คลังเก็บป้ายกำกับ: VIVO_X21

Vivo ยืนยันจะเริ่มอัปเดต Android Pie ในไตรมาส 4 ของปีนี้ คาด X21 เป็นรุ่นแรก

หลังจากที่ Google ได้เปิดตัว Android 9 Pie ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่นล่าสุดไปเมื่อวันก่อน และแน่นอนว่าสมาร์ทโฟนตระกูล Pixel ของ Google และ Essential Phone ได้อัปเดตก่อนเป็นชุดแรก

ล่าสุด  Vivo แบรนด์มือถือจากแดนมังกรได้ออกมายืนยันแล้วว่าสมาร์ทโฟนของ Vivo จะเริ่มได้อัปเดต Android  9 Pie ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

เว็บไซต์ Android Authority ได้เผยข้อความอีเมล์ที่ได้รับแจ้งจาก Vivo ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Vivo จะเริ่มได้รับการอัปเดต Android 9 Pie ในไตรมาสที่ 4  ของปีนี้ หรือภายในช่วงสิ้นปีนี้นั่นเอง แต่อย่างไรก็ดียังไม่มีข้อมูลระบุอย่างเป็นทางการว่าวันหรือเดือนอะไรที่จะได้อัปเดต จึงคาดว่าจะอยู่ในช่วงใกล้ปีใหม่หรือ 31 ธันวาคม 2561

ส่วนรายชื่อสมาร์ทโฟน Vivo ที่จะได้อัปเดต Android 9 Pie ก็ยังไม่มีการเผยออกมาเช่นเดียวกัน แต่คาดว่า Vivo X21 จะเป็นรุ่นแรกที่ได้อัปเดตก่อน ตามมาด้วย Vivo NEX

ที่มา : Android Authority

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2KXadtK

 

from:http://mobileocta.com/vivo-confirms-android-pie-for-q4-2018-may-land-on-vivo-x21-first/

Advertisements

ที่สุดของสมาร์ทโฟน 8 รุ่นใหม่ จากประเทศจีน ที่มีความน่าสนใจทั้งนวัตกรรมและการออกแบบ

หมดเวลาของการลอกเลียนแบบแล้ว!! เป็นเวลานานมาแล้วที่สมาร์ทโฟนจากประเทศจีนได้นำดีไซน์ของ iPhone ไปใช้เป็นจุดขายของตัวเอง แต่ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากประเทศจีน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยนวัตกรรมของตัวเอง โดยเว็บไซต์ The Verge ได้รวบรวมสมาร์ทโฟนจากประเทศจีนที่มีความน่าสนใจทั้งนวัตกรรมและการออกแบบ มาทั้งหมด 8 รุ่น โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

Vivo NEX S

Vivo NEX S มากับจอแสดงผล OLED ความละเอียด Full HD+ ขนาด 6.59 นิ้ว ให้อัตราส่วน screen-to-body สูงถึง 91.24% ดีไซน์ไร้กรอบ ไร้รอยบาก มีจุดเด่นที่กล้องเซลฟี่แบบสไลด์ ซึ่งถูกซ่อนไว้ที่ส่วนบน พร้อมฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้กับจอแสดงผล

OPPO Find X

OPPO Find X มีการเลี่ยงรอยบากคล้ายกับ Vivo NEX S โดยใช้ระบบกล้องแบบสไลด์ทั้งกล้องเซลฟี่และกล้องคู่หลัง อีกทั้งยังมากับเทคโนโลยี 3D Structured Light ตรวจจับโครงสร้างใบหน้าได้อย่างแม่นยำถึง 15,000 จุด จึงปลดล็อคสมาร์ทโฟนด้วยการสแกนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ

Xiaomi Mi MIX 2S

Xiaomi Mi MIX 2S เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ 3 ในครอบครัว Mi MIX โดยรักษาจุดเด่นที่ดีไซน์ Full Screen และในรุ่นใหม่มาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 ความจำ RAM สูงสุด 8GB กล้องคู่หลัง และรองรับ Wireless Charging

Huawei P20 Pro

Huawei P20 Pro ถือเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในปี 2018 ด้วยระบบกล้องหลังแบบ Triple Camera ที่ได้รับคำชมเป็นอย่างมาก และมาพร้อมชิปประมวลผลของตัวเอง

Meizu 15

Meizu เป็นอีกแบรนด์ของประเทศจีนที่มีชื่อเสียงไปถึงฝั่งตะวันตกในกลุ่มผู้ติดตามผลิตภัณฑ์ Gadget แต่ส่วนแบ่งการตลาดลดลงไปอย่างมาก หลังจากการเข้ามาของแบรนด์ OPPO และ Xiaomi

สำหรับ Meizu 15 และ 15 Plus เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ถูกใจทีมงาน The Verge โดยมีการออกแบบที่ใช้งานง่าย และยังคงอัตราส่วนจอแสดงผลไว้ที่ 16:9

Vivo X21

Vivo X21 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่สองของค่าย ที่มาพร้อม In-Display Fingerprint Sensor หรือ ฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้กับจอแสดงผล และยังมีรุ่นพิเศษ FIFA World Cup Edition

OPPO R15 Pro

OPPO R15 Pro มีความเหมือนระหว่าง Vivo X21 กับ OnePlus 6 แต่ไม่มี In-Display Fingerprint Sensor อย่างไรก็ตาม OPPO R15 Pro มีการใช้สีที่น่าสนใจโดยเฉพาะสีแดงที่มีการไล่ระดับสีอย่างสวยงาม

