คลังเก็บป้ายกำกับ: UNIQLO

ยอดขายต่างประเทศโตไว ทำ Uniqlo กำไรพุ่งกระฉูด

แม้ปัญหาค่าเยนอ่อนตัวทำให้ยอดขายในประเทศไม่สู้ดีนัก แต่ผลกำไรของ Uniqlo ในปีปฏิทินนี้กลับสูงที่สุดเป็นประวัติการ เพราะยอดขายในต่างประเทศนั้นเติบโตก้าวกระโดด และทดแทนยอดขายที่หายไปได้

หน้าร้าน Uniqlo ในสหรัฐอเมริกา // ภาพจาก Flickr ของ GoToVan

จากพึ่งในประเทศ เป็นเน้นขายต่างประเทศ

Fast Retailing เจ้าของแบรนด์ Uniqlo คาดการณ์ว่า ผลกำไรสุทธิของปีปฏิทินนี้ (สิ้นสุดเดือนส.ค. 2561) น่าจะปิดที่ 1.2 แสนล้านเยน หรือราว 35,000 ล้านบาท จากรายได้ที่น่าจะปิดที่ 2.05 ล้านล้านเยน หรือราว 6 แสนล้านบาท ผ่านยอดขายในต่างประเทศที่แข็งแกร่ง แม้ค่าเยนอ่อนตัวก็ทำให้ยอดขายในประเทศไม่ดีนัก

โดยกำไรจากการดำเนินงานจากต่างประเทศของร้าน Uniqlo นั้นเติบโตเป็นเท่าตัวไม่ว่าจะเป็นในประเทศจีน, เอเชีตะวันออกเฉียงใต้ และโซนโอชิเนีย ส่วนยอดขายในประเทศนั้นหดตัว 6.4% เนื่องจากต้นทุนต่างๆ ที่สูงขึ้น ชี้ให้เห็นว่ายอดขายในต่างประเทศเข้ามาทดแทนยอดขายที่หดตัวในประเทศได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ 38% ของรายได้ Fast Retailing นั้นมาจากธุรกิจนอกประเทศญี่ปุ่นเมื่อปีปฏิทินก่อน และเติบโตขึ้นจากอยู่ที่ 22% เมื่อปีปฏิทิน 2556 และทางบริษัทมีแผนเพิ่มยอดขายออนไลน์ในประเทศญี่ปุ่นเป็น 30% ในปีนี้ เพื่อรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

อ้างอิง // Market Watch

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-net-profit-growth/

Advertisements

สังคมสูงอายุในญี่ปุ่นสร้างปัญหา ทำ Uniqlo หาช่างผลิตเสื้อผ้าไม่ทัน ต้องหันไปพึ่งแรงงานจีน

แบรนด์ค้าปลีกเสื้อผ้าอย่าง Uniqlo เจอปัญหาในการผลิตเข้าเสียแล้ว เมื่อแรงงานคุณภาพมีฝีมือในประเทศตัวเองมีไม่พอ จึงต้องขอแรงจากประเทศจีน หลายคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจ แต่ Uniqlo ย้ำว่า “แรงงานจีนมีคุณภาพแล้ว”

Photo: Flickr.com by Kelsey Lu

เมื่อ Uniqlo มีแรงงานฝีมือดีไม่พอ

หลังจากปี 2000 เป็นต้นมา Uniqlo แบรนด์ค้าปลีกเสื้อผ้าญี่ปุ่น ได้ประกาศสโลแกนธุรกิจของตัวเองที่ว่า “จะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าคุณภาพ แต่ราคาถูก”

แต่ลำพังการจะทำเช่นนั้นได้ ต้องใช้มีทีมช่างเย็บผ้าฝีมือดี รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุเพื่อควบคุมคุณภาพ แต่สังคมญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทุกวัน จะเอาแรงงานคนที่ไหน?

