดรถยนต์ไร้คนขับ

เรียกว่าเป็นการลงทุนในบริการร่วมเดินทางอย่างต่อเนื่องของ Toyota หลังบริษัทเริ่มมองเห็นโอกาสในการผลักดันธุรกิจนี้ให้เติบโต แต่ใช่ว่าผู้ผลิตรถยนต์เบอร์หนึ่งของญี่ปุ่นรายนี้จะลงมาลุยเอง เพราะใช้วิธีลงทุนในยักษ์ใหญ่บริการร่วมเดินทางทั่วโลกแทน ก่อนหน้านี้คือ Grab และล่าสุดคือ Uber

นอกจากนี้การลงทุนในบริการร่วมเดินทางของ Toyota ยังบ่งบอกถึงการเดินหน้ารถยนต์ไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบด้วย เพราะทางค่ายมีการตั้งฝ่ายพัฒนาบริการ Autono-MaaS (Autonomous Mobility as a Service) หรือบริการร่วมเดินทางผ่านรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งทำคนเดียวก็คงไม่ได้แน่นอน

โดยการลงทุนใน Uber นั้น Toyota มีการทำสัญญากับคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อร่วมกันพัฒนาระบบรถยนต์ไร้คนขับในรถยนต์แบบ Minivan ของทางค่ายในรุ่น Sienna และคาดว่าจะเริ่มทดสอบได้จริงภายในปี 2564 ซึ่งทางค่ายก็มีการร่วมกันพัฒนาในลักษณะเดียวกันนี้กับ Grab ด้วย

ในทางกลับกันการลงทุนของ Toyota ก็ทำให้ Uber เพิ่มมูลค่ากิจการเป็น 72,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.34 ล้านล้านบาท) จากเมื่อจบไตรมาสแรกอยู่ที่ 62,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2 ล้านล้านบาท) ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการเงินในไตรมาสล่าสุดของ Uber ปิดที่ขาดทุน 659 ดอลลาร์ (21,000 ล้านบาท) มากกว่าไตรมาสก่อนเสียอีก

สรุป

การลงทุนของ Toyota นั้นแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในเรื่องรถยนต์ไรัคนขับจริงๆ เพราะหากต้องการสร้างบริการ Autono-MaaS ขึ้นมาจริงๆ ก็น่าจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของบริษัทได้เลย แต่ทั้งนี้ก็ไม่อยากให้ Toyota ลืมเรื่องการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นจริงด้วย เพราะกระแสโลกกำลังมาทางนี้อย่างเต็มตัว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/toyota-invest-500m-in-uber/

ซีอีโอ Uber เผย จะเน้นให้ลูกค้าไปใช้จักรยานไฟฟ้าแทน ในการเดินทางระยะทางสั้น ๆ

บริการแชร์รถแท็กซี่อาจเกิดการปรับรูปแบบธุรกิจใหม่อีกครั้ง โดย Dara Khosrowshahi ซีอีโอ Uber ได้ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่า Uber จะมาเน้นให้บริการ จักรยานไฟฟ้า และสกูตเตอร์ ให้มากขึ้น สำหรับการเดินทางระยะทางสั้น ๆ

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น Khosrowshahi บอกว่าในเวลาชั่วโมงเร่งด่วน การใช้รถยนต์ 1 คัน พาผู้โดยสาร 1 คน ไปส่งในระยะทางราว 10 ช่วงตึกนั้น เป็นวิธีการที่ไม่มีประสิทธิภาพ จึงน่าจะดีกว่าถ้าสามารถปรับพฤติกรรมลูกค้าได้ ทุกฝ่ายก็ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด

เขายังบอกว่าในแง่ของคนขับรถ Uber เดิมนั้น การเรียกรถก็จะเกิดกับระยะทางที่ไกลมากขึ้น นั่นหมายถึงค่าโดยสารที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน Uber เป็นเจ้าของบริการแชร์จักรยาน JUMP ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเข้ากับบริการเรียกรถที่มีอยู่ของ Uber ได้เลย