Xiaomi Mi 8

Xiaomi Mi 8 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มีจุดเด่นที่ราคาต่ำกว่าคู่แข่ง โดย Mi 8 ถูกแบ่งออกเป็น 3 รุ่น เริ่มต้นที่ Mi 8 SE, รุ่นกลาง Mi 8 และรุ่นไฮเอนด์ Mi 8 Explorer Edition ซึ่งมีการออกแบบให้แผงหลังโปร่งแสง

ที่มา – The Verge

from:http://www.flashfly.net/wp/221834

Vivo เปิดตัวแคมเปญ 2018 FIFA WORLD CUP RUSSIA™ “MY TIME , MY FIFA WORLD CUP”

Vivo  ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ 2018 FIFA World Cup Russia   ได้จัดงานเปิดตัวภายใต้ชื่อว่า  “My Time, My FIFA World Cup”  ณ  สยามพารากอน  กรุงเทพมหานคร  วันนี้  โดยงานวันนี้ คุณเหยา อี๋หมิง CEO และ คุณหวาง เหวินฮ่าว COO บริษัท Vivo Thailand และที่ขาดไม่ได้คุณอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Vivo ได้มาร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย และ ตุณต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นักฟุตบอลสุดฮอตแบ็คขวาของทีมชาติไทย

ซึ่งในแคมเปญนี้ประกอบไปด้วย สื่อโฆษณา เพลงที่จัดทำขึ้นพิเศษและกิจกรรมทางการตลาดด้วยวิธีการถ่ายภาพแบบ LED  ซึ่งรวมถึงกิจกรรม Vivo Super Fan Photographers โดยมี คุณหลุยส์ สก็อตต์ และ คุณพิทวัส พฤกษกิจ หรือ โต้ง TWOPEE เป็นตัวแทนประเทศไทย ที่จะนำแฟนๆได้ไปสัมผัสช่วงอุ่นเครื่องของนักฟุตบอลแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม และ แมทซ์การแข่งขันสุดพิเศษที่ประเทศ รัฐเซีย อย่างน่าตื่นเต้นและสนุกสนาน

เช่นเดียวกันกับโปรเจค Vivo Super Time ที่จะยกระดับประสบการณ์ของแฟนๆ ในการรับชมฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศให้พิเศษกว่าที่เคย  และในงานยังมีโชว์ โปรดักซ์รุ่นพิเศษระว่าง Vivo กับ FIFA กับรุ่น Vivo X21 2018 FIFA World Cup Russia™   Extraordianire  Edition

vivo

My Time, My FIFA World Cup

ซึ่งจุดประสงค์หลักของแคมเปญนี้คือสนับสนุนความเชื่อที่ว่าทุกคนสามารถเป็นคนพิเศษได้และเพื่อให้คนบน โลกได้มีช่วงเวลาพิเศษที่สุดในชีวิตของพวกเขา   ด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีจากทาง Vivo เราหวังที่จะมอบสิทธิพิเศษให้ ผู้ชมก้าวไปไกลกว่าการเป็นแค่ผู้ชมฟุตบอลโลกแบบธรรมดา แต่เราผลักดันให้ผู้ชมกลายเป็นส่วนหนึ่งเป็นผู้สร้างช่วงเวลา สุดแสนพิเศษ เกิดการแบ่งปัน และเป็นที่จดจำตลอดไป

ในฐานะแบรนด์ระดับโลกที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว Vivo จึงได้เซ็นต์สัญญาให้การ สนับสนุนฟุตบอลโลกเป็นระยะเวลา 6 ปี ในปี 2017 ซึ่งจะเริ่มดำเนินการจนถึงปี 2022  โดยรวมถึงการให้การสนับสนุน ฟุตบอลโลกในปี 2018 และ 2022

 “ ‘Camera & Music’ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การบ่งบอก ตัวตนส่วนหนึ่งของแบรนด์ Vivo แต่ยังมีอีกถึงสองปัจจัยหลัก ที่ทำให้ผู้คนสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่ทั้งเก็บ ภาพสุดประทับใจและแบ่งปันช่วงเวลาสุดพิเศษผ่านสมาร์ท ฟนของพวกเขา และในฟุตบอลโลกปีนี้ Vivo ได้นำองค์ ประกอบ ทั้งสองและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อจะให้แฟนๆ   เข้าถึง “My Time, My FIFA World Cup” ได้อย่างเต็มประสบการณ์

Vivo Super Fan Photographers

ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียครั้งนี้ มีกิจกรรม Vivo Super Fan Photographers ซึ่งนำผู้ที่เป็นแฟนฟุตบอล ตัวยงแล้วยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงกว้างที่ทุกคนต้องรู้จัก อาทิ คนดังบนโลกโซเชียล  ผู้นำสื่อที่มีอิทธิพลในสังคม กระทั่งสื่อมวลชนและดาราดังทั่วโลก โดยก่อนการแข่งขันแต่ละครั้งในกิจกรรมนี้ คนดังจะได้รับสมาร์ทโฟน Vivo ซึ่งได้ รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าไปในสนามแข่งขัน เพื่อเก็บภาพบรรยากาศสุดพิเศษเช่นช่วงอุ่นเครื่องก่อนการแข่งขันและแบ่งปัน ให้กับแฟนๆ ทั่วโลก

คุณเหยาเคยกล่าวเสริมไว้ว่า เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะเปิดตัวกิจกรรมนี้พร้อมกับงานของฟุตบอลโลกและเราคาดหวังว่า จะได้แบ่งปันนวัตกรรมล่าสุดของผลิตภัณฑ์ของเรากับ Vivo Super Fan Photographers เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ ถ่ายภาพ และแบ่งปันช่วงเวลาพิเศษให้กับโลก ในฐานะที่ Vivo เป็นผู้สนับสนุนฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เราต้องการ นำการมีส่วนร่วม ของแฟนๆ ไปสู่อีกระดับเพื่อให้แฟนๆ ได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

นอกจากนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับ FIFA  Vivo ยังได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ Vivo X21 Vivo X21 2018 FIFA World Cup Russia™ Extraordianire  Edition ที่แสดงเอกลักษณ์ของความเป็น FIFA ด้วยลวดลายด้านหลัง ของตัวเครื่องที่เป็นลวดลายสวยงามพร้อมโลโก้ FIFA ซึ่งมีทั้ง สีแดง และ สีน้ำเงิน

ทางด้าน Vivo ประเทศไทยเราได้เชิญผู้ที่หลงรักในฟุตบอลและการถ่ายภาพอย่าง คุณหลุยส์ สก็อตต์ และ คุณพิทวัส พฤกษกิจ หรือ โต้ง TWOPEE เป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมแคมเปญ Vivo Super Fan Photographers ที่จะไปเข้าร่วมชมแมทซ์พิเศษของ 2018 FIFA World CupTM ที่ประเทศรัฐเซีย ในวันที่ 13-21 มิถุนายนนี้

โดยจะได้ชมแมทซ์พิเศษอย่าง โปรตุเกส-สเปน และ บราซิล-สวิตเซอร์แลนด์  ซึ่งทั้งสองท่านจะแบ่งปันความสนุกและประสบการณ์ ใหม่ๆ ที่ชิดขอบสนามของฟุตบอลโลกให้กับแฟนบอลชาวไทยทุกคน

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2KXadtK

 

from:http://mobileocta.com/vivo-launch-campaign-2018-fifa-world-cup-russia-my-time-my-fifa-world-cup/

เผยโฉม vivo X21 เวอร์ชั่นต้อนรับบอลโลก FIFA World Cup 2018 Extraordinaire Edition อยากได้ก็ไม่มีให้ซื้อ

หลังจาก vivo X21 มือถือสุดล้ำที่ฝังเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือไว้ใต้หน้าจอเป็นรุ่นแรกของโลก เปิดตัวและวางขายในบ้านเราไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่ง vivo X21 ในรุ่นปกติจะมีวางจำหน่ายแค่ 2 สี คือสีแดง และดำแบบธรรมดาๆ เท่านั้นเอง แต่ถ้าคิดว่ารุ่นที่เปิดตัวมันธรรมดาไป ก็ต้องนี่เลย vivo X21 FIFA World Cup 2018 Extraordinaire Edition รุ่นพิเศษต้อนรับเทศกาลบอลโลก 2018 ด้วยการสกรีนลาย FIFA World Cup Russia 2018 เอาไว้ด้านหลังซะด้วย

ถือว่าเป็นการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ที่ถูกเวลาพอดีสำหรับ vivo X21 ที่เปิดตัวรุ่นธรรมดาไปก่อนหน้ามหกรรมบอลโลก 2018 เพียงไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น ผ่านมาไม่ทันไรเข้าใกล้ช่วงบอลโลกก็เลยได้โอกาสเปิดตัวมือถือรุ่นพิเศษอย่าง vivo X21 FIFA World Cup 2018 Extraordinaire Edition ออกมาซะเลย (ชื่อยาวมากๆ) ซึ่งมือถือรุ่นพิเศษนี้จะมีสเปคเดิมเหมือนกับ vivo X21 รุ่นธรรมดา ดังนี้

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.28 นิ่้ว  อัตราส่วน 19:9 FHD+  (2280 x 1080)
  • CPU : Snapdragon 660 AIE
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 128GB (เพิ่ม micro SD ได้สูงสุด 256GB)
  • กลัองหลังคู่ : 12MP Dual Pixel Sensor (พร้อมโหมดถ่ายภาพ 24MP) f/1.8 + 5MP f/2.4
  • กล้องหน้า : 12MP Dual Pixel Sensor (พร้อมโหมดถ่ายภาพ 24MP) f/2.0
  • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้กระจกหน้าจอ + ปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • ชิปเสียง AK4376A และเทคโนโลยี Deep Field
  • ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot รองรับ Dual 4G / Dual VoLTE
  • Bluetooth 5.0, WiFi 2.4GHz/5GHz
  • แบตเตอรี่ 3200 มิลลิแอมป์
  • ขนาดตัวเครื่อง 7.37 x 154.45 x 74.78 มม.
  • น้ำหนัก 156 กรัม
  • ระบบ Funtouch OS 4.0 (Android 8.1)

แต่สิ่งที่พิเศษกว่ารุ่นธรรมดานั่นก็คือสีของตัวเครื่องและการสกรีนลาย พร้อมโลโก้ FIFA World Cup Russia 2018 เอาไว้ด้านหลังเครื่องนั่นเอง โดยมือถือ vivo X21 รุ่น Word Cup 2018 (ขอเรียกย่อๆ ละกันนะ) จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี คือสีน้ำแดง และสีน้ำเงิน

แต่…การเปิดตัว vivo X21 FIFA World Cup 2018 Extraordinaire Edition ในบ้านเราครั้งนี้ เป็นแค่การเปิดตัวเฉยๆ นะจ๊ะ…เพราะรุ่นนี้จะไม่มีวางขายตามร้านในบ้านเราแน่นอน แต่จะเป็นรุ่นพิเศษให้กับเป็นพรีเซนเตอร์อย่างหลุยส์ สก็อตต์ และ โต้ง TWOPEE เป็นตัวแทนเข้าร่วมชมแมทช์พิเศษ FIFA World Cup 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และใช้ vivo X21 FIFA World Cup 2018 Extraordinaire Edition ในการเก็บภาพบรรยากาศมาฝากแฟนๆ นั่นเอง ถ้าใครอยากได้ก็น่าจะต้องไปหิ้วกันเองที่ประเทศจีนในราคา 3,698 หยวน (ประมาณ 18,508 บาท)

from:https://droidsans.com/vivo-x21-fifa-world-cup-2018-extraordinaire-edition/

Vivo X21 วางจำหน่ายแล้ววันนี้พร้อมกันทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิพิเศษ และของสมนาคุณสุดคุ้ม!!

