คลังเก็บป้ายกำกับ: Xiaomi

เผยภาพเรนเดอร์อย่างเป็นทางการของ Xiaomi Mi Max 3 ก่อนเปิดตัว 19 กรกฎาคมนี้

เหลืออีกเพียงแค่วันเดียวก็จะถึงวันเปิดตัวของ Xiaomi Mi Max 3 ว่าที่สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึดในตระกูล Mi Max Series แล้ว โดยก่อนหน้านี้เราก็ได้เห็นภาพหลุดเครื่องจริงกันไปบ้างแล้ว

ล่าสุด Lin Bin ประธาน Xiaomi ได้เผยภาพเรนเดอร์อย่างเป็นทางการของสมาร์ทโฟนดังกล่าวออกมาให้เห็นกันก่อนที่จะมีการเปิดตัวในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้

Xiaomi Mi Max 3

สำหรับภาพเรนเดอร์อย่างเป็นทางการของ Xiaomi Mi Max 3 เผยให้เห็นตัวเครื่องที่มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ตรงกับภาพเครื่องจริง และภาพเรนเดอร์ที่หลุดออกมาก่อนหน้า รวมทั้งยังเผยสีของตัวเครื่องที่ให้เลือก 3 สีด้วยกันคือ สีทอง สีฟ้า และสีดำ

ในส่วนของดีไซน์ของ Mi Max 3 นั้นมามาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาดใหญ่ 6.9 นิ้ว โดยเป็นจอแบบ Full Screen ในอัตราส่วน 18:9 และไม่มีรอยบาก

ส่วนด้านหลังเครื่องคาดว่าจะใช้วัสดุที่ทำจากโลหะโดยดีไซน์เหมือนกับ Redmi Note 5 Pro และ Redmi 6 Pro ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งกล้องหลังคู่ในแนวตั้ง เซ็นเซอร์สแกนลายนิ่วมือ และ แถบเส่นเสาอากาศที่อยุ่ขอบด้านบนและด้านล่าง

ทั้งนี้ ก็เหลือแค่ว่า Xiaomi Mi Max 3 จะมีเวอร์ชั่น Pro รุ่นไฮเอนด์ที่ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 710 ด้วยไหมหรือเป็นแค่เพียงข่าวลือเท่านั้น 

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2G47X0

 

from:http://mobileocta.com/reveals-the-official-rendering-of-xiaomi-mi-max-3/

Advertisements

ยืนยันแล้ว!! Xiaomi จะเปิดตัว Mi A2 และ Mi A2 Lite ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ที่ประเทศสเปน

Xiaomi ประกาศออกมาอย่างทางการแล้ว ว่าจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนพร้อมกัน 2 รุ่น คือ Mi A2 และ Mi A2 Lite ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ที่ประเทศสเปน โดยทั้งคู่เป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ puer Android ไม่มีการสวมทับด้วย MIUI เหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ของ Xiaomi เนื่องจาก Mi A2 และ Mi A2 Lite เป็นสมาร์ทโฟนในโครงการ Android One เหมือนกับรุ่น Mi A1 ที่ออกมาทำตลาดในปีที่แล้ว

คาดว่า Xiaomi Mi A2 จะมากับจอแสดงผล Full HD+ (2228 x 1080 พิกเซล) ขนาด 5.99 นิ้ว ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 ความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 32GB หรือ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB และ RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB กล้องคู่หลัง 20 + 12 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ความจุ 3000mAh

ที่มา – Xiaomi

from:http://www.flashfly.net/wp/223653

Review – Xiaomi Mi Gaming Laptop อีกหนึ่งโน้ตบุ๊คสเปคเน้นเล่นเกม i5 + GTX 1060 ในราคาเบาๆ (ฉบับแปล)

สำหรับ Xiaomi แล้วนั้นเราๆ ท่านๆ ในเมืองไทยน่าจะรู้จักกันดีกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีสเปคสูงแต่ราคาเป็นกันเองครับ นอกเหนือไปจากสมาร์ทโฟนแล้วนั้น Xiaomi เองก็ได้มีการก้าวเข้าสู่ตลาดโน๊ตบุ๊คเช่นเดียวกัน  หลังจากที่ในไทยเริ่มขาย Xiaomi Mi Air Laptop 13.3″ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในราคา 35,990 บาท ส่วน Xiaomi Mi Gaming Laptop นั้นจะขายในไทยเมื่อไรยังไม่ข้อมูล