ที่มา: Business Insider

alt="JUMP"

from:https://www.blognone.com/node/104873

Uber ไตรมาส 2/2018 รายได้รวมโต 51%, Uber Eats โตสูงถึงกว่า 200%

Uber รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 2/2018 มีรายได้เพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนเป็น 2.7 พันล้านดอลลาร์ ส่วนตัวเลขยอดจองรถรวม (Gross Booking) อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 41% สุทธิแล้วขาดทุนอีก 659 ล้านดอลลาร์

ถึงแม้ Uber จะยังไม่อยู่ในตลาดหุ้น แต่ก็เลือกรายงานตัวเลขออกมาทุกไตรมาส เพื่ออัพเดตข้อมูลให้นักลงทุนปัจจุบัน และถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดเผยข้อมูลก่อนเตรียมไอพีโอนั่นเอง

ซีอีโอ Dara Khosrowshahi เปิดเผยว่า Uber Eats บริการสั่งอาหารเดลิเวอรี่มีการเติบโตที่สูงมาก รายได้โตถึง 200% และ Uber ก็จะเพิ่มการลงทุนส่วนนี้ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เริ่มขยายมาลงทุนธุรกิจแชร์จักรยานไฟฟ้าและสกูตเตอร์ด้วย

นอกจากนี้มีข้อมูลว่าหน่วยธุรกิจรถยนต์ไร้คนขับของ Uber กำลังเป็นธุรกิจเผาเงินตัวใหม่ โดยมีค่าใช้จ่ายถึงไตรมาสละ 125-200 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่มีรายได้ใด ๆ ตอนนี้ ทำให้นักลงทุนบางส่วนเสนอให้ Uber ขายส่วนธุรกิจนี้ออกไป ไม่อย่างนั้น Uber ก็จะต้องเสี่ยงกับตัวเลขขาดทุนสูงต่อไปอีกระยะ

ที่มา: CNBC

alt="UberEats"

from:https://www.blognone.com/node/104607

คนขับ Uber เฮ! สภาเมือง New York มีมติให้จ่ายค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมระงับการออกใบอนุญาต 1 ปี

หลังสภาเมือง New York ได้บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบริการร่วมเดินทาง หรือ Ride-Hailing Service ในเดือน มิ.ย. 2560 แต่ล่าสุดทางเมืองกลับเห็นว่าบริการนี้สร้างปัญหาบนท้องถนน และกลายเป็นที่มาของข้อบังคับสุดโหด

คนขับ Uber

ทำหมันอุตสาหกรรมนี้ชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 ปี

New York ถือเป็นเมืองแรกๆ ของโลกที่เขียนกฎหมายเกี่ยวกับบริการร่วมเดินทางเพื่อให้ธุรกิจนี้สามารถให้บริการได้อย่างถูกต้อง แต่เมื่อเข้าระบบ และหน่วยงานรัฐมีข้อมูลเกี่ยวกับบริการนี้ก็ทำให้ธุรกิจของ Uber และ Lyft ต้องเผชิญปัญหากับการเติบโตในเมืองนี้ครั้งใหญ่

เนื่องจากสภาเมือง New York ได้มีมติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8 ส.ค.) ว่า ขอให้ระงับการออกใบอนุญาตขับขี่บริการร่วมเดินทางออกไปเป็นเวลา 12 เดือน หลังบริการดังกล่าวสร้างปัญหาความหนาแน่นบนท้องถนนเป็นอย่างมาก ผ่านตัวเลขรถยนต์ผู้ให้บริการที่เพิ่มขึ้นจาก 12,600 คันในปี 2558 เป็น 80,000 คันในปี 2561

คนขับ Uber

“การระงับการออกใบอนุญาตขับขี่บริการร่วมเดินทางจะช่วยแก้ปัญหาจราจรติดขัดภายในเมือง New York ได้แน่ๆ เพราะปัจจุบันมีรถยนต์ที่ได้รับใบอนุญาตนั้นวิ่งอยู่ในเมืองมากมาย” Bill de Blasio นายกเทศมนตรีเมือง New York กล่าว