ในงาน Thailand mobile Expo 2018 ที่จัดขึ้นในวันที่ 24 – 27 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ที่ผ่านมา Vivo ได้เปิดให้มีการ Pre – Order Vivo X21 ภายในงาน ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ล้นหลามจากผู้ที่รอคอย สมาร์ทโฟนที่เป็นสุดยอดผู้นำแห่งนวัตกรรมระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอเป็นอย่างมาก

โดยในวันที่ 1 มิถุนายน 2561 Vivo X21 ได้วางจำหน่ายเป็นวันแรก ในราคา 19,990 บาท  มาพร้อมกับสิทธิพิเศษ และของสมนาคุณสุดคุ้ม   ดังนี้

  1. Privilege Card
  2. หูฟัง Bluetooth JBL (มูลค่า 2,490 บาท)
  3. ลูกฟุตบอล Vivo Fifa world cup (มูลค่า 1,690 บาท)

Vivo X21

*** เงื่อนไขและข้อกำหนด

  1. สิทธิพิเศษจะได้รับการบริการเฉพาะเครื่องที่ลูกค้าได้ทำการซื้อตามเงื่อนไขของบริษัทเท่านั้น
  2. ไม่สามารถโอนถ่ายสิทธิให้กับผู้อื่นได้
  3. ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือแลกรับบริการอื่นๆ ได้
  4. สามารถรับสิทธิพิเศษนี้ได้ที่ ศูนย์บริการ วีโว่ ทุกสาขาทั่วประเทศ
  5. กรุณาแสดงบัตรนี้ควบคู่กับบัตรประชาชน , ใบรับประกัน , ใบเสร็จสินค้า , ทุกครั้งที่รับสิทธิพิเศษนี้
  6. สิทธิพิเศษเพิ่มระยะเวลาการรับประกันตัวเครื่องเป็น 24 เดือน โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ซื้อสินค้า
  7. สิทธิพิเศษรับประกันหน้าจอแตกไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 30/06/19
  8. บริษัท วีโว่ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ทั้งนี้ Vivo X21 วางขายพร้อมกับตัวเครื่อง สีดำที่ให้ความแวววาวเพิ่มความหรูหราให้กับตัวเครื่อง มาพร้อมกับ RAM 6 ROM 128 หน้าจอ 6.28 FullHD+ หน่วยประมวลผล Snapdragon 660 กล้องหน้า 2×12 (ความละเอียดสูงสุดถึง 24 ล้านพิกเซล) กล้องหลัง 2×12 ล้านพิกเซล (ความละเอียดสูงสุดถึง 24 ล้านพิกเซล) + กล้องรอง  5  ล้านพิกเซล  แบตเตอร์รี่ 3,200 mAh  Hi-Fi AK4376A  

สำหรับรายละเอียดอื่นๆ สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ : http://www.vivo.com

Facebook : https://www.facebook.com/vivosmartphonethailand

Line : vivo Smartphone

Instargram : https://instagram.com/vivo_smartphone

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2KXadtK

from:http://mobileocta.com/vivo-x21-now-on-sale-in-thailand/

โปรโมชั่นสุดพิเศษของ Vivo X21 ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 วันที่ 24 -27 พ.ค. 2561 นี้ เท่านั้น!!!

Vivo X21 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอได้เจ้าแรกของโลกจากแบรนด์ Vivo สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วก่อนใครวันนี้ที่งาน Thailand Mobile Expo 2018 และยังมาพร้อมโปรโมชั่นที่พิเศษสุดๆ ที่มามอบให้ลูกค้าคนพิเศษ

vivo x21

เมื่อ Pre – order Vivo X21 ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 และมารับเครื่องในวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 จะได้รับของแถม TV 32 นิ้ว และ พัดลมไอน้ำ กว่า 400 รางวัล และยังรับไปเลยทันที ลูกฟุตบอล FIFA และตุ๊กตา FIFA  สามารถจับจองเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน Vivo ได้ที่ บูธร้านค้าในงานดังต่อไปนี้   Jaymart , TG FONE , CSC , Big C , Banana IT , Power Buy , AIS , IT CITY และ Big Mobile

เงื่อนไและข้อกำหนดการรับของแถมดังต่อไปนี้

1. ลูกค้าทำการ Pre-order Vivo X21 ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2018 และชำระเงินจองหรือชำระเต็มจำนวนภายในวันที่ 24-26 พฤษภาคม พ.ศ.2561

2. ลูกค้ามารับเครื่องในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2561 ในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ได้ตั้งแต่ 10.00 น. หรือตั้งแต่เปิดงานเป็นต้นไป (สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่มารับในงานเท่านั้น

3. เมื่อลูกค้าชำระเงินและรับเครื่องในบูธที่ทำการจองเอาไว้เรียบร้อย ให้นำใบเสร็จชำระเงิน พร้อมแสดงสมาร์ทโฟน Vivo X21เพื่อรับบัตรคิว ณ บูธกิจกรรม Vivo โซนพลาซ่า  โดยจะเริ่มรับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

