คลังเก็บป้ายกำกับ: VERVE

[PR] ซัมซุง ร่วมกับ มจธ. ประกาศความร่วมมือทางวิชาการ 
ผลักดันนวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่ออุตสาหกรรมไทย

กรุงเทพฯ (12 เมษายน 2560) – ซัมซุง นำโดย นายจักรกฤษณ์ ศรีเงินยวง ผู้อำนวยการ แผนกทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด (โรงงานศรีราชา) (ขวา) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดี (ซ้าย) ลงนามประกาศความร่วมมือทางวิชาการเพื่อผลักดันนวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในงานอุตสาหกรรมไทย มุ่งเป้าสนับสนุนนักศึกษาภายใต้โครงการบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับการทำงาน สนับสนุนงานวิจัย รวมไปถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านบุคลากรทั้งสองฝ่าย โดย มจธ. ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตบุคลากรชั้นนำด้านนวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอุตสาหกรรม

โดยภายในระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี ซัมซุงและมจธ. มุ่งหวังว่าจะผลิตบุคลากรด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติป้อนเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น และสนับสนุนให้นักศึกษา มจธ. เข้าฝึกงานจริงในโรงงานซัมซุง เพื่อตอบรับกระแสโลกในการปรับใช้เทคโนโลยีเข้ากับการผลิตในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน

from:https://www.techtalkthai.com/samsung-collabs-with-kmutt-working-on-robotics-and-automatic-system/

Advertisements

[PR] LINE ศูนย์กลางแห่งประสบการณ์ดิจิตอล ประกาศ 4 กลยุทธ์หลัก ปี 2017 
สยายปีกสู่ “Mobile Portal” มุ่งตอบสนองความต้องการผู้ใช้ชาวไทย เปลี่ยนชีวิตให้ง่ายขึ้น

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือยอดนิยมระดับโลก เผยความสำเร็จปี 2016 พร้อมประกาศกลยุทธ์ “Mobile Portal” ชี้เทรนด์ดิจิตอล พร้อมนำเสนอเซอร์วิสและโซลูชั่นต่างๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตผู้คนง่ายขึ้น ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต ได้แก่ การติดต่อสื่อสาร (Communication), คอนเทนต์ (Content), บริการ (Services) และการขายสินค้าและบริการ (Commerce)                

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญ
เป็นอันดับ 2 ของ LINE ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือที่สูงถึง 94% ในปี 2016 LINE ตั้งเป้าในการเป็นมากกว่าแชทหรือ ‘Beyond Chat’ และต่อยอดธุรกิจสติกเกอร์ ซึ่งได้รับความสำเร็จมากมาย อาทิ

  • LINE TV สร้างการเติบโตของยอดวิวที่เพิ่มขึ้น 136% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างปรากฏการณ์ของซีรี่ส์
    ที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ อย่าง ‘I HATE YOU I LOVE YOU,’ ‘ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์,’ และ O-Negative
  • LINE MAN บริการใหม่ซึ่งประกอบไปด้วยแมสเซนเจอร์ สั่งซื้ออาหารและของสะดวกซื้อ ที่เพิ่งเปิดตัวไป
    ในเดือนพฤษภาคม 2559 ด้วยจำนวนผู้ใช้งานสูงถึง 400,000 คน พร้อมจำนวนร้านอาหารมากกว่า 20,000 ร้านตั้งแต่สตรีท ฟู้ด ไปจนถึงภัตตาคาร ทำให้ LINE MAN ขึ้นสู่อันดับ 1 บริการส่งอาหาร ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
  • LINE GAME ครองอันดับ 1 ตลาดเกมมือถือในประเทศไทย
  • LINE STICKERS ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยจำนวนสติกเกอร์ดาวน์โหลดที่สูงกว่า 500 ล้านเซ็ต แสดงให้เห็นว่า สติกเกอร์ยังคงเป็นเครื่องมือสื่อสารที่คนไทยนิยมใช้ในการแสดงความรู้สึก

นอกจากนี้แล้ว LINE ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน Best Brand ในประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่คนอยากทำงานด้วยเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย”

และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา LINE ตระหนักดีว่า ประเทศไทยเป็น “Mobile First Country”
ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือที่สูงถึง 44 ล้านคน หรือประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ                             จึงพิสูจน์ให้เห็นว่า โทรศัพท์มือถือเป็นศูนย์กลางของโลกดิจิตอล เนื่องจากคนไทยเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตครั้งแรก
ผ่านทางสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์ ด้วยเหตุนี้ LINE จึงตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางของสมาร์ทโฟนหรือที่เรียกว่า “Mobile Portal” เพื่อช่วยให้ชีวิตคนไทยง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น

กลยุทธ์ของ LINE ถูกสร้างขึ้นจาก 4 ปัจจัยหลักในการใช้ชีวิต ได้แก่ การติดต่อสื่อสาร (Communication), คอนเทนต์ (Content), บริการ (Services) และ การขายสินค้าและบริการ (Commerce)

