คลังเก็บป้ายกำกับ: VIVO

Vivo Z3 เปิดตัวแล้วในจีน มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น Snapdragon 670 และ 710 เริ่มต้นราว 7,500 บาท

Vivo ประเทศจีน เปิดตัวสมาร์ทโฟน Vivo Z3 โดยมีดีไซน์คล้ายกับ Vivo V11 ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่ใช้ชิปประมวลผลแตกต่างกัน และมีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น ระหว่าง Qualcomm Snapdragon 670 และ Snapdragon 710

Vivo Z3 (V1813BA) ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 670 AIE ความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB รองรับการ์ด microSD สูงสุด 256GB ราคา 1,598 หยวน หรือราว 7,500 บาท

Vivo Z3 (V1813DA) ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 AIE ความจำ RAM 6GB จับคู่กับ ROM 64GB ราคา 1,898 หยวน หรือราว 8,910 บาท และยังมีรุ่น ROM 128GB ราคา 2,298 หยวน หรือราว 10,790 บาท

Vivo Z3 มากับจอแสดงผล 2280 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว ทำงานบนพื้นฐาน Android 8.1 Oreo กล้องเซลฟี่ Dual Pixel 12 ล้านพิกเซล รองรับฟีเจอร์ Face Unlock กล้องคู่หลัง 16 + 2 ล้านพิกเซล ความจุแบตเตอรี่ 3315mAh

ที่มา – Vivo

from:http://www.flashfly.net/wp/231668

Advertisements

Vivo ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว Vivo Z3 มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 710 ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้

Vivo เป็นอีกหนึ่งค่ายมือถือที่เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นเดือนที่จะมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เปิดตัวมากที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ โดยล่าสุดได้ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว Vivo Z3 ที่ประเทศจีนในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ออกมาให้เห็นกันแล้ว

vivo z3

สำหรับภาพทีเซอร์เตรียมเปิดตัว Vivo Z3 นั้นเผยให้เห็นโครงด้านหน้าเครื่องที่มาพร้อมจอแบบ Full Screen โดยมีติ่งเล็กๆ หรือที่เรียกว่าดีไซน์หยดน้ำ Waterdrop Design อยู่ตรงกลางด้านบน

รวมทั้งใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 710 AIE ซึ่งแรงกว่า Vivo X23 ที่ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 670 และยังมาพร้อมเทคโนโลยี Dual Turbo ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมเหมือนเทคโนโลยี GPU Turbo ของ Huawei

ทั้งนี้ คาดว่า Vivo Z3 จะเปิดตัวและวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น แต่อาจจะวางจำหน่ายนอกประเทศจีนโดยใช้ชิ่อรุ่นอื่น และคาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,799 หยวนหรือประมาณ 8,500 บาท

ที่มา : Gsmarena

from:http://mobileocta.com/vivo-z3-with-snapdragon-710-to-arrive-on-october-17/

Vivo Z3 เตรียมเปิดตัว 17 ตุลาคมนี้ มากับชิป Snapdragon 710 พร้อมกับเทคโนโลยี Dual Turbo

เผยภาพทีเซอร์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Vivo Z3 ที่กำลังจะเปิดตัวทางการในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ โดยมาพร้อมเทคโนโลยี Dual Turbo ซึ่งคาดว่าจะคล้ายกับเทคโนโลยี GPU Turbo ของ Huawei ช่วยรีดประสิทธิภาพให้อุปกรณ์ตอบสนองการเล่นเกมได้ราบรื่นมากขึ้น และจากรูปภาพทีเซอร์ยังสามารถยืนยันได้ว่า Vivo Z3 จะใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 AIE

แหล่งข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จอแสดงผลของ Vivo Z3 อาจมีรอยบากรูปทรงหยดน้ำ มากับ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB เป็นอย่างน้อย ราคาเริ่มต้น 1,799 หยวน หรือราว 8,510 บาท