4.กิจกรรมแจกTV32 นิ้ว และพัดลมไอเย็น จะเริ่มตั้งแต่ 13.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561 ณ บูธกิจกรรม Vivo โซนพลาซ่า

5. การประกาศคิว พนักงานจะทำการประกาศคิวตั้งแต่ 13.00 น. หากเรียกเกิน 3 ครั้งแล้วไม่มาถือว่าสละสิทธิ์ และหากมาในภายหลังจะต้องรับบัตรคิวใหม่

6. สำหรับของรางวัล 100 ท่านแรกจะได้รับ TV ขนาด 32 นิ้ว และลูกค้าตั้งแต่คิวที่ 101-400 จะได้รับพัดลมไอเย็น

7. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงกติกาข้อกำหนด และเงื่อนไขต่างๆ และของรางวัลที่มีมูลค่าเท่าเทียมกันได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือหยุดกิจกรรมนี้โดยจะแจ้งล่วงหน้าหรือไม่ก็ได้ และบริษัทฯ ไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ต่อการเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะเรียกร้องอันเนื่องมาจากเหตุการณ์หรือเหตุต่อเนื่องที่ทางบริษัทฯ ได้ทำการการยกเลิกหรือหยุดกิจกรรมนี้

8. ในกรณีที่บริษัทฯพบว่ามีพฤติกรรมหรือการกระทำใดๆที่เข้าข่ายทุจริตหรือผิดวัตถุประสงค์ของกิจกรรม หรือผิดกติกา ข้อกำหนด และเงื่อนไขต่างๆ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสิทธิผู้ร่วมกิจกรรมโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2KXadtK

 

from:http://mobileocta.com/special-promotion-vivo-x21-thailand-mobile-expo-2018/

Review | รีวิว vivo X21 มือถือสแกนนิ้วฝังบนหน้าจอเครื่องแรกของโลก มาพร้อมกับความสามารถรอบด้าน เกม กล้อง เพลง

หลังจาก vivo ไปเน้นตลาดกลางในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำเอาแฟนๆ รุ่นท็อปอย่างตระกูล X เซ็งไปตามๆ กัน แต่มาปีนี้มันจะไม่เป็นอย่างนั้นแล้วครับ เพราะ vivo X21 มือถือรุ่นแรกของโลกที่นำเอาเทคโนโลยีสแกนนิ้วฝังไว้บนกระจกหน้าจอได้ถูกนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว แถมเปิดตัวก่อนหน้าอินเดียที่หลายๆ สื่อประโคมข่าวซะอีก ว่าแต่นอกจากสแกนนิ้วบนหน้าจอแล้วยังมีอะไรอีกไหม ขอบอกว่าสเปคมันก็ไม่ธรรมดา มาอ่าน รีวิว vivo X21 ไปพร้อมๆ กันได้เลย

แกะกล่อง vivo X21

กล่อง vivo X21 นั้นถููกออกแบบมาพิเศษพร้อมกับโลโก้ FIFA World Cup ที่ทาง vivo นั้นเป็นสปอนเซอร์หลัก น่าเสียดายปีนี้อิตาลีผมไม่ได้เข้ารอบไปชิงแชมป์ด้วย

ภายในกล่องมีการแบ่งแยกอุปกรณ์ทุกชิ้นออกเป็นสัดส่วนครับ ของแถมครบชุด ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม

ตัวเครื่อง X21 บนซองมีภาพลายนิ้วมือแปะเอาไว้ด้วย เพื่อบอกว่าตำแหน่งของสแกนลายนิ้วมือนั้นอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องไปคลำหาที่อื่นหละ ส่วนบนหน้าจอก็แปะฟิล์มกันรอยมาให้แล้วด้วย

หูฟังในกล่องนี่เป็นรุ่น XE710 นะครับ เป็นหูฟัง Hi-Fi รุ่นใหม่ล่าสุดแบบ in-ear แถมมาให้ด้วย พร้อมไมโครโฟนสำหรับใข้สนทนาและปุ่มรับสาย

vivo X21 รองรับระบบชาร์จเร็ว Quick Charge 2.0 โดยหม้อแปลงนั้นจ่ายไฟ 2 ระดับคือ 5V 2A และ 9V 2A การชาร์จแบต 3200 มิลลิแอมป์ให่เต็มนั้นก็ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง

ด้านล่างตัวเครื่องยังมีช่องลับซ่อนอยู่ ซึ่งจะเป็นเคสของ X21 ที่วัสดุเหมือนจะผสมกันระหว่างซิลิโคนอ่อนๆ และพลาสติกแข็ง โดยขอบๆ ที่เป็นซิลอโคนทนั้นก็คอยป้องกันตัวเครื่องเวลาตกหรือหล่น ทำให้ปุ่มต่างๆ กดง่ายด้วย

 

สำรวจตัวเครื่อง vivo X21

หน้าจอ vivo X21 เป็นแบบ FullView และมีติ่งกล้องเล็กๆ โผล่มาหน่อยนึง (เหมือน V9) รุ่นนี้ใช้เป็นหน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด Full HD+ ความคมชัดและสีสันนั้นสวยงาม แต่ไม่สดเว่อร์เหมือนจอ AMOLED สมัยก่อนๆ โดยทาง vivo ได้มีการปรับเรื่องสีเป็น DCI-P3 Wide Color Gamut มาแล้ว

