คลังเก็บป้ายกำกับ: UBER

สุดยอดความปลอดภัย Uber Ripley ซอฟต์แวร์ป้องกันเจ้าหน้าที่บุกออฟฟิศ ล็อกเครื่อง, เปลี่ยนรหัสผ่าน, ปิดเครื่อง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานถึงเครื่องมือพิเศษอีกตัวของ Uber คือ Ripley ซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมเครื่องจากระยะไกล ในกรณีที่สำนักงาน Uber ถูกบุกค้นจากเจ้าหน้าที่

รายงานนี้ระบุว่าผู้จัดการประจำสำนักงานจะได้รับการฝึกมาตรการในกรณีถูกบุกค้นสำนักงาน เรียกว่า “unexpected visitor protocol” ให้โทรศัพท์กลับสำนักงานใหญ่เพื่อแจ้งเตือน เจ้าหน้าที่ในสำนักงานใหญ่จะรีโมตเข้ามาล็อกหน้าจอ, เปลี่ยนรหัสผ่าน, และปิดเครื่อง โดยเครื่องเหล่านี้รวมตั้งแต่เดสก์ทอป, โน้ตบุ๊ก, ไปจนถึงสมาร์ตโฟน

บริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ ก็มักมีขั้นตอนเมื่อถูกบุกค้นเช่นเดียวกัน เช่น ต้องปิดเครื่องทันทีและขอตรวจเอกสารหมายค้นให้เรียบร้อยก่อน ในกรณีของ Uber มีการใช้ Ripley ล็อกเครื่องในสำนักงานต่างๆ ทั่วโลกไปแล้วอย่างน้อย 24 ครั้ง ครั้งหนึ่งคือการบุกตรวจภาษีที่แคนาดา เจ้าหน้าที่ถูกล็อกจนไม่ได้ข้อมูลอะไรกลับไป อย่างไรก็ตาม Uber ระบุว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ขอหมายค้นระบุไฟล์ที่ต้องการอย่างชัดเจนทางบริษัทก็มอบให้เจ้าหน้าที่ในที่สุด

รายงานนี้ระบุว่า Uber ยังใช้ Ripley อย่างน้อยถึงปี 2016 โดยปี 2017 ที่ผ่านมา Uber เพิ่งเปลี่ยนตัวซีอีโอ มีการประกาศเปลี่ยนแนวทางการทำงานให้หยุดการสอดแนมคู่แข่ง และมีท่าทีร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น เช่นกรณีการต่อใบอนุญาตในลอนดอน

ที่มา – Bloomberg

alt="Uber - Broad Street, Birmingham"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/99028

Advertisements

Nvidia ประกาศความร่วมมือกับ Uber และ Volkswagen ในการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

Nvidia ประกาศร่วมมือกับ Uber และ Volkswagen เพื่อช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับในงาน CES ซึ่งจัดขึ้นที่ Las Vegas

ในฝั่งของ Uber นั้น Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia กล่าวในงาน CES ว่าในปัจจุบันกลุ่มรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Uber ได้ใช้เทคโนโลยีของ Nvidia แล้ว ซึ่งตอนนี้ GPU ของ Nvidia อยู่ในรถยนต์ Volvo SC90 ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ Uber เริ่มทดสอบระบบในเมือง Pittsburgh และ Phoenix โดยระบบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติขง Uber ได้ทดสอบถึง 1 ล้านไมล์แล้วในเวลาเพียง 100 วันเท่านั้น

ส่วน Volkswagen นั้น Nvidia จะเริ่มนำเทคโนโลยี Drive IX ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI ใส่เข้ากับรถยนต์ของ Volkswagen เพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ intelligent co-pilot ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีที่เน้นการประมวลผลข้อมูลจากเซนเซอร์จากภายในและภายนอกรถยนต์ ซึ่งหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่จะนำฟีเจอร์นี้มาใส่คือ I.D. Buzz มินิบัสไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ Volkswagen เผยโฉมครั้งแรกเมื่อต้นปีที่แล้ว

ที่มา – Reuters, NVIDIA

No Description

รถยนต์คอนเซปต์ VW I.D. Buzz ภาพจากเว็บไซต์ Volkswagen

from:https://www.blognone.com/node/98876

Didi เปิดศึก Uber ในอเมริกาใต้ ด้วยการเข้าซื้อกิจการยักษ์ใหญ่บริการร่วมเดินทาง “99” ที่บราซิล

