คลังเก็บป้ายกำกับ: YOUR_UPDATES

มีความหวัง! ผู้ใช้ Galaxy S8 อาจได้รับโหมดการถ่ายภาพบุคคลในการอัพเดทระบบเร็วๆ นี้

จริงแล้วๆ ข่าวนี้เป็นข่าวที่ผมไม่อยากจะนำมาบอกต่อกันสักเท่าไหร่ เพราะเหมือนเป็นการจุดความหวังจากสิ่งที่ปกติก็ไม่ได้หวังกันเท่าไหร่อยู่แล้ว นั้นคือข่าวความเป็นไปได้ในการอัพเกรดระบบถ่ายภาพของเครื่อง Galaxy S8 และ Galaxy S8+

Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ เป็นเครื่องสมาร์ทโฟนที่มีกล้องคุณภาพสูงแบบกล้องเดี่ยวครับ นั้นทำให้มันขาดเรื่องลูกเล่นและความสามารถพิสดารที่เครื่องกล้องคู่มีให้ เช่นการละลายฉากหลังของภาพ ระบบการซูมภาพสองระยะเหมือนเครื่อง Galaxy Note 8

ทำให้คะแนนความนิยมของกล้องอาจจะขาดในเรื่องของลูกเล่นเหล่านี้ไป แต่เรื่องคุณภาพนั้นคนละเรื่องกัน เพราะ Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มีประสิทธิภาพในการให้ผลลัพท์ที่ดีมาก อยู่ในระดับท็อปของกล้องภ่ายภาพเลยทีเดียว

ข่าวดีล่าสุดของชาว Galaxy S8 และ Galaxy S8+ มาจากทาง GSM Arena เมื่อมีผู้สอบถามไปยังทาง Samsung Electronics support ถึงการถ่ายภาพในโหมดบุคคล จะมีอัพเดทมาถึงเครื่อง Galaxy S8 และ S8+ หรือไม่? ปกติแล้วคำตอบที่คุณจะได้รับก็จะมีแค่ “เรายังไม่มีข้อมูลในเรื่องนั้น”

แต่ในครั้งนี้ถือว่า Samsung ตอบมาแบบแอบให้ความหวังมากทีเดียวครับ

“there is no information yet, but we hope that you will get portrait mode update with the next SW”

“ยังไม่มีข้อมูล แต่เราหวังว่าคุณจะได้รับการอัปเดตโหมด portrait ใน SW ถัดไป”

โหมดการถ่ายภาพบุคคลนั้นมีหลายแบบครับ เช่นการถ่ายภาพแบบละลายหลังหรือการปรับแต่งใบหน้าและรายละเอียดภาพแบบแนว “dramatic” ซึ่งบางอย่างก็ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องใช้ความสามารถของกล้องเลนส์คู่ เช่นระบบการถ่ายภาพแบบ Selective Focus หรือการถ่ายภาพวัตถุแบบเลือกจุดโฟกัสและละลายหลังได้ด้วยเลนส์กล้องตัวเดียว ซึ่งมีอยู่แล้วในเครื่อง Galaxy S8 และ S8+ รวมถึงเครื่องรุ่นใหญ่ๆ ของ Samsung ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา

ซึ่งอย่างไรก็ตาม จากคำตอบสั้นๆ แต่ให้ความหวังของ Samsung Electronics support ครั้งนี้ ถ้าสุดท้ายแล้วจะไม่มีอะไรใหม่มาให้ผู้ใช้ S8 และ S8+ บ้างเลย ผมบอกเลยว่า “Samsung Electronics support จะบาปมากครับ” ^^

 

from:https://www.appdisqus.com/2017/10/18/samsung_working_on_a_portrait_mode_for_the_galaxy_s8.html

Advertisements

ทรูมูฟ เอช เตรียมพร้อมโครงข่ายมือถือขยายสัญญาณเต็มศักยภาพ รองรับการใช้งานพสกนิกรชาวไทยร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ทรูมูฟ เอช เตรียมพร้อมโครงข่ายมือถือ ขยายสัญญาณเต็มศักยภาพ รองรับการใช้งานพสกนิกรชาวไทยร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ บริเวณท้องสนามหลวง ศูนย์สื่อมวลชน ธรรมศาสตร์ และจุดถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ โดยจัดทีมดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชม. 25-28 ต.ค.60

