คลังเก็บป้ายกำกับ: UNIQLO

Uniqlo รุกตลาดจีนหนัก จะเพิ่มให้ครบ 1,000 สาขา ในวันที่สมรภูมิรบไม่ใช่หน้าร้าน แต่คือออนไลน์ต่างหาก

ตลาดเสื้อผ้าในจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก Uniqlo แบรนด์จากญี่ปุ่นที่มีสาขาในจีนอยู่แล้วกว่า 540 แห่ง เลยเล็งขยายเพิ่มให้ครบ 1,000 ในเร็ววัน แต่ในจีนตอนนี้กระแสอีคอมเมิร์ซมาแรงมาก การเพิ่มสาขาครั้งนี้จะตอบโจทย์หรือไม่?

Photo: Pixabay

Uniqlo เร่งขยายสาขาให้ครบ 1,000 ในจีน

เรียกได้ว่าแบรนด์ค้าปลีกญี่ปุ่นช่วงนี้บุกหนักไปตลาดจีนกันอย่างเต็มกำลัง เพราะนอกจาก MUJI ที่เราจะได้เห็นโรงแรมในจีนสิ้นปีนี้แล้ว อีกแบรนด์ที่กำลังขยายสาขาในจีนอย่างหนักคือ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าจากญี่ปุ่น

หลังจากที่ Uniqlo ได้เริ่มบุกตลาดจีนตั้งแต่ปี 2002 จนถึงตอนนี้ก็มีสาขาในจีนไปแล้ว 540 แห่ง ในกว่า 120 เมือง แต่ไม่พอแค่นั้น เพราะจะขยายให้เป็น 1,000 สาขาให้ได้ภายใน 2 ปีครึ่งนับจากนี้

Pan Ning รองประธานกลุ่มผู้บริการ ระบุว่า “เราเปิดสาขาในจีนประมาณปีละ 100 แห่งอยู่แล้ว แต่ในช่วง 2 – 3 ปีนับจากนี้ เราจะเร่งอัตราการขยายสาขามากขึ้น”

ทีนี้พอกลับไปดูในญี่ปุ่น Uniqlo มีสาขาทั้งหมด 840 แห่ง ทรงตัวมาหลายปีแล้ว และก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับขยายเพิ่มแต่อย่างใด ทำให้ในไม่กี่ปีหลังจากนี้ หลายประเทศที่ Uniqlo ไปเปิดสาขาไว้ จะมีสาขาเพิ่มขึ้นแซงหน้าประเทศต้นทางอย่างแน่นอน

Photo: Pixabay

สมรภูมิใหม่ไม่ใช่หน้าร้าน แต่คือออนไลน์

Euromonitor International บริษัทวิจัยการตลาดจากเกาะอังกฤษ เปิดเผยว่า ตลาดเสื้อผ้าในจีนถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีรายได้ปีละกว่า 300,000 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะโตขึ้น 10% ทุกปี

แต่แม้ว่าตัวเลขในตลาดนี้จะโตขึ้นแค่ไหน แต่ถ้าลองไปดูตัวเลขดีๆ จะพบว่า อุตสาหกรรมในจีนกำลังขยับไปสู่อีคอมเมิร์ซมากกว่าการซื้อหน้าร้าน เพราะยอดขายออนไลน์ในจีนเพิ่มขึ้นมาถึง 26.6% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

มากกว่านั้น Peter Lau Kwok-kuen ประธานเจ้าหน้าที่ของ Giordano บอกว่า ธุรกิจในจีนกำลังเข้าสู่โลกโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว เพราะยอดขายของเขาเองในจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงไป 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ยอดขายทางออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นมาถึง 5%