นอกจากนี้มติดังกล่าวยังกำหนดให้เจ้าของแพลตฟอร์มบริการร่วมเดินทางต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่ำให้กับผู้ขับในระบบ จากเดิมที่ผู้ขับเหล่านั้นมีฐานะเป็นพนักงานสัญญาจ้างชั่วคราว และไม่ได้ถูกคุ้มครองจากกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งกลุ่มผู้ขับขี่ต่างเห็นชอบกับมตินี้เป็นอย่างมาก เพราะช่วยการันตีเรื่องการเงิน รวมถึงไม่มีคู่แข่งมาแย่งลูกค้าเพิ่ม

การใช้บริการ Uber

ในทางกลับกัน Uber นั้นไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว เพราะการแก้ปัญหาความหนาแน่นบนท้องถนนสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่นการทำรถไฟใต้ดินให้ดีขึ้น นอกจากนี้การไม่ให้เพิ่มจำนวนจะทำให้การให้บริการในพื้นที่ชานเมืองนั้นน้อยลง และทำให้ค่าโดยสารนั้นสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ

สรุป

เรียกว่าเป็นการกีดกันทางการค้าก็ว่าได้ เพราะเมื่ออนุมัติให้ทำถูกกฎหมายแล้วอยู่ๆ ก็มาสั่งไม่อนุญาต แต่เชื่อว่าทางเทศบาลเมืองน่าจะคิดมาแล้วว่าเหตุผลที่ลงมติแบบนี้นั้นทำไปเพื่ออะไร และเมื่อย้อนมองดูประเทศไทยที่ยังไม่กำกับกิจการนี้ ก็น่าลองคิดว่าถ้าสมมติบริการนี้ถูกกำกับขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

อ้างอิง // Fox Business

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/new-york-cap-uber-growth/

Ola แอพเรียกรถจากอินเดียเตรียมบุกลอนดอนสู้กับ Uber สิ้นปีมีทุกเมืองในอังกฤษ

อาจเป็นข่าวที่ไม่ดีเท่าไหร่ของ Uber เมื่อคู่แข่งอย่าง Ola เตรียมที่จะบุกลอนดอน นอกจากนั้นเตรียมที่จะให้บริการทั่วประเทศอังกฤษด้วย

ภาพจาก Ola

Ola แอพเรียกรถจากประเทศอินเดียเตรียมที่จะบุกสู่เกาะอังกฤษ โดยให้บริการที่กรุงลอนดอนเป็นที่แรก และขยายไปยังเวลส์ รวมไปถึงแมนเชสเตอร์ต่อไป นอกจากนั้นบริษัทตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีจะให้บริการทั่วเกาะอังกฤษ เพื่อที่จะสู้กับคู่แข่งอย่าง Uber ซึ่งขนส่งในกรุงลอนดอนต่อใบอนุญาตให้ดำเนินการต่อได้อีก 15 เดือน

สำหรับในกรุงลอนดอนการให้บริการแอพเรียกรถนั้นถือว่าค่อนข้างเข้มงวดจากหน่วยงานกำกับดูแลมากกว่าที่อื่นๆ ในยุโรป ซึ่งนอกจาก Ola แล้ว ยังมีผู้เล่นรายใหม่ๆ ที่เตรียมเข้ามาในกรุงลอนดอนนี้ด้วยอย่าง Taxify ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจากประเทศเอสโตเนีย

แอพดังจากอินเดียจะเปิดตัวในอังกฤษด้วยฟังก์ชั่นในการเรียกรถส่วนตัวและรวมไปถึงรถแท็กซี่ก่อนในช่วงแรก และจะร่วมมือกับทางหน่วยงานกำกับดูแลในเรื่องนี้ซึ่ง Bhavish Aggarwal ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Olaได้กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อที่จะเข้าสู่ตลาดอังกฤษให้ได้ 

ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่เกาะอังกฤษ Ola ได้เข้าสู่ประเทศใหม่ๆ เช่น ออสเตรเลีย โดยบริษัทมีผู้ลงทุนอย่าง SoftBank และรวมไปถึง Didi อีกด้วย รวมไปถึงในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า Uber ในประเทศอินเดียอาจตัดสินใจขายกิจการให้กับ Ola โดยแลกเป็นหุ้น แต่ท้ายที่สุด Uber ก็เลือกที่จะให้บริการในอินเดียต่อ

ที่มาBloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ola-goes-to-england-and-friendly-with-regulators/