 

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทรูมูฟ เอช จัดเตรียมความพร้อมด้านการสื่อสารอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงาน ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยได้ติดตั้งเพิ่มทั้งในส่วนของเสาส่งสัญญาณและอุปกรณ์กระจายสัญญาณ ณ บริเวณท้องสนามหลวง ศูนย์สื่อมวลชน หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พระเมรุมาศจำลอง และจุดถวายดอกไม้จันทน์อย่างเต็มที่ เพื่อรองรับการใช้งานของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ

 

นายอดิศักดิ์ ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรูมูฟ เอช ได้เตรียมขยายสัญญาณมือถืออย่างเต็มที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนชาวไทยที่จะมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในระหว่างวันที่ 25-28 ตุลาคมนี้ โดยติดตั้งเพิ่มทั้งเสาส่งสัญญาณและอุปกรณ์กระจายสัญญาณ ณ บริเวณพระบรมมหาราชวัง มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และบริเวณใกล้เคียง อาทิ  ศาลฎีกา ศาลหลักเมือง กองสลาก ราชนาวีสโมสร ศูนย์สื่อมวลชน หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โรงละครแห่งชาติ เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า สะพานพุทธ ถนนราชดำเนินกลาง กองทัพบก สะพานผ่านฟ้า มหาวิทยาลัยศิลปากร ลานคนเมือง  นอกจากนี้ ยังกระจายสัญญาณมือถือครอบคลุมไปถึงสถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลอง 85 แห่ง ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 9 แห่ง และศาลากลางจังหวัดทั้ง 76 แห่ง  รวมถึงจุดถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศอีกด้วย ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะสามารถรองรับการใช้งานของประชาชนที่มาร่วมงาน ทั้งการโทรเข้า-ออก การใช้ดาต้าผ่าน 4G และ WiFi by TrueMove H ได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน”

 

“ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าประชาชนชาวไทย จะสามารถใช้งานมือถือได้อย่างสะดวกตลอดช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรูมูฟ เอช ยังได้จัดตั้งวอร์รูม เพื่อตรวจสอบคุณภาพสัญญาณ ตลอดจนจัดทีมดูแลโครงข่ายต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง”         นายอดิศักดิ์ กล่าวสรุป

from:https://www.appdisqus.com/2017/10/18/truemove-h-pre-mobile-network-expand.html

เปิดตัวมาแล้ว! ZTE Axon M สมาร์ทโฟนสองหน้าจอ ในราคาแค่ 24,000 บาท

ZTE Axon M สมาร์ทโฟนที่นับว่าเป็นตัวที่น่าสนใจอย่างแท้จริงในช่าวงนี้ครับ เพราะว่าเป็นเครื่องสมาร์ทโฟนที่กล้าคิดกล้าทำไม่ลอกซ้ำแบบใคร เพราะมาพร้อมกันถึงสองหน้าจอที่มีโหมดการทำงานแบบไม่มีใครเหมือน และมีการเปิดตัวออกมาแล้วอย่างเป็นทางการในราคาที่ไม่แพงเลยครับ

ZTE Axon M เป็นสมาร์ทโฟนระบบ Android ที่มีสเปคค่อนข้างสูง และแตกต่างด้วยการทำงานแบบจอคู่ สองหน้าจอที่สามารถพับเก็บได้ คล้ายๆ กับการมีสมาร์ทโฟนสองเครื่องที่แยกกันทำงานและทำงานร่วมกันได้นั้นเองครับ

ZTE Axon M ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 821 แรมขนาด 4GB หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่ม microSD card ได้ 256GB มีกล้องถ่ายภาพเพียงตัวเดียว 20ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ขนาด 3180mAh รันบนระบบ Android 7.1.2

มีการออกแบบลักษณะการทำงานที่ไม่เหมือนใครครับ จากหน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ซึ่งมีถึงสองจอ ความละเอียด 1080p FullHD ใช้กระจก Corning Gorilla Glass 5 และเมื่อ Axon M ถูกกางออก จอแสดงผลจะขยายขนาดออกไปเป็นเครื่องหน้าจอขนาด 6.75 นิ้วทันทีครับ