จากที่ยิ่งใหญ่ในประเทศจีน และทยอยลงทุนเล็กๆ ในบริการร่วมเดินทางตามทวีปต่างๆ ล่าสุด Didi Chuxing ก็เดินกลยุทธ์ใหม่ด้วยการเข้าซื้อกิจการ “99” ของประเทศบราซิล เพื่อเปิดศึกในระดับโลกกับ Uber เต็มรูปแบบ

ภาพจาก 99taxis และ Didi Chuxing

เปิดปีด้วยการขยายไปต่างประเทศอย่างชัดเจน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ปกติแล้ว Didi จะแค่ลงทุนในส่วนน้อยๆ พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับเหล่า Startup ที่ทำธุรกิจบริการร่วมเดินทาง หรือ Ride-Hailing ไม่ว่าจะเป็น Grab ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, Carreem ในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ รวมถึง Taxify ในยุโรป แต่จากนี้คงไม่ใช่แค่นี้แน่ๆ

เพราะพอเปิดปีมา Didi ก็ประกาศเข้าซื้อกิจการบริการร่วมเดินทาง “99” เบอร์หนึ่งของประเทศบราซิล และเป็นที่รู้จักในพื้นที่อเมริกาใต้ หลังจากเคยเข้าไปลงทุนใน Stratup ดังกล่าวมาเมื่อปีก่อน โดยแหล่งข่าวที่มีความเกี่ยวของกับอุตสาหกรรมนี้แจ้งว่า Didi ยอมทุ่มเงินกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัทดังกล่าว

ที่สำคัญการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นความจริงจังในการขยายออกไปต่างประเทศ พร้อมเปิดศึกการแข่งขันกับ Uber ผู้เป็นเบอร์หนึ่งบริการร่วมเดินทางอย่างชัดเจน แต่ทาง Didi ไม่ได้แจ้งว่าจะเปลี่ยนชื่อบริการ “99” เป็นชื่อเดียวกับบริษัทหรือไม่ แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ก็มีโอกาส เพราะช่วยสร้างตัวตน และเป็นที่รู้จักมากกว่าแค่ในจีน

ภาพ pixabay.com

แข่งกันแบบทั้งคู่ต่างมีหุ้นในธุรกิจของกันและกัน

ในทางกลับกันถึง Uber กับ Didi จะแข่งกันมากแค่ไหน แต่ทั้งคู่ต่างมีหุ้นในธุรกิจของกันและกัน หลัง Uber ได้หุ้น Didi จากการขายกิจการในจีนเมื่อปี 2559 ส่วน Didi ก็ยอมลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ใน Uber เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในประเทศจีนให้ทำได้เต็มรูปแบบมากขึ้น

ปัจจุบันมูลค่าหุ้นที่ Uber ถืออยู่ใน Didi คิดเป็นกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากมูลค่ากิจการล่าสุดที่ 56,000 ล้านดอลลาร์ของ Didi และทั้งคู่ต่างก็ส่งผู้บริหารเข้าไปนั่งอยู่ในบอร์ดบริหารของคู่แข่งด้วย เพื่อสำรวจว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

นอกจากนี้ทั้งคู่ก็อยู่ในการลงทุนของ SoftBank Group เหมือนกัน โดยกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นรายนี้ลงทุนใน Didi กว่า 4,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก่อน และล่าสุดก็เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 15% ของ Uber เช่นกัน รวมถึง SoftBank ก็ลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์ใน 99 เมื่อปีก่อนด้วย

สรุป

สำหรับตลาดบริการร่วมเดินทางในพื้นที่อเมริกาใต้นันเติบโตเร็วมาก และในบราซิลที่มีประชากรกว่า 200 ล้านคน ก็คือเป้าหมายสำคัญของหลายๆ ธุรกิจ โดยทาง Uber ได้ให้บริการใน São Paulo และ Rio de Janeiro ซึ่งทั้งสองเมืองอยู่ในอันดับต้นๆ ของจำนวนการใช้งานต่อสัปดาห์

ส่วนแบรนด์ Didi ก็อาจแพร่กระจายมากขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างความเป็นแบรนด์ระดับโลกเหมือน Uber แน่ๆ

อ้างอิง // WSJ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/didi-uber-ride-hailing-latin-america/

นักลงทุนรุ่นแรก Uber รับทรัพย์ก้อนใหญ่ จากการขายหุ้นให้ SoftBank รวมทั้งอดีตซีอีโอ