ที่มา – Gizchina

from:http://www.flashfly.net/wp/231441

รีวิว : Vivo V11i สมาร์ทโฟนจอ Halo Display พร้อม AI Camera ช็อตไหนก็เพอร์เฟกต์

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Vivo ได้เปิดตัว Vivo V9 สมาร์ทโฟนจอ FullView ที่มาพร้อมรอยบากหรือ Notch พร้อมกล้อง AI Selfie 24 ล้านพิกเซล

ล่าสุดยังไม่ถึง 6 เดือน Vivo ก็ได้เปิดตัว Vivo V11 และ V11i สมาร์ทโฟนน้องใหม่จากตระกูล V Series ที่มาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่ด้วยการไล่เฉดสีสุดพรีเมียม และหน้าจอไร้ขอบที่กว้างกว่าเดิม โดยลดขนาดรอยบากจากรุ่น V9 ให้มีขนาดเล็กลง 

ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวคือ V11i  รุ่นน้องเล็ก แต่สเปกจัดเต็มไม่แพ้รุ่นพี่ V11 เรามาดูกันดีกว่าว่า V11i จะเพียงพอกับการใช้งานของคุณหรือจะขยับไปที่รุ่น V11 เลย

Vivo V11i

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ Vivo V11i เป็นกล่องกระดาษสีขาวขนาดพอดีเครื่อง ด้านหน้ากล่องมีรูปด้านหน้าเครื่องขนาดใหญ่ พร้อมชื่อรุ่น และสโลแกน AI Camera, Perfect Shot ส่วนด้านหลังมีไอคอนสเปกเด่น และรายละเอียดต่างๆ


เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบกับตัวเครื่อง และอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อแดปเตอร์ชาร์จไฟ, สายดาต้าลิงค์แบบ microUSB , ชุดหูฟังแบบ in-ear ขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., เคสซิลิโคนแบบใส, อุปกรณ์จิ้ม SIM Card, ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งาน ส่วนฟิล์มกันรอยนั้นติดให้เรียบร้อยแล้ว

รูปลักษณ์ดีไซน์

Vivo V11i มาพร้อมดีไซน์สวยหรู ด้วยรูปทรงโค้งแบบสามมิติเป็นชิ้นเดียวกันแบบไร้รอยต่อระหว่างจอกับขอบ โดยใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกเคลือบเงามันวาว และมีด้วยกัน 2 สีคือ สี Starry Night จะเป็นสีดำไล่ลงมาเป็นสีน้ำเงินมีประกายระยิบระยับเหมือนดวงดาวจากจักรวาล กับสี Nebula ที่ไล่โทนสีฟ้าลงมาเป็นสีม่วง ซึ่งสีที่ได้มารีวิว เป็นสี Starry Night ด้วยขนาด 155.97 × 75.63 × 8.1 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 163.7 กรัม

ด้านหน้าเครื่อง ตรงกลางด้านบนมีติ่งเล็กๆ ที่ลดขนาดจากรอยบากในรุ่น V9 โดยติ่งที่ว่านี้มีเลนส์กล้องดิจิทัลความละเอียด 25 ล้านพิกเซลด้านใน และมีช่องลำโพงสนทนา อยู่ด้านบนสุด

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลที่มีชื่อเรียกว่า Halo FullView Display แบบ LTPS LCD  16 ล้านสี ขนาด 6.41 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ในอัตราส่วน 19.5:9  ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D โดยมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 91.27%

ด้านหลังเครื่องโดยมุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลแบบคู่ Dual Camera ความละเอียด 16+5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ตามด้วยโลโก้ Vivo สีทอง และตรงกลางด้านล่างมีตัวอักษร Design by Vivo