แต่การทำงานแบบสองหน้าจอคือความพิเศษของมัน เพราะมันสามารถทำงานได้แบบสมาร์ทโฟนปกติในยามพับหน้าจอ สามารถทำงานสองแอพพลิเคชั่นได้พร้อมกันแต่แยกกันในแต่ละหน้าจอ หรือจะแสดงผลจากแอพเดียวกันสองจอสองข้างก็ได้นะครับ




หรือจะทำงานแบบแอพเดียวกันสองจอเพื่อเป็นการขยายพื้่นที่การแสดงผลก็ได้เช่นกัน

นับเป็นเครื่องที่อยากได้มาลองมาเล่นมากๆ ครับ แปลกใหม่และเท่ไม่ซ้ำใคร ^^ รับรองถือใช้มีแต่คนมอง และน่าจะมีประโยชน์มากจากการทำงานแบบมัลติทาสและการแสดงผลที่กางให้ใหญ่ขึ้นเมื่อจำเป็นได้

แต่สิ่งที่น่าเสียดาย คือการจำหน่ายเครื่อง ZTE Axon M จะจำหน่ายผ่าน AT & T ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่เปิดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ในราคาลงทะเบียนจ่าย 4.17 เหรียญต่อเดือนเป็นเวลา 30 เดือน รวมแล้วก็แค่ประมาณ 725$ หรือประมาณ 24,000 บาทเท่านั้นเอง – – ถูกมากเมื่อเทียบกับความแปลกใหม่ที่ได้

 

from:https://www.appdisqus.com/2017/10/18/zte-axon-m-lauch-official.html

Xiaomi ประกาศความตั้งใจ จะจัดส่งโทรศัพท์ออกไปให้ถึง 90 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี

Xiaomi ตั้งเป้าหมายของบริษัทเอาไว้ว่า จะจัดส่งสมาร์ทโฟนให้ถึง 90 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี โดยเป็นการประกาศของผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท คุณ Lei Jun

เป็นสิ่งที่น่าสนใจเนื่องจากบริษัท Xiaomi นับเป็นแบรนด์อินดี้ที่ผลิตเครื่องไม่ค่อยจะพอขายอยู่เสมอมา แถมยังเปิดจำหน่ายเพียงช่องทางออนไลน์เป็นหลักเท่านั้น แต่ปีนี้ Xiaomi ตั้งเป้าขยายตัวอย่างมาก ทั้งการเปิดตลาดในต่างประเทศ และการเปิดช็อปจำหน่ายแบบออฟไลน์ที่ตั้งเป้าไว้ว่า จะเปิดสาขา 200 แห่งในปีนี้ และจะมีมากถึง 1,000 แห่งก่อนปี 2020

โดยทางบริษัท Xiaomi ได้ปิดยอดในไตรมาสที่สองของปีด้วยการจัดส่งโทรศัพท์ออกไปได้มากถึง 23.16 ล้านเครื่อง นับเป็นยอดที่เติบโตขึ้นมากเทียบกับในช่วงไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีเพียงแค่ 13.3 ล้านเครื่อง

โดยปีนี้ Xiaomi เขาตั้งใจที่จะบรรลุเป้าหมาย 90 ล้านเครื่องให้ได้ครับ เพราะเขาคาดว่าบริษัทจะมีการจัดส่งมาร์ทโฟนได้เกิน 30 ล้านเครื่องได้ในไตรมาสที่สี่ เป็นสถิติวัดจากในเดือนกันยายนที่ผ่านมา Xiaomi ได้จัดส่งอุปกรณ์จำนวนกว่า 10 ล้านเครื่องออกไปสู่ตลาด

เมื่อพิจารณาแล้วก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ว่ารวมครึงปีหลัง Xiaomi จะสามารถจัดส่งอุปกรณ์ได้มากกว่า 60 ล้านเครื่องในเวลาหกเดือน

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Xiaomi สามารถบรรลุเป้าหมายได้คือเหล่าสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในปีนี้เช่น Mi 6, Redmi Note 4 ,Xiaomi Mi A1 และMi MIX 2 ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีในตลาด และขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับสองในประเทศอินเดีย โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 15.5% เป็นรองเพียง Samsung ที่กินส่วนแบ่งตลาดในอินเดียเอาไว้ที่ 24% เท่านั้นครับ

from:https://www.appdisqus.com/2017/10/18/xiaomi-aims-sell-90-million-phones.html

มันคือรุ่นอะไร? Nokia ส่งหมายแจ้งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ อาจจะเป็น Nokia 7!