  • การติดต่อสื่อสาร (Communication) จากผลสำรวจของ Nielsen พบว่า คนไทยใช้เวลาเฉลี่ยบนสมาร์ทโฟน
    สูงถึง 234 นาทีต่อวัน
    โดย 1 ใน 3 ของเวลาการใช้งานสมาร์ทโฟน หรือประมาณ 70 นาทีต่อวัน                                   ถูกใช้บนแพลตฟอร์ม LINE เราจึงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาบริการเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ
  • คอนเทนต์ (Content) ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เพลง และสิ่งพิมพ์ ต่างถูกย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์ โดยคนไทยใช้เวลาดูวิดีโอออนไลน์สูงถึง 133 นาทีต่อวัน หรือคิดเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 65 นาทีต่อวัน จากรายงานของสมาคมโฆษณาดิจิทัล ประเทศไทย (DAAT) พบว่า งบโฆษณาบนช่องทางดิจิตอลจะเติบโตขึ้นกว่า 30% ในปีนี้ และเพื่อเป็นการตอบรับกับเทรนด์ดิจิตอลที่เกิดขึ้น LINE TV เตรียมสร้างสีสันด้วยการเปิดตัวคอนเทนต์กลุ่มใหม่ทั้งกีฬา (Sports) และความงาม (Beauty) เพิ่มขึ้นจากละคร (Drama), บันเทิง (Entertainment), เพลง (Music), อนิเมชั่น (Animation) และถ่ายทอดสด (LIVE) พร้อมกันนี้ยังวางแผนขยายพันธมิตรรายใหญ่ต่างๆ อาทิ ช่อง 8, พีพีทีวี, ไทย ไฟท์ และจีบัน นอกจากนี้ยังมี LINE TODAY ที่เพิ่งเปิดตัวไปภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี ด้วยฟีเจอร์ “News Tab” ที่ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารง่ายขึ้น พร้อมตั้งเป้าขึ้นสู่อันดับ 1 แพลตฟอร์มข้อมูลข่าวสารบนมือถือ โดยจะเริ่มสร้างรายได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
  • บริการ (Services) ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นรวมทั้งสิ้นประมาณ 2.2 – 2.6 ล้านแอพพลิเคชั่น ในขณะที่จำนวนแอพพลิเคชั่นเฉลี่ยที่คนส่วนใหญ่ดาวน์โหลดมีเพียง 32 แอพพลิเคชั่นต่อหนึ่งอุปกรณ์เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นมีเพียง 3 – 5 แอพพลิเคชั่นที่ถูกใช้งานในแต่ละวัน ด้วยเหตุนี้ LINE จึงพัฒนา Chat BOT ขึ้นมาเพื่อใช้ทดแทนแอพพลิเคชั่นด้วยการเข้าถึงบริการต่างๆ ได้จาก LINE เพียงที่เดียว โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็น Chat BOT ของ LINE เอง เช่น LINE FINANCE หรือจากพาร์ทเนอร์ เช่น Uber และ Wongnai รวมถึงแบรนด์ต่างๆ อาทิ Citibank, FWD, Lazada, Krungthai AXA, Maybank, Shell และ Uniliver
  • การขายสินค้าและบริการ (Commerce) ปัจจุบันการขายสินค้าออนไลน์หรือ e-commerce ยังคงมีสัดส่วน
    ที่เล็กมากเพียง 3.8% ของมูลค่าการค้าปลีกทั้งหมด
    LINE จึงมองเห็นโอกาสในการเชื่อมต่อโลกออฟไลน์
    และออนไลน์ หรือที่เรียกว่า บริการในรูปแบบ O2O (Offline to Online) เราจึงมีการเปิดตัว Beacon ซึ่งร้านค้าต่างๆ สามารถติดตั้ง Beacon เพื่อให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์และมอบคูปองโปรโมชั่นต่างๆ เมื่อลูกค้ามาใช้บริการที่ร้านค้า นอกจากนี้ยังมี LINE MAN ที่ขยายรูปแบบการให้บริการจากแมสเซนเจอร์ สั่งซื้ออาหาร และของสะดวกซื้อ ไปสู่บริการรับส่งพัสดุ (Postal) โดยการจับมือกับ Alpha เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน

“ในฐานะผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือและเป้าหมายการเป็น ‘Mobile Portal’ LINE ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเซอร์วิส และโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน และเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต พร้อมทั้งสานต่อพันธกิจในการเชื่อมต่อข้อมูล ผู้ใช้ และบริการให้ใกล้กันมากขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘Closing the Distance’ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบดิจิตอล อีโคโนมี่ (Digital Economy) ในประเทศไทยนายอริยะกล่าวทิ้งท้าย

from:https://www.techtalkthai.com/line-4-strategies-for-2017/

[PR] เปิดตัว “Carmana.com” เว็บรถบ้านมือสองครบวงจร สื่อกลางระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขายตัวจริง ครั้งแรกในเมืองไทย ชูจุดเด่น “สะดวกสบาย-คุ้มราคา-เชื่อถือได้”