ฝาหลังสีดำเป็นกระจกมันเงาสวยงาม แน่นอนว่าเรื่องของลายนิ้วมือคงหนีไม่พ้น แต่ด้วยความที่มันเป็นกระจก เลยเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายกว่าพวกที่เป็นพลาสติก ถ้าส่องลงไปลึกๆ ตรงชั้นสีจะเห็นว่ามันเป็นสีดำเมทัลลิกดูหรูเลยทีเดียว

น้ำหนักตัวเครื่องนั้นหยิบๆ ขึ้นมาแล้วรู้สึกหนักกว่า V9 อยู่เหมือนกัน เพราะนอกจากฝาหลังที่เป็นกระจกแล้วตัวเฟรมหรือกรอบเครื่องนั้นยังเป็นโลหะเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับ X21 นั่นเอง ด้านล่างเป็นที่เก็บถาดซิม, ช่อง micro USB, ไมโครโฟน และลำโพง

ลองจิ้มถาดซิมออกมา ข้างในเป็นช่องแบบ Hybrid นะครับ ซิมแรกใส่ไปเลยเป็น nano SIM ส่วนช่องที่สองก็ตบตีกันเอาเอง ว่าจะเป็นซิมเบอร์รอง หรือเป็น micro SD เพิ่มเม็มเติมความจุที่มีอยู่แล้ว 128GB ให้มันมากขึ้นไปอีก

ด้านบนมีรูเล็กๆ นั่นคือไมค์ตัดเสียงรบกวนเวลาใช้สาย ส่วนช่องใหญ่ๆ นั่นคือรูหูฟัง 3.5 มม ไง เพราะในตัวเครื่อง vivo X21 นั้นใส่ชิปเสียง Hi-Fi อย่าง AK4376A มาให้ด้วย

ปุ่มกดอยู่ทางด้านขวาทั้งหมด ที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางเครื่องเลยคือปุ่มพาวเวอร์ (นิ้วบังอยู่) ส่วนปุ่มปรับเสียงก็จะอยู่ถัดขึ้นไป

ติ่งจอด้านบนมีกล้องหน้า 12MP (ถ่ายได้ 24MP) ลำโพงสนทนา เซนเซฮร์วัดแสง และเซนเซอร์วัดระยะ ซึ่งกล้องหน้านี้ยังสามารถใช้ในการสแกนเพื่อทำการปลดล็อคด้วยใบหน้าได้ด้วยอินฟราเรดเซนเซอร์ 1024 จุด ในภาพจะเห็นสัญลักษณ์ 4G ทั้ง 2 ซิม แปลว่ารองรับ Dual 4G และ Dual VoLTE

กล้องหลังคู่ ความละเอียด 12MP + 5MP สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ทำ Portrait Mode

 

ฟีเจอร์น่าสนใจของ vivo X21

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ vivo X21 ที่ไม่มีใครเหมือนและยังเป็นรุ่นเดียวในโลกตอนนี้ก็คือการสแกนลายนิ้วมือด้วยเซนเซอร์ที่ฝังเอาไว้บนหน้าจอนั่นเอง เรียกว่าเป็นค่ายแรกที่กล้าทดลองก่อนใคร ซึ่งจากที่ได้ทดลองใช้งานมา มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างจากปกติอยู่นิดหน่อย

ขั้นตอนการลงทะเบียนนิ้วก็ปกติ ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นที่มีช่องสำหรับสแกนนิ้วครับ แตะลงไปบนหน้าจอได้เลย แต่จะมีข้อความว่าต้องกดนิ้วลงไปให้แน่นๆ หน่อย พอแตะๆ ไปเรื่อยๆ จนมันเก็บรายละเอียดนิ้วมือเราครบก็พร้อมใช้งานได้แล้ว

เวลาสแกนลายนิ้วมือปุ๊บ มันก็จะมีอนิเมชั่น แว๊บ! สวยงามขึ้นมา ก่อนที่จะปลดล็อคหน้าจอขึ้นมาให้เราได้ใช้งานกัน ข้อดีคือมันเท่ห์มากเลย อนิเมชั่นสวยอีกต่างหาก ฮ่าๆ แต่จะมีบางครั้งที่ต้องกดนิ้วลงไปนิดหน่อย คือไม่เหมือนกับเซนเซอร์สแกนในปัจจุบันที่แค่แตะๆ ก็ไปแล้ว (แต่บางครั้งแตะๆ ก็ไปแล้วเหมือนกัน แต่ถ้าจะเอาชัวร์ก็ออกแรงจิ้มนิดนึง



อีกฟีเจอร์นึงก็คือการสแกนใบหน้านั่นเอง ซึ่งจากที่ลองก็พบว่าแม่นยำและเร็วกว่า V9 ด้วย น่าจะเป็นเพราะตัวเซนเซอร์อินฟราเรดและชิปเซ็ทที่ทำงานได้เร็วขึ้นนั่นเอง และถ้าเราใช้งานร่วมกับฟังก์ชั่น “ยกแล้วกลับมาใช้งาน” แค่ยกขึ้นมากพอมันสแกนเจอหน้าเราก็ปลดล็อคหน้าจอให้เลย สะดวกมาก (แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่เท่เท่าสแกนนิ้วใต้จออะ)



ส่วนของหน้าจอ FullView นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แล้ว แต่บางคนอาจจะเปลี่ยนมาเป็นรุ่นแรก ก็ต้องขออธิบายว่าแุถบด้านบนนั้นจะเป็นส่วนที่เอาไว้แสดงผลการแจ้งเตือน เวลา และนาฬิกา รวมถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ซะมากกว่า และ FunTouch OS 4.0 หากสไลด์จากขอบบนของจอลงมา จะเป็นรายการแจ้งเตือนต่างๆ แต่หากสไลด์นิ้วจากด้านล่างจะเป็นพวกสวิช เปิด/ปิด ฟังก์ชั่น หรือปุ่มทางลัดทั้งหลาย