HMD Global ได้การส่งหมายคำเชิญสื่อสำหรับงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม (พรุ่งนี้) ที่ประเทศจีน

โดยข้อมูลที่เราเห็นนอกเหนือจากคุณลักษณะบางอย่างของสมาร์ทโฟนลึกลับในใบหมายเชิญแล้ว เราก็ยังไม่มีข้อมูลใดๆ รู้แต่เพียงมันจะถูกเปิดตัวในวันพฤหัสบดีและจะสามารถซื้อได้ผ่านทางออนไลน์ Tmall เท่านั้นครับ

สมาร์ทโฟนตัวใหม่จะสนับสนุนฟีเจอร์การถ่ายภาพแบบหน้าหลัง dual-sight Bothie นอกจากนี้ยังมีเงาของกล้อง OZO ที่เราสามารถมองเห็นลางๆ ได้ในภาพประกอบ ซึ่งตอนแรกมีการคาดเดาว่า อาจจะเป็นเครื่อง Nokia 8 ในรุ่นแยกที่มีแรมขนาด 6GB และหน่วยความจำ 128GB ซึ่งเป็นรุ่นที่จำหน่ายในแถบยุโรปและประเทศจีนยังไม่เคยมีการเปิดจำหน่ายมาก่อน

แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่ Nokia 8 อย่างแน่นอน รวมถึงไม่ใช่เครื่อง Nokia 9 ที่มีภาพหลุดออกมาก่อนหน้านี้ด้วยครับ เพราะว่าภาพโปรโมทสินค้าที่แสดงขึ้นมาในหน้าแรกของเว็บไซด์ HMD China เป็นการแสดงภาพของเครื่องที่ใช้เลนส์ถ่ายภาพจาก Zeiss ที่มาในรูปแบบกล้องเดี่ยว ฉะนั้นมันเหลือความเป็นไปได้มากที่สุดเพียงรุ่นเดียว ว่ามันคือ Nokia 7 นั้นเองครับ 

ถ้ารุ่นที่กำลังจะเปิดตัวมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ของ Nokia คือ Nokia 7 จริงๆ เราก็พอจะมีข้อมูลข่าวลือเรีื่องของสเปคเครื่องของมันอยู่พอสมควรครับ

โดยมันมีภาพสเก็ตของเครื่อง Nokia 7 ที่เคยถูกเผยแพร่ออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุข้อมูลไว้ว่า Nokia 7 จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด 1080p FullHD ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 630 และมีการใช้เลนส์กล้องจากทาง ZEISS เหมือนเช่น Nokia 8

โดยสมาร์ทโฟน Nokia 7 จะมีแยกระดับหน่วยความจำและแรมเครื่องออกเป็นสามระดับรุ่น นั้นคือ รุ่น 3GB+32GB, 4GB+32GB และ 4GB RAM + 64GB รองรับฟังก์ชั่นการถ่ายภาพแบบ bothie Dual-Sight option และน่าจะรองรับระบบการบันทึกเสียง OZO Audio ด้วยครับ

ยังไงก็ตาม พรุ่งนี้แล้วสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งทาง HMD Global อาจจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์เราในงานก็ได้ครับ รอติดตามกันต่อไปสำหรับแฟนๆ โนเกีย ^^

from:https://www.appdisqus.com/2017/10/18/hmd-global-nokia-7-new-launch.html

Microsoft เปิดตัว Surface Book 2 พร้อมคอนเฟิร์มว่าแรงกว่า Macbook Pro ตัวล่าสุดถึงสองเท่า

Microsoft เปิดตัว Surface Book 2 อย่างเป็นทางการ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Surface ตัวล่าสุดของค่ายที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 ซึ่ง Microsoft พูดไว้ว่า Surface Book 2 นั้นมีประสิทธิภาพการทำงานด้านกราฟิกที่ดีกว่าตัวก่อนถึง 5 เท่าเลยทีเดียว