คาร์มานาเปิดตัว “Carmana.com” เว็บไซต์ซื้อขายรถบ้านมือสองครบวงจร แพล็ตฟอร์มดิจิทัลทางเลือกใหม่ตอบรับไลฟ์สไตล์ออนไลน์ที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ให้ซื้อขายรถยนต์ได้กับเจ้าของตัวจริง ไม่ผ่านคนกลาง พร้อมบริการเสริมครบแบบวันสต็อปเซอร์วิส ด้วยจุดเด่น “สะดวกสบาย-คุ้มราคา-เชื่อถือได้ ครั้งแรกที่จะเปิดมิติใหม่ของการซื้อขายรถยนต์มือสองในเมืองไทย พร้อมกลยุทธ์การตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมาย เน้นสร้างการรับรู้และเห็นถึงข้อดีของคาร์มานา ตั้งเป้ายอดซื้อขาย 30,000 คัน ใน 3 ปี

ณพล ชัยศิลป์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์มานา จำกัด กล่าวว่า “ที่มาของคาร์มานานั้นเริ่มต้นจากการเล็งเห็นความต้องการของผู้บริโภคในการซื้อขายรถยนต์มือสองในเมืองไทย ที่ต้องการความสะดวกสบาย ราคายุติธรรม และความน่าเชื่อถือ ตลอดจนมีบริการเสริมครบวงจร แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่มีบริการใดที่เติมเต็มความต้องการได้อย่างครบถ้วน ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป มีไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะหาข้อมูล กิจกรรมโซเชียล หรือการช้อปปิ้งออนไลน์   จากข้อมูลล่าสุดพบว่าคนไทยมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 67% จากจำนวนประชากรทั้งหมด อยู่ในลำดับที่ 18 ของโลก และใช้เวลาในโลกออนไลน์เฉลี่ยถึง 6.4 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตของ อีคอมเมิร์ซ 16% ในปีนี้เมื่อเทียบกับปี 2559 และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้บริโภคยุคใหม่มีการซื้อขายสินค้าแบบผู้บริโภคถึงผู้บริโภคโดยตรง Customer-to-customer (C2C) ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในหลายๆ กลุ่มสินค้ารวมถึงรถยนต์ จึงเป็นเรื่องที่ดี หากสามารถเพิ่มทางเลือกในการซื้อขายรถบ้านมือสองมาอยู่บนแพล็ตฟอร์มออนไลน์ ที่เพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยราคาซื้อขายที่ยุติธรรม ทั้งยังมีบริการเสริมครบ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย”

“จากโอกาสที่คาร์มานามองเห็น จึงเป็นที่มาของเว็บไซต์ซื้อขายรถบ้านมือสอง Carmana.com เพื่อเป็นสื่อกลางที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรง โดยไม่ผ่านคนกลาง (Customer-to-customer – C2C) พร้อมบริการครบวงจร ตลอดจนเป็นผู้ช่วย และที่ปรึกษาด้านการซื้อขายรถมือสอง แก่ผู้ซื้อและผู้ขายที่อาจไม่มั่นใจในการซื้อขายรถมือสองหรือไม่มีความรู้เรื่องรถมากนัก ซึ่งคาร์มานาเป็นช่องทางใหม่ ในแพล็ตฟอร์มดิจิทัล ด้วยความโดดเด่น 3 ข้อคือ “สะดวกสบาย-คุ้มราคา-เชื่อถือได้” ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อได้รถยนต์ที่ถูกใจในราคาสมเหตุสมผลเนื่องจากมีขั้นตอนการตรวจสอบผู้ขายทุกราย ให้มั่นใจได้ว่าเป็นเจ้าของรถตัวจริง ช่วยตัดปัญหาการเพิ่มราคาจากคนกลาง และยังเปิดพื้นที่ให้ประกาศขายรถโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการถ่ายภาพรถแบบมืออาชีพฟรี สำหรับผู้ขายที่ต้องการภาพรถในมุมที่สวยงาม เพื่อดึงดูดผู้ซื้อและเพิ่มโอกาสการขาย โดยปัจจุบันมีรถประกาศขายบน Carmana.com กว่า 1,700 คัน โดยมีให้เลือกหลากหลายประเภทตามความต้องการ ตั้งแต่ อีโคคาร์ ซีดานทุกระดับราคา เอสยูวี รถกระบะ รถตู้ ไปจนถึงซุปเปอร์คาร์ ที่สำคัญคาร์มานายังมีบริการเสริม ได้แก่ บริการตรวจสภาพรถยนต์อย่างละเอียด 186 จุดโดยผู้เชี่ยวชาญ และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคระดับมืออาชีพร่วมทดสอบคุณภาพและทดลองขับรถยนต์ รวมถึงให้คำปรึกษาเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมให้คำแนะนำด้านจัดไฟแนนซ์ ปิดไฟแนนซ์* ประกันภัยรถยนต์ และบริการเดินเรื่องเอกสารโอนกรรมสิทธิ์รถฟรี** โดยให้บริการที่ศูนย์บริการ ‘คาร์มานา ฮับ (Carmana Hub)’ ถนนพระราม 3 เรียกได้ว่าสามารถจบทุกการซื้อขายรถบ้านมือสองได้ในเว็บไซต์เดียว (One-stop Service)”