เพราะสิ่งที่ต้องจับตามองคือ ตราบเท่าที่ Uniqlo ยังไม่มีเทคโนโลยีมาทดแทนในส่วนการผลิต แรงงานคนจะยังถือเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากของธุรกิจ เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้เราได้เห็นแผนการนำ AI เข้ามาใช้ในธุรกิจของ Uniqlo แต่นั่นเป็นการนำมาใช้ในการวิเคราะห์ทางการตลาดเท่านั้น ยังไม่มีแผนการนำ AI มาใช้ในการผลิตแต่อย่างใด

Photo: Flickr.com by hjw223

คำตอบของเรื่องนี้คือ “แรงงานจีน”

ในมณฑลเซียงจู ประเทศจีน เป็นพื้นที่ที่ Uniqlo เลือกเข้าไปใช้แรงงานที่นั่น เพราะว่าเป็นมณฑลที่เลื่องชื่อเรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้า ว่ากันว่าเป็นมรดกตกทอดมาจากอาณาจักรอู๋ในอดีต

Kazuaki Iida หัวหน้าผู้ดูแลทีมงานช่างฝ่ายผลิต บอกว่า “เราต้องฝึกหัดให้พนักงาน (แรงงานจีน) มีทักษะการผลิตเสื้อผ้าที่มีคุณภาพ เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้เวลา เพื่อฝึกฝนพวกเขา”

ส่วนหนึ่งก็เพื่อลบภาพในอดีตที่ว่า จีนเป็นประเทศที่มีแรงงานไร้คุณภาพ หรือลากไปการใช้โรงงานและวัสดุที่ไม่มีคุณภาพ เพราะในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก มาตรฐานสำหรับโรงงานในจีนได้รับการเข้มงวดกวดขันขึ้นกว่าในอดีตมาก

“ตอนนี้แรงงานจีนมีความรู้มากขึ้นแล้ว แต่เรา (Uniqlo) ก็ยังจะมุ่งมั่นรักษาคุณภาพของแรงงานให้ทำงานได้ดีขึ้นอีก”

Uniqlo เน้นการจ้างงานคนหนุ่นสาวในจีนเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ก็เป็นนักเรียน-นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ เพราะนำไปฝึกทักษะฝีมือได้ง่าย ก็ไม่แน่ว่านับจากนี้และในอนาคต แบรนด์ Uniqlo อาจจะต้องพึ่งพาแรงงานจีนในการผลิตต่อไปในระยะยาวก็เป็นได้

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-aging-society-chinese-labor/

ลดราคา เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน ยังเป็นหัวใจหลักของ Uniqlo วิน-วิน ยอดขายเพิ่ม ลูกค้าเพิ่ม

การปรับตัวของ Uniqlo ในยุคค้าปลีกล่มสลาย นอกจากจะพยายามเพิ่ม AI เข้ามาในธุรกิจแล้ว กลยุทธ์การลดราคาเพื่อจูงใจให้ลูกค้าเข้ามาในร้าน ยังคงเป็นท่าไม้ตายที่ Uniqlo ใช้เมื่อไหร่ ก็ยังคงได้ผล

Photo: Flickr.com by Taylor Sizemore

กลยุทธ์ลดราคา ดึงลูกค้าเข้าร้าน ยังได้ผล

เชนค้าปลีกเสื้อผ้าอย่าง Uniqlo มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยปัจจัยหลักๆ ก็มาจากการลดราคาและออกสินค้าใหม่ๆ อยู่ตลอด

Uniqlo เปิดเผยข้อมูลว่า จำนวนลูกค้านับตั้งแต่ต้นปีจนถึง 31 สิงหาคมที่ผ่านมาเพิ่มมากขึ้น 2.9% ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 1.1% นับเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แล้ว (กระแสค้าปลีกล่มสลายยังทำอะไรแบรนด์นี้ไม่ได้จริงๆ)

แต่ถ้าย้อนไปดูเมื่อ 2 – 3 ปีก่อนคือ 2014 กับ 2015 ที่ Uniqlo เพิ่มราคาสินค้าขึ้นมาจากเดิม ทำให้ลูกค้าลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยการที่ไหวตัวทัน ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 Uniqlo เลยลดราคาสินค้าลง สุดท้ายก็ให้ผลที่น่าพอใจ เพราะลูกค้าเข้ามาในร้านเพิ่มมากขึ้น และทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นในเดือนถัดมา

Photo: Flickr.com by Michio Shimada

ประเด็นคือ การลดราคาสินค้าของ Uniqlo ทำให้ปริมาณการซื้อของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เพราะแม้ว่าในบางเดือน จำนวนลูกค้าจะลดน้อยถอยลงอย่างเช่นในช่วงปี 2016 แต่ด้วยกลยุทธ์การลดราคา ทำให้ยอดขายของ Uniqlo ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้การลดราคาสินค้าก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้นในร้านเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ยอดขายของ Uniqlo ครึ่งปีนี้กำลังไต่ขึ้นไปถึงระดับ 3 ล้านล้านเยนหรือประมาณ 27,300 ล้านเหรียญ นับว่าสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2016 ถึง 70% นั่นก็เป็นเพราะการเพิ่มจำนวนลูกค้าจากการลดราคาสินค้าของ Uniqlo ที่ยังถือเป็นหัวใจของธุรกิจนั่นเอง