ทางดานการออกแบบนั้น Surface Book 2ออกแบบมาเหมือนกับตัวก่อนหน้าเด๊ะ แต่ Microsoft ได้แจงรายละเอียดเอาไว้ว่าพวกเขาได้มีการปรับปรุงคุณภาพของไฟคีย์บอร์ดและในส่วนของบานพับตัวจอเล็กน้อย โดยเจ้า Surface Book 2 นั้นจะมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Creators ตัวปัจจุบัน

Microsoft เปิดตัว Surface Book 2 มาพร้อมให้เลือก 2 รุ่น คือรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้ว และ 15 นิ้ว โดยทั้งสองรุ่นนั้นใช้ซีพียูเจนเนอร์เรชั่นที่ 8 เหมือนกันทั้งคู่ (โดยในรุ่น 13.5 นิ้วนั้นเป็นตัวท็อป) ทั้งนี้ Surface Book 2 จะมาพร้อม Windows Mixed Reality ซึ่งเป็นเทคโนโลยี VR และ AR จาก Microsoft

Surface Book 2 15 Inch

รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วนั้นจะมีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 3,240 x 2,160 พิกเซล โดยมีความหน้าแน่นของพิกเซลที่ 260PPI ใช้ซีพียู Intel Core 17 8650U ที่ทำการปรับจูนความเร็วขึ้นไปที่ 4.2GHz พร้อม Turbo Boost ในส่วนของงานกราฟิกนั้นเจ้า Surface Book 2 15 นิ้วนี้จะมีรุ่นการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1060 6GB ให้เลือก

ตัวเครื่องนั้นมาพร้อม RAM 16GB และมีหน่วยความจำหลักในตัวเครื่องให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาดคือ 256GB, 512GB, 1TB เป็นฮาร์ดดิสต์แบบ SSD โดย Microsoft มีข่มเล็กๆ ว่าความไวที่ได้นั้นเร็วกว่า Macbook Pro รุ่นปัจจุบันถึงสองเท่าเลยทีเดียว

ในเรื่องของการใช้งานต่อการชาร์จไฟหนึ่งรอบนั้น Microsoft บอกว่า Surface Book 2 หน้าจอ 15 นิ้วนั้นสามาาถใช้งานต่อเนื่องได้ 17 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งรอบ โดย Microsoft ยังระบุอีกว่าอายุของแบตเตอร์รี่นั้นดีกว่าแล็ปท็อปตัวล่าสุดจาก Apple ถึง 70% เช่นเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่าถึง 2 เท่า

ทางด้านการเชื่อมต่อนั้นมาพร้อม Bluetooth 4.1 พอร์ต USB-A 2 พอรต์ พอร์ต USB-C อีก 1 พอร์ต, Surface connect, ช่องเสียบ SD Card และรูเสียบหูฟังที่รองรับคุณภาพเสียง Dolby Atmos

นอกจากนี้ยังมีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มาให้ในตัวเครื่องขนาด 13.5 x 9.87 x 0.9 นิ้ว และหนัก 1.9 กิโลกรัม ในโหมดโน็ตบุ๊ค และ 0.82 กิโลกรัมในโหมดแท็ปเล็ต

Surfacebook 2 13 Inchสำหรับรุ่น 13.5 นิ้วนั้นมาพร้อมหน้าจอความละเอียด 3,000 x 2,000 พิกเซล พร้อมซีพียู Intel Core 15 เจนเนอร์เรชั่น 7 มาพร้อม RAM ขนาด 8GB ในตัวต้น ไล่ไปจนถึงตัวท็อปที่มาพร้อม Core i7 8650U และ RAM 16GB

รุ่น 13.5 นิ้วเองก็มาพร้อมกับหน่วยความจำหลักให้เลือกด้วยกัน 3 รุ่น คือ 256GB, 512GB และ 1TB ฮาร์ดดิสต์แบบ SSD นั่นเอง ในส่วนของตัวท็อปนั้น กราฟิกการ์ดจะเป็น Nvidia GeForce GTX 1050 6GB

ขนาดตัวเครื่องนั้นอยู่ที่ 12.3 x 9.14 x 0.9 นิ้ว หนัก 1.6 กิโลกรัม มาพร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.1, พอร์ต USB-A 2 พอร์ต, พอร์ต USB-C 1 พอร์ต, Surface connect, ช่องใส่ SD Card และช่องหูฟัง 3.5มม. ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos เช่นเดียวกันตัวใหญ่