สรุป

Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าญี่ปุ่นเตรียมขยายสาขาในจีนให้ครบ 1,000 แห่ง จากตอนนี้ที่มีอยู่แล้ว 540 แห่ง ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่แบรนด์คู่แข่งอย่าง Giordano ซึ่งมาจากฮ่องกง พร้อมทั้งได้ทำตลาดเสื้อผ้าในจีนค่อนข้างไปไกลกว่า Uniqlo มาก (ดูจากสาขาที่มีอยู่ก็สูงถึง 913 แห่ง) ได้บอกเองเลยว่า “แนวโน้มตลาดเสื้อผ้าในจีนกำลังไปออนไลน์แล้ว” เลยน่าจับตาว่าการขยายสาขาของ Uniqlo จะตอบโจทย์ตลาดและยอดขายได้จริงหรือไม่ เพราะภูมิศาสตร์ของตลาดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าจะเอาสักอย่างที่แน่นอนและเห็นได้ชัดๆ เลยก็คือ ตลาดจีนนี่น่าสนใจขึ้นทุกวันจริงๆ

ที่มา – Nikkei Asian Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-china-ecommerce/

Advertisements

คำตอบจาก Uniqlo ต่อกระแสปิดตัวค้าปลีก ส่งตู้ขายเสื้ออัตโนมัติตั้งในสนามบินอเมริกา

ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติเป็นจุดเด่นของแดนอาทิตย์อุทัยมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งสำหรับแบรนด์ Uniqlo แล้ว อาจมองว่านี่คือไม้เด็ดของญี่ปุ่นที่จะใช้ในการสร้างความสนใจในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยล่าสุดได้มีรายงานว่า แบรนด์ Uniqlo ได้เริ่มเข้าไปติดตั้งตู้จำหน่าย “เสื้อ” อัตโนมัติแล้วที่ท่าอากาศยาน Oakland ในแคลิฟอร์เนีย

โดยแผนของ Uniqlo นั้นระบุว่าจะมีการติดตั้งตู้ขายเสื้ออัตโนมัตินี้เพิ่มอีก 9 แห่งตามท่าอากาศยานและช้อปปิ้งมอลล์ในลอสแองเจลลิส ฮุสตัน และนิวยอร์ก ส่วนสินค้าภายในตู้จะเป็นเสื้อเชิ้ตทั้งของชาย-หญิง และเสื้อแจ็กเก็ตรุ่นน้ำหนักเบา

สิ่งที่ซีอีโอของ Uniqlo USA อย่าง Hiroshi Taki มองก็คือ ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติเป็นสัญลักษณ์ของความสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก และเมืองที่มีทราฟฟิกในการเดินทางสูงอย่างสามเมืองที่กล่าวข้างต้นก็เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี

ที่ผ่านมา Uniqlo USA ค่อนข้างประสบปัญหา ทั้งจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเป็น 35% เมื่อช่วงต้นปี และการที่ชาวอเมริกันไม่เปิดใจรับแบรนด์ดังกล่าวมากนัก (ตรงข้ามกับ Uniqlo ในญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับการยอมรับอย่างดี) จนทำให้บริษัทมีผลประกอบการขาดทุน

นอกจากนี้ ตลาดสหรัฐอเมริกายังมีการปิดตัวห้างค้าปลีกสูง ซึ่งมีผลต่อ Uniqlo เช่นกัน ดังนั้น ตู้จำหน่ายเสื้อผ้าอัตโนมัตินี้จะทำให้ Uniqlo ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตกอยู่ในสถานะเตรียมพับเสื่อกลับฐานที่ญี่ปุ่นพลิกฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่ เราอาจต้องรอติดตามกันต่อไป

ที่มา: BBC

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/08/uniqlo-usa-vending-machine/

Uniqlo พัฒนาตู้หยอดเหรียญที่ขายทั้ง Heattech และ UltraLight Down ในสหรัฐอเมริกา

เมื่อพูดถึงญี่ปุ่น Vending Machine หรือตู้หยอดเหรียญ ต้องเป็นหนึ่งในสิ่งที่หลายคนนึกถึงแน่ๆ และจากความคุ้นเคย Uniqlo แบรนด์ Fast Fashion จากแดนอาทิตย์อุทัย ก็นำตู้ดังกล่าวมาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทางการขาย

ภาพจาก Uniqlo

เน้นกลุ่มนักเดินทาง ก่อนไปผู้บริโภคกลุ่มอื่น

ต้องยอมรับว่าเสื้อ Heattech กับ UltraLight Down เป็นหนึ่งในสินค้าที่จำหน่ายมากที่สุดของ Uniqlo เพราะคุณสมบัติที่กันหนาวได้จริงๆ ประกอบกับสวมใส่แล้วดูมีสไตล์ แม้ตัวเสื้อจะเป็นสีเรียบง่ายก็ตาม ดังนั้นถ้าเสื้อผ้าสองชิ้นนี้ขายแค่หน้าร้าน และออนไลน์ ก็เหมือนปิดโอกาสตัวเอง ทำให้ Uniqlo พัฒนาตู้หยอดเหรียญเพื่อขายเสื้อผ้าออมาตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.

สำหรับตัวตู้หยอดเหรียญเพื่อซื้อเครื่องแต่งกายของ Uniqlo นั้น ช่วงเริ่มต้นจะตั้งอยู่ในสนามบิน Oakland International Airport ในรัฐ California และจะทยอยติดตั้งเพิ่มให้ได้มากกว่า 9 ตู้ ภายในสนามบิน และห้างสรรพสินค้าต่างๆ เช่นในเมือง Los Angeles และ Houston ถือเป็นการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นของ Uniqlo ด้วย

ภาพจาก Uniqlo

ส่วนภายในตู้ระยะแรกจะจำหน่ายเสื้อ Heattech ราคา 14.90 ดอลลาร์สหรัฐ และ UltraLight Down ราคา 69.90 ดอลลาร์ก่อน เพราะอยู่ในช่วงฤดูหนาวพอดี แต่หลังจากนั้นจะเปลี่ยนสินค้าภายในตู้ตามฤดูกาลที่เหมาะสม และทั้งหมดยังคงอยู่ในแพ็คเกจที่เป็นกล่องขนาดเล็ก หรือกระป๋อง เพื่อพกพาได้สะดวกหลังจากซื้อสินค้าแล้ว

อย่างไรก็ตามรายได้ที่เกิดขึ้นจากการจำหน่ายผ่านตู้หยอดเหรียญนั้นคงเทียบไม่ได้กับรายได้รวมกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์มื่อปีก่อน แต่ตัวตู้หยอดเหรียญน่าจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต เหมือนกับที่ร้าน Best Buy สร้างตู้หยอดเหรียญเพื่อซื้อหูฟัง Beats by Dre และอื่นๆ จนมีรายได้จากช่องทางนี้กว่าสิบกว่าล้านดอลลาร์/ปี

สรุป

การเข้ามาเปิดตู้หยอดเหรียญที่ซื้อเสื้อ Uniqlo ได้ถือเป็นเรื่องใหม่ เพราะการทำแบบนี้ช่วยให้ Uniqlo สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แถมยังเรียนรู้ลูกค้าในเมืองต่างๆ ว่าชอบสินค้าแบบไหน เพื่อนำไปพัฒนาทั้งการตลาด และผลิตภัณฑ์ เพราะคู่แข่งในโลก Fast Fashion อย่าง H&M และ Zara ก็มีการปรับตัวตลอดเวลา

อ้างอิง // Quartz

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-do-vending-machine/

Uniqlo วางจำหน่ายเสื้อยืด UT คอลเลคชั่น UTGP’17 X Nintendo ในประเทศไทยแล้ว

Screen Shot 2560-05-21 at 9.18.23 AM

พบกับเสื้อยืดคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด UTGP’17 X Nintendo! จากผลงานการออกแบบของผู้เข้าประกวดทั่วโลก ที่ปีนี้มาในธีม Nintendo!