ซึ่งในบทความนี้นั้นเราขอนำเสนอรีวิว Xiaomi Mi Gaming ฉบับแปลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ กับโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่นอกจากสเปคจะน่าสนใจแล้วราคาเมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วเรียกได้ว่าน่าสนใจแบบสุดๆ Xiaomi Mi Gaming จะน่าสนใจมากแค่ไหนนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ

สำหรับ Xiaomi Mi Gaming นั้นจะมีสเปคแตกต่างกันไปตามโมเดลซึ่งมีดังต่อไปนี้ครับ

สำหรับโมเดลที่ถูกนำมารีวิวในครั้งนี้นั้นจะเป็น Model ที่ 3 ครับ ซึ่งสเปคโดยละเอียดจะมีดังต่อไปนี้ครับ

  • หน้าจอขนาด 15.6 นิ้วใช้พาเนลปบบ IPS รองรับความละเอียดที่ระดับ Full HD โดยมีความถี่อยู่ที่ 60 Hz
  • หน่วยประมวลผล Intel Core i5-7300HQ มาพร้อมกับแกนการประมวลผล 4 แกน โดยมีความเร็วฐานอยู่ที่ 2.5 GHz และความเร็ว ณ Turbo Boost อยู่ที่ 3.5 GHz( โดยที่มีการกำหนดเอาไว้ว่าเมื่อหน่วยประมวลผลรันที่ 4 แกนการประมวลผล ความเร็วสูงสุดของทั้ง 4 แกนจะอยู่ที่ 3.1 GHz และเมื่อรันที่ 2 แกนจะมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 3.3 GHz)
  • หน่วยความจำขนาด 8 GB แบบ DDR4 ความเร็ว 2400 MHz(แบบ single slot แต่มี slot มาให้ 2 slot เพื่อรองรับการอัพเกรดได้สูงสุดถึง 32 GB)
  • ชิปกราฟิกแบบแยกใช้ของทาง NVIDIA ในรุ่น GeForce GTX 1060(รุ่นสำหรับโน๊ตบุ๊ค) ความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐาน 1405 MHz มาพร้อมหน่วยความจำแยกขนาด 6 GB ความเร็ว 8000 MHz
  • เมนบอร์ด Intel HM175
  • แหล่งเก็บข้อมูลแบบ SATA-III SSD ความจุ 128 GB ของทาง Sumsung รุ่น PM871b MZNLN128HAHQ และแบบ HDD ความจุ 1 TB ของทาง Seagate รุ่น BarraCuda ST1000LM048 ความเร็วการหมุนแผ่นจานบันทึกข้อมูล 5400 rpm
  • ชิปเสียง Realtek ALC1220 @ Intel Sunrise Point PCH

  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB 3.0 / 3.1 Gen1 จำนวน 5 พอร์ต, HDMI, DisplayPort, Audio jack ทั้งในส่วนของไมโครโฟนและหูฟัง, Card Reader รองรับ SD, SDHC, SDXC
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Intel Dual Band Wireless-AC 8265 (a/b/g/n/ac) และ Bluetooth 4.2
  • Realtek Gaming GBE Family Controller (10/100/1000MBit)
  • ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 23 x 364 x 265 mm
  • แบตเตอรี่ความจุ 55 Wh
  • กล้อง Webcam ความละเอียดระดับ HD
  • ลำโพงบนตัวเครื่องจำนวน 2 ตัวรองรับระบบเสียง Dolby Atmos
  • คีย์บอร์ด Chiclet RGB
  • น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.742 kg
  • นำหนัก Power supply อยู่ที่ 495 g
  • มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows 10 Pro 64 Bit
  • ราคาอยู่ที่ $1154 หรือประมาณ 38,000 บาท

จะเห็นได้ครับว่าสเปคที่ให้มานั้นเมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหากเรานำราคาไปเทียบกับคู่แข่งรายอื่นนั้นสเปคที่คุณจะได้ก็จะมีตรงกราฟิกชิปที่จะเป็นรุ่น GTX 1050 Ti แทนแถมด้วยแหล่งเก็บข้อมูลนั้นก็อาจจะได้มาแค่ SSD เพียงตัวเดียวเท่านั้น แถมด้วยในส่วนของระบบปฎิบัติการนั้นก็น่าจะได้แค่ Windows 10 Home เท่านั้นครับ

Case

 