“ในช่วงแรกของการเปิดตัว คาร์มานาตั้งเป้าสร้างการรับรู้และทำให้ผู้บริโภคเห็นถึงข้อดีของคาร์มานา รวมทั้งเข้าใช้บริการเว็บไซต์ให้มากที่สุด เพื่อการขยายโอกาสในตลาดรถยนต์มือสองซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต กลยุทธ์ทางการตลาดในปีนี้จึงเน้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ผ่านหลายช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ทั้งการโปรโมทเว็บไซต์ ที่ปัจจุบันมียอดผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 1,300,000 ครั้ง มีเฟสบุ้ค แฟนเพจ ที่เป็นช่องทางในการสื่อสารกับผู้บริโภค ทั้งทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ด้วยการแชร์เคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการดูแลรถยนต์ การซื้อขายรถยนต์ ตลอดจนกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆ จากคาร์มานา และยังมีการทำภาพยนตร์โฆษณาหลายเวอร์ชั่น เปรียบเปรยให้เห็นถึงสิ่งที่ผู้บริโภคต้องพบเจอยามที่คิดจะซื้อรถยนต์มือสองโดยใช้สำนวนไทย พร้อมสื่อสารข้อดีของการซื้อขายรถยนต์มือสองกับ Carmana.com ผ่านพระเอกซึ่งเป็นเพนกวินชื่อ Mr. Mana ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสร้างอารมณ์ขัน ทำให้ผู้ชมจดจำจุดเด่นของแบรนด์ได้ในทันที ส่งผลให้มียอดวิวเฉียด 1 ล้านครั้ง รวมทั้งยังโปรโมทคาร์มานาผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ ทั้งวิทยุ สื่อนอกบ้าน และสื่อในรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยใช้สโลแกน ‘Carmana.com เว็บรถบ้านมือสองครบวงจร ซื้อสบาย ขายฟรี ไม่มีคนกลาง’ รวมถึงการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านกิจกรรมทางการตลาดในงานมหกรรมรถยนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Motor Expo 2016
และ Bangkok Used Cars Show 2017”
ณพลกล่าวเสริม

“คาร์มานามีจุดเด่นที่ชัดเจน และสามารถตอบในสิ่งที่ผู้บริโภคมองหาได้ เราจึงมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทยและจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์มือสองของไทย โดยคาร์มานาตั้งเป้ายอดซื้อขายรถบ้านมือสองผ่าน Carmana.com ไม่ต่ำกว่า 800 คันภายในสิ้นปี และเพิ่มเป็น 30,000 คัน ภายใน 3 ปี”  ณพล กล่าวทิ้งท้าย

###

*เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท

**คาร์มานาจัดการเรื่องเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้ฟรี ซึ่งลูกค้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมที่ราชการเรียกเก็บด้วยตนเอง เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน ภาษี อากรแสตมป์ เป็นต้น

from:https://www.techtalkthai.com/carmana-dot-com-grand-opening/

[PR] สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ยกเลิกการประกาศห้ามนำกาแลคซี่ โน้ต 7 ขึ้นเครื่องแล้ว

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ประกาศแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนของประเทศ ผู้ดำเนินการเดินอากาศ และเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยาน ให้ยกเลิกการประกาศแจ้งเตือนผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องบินว่าสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 เป็นวัตถุที่ห้ามนำขึ้นเครื่องบิน

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ประกาศยกเลิกข้อบังคับให้ต้องประกาศเตือนผู้โดยสารเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ก่อนผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินโดยให้เหตุผลว่าสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ได้ถูกเรียกกลับคืนโดยผู้ผลิตมาแล้วจำนวนมากกว่าร้อยละ 96 ของจำนวนที่จำหน่ายทั่วโลก ประกอบกับ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั่วโลกให้ความร่วมมือกับซัมซุงเพื่อส่งเฟิร์มแวร์ไปยังสมาร์ทโฟนที่ยังไม่ถูกส่งกลับคืนมา ส่งผลให้สมาร์ทโฟนเหล่านี้ไม่สามารถประจุไฟฟ้าใหม่ได้ และในประเทศไทยมิได้มีการจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าว โดยประกาศยกเลิกนี้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

from:https://www.techtalkthai.com/caat-cancels-samsung-galaxy-note-7-prohibition/

[PR] แกร็บ (Grab) จับมือ 8 สถาบันทางการเงินชั้นนำ มอบโปรโมชั่น “ใช้แกร็บเพย์ เพื่อสิทธิพิเศษที่เหนือกว่า” เมื่อชำระผ่านบริการ แกร็บเพย์ (GrabPay)