uniqlo-nintendo-flashfly

ชิเกรุ มิยาโมโตะ ผู้สร้างตัวละครมาริโอ้ และคณะกรรมการตัดสินพิเศษของ Nintendo ได้คัดสรรจากผลงานจำนวน 16,000 ชิ้นที่ส่งเข้าประกวด มาพร้อมกับตัวละครยอดนิยมของ Nintendo อย่าง Super Mario, Zelda, Pokemon และอีกมากมาย ซึ่งในครั้งนี้มีสองศิลปินชาวไทยเป็นผู้ชนะจากการออกแบบด้วยผลงานสุดสร้างสรรค์จากการ์ตูนและเกมส์อย่าง Pokémon และ Donkey Kong

18489818_1346535548767106_8752439548193765205_o

18556907_1346535692100425_4633049341794937822_o

18588977_1346535615433766_1758755861780056437_o

18527033_1346535725433755_7314096428521509687_o

18556853_1346535528767108_8241473662638170439_o

18451741_1346535775433750_4567736495932717599_o

18556712_1346535588767102_808978075671065123_o

18517960_1346535662100428_6860545021726950748_o

เป็นเจ้าของเสื้อยืด UT คอลเลคชั่น UTGP’17 X Nintendo ได้แล้ววันนี้! คลิกเลย http://bit.ly/utgp_fb0516
ดูรายละเอียดลายที่ได้รับรางวัล คลิกที่นี่ http://www.uniqlo.com/utgp2017/th/

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=183359

Uniqlo เปิดตัวเสื้อยืด T-shirt นำ 10 เกมฮิตของ Nintendo มาทำเป็นลวดลาย สวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย

Uniqlo-Mario-T-shirt

ในปีที่แล้ว Uniqlo ได้ร่วมกับ Nintendo ทำแคมเปญ UTGP 2017 เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปร่วมออกแบบเสื้อยืด T-shirt โดยนำคาแรคเตอร์ของเกม Nintendo มาทำเป็นลวดลาย ซึ่งมีผู้สนใจร่วมประกวดจากทั่วโลกมากกว่า 16,000 แบบ แต่ก็ถูกคัดเลือกเหลือเพียง 25 แบบ ก่อนจะเริ่มผลิตและวางจำหน่ายทั่วประเทศญี่ปุ่นในปลายเดือนพฤษภาคมนี้

Uniqlo-Star-T-shirt

Uniqlo-Pokemon-T-shirt

เสื้อยืดลายเกมฮิตจาก Nintendo ประกอบไปด้วยคาแรคเตอร์จากเกม Super Mario, The Legend of Zelda, Pokémon, Animal Crossing, Star Fox, Pikmin, Metroid, Kirby, Donkey Kong และ Splatoon มีให้เลือกทั้งเด็ก, ผู้หญิง และ ผู้ชาย โดยเสื้อยืดสำหรับเด็กมีราคา 990 เยน หรือราว 305 บาท ส่วนเสื้อยืดสำหรับผู้หญิง และ ผู้ชาย ราคาเท่ากัน 1,500 เยน หรือราว 465 บาท

Uniqlo-Super-Mario-T-shirt

Uniqlo-Splatoon-T-shirt

Uniqlo-zelda-T-shirt

Uniqlo-Super-Mario

Uniqlo-Big-Star

Uniqlo-Super-Mario-Pipe

Uniqlo-Donkey-Kong

Uniqlo-Mario-T-shirt-red

Uniqlo-Mario-cap

Uniqlo-Princess-Peach

Uniqlo-abc

Uniqlo-boo

ที่มา – Uniqlo

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=181945

Made in USA ไม่ตอบโจทย์ Uniqlo อาจถอนการทำตลาดในสหรัฐอเมริกา หาก Trump ยังเดินเกมนี้

ประธาน Uniqlo ออกมาติงนโยบายของ Donald Trump แล้ว หลังจากประธานาธิบดีคนล่าสุดของสหรัฐอเมริกาเตรียมเดินเกมให้บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศ เพื่อคุมการใช้เงินของชาวอเมริกันให้ไม่หลุดไปไหน