สำหรับตัวเครื่องนั้นเรียกได้ว่าทาง Xiaomi เอาใจใส่ในการออกแบบและพัฒนามาอย่างดีครับ ถึงแม้ว่าตัวส่วนประกอบต่างๆ เวลาดูภาพนอกนั้นอาจจะไม่ค่อยแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมยี่ห้ออื่นๆ เท่าไรนัก แต่เมื่อเปิดฝาพับออกมาคงต้องยอมรับครับว่า Xiaomi ได้ทำการออกแบบให้มีความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนซึ่งจะทำให้คุณหลงรักเจ้า Mi Gaming ได้เอาง่ายๆ ในส่วนของด้านความแข็งแกร่งนั้นก็สบายใจหายห่วงเพราะ Xiaomi เลือกใช้วัสดุเป็นโลหะสำหรับ Mi Gaming จะเสียดายก็แค่อย่างเดียวที่กรอบทางด้านหลังของตัวเครื่องนั้นดันใช้วัสดุเป็นพลาสติกนี่ล่ะครับ

จุดด้อยของโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วนี้นั้นก็คือในเรื่องของน้ำหนักที่ยังคงมากอยู่ทำให้เวลาพกพาไปไหนมาไหนอาจจะไม่สะดวกมากเท่าไรนัก แต่ทาง Xiaomi เองนั้นก็ได้แก้จุดด้อยของโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วมาอย่างหนึ่งซึ่งนั่นก็คือความหนาของตัวเครื่องที่อยู่ที่ 23 mm เท่านั้น(ในขณะที่โน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วของคู่แข่งนั้นจะมีความหนาเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 25 mm – 29 mm ครับ

ในส่วนของพอร์ตต่างๆ นั้น ทาง Xiaomi ก็ได้จัดวางตำแหน่งออกมาได้เป็นอย่างดีและใช้พื้นที่ได้คุ้มเพราะพอร์ตต่างๆ นั้นมีทั้งอยู่ทางด้านข้างและด้านหลังของตัวเครื่องดังต่อไปนี้ครับ

SDCard Reader

ถึงแม้ว่าทาง Xiaomi จะให้ SDCard Reader มาด้วยนั้น ทว่าจากการทดสอบพบว่าความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลนั้นค่อนข้างที่จะต่ำกว่าคู่แข่งอยู่พอสมควร โดยความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลนั้นจะพอๆ กับการใช้งาน USB 2.0 เท่านั้น ซึ่งนั่นเลยทำให้ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลค่อนข้างที่จพต่ำหากเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ แต่ตรงจุดนี้นั้นถือว่ามีไว้ใช้ก็ดีกว่าไม่มีครับ

Communication

สำหรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง WiFi นั้น ประสิทธิภาพโดยรวมของ Mi Gaming ถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้ได้ครับ โดยความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลนั้นเฉลี่ยจะอยู่ที่ 659 MBit/s แต่น่าเสียดายที่ดันมาตกม้าตายในส่วนของการทดสอบการส่งข้อมูลจากตัวเครื่องที่อยู่ที่ 363 MBit/s เท่านั้น งานนี้ถือว่าเป็นเรื่องแปลกครับเพราะหากเทียบกับคู่แข่งที่ใช้ชิป WiFi ตัวเดียวกันแล้ว Mi Gaming ค่อนข้างที่จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานพอดูครับ

Maintenance

การบำรุงรักษาตัวเครื่องนั้นบอกได้เลยครับว่าทำได้ค่อนข้างยากเนื่องจาก Mi Gaming นั้นมีสกรูถึง 9 ตัวแถมมีอยู่หนึ่งตัวที่ซ่อนอยู่ตรงกลางใต้ฐานยางอีก นอกไปจากนั้นแล้วคุณยังต้องมีเครื่องมือช่างเฉพาะถึงจะสามารถถอดฝาหลังออกมาได้ครับ

เมื่อถอดฝาหลังออกมาแล้วนั้จะเผยให้เห็นฮาร์ดแวร์ต่างๆ ของตัวเครื่อง โดยบน Mi Gaming นั้นจะใช้พัดลมในการระบายอากาศด้วยกัน 2 ตัว ช่องเชื่อมต่อหน่วยความจำก็มีให้มาเพียง 2 ช่องเท่านั้น ในส่วนของแหล่งเก็บข้อมูลนั้นจะมีช่องเชื่อมต่อ M.2 มาให้จำนวน 2 ช่องอยู่ทางด้านบนของช่องเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้ว ทว่าในจุดนี้นั้นหากคุณต้องการเพิ่มแหล่งเก็บข้อมูลแบบ M.2 ลงไปอีกตัวหนึ่งคุณจะต้องนำเอาฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้วออกถึงจะสามารถเพิ่มเข้าไปได้ ทำให้ต้องเลือกเอาครับว่าจะใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้วหรือ M.2 อันที่ 2 ครับ