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ถาดแบบ Triple Slot สล็อตใส่การ์ดเป็นถาดแบบ 3 ช่องเพื่อความสะดวกสบาย สามารถติดตั้งทั้งซิมการ์ดและ microSD ได้พร้อมกัน ที่แยกถาดใส่ซิมการ์ด 2 SIM ซึ่งรองรับซิมการ์ดแบบ nanoSIM และแยกถาดวาง microSD card มาให้

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

ด้านบนไม่มีช่องหรือปุ่มกดใดๆ

ด้านล่างเครื่อง ตรงกลางมีช่องเสียบชาร์จไฟและสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ส่วนด้านซ้ายมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. กับช่องไมโครโฟน และด้านขวามีช่องลำโพงเสียง

สเปก Vivo V11i

ขนาด 155.97 × 75.63 × 8.1 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 163.7 กรัม
หน้าจอ Halo FullView Display แบบ LTPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.41 นิ้ว
หน่วยประมวลผล Octa-core ความเร็ว 2.0GHz, ชิปเซ็ท MTK Helio P60 , หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3
RAM 4GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ HDR ผสานเทคโนโลยี AI, รูรับแสง f/2.0, รองรับฟีเจอร์ 3D Face Shaping ในการปรับแต่งแสงแบบ 3D  และฟีเจอร์ AI Selfie Lighting ในการจำลองหน้าแบบ 3 มิติ, กล้องหลังคู่ความละเอียด 16+5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 โดยรองรับฟีเจอร์ AI Backlight HDR , ฟีเจอร์ AI Low Light HDR, ฟีเจอร์ AI Scene Recognition และฟีเจอร์ AI Portrait Composition
ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.5
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, GPS, Bluetooth 5.0, microUSB 2.0, USB On-The-Go
รองรับระบบ 4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 3,315 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Dual-Engine
ราคา 9,999 บาท

 

ประสิทธิภาพ

Vivo V11i  ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa-core ความเร็ว 2.0 GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MTK Helio P60, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3, RAM 4GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สุงสุด 256GB

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และเกม PUBG Mobile กราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และถ้าเล่นนานๆ เครื่องจะร้อน และกินเแบตเตอรี่พอสมควร แต่โดยรวมถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Vivo V11i ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Vivo V11i ผ่านแอป Geekbench 4

ด้านการถ่ายภาพ

Vivo V11i มาพร้อมกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Smart Screen Flash สำหรับถ่ายภาพในที่แสงน้อย ค่ารูรับแสง f/2.0 โดยมีโหมด HDR, โหมด AI Selfie Lighting ที่สามารถเปลี่ยนรูปเซลฟี่ธรรมดาให้ดูแปลกตามากยิ่งขึ้น โดยเป็นการปรับแสงที่มีให้เลือก 6 แบบด้วยกันคือแสงธรรมชาติ แสงไฟสตูดิโอ แสงไฟสเตอริโอ ลูปไลท์ แสงรุ้ง ภาพพื้นหลังแบบขาวดำ ให้ได้รูปเซลฟี่สวยแบบมีมิติหลายมุมมอง

รวมทั้งมีโหมด DOC, โหมด Pro, โหมดพาโนรามา เป็นต้น นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty ซึ่งสามารถปรับค่าได้ตั้งแต่อัตโนมัติ ไปจนถึงระดับ 6 รวมถึงมีฟังก์ชั่น AR Sticker และถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD

ส่วนกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล และเทคโนโลยี 2PD ถ่ายภาพคมชัดสูงสุด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 สามารถใช้งานในที่ที่มีแสงน้อยได้ นอกจากนี้ยังโฟกัสเร็วเพียง 0.03 วินาที ด้วยเทคโนโลยี Dual-Pixel Autofocus