Microsoft เตรียมจำหน่าย Surface Book 2 ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 นี้ โดยราคาของ Surface Book 2 13.5 นิ้วนั้นเริ่มต้นที่ $1,499 หรือประมาณ 49,500 บาท ในขณะที่ตัว 15 นิ้วนั้นเริ่มต้นที่ $2,499 หรือประมาณ 82,700 บาท โดยจะเริ่มเปิดจองวันแรกในอเมริกันในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 นี้

from:https://www.appdisqus.com/2017/10/18/microsoft-announced-surface-book-2.html

ข่าวประชาสัมพันธ์: HUAWEI Mate 10 และ 10 Pro ก้าวข้ามเทคโนโลยีสู่ยุค Intelligent Machine ระบบประมวลผล AI เป็นครั้งแรก

นวัตกรรมแตกต่างมักเริ่มต้นด้วยความฝันอันชัดเจน ในงาน IFA Berlin ที่ผ่านมา หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ได้แนะนำให้โลกได้รู้จัก Kirin 970 ชิพเซตสมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกที่ฝังเทคโนโลยี AI  วันนี้ที่มิวนิค หัวเว่ยจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด HUAWEI Mate 10 Series ที่จะเปิดประตูสู่โลกใหม่ของสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI   HUAWEI Mate 10, HUAWEI Mate 10 Pro และ Porsche Design HUAWEI Mate 10 คืออุปกรณ์สื่อสาร AI สุดล้ำที่ผสานนวัตกรรมฮาร์ดแวร์       ชิพเซ็ต Kirin 970 และ EMUI 8.0 พร้อมกับการสานต่อจุดแข็งด้านประสิทธิภาพการทำงานอันเหนือชั้น แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพคู่ใหม่ล่าสุดจาก Leica

 

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “เรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งโลกอัจฉริยะ AI จึงไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเสมือนจริง แต่เป็นสิ่งที่สอดประสานไปกับชีวิตประจำวันของเรา         AI สามารถยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ มอบบริการที่มีคุณค่า และเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์  HUAWEI Mate 10 Series คือผลิตภัณฑ์แรก ๆ ทีมีการใช้หน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU) ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่ยุคแห่งสมาร์ทโฟนอัจฉริยะ”

จุดเด่นของ HUAWEI Mate 10 Series ประกอบด้วย

  • ครั้งแรกของโลกกับชิพเซ็ต Kirin 970 ตัวประมวลผลสมาร์ทโฟนที่ฝังเทคโนโลยี AI พร้อมหน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU)
  • กล้องคู่ใหม่จาก Leica พร้อมเลนส์ SUMMILUX-H พร้อมรูรับแสงคู่ขนาด F/1.6และระบบถ่ายภาพอัจฉริยะ พร้อมระบบถ่ายภาพอัจฉริยะ Real-Time Scene ที่อาศัยเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์วัตถุเพื่อการตั้งค่าที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายวัตถุนั้นๆ
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,000 พร้อมระบบการจัดการแบตเตอรี่ที่ควบคุมด้วย AI และเทคโนโลยี SuperCharge ที่ได้รับรองด้านความปลอดภัยจาก TÜV
  • ตัวเครื่องกระจก 3 มิติ พร้อมหน้าจอ HUAWEI FullViewDisplay เพื่อมุมมองที่เต็มตา และเทคโนโลยี HDR10 ให้สีสันที่สดใส สมจริงยิ่งกว่าเดิม
  • ประสบการณ์ใช้งาน EMUI 8.0 ที่ใหม่หมดจด ใช้งานง่าย บนระบบปฏิบัติการ Andriod 0

 