ระบบแบ่งหน้าจอหรือ Multi Windows ของ vivo นั้นมีวิธีเรียกง่ายๆ คือการลากสามนิ้วบนหน้าจอแอป หากแอปไหนแบ่งได้ก็จะมีการแหวกหน้าจออีกซึกนึงขึ้นมาเพื่อให้ให้เปิดแอปที่สอง


นอกจากนั้นเรายังสามารถเรียกหน้าต่าง pop up สำหรับพิมพ์ข้อความตอบกลับ เวลาเราเล่นเกม ดูหนัง แล้วมีแจ้งเตือนเข้ามา เราไม่ต้องสลับแอปออกไป แต่จะเป็นหน้าต่างที่เรียกว่า แยกหน้าจอข้อความ ปรากฏขึ้นมา

หรือหากอยากจะดูไปแล้วนึกขึ้นได้ว่าต้องส่งข้อความหาเพื่อน ก็ลาก 3 นิ้วลงมาเพื่อเลือกเปิดแอปได้เช่นเดียวกัน ซึ่งลักษณะจะเป็นหน้าต่างลอยขึ้นมา ไม่ได้แบ่งหน้าจอไปแบบ Multi Window

แต่ถ้าหากเราเล่นเกมที่ต้องใช้สมาธิมากๆ ไม่ต้องมาแจ้งเตือนอะไรทั้งนั้น เพื่อนห้ามทัก แฟนห้ามแชท ก็ให้ใช้ Game Mode เป็นตัวช่วยปิด ให้มันบล็อคทุกสิ่งอย่างไปเลย ไม่ต้องมายุ่ง ปิดได้แม้กระทั่งคนโทรเข้า


หากใครอยากได้หน้าจอโล่งๆ เต็มๆ ไม่อยากมีแถบนำทาง (ปุ่มโฮม ย้อนกลับ แอปล่าสุด) ด้านล่าง เราสามารถเลือกเปลี่ยนรูปแบบกานำทางได้ โดยเปลี่ยนเป็นแบบ gesture หรือลากนิ้วแทน โดยการลากนิ้วจากตำแหน่งล่างซ้ายของจอขึ้นมาคือทางซ้ายคือเปิดแผง shortcut, ลากนิ้วจากด้าล่างบริเวณกลางจอขึ้นคือกลับหน้าโฮม และหากค้างนิ้วเอาไว้คือดูรายการแอปทั้งหมดที่เปิด  และลากนิ้วจากทางขวาล่างขึ้นมาคือปุ่มย้อนกลับ

แต่ในโหมดการใช้ท่าทางแทน 3 ปุ่มมันจะมีบั๊กตรงที่พื้นที่ด้านล่างจะถูกกันเอาไว้ ที่เราเห็นเป็นแถบดำๆ ด้านขวาครับ คือแอปจะแสดงผลไม่เต็มจอ

แต่ถ้าเปิด 3 ปุ่มนำทางปกติจะไม่เป็น จะเห็นว่ามิวสิควิดีโอนั้นขยายเต็มพื้นที่จอไปจนสุดทางขวาได้นั่นเอง



นอกจากนั้นก็ยังมีพวกฟีเจอร์พิเศษต่างๆ เช่นการบันทึกหน้าจอได้หลากหลายรูปแบบ คือเลือกแคปจอทีละส่วนได้ หรืออัดเป็นวิดีโอก็ทำได้ แล้วก็มีการควบคุมท่าทางต่างๆ ยกเครื่องแนบหูเพื่อรับสาย หรือเสียงริงโทนจะค่อยๆ เบาลงเมื่อเรายกเครื่องขึ้นมาแล้ว และการวาดสัญลักษณ์ต่างๆ บนหน้าจอ เพื่อเรียกใช้งานแอปต่างๆ แบบรวดเร็ว

 

ประสิทธิภาพตัวเครื่อง vivo X21

ชิป Snapdragon 660 นั้นถือว่าเป็นชิปตัวท็อปในกลุ่ม midrange เลยก็ว่าได้ ประสิทธิภาพดี ลื่นไหลสุดๆ เพราะเหนือกว่านี้ก็ต้อง Snapdragon 835 หรือ 845 แล้ว ผลทดสอบจาก Antutu ถือว่าทำได้ดี 143441 คะแนน

การเล่นเกมนี่ก็เปิดกราฟิคได้เกือบสุด RoV นี่เนียนๆ ที่ 50-60 FPS ตลอดเกม อย่างในภาพนี้ซัดกันนัวยัง FPS ยัง 55

PUBG เปิดเข้าเกมมา กราฟิคถูกเปิดเอาไว้ที่ระดับกลาง ซึ่งระหว่างเล่นก็ราบรื่น ไม่ติดขัดอะไรเลย



หน่วยความจำภายในเป็น eMMC ความเร็วในการอ่านอย่ที่ 298-300 MB/s การเขียนอยู่ที่ 193 MB/s และตัวเครื่องยังรองรับ Project Treble อีกด้วย ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าทาง vivo เองก็ได้ร่วมมือกับ Google ในการนำเครื่องเข้ามาทดสอบเป็น Android P Beta