Input Devices

สำหหรับอุปกรณ์ในการป้อนข้อมูลทั้งในส่วนของคีย์บอร์ดและ TouchPad นั้นถือได้ว่า Xiaomi ได้ใส่ใจเป็นอย่างดีครับ โดยตัวคีย์บอร์ดนั้นจะมาพร้อมกับปุ่ม Macro จำนวน 6 ปุ่มด้วยกันทางด้านซ้ายของตัวเครื่องที่หากจะว่าไปแล้วมันก็อาจจะทำให้ผู้ใช้รายใหม่ใช้งานได้ยากหน่อย ทว่าเมื่อชินแล้วนั้นคุณจะสามารถใช้งานมันได้เป็นอย่างดี ตัวแป้นแต่ละแป้นนั้นมีขนาดอยู่ที่ 16 x 16 mm ทำให้การกดแป้นแต่ละตัวนั้นสะดวกมาก การตอบสนองของคีย์บอร์ดนั้นเสมือนกับเป็นคีย์บอร์ดแบบ mechanical ทำให้ผู้ใช้น่าจะชื่นชอบได้โดยไม่ยาก ที่สำคัญที่สุดแล้วนั้นตัวคีย์บอร์ดยังมาพร้อมกับไฟส่องสว่างแบบ RGB illumination อีกด้วยครับ

สำหรับ TouchPad นั้นจะมาในรูปแบบของ ClickPad ที่ได้ตัดปุ่มในการคลิ๊กเลือกออกไป(คล้ายๆ กับ TouchPad ของทาง MacBook) ซึ่งการใช้งานนั้นถือว่าเป็นไปด้วยดีและลื่นไหลเอามากๆ ตัว TouchPad มีขนาดอยู่ที่ 12 x 8 cm ที่ไม่ได้เล็กหรือใหญ่มากจนเกินไป ความเร็วในการตอบสนองนั้นค่อนข้างที่จะสูงอยู่ทีเดียวครับ

Display

มาดูกันต่อในส่วนของหน้าจอกันบ้าง โดยบน Xiaomi Mi Gaming มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วที่มีความละเอียดระดับ Full HD ใช้พาเนลแบบ IPS ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมากว่าตัวหน้าจอนั้นไม่รองรับกับเทคโนโลยี G-Sync ของทาง NVIDIA(แต่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาเนื่องจากว่าราคานั้นไม่ได้สูงมากเท่าไรนัก) ความสว่างของหน้าจอโดยเฉลี่ยนั้นจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดีคืออยู่ที่ 250 cd/m² แต่ทว่าดันมาตกม้าตายตรง response time ทั้งแบบ GTG และ BTW ที่อยู่ที่ 53.2 ms และ 41.6 ms ตามลำดับ

สำหรับในส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้นอกสถานที่และมุมมองของตัวหน้าจอนั้นก็ถือว่า Xiaomi Mi Gaming สามารถที่จะทำได้เป็นอย่างดี ข้อเสียอีกอย่างของตัวหน้าจอจะอยู่ตรงที่หน้าจอนั้นแสดงสีฟ้าออกมามากกว่าสีอื่นทำให้หน้าจอจะอมสีฟ้าเล็กน้อยทำให้ความถูกต้องของสีนั้นไม่ดีมากเท่าไรนักทว่าก็ยังสามารถแก้ไขได้ด้วยการ calibration หน้าจอใหม่ครับ

Performance

ในส่วนของการทดสอบประสิทธิภาพนั้นเริ่มแรกเรามาดูกันที่การทดสอบประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลกันก่อนครับ

ในการทดสอบประสิทธิภาพหน่วยประมวลผลด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 นั้นจะพบว่าเมื่อทำการทดสอบแบบ Single core หน่วยประมวลผลจะรันที่ความเร็วสูงสุดคืออยู่ที่ 3.5 GHz แต่ถ้าทดสอบแบบ Multi Core นั้นหน่วยประมวลผลจะรันที่ความเร็วสูงสุดเพียง 3.1 GHz เท่านั้นซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับหน่วยประมวลผลที่ใช้งานบนโน๊ตบุ๊คครับ(จริงๆ แล้วหน่วยประมวลผลของ Desktop เองก็เป็นเช่นเดียวกันหากไม่ได้ทำการ Overclocked ไว้ครับ

การทดสอบประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลนั้นถือได้ว่าเป็นที่น่าพอใจครับเนื่องจากว่าต้องไม่ลืมว่าหน่วยประมวลผลบน Xiaomi Mi Gaming รุ่นที่ทดสอบนั้นเป็น Core i5-7300HQ เท่านั้นไม่ใช่ Core i7-7700HQ เหมือนกับโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ ทำให้ Xiaomi Mi Gaming อาจจะมีคะแนนการทดสอบที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนักเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ

ต่อกันที่การทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมของระบบนั้นพบว่า Xiaomi Mi Gaming มีคะแนนน้อยสุดเมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม PCMark 10 ซึ่งในจุดนี้นั้นน่าจะเป็นผลมาจากการที่ทาง Xiaomi เลือกใช้ SSD รุ่นที่มีความเร็วต่ำกว่าโน๊ตบุ๊คของผู้ผลิตรายอื่น อย่างไรก็ดีครับในการใช้งานจริงนั้นพบว่าทั้งความเร็วในการบูทหรือการใช้งานในชีวิตประจำวันในเรื่องต่างๆ นั้น Xiaomi Mi Gaming เองก็ยังสามารถที่จะทำงานได้อย่างรวดเร็วไม่ได้ช้าอะไรมากมายครับ

มาเจาะลึกในส่วนของการทดสอบความเร็วการอ่านและเขียนข้อมูลของ SSD บน Xiaomi Mi Gaming นั้นพบว่าความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ถือได้ว่าดีแต่ถ้าเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่นำมาเปรียบเทียบก็จะพบว่าความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลของทาง Xiaomi Mi Gaming นั้นด้อยกว่าอยู่พอสมควร(แต่ก็อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นครับว่า SSD ที่ทาง Xiaomi เลือกใช้นั้นมีความเร็วต่ำกว่า SSD ของโน๊ตบุ๊คยี่ห้ออื่นครับ)

อีกจุดหนึ่งที่จะลืมไปไม่ได้เลยนั้นก็คือ HDD ขนาด 1 TB ที่อยู่บน Xiaomi Mi Gaming ครับเพราะด้วยขนาดของ SSD ที่ 120 GB นั้นคงไม่เพียงพอต่อการใช้งานเมื่อต้องลงเกมเข้าไปแล้วด้วย(Windows 10 เองก็ใช้พื้นที่เยอะอยู่แล้วส่วนเกมในปัจจุบันนั้นก็ใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล 50 GB ขึ้นทั้งนั้น) โดย HDD ขนาดความจุ 1 TB ที่ทาง Xiaomi เลือกมาใช้นั้นจะเป็นของ Seagate ซึ่งมีรอบความเร็วในการหมุนจานแม่เหล็กอยู่ที่ 5400 rpm ตามมาตราฐานทั่วไปครับ

มาถึงจุดที่หลายๆ ท่านน่าจะรอคอยกันอยู่กับการทดสอบประสิทธิภาพทางด้านกราฟิกชิปและการเล่นเกมจริง โดยในส่วนแรกนั้นเรามาดูประสิทธิภาพการ benchmark ด้วยโปรแกรม 3DMark กันก่อนพบว่า Xiaomi Mi Gaming นั้นสามารถทำคะแนนได้ไปตามความคาดหมายคืออยู่ที่ราวๆ 11903 คะแนนด้วยการใช้กราฟิก GTX 1060 ที่ผลคะแนนนั้นสูงกว่า GTX 1060 Max-Q ประมาณ 13 – 14 % ครับ

สำหรับการทดสอบในการเล่นเกมจริงนั้นพบว่า Xiaomi Mi Gaming ทำการทดสอบที่ความละเอียด Full HD พร้อมเปิดกราฟิกแบบ Ultra ในเกม The Witcher 3 เล่นได้แบบสบายๆ รวมไปถึงเกมอื่นๆ นั้นก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด จะเว้นก็แต่เกม The Evil Within 2 ที่ความเร็วอาจจะตกลงมาบ้างเมื่อเทียบกับเกมอื่นๆ แต่ค่าเฉลี่ยของ FPS ก็ยังคงมากกว่า 30 FPS ดังนั้นแล้วถือได้ว่า Xiaomi Mi Gaming ทำได้ดีมากๆ ในการเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมครับ

Emissions

 

 

ข้อดีของ Xiaomi Mi Gaming นั้นยังมีอยู่บ้างครับ เพราะถึงแม้ว่าเสียงของพัดลมจะดังเอามากๆ เมื่อใช้งานแบบ Full Load ทว่าอุณหภูมิของหน่วยประมวลผลนั้นจะอยู่ที่ราวๆ 60 – 68 องศาเซลเซียสเท่านั้น เช่นเดียวกันกับในส่วนของชิปกราฟิก GTX 1060 ที่จะมีอุณหภูมิไม่สูงมากเท่าไรนัก แถมที่สำคัญแล้วนั้นทาง Xiaomi ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ในการปรับความเร็วของพัดลมระบายอากาศเอาไว้ให้ด้วยใน BIOS ของตัวเครื่อง ซึ่งนั่นทำให้ผู้ใช้อาจจะทำการปรับรอบพัดลมให้น้อยลงหากใช้งานตัวเครื่องในห้องที่มีอุณหภูมิเย็นครับ

Temperature

 

สำหรับอุณหภูมิของ Xiaomi Mi Gaming นั้นเมื่อทำการทดสอบแบบ Full Load ด้วยการรันโปรแกรม Prime95 และ FurMark ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานครับ ปัญหานั้นจะอยู่ที่ตัวชิปกราฟิก GTX 1060 ที่อุณหภูมินั้นจะขึ้นไปสูงถึง 73 องศาเซลเซียสกันเลยทีเดียวซึ่งนั่นทำให้ในส่วนของหน่วยประมวลผลนั้นจะไม่สามารถเร่งความเร็วสัญญาณนาฬิกาขึ้นไปสูงสุดได้ ทว่าเมื่อปรับความเร็วของ GTX 1060 ลงมาให้เหลืออยู่ที่ 1260 MHz นั้นพบว่าหน่วยประมวลผลจะสามารถทำความเร็วสัญญาณนาฬิกาไปได้สูงสุดตามสเปคโดยที่อุณหภูมิของหน่วยประมวลผลนั้นจะอยู่ที่ระหว่าง 70 – 80 องศาเซลเซียสครับ

สำหรับอุณหภูมินั้นจะใหญ่ๆ เลยที่จะมีความร้อนสะสมมากๆ ก็คือในส่วนของด้านบนของตัวเครื่องที่มีหน่วยประมวลผลและชิปกราฟิกอยู่ โดยเมื่อรันโปรแกรมแบบ Full Load นั้นจะพบว่าอุณหภูมิจะสูงสุดที่ราวๆ 52 องศาเซลเซียส ส่วนเมื่อเล่นเกม The Witcher 3 เป็นระยะเวลา 60 นาทีนั้นอุณหภูมสูงสุดจะอยู่ที่ราวๆ 50 องศาเซลเซียส งานนี้เรียกได้ว่าคงไม่เหมาะกับการวางตัวเครื่องเพื่อเล่นเกมบนตักมากนักสักเท่าไรครับ

หมายเหตุ – การทดสอบอุณหภูมินั้นได้ทำการทดสอบภายในห้องปิดที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตามแต่หากมองในภาพโดยรวมนั้น Xiaomi Mi Gaming ก็ถือว่าสามารถจัดการกับความร้อนสะสมในตัวเครื่องได้ค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียวครับ โดยหากดูจากตารางด้านบนแล้วนั้นจะเห็นได้ว่า Xiaomi Mi Gaming สามารถจัดการกับอุณหภูมิได้ดีกว่า HP Omen 15-ce002ng ที่ใช้ชิปกราฟิก GTX 1060 Max-Q อีก แต่ตรงจุดนี้อาจจะเทียบกันได้ไม่ดีเท่าไรนักเพราะ HP Omen นั้นมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นใหญ่กว่าอย่าง Core i7-7700HQ ครับ

Battery Life

ปิดท้ายกันด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Xiaomi Mi Gaming ที่ไม่ได้แย่อะไรมากมายนักโดยการใช้งาน Xiaomi Mi Gaming นั้นพบว่าอายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่นำมาเปรียบเทียบในรุ่นอื่นๆ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วนั้น Xiaomi Mi Gaming สามารถที่จะใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องที่ประมาณ 4.5 ชั่วโมงสำหรับการทำงานในลักษณะทั่วไป