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-cut-price-win-customer/

UNIQLO เปิดบริการ Click & Collect ซื้อออนไลน์แวะไปรับเองที่สิงคโปร์

ฟังดูเป็นบริการง่ายๆ แต่กลับสามารถตอบโจทย์ให้กับคนเมืองได้เป็นอย่างดี สำหรับบริการ Click & Collect หลังจากที่ต้นปีเปิดให้บริการที่จีน ล่าสุดเปิดให้บริการที่สิงคโปร์ และเตรียมเปิดให้มาเลเซียใน 1-2 เดือนนี้

ซื้อง่าย จ่ายคล่อง รับของเอง

สำหรับบริการ Click & Collect เป็นหนึ่งในการสร้าง Omnichannel ให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์แนบเนียนทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพิ่มความสะดวกโดยสามารถเข้าเว็บคลิกซื้อและจ่ายเงิน โดยถ้าซื้อก่อนเที่ยงคืนและได้รับ SMS ยืนยัน พรุ่งนี้สามารถเลือกรับสินค้าสาขาใดก็ได้ในช่วงบ่าย ไม่เว้นวันเสาร์-อาทิตย์

ประโยชน์ที่ได้คือ ถ้ามั่นใจในแบบและไซส์ ไม่ต้องเสียเวลาเดินหาว่ามีที่ไหนบ้าง ไม่ต้องพลาดว่าสาขาที่ไปจะไม่มีของ ไม่มีไซส์ และถ้าสั่งออนไลน์แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าตอนสินค้ามาส่งจะไม่อยู่บ้าน เพราะเมื่อซื้อแล้ว เลือกสาขา แวะไปรับสินค้าได้เอง

ความพิเศษคือ มีสินค้าทุกรูปแบบ ทุกขนาด รวมถึงไซส์ XXL ที่อาจไม่มีจำหน่ายในสาขา หรือสินค้าสำหรับเด็กทารก บริการ Click & Collect คิดค่าธรรมเนียมตามแต่ละประเทศที่เปิดให้บริการ (อังกฤษ 2.95 ปอนด์) และจะไม่คิดเมื่อมีการสั่งถึงราคาที่กำหนด (อังกฤษ 19.90 ปอนด์) และต้องไปรับของภายในเวลา 10 วัน ให้ใครไปรับก็ได้ขอแค่มีใบเสร็จรับเงิน

ก่อนหน้านี้เปิดที่จีน, ญี่ปุ่น ก่อนขยายมาสิงคโปร์

ก่อนหน้านี้ Click & Collect เปิดให้บริการที่อังกฤษและอเมริกา จนต้นปีที่ผ่านมาจึงเปิดบริการที่จีน โดยผู้ซื้อสามารถรับได้จาก UNIQLO กว่า 400 สาขาจากจำนวนสาขาทั้งหมด 500 แห่ง ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขนส่งที่อาจล่าช้าในบางพื้นที่ รวมถึงเริ่มให้บริการในญี่ปุ่นไปแล้ว โดนสามารถรับสินค้าที่ 7-ELEVEN ได้ด้วย

สำหรับยอดขายของ UNIQLO ในจีน ไต้หวันและฮ่องกง ประมาณ 48,000 ล้านดอลลาร์ตามปีงบประมาณ (ถึง ส.ค. 59) เติบโตขึ้น 9.3%

ล่าสุด เปิดให้บริการ Click & Collect ที่สิงคโปร์ และเตรียมเปิดให้บริการที่มาเลเซีย

สรุป

ดูเป็นบริการง่ายๆ ซื้อออนไลน์แล้วแวะไปรับของเองที่สาขาที่เราเลือก แต่ระบบหลังบ้านต้องทำงานอย่างรวดเร็ว รวบรวมสินค้าแล้วส่งไปยังสาขาที่ผู้ซื้อเลือก ในไทยเองด้วยการมี UNIQLO แทบทุกห้างสรรพสินค้า บวกกับชีวิตคนเมืองที่ทำงานตลอด บางทีถ้าบริการนี้เปิดก็น่าจะได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อย และเป็นการสร้างประสบการณ์ซื้อที่ online และ offline เชื่อมกันได้อย่างดีด้วย

source: UNIQLOinsideretail.asia

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-click-collect-in-singapore/