ตามที่ SoftBank ได้เข้ามาซื้อหุ้น Uber จากผู้ถือหุ้นเดิมจนกลายเป็นผู้ถือหุ้น 15% ในมูลค่าที่ลดลง 30% ตอนนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าใครบ้างที่เป็นผู้ขายหุ้นให้กับ SoftBank มีรายละเอียดดังนี้

  • กองทุน Benchmark ที่เป็นแกนนำกดดันจนอดีตซีอีโอ Travis Kalanick ลาออก ต้องการขายหุ้นออก 25% ของหุ้นที่มีอยู่ แต่เกินกว่าความต้องการของ SoftBank ทำให้ขายได้ 14.5% และได้เงินไปราว 900 ล้านดอลลาร์
  • กองทุน Google Ventures ของ Alphabet ซึ่งถือหุ้น Uber อยู่ราว 5% ก็ขายหุ้นออกไป 14.5% ที่ถือครอง ได้เงินไปราว 350 ล้านดอลลาร์
  • กองทุน First Round Capital ต้องการขายหุ้นเกือบทั้งหมด แต่ขายได้ราว 40% ได้เงิน 800 ล้านดอลลาร์
  • กองทุน Menlo Ventures ขายหุ้นออกไปครึ่งหนึ่ง ได้เงินไป 1 พันล้านดอลลาร์
  • อดีตซีอีโอ Travis Kalanick ขายหุ้นที่มีอยู่ 29% ได้เงินไปราว 1,400 ล้านดอลลาร์ เดิมทีเขาประกาศชัดเจนว่าไม่ต้องการขายหุ้น แต่ด้วยเงื่อนไขที่เขาต้องลดบทบาทลง ทำให้ต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นด้วยเพื่อให้สอดคล้องกัน

ที่มา: Recode และ TechCrunch

alt="Travis Kalanick"

from:https://www.blognone.com/node/98835

Uber ไตรมาส 3/2017 รายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังขาดทุนเพิ่มมากขึ้นด้วย

The Wall Street Journal อ้างว่าได้ข้อมูลหลุดตัวเลขผลประกอบการ Uber ประจำไตรมาสที่ 3/2017 โดยภาพรวมยังคงมีแนวโน้มเดิมคือ รายได้เพิ่ม แต่ก็ขาดทุนเพิ่มขึ้น

  • Gross Booking รายได้จากการเดินทางรวม 9,705 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาส 2/2017
  • รายได้สุทธิ 2,013 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21%
  • ขาดทุนสุทธิ 1,023 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2017 ที่ขาดทุน 773 ล้านดอลลาร์

ที่มา: Business Insider

alt="Uber"

from:https://www.blognone.com/node/98694

Uber ตั้งซีโอโอคนแรก ตั้งเป้าลดค่าใช้จ่าย เพิ่มวินัยการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร

Uber ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ (COO) คนแรกของบริษัท โดยดึงตัว Barney Harford อดีตซีอีโอของเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยว Orbitz มาดำรงตำแหน่ง

การดึงตัว Harford เป็นสายสัมพันธ์เดิมของ Dara Khosrowshahi ซีอีโอคนปัจจุบันของ Uber ที่เคยเป็นซีอีโอของ Expedia เพราะ Orbitz เป็นบริษัทลูกของ Expedia (Expedia ซื้อกิจการในปี 2015 และ Harford ลงจากตำแหน่งซีอีโอของ Orbitz ในปีเดียวกัน) และก่อนหน้านี้ เขาเขามาช่วยงานเป็นที่ปรึกษาให้ Khosrowshahi มาก่อนแล้วสองเดือน

Harford จะเริ่มงานกับ Uber ในเดือนมกราคม เขาให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่าเป้าหมายหลักคือลดค่าใช้จ่าย เพิ่มวินัยทางการเงิน และปรับวิธีการทำธุรกิจแบบเดิมๆ ที่เคยสร้างปัญหาอย่างมากกับบริษัท

Harford ระบุว่าที่ผ่านมา Uber เร่งขยายตัวเพื่อให้บริการในกว่า 600 เมืองทั่วโลก และค่อนข้างให้อิสระแก่ Uber ในแต่ละเมืองบริหารกันเอง ผลคือรูปแบบการทำธุรกิจมีความแตกต่างกันสูง ยากแก่การบริหารงานจากบริษัทแม่ อีกประเด็นหนึ่งที่ Uber ต้องเปลี่ยนคือเน้นเป้าหมายระยะสั้นมากเกินไป บริษัทต้องปรับเปลี่ยนมามองเป้าหมายระยะยาวให้มากขึ้น ทำงานมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