  • จับมือกับสถาบันทางการเงิน เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับทุกท่านที่ใช้จ่ายผ่านบริการ แกร็บเพย์ ยาวตลอดทั้งเดือนนี้
  • ใช้ได้กับบริการต่าง ๆ ของแกร็บ อันได้แก่ แกร็บแท็กซี่ (GrabTaxi) แกร็บคาร์ (GrabCar) แกร็บคาร์พรีเมี่ยม (GrabCar Premium) และ แกร็บไบค์เดลิเวอรี่ GrabBike (Delivery)

กรุงเทพ ฯ, 7 มีนาคม 2560 –  แกร็บ (Grab) ผู้นำแพลตฟอร์มด้านการขนส่งชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำพันธกิจเพื่อมอบความสะดวกสบาย ปลอดภัย และมั่นใจ โดยล่าสุดจับมือร่วมเป็นพันธมิตรกับ 8 สถาบันการเงินชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารซิตี้แบงก์ กรุงศรีเครดิตการ์ด ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย บัตรเครดิตเคทีซี ธนาคารยูโอบี กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และเทสโก้โลตัสเครดิตการ์ด เพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารที่ชำระค่าโดยสารด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตผ่าน บริการ แกร็บเพย์ (GrabPay) พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำของแอพพลิเคชั่นเรียกรถโดยสารที่สถาบันทางการเงินในประเทศไทยให้ความไว้วางใจ ส่งโปรโมชั่น “ใช้แกร็บเพย์ เพื่อสิทธิพิเศษที่เหนือกว่า” ที่ร่วมกับ 8 พันธมิตรของเรา เพื่อสนับสนุนให้ทุกท่านชำระค่าบริการโดยไม่ต้องพกเงินสด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในทุก ๆ การเดินทาง

โดยเนื่องในโอกาสฉลองการจับมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ แกร็บ และ 8 สถาบันทางการเงินชั้นนำ ได้มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ  “ใช้แกร็บเพย์ เพื่อสิทธิพิเศษที่เหนือกว่า” ให้แก่ผู้โดยสารที่ชำระค่าโดยสารผ่านบริการ แกร็บเพย์ (GrabPay) ด้วยบัตรเครดิต ตั้งแต่วันที่ 1-31 มีนาคมนี้ กับทุกบริการของ แกร็บ ได้แก่ แกร็บแท็กซี่ (GrabTaxi) แกร็บคาร์ (GrabCar) แกร็บคาร์พรีเมี่ยม (GrabCar Premium) และ แกร็บไบค์เดลิเวอรี่ GrabBike (Delivery) โดยข้อเสนอพิเศษนั้น ได้แก่ การมอบส่วนลดมูลค่า 100 บาท ให้กับผู้ใช้บริการแกร็บเพย์เป็นครั้งแรก และยังมอบส่วนลดในการเดินทางมูลค่า 50 บาท สูงสุดถึง 8 ครั้ง พร้อมรับเครดิตเงินคืนมูลค่าสูงสุดถึง 270 บาท สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการแกร็บเพย์และจ่ายค่าโดยสารด้วยบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

นายยี วี แตงผู้อำนวยการประจำประเทศไทยบริษัท แกร็บ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนร่วมในการช่วยมอบความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้โดยสารและสมาชิกคนขับ โดยปัจจุบัน แกร็บ ได้ให้บริการใน 35 เมือง ใน 6 ประเทศ มีสมาชิกคนขับทั้งหมดมากกว่า 710,000 คน และในฐานะที่เราเป็นผู้แพลตฟอร์มด้านการขนส่งชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เราจะช่วยพัฒนาภูมิภาคของเราให้ดีขึ้น โดยพยายามทำให้คนหันมาใช้บริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์ให้มากขึ้น โดยผ่านบริการ แกร็บเพย์ และเราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการที่เราได้จับมือร่วมกับ 8 สถาบันชั้นนำทางการเงินนั้น สามารถช่วยให้ทั้งผู้โดยสารและสมาชิกคนขับรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เมื่อใช้บริการ แกร็บเพย์ ของเรา”

เมื่อเดือนมกราคม 2559 แกร็บ ได้มอบทางเลือกในการชำระค่าโดยสารอันสะดวกสบายโดยไม่ต้องพกเงินสดให้แก่ผู้โดยสารผ่านบริการ แกร็บเพย์ โดยท่านสามารถเลือกชำระค่าโดยสารได้ถึง 3 ทาง ไม่ว่าจะเป็น ผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือระบบอาลีเพย์ โดยลงทะเบียนแค่เพียงครั้งเดียว และทั้งผู้โดยสารและสมาชิกคนขับได้รับประสบการณ์ในการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น

และเพื่อสร้างความมั่นใจและปลอดภัยให้กับทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ แกร็บ ได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วน เพื่อทำให้เรากลายเป็นองค์กรระดับโลก และนอกจากนั้น เรายังลงทุนไปกับการเก็บรักษาข้อมูลของผู้โดยสารทุกท่าน เพื่อทำให้ทุกท่านสามารถไว้ใจและเชื่อใจได้ว่าบริการของเรานั้นมีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก

ผู้โดยสารที่สนใจสามารถใช้บริการ แกร็บเพย์ ได้แล้ววันนี้ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น แกร็บ จากสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (iOS) ผ่านกูเกิ้ลเพลย์ (Google Play) หรือ แอพสโตร์ (App Store) รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ https://www.grab.com/th/en/blog/ultimategrabpay/

รายละเอียดโปรโมชั่น “ใช้แกร็บเพย์ เพื่อสิทธิพิเศษที่เหนือกว่า” เมื่อชำระผ่านบริการ แกร็บเพย์ (GrabPay)

* สงวนสิทธ์เฉพาะบัตร Visa Mastercard American Express และ UnionPay เท่านั้น

#####

เกี่ยวกับ แกร็บ

แกร็บ (Grab) ผู้นำแพลตฟอร์มด้านการขนส่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความท้าทายของเราคือการแก้ปัญหาด้านระบบขนส่งและทำให้คนทั้ง 620 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้สึกถึงความสะดวกสบายในการเดินทางอย่างแท้จริง แอพพลิเคชั่นแกร็บให้บริการที่หลากหลาย ซึ่งช่วยมอบทางเลือกในการเดินทางที่มีความรวดเร็วปลอดภัยและเชื่อถือได้ ให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมไปถึงบริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์ ด้วยบริการ แกร็บเพย์ (GrabPay) ปัจจุบันแกร็บเปิดให้บริการในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.grab.com

from:https://www.techtalkthai.com/grab-collabs-with-8-finalcial-institues-on-grab-pay-promotion/

[PR] ซัมซุงนำเสนอ “พรินเตอร์มัลติฟังก์ชั่นพร้อมโซลูชั่นโปรแกรมตรวจข้อสอบ” ยกระดับการตรวจข้อสอบให้ประหยัด – ฉับไว – ไร้ข้อผิดพลาด ด้วยสุดยอดนวัตกรรมจากซัมซุง

กรุงเทพฯ – 17 กุมภาพันธ์ 2560 – ซัมซุงสร้างเทรนด์ใหม่ให้วงการการศึกษา ด้วยการนำเสนอ พรินเตอร์มัลติฟังก์ชั่นพร้อมโซลูชั่นโปรแกรมตรวจข้อสอบ ที่ทั้ง “ประหยัด – ฉับไว –ไร้ข้อผิดพลาด” พลิกโฉมการตรวจข้อสอบให้สมาร์ทยิ่งขึ้น ยกระดับการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำจากซัมซุง

นายธนายุทธ หอมกลิ่นแก้ว ผู้จัดการอาวุโส ผลิตภัณฑ์พรินเตอร์ โซลูชั่น ธุรกิจลูกค้าองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ซัมซุงมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจขององค์กรทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นผู้นำเทรนด์ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำมาประยุกต์ใช้ในสถาบันการศึกษา ล่าสุดภูมิใจนำเสนอ ‘พรินเตอร์มัลติฟังก์ชั่นพร้อมโซลูชั่นโปรแกรมตรวจข้อสอบ’ เป็นเทคโนโลยีที่ผสานการทำงานของมัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์ และโซลูชั่นโปรแกรมสำหรับการตรวจข้อสอบโดยเฉพาะ ให้การตรวจข้อสอบทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แม่นยำ และยังช่วยลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานของสถาบันการศึกษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับให้กับวงการการศึกษาไปอีกขั้น”

พรินเตอร์มัลติฟังก์ชั่นพร้อมโซลูชั่นโปรแกรมตรวจข้อสอบ มีให้เลือกหลากหลายรุ่น และหลากหลายขนาด ตอบรับทุกความต้องการของแต่ละธุรกิจ ได้แก่ พรินเตอร์มัลติฟังก์ชั่น ขนาด A3 จำนวน 4 รุ่น คือ MX4 สีและขาวดำ และ MX7 สีและขาวดำ และพรินเตอร์ ขนาด A4 จำนวน 1 รุ่น คือ SL-M4580FX                            

โซลูชั่นโปรแกรมตรวจข้อสอบที่ติดตั้งมากับมัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์ของซัมซุง โดดเด่นด้วยความสามารถหลากหลาย นอกเหนือจากช่วยให้การตรวจข้อสอบทำได้อย่าง รวดเร็ว แม่นยำ และไร้ข้อผิดพลาด เพราะประมวลผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ป้องกันการผิดพลาดของคน (Human Error) และยังสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งพิมพ์ ถ่ายเอกสาร สแกน รับ-ส่งแฟกซ์และอิเมล์ได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ เพราะสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดๆ (Standalone) สามารถสั่งพิมพ์กระดาษคำตอบจากกระดาษ A4 ได้ จึงประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อกระดาษคำตอบ ประหยัดเวลาเพราะสามารถวิเคราะห์ผลการสอบได้ครบถ้วนตามต้องการ เคลื่อนย้ายได้สะดวก เพราะเป็นครั้งแรกกับพรินเตอร์ขนาด A4 ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์