สถาปัตยกรรมโมบายคอมพิวเตอร์บน AI เพื่อประสบการณ์ใช้งานสุดชาญฉลาด

HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro คือผลิตภัณฑ์รุ่นแรกของหัวเว่ยที่ใช้ชิพประมวลผล Kirin 970 ใหม่ ที่เสริมประสิทธิภาพด้วย AI เพื่อให้ประสบการณ์สื่อสารที่รวดเร็วถึงใจ และตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ใช้แต่ละคนยิ่งขึ้น Kirin 970 ผลิตขึ้นด้วยขั้นตอน TSMC ขนาด 10 นาโนเมตรอันล้ำสมัย และใช้หน่วยประมวลผลกลาง ARM Cortex แบบ 8 แกน หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali G72 แบบ 12 แกน ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก รวมทั้งหน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network Processing Unit (NPU) ซึ่งออกแบบขึ้นสำหรับอุปกรณ์สื่อสารโดยเฉพาะ  Kirin 970 ยังมีหน่วยประมวลผลสัญญาณภาพแบบคู่ (Dual ISP) เพื่อประสิทธิภาพในการถ่ายภาพอันชาญฉลาด

 

ด้วยหน่วยประมวลผล NPU ผสานกับนวัตกรรมสถาปัตยกรรมโมบายคอมพิวเตอร์ HiAI ส่งผลให้ Kirin 970 มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น 25 เท่า และประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น 50 เท่า สำหรับการทำงานส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI เมื่อเปรียบเทียบกับ Cortex-A73 จำนวน 4 ตัว  HUAWEI Mate 10 Series ยังเป็นสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดในโลกซึ่งรองรับเครือข่ายการสื่อสาร LTE และการดาวน์โหลดข้อมูลความเร็วสูง  รวมทั้งรองรับซิมการ์ดคู่ 4G และบริการ VoLTE พร้อมกันสองเครือข่ายได้

 

ด้วยการผสานระบบอัจฉริยะทั้งแบบ individual intelligence และ collective intelligence ไว้ในตัวเครื่อง HUAWEI Mate Series สามารถให้การตอบสนองการใช้งานได้ทันทีแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในโหมด Real-Time Scene และโหมดตรวจจับวัตถุ รวมทั้งระบบการแปลภาษา Kirin 970 ยังเป็นแพล็ตฟอร์มโมบายคอมพิวเตอร์ AI แบบเปิด จึงรองรับแอพพลิเคชั่นด้าน AI ใหม่ ๆ จากผู้พัฒนาต่าง ๆ ซึ่งช่วยขยายขีดความสามารถในการประมวลผลของหัวเว่ยตลอดเวลูเชนของผลิตภัณฑ์

 

อีกระดับของคุณภาพดีไซน์ที่ทั้งทันสมัยและใช้งานสะดวกสบาย

HUAWEI Mate 10 มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบแบบ HUAWEI FullView Display ขนาด 5.9 นิ้ว สัดส่วน 16:9 และ HDR10 ให้ภาพที่สีสันสดใส ขณะที่ HUAWEI Mate 10 Pro มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6 นิ้ว สัดส่วน 18:9 พร้อมสัดส่วนหน้าจอกับตัวเครื่องที่สูง และ HDR10 เพื่อการรับชมวีดิโอที่มีชีวิตชีวา สมจริง

ตัวเครื่องผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นผลิตจากกระจก 3D เข้าโค้งที่ขอบทั้งสี่ด้านอย่างสวยงามและลงตัวเพื่อให้จับได้กระชับมือ ด้านหลังตัวเครื่องมีแถบสะท้อนแสงเพื่อเน้นกล้องคู่ Leica ใหม่ดูเด่นขึ้น นอกจากนั้น HUAWEI Mate 10 Pro ยังสามารถกันน้ำและฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67

 

กล้องคู่ Leica ใหม่ พร้อมระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ ก้าวสู่ยุคใหม่ของการใช้งานสมาร์ทโฟน

หัวเว่ยยังคงจับมือกับ Leica อีกครั้งในการร่วมกันพัฒนาเลนส์คู่สำหรับกล้องใน HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro ซึ่งเป็นการผสานเซนเซอร์อาร์จีบีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์โมโนโครม 20 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันภาพสั่นไหว Optical Image Stabilizer นอกจากนั้น เลนส์ยังมีรูรับแสงคู่ f/1.6 ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และดิจิทัลซูมซึ่งทำงานด้วย AI ตัวกล้องจึงมีความชาญฉลาดด้วยโหมดถ่ายภาพใหม่อย่าง Real-Time Scene และโหมดตรวจจับวัตถุ ซึ่งสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ของกล้องได้โดยอัตโนมัติตามลักษณะของวัตถุและสภาพแวดล้อมขณะถ่ายภาพ และรองรับการทำงานของฟังก์ชั่นดิจิทัลซูมอัจฉริยะสุดล้ำที่มาพร้อมระบบการตรวจจับความเคลื่อนไหวอัจฉริยะเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่คมชัดยิ่งขึ้น