อย่างไรแล้วนั้นก็ต้องไม่ลืมด้วยนะครับว่า Xiaomi Mi Gaming นั้นเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มาพร้อมกับขนาดของตัวเครื่องแบบบางดังนั้นแล้วทาง Xioami เองก็คงไม่สามารถที่จะเพิ่มแบตเตอรี่ให้มีความจุสูงกว่า 55 Wh ได้เพราะนั่นจะไปทำให้ตัวเครื่องมีขนาดและน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นครับ

สรุป

โดยรวมแล้วนั้น Xiaomi Mi Gaming ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมอีกเครื่องหนึ่งที่น่าใช้งานครับ ด้วยหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วแต่มาพร้อมกับความเบาและบางทำให้การพกะพานั้นเป็นไปด้วยความสะดวก อุปกรณ์สำหรับการป้อนข้อมูลอย่างคีย์บอร์ดและ TouchPad นั้นก็เรียกได้ว่าได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ประสิทธิภาพในการเล่นเกมนั้นก็จัดได้ว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของราคาที่เมื่อเทียบกับผู้ผลิตรายอื่นๆ แล้วนั้นจะพบว่ามีราคาถูกกว่าพอดูครับ

จุดเด่น

  • ราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับ
  • มาพร้อมกับขนาดที่เล็ก, บางรวมไปถึงน้ำหนักเบา
  • อุปกรณ์สำหรับการใส่ข้อมูลอย่างคีย์บอร์ดและ TouchPad มีคุณภาพอยู่ในระดับเกณฑ์ที่ดีมาก
  • ระบบลำโพงทำออกมาให้เสียงดี
  • ผู้ใช้สามารถเลือกสลับการใช้งานชิปกราฟิกได้ด้วยตัวเอง
  • คีย์บอร์ดมาพร้อมกับ RGB illumination
  • เคสตัวเครื่องแข็งแกร่ง
  • ดีไซน์ตัวเครื่องสวยงาม

จุดด้อย

  • ระบบปฎิบัติการ, ซอฟต์แวร์ที่แถมมาให้และคู่มือการใช้งานเป็นภาษาจีน
  • เครื่องมาตรฐานมีสเปคที่ค่อนข้างจะต่ำ
  • เสียงรบกวนเวลาใช้งานค่อนข้างสูง
  • หน้าจอมี response time ที่สูงเอามากๆ
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ไม่นานมากนัก
  • ไม่มี Kensington Lock
  • Card reader มีประสิทธิภาพที่ต่ำเอามากๆ
  • ไม่มีพอร์ต Thunderbolt 3

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/xiaomi-mi-gaming-laptop-i5-7300hq-gtx-1060-full-hd-review/444819/

มาแน่นอน! Xiaomi ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว Mi A2 ว่าที่สมาร์ทโฟน Android One รุ่นใหม่

หลังจากที่มีข่าวว่า Xiaomi เตรียมจัดงาน Xiaomi Global Launch เพื่อเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ประเทศสเปนในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ โดยคาดว่าจะเป็นรุ่น Mi A2 นั้น ล่าสุดบัญชี Twitter อย่างเป็นทางการของ Xiaomi ได้โพสต์ภาพทีเซอร์เตรียมเปิดตัว Mi A2 สมาร์ทโฟน Android One รุ่นใหม่ออกมาแล้ว

สำหรับภาพทีเซอร์ที่ Xiaomi โพสต์ผ่านบัญชี Twitter เป็นภาพสมาร์ทโฟนที่อยู่บนทางเชื่อมเป็นรูปเลข 2 พร้อมข้อความ The Next Gen is Coming และมีโลโก้ Android One อยู่ด้านบน

รวมทั้งมีข้อความที่โพสต์ใต้ภาพทีเซอร์ว่า คุณเป็นแฟนตัวยงของ Mi A1 หรือไม่? คุณจะรักสิ่งนี้ #Xiaomi #AndroidOne #2isbetterthan1 ซึ่งสื่อถึง Mi A2  ที่กำลังจะเปิดตัวนั่นเอง

Mi A2

ทั้งนี้ คาดว่าสเปกของ Xiaomi Mi A2 จะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียด FHD+ ขนาด 5.99 นิ้ว ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 660, RAM 3GB/4GB/6GB, หน่วยความจำภายใน 32GB/64GB/128GB,