“กลุ่มเป้าหมายสำหรับพรินเตอร์มัลติฟังก์ชั่นพร้อมโซลูชั่นโปรแกรมตรวจข้อสอบ ได้แก่ สถาบันการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมถึงระดับมหาวิทยาลัย เพราะซอฟแวร์สำหรับตรวจข้อสอบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการตรวจทั้งในรูปแบบ กากบาทและวงกลม สถาบันกวดวิชาต่างๆ ที่มีการทำ Pop up Quiz เพราะสามารถทำงานเพื่อตรวจคะแนน และวิเคราะห์ผลได้ทันที หรือในองค์กรต่างๆ เพราะสามารถประยุกต์เพื่อใช้ทำแบบทดสอบของพนักงานได้  ซัมซุง คาดหวังว่าพรินเตอร์มัลติฟังก์ชั่นรุ่นใหม่นี้ จะได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากทุกๆ สถาบันการศึกษายังวัดผลด้วยการสอบ การที่มีเครื่องมือที่ประสิทธิภาพสำหรับตรวจข้อสอบจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน และประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจ ซัมซุงวางแผนที่จะสร้างความเข้าใจ ให้ความรู้ รวมถึงการเทรนนิ่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษาเล็งเห็นถึงความสำคัญว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยจากซัมซุง จะมาช่วยพัฒนาด้านการศึกษาและยกระดับการเรียนการสอนสู่ยุคดิจิทัลได้ อันจะช่วยให้สถาบันการศึกษาดำเนินไปได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวไกลต่อไป” นายธนายุทธ กล่าวทิ้งท้าย

###

เกี่ยวกับ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จุดประกายแรงบันดาลใจและสร้างวิถีแห่งอนาคตด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โดยบริษัทได้สร้างนิยามใหม่ให้กับโลกของโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้ แท็บเล็ต กล้องถ่ายภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อุปกรณ์การแพทย์ ระบบเครือข่าย สารกึ่งตัวนำและ LED โซลูชั่น สำหรับข่าวสารล่าสุด ท่านสามารถเยี่ยมชม Samsung Newsroom ได้ที่ news.samsung.com

เกี่ยวกับ ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด คือ ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอที และโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย โดยเป็นผู้นำในผลิตภัณฑ์ยูเอชดีทีวี แอลอีดีทีวี ตู้เย็นแบบไซด์บายไซด์ ตู้เย็น 2 ประตู เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ เครื่องปรับอากาศ เตาอบไมโครเวฟ จอแอลเอฟดี เลเซอร์พรินเตอร์แบบมัลติฟังก์ชัน สมาร์ทโฟนแท็บเล็ตและกล้องดิจิตอล มีพนักงานประมาณ 5,000 คน ในส่วนการขาย การตลาด และการผลิต เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ http://www.samsung.com/th

from:https://www.techtalkthai.com/samsung-presents-smart-laser-printer-with-function-for-education-business/

[PR] “ซัมซุง เน็กซ์” ลงทุน 150 ล้านเหรียญจัดตั้งกองทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพหน้าใหม่ พร้อมเผยความก้าวหน้าล่าสุดของสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุน บนเวที CES 2017

ซัมซุง เน็กซ์ (Samsung NEXT) หรือมีชื่อเดิมว่าศูนย์นวัตกรรมระดับโลกของซัมซุง (Samsung Global Innovation Center) ประกาศการจัดตั้งกองทุนซัมซุง เน็กซ์ (Samsung NEXT Fund) ประเภทธุรกิจเงินร่วมลงทุนมูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนแนวคิดใหม่ด้านซอฟต์แวร์หรือนวัตกรรมการบริการของผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีหน้าใหม่ โดยมีเงินทุน ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญอันหลากหลายของซัมซุงมาช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรายใหม่ที่มีศักยภาพ 

ในโอกาสนี้ เดวิด อึน ประธานและผู้ก่อตั้งศูนย์ซัมซุง เน็กซ์กล่าวว่า “ซัมซุงตระหนักเป็นอย่างดีว่าซอฟต์แวร์และบริการกำลังจะเป็นองค์ประกอบหลักของซัมซุงในอนาคตอันใกล้ และผู้ประกอบการใหม่ด้านเทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราบรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว ซัมซุงพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการทุกระดับอย่างต่อเนื่องและกองทุนประเภทธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่เราจัดตั้งขึ้นใหม่นี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่ด้านเทคโนโลยีทั่วทุกมุมโลก”

กองทุนซัมซุง เน็กซ์จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่ด้านเทคโนโลยีต่างๆ ตั้งแต่ผู้ประกอบการเกิดใหม่ที่ต้องการเงินสนับสนุนขั้นต้น (pre-Seed) ไปจนถึงผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรม สินค้า หรือบริการของตนให้ดียิ่งขึ้น (Series B) ผู้ประกอบการที่สามารถขอรับเงินทุนสนับสนุนได้ต้องเป็นผู้ประกอบการที่พัฒนานวัตกรรมหรือซอฟต์แวร์ด้านโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีรูปแบบใหม่อื่นๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากซัมซุง เน็กซ์แล้ว ประกอบไปด้วย Converge Industries, Dashbot, Entry Point VR, Filament, Intezer, LiquidSky, Otto Radio, 2Sens, SafeDK  และ Virtru