รวมทั้งมีโหมดใบหน้าสวยเหมือนกล้องหน้า, โหมดพาโนรามา, โหมด DOC, โหมดถ่ายภาพมืออาชีพ, โหมด Live Photo และโหมด  AR Sticker นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ AI Portrait Framimg ที่ช่วยแนะนำมุมสวยของการถือกล้องขณะถ่ายภาพ และรองรับ Google Lens บริการค้นหาวัตถุ หรือสถานที่ที่ถ่ายจาก Google ได้อย่างง่ายดาย โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4608 x 3456 พิกเซล ส่วนวิดีโอ บันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาด 3,315 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 9V/2A พร้อมโหมดสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ  และโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 12-13 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น โดยรวมแล้วสามารถใช้งานได้ใน 1 วันสบายๆ (ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วย)

บทสรุป

Vivo V11i ถือเป็นสมาร์มโฟนในตระกูล V11 Series ที่เป็นรอง V11 รุ่นปกติก็เพียงชิปเซ็ท กัยสแกนลายนิ้วมือ ซึ่ง V11i นั้นติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง ขณะที่ V11 ติดตั้งสแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ  และหน้าจอก็มีขนาดที่เล็กกว่าเพียงเล็กร้อยเท่านั้นแทบจะดูไม่ออกเลย

สำหรับสิ่งที่แตกต่างของ V11i ก็คือกล้องหลังคู่ที่มีความละเอียดสูงกว่า โดยกล้องหลังคู่ความละเอียด 16+5 ล้านพิกเซล (V11 ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล) และมาพร้อมเทคโนโลยี AI Camera ช่วยให้ถ่ายภาพได้สมจริง เป็นธรรมชาติมากขึ้น

รวมทั้งยังอัดแน่นด้วยคุณสมบัติการใช้งานต่างๆ อย่างครบครันในราคาที่เบาๆ เพียง 9,999 บาท โดยมีให้เลือก 2 สีคือ Starry Night และ Nebula

from:http://mobileocta.com/review-vivo-v11i/

Hand-On ลองใช้ Vivo V11i ราคาเล็ก จอสุด และกล้องดีเกินราคา

Vivo V11i สมาร์ทโฟนที่เพิ่งเปิดจำหน่ายในประเทศไทยไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยมีจุดโดดเด่นที่พิเศษนั้นก็คือหน้าจอแสดงผลที่มาแบบเต็มพื้นที่เลยครับ เหลือแค่เพียงจุดเล็กๆ สำหรับกล้องหน้าและลำโพงสนทนาเท่านั้น เรียกว่าใช้พื้นที่ด้านหน้าเป็นการแสดงผลได้มากกว่า 90% เลยทีเดียวครับ และสีตัวเครื่องที่ทำมาโดดเด่นมากๆ

 

สำหรับคนชอบเครื่องด้านหน้าแบบจอใหญ่ๆ เต็มพื้นที่ แต่ตัวเครื่องไม่ใหญ่ก็ต้องแนวนี้เลย เพราะตัวแค่นี้แต่หน้าจอที่ให้มาเป็นขนาด 6.3 นิ้วเลยทีเดียวครับ เขาเรียกหน้าจอนี้ว่า Halo FullView ครับ

Vivo V11i จะแตกต่างกับ V11 ตรงที่ไม่มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (In-Display Fingerprint Scanning) แต่จะมีที่สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่องแบบเครื่องปกติทั่วไป และรองรับการสแกนใบหน้า ซึ่งต้องบอกว่า V11i สแกนใบหน้าได้ไวมาก แค่ยื่นหน้าไปใกล้ๆ ให้เซ็นเซอร์พอเห็นก็สแกนได้แล้ว เร็วมาก

โดยอุปกรณ์ในกล่องก็จะมีมาให้ครบ ทั้งฟิล์มกระจกที่แปะมาให้แล้ว เคสใส ที่ชาร์จและสายหูฟัง ทุกคนสามารถเข้าไปดูอุปกรณ์ภายในกล่อง และรับทราบความแตกต่างของเครื่องทั้งสองรุ่นระหว่าง V11 กับ V11i ได้จากคลิปวีดีโอด้านล่างนี้นะครับ