ติดตั้งกล้องหลังคุ่ความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล และคาดว่าจะเปิดตัวพร้อม Mi A2 Lite ที่มาพร้อมจอที่รอยบากเหมือน Redmi 6 Pro แต่ตัด MIUI ออกไป

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2G47X0

 

from:http://mobileocta.com/xiaomi-releases-teaser-for-mi-a2-on-new-android-one-smartphone/

Xiaomi แง้ม Mi A2 สมาร์ทโฟน Android One รุ่นใหม่กำลังจะมา

หลังมีข้อมูลหลุดออกมาเมื่อเดือนที่แล้วว ล่าสุด Xiaomi ทวีตแย้มถึง Mi A2 เป็นครั้งแรกพร้อมด้วยคำโปรย The Next Gen is Coming สะท้อนว่า Android One รุ่นใหม่ของ Xiaomi น่าจะมาเร็วๆ นี้

เบื้องต้นคาดว่า Mi A2 น่าจะใช้สเปคเดียวกับ Mi 6X ชิปเซ็ตเป็น Snapdragon 660, แรม 4GB/6GB, หน้าจอ 5.99 สัดส่วน 18:9, แบตเตอรี่ 3010 mAh, QuickCharge 3.0, ตัวสแกนลายนิ้วมือด้านหลัง

ที่มา – @xiaomi

No Description

from:https://www.blognone.com/node/103871

Xiaomi Mi Max 3 จะใช้จอแสดงผล 6.9 นิ้ว แบตเตอรี่ 5500mAh พร้อมยืนยันวันเปิดตัว

Xiaomi ปล่อยรูปภาพโปสเตอร์สมาร์ทโฟนกึ่งแท็บเล็ต Xiaomi Mi Max 3 ออกมาแล้ว เผยให้เห็นดีไซน์ด้านหน้าอย่างชัดเจน พร้อมระบุว่าจะใช้จอแสดงผลขนาด 6.9 นิ้ว (คาดว่าจะมีอัตราส่วนภาพ 18:9) พร้อมด้วยความจุแบตเตอรี่ 5500mAh และระบุกำหนดการเปิดตัวไว้ด้วย คือวันที่ 19 กรกฎาคมนี้

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Xiaomi Mi Max 3 จะมากับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 636 และจะเปิดตัวพร้อมกับรุ่น Mi Max 3 Pro ซึ่งใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 ทั้งคู่อาจได้รับ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB กล้องคู่หลัง 12 + 5 ล้านพิกเซล

ที่มา – Gizchina

from:http://www.flashfly.net/wp/223532

Xiaomi Mi 8 Explorer Edition จะมีรุ่นประหยัด มากับ RAM 4GB คาดว่าจะมาถึงในไม่ช้านี้

Xiaomi Mi 8 มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น โดยมีรุ่นประหยัดเรียกว่า Mi 8 SE และรุ่นพรีเมี่ยมเรียกว่า Mi 8 Explorer Edition ซึ่งปัจจุบันรุ่นพรีเมี่ยมยังไม่พร้อมวางจำหน่ายในตอนนี้ และดูเหมือนว่า Xiaomi จะทำเวอร์ชั่นประหยัดออกมาให้เลือกด้วย อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงาน TENAA ที่ดูแลกิจการโทรคมนาคมในประเทศจีน

Xiaomi Mi 8 Explorer Edition รุ่นท็อป มากับ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128GB ราคา 3,699 หยวน หรือราว 18,500 บาท แต่ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงาน TENAA ยืนยันว่า Xiaomi Mi 8 Explorer Edition จะมีเวอร์ชั่น RAM 4GB และ RAM 6GB ให้เลือกด้วย โดยจับคู่กับ ROM 64GB, 128GB และ 256GB

นอกจากนี้ หน่วยงาน TENAA ยังระบุว่า Xiaomi Mi 8 Explorer Edition รหัสรุ่น M1807E8S ใช้ชิปประมวลผล 2.8GHz Octa Core ทำงานบน Android 8.1 Oreo จอแสดงผล OLED (2248 x 1080 พิกเซล) ขนาด 6.21 นิ้ว ความจุแบตเตอรี่ 2900mAh

ทั้งนี้ Xiaomi ยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยว่า Xiaomi Mi 8 Explorer Edition ทุกรุ่นย่อย จะพร้อมเปิดตัวทางการในช่วงเวลาใด แต่ปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากผ่านมือหน่วยงาน TENAA

ที่มา – TENAA

from:http://www.flashfly.net/wp/223516