แบรนดอน คิม รองประธานและกรรมการผู้จัดการของซัมซุง เน็กซ์ เวนเจอร์ส (Samsung NEXT Ventures) กล่าวว่า “การลงทุนของเราส่งเสริมให้ซัมซุงสามารถนำนวัตกรรมของตนไปช่วยเหลือผู้ประกอบการใหม่ด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจและนำพาผู้ประกอบการเหล่านี้ไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุด รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้เราขยายการลงทุนและเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังเอื้อให้ซัมซุงค้นพบทั้งแนวคิด ผลิตภัณฑ์ และบุคลากรที่มีมีความสามารถอีกด้วย”

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซัมซุง เน็กซ์ได้ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ล่าสุดในชื่อ Samsung NEXT Tel Aviv ที่นครเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ซึ่งถือเป็นสำนักงานของศูนย์ซัมซุง เน็กซ์แห่งที่ 5 ต่อจากสำนักงานที่เมืองเมาน์เทนวิว นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก และเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ศูนย์ซัมซุง เน็กซ์ยังมีแผนจะเปิดสำนักงานแห่งใหม่เพิ่มเติมอีกหลายแห่งในปีนี้ เพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับแวดวงผู้ประกอบการใหม่ด้านเทคโนโลยีทั่วโลก 

โดยในงาน CES 2017 ซัมซุง เน็กซ์ได้นำเสนอความก้าวหน้าของการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการใหม่รายต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดนวัตกรรมและโซลูชั่นทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ณ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการยูเรกาพาร์ก (Eureka Park) ไม่ว่าจะเป็น:

  • Lotik – นำเสนอเซ็นเซอร์ไร้สายในการสังเกตการณ์การใช้น้ำ ณ จุดที่ใช้งาน และมาตรวัด เพื่อติดตามบันทึกการใช้น้ำและคอยตรวจหาจุดเสี่ยงในระบบท่อประปาก่อนที่จะเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น 
  • UniKey – นำเสนอแพลทฟอร์มกุญแจแบบใหม่ที่แน่นหนาและปลอดภัย
  • Baobab Studios บริษัทแอนิเมชั่นที่สร้างสรรค์เรื่องราวโดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) ทั้งหมด มอรีน แฟน ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน “50 สุดยอดบุคคลสร้างสรรค์แห่งปี” (Top 50 Creative People of the Year) ของนิตยสาร Ad Age ประจำปี 2016 และเป็นหนึ่งใน “20 สุดยอดผู้ประกอบการหญิงที่น่าจับตาแห่งปี 2017” (Top 20 Female Entrepreneurs to Watch in 2017) ของนิตยสาร CIO
  • BioBeats – นำเสนอการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) ในการสร้างโซลูชั่นพื้นฐานเพื่อสุขภาพทั้งสำหรับองค์กรและส่วนบุคคล
  • Filament – ช่วยให้บริษัทต่างๆ กลายเป็นธุรกิจที่เชื่อมต่อกันอย่างเต็มระบบด้วยเซ็นเซอร์และเทคโนโลยี IoT โดยสามารถควบคุมและเฝ้าสังเกตการณ์สินทรัพย์ที่จับต้องได้ผ่านระบบดิจิทัล โดยไม่จำเป็นต้องใช้การเชื่อมต่อผ่านไว-ไฟหรือเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
  • Mapzen – นำเสนอแพลทฟอร์มใช้งานแผนที่แบบ Open Source บนเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) สำหรับการใช้งานในรถยนต์หรือเกมต่างๆ
  • Otto Radio รวบรวมและนำเสนอคอนเทนท์อย่าง พ็อดแคสต์จากรายการต่างๆ กว่า 35,000 รายการ และข่าวจากแหล่งต่างๆ กว่า 1,000 แห่งตามความสนใจของผู้ใช้งาน
  • Branch ระบบโครงสร้างพื้นฐานอันทรงพลังที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ผ่านอุปกรณ์มือถือ สร้างขึ้นเพื่อนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือและนักการตลาด
  • LiquidSky Software – ซอฟต์แวร์ที่ทำให้เกมเมอร์สามารถเข้าถึงเกมพีซีระดับท็อปเอ็นด์โดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์และสตรีมมิ่งที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของบริษัท ซึ่งสามารถแสดงผลกราฟิกที่มีความหน่วงน้อยและมีประสิทธิภาพสูง โดยสามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android, Windows, Mac หรือ Linux

###

เกี่ยวกับซัมซุง เน็กซ์

ซัมซุง เน็กซ์พร้อมร่วมมือกับผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยีทุกท่านทั่วโลกเพื่อพัฒนาแนวคิดใหม่ให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งยังพร้อมพัฒนาแผนธุรกิจสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือร่วมขยายธุรกิจที่สามารถช่วยยกระดับหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของซัมซุงได้ ท่านที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ SamsungNEXT.com

from:https://www.techtalkthai.com/samsung-next-set-up-150-million-dollars-supporting-new-start-ups/