ตัวเครื่อง Vivo V11i ค่อนข้างสวยทีเดียว ด้วยการทำสีสันแนวมิติไล่เฉด โค้งมน โดยมีมาในสองสีด้วยกันครับ Starry Night และ Nebula ซึ่งสีที่ผมนำมารีวิวนี้ ชื่อสี Starry Night ครับ เมื่อต้องแสงจะเหลื่อมสีจากดำ น้ำเงิน ไปยังโทนม่วงเลย มีเกล็ดละอองสีทองทั่วผิว

ผิวสัมผัสคล้ายกระจก แต่จริงๆ ภายในเป็นโพลีคอร์บอเนต รองรับสองซิมการ์ดแบบ Dual 4G หรือเชื่อมต่อ 4G ได้พร้อมกันทั้งสองซิม

ในด้านประสิทธิภาพ V11i จะมาพร้อมกับ Mediatek Helio P60 หน่วยประมวลผลตัวนี้ไม่ได้ด้อยหว่าใครในตลาดกลางในด้านประสิทธิภาพ แถมยังประหยัดพลังงานและฉลาดด้วยการรองรับการทำงานร่วมกับ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่จะช่วยในด้านการใช้งานต่างๆ ได้แทบทุกเรื่อง

แต่ Mediatek Helio P60 ก็ไม่ได้แรงในระดับเกินหน้าเกินตาใครเช่นกัน มันสามารถรันเกมในระดับ HD ได้พอประมาณ เล่นเกมได้ทุกเกม แต่ในเกมกราฟิกหนักๆ อาจจะมีแลคมีสโลว์หรือเฟรมเรตตกให้เห็นครับ

สำหรับการทำงานทั่วๆ ไป ผ่านสบายๆ และระบบของ Vivo ค่อนข้างนิ่ง เป็นแบรนด์ที่ผมลองรีวิวมาหลายรุ่นแล้วไม่ค่อยจะเจอปัญหาในตัวระบบเลยครับ

Vivo V11i มีแรมขนาด 4GB และหน่วยความจำที่ใหญ่ถึง 128GB ถือว่าให้มาเยอะเกินมาตรฐานครับ อันนี้เป็นข้อดีเลยเรื่องหน่วยความจำเยอะ ระบบภายในใช้  Android 8.1 ทับด้วย Funtouch OS 4.5 ที่เป็นของ Vivo เอง ซึ่งเป็นหน้า UI ที่มีเอกลักษณะครับ และมีธีมสโตร์ให้เลือกเปลี่ยนได้มากมายอยู่เหมือนกัน





เพราะฉะนั้นในตัวระบบก็จะมีทั้งฟังก์ชั่นของ Android 8.1 เช่น Google Lens และ Google Assistant และเจ้า Jovi หรือผู้ช่วยที่เป็น AI Engine ของ Vivo เองด้วยครับ โดยเจ้า Jovi มันจะคอยช่วยเหลือเราในหลายๆ ด้าน

เช่นโหมดการเล่นเกม ที่จะปิดกั้นหรือปรับการแจ้งเตือนที่เข้ามารบกวนระหว่างการเล่นเกม รวมถึงรีดประสิทธิภาพของเครื่องเพื่อนำมาใช้ประมวลผลเกมได้แบบเต็มประสิทธิภาพเครื่องมากขึ้นกว่าปกติ

รวมถึงเป็นผู้ช่วยด้านการถ่ายภาพครับ เพราะใน Vivo V11i การถ่ายภาพจะอาศัย AI ในการประมวลผลภาพได้มากมาย เช่น AI Backlight HDR และ AI Low Light Mode เป็นการใช้ระบบ AI จัดเก็บภาพหลายเฟรมและนำมารวมกันเพื่อให้ได้รายละเอียดภาพและความคมชัดที่สวยงามที่สุด