ค้าปลีกในยุคดิจิทัล! Uniqlo เตรียมรีโนเวทธุรกิจ นำ AI มาใช้ จ้างวิศวกรไอทีเพิ่ม

ในยุคที่ค้าปลีกต้องปรับตัวกันอย่างมหาศาล Uniqlo เป็นหนึ่งในแบรนด์ค้าปลีกที่กำลังจะเอาเทคโนโลยีมาใช้อย่างจริงจังในธุรกิจ แต่การจะทำเช่นนั้นก็ต้องจ้างวิศวกรไอทีเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งอย่างแน่นอน

Photo: Flickr.com by Raizel Kiong

เตรียมจ้างวิศวกรไอทีเพิ่ม Uniqlo จะรุกหนักดิจิทัล

Uniqlo แบรนด์ค้าปลีกเสื้อผ้าจากญี่ปุ่นเตรียมนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะ AI เพื่อจะทำให้ธุรกิจตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าดีขึ้น

เพราะ AI จะสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ตอบโจทย์สไตล์ รวมถึงแนวแฟชั่น และที่สำคัญจะทำให้ไม่มีสินค้าเหลือคงคลัง(มากกว่าเดิม) พูดง่ายๆ คือ ปริมาณความต้องการลูกค้ามีเท่าไหร่ ลูกค้าก็สั่งเท่านั้นโดยตรงกับเทคโนโลยี บริษัทไม่จำเป็นต้องผลิตสินค้าจำนวนมาก และนำไปขายในรูปแบบเดิมๆ อย่างเดียว

แต่ทั้งนี้ การจะลุยด้าน AI สิ่งสำคัญคือ Uniqlo ต้องจ้างบุคลากรเพิ่ม “วิศวกรไอที” ในที่นี้คือรวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล นักวิเคราะห์ข้อมูล นักวิเคราะห์ภาพ และนักพัฒนาระบบ ฯลฯ

Tadashi Yanai ซีอีโอของ Uniqlo ระบุว่า พฤติกรรมผู้บริโภคสมัยนี้ แทบทุกครั้งก่อนการซื้อเสื้อผ้า ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะศึกษาข้อมูลกันมาก่อนผ่านอินเทอร์เน็ต แล้วค่อยเลือกซื้อ เราจึงต้องปรับตัวให้ทัน ไม่เช่นนั้น(ธุรกิจ)ก็ไปไม่รอด

Photo: Pixabay

แน่นอนว่า โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล ที่วงการค้าปลีกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก “ผู้ขายต้องทำเสื้อผ้าที่ผู้บริโภคต้องการ” หรือพูดอีกอย่างนึงคือ ในยุคนี้จะทำเสื้อผ้าหรือสินค้าที่ตัวผู้ขายอยากขายเองเท่านั้นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

Masayoshi Son ประธานของ SoftBank บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของญี่ปุ่นก็สนับสนุน Uniqlo ในเรื่องนี้ และบอกเลยว่าในท้ายที่สุด ผู้ชนะจะเป็นผู้ครองโลกใบนี้

ย้อนกลับไปดูภาพรวมธุรกิจปีที่แล้ว ในปี 2016 ลูกค้าในญี่ปุ่นของ Uniqlo เริ่มลดน้อยถอยลง แต่ “ค่าจ้างในญี่ปุ่นยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก Uniqlo เลยยังไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้”

แต่อย่างที่รู้กันดีว่า กลยุทธ์การขายแบบลดราคาเป็นจุดเด่นของ Uniqlo อยู่แล้ว และแม้จะทำให้ Uniqlo มีรายได้เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ทำให้การขายขาดโมเมนตัมและยอดขายสินค้าลดน้อยลง

อย่างไรก็ตาม Uniqlo กำหนดเป้าหมายยอดขายในปี 2020 ไว้ที่ 3 ล้านล้านเยน (ประมาณ 9 แสนล้านบาท) แน่นอนว่าเอเชียยังคงเป็นตลาดที่สำคัญที่สุด แต่ในแง่นี้อาจมองได้ว่าการลุยเพิ่มด้านไอทีครั้งนี้ของ Uniqlo ก็เป็นการขยายตลาดและหากำไรจากนอกประเทศญี่ปุ่นที่เริ่มอิ่มตัวแล้วด้วย