หน้าร้าน Uniqlo ในสหรัฐอเมริกา // ภาพจาก Flickr ของ GoToVan

ไม่สร้างประโยชน์ และผลักภาระให้ผู้บริโภค

ทาดาชิ ยานาอิ Chairman และ President ของ Fast Retailing Co. ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Uniqlo บอกว่า การที่ประธานาธิบดีคนล่าสุดของสหรัฐอเมริกาจะเดินหน้านโยบายนี้ เพื่อเพิ่มการจ้างงานภายในประเทศ พร้อมเข้าไปกดดันให้แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ และสินค้าอื่นๆ เข้ามาตั้งโรงงานที่นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากต้องการสินค้าที่มีราคาเหมาะสม

“ถ้าให้ทำอย่างนี้ ผมว่าเราคงออกจากการทำตลาดในสหรัฐอเมริกาดีกว่า เพราะนโยบายแบบนี้มันไม่ได้มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่นั่นเท่าไหร่นัก เพราะกลไกเรื่องราคาก็ไม่เหมาะสมแล้ว ยิ่งเข้าไปตั้งโรงงานที่นั่นโอกาสที่สินค้าของ Uniqlo จะเป็นตัวเลือกต้นๆ ของผู้บริโภคก็ยาก ดังนั้นมันคงไม่มีเหตุผลที่เราจะทำตลาดที่นี่”

สำหรับหน้าร้านในสหรัฐอเมริกาของ Uniqlo ตอนนี้มีทั้งหมด 50 แห่ง และส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในตัวเมืองอีกด้วย ที่สำคัญทางแบรนด์สินค้า Fast Fashion จากประเทศญี่ปุ่นยังเตรียมแผนเปิดหน้าร้านใหม่อีก 20-30 แห่งภายในปี 2560 อีกด้วย เพราะแบรนด์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และยอดขายของที่นี่ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นเดียวกัน

อ้างอิง // Asahi Shimbun, Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uniqlo-quit-us-market/

ZARA เตรียม Go Online ตาม Uniqlo หรือตลาด Fast Fashion ในไทยจะต้องเพิ่มช่องทางมากกว่าสโตร์

ในวันที่ 28 มี.ค. Fast Fashion อีกแบรนด์อย่าง ZARA ก็จะเปิดให้บริการซื้อสินค้าออนไลน์ หลังจาก Uniqlo แบรนด์คู่แข่งจากญี่ปุ่น ให้บริการ Ecommerce ในเดือนก.ค. 2559 แล้วอย่างนี้ตลาด Fast Fashion ในไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป

Go Online คืออีกทางออกในการเพิ่มช่องทาง

ตามที่ได้รายงานข่าวกันไปเกี่ยวกับวิกฤตของกลุ่ม Fast Fashion ว่าตอนนี้มีทั้งปัญหาเรื่องค่าเงิน, ดีไซน์ รวมถึงคู่แข่งรายย่อยที่จำหน่ายสินค้าผ่านโลกออนไลน์ จนรายได้มีโอกาสลดลงในปีนี้หากไม่ปรับตัว แต่สำหรับประเทศไทย หากสังเกตตามร้าน Fast Fashion ก็จะมีผู้บริโภคเข้าไปเลือกซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และแสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยยังมีกับสินค้าชนิดนี้อยู่

อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้ปรับอะไรโอกาสที่จะเกิดวิกฤตเหมือนกับตลาดโลกก็มีสูง โดยการสร้างช่องทางออนไลน์ หรือ Ecommerce ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะการมีช่องทางออนไลน์ ก็เหมือนเปิดสาขาใหม่ที่ให้บริการได้ตลอด 24 ชม. รวมถึงใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้นอีกด้วย ซึ่ง ZARA ก็คงคิดเช่นนี้ จึงเตรียมเปิดช่องทาง Ecommerce ในประเทศไทย โดยผู้บริโภคสามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ zara.com/th รวมถึง Application บนโทรศัพท์มือถือ ได้ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.