ใช้เป็น AI ในการจับ Scene Recognition หรือการจัดการแยกชนิดของสิ่งที่เราจะถ่ายและระบบจะทำการปรับการตั้งค่าให้เหมาะสมกับองค์ประกอบของภาพนั้นๆ ให้โดยอัตโนมัติ

สำหรับเซลฟี่  V11i ก็ใช้เทคโนโลยี AI Face Shaping เข้ามารับรู้และปรับรูปหน้า AI Selfie Lighting เพิ่มลูกเล่นเรื่องแสง รวมถึงฟีเจอร์ AI Portrait Framing ที่สามารถแนะนำมุมในการถือกล้องเซลฟี่ให้กับเราได้อย่างไกด์มืออาชีพครับ


 ก็ต้องบอกว่าผลลัพท์ด้านภาพถ่ายของ Vivo V11i นั้นดีมากจริงๆ เรียกว่าโดดเด่นเหนือกว่าในราคาต่ำหมื่นเลยละครับ ถ่ายง่าย ผลลัพท์ออกมาสวยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ผู้หญิงชอบครับ ^^ ยืมผมถ่ายประจำเวลาพกไปด้วย

สามารถถ่ายก่อนแล้วมาปรับหน้าชัดหลังเบลอในระยะความชัดลึกได้ที่หลัง เลือกจุดโฟกัสใหม่ได้ และตัดตัวบุคคลค่อนข้างแม่นทีเดียว


ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Vivo V11i






ก็สรุปสั้นๆ สำหรับการลองใช้ Vivo V11i เป็นเครื่องราคาไม่แพงมากไปนัก ยังไม่เกินหมื่น แต่ตัวเครื่องสวย จับสัมผัสรู้สึกดี และมีกล้องถ่ายภาพที่ดีทั้งหน้าและหลังครับ

หน้าจอแสดงผลเต็มพื้นที่ เต็มตา เวลาพกไม่ลำบากเพราะตัวเครื่องไม่ใหญ่เกินไป ใครสนใจก็ไปลองจับลองเล่นกันได้แล้ว เพราะว่ามีจำหน่ายกันในไทยเรียบร้อยแล้วครับ

ข่าว: Hand-On ลองใช้ Vivo V11i ราคาเล็ก จอสุด และกล้องดีเกินราคา มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/09/27/hand-on-preview-vivo-v11i.html

Vivo ใจดี แจกจริงทองคำ สมาร์ททีวี พัดลมไอเย็น รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท ในงาน TME 2018

Vivo กลับมาอีกครั้งกับงาน Thailand Mobile Expo 2018 หลังจากที่เปิดตัว Vivo V11 ไปเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา  โดยในครั้งนี้ Vivo ได้จัดกิจกรรมที่มีชื่อว่า “Vivo V11 Series ใจดี แจกจริง”

vivo

สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน Vivo V11 และ Vivo V11i สามารถเป็นผู้โชคดี 100 ท่านแรกเท่านั้น ที่จะได้รับไปเลยทันทีของรางวัลสุดพิเศษ อาทิเช่น สร้อยคอทองคำ ทีวี พัดลมไอเย็น รวมมูลค่ามากกว่า 500,000 บาท ในวันที่ 27 กันยายน 2561 นี้ ที่งาน Thailand Mobile Expo 2018

ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 – 30 กันยายน 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Vivo ขนโปรโมชั่นพิเศษมาอีกเพียบ

ไม่ว่าจะเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่าง Vivo V11 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอ RAM 6GB ROM 128GB และ CPU Snapdragon 660 AIE ราคาเพียง 13,999 บาท

พร้อมรับของแถมฟรีอีกมากมาย มูลค่ากว่า 4,000 บาท (อาทิ เช่น Set Box + Special gift + กระเป๋าล้อลาก และอื่น ๆ อีกมากมาย) แถมยังผ่อนสบาย 0% นานสูงสุดถึง 10 เดือน