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-ai-retail-clothes/

ค้าปลีกในยุคดิจิทัล! Uniqlo เตรียมรีโนเวทธุรกิจ นำ AI มาใช้ จ้างวิศวกรไอทีเพิ่ม

ในยุคที่ค้าปลีกต้องปรับตัวกันอย่างมหาศาล Uniqlo เป็นหนึ่งในแบรนด์ค้าปลีกที่กำลังจะเอาเทคโนโลยีมาใช้อย่างจริงจังในธุรกิจ แต่การจะทำเช่นนั้นก็ต้องจ้างวิศวกรไอทีเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง แถมงานนี้ยังได้ SoftBank มาร่วมช่วย

Photo: Flickr.com by Raizel Kiong

เตรียมจ้างวิศวกรไอทีเพิ่ม Uniqlo จะรุกหนักดิจิทัล

Uniqlo แบรนด์ค้าปลีกเสื้อผ้าจากญี่ปุ่นเตรียมนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะ AI เพื่อจะทำให้ธุรกิจตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าดีขึ้น

เพราะ AI จะสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ตอบโจทย์สไตล์ รวมถึงแนวแฟชั่น และที่สำคัญจะทำให้ไม่มีสินค้าเหลือคงคลัง(มากกว่าเดิม) พูดง่ายๆ คือ ปริมาณความต้องการลูกค้ามีเท่าไหร่ ลูกค้าก็สั่งเท่านั้นโดยตรงกับเทคโนโลยี บริษัทไม่จำเป็นต้องผลิตสินค้าจำนวนมาก และนำไปขายในรูปแบบเดิมๆ อย่างเดียว

แต่ทั้งนี้ การจะลุยด้าน AI สิ่งสำคัญคือ Uniqlo ต้องจ้างบุคลากรเพิ่ม “วิศวกรไอที” ในที่นี้คือรวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล นักวิเคราะห์ข้อมูล นักวิเคราะห์ภาพ และนักพัฒนาระบบ ฯลฯ

Tadashi Yanai ซีอีโอของ Uniqlo ระบุว่า พฤติกรรมผู้บริโภคสมัยนี้ แทบทุกครั้งก่อนการซื้อเสื้อผ้า ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะศึกษาข้อมูลกันมาก่อนผ่านอินเทอร์เน็ต แล้วค่อยเลือกซื้อ เราจึงต้องปรับตัวให้ทัน ไม่เช่นนั้น(ธุรกิจ)ก็ไปไม่รอด

Photo: Pixabay

แน่นอนว่า โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล ที่วงการค้าปลีกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก “ผู้ขายต้องทำเสื้อผ้าที่ผู้บริโภคต้องการ” หรือพูดอีกอย่างนึงคือ ในยุคนี้จะทำเสื้อผ้าหรือสินค้าที่ตัวผู้ขายอยากขายเองเท่านั้นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

Masayoshi Son ประธานของ SoftBank บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของญี่ปุ่นก็สนับสนุน Uniqlo ในเรื่องการช่วยจัดหาคนไอทีมาร่วมงานกับ Uniqlo ด้วย พร้อมกับด้วยว่า “ในท้ายที่สุด ผู้ชนะจะเป็นผู้ครองโลกใบนี้”

ย้อนกลับไปดูภาพรวมธุรกิจปีที่แล้ว ในปี 2016 ลูกค้าในญี่ปุ่นของ Uniqlo เริ่มลดน้อยถอยลง แต่ “ค่าจ้างในญี่ปุ่นยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก Uniqlo เลยยังไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้”

แต่อย่างที่รู้กันดีว่า กลยุทธ์การขายแบบลดราคาเป็นจุดเด่นของ Uniqlo อยู่แล้ว และแม้จะทำให้ Uniqlo มีรายได้เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ทำให้การขายขาดโมเมนตัมและยอดขายสินค้าลดน้อยลง

อย่างไรก็ตาม Uniqlo กำหนดเป้าหมายยอดขายในปี 2020 ไว้ที่ 3 ล้านล้านเยน (ประมาณ 9 แสนล้านบาท) แน่นอนว่าเอเชียยังคงเป็นตลาดที่สำคัญที่สุด แต่ในแง่นี้อาจมองได้ว่าการลุยเพิ่มด้านไอทีครั้งนี้ของ Uniqlo ก็เป็นการขยายตลาดและหากำไรจากนอกประเทศญี่ปุ่นที่เริ่มอิ่มตัวแล้วด้วย

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-ai-retail-clothes-it/

Uniqlo รุกตลาดจีนหนัก จะเพิ่มให้ครบ 1,000 สาขา ในวันที่สมรภูมิรบไม่ใช่หน้าร้าน แต่คือออนไลน์ต่างหาก

ตลาดเสื้อผ้าในจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก Uniqlo แบรนด์จากญี่ปุ่นที่มีสาขาในจีนอยู่แล้วกว่า 540 แห่ง เลยเล็งขยายเพิ่มให้ครบ 1,000 ในเร็ววัน แต่ในจีนตอนนี้กระแสอีคอมเมิร์ซมาแรงมาก การเพิ่มสาขาครั้งนี้จะตอบโจทย์หรือไม่?