ติดสปีดทั่วอาเซียน หลังแบรนด์ยังได้รับความนิยม

สำหรับการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของ ZARA จะส่งให้ฟรีทั่วประเทศก็ต่อเมื่อสั่งซื้อมากกว่า 1,990 บาท หากต่ำกว่านั้นคิดค่าส่ง 90 บาท แต่ผู้ซื้อสามารถเลือกรับสินค้าที่หน้าร้าน ZARA ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาสยามพารากอน) ได้เช่นกัน โดยสินค้าที่จำหน่ายอยู่บนออนไลน์จะเหมือนกับที่จำหน่ายในสาขาต่างๆ พร้อมกับเพิ่มสินค้าใหม่ 2 ครั้ง/สัปดาห์ ซึ่งนโยบายการส่งสินค้านั้นแตกต่างจาก Uniqlo ที่ส่งฟรี แต่จะคิดค่าบรรจุภัณฑ์ 100 บาท (สั่งเกิน 1,500 บาทไม่คิด)

ทั้งนี้ไทยไม่ใช่ประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ ZARA เข้ามาทำตลาดออนไลน์ เพราะก่อนหน้านี้ได้ให้บริการที่สิงคโปร์ และมาเลเซียแล้ว ที่สำคัญถัดจากประเทศไทยก็จะไปให้บริการในประเทศเวียดนามด้วย แสดงให้เห็นถึงโอกาส และความต้องการของสินค้า Fast Fashion ในภูมิภาคนี้ แตกต่างกับในสหรัฐอเมริกา และยุโรปที่แบรนด์ Fast Fashion เริ่มไม่ได้รับความนิยมเหมือนในอดีต

ร้านรับหิ้วบน Facebook

ร้านหิ้วไม่กระทบ แม้บริษัทแม่ลุยเอง

ในทางกลับกันตอนนี้มีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เปิดร้านรับบริการซื้อสินค้าจากแบรนด์ Fast Fashion ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น H&M, ZARA และ Uniqlo โดยบวกค่าบริการเข้าไปตั้งแต่ 150-200 บาท ซึ่งส่วนตัวมองว่าร้านเหล่านี้ก็คงไม่กระทบนัก เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมซื้อสินค้าด้วยวิธี Social Commerce หรือคุยกับพ่อค้าแม่ค้า และใช้วิธีโอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้า มากกว่าการซื้อด้วยระบบ Ecommerce ที่มีความปลอดภัยมากกว่า

ดังนั้นคงต้องรอให้ตลาดปรับตัวอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้ผู้ซื้อได้เรียนรู้ถึงการซื้อสินค้าที่ปลอดภัยกว่าการซื้อแบบโอนเงินให้พ่อค้าแม่ค้า และเมื่อถึงจุดนั้น คงเริ่มมีแบรนด์แฟชั่นต่างๆ หันมาเปิดเว็บไซต์เพื่อจำหน่ายออนไลน์กันมากขึ้น และประเทศไทยคงเข้าสู่ยุค 4.0 กันได้เหมือนที่รัฐบาลยุคนี้หวังเอาไว้

สรุป

เมื่อ Uniqlo และ ZARA ต่างเปิดช่องทางออนไลน์แล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงเห็น H&M ให้บริการด้านนี้บ้าง เพราะในต่างประเทศก็มีเปิดให้ซื้อสินค้าผ่านออนไลน์อยู่แล้ว ทำให้การแข่งขันของกลุ่ม Fast Fashion ในประเทศไทยจะไม่ได้แข่งกันแค่หน้าร้าน แต่ออนไลน์ก็คงเห็นโปรโมชั่นที่ดุเดือดมากขึ้นแน่นอน

อ้างอิง // Zara Thailand launches online

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/zara-go-online-and-fast-fashion-market/