หรือรุ่นน้องอย่าง Vivo V11i  ที่มาพร้อมหน้าจอ Halo FullviewTM Display ความจุของ ROM 128GB ราคาเพียง 9,999 บาท เท่านั้น พร้อมของแถมมูลค่ากว่า 3,000 บาท (อาทิ เช่น Set Box + Special gift + กระเป๋าเป้ และอื่น ๆอีกมากมาย) แถมยังผ่อน 0% ได้นานสูงสุดถึง 10 เดือน

และน้องเล็กเน้นการถ่ายรูปที่กำลังมาแรงอย่าง Vivo Y85 ที่มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ 13MP + 12MP และกล้องหน้า 8MP ราคาเพียง 6,999 บาท

พร้อมรับของแถมฟรีอีกมากมาย มูลค่ากว่า 1,500 บาท (อาทิ เช่น ลำโพงบูลทูธ + แก้วน้ำ + Phone Holder + Car Charge + แหวน และอื่น ๆ อีกมากมาย) แถมยังผ่อนสบาย 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน

ภายในงานยังมีโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมายสำหรับรุ่น Vivo X21 , Vivo V9 , Vivo V7 , Vivo V7+ , Vivo Y81 , Vivo Y71 , และ Vivo Y53 ที่ทั้งลดทั้งแถมกันสุด ๆ ไปเลย

สำหรับผู้ที่สนใจและกำลังมองหาสมาร์ทโฟนดี ๆ อย่าลืมมาพบกันได้ที่ บูธ Vivo ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 27 – 30 กันยายน 2561นี้ ห้ามพลาด แล้วเจอกัน

from:http://mobileocta.com/vivo-promotion-thailand-mobile-expo-2018/

รวมโปรโมชั่น Thailand Mobile Expo 2018 วันที่ 27 – 30 กันยายนนี้ ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์

มาเจอกันอีกแล้ว.. กับงานมือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง Thailand Mobile Expo 2018 ซึ่งแน่นอนว่าคราวนี้ก็จะมีมือถือใหม่ๆ ที่พึ่งเปิดตัว รวมถึงพวกอุปกรณ์เสริม และ Gadget ต่างๆ มาวางขายในราคาพิเศษพร้อมโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมยั่วยวนเงินในกระเป๋าให้หลุดลอยออกไปอีกรอบ แถมคราวนี้ยังเป็นงาน TME ครั้งสุดท้ายที่จะจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกด้วย  

 

Samsung

**ยังไม่มีโปรโมชั่นออกมา**

 

Huawei















Huawei คราวนี้ก็มีทั้งมือถือลดราคาหลายๆ รุ่น + ของแถมอีกเพียบ แต่ดูเหมือนราคาจะยังไม่ปรับลงสักเท่าไหร่ แต่ที่น่าสนใจคือโซน gadget ที่ลดสูงสุดถึง 80%

นอกจากนี้จะมีการเปิดตัวสีใหม่ของ Huawei P20 Pro และ Huawei Nova 3i อีกด้วยนะ

 

OPPO

OPPO ตอนนี้ยังไม่มีโปรออกมามาให้ดู แต่ว่าจะวางขาย OPPO F9 รุ่นพิเศษสีม่วง Starry Purple พร้อมให้ลองจับตัวจริงได้ในงานนี้เป็นครั้งแรกด้วยนะ

 

Sony

ค่ายอารยธรรมก็จะมีการปรับลดราคาของ Xperia XZ2 ลงมาเป็น 16,990 บาท จากปกติ 18,990 บาท แถมยังได้รับของแถมทั้งเคสและหูฟังบลูทูธ รวมมูลค่าถึง 5,670 บาท เลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมี Xperia XZ Premium ที่ลดราคาจาก 15,990 เหลือ 13,990 บาท ส่วนรุ่นอื่นๆ นั้นมีการปรับราคาลงมาแล้วก่อนหน้านี้ และมีของแถมสุดพิเศษเพิ่มมาให้ด้วย