ที่มา – Financial Times

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/98676

Uber ตกเป็น Startup เบอร์ 2 ของโลกในแง่ Valuation พ่าย Didi Chuxing จากจีน

Uber เคยเป็นเบอร์หนึ่งในเรื่อง Valuation ด้วยมูลค่ากิจการกว่า 7 หมื่นล้านเหรียญในปีก่อน แต่หลังประกาศขายหุ้น 17.5% ให้ Softbank มูลค่าก็เหลือ 4.8 หมื่นล้านเหรียญ ต่ำกว่า Didi Chuxing จากจีนที่มีมูลค่า 5.6 หมื่นล้านเหรียญแล้ว

ภาพ pexels.com

ขายหุ้น 17.5% พร้อมแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์

หลัง Uber เจอวิกฤติมามากมายในปีนี้ จนผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนก่อนอย่าง Travis Kalanick ต้องลาออก และจ้าง Dara Khosrowshahi มาดำรงตำแหน่งนี้แทนในเดือนส.ค. 2560 ซึ่งแผนแรกๆ ของเขานอกจากจัดระเบียบองค์กรให้เรียบร้อย คือนำ Uber เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2562

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาขายหุ้นในสัดส่วน 17.5% ของบริษัท ให้กับ Softbank และกลุ่มผู้ลงทุน ในราคา 33 ดอลลาร์/หุ้น เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนที่สนใจเมื่อประกาศ IPO ในปี 2562 แถมการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งรวมถึงพนักงานก็ได้ผลตอบจากการขายหุ้นตัวเองออกไปจำนวนหนึ่งด้วย

แต่การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ไม่ได้ดีไปเสียทหมด เพราะกระทบถึง Valuation ของบริษัททันที โดยตัวมูลค่ากิจการได้ลดลงเหลือ 48,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเมื่อปีก่อนที่ Uber เคลมไว้ที่ 70,000 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 30% แต่ทาง Softbank ก็ประกาศลงทุนเพิ่มอีก 1,250 ล้านดอลลาร์ด้วย หลังซื้อหุ้นมาได้ในราคาที่ถูกกว่ามูลค่าเดิม

ภาพจาก Didi Chuxing

พ่าย Didi Chuxing ที่ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งโลก

อย่างไรก็ตามมันยังมีเรื่องที่กระทบกับความคิดนักลงทุนอีกเรื่องคือ มูลค่ากิจการของ Uber นั้นไม่ได้เป็น Startup เบอร์หนึ่งของโลกอีกต่อไป เพราะเมื่อมูลค่าลดลงมาเหลือ 48,000 ล้านดอลลาร์ เท่ากับว่าน้อยกว่า Didi Chuxing ผู้ให้บริการ Ride Hailing จากประเทศจีน ที่ปัจจุบันประกาศ Valuation ไว้ที่ 56,000 ล้านดอลลาร์

สำหรับทาง Didi เอง ล่าสุดเพิ่งระดมทุนอีก 4,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาระบบ Artificial Intelligence (AI), การนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งาน รวมถึงการขยายออกไปในต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโต โดยตอนนี้ Didi เคลมว่ามีผู้ใช้งาน 450 คน และมีผู้ขับในระบบกว่า 21 ล้านคน

ส่วนอันดับ Startup ในแง่ Valuation ที่เป็นรอง Uber คือ Xiaomi ที่มีมูลค่ากิจการ 46,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนอันดับที่ 4 คือ Airbnb ที่ 30,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนอันดับที่ 5 มี 2 บริษัทคือ Palantir และ WeWork ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์

สรุป

เรียกได้ว่าเสียหายไปไม่น้อยเหมือนกัน เพราะแทนที่จะขายหุ้นได้ในมูลค่าเดิมๆ แต่ก็ถูกลดราคาลงมา นี่ยังดีที่ทาง Softbank ยังเข้ามาช่วยเหลือเรื่องเงินทุนเพิ่ม และถ้ามองในอนาคต โอกาสสร้างความน่าเชื่อถือของ Uber ก็คงฟื้นกลับมาอีกครั้ง หลังจากผ่านเรื่องแย่ๆ มามาก

อ้างอิง // The New York Times, Tech Crunch, Bloomberg 1, 2, Forbes

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uber-and-didi-valuation/