Photo: Pixabay

Uniqlo เร่งขยายสาขาให้ครบ 1,000 ในจีน

เรียกได้ว่าแบรนด์ค้าปลีกญี่ปุ่นช่วงนี้บุกหนักไปตลาดจีนกันอย่างเต็มกำลัง เพราะนอกจาก MUJI ที่เราจะได้เห็นโรงแรมในจีนสิ้นปีนี้แล้ว อีกแบรนด์ที่กำลังขยายสาขาในจีนอย่างหนักคือ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าจากญี่ปุ่น

หลังจากที่ Uniqlo ได้เริ่มบุกตลาดจีนตั้งแต่ปี 2002 จนถึงตอนนี้ก็มีสาขาในจีนไปแล้ว 540 แห่ง ในกว่า 120 เมือง แต่ไม่พอแค่นั้น เพราะจะขยายให้เป็น 1,000 สาขาให้ได้ภายใน 2 ปีครึ่งนับจากนี้

Pan Ning รองประธานกลุ่มผู้บริการ ระบุว่า “เราเปิดสาขาในจีนประมาณปีละ 100 แห่งอยู่แล้ว แต่ในช่วง 2 – 3 ปีนับจากนี้ เราจะเร่งอัตราการขยายสาขามากขึ้น”

ทีนี้พอกลับไปดูในญี่ปุ่น Uniqlo มีสาขาทั้งหมด 840 แห่ง ทรงตัวมาหลายปีแล้ว และก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับขยายเพิ่มแต่อย่างใด ทำให้ในไม่กี่ปีหลังจากนี้ หลายประเทศที่ Uniqlo ไปเปิดสาขาไว้ จะมีสาขาเพิ่มขึ้นแซงหน้าประเทศต้นทางอย่างแน่นอน

Photo: Pixabay

สมรภูมิใหม่ไม่ใช่หน้าร้าน แต่คือออนไลน์

Euromonitor International บริษัทวิจัยการตลาดจากเกาะอังกฤษ เปิดเผยว่า ตลาดเสื้อผ้าในจีนถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีรายได้ปีละกว่า 300,000 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะโตขึ้น 10% ทุกปี

แต่แม้ว่าตัวเลขในตลาดนี้จะโตขึ้นแค่ไหน แต่ถ้าลองไปดูตัวเลขดีๆ จะพบว่า อุตสาหกรรมในจีนกำลังขยับไปสู่อีคอมเมิร์ซมากกว่าการซื้อหน้าร้าน เพราะยอดขายออนไลน์ในจีนเพิ่มขึ้นมาถึง 26.6% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

มากกว่านั้น Peter Lau Kwok-kuen ประธานเจ้าหน้าที่ของ Giordano บอกว่า ธุรกิจในจีนกำลังเข้าสู่โลกโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว เพราะยอดขายของเขาเองในจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงไป 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ยอดขายทางออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นมาถึง 5%

สรุป

Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าญี่ปุ่นเตรียมขยายสาขาในจีนให้ครบ 1,000 แห่ง จากตอนนี้ที่มีอยู่แล้ว 540 แห่ง ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่แบรนด์คู่แข่งอย่าง Giordano ซึ่งมาจากฮ่องกง พร้อมทั้งได้ทำตลาดเสื้อผ้าในจีนค่อนข้างไปไกลกว่า Uniqlo มาก (ดูจากสาขาที่มีอยู่ก็สูงถึง 913 แห่ง) ได้บอกเองเลยว่า “แนวโน้มตลาดเสื้อผ้าในจีนกำลังไปออนไลน์แล้ว” เลยน่าจับตาว่าการขยายสาขาของ Uniqlo จะตอบโจทย์ตลาดและยอดขายได้จริงหรือไม่ เพราะภูมิศาสตร์ของตลาดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าจะเอาสักอย่างที่แน่นอนและเห็นได้ชัดๆ เลยก็คือ ตลาดจีนนี่น่าสนใจขึ้นทุกวันจริงๆ

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-china-ecommerce/