 

Xiaomi

แบรนด์สุดฮิตราคาดีอย่าง Xiaomi ก็มีของแถมล่อใจอย่างเครื่องฟอกอากาศ   Xiaomi Air Purifier 2S (มูลค่า 5,990 บาท) มาแถมให้สำหรับผู้ที่ซื้อมือถือรุ่น Mi A2 (6GB/128GB) อีกด้วยนะ (จำนวนจำกัด 25 คนแรกต่อวัน รวม 100 สิทธิ์ตลอด 4 วัน และคนที่ 26 เป็นต้นไปของแต่ละวัน รับฟรีเครื่องชั่งน้ำหนัก Xiaomi Smart Scale และ Powerbank 10,000 mAh)

Motorola

Motorola ก็ขนโปรลดราคาสูงสุด 50% มาให้ด้วยเหมือนกัน ส่วนของแถมอื่นๆ ต้องรอโปรตัวเต็มในงานออกมาก่อนนะครับ

 

vivo

แบรนด์ vivo คราวนี้จัดหนักกับผู้ที่ซื้อมือถือ vivo V11 และ V11i 100 คนแรก รับรางวัลสูงสุดเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ เลยทีเดียว

นอกจากนี้ก็ยังมีของแถมแบบจัดเต็มมาให้สำหรับผู้ซื้อ vivo V11 ทั้ง Set box V series + special gift + กระเป๋าล้อลาก + Car Charge + แหวน และของขวัญพิเศษ รวมมูลค่า 4,000 บาท

ส่วนรุ่นเล็กอย่าง V11i ก็มีของแถมให้ไม่แพ้กัน ทั้ง Set box V series + special gift + กระเป๋าเป้ + Car Charge + แหวน และของขวัญพิเศษ รวมมูลค่า 3,000 บาท

vivo X21 ปรับราคาลงมาสุดโหด เหลือแค่ 14,990 บาท และมีของแถมให้อีกเช่นกัน คือ Set box V series + special gift + กระเป๋าล้อลาก + Car Charge + แหวน และของขวัญพิเศษ รวมมูลค่า 4,000 บาท

 

Pocophone

มือถือตลาดแตกอย่าง Pocophone F1 ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีโปรลดแลกแจกอะไรออกมา (แหม่…ก็เค้าพึ่งจะเปิดตัวไปนี่นา) แต่ก็มีข่าวดีสำหรับคนที่กำลังจดๆ จ้องๆ รุ่นพิเศษ Armoured Edition ที่เป็นลายเคฟลาร์ ก็จะมาเปิดตัวในงานนี้เป็นครั้งแรกด้วยนะ ส่วนราคาเดี๋ยวจะมาอัพเดทให้อีกที

Nokia

**ยังไม่มีโปรโมชั่นออกมา**

 

Wiko

**ยังไม่มีโปรโมชั่นออกมา**

 

Nubia

**ยังไม่มีโปรโมชั่นออกมา**

 

สำหรับโปรอื่นๆ เดี๋ยวจะทยอยอัพเดทให้เรื่อยๆ ค่ายไหนที่ยังไม่มีโปรโมชั่นพิเศษออกมา ก็ลองมาดูโปรกลางกันก่อนได้ตามนี้ครับ

ซึ่งใครจะเดินทางไปงานก็ไม่ได้ยาก นั่งรถไฟฟ้า MRT ไปลงสถานีศูนย์ประชุมสิริกิติ์ได้เลย งานมีแค่ 4 วันและนี่เป็นงาน Mobil Expo ครั้งสุดท้ายที่ศูนย์ประชุมแห่งนี้ ก่อนที่จะปิดปรับปรุงและต้องย้ายไปจัดที่อื่นในปีหน้าครับ

from:https://droidsans.com/thailand-mobile-expo-2018-september-promotion/