ระบบเสียง Hi-Fi ของ X21 ที่ผ่าน DAC นั้นเจ๋งตรงที่ vivo เปิดให้ใช้งานได้กับเล่นเพลงทุกตัว แม้กระทั่ง YouTube อิอิ จากลองฟังเพลงผ่าน XE710 ที่ให้มาในกล่องนั้นเสียงใสมาก เบสมาเป็นลูกๆ แนวกระชับๆ ใครชอบฟังเพลงแนว ป๊อป เน้นเสียงร้องและเครื่องดนตรีน่าจะชอบ แต่สายเบสหนักๆ อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ลึกเท่าที่ควร (ยังไม่ได้ลองหาหูฟังตัวอื่นมาลองเทียบนะครับ)

 

กล้องถ่ายภาพ vivo X21

กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซลเน้นการถ่าย Portrait เป็นหลักอยู่แล้ว การมาของ Dual Pixel Sensor นั้นช่วยให้สามารถจับโฟกัสได้เร็วขึ้น



ซึ่งทุกภาพที่ถ่ายแบบ Portrait นั้น เราสามารถจะนำมาปรับแต่งค่าได้ทีหลัง โดยเข้าไปดูใน Gallery หาภาพที่มีสัญลักษณ์รูรับแสง แล้วเข้าไปทำการ Refocus ได้ ส่วนเรื่องการเบลอขอบนั้น ก็ถือว่าทำได้เนียนอยู่ แต่ก็ยังมีเอ๋อๆ บ้างนิดหน่อย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง
























คุณภาพของเซนเซอร์นั้นถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวครับ ทั้งการโฟกัสที่เร็วขึ้น สีสันและการไล่โทนสีของโหมด HDR แม้จะมีขนาดแค่ 12 ล้านพิกเซล แต่ถ้าเกิดใครอยากเปิดเป็น 24 ล้านก็มีให้เปิดในการตั้งค่า อันล่างสุดเลย ว่าแล้วก็มาพูดถึงอีกฟีเจอร์นึงเลยคือภาพถ่าย AR ที่สามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง



ซึ่งนอกจากจะใช้ถ่ายภาพได้แล้ว ยังสามารถกดค้างเพื่ออัดเป็นคลิปสั้นๆ ได้ด้วย



กล้องหน้า 12 ล้านพิกเซลเองก็สามารถอัพไปเป็น 24 ล้านพิกเซลได้ และมีฟีเจอร์ต่างๆ ไม่แพ้กล้องหลัง ที่สำคัญมี AI Face Beauty เหมือน V9 ลองถ่ายออกมาแล้วก็จะประมาณนี้

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า








สเปค vivo X21

  • Funtouch OS 4.0 (Android 8.1)
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 660 AIE
  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.28 นิ่้ว  อัตราส่วน 19:9 FHD+  (2280 x 1080)
  • RAM 6GB
  • ROM 128GB (เพิ่ม micro SD ได้สูงสุด 256GB)
  • กลัองหลังคู่ 12MP Dual Pixel Sensor (เซนเซอร์จริง 24MP) f/1.8 + 5MP f/2.4
  • กล้องหน้า 12MP Dual Pixel Sensor (เซนเซอร์จริง 24MP) f/2.0
  • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้กระจกหน้าจอ + ปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • ชิปเสียง AK4376A และเทคโนโลยี Deep Field
  • ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot รองรับ Dual 4G / Dual VoLTE
  • Bluetooth 5.0, WiFi 2.4GHz/5GHz
  • แบตเตอรี่ 3200 มิลลิแอมป์
  • ขนาดตัวเครื่อง 7.37 x 154.45 x 74.78 มม.
  • น้ำหนัก 156 กรัม
  • สีที่วางจำหน่าย ดำ, แดง
  • ราคาเปิดตัว 19,990 บาท

 

สรุปประสบการณ์ใช้งาน

vivo X21 เป็นมือถือที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของฟีเจอร์ที่ไม่มีใครเหมือน และเป็นรายแรกนั่นคือการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ซึ่งล้ำหน้าค่ายอื่นๆ ไปหนึ่งสเต็ป ส่วนสเปคอื่นๆ นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ครบ ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้แบบไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นสายเกมหรือสายเซลฟี่ก็สามารถจะแฮปปี้กับมือถือเครื่องนี้ได้ วัสดุงานประกอบก็ดี สีดำสวยหรูคลาสสิค ส่วนสีแดงนั้นก็เผ็ดจริงจัง

ส่วนตัวผมยกให้เป็นหนึ่งในรุ่นที่ทำออกมาได้ดีในทุกๆ ด้าน อ้อ แต่จะมีเรื่องของแบตเตอรี่นิดนึงที่ตอนลองใช้ 2 ซิมยาวๆ แล้วเหมือนจะอยู่ได้แค่ประมาณวันเดียวในการใช้งานปกติ แต่ก็คือถือได้ถึงดึกๆ คือกลับบ้านทันชาร์จแน่นอน (ยกเว้นจะไปต่อ) ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ Snapdragon 660 AIE นั้นอาจจะใช้พลังงานมากกว่าพวก 630 / 636 หรือเปล่า (ขอติดไว้เดี๋ยวจะลองใช้ซิมเดียวแล้วมาอัพเดทเพิ่มให้)

แต่ด้วยราคาที่เปิดตัวมาค่อนข้างสูง งานนี้ก็ต้องวัดใจทั้งผู้ใช้งานทั่วไป ที่สนใจอยากลองเทคโนโลยีใหม่ๆ และแฟนๆ ของ vivo ด้วยว่าสนใจอยากจะเปลี่ยนเป็นมือถือรุ่นท็อปของค่ายหรือไม่

from:https://droidsans.com/review-vivo-x21/