 

HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro ใช้แบตเตอรี่ความหนาแน่นสูงขนาด 4,000 mAh พร้อมระบบการจัดการแบตเตอรี่ที่ชาญฉลาดที่สามารถเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้และจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ รองรับการชาร์จแบบเร็ว 4.5V / 5A โดยใช้เวลาชาร์จจากระดับ 1% – 20% ในเวลาเพียง 10 นาที และจาก 1% – 58% ในเวลาเพียง 30 นาที 2  นอกจากนั้น HUAWEI SuperCharge ยังเป็นเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็วตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจาก TÜV จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยจากการชาร์จแบตเตอรี่

 

HUAWEI Mate 10 และ HUAWEI Mate 10 Pro มาพร้อมอินเทอร์เฟซ EMUI 8.0 โฉมใหม่หมดจด บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 ซึ่งเพียบพร้อมด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่าง AI Engine ซึ่งใช้ขีดความสามารถของ Kirin 970 อย่างเต็มที่ ระบบแปลภาษาที่ทำงานด้วย AI ให้ความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้นในการแปลเพื่อประสบการณ์ในการสื่อสารที่ราบรื่นกว่าเดิม และรองรับการใช้งานเดสก์ท็อปอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลหน้าจอโทรศัพท์บนจอคอมพิวเตอร์ หรือการขยายการแสดงผลให้เต็มหน้าจอเหมือนคอมพิวเตอร์

 

อุปกรณ์เสริมใหม่

หัวเว่ยยังเปิดตัวอุปกรณ์เสริมใหม่สำหรับ HUAWEI Mate 10 อันประกอบด้วย กล้อง EnVizion 360 พาวเวอร์แบงค์ SuperCharge และเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ

  • กล้อง EnVizion 360 สามารถถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 5K และภาพวีดิโอความละเอียด 2K ในโหมดที่หลากหลายเพื่อแชร์ผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ
  • พาวเวอร์แบงค์ SuperCharge รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็วที่ระดับ 5V / 5A
  • เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ เช่น เปอร์เซนต์ไขมันในร่างกาย และดัชนีมวลกาย ผ่านโมบายแอพ

 

ราคาและการจำหน่าย

HUAWEI Mate 10 เริ่มจำหน่ายปลายเดือนตุลาคม 2560 ใน 15 ประเทศ ได้แก่ สเปน สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอราเบีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ส่วน HUAWEI Mate 10 Pro เริ่มจำหน่ายกลางเดือนพฤศจิกายน 2560 ในกว่า 20 ประเทศ รวมไปถึง เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอราเบีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย ส่วน Porsche Design HUAWEI Mate 10 เริ่มจำหน่ายกลางเดือนพฤศจิกายน 2560

 

รุ่น หน่วยความจำ ราคาในยุโรป เริ่มจำหน่าย
HUAWEI Mate 10 64GB + 4GB €699 ปลายตุลาคม 2560
HUAWEI Mate 10 Pro 128GB+6GB €799 กลางพฤศจิกายน 2560
Porsche Design HUAWEI Mate 10 256GB + 6GB €1395 กลางพฤศจิกายน 2560

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ไปที่ http://consumer.huawei.com/en/

 

 

¹ จากผลการทดสอบในห้องแล็บของหัวเว่ย

² จากผลการทดสอบในห้องแล็บของหัวเว่ย โดยในการทดสอบ ทำการชาร์จอุปกรณ์จาก 1% ขณะที่หน้าจอไม่ทำงาน โดยใช้หัวชาร์จและสายชาร์จ SuperCharge ของหัวเว่ย ในสภาพแวดล้อมของเครือข่าย 4G อุณหภูมิ 25 องศา และความชื้นสัมพัทธ์ 45-80%

from:https://www.appdisqus.com/2017/10/17/huawei-mate-10-10